LOGIN“กลิ่นแก้ว” สาวน้อยเมืองกรุงผู้ซึ่งประสบอุบัติเหตุโดนรถชน ย้อนเวลากลับในอดีตชาติเกือบร้อยปี เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งในร่างของ “กลิ่นจันทร์” หญิงสาวบ้านป่าผู้มีกิริยามารยาทเรียบร้อยซึ่งแตกต่างจากตัวเธอโดยสิ้นเชิง และถูกขุนโจรนามว่า “เสือกล้า” ผู้ชายหุ่นล่ำหน้าหล่อคนนั้นอ้างตัวว่าเป็น ‘ผัว’ แล้วอย่างนี้คนที่ไม่เคยผ่านมือชายอย่างเธอ จะเอาตัวรอดจากความหื่นกระหายของเขาด้วยวิธีไหนกันนะ เธอจะติดอยู่ในภพอดีตหรือกลับคืนมาสู่ยุคปัจจุบันอีกครั้ง มาร่วมลุ้นไปพร้อม ๆ กันในนวนิยายเรื่อง ‘ภพลิขิตรัก’
View More“ฮือ ๆ แก้วลูกแม่ ลูกต้องไม่เป็นอะไรนะ ทำไมต้องมาเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นกับลูกสาวฉันด้วยนะ”
เสียงร่ำไห้ของหญิงเลยวัยกลางคนดังขึ้น ในระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังเข็นรถนำร่างหญิงสาวที่นอนนิ่ง มีเลือดสีแดงฉานเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว ตรงไปยังห้องฉุกเฉิน หลังจากไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เธอโดนรถชนขณะกำลังเดินข้ามถนนไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย
ในขณะที่ผู้เป็นแม่กำลังร้องไห้ร้องห่มนั้น กลิ่นแก้ว ผู้เป็นเจ้าของร่างพยายามตะโกนเรียกอยู่ข้าง ๆ จนเสียงแหบแห้งทว่าผู้เป็นแม่กลับไม่ได้ยิน
“แม่คะ แก้วอยู่นี่ค่ะแม่ แม่ได้ยินแก้วไหมคะ”
“เข้าไม่ได้นะครับ รบกวนรออยู่ข้างนอกก่อน”
“ช่วยลูกฉันด้วยนะคะ ฮือ ๆ”
กลิ่นแก้วมองร่างตัวเองถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินด้วยความหวั่นกลัว เห็นแม่ตัวเองนั่งร้องไห้ปานจะขาดใจเธอก็ร้องตาม ทั้งเศร้าและหดหู่ใจเพราะคิดว่าตัวเองคงจะตายแล้วเป็นแน่แท้ ไม่เช่นนั้นวิญญาณคงจะไม่ออกจากร่างเช่นนี้
“ฮือ ๆ แม่คะ แม่ได้ยินหนูไหม หนูอยู่ข้าง ๆ แม่นี่ไงคะ” มือเรียวที่โปร่งแสงพยายามเอื้อมไปสัมผัสแก้มผู้เป็นแม่ แต่ก็ทะลุผ่านไปราวกับร่างของเธอเป็นแค่ภาพที่ฉายออกมาจากโปรเจคเตอร์เท่านั้น
“ถ้าแก้วเป็นอะไรไปแล้วแม่จะอยู่ยังไง เรามีกันแค่สองคนนะลูก แก้วต้องเข้มแข็งและออกมาหาแม่ให้ได้นะ ฮือ ๆ”
“แม่จ๋า ฮือ ๆ แก้วขอโทษ แก้วคงไม่อาจกลับไปหาแม่ได้แล้ว แก้วรักแม่นะคะ หากชาติหน้ามีจริงแก้วขอกลับมาเกิดเป็นลูกแม่อีกนะคะ”
วิญญาณของสาวน้อยนั่งลงตรงหน้าผู้เป็นแม่แล้วก้มลงกราบแทบเท้า พนมมือเงยหน้าขึ้นมาน้ำตาไหลพรากราวจะขาดใจ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนร่างของตัวเองกำลังถูกดูดจากอะไรสักอย่าง ดวงวิญญาณค่อยแตกเป็นละอองเล็ก ๆ แล้วลอยหายขึ้นไปบนอากาศ
x o x o x o x o x o x
พุทธศักราช 2464
ณ หมู่บ้านดงไพร หมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาห่างไกลจากผู้คน คนทั่วไปต่างก็รู้จักกันในนามหมู่บ้านของ เสือกล้า ซึ่งเป็นโจรผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง จากการปล้นจี้พวกเศรษฐีแล้วนำเงินและข้าวของมาช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ จนกลายเป็นโจรที่เป็นฮีโร่ของชาวบ้านไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
ทว่าในเวลานี้เสือกล้าผู้โหดเหี้ยมนั้นกลับกำลังยืนร้องไห้อย่างหมดสภาพ นั่นเพราะเมียรักที่ครองคู่กันมานานหลายปีนามว่า กลิ่นจันทร์ บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงแค่ร่างที่ไร้วิญญาณ ที่แย่ไปกว่านั้นคือไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตของเจ้าหล่อน ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย ไม่มีอะไรบ่งชี้สาเหตุการเสียชีวิต ทุกคนในหมู่บ้านจึงคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าเป็นเพราะกลิ่นจันทร์ทำผิดผีเจ้าป่าเจ้าเขาที่ปกปักรักษาหมู่บ้าน สอดคล้องกับคำบอกกล่าวของ พ่อหมอสิงห์ คนเก่าแก่ของหมู่บ้าน และเป็นผู้นำทางพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นที่เคารพนับถือของทุก
“จันทร์เมียรักของข้า ทำไมเอ็งถึงได้อายุสั้นอย่างนี้ แล้วจากนี้ไปข้าจะมีชีวิตอยู่ยังไง” เสือกล้ามองใบหน้าอันซีดเซียวของเมียรักอย่างอาลัยอาวรณ์ หน่วยตาคมคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ ก่อนจะหยดแหมะลงบนหน้าผากอันซีดเซียวที่กำลังนอนนิ่งอยู่ในโลงไม้
“อย่าทำให้ศพเปื้อนน้ำตาสิลูก เดี๋ยววิญญาณของจันทร์มันก็เป็นห่วงไม่ไปผุดไปเกิดหรอก” บุหงา ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยายามเอ่ยเตือนลูกชาย
“เป็นอย่างนั้นก็ดีสิจ๊ะแม่ ฉันจะได้อยู่กับแก้วตลอดไป”
“ถ้าอย่างนั้นเอ็งก็เป็นคนเห็นแก่ตัวน่ะสิ แต่คนที่ทุกข์ทรมานมันก็คือจันทร์นะ”
“ฉันรักมันมากจนทำใจไม่ได้จ้ะแม่ เห็นกันอยู่หลัด ๆ แท้ ๆ”
“เอาน่า นังจันทร์มันไปดีแล้ว ก็เหลือแต่เรานี่ล่ะที่จะต้องอยู่ชดใช้เวรกรรมกันต่อไป”
“ถ้าร่ำลากันเสร็จแล้วก็ถอยออกมาเถอะเสือกล้า ให้ไอ้พวกนั้นมันนำศพนังจันทร์ขึ้นไปบนกองฟอนสักที นี่มันก็ใกล้ถึงฤกษ์ยามแล้วนะ” พ่อหมอสิงห์เดินเข้ามาบอก หลังจากปล่อยให้เสือกล้าร่ำลาเมียรักอยู่นาน
ตอนนี้ชาวบ้านต่างก็พากันยืนล้อมรอบกองฟอน ที่เตรียมไว้สำหรับพิธีเผาศพของกลิ่นจันทร์โดยเฉพาะ ต่างก็ซุบซิบนินทาถึงสาเหตุการตายของร่างไร้วิญญาณ
“จ้ะพ่อหมอ” เสือกล้ายอมถอยออกมา ทั้งที่สายตาคมยังคงจ้องมองร่างไร้วิญญาณของกลิ่นจันทร์ หยาดน้ำตาของขุนโจรผู้โด่งดังไหลหลั่งลงมาอย่างไม่อาย
“ไปสบายเถอะนะนังจันทร์ ข้าดีใจที่เคยมีสะใภ้ดี ๆ อย่างเอ็ง”
“หากชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้เกิดมารักกันอีกครั้งนี้จันทร์เมียพี่”
ในขณะที่เสือกล้ากำลังยืนไว้อาลัยให้กับเมียรัก ชายหนุ่มในหมู่บ้านต่างก็กำลังช่วยยกโลงศพของกลิ่นจันทร์ไปวางไว้กองฟืนขนาดใหญ่ เพียงพอที่จะเผาร่างอันไร้วิญญาณนั้น ให้มอดไหม้จนเหลือเพียงเถ้าถ่าน
พ่อหมอสิงห์ที่อยู่ในชุดพราหมณ์สีขาว กำลังพนมมือร่ายคาถาอะไรบางอย่างต่อหน้าศพ ในวินาทีนั้นลมก็พัดแรงราวกับกำลังจะมีพายุใหญ่ ต้นไม้โอนเอนตามทิศทางลม ใบไม้แห้งและฝุ่นลอยคลุ้งไปทั่วทั้งบริเวณ จนชาวบ้านต่างก็ยกมือขึ้นมาปัดป้องด้วยความตื่นกลัว
“เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย หรือว่าจะเป็นอิทธิฤทธิ์ของผีเจ้าป่าเจ้าเขากำลังพิโรธ”
“ข้าว่าต้องใช่แน่ ๆ นังจันทร์มันต้องทำผิดผีอะไรบางอย่างแน่ ๆ”
“จะต้องมีคนตายอีกกี่ศพเพื่อสังเวยการพิโรธของท่านในครั้งนี้”
หลังจากพูดคุยกับผู้ใหญ่แล้ว ก็ถึงเวลาที่กวินภพจะพาแขกผู้มาเยือนเยี่ยมชมภายในบ้าน ซึ่งดูเหมือนว่ากลิ่นแก้วจะสนใจเรื่องราวของคุณปู่ชายหนุ่มเป็นพิเศษเขาพาเธอเดินเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัวของผู้เป็นปู่ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้มีคนพักอาศัยอยู่แล้ว กลายเป็นห้องเก็บความทรงจำดี ๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ระลึกถึงเท่านั้นกลิ่นแก้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งของมีทั้งอายุและคุณค่าทางจิตใจ กรอบรูปถูกติดไว้บนผนังห้องจำนวนมาก ข้าวของเครื่องใช้ที่ดูยังไงก็ไม่เป็นที่นิยมในยุคนี้ เธอไม่นึกเลยว่าจากเด็กบ้านนอกตัวมอมในป่าในเขา จะย้ายถิ่นฐานมาอยู่ถึงเมืองหลวงได้อย่างนี้“คุณปู่ท่านเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่าเอาไว้ ท่านสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้ลูกหลานคนไหนขายมันไปเด็ดขาด”“ท่านเป็นคนมีรสนิยมนะคะ ของแต่ละอย่างน่าสนใจทั้งนั้น ว่าแต่ท่านเป็นคนสุพรรณแล้วเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ ได้ยังไงคะ” เธอถามขณะที่ทั้งสองกำลังเดินชมรอบห้องอย่างสบายใจ“พอท่านเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก็ไปสมัครเป็นทหารครับ คุณปู่ท่านเป็นคนขยันและนิสัยดีทำให้เจ้านายรักเลยส่งเสียให้เรียนต่อเป
กลิ่นแก้วเดินตามหลังชายหนุ่มขึ้นมาบนเรือนไม้ ก็เจอกับผู้หญิงสองคนกำลังนั่งร้อยมาลัยอยู่ที่ศาลากลางเรือนแผ่นหลังทั้งสองนั้นช่างคุ้นตาเสียจริง ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน“คุณแม่ครับ พี่ตาล ผมมาแล้ว”เสียงนั่นทำให้เจ้าหล่อนทั้งสองหันมามอง เมื่อเห็นใบหน้าคนทั้งสองอย่างถนัดตา ดวงตาสวยก็เบิกโพลงด้วยความตกใจปนดีใจ คนทั้งสองมีใบหน้าคล้ายกับคนที่เธอเคยรู้จักในหมู่บ้านดงไพรมากเหลือเกิน ราวกับคนเดียวกัน“อ้าวมาแล้วหรือภพ” คนเป็นแม่ส่งยิ้มให้ลูกชาย ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเอ็นดู“สวัสดีค่ะ” กลิ่นแก้วยกมือไหว้คนทั้งสองอย่างถ่อมเนื้อถ่อมตัว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำกำลังจะร้องไห้ เมื่อเห็นบุหงาและกลิ่นจันทร์อยู่ตรงหน้านี้อีกครั้ง แม้ว่าคนทั้งสองจะจำไม่ได้ แต่เธอจำได้แม่น และคิดว่าต้องใช่แน่ ๆ คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ได้มาเจอทุกคนในภพปัจจุบันทุกอย่างจะต้องถูกลิขิตไว้หมดแล้ว...“หนูเป็นอะไรลูก ทำไมร้องไห้อย่างนั้นล่ะ” กานดาเอ่ยด้วยความรู้สึกตกใจ เมื่อเห็นผู้มาใหม่ร้องไห้เมื่อเจอกั
วันเวลาล่วงผ่าน ทุกชีวิตบนโลกล้วนแต่ดำเนินไปตามวิถีของใครมัน ตามแต่จะออกแบบและขีดเส้นให้กับตัวเอง ก็เหมือนตอนนี้ที่กลิ่นแก้วกำลังลิขิตชีวิตรักของตัวเอง โดยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกวินภพให้มากยิ่งขึ้นตอนนี้เธอรักษาตัวจนหายเป็นปกติทุกอย่างแล้ว และได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตวัยเรียนอย่างเป็นทางการเสียที การพบปะเพื่อนใหม่ทำให้คลายความคิดถึงหมู่บ้านดงไพรไปได้เยอะพอสมควร แม้ในบางคืนอาจจะฝันร้ายอยู่บ้างก็ตามที“แม่คะ แก้วไปมหา’ ลัยก่อนนะคะ”“อ้าว! ไหนบอกแม่ว่าวันนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรือ”“พอดีว่าคุณภพจะพาไปเยี่ยมบ้านเขาน่ะค่ะ”“รู้สึกว่าช่วงนี้คุณภพจะแวะเวียนมาบ้านเราบ่อยนะ มีอะไรยังไม่ได้บอกแม่หรือเปล่าเนี่ย” จันทร์ระวีมองหน้าพลางยิ้มให้ลูกสาว ที่ตอนนี้ยืนสะพายกระเป๋าผ้าใบโตในชุดนักศึกษาเรียบร้อย“แก้วรักคุณภพค่ะแม่ รักมาตั้งนานแล้ว แต่เรายังไม่ได้คบกันหรอกค่ะ” เธอบอกความจริงอย่างไม่เคอะเขิน เพราะมั่นใจแล้วว่าถึงอย่างไรก็จะคบกับผู้ชายคนนี้ให้ได้“แ
“อ้อ รู้จักกันมาพักใหญ่แล้ว ฉันยังไม่รู้เลยว่าคุณทำงานอะไร”“ผมเป็นนักสังคมสงเคราะห์ครับ”“ว้าว! จริงหรือคะ แสดงว่าคุณเป็นคนที่จิตใจดีมาก ๆ”“แก้วก็ชมผมเกินไป ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ว่าแต่...กำลังอ่านอะไรอยู่หรือครับ” ชายหนุ่มอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นหนังสือที่เจ้าหล่อนถืออยู่ มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน“กำลังอ่านประวัติขุนโจรของเมืองไทยในอดีตค่ะ” เธอว่าพลางยกหนังสือขึ้นมาให้ฝ่ายชายดูเห็นแล้วกวินภพก็ยิ้มกริ่มออกมา เขาจำได้ดีว่านั่นคือหนึ่งในหนังสือที่คุณปู่ได้เขียนเอาไว้ก่อนจะสิ้นใจ“ชอบธรรม กลิ่นสุพรรณ บังเอิญจังเลยนะครับ หนังสือเล่มนี้คุณปู่ของผมเป็นคนเขียนเอง”“จริงหรือคะ บังเอิญมาก ๆ เลย ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้หลานของคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ จะมานั่งอยู่ตรงหน้าฉัน”“ผมดีใจนะที่คุณชอบหนังสือเล่มนี้ คุณปู่ของผมท่านตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาก เพราะมันมาจากประสบการณ์โดยตรงของท่านเอง”“หมายความว่า...คุณปู่ของคุณเคยเป็นโจรมาก่อนอย่างนั
“ข้าว่า...เราอยู่ที่นี่กันเถอะ ข้าไปไหนไม่ได้จริง ๆ” น้ำเสียงคนพูดสั่นจนน่าตกใจกลิ่นแก้วรู้สึกสงสารคนเป็นสามีเหลือเกิน คงจะสับสนกับความคิด สิ่งที่โดนบังคับกับจิตใต้สำนึกคงกำลังตีรวนกันจนทำให้มีอาการเช่นนั้น“พี่กล้า! พี่ไม่รักฉันหรือ ทำไมถึงไม่ยอมไปด้วยกัน”
“ข้ากับสาลี่ไม่เคยมีอะไรกัน เอ็งคิดมากไปเอง แล้ววันนั้นข้าก็ไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน สาลี่มันมากอดข้าเอง ไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าไม่มีทางนอกใจเอ็งเด็ดขาด” เสือกล้าสารภาพออกมาอย่างหมดเปลือกบ้างเช่นกัน“แล้วทำไมวันนั้นพี่ไม่บอกฉัน ทำไมถึงตัดรอนฉันอย่างนั้น&r
ในคืนเดือนมืดที่ทุกชีวิตกำลังนอนหลับใหลอยู่นั้น กลิ่นแก้วก็ได้ยินเสียงใครบางคนเอ่ยเรียก เสียงที่คุ้นหูยังคงดังให้ได้ยินเรื่อย ๆ จนเปลือกตาสวยค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ“กลิ่นแก้ว ฮือ กลิ่นแก้ว”“กลิ่นจันทร์! เธออยู่ที่ไหน” กลิ่นแก้วเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไ
“ปิ่นนี้มีพลังแห่งรักที่รุนแรงมาก หากมันเป็นของจันทร์จริง ๆ ข้าก็จะใช้ปิ่นนี้ติดต่อกับดวงวิญญาณของนังจันทร์ เพราะหากแม้คนเราจะตายไปแล้วแต่ดวงจิตจะยังผูกติดกับของรักนั่นเอง”“แต่ครั้งล่าสุดที่จันทร์มาเข้าฝันฉัน จันทร์บอกว่าถูกขังและคงไม่มีโอกาสออกมาอีกแล้ว อย่างนี้มันจะได้





