Mag-log in“อัปสรจ๋า วันนี้อัปสรกลับไปก่อนนะจ๊ะ ผมจะให้คาร์เมนไปส่ง แล้วคืนนี้ผมจะโทรไปหา”
เบนนิโต้พูดเสียงหวานกับศรีอัปสรแล้วหันทำตาดุใส่คาร์เมน อยากจะโกรธเพื่อนอยู่เหมือนกัน แต่รู้ดีว่าถ้าเมษาต้องการอะไรแล้วเธอจะต้องทำให้ได้การขัดขวางก็ทำได้ยาก เพราะหญิงสาวชอบยกอันโตนิโอ้มาอ้าง ที่เขาเคยถามพี่ชายไป ทำไมยอมเป็นเครื่องมือให้เมษาข่มขู่น้องชายอย่างเขา พี่ชายก็เอาแต่หัวเราะและตอบแค่ว่า
“เอาน่าวันหนึ่งแกจะรู้คำตอบเอง แล้วแกจะต้องขอบใจพี่ที่ทำอย่างนี้ด้วย” จนถึงตอนนี้มันก็หลายปีแล้วแต่เขาก็ยังไม่รู้คำตอบที่พี่ชายเคยบอกไว้สักที และเริ่มที่จะหงุดหงิดอารมณ์เสียเพราะโดนเมษาก่อกวน
“นายไปส่งอัปสรที่คอนโดให้เรียบร้อยนะคาร์เมน แล้วรีบกลับมา ก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ไม่อยู่ฆ่าหมาแถวนี้ตายไปเสียก่อน”
เบนนิโต้หันหน้าไปทางเมษา ไม่รู้ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงชอบมาขัดขวางและทำลายอารมณ์สุนทรีย์ในตัวเขาได้บ่อยๆ จะบอกว่าเป็นเพราะรัก ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เขาไม่อยากเชื่อ เพราะเมษาก็มีผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลัง ซึ่งเขาก็เคยเจอกับตัวเองแล้วตอนที่ไปหามีนาที่บ้าน
เมษายืนดูผู้ชายพวกนั้นต่อยกันได้หน้าตาเฉยเสียด้วยซ้ำ ความจริงเขาก็อยากจะรู้เหมือนกัน เมษามีดีอะไร ทำไมชายหนุ่มหลายคนถึงได้ติดใจเธอกันนัก แต่ติดเขารักและเกรงใจมีนา ไม่เช่นป่านนี้เมษาอาจจะสมใจ ได้มีอะไรกับเขาสมอยากไปแล้วก็ได้
เบนนิโต้ปรายตามองเมษาอย่างที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นอย่างไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดเสียดสีของเขา
“ครับนาย”
“อัปสรจ๋า ฮันนี่กลับไปก่อนนะจ๊ะ แล้วผมจะโทรหา” เบนนิโต้จุมพิตศรีอัปสรอย่างร้อนแรงต่อหน้าเมษา หวังว่าเธอจะลุกขึ้นเต้นห้ามและหลุดปากเรื่องพี่เอออกมาบ้าง แต่หญิงสาวกลับส่งเสียงหวานให้แก่แม่เพื่อนรักที่ช่างนำแต่สิ่งไม่ดีทำให้คนอื่นเขาหงุดหงิดได้เสมอแทน
“กานจ๋า ตัวเองออกไปรอเราข้างนอกนะจ๊ะ อย่าปล่อยให้อีตาน้ำแข็งตกผลึกหน้าเตารีดเข้ามาขัดจังหวะการพลอดรักของเรากับพี่บีได้ล่ะ” เมษายิ้มทำตาวับวาวใส่เบนนิโต้ที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับน้ำเสียงหวานแสบไส้ของเธอ
“ได้จ้าเพื่อนรัก เต็มที่เลยนะ ทางนี้เดี๋ยวเราจัดการเอง”
กานพลูรับคำ ก่อนจะเดินตามร่างสูงใหญ่ที่เลิกคิ้วมองเมษาอย่างสงสัย คาร์เมนจ้องหน้าเมษาเต็มๆ เพียงได้เห็นรอยยิ้มหวานและเชือดเฉือนจากดวงตาคู่นั้น ทำให้เขาอยากจะหัวเราะให้ลั่นห้อง ครั้งแรกที่ได้ยินฉายานี้เขาถึงกับโกรธจนควันออกหู รีบควานหาตัวคนตั้งฉายานี้ให้อยู่เป็นนานแต่ก็ไม่เจอเสียที
แล้วความจริงก็ปรากฏในวันนี้เอง เขาได้ฉายาบ้าๆ นี่มาจากยายจอมจุ้นเมษา คนที่ทั้งเขาและเบนนิโต้ไม่อยากให้มาอยู่ใกล้ๆ นี่เองสงสัยว่าฝีมือของเขาจะตกเสียแล้ว ถึงได้มองข้ามเมษาไปได้
คาร์เมนสลัดศีรษะเล็กน้อยขณะเดินตามร่างศรีอัปสรไป
“ไงคะพี่บี เสียดายมากหรือไงคะ” เมษาอดแขวะเบนนิโต้ไม่ได้
“ใช่ เสียดาย” เบนนิโต้รับหน้าตาย เขามองหน้าขาวสวยของเมษาอย่างเกรี้ยวกราด
“เสียดายมาก จะตามไปใหม่ก็ยังทันนะคะ น้องเมย์ไม่ได้ว่าไม่ได้ห้ามพี่บีสักหน่อย” เมษาพิงพนักเก้าอี้มองเบนนิโต้ตาเป็นประกาย ปากก็พูดจากประชดประชัน ถ้าตอนนี้คุณป้าดากับคุณลุงเปรโดยังอยู่ เบนนิโต้คงจะไม่แสดงพฤติกรรมแบบนี้ใส่เธอ คิดแล้วให้เสียใจและน้อยใจที่สุด ตอนที่ฝังศพท่านทั้งสอง คนที่ได้ยืนอยู่เคียงข้างเบนนิโต้หาใช่เธอไม่ แต่กลายเป็นยายปีศาจมีนา
เบนนิโต้กระชากแขนเมษาขึ้นมาจากโซฟา “เธอนี่มันนางแม่มดดีๆ นี่เองเมษา เมื่อไหร่ที่เธอจะตายไปจากชีวิตฉัน!” เบนนิโต้เขย่าตัวเมษาอย่างไม่ปรานีปราศรัย ไม่สนใจว่าร่างบางจะเจ็บแค่ไหนกับการกระทำของตนรู้เพียงแค่ว่าเขารังเกียจและเกลียดหญิงสาวตรงหน้ายิ่งนัก
เมษาเม้มปากแน่นกลั้นเสียงร้องเพราะแรงจิกจากมือเบนนิโต้ที่เขย่าตัวเธอจนหัวส่ายคลอนไปมา “ถ้าน้องเมย์เป็นแม่มด มีนาคงจะเป็นนางฟ้าสำหรับพี่บีซินะคะ พี่บีถึงจะแต่งงานกับพี่มีนานะ”
“ใช่น้องมีนาเป็นนางฟ้าสำหรับฉัน ทั้งสวยทั้งเก่งผิดกับเธอนังแม่มด ปากเสีย ร่านผู้ชาย คงคิดซินะว่าจะใช้ร่างกายเน่าเฟะและมีหนอนชอนไชของเธอมาจับฉันได้ บอกตรงๆ ต่อให้เธอแก้ผ้าล่อนนอนแบต่อหน้าต่อตา ฉันยังไม่อยากจะมองให้เสียสายตาเลย ฉันรับไม่ได้ กระเดือกเธอไม่ลงจริงๆ ” เบนนิโต้กวาดตามองเมษาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอย่างสมเพชเวทนาและดูถูกดูแคลนปากก็ยิ้มเยาะ
เมษาน้ำตาไหลพรากเพราะคำพูดบาดใจที่เบนนิโต้กล่าวหา อย่างเธอนี่นะ จะยอมแก้ผ้าให้ผู้ชายทำอย่างว่า ถึงจะรักเขาสักเพียงใด แต่อย่าหวังว่าคนอย่างเธอจะยินยอมให้เขาทำเหมือนผู้หญิงข้างถนน
“พี่บีคิดผิดแล้วละคะ ถึงน้องเมย์จะรักพี่บีขนาดไหน แต่อย่างหวังเลยว่าน้องเมย์จะยอมนอนแบให้พี่บีทำอย่างว่า ถึงจะเลวแค่ไหน แต่ก็ยังรักยังมีศักดิ์ศรีเหมือนกัน จะไม่ยอมเป็นเหมือนกับผู้หญิงที่บีเอ่ยปากคำเดียวก็ยอมทอดกายให้เชยชมหรอกค่ะ”
เมษาตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้เบนนิโต้เหมือนกัน เรื่องอะไรจะให้เขาดูถูกเธออยู่ฝ่ายเดียวล่ะ ถึงจะเป็นฝ่ายวิ่งไล่จับ แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ยกร่างกายให้เชยชมเช่นผู้หญิงคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาหรอกนะ นอกจากว่าเขาจะใช้กำลังกับเธอเท่านั้น
“ที่พูดมาแนะ แน่ใจแล้วใช่ไหมเมษา แต่ฉันระหว่างคำพูดกับการกระทำของเธอมันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ ปากก็พูดว่ารักศักดิ์ศรีและเป็นกุลสตรีแต่เที่ยววิ่งไล่จับผู้ชาย หน้าไม่อายอย่างนี้ ฉันว่าเธอคงไม่เหลือความบริสุทธิ์มาตั้งแต่เด็กแล้วมั้ง” เบนนิโต้เอ่ยเชือดเฉือนใจอีกฝ่าย ยิ่งได้เห็นใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อค่อยๆ ซีดลงและซีดลงแล้วเขายิ่งสะใจ
เมษาดิ้นพล่าน พยายามทุบตีเบนนิโต้เผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดของร่างกายและจิตใจ เพราะวาจาอันแสนจะร้ายกาจที่สะท้อนดังก้องอยู่ในหัว แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ยังหยอกล้อกับร่างกายของเธอราวกับว่ามันเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง ก่อนจะแทรกกายแกร่งและใหญ่โตเข้ามาในร่างกายเธออีกครั้ง“ไม่นะ! ไม่...เอาออกไปนะไอ้คนใจร้าย ฮือๆ น้องเมย์ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่พี่บีเห็นเป็นดอกไม้ริมทาง ที่จะเด็ดมาชมแล้วโยนทิ้งให้เหี่ยวเฉาอยู่ในถังขยะนะ” เมษาดิ้นหนีกายแกร่ง แต่กลับถูกเบนนิโต้กอดรัดจนแนบชิด เขาดันกายอรชรขึ้นนั่งบนเอวสอบและดันแผ่นหลังเนียนนุ่มเข้ามาจนปลายยอดอกสีชมพูระเรื่อตรงกับปาก“ไม่ใช่หรือเมษา แต่ฉันว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้หญิงข้างถนนของแท้เลยล่ะ และจะไม่เป็นที่ต้องการของใครคนไหนอีก ถ้ารู้ว่าเธอมันเลวชาติและเปรอะเปื้อนคาวโลกีย์แล้ว จะไม่มีผู้ชายดีๆ คนไหนต้องการเธออีกแล้ว นอกจากไอ้ผู้ชายที่มันสีเดียวกับเธอ ผู้ชายสีดำไงเมษา!”เบนนิโต้อ้าปากกัดยอดทรวงสีชมพูเบาๆ สะโพกก็ขยับถาโถมเคลื่อนไหวเข้าหาหญิงสาวไม่หยุดยั้ง ขณะที่ปากก็ขบกัดดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูหดเกร็งอย่างย่ามใจเมษาปวดร้าวใจแทบจะขาดเพราะคำพูดและ
“แค่นี้น้องเมย์ยังเจ็บไม่พอ...ยังไม่สาแกใจพี่บีใช่ไหมคะ เอาซิ จะให้ตายตรงนี้ก็ได้ ยังไงพี่บีก็ฆ่าน้องเมย์ให้ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว” เมษาโต้กลับทั้งที่เธอเริ่มจะวาบหวามปั่นป่วนเพราะมือที่ลูบไล้ไปทั่วกายา ไหนจะใบหน้าคมคร้ามที่ไม่ละห่างจากสองทรวงอกกลมกลึง กายแกร่งก็ขยับไหวโยกไปมาอย่างช้าๆ เหมือนต้องการให้เธอชินกับการมีเขาเป็นส่วนหนึ่ง“ไม่ล่ะ ฆ่าเธอทิ้ง ฉันเสียดายแย่ เอาไว้เป็นนางบำเรอสักพักดีกว่า” เบนนิโต้ขยับเคลื่อนกายจากที่นุ่มนวลอ่อนโยนก็เริ่มรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเมื่อเมษาตอบสนอง“น้องเมย์ไม่ยอมให้พี่บีทำอย่างนั้นง่ายๆ แน่” ใจแข็งไว้ซิเมษา แค่นี้เธอก็ถูกเขาประณามหยาบเหยียดจนไม่มีหน้าจะไม่มองใครแล้ว แต่...สัมผัสที่ชายหนุ่มทุ่มลงมา แม้ใจจะบอกว่าอย่าแต่กายกลับโอนผ่อนและสนองตอบไป“แล้วเธอจะขัดขืนฉันได้ยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอ...” เบนนิโต้หัวเราะ เมื่อเขาถอยห่าง เมษาก็ผวากอดและตอบสนองเขาอย่างไม่ประสาที่ทำให้เขายิ่งปวดร้าวเพราะความต้องการมากล้น กายแกร่งขยับไหวเคลื่อนไปราวกับอาชาที่วิ่งอยู่ในท้องทุ่งกว้าง“หยุดฉันไม่ได้ แล้วยังต้องการให้ฉันช่วยผ่อนคลายดับกระหายอยากที่เป็นอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง”เ
“ร้ายกาจใช่ไหม” เมษามองเบนนิโต้ด้วยสายตาตัดพ้อ “บอกมาซิ น้องเมย์เลวจนพี่บีไม่อยากจะมองหน้าใช่ไหม เลวจนพี่บีอยากจะบีบคอให้ตายอยู่ตรงนี้ใช่ไหม”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“หนูเมย์ตอบหน่อย แกเป็นไงบ้าง” กานพลูตะโกนถามอย่างเป็นห่วงเมษาอ้าปากจะตอบกลับไปแต่ไม่ทันเบนนิโต้ที่จับตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“คาร์เมนฉันรู้ว่านายอยู่แถวนั้น พายายนั่นไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่” เบนนิโต้ตะโกนกลับไปสองมือกำรอบลำคอเมษาและเขย่าอย่างแรงจนหัวสั่นคลอน“นายครับผู้ชายคนนั้นเพียงแค่คุยกับคุณมีนา สอบถามเรื่องกานพลูกับเมษาเท่านั้นเองครับ” คาร์เมนตะโกนบอกผู้เป็นนาย“ฮือ...” เบนนิโต้ส่งเสียงรับรู้ เขาจับแขนเมษาบีบไว้ พลางถามคนตรงหน้าเสียงเคร่งเครียด “พูดอีกครั้งซิเมษา พูดอีกครั้ง”คาร์เมนลากตัวกานพลูลงไปยังชายหาด เพราะเขากลัวว่าถ้าอยู่นานอีกนิด หญิงสาวอาจโดนเบนนิโต้ออกมาทำร้ายได้ เพราะแค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้แล้วว่านายโกรธจัดขนาดไหน“ปล่อยกานนะคาร์เมน จะพากานไปไหน ปล่อยซิ” กานพลูพยายามสะบัดมือ แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ จำใจต้องไปตามแรงลาก แต่ก็ไม่วายส่งเสียงแปดหลอดใส่ชายหนุ่ม“ปล่อยนะไอ้บ้าคาร์เมน กานไม่ไปไหนด้วย
“ฮื่อ” คาร์เมนพยักหน้า แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆ ยามเมื่อเข้าใกล้กานพลู เริ่มจะอดใจไม่ค่อยไหว อยากแต่จะสัมผัสลิ้มลองลิ้มรสเนื้อหอมหวานปานน้ำผึ้งของหญิงสาวกานพลูจัดการกับตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย จึงวิ่งออกจากห้องนอนคาร์เมนไปอย่างเร็ว โดยไม่สนใจคนที่เดินตามออกมา เพราะเป็นห่วง กลัวว่าเบนนิโต้อาจจะพลั้งมือทำร้ายเมษาจนเพื่อนเธออาจจะเข้าโรงพยาบาลอีกก็ได้ในห้องนอนเบนนิโต้มืดมิด...หากก็ยังพอมีแสงสว่างที่ส่องเข้ามา ทำให้เมษาเห็นหน้าคนที่พาเธอเข้ามา เขาเป็นเหมือนกับมัจจุราชที่กำลังพาเธอไปสู่นรกขุมสุดท้ายเบนนิโต้จับแขนเรียวยาวบีบอย่างแรงจนเมษานิ่วหน้า เพราะความเจ็บ หากเธอก็ไม่ปริปากร้องขอความเห็นใจจากคนที่ยิ่งเห็นเธอร้องไห้ก็ยิ่งสะใจที่ได้ทำร้ายกันไม่! อย่าร้องสิเมษา แต่...เธอก็ข่มกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ไม่ขาดสาย“ตกลงเธอจะบอกเบอร์โทรศัพท์ของไอ้บ้านั่นให้ฉันได้หรือยังเมษา” ชายหนุ่มถามพลางเหวี่ยงเมษาอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปกระทบกับขอบเตียง จนเธอถึงกับจุกก่อนจะล้มกองกับพื้นหญิงสาวเงยหน้ามองเบนนิโต้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ยกมือจับหัวไหล่ที่โดนกระแทกกับขอบเตียง กัด
คาร์เมนมองสบตากานพลูขณะมือก็แกะกระดุมเสื้อหญิงสาวออกทีละเม็ดจนหมด เผยผิวขาวนวนเนียนราวกับไข่ปอก ชายหนุ่มลากไล้ปลายนิ้วผ่านทรวงอกกลมกลึงช้าๆ“หยุด...หยุดนะคาร์เมน!” กานพลูยกแขนข้างหนึ่งปิดทรวงอก อีกมือก็ดันกายคาร์เมนเอาไว้ จนชายหนุ่มต้องจับสองแขนเรียวไปตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะก้มหน้าลงไปช้าๆหญิงสาวขนลุกชัน ใบหน้านวลสวยเอ่อร้อนและแดงระเรื่อ “หยุดมองนะคาร์เมน...ฉันไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่นายจะลวนลามได้ง่ายๆ นะตาบ้า”กานพลูห้ามเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอชอบคาร์เมนก็จริง แต่การจะให้เขาล่วงเกินโดยไร้คำบอกรัก ไร้การยอมรับจากคนสำคัญ ที่สำคัญคือยังมีการเข้าใจผิดกันอยู่อย่างนี้“หือ...เธอร้องไห้เป็นด้วยเหรอกาน ไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องมาเล่นลูกไม้ใช้น้ำตากับฉันเลย ฉันไม่หลงกลผู้หญิงร้อยเล่ห์เจ้ามารยาอย่างเธอหรอกนะกาน ถ้าจะให้ฉันหยุดก็ได้นะ แต่เธอจะต้องบอกเบอร์โทรศัพท์พี่ชายมาก่อน”บ้าจริง! เขาลืมไปได้ยังไงว่าทำอะไรอยู่ ถ้าหากชักช้ามาไปกว่านี้กลัวมีนาจะเป็นอันตรายจากพี่ชายกานพลูได้ และนายเองก็อาจจะระงับโทสะเอาไว้ไม่ได้ อาจจะเผลอทำร้ายเมษาไปก็ได้“ว่าไงล่ะกาน จะบอกหรือเปล่า”“ไม่บอก!” กานพลูยังคงยืนย
“คนสติดีที่ไหนเขาทำกันเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะถูกบังคับนะ”คาร์เมนเลิกคิ้ว แม้จะเริ่มคิดหนัก เพราะเท่าที่เขาเห็น เมษาเข้มแข็งมิใช่น้อย หญิงสาวมีนิสัยเอื้อเฟื้อและค่อนข้างจะเข้าใจคนอื่น เวลาหยิบจับอะไรคล่องแคล่วทีเดียว“รู้ไหมว่ายายปีศาจมีนานั่นหลอกกานกับหนูเมย์ไปให้เพื่อนปล้ำ นายจะให้เราอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ยายนั่นเล่นงานเอาฝ่ายเดียว ไม่ตอบโต้ใช่ไหม” กานพลูพลิกจากฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเป็นฝ่ายตั้งรับ เธอยิ้มหยันเมื่อสิ่งที่ถามไปครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงและคาดไม่ถึงให้กับคาร์เมนได้ไม่น้อย“เมื่อไหร่” คาร์เมนถามเสียงเยียบเย็นด้วยความไม่พอใจ เขาไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ไม่พอใจมีนาหรือว่าผู้ชายพวกนั้น หรือคนที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้กานพลูค้อนคาร์เมน ก่อนที่จะเล่าต่อด้วยเพลิงโทสะเมื่อย้อนนึกไปถึงตอนนั้นเธอกับเมษาเรียนอยู่มัธยมหก โดนอาอาจารย์วิชาภาษาไทยลงโทษเพราะแอบคุยและแอบทานขนมกันในห้องเรียนเมษาเห็นว่าเย็นมากแล้ว จึงโทรให้คนที่บ้านมารับ แต่ไม่มีใครว่าง มีนาเป็นคนมารับและพาเธอกับเมษาไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ทางเข้าก็ค่อนข้างจะเปลี่ยวและน่ากลัว“เธอพาเราสองคนมาที่นี่ทำไมมีนา” เมษาถามขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่น







