Mag-log inคาร์เมนพยายามแกะตัวเพื่อนเมษาออกไป กว่าที่เขาจะทำได้ก็เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน ชายหนุ่มรีบเดินไปยังห้องอาหารดาวดาราโดยเร็ว
“อีตาบ้า” ห่วงแต่นาย ไม่สนใจสาวสวยอย่างฉันเลยหรือไงกันย่ะ คอยดูนะ ฉันจะทำให้ผู้ชายเย็นชาเป็นน้ำแข็งหน้าเตารีดอย่างนายมาคุกเข่าต่อหน้าให้ได้ ถ้าฉันทำไมได้อย่ามาเรียกฉันว่ากานพลู ศรวิจิตร!
กานพลูมองคาร์เมนอย่างเกรี้ยวกราด เธอเคี้ยวฟันอย่างแค้นใจกับความเฉยชาของชายหนุ่ม แข็งได้แข็งไป เมื่อไหร่อ่อนเป็นไฟเพราะกานพลูคนนี้แล้วนายจะรู้สึก!
หญิงสาวรีบลุกวิ่งตามร่างคาร์เมนไปเพราะความเป็นห่วงเมษาที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะโดนเบนนิโต้ด่าหรือว่าฆ่าตายหมกห้องอาหารไปเสียแล้วก็ไม่รู้
เมษาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เพราะมีนามาทานอาหารที่นี่กับเบนนิโต้บ่อยๆ และชอบไปเล่าให้คนที่บ้านฟัง ไม่ใช่ซิ ต้องบอกว่าเอาเรื่องนี้ไปเยาะเย้ยให้เธอได้เจ็บใจเสียมากกว่า
ทุกครั้งที่มาทานอาหารด้วยกัน มีนาบอกว่าเบนนิโต้จะเปิดห้องอาหารวีไอพีที่ใช้สำหรับผู้บริหารและแขกคนสำคัญเพื่อเธอโดยเฉพาะ โชคดีที่ว่าห้องอาหารดังกล่าวจะมีเพียงห้าห้อง
สี่ห้องที่เหลือจะอยู่ด้านบนชั้นสาม ชั้นเก้า ชั้นสิบห้าและชั้นลอยเพื่อให้ลูกค้าได้กินลมชมวิวจากธรรมชาติริมแม่น้ำบางส่วนจะกั้นด้วยกระจกใสบางส่วนก็ปล่อยโล่ง จะมีก็แค่เพียงชั้นหนึ่งที่ปกปิดมิดชิด คนนอกไม่สามารถมองเห็นได้
เมษารีบเปิดประตูวีไอพีห้องอาหารดาวดารา เพียงแค่เปิดเข้าไปเท่านั้น ปากและมือก็สั่นระริกกับภาพตรงหน้าที่เห็น โซฟาตัวใหญ่กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ใคร่ระหว่างเบนนิโต้กับศรีอัปสรไปเสียแล้ว ใบหน้าชายหนุ่มคลุกเคล้ากับอกอวบขาวผ่องของม่ายสาวเสน่ห์แรงที่เพิ่งจะสูญเสียสามีไปในกองเพลิงเมื่อไม่ถึงเดือนมานี้เอง
หญิงสาวกำมือแน่นสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ สะกดