LOGINเมื่อร่างสูงใหญ่มาถึงเขาก็วางมืออีกข้างไว้ที่โต๊ะของเธอ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แสยะยิ้มร้ายพยายามเอาชนะทุกวิถีทาง ขณะนั้นพัชสิกาก็ได้เงยหน้าขึ้นมารอฟัง “เธอนี่ปากเก่งไม่เกรงใจฉันเลยนะ ฉันก็เริ่มที่จะสงสัยอะไรบางอย่างในตัวเธอแล้วล่ะสิ”
“คุณสงสัยอะไรฉันคะ” เธอถามเขาตรงๆ ที่เธอปากเก่งเพราะเธอต้องการให้เขาไล่เธอไปเองมากกว่า ใครจะไปโง่ยอมแพ้ในเรื่องงานง่ายๆล่ะ
“ฉันก็อยากจะรู้นัก ว่าเธอไปทำทีท่าไหนพ่อฉันถึงให้เธอได้งานง่ายขนาดนี้ บริษัทนี้รับคนเข้ามาทำงานยากมากเลยนะ หรือเธอกับพ่อฉันเป็นอะไรมากกว่านั้น”
“อะไรทำให้คุณตัดสินฉันง่ายๆแบบนั้นล่ะคะ” สงสัยเธอกับพ่อเนี่ยนะ เป็นลูกแบบไหน
คิมหันต์ยืนตัวตรงพลางหันหลังให้
“ถ้าเธอเป็นญาติพ่อฉัน ฉันก็ต้องรู้จักเธอมาก่อนสิ แต่นี่จู่ๆพ่อฉันก็รับเธอเข้ามาทำงานง่ายๆ แถมยังเสนอหน้ามาเรียกท่านว่าคุณลุง มันไม่แปลงไปหน่อยหรือไง” เขาหันกลับมาทางเธออีกครั้ง “ถึงฉันจะไม่มีหลักฐานแต่ฉันก็คาดการณ์ออก เธออย่ามาตีสองหน้าใส่ฉันหน่อยเลย ฉันไม่ใช่ผู้ชายมักง่ายโง่เง่าขนาดนั้น”
“แค่คุณตัดสินคนอื่นแค่ความคิดตัวเองฉันก็มองว่าไม่ได้ฉลาดสักเท่าไหร่นะคะ”
“นี่เธอ” คิมหันต์ยื่นมือเข้าไปจับต้นแขนหญิงสาวไว้แน่นพร้อมดึงตัวเธอออกมายืนใกล้ๆเขา จากนั้นก็จับบีบต้นแขนอีกข้างจ้องตาสวยอย่างไม่ยอมแพ้ “เธออย่าคิดที่จะมาต่อปากต่อคำกับคนอย่างฉันนะ ถึงพ่อจะให้ท้ายเธอ ฉันก็ไม่ได้กลัวขนาดนั้น”
“ฉันทราบค่ะ แต่คุณอย่าลืมสิว่าฉันเป็นเพศแม่ คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกหรือใช้คำพูดเหยียดหยามฉันตามใจคุณ ถ้าเกิดว่าคุณยังทำตัวปากไม่มีหูรูดแบบนี้ ฉันพร้อมด่ากลับเสมอ ที่สำคัญคุณหาเรื่องฉันก่อน ถ้าฉันจะโดนไล่ออก ฉันก็โดนไล่ออกอย่างมีศักดิ์ศรี” คิมหันต์เม้มปากมองด้วยอารมณ์เดือดดาล เธอคนนี้กล้ามาก
“ฉันไม่โง่ไล่เธอออกหรอก” เขาผลักตัวเธอออกไป “ฉันจะคอยดูว่าเธอจะทนฉันได้นานแค่ไหน”
**************************************
ช่วงเวลากลางคืน ณ ร้านหมูกระทะใกล้ๆมหาลัย เป็นร้านปิ้งย่างที่พัชสิกาและเพื่อนๆเคยไปนั่งทานด้วยกันเป็นประจำตอนสมัยยังเรียนด้วยกันนั่นเอง
“มาแล้ว สาวๆ” ลุงหนุ่ยผู้เป็นเจ้าของร้านยกเตามาวางไว้กลางโต๊ะและต้องการมาบริการลูกค้าแก๊งนี้ด้วยตนเอง “ตั้งแต่เรียนจบไปไม่ค่อยเจอหน้าเลยน๊าาาา”
“ช่วงนี้ยุ่งๆกับการหางานทำค่ะ พอได้งานก็ตั้งใจมาฉลองที่นี่เป็นที่แรกเลยค่ะ” เปรมสิริพูดขณะรินน้ำหวานให้เพื่อนๆ แต่มีแค่พัชสิกาที่ดื่มแค่น้ำเปล่า
“จริงเหรอ ลุงดีใจกับพวกหนูด้วยนะ ถือเป็นบัณฑิตที่หางานทำได้เร็วมากๆเลยแหละ” ลุงหนุ่ยชอบตามข่าวเศรษฐกิจเป็นประจำ รู้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่นักศึกษาจบใหม่หางานทำยากมาก แต่เมื่อได้ยินว่าแก๊งนี้ได้งานทำกันครบทุกคนและเร็วกว่าใครๆ เขาจึงดีใจตามไปด้วย
“ขอบคุณค่า” ทั้งสามกล่าวขอบคุณและยกมือไหว้คุณลุงคนนั้นพร้อมกัน เพราะลุงหนุ่ยไม่ใช่เป็นแค่เจ้าของร้านที่ทำอาหารอร่อยแต่ยังเป็นที่ปรึกษาให้พวกเธอมาตั้งแต่ปีแรกจนถึงจบการศึกษา ซึ่งตอนนี้ก็สนิทกันมากแทบจะเป็นพ่อคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
“งั้นเพื่อเป็นของขวัญจบการศึกษา ลุงให้กินฟรีหนึ่งมื้อไปเลย ไม่ต้องจ่ายเงิน”
“จะดีเหรอคะ สามคนก็เกือบพันแล้วนะ” พัชสิกาถามเพื่อความแน่ใจ เพราะร้านลุงหนุ่ยเป็นร้านหมูกระทะที่ขึ้นชื่อ ค่าหัวต่อคนก็ถือว่าสูงพอสมควร เนื่องจากข้าวของก็แพง ลุงหนุ่ยจึงต้องปรับราคาให้พออยู่รอด
“ไม่หรอกน่า สามคนเอง ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก” ลุงหนุ่ยยังยืนยันที่จะเลี้ยงส่งซึ่งเปรมสิริก็พูดตามมา
“เอาสะพวกเราเกรงใจเลยค่ะ”
“คุณลุงขา พวกเราขอบคุณมากๆเลยนะคะ ลุงเนี่ย ทั้งหล่อแถมใจดี เสียดายมีเมียแล้ว” คิวมิกส์เอ่ยชมกลับเพราะจู่ๆก็ได้กินข้าวฟรี
“คิว...กับลุงหนุ่ยก็ไม่เว้นนะ” เปรมสิริหันไปตำหนิ
“เอาน่าๆ ทานให้อร่อยนะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็กลับมาปรึกษาลุงได้เหมือนเดิมนะ”
“ขอบคุณนะคะคุณลุง”
“เอ๊า ไปไหนคะลุง หนูจะให้รางวัลคืนบ้าง” คิวมิกส์ชะเง้อมองตามแผ่นหลังแล้วแกล้งร้องทัก จนพัชสิกาและเปรมสิริต่างขำคิกคักออกมาเบาๆ
***************************************************
“หนูพัชเป็นยังไงบ้างลูก” สุวรรณรัตน์ถามลูกชายเมื่อเห็นเขาเดินเข้าบ้านมา แต่เป็นคิมหันต์เองที่รู้สึกแปลกใจกับตำถามของแม่
ไปรู้จักคนแบบพัชสิกาได้ยังไง
“แม่รู้จัก?” เขาหันมาถามพลางขมวดคิ้ว
“ทำไมแม่จะไม่รู้จักล่ะ”
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน “หมูกระทะเราไม่ได้กินนานแล้วนะคิมหันต์ ไปกับพวกเขาสักวันดีไหม” คิมหันต์ขมวดคิ้วมองเพราะหมูกระทะที่ว่าเคยไปกินแค่ในห้างเท่านั้น ไม่แน่ใจว่าร้านลุงหนุ่ยอะไรนั่นจะเป็นแบบที่เขาและแม่ไปหรือเปล่า“ร้านอยู่ไหนครับ”*****************************************คิมหันต์และแม่ถูกพามาที่ร้านหมูกระทะลุงหนุ่ยที่เคยมาทานเป็นประจำ บริเวณร้านจะถูกประดับไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ มีที่นั่งด้านในและด้านนอก ซึ่งด้านในร้านไม่ได้เป็นห้องแอร์อย่างที่คิมหันต์เข้าใจแถมยังใช้พัดลมในการเปิดให้ลูกค้าใช้อีกต่างหาก คิมหันต์และสุวรรณรัตน์เลยเลือกมานั่งที่ด้านนอกกะว่าจะให้ลมพัดสักหน่อย แต่ก็ทำได้แค่ ‘ฝันไปเถอะ’เขาหน้ามุ่ยขยับเสื้อด้านหน้าขึ้นลงให้พอคลายร้อน พัชสิกาที่ถูกสุวรรณรัตน์สั่งให้มานั่งข้างๆรีบหยิบพัดลมเล็กแบบพกพามาเปิ
หญิงสาวยืดตัวพลางเอี้ยวตัวไปมาอย่างเพลินๆ จากนั้นก็หยุดมาดื่มน้ำให้พอลดความกระหาย เพราะตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้วการออกกำลังกายจึงพอแค่นี้ก่อนทว่าไม่นานสายตาเธอก็พลันไปเห็นภาคินวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณสนามหญ้าผ่านหน้าผ่านตาไปพอดีบ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เธอเจอเขาบ่อยจัง“คุณภาคินคะ” เปรมสิริตะโกนเรียกชื่อเขาซึ่งเขาก็หันมาตามเสียงนั้นเลย หญิงสาวยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนเป็นการเรียกให้เขามาหาเธอที่ตรงนี้“ปกติมาออกกำลังกายตรงนี้อยู่แล้วหรือเปล่า” ภาคินมาถึงก็ถามทันที“พึ่งมาวันนี้วันแรกค่ะ” เธอยิ้มเนือยๆ “แล้วคุณภาคินมาออกทุกวันเลยไหมคะ” “ผมนานๆทีถึงจะมา” เปรมสิริพยักหน้ายิ้มๆ “มาวิ่งวันแรกก็ไม่ชินเหมือนกันนะคะ ไม่มีเพื่อนวิ่งด้วย” เธอมองเขาเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ ภาคินจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถาม“คุณนิลกำลังอยากจะบอกอะไรผมหรือเปล่าครับ”เขาเลิกคิ้วมอง“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าถ้าจะชวนคุณภาคินมาวิ่งด้วยกัน คุณภาคินจะสะดวกหรือเปล่า” เปรมสิริมุดหน้าลงเหมือนเขินเขาแต่ไม่รู้ตัว ภาคินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ขำออกมาเบาๆ“เรื่องแค่นี้เองครับ เวลาผมเหลือๆ อยู่กับคุณนิลจนถึงสามทุ่มยังได้เลย” “งั้นเรา
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะฉันมีงานใหม่จะมอบหมายเธอ”“อะไรคะ”“ต่อไปนี้เธอจะต้อง ‘ไปกลับ’ กับฉัน ช่วงเที่ยงก็ไปทานข้าวด้วยกัน ส่วนตอนกลางคืน....”“ไม่เอานะคะ” เธอรีบพูดแทรกแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเอาให้ได้“อย่าขัดใจฉันสิ ไม่เห็นแก่เงินที่ฉันจะให้หรือไง” พัชสิกาถึงกับชะงักพลันครุ่นคิด โรคมะเร็งที่ป้าเธอกำลังเผชิญอยู่ยังไม่หายดีเกรงว่าจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเรื่อยๆ ต่อให้จะถูกมองว่าหิวเงินเธอก็จะยอมทำตามที่เขาต้องการ“ค่ะ”“ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ก็ดีหน่อยจะได้เลี้ยงนานๆ” คิมหันต์ฝังจมูกเข้าที่แก้มเธออีกครั้ง พัชสิกาเม้มปากกล้ำกลืนด้วยความชอกช้ำใจ เธอเจ็บที่ไม่สามารถรักเขาได้ เธอเจ็บที่เขาเห็นว่าเธอเป็นแค่เด็กเลี้ยงของเขาดูเป็นคนไม่มีค่าอะไรด้วยซ้ำ*************************************************** “จะว่าไป เราไม่คิดจะแวะไปหายัยพัชบ้างเลยเหรอ” เปรมสิริถามคิวมิกส์ในระหว่างเดินเล่นอยู่ในห้างด้วยกัน“ก็แกไม่ชวนนี่”“แกจะรอให้ฉันชวนอย่างเดียวเลยหรือไง” เธอพูดพลางดูดไอศกรีมโคนไปด้วย “ไม่ขนาดนั้นหรอก บริษัทมันอยู่ใกล้เราสะที่ไหนล่ะ” คิวมิกส์หน้าบึ้งบูดก่อนจะนึกไปถึงเรื่องของเจ้านายคนนั้น “จะว่าไปเจ้
“วันนี้ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเหรอคะ” บ้านเขาอยู่ไกลจากเธอหลายสิบโล กว่าจะไปส่งเธอเสร็จก็น่าจะสายมากแล้ว “ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ ผมเข้าสายเท่าไหร่ก็ได้” “งั้นก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกระชับสายกระเป๋าสะพายแล้วเดินนำเขาไป ทว่า....“พัชสิกา!” เสียงทุ้มเกรี้ยวกราดดังออกมาจากทางด้านหลังคนทั้งสองทำให้ต้องหมุนตัวกลับไปมองพร้อมกันปรากฎว่าเป็น ‘คิมหันต์’ นั่นเองเธอล่ะเหนื่อยใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแต่เช้าและเมื่อมาเห็นเธออยู่กับภาคินแบบนี้ก็คงหาเรื่องมาต่อว่าเธออีกแน่ๆ“เธอไม่ได้บอกแฟนเธอหรือไง ว่าเธอจะต้องติดรถไปกับฉัน ‘ทุกวัน’” ยิ่งเห็นหน้าชายคนนั้นเขาก็ยิ่งมีอารมณ์เดือดดาล เหม็นขี้หน้าฉิบหายพัชสิกาขมวดคิ้วมอง เขาไม่ได้มาบอกเธอไว้นี่ จังหวะนั้นภาคินก็เริ่มมีอารมณ์ขุ่นเคืองที่มากล่าวหาว่าพัชสิกาเป็นแฟนเขาอย่างหน้าตาเฉยเขาชอบพัชสิกาก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยเสนอตัวอยากจะเป็นแฟนปากเปล่าแบบนี้ “รบกวนให้เกียรติเธอด้วยครับ”“เกียรติ...แฟนคุณมีเกียรติตรงไหนบ้าง?” พัชสิกาได้ฟังก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ แต่จะทำไงได้ เธอขายตัว ‘ให้เขา’ ไปแล้ว“คุณภาคินคะ ไว้วันหลังนะคะพัชต้องไปกับเจ้าน
“ถอดแล้วจับมันสิ” เขากระซิบบอกเบาๆก่อนจะจูบเธอต่อ หญิงสาวค่อยๆเลื่อนมือลงต่ำมาสัมผัสส่วนล่างตั้งชันในเนื้อผ้า รสสวาทที่เขาได้มอบให้ทำให้เธออดใจไม่ไหวจึงค่อยๆรูดซิปกางเกงออก จากนั้นก็เลื่อนเข้าไปกอบกุมมันบีบเล่นไปมาอย่างชอบใจ “อื้ม ลงไปชิมมันดูสิคนดี”ไม่พูดเปล่า คิมหันต์ยังจับศีรษะเธอให้ลงไปจ่อบริเวณนั้น พัชสิกาไม่ได้ฝืนใจแต่กลับยอมด้วยความเต็มใจ เมื่อปากของเธองับตรงส่วนนั้นเขาก็เปล่งเสียงครางออกมาเงยหน้าขึ้นรับรสสวาทด้วยความชอบใจ“ดูดมันสิคะคนดี” พัชสิกาจากที่ดูดอยู่แล้วได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็ดูดหนักขึ้นกว่าเดิม “อ๊า เก่งจังเลย เดี๋ยวฉันจะเพิ่มค่าเลี้ยงดูให้อีกเยอะๆเลย”พัชสิการู้ว่าเธอทำให้เขาพึงพอใจ ความรู้สึกเริ่มมาเหนือเหตุผลทั้งปวง จึงทำให้เธอดูดส่วนนั้นราวกับว่ามันเป็นน้ำหวาน กระทั่งคิมหันต์ต้องขอให้เธอพอ “มันจะเสร็จแล้ว พอก่อนได้ไหมคนดี”พัชสิกาชอบใจและไม่คิดที่จะพอง่ายๆ ยิ่งเขามีอาการเสียวซ่านใกล้ถึงฝั่งฝันเธอก็ยิ่งบำเรอความต้องการให้เขามากเป็นเท่าตัว“อ๊า อ๊า ไม่ไหวแล้ว จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียว” คิมหันต์เงยหน้าเม้มปาก อีกทั้งใบหน้าเบี้ยวเบ้ไปด้วยความเสียวเพราะจุดสูงสุดกำลังก่อต
“อ้าวไอ้คิม ทำไมวันนี้ได้มานอนที่บ้านล่ะ” พัชสิกาหรี่ตามองเขาขณะยืนอยู่ด้านหลังกฤษ เธอเตรียมใจมาแล้วว่ายังไงก็ต้องเจอเขาอยู่ดี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาชอบไปนอนที่คอนโดเป็นส่วนมากก็ตาม“ผมแค่เปลี่ยนบรรยากาศ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เขามานอนที่บ้านและมาเจอพัชสิกาที่นี่ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากมายที่อยากจะคุยกับเธอ“เหรอ วันนี้ฉันไปรับหนูพัชมาทานข้าวด้วยเพราะแม่เขาอยากเจอ ทานเสร็จเดี๋ยวจะไปส่ง” กฤษพูดพลางหันไปทางพัชสิกา “หรือจะนอนอยู่ที่นี่สักคืนแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมพี่เขา”“กลับดีกว่าค่ะ พัชไม่ได้เตรียมชุดทำงานมาเผื่อ” เธอไม่อยากนอนร่วมชายคากับเขาต่างหากล่ะ“เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ”“นอนก็ได้ค่ะ”“ถ้าจะนอน ก็ต้องนอนห้องเดียวกับฉัน” เขาเลิกคิ้วมองส่งยิ้มกวนประสาท เกลียดจริงๆเลย“จริงๆนะครับคุณพ่อ ตอนนี้ก็มืดมากแล้วอีกอย่างคุณพ่อไม่ได้แจ้งซ่อนกลิ่นกับป้าไพรล่วงหน้าด้วย ปุ๊บปั๊บแบบนี้แม่บ้านก็เหนื่อยเป็นนะครับ” ซ่อนกลิ่นที่เดินผ่านกะจะเข้าครัวพลันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมรู้สึกแปลกใจที่วันนี้คิมหันต์นึกเห็นใจเธอ ปกติดึกกว่านี้ก็ยังปลุกมาสั่งงาน อย่างเอาแต่ใจ“กลับก็ได้ค่ะ” ใครเขาอย







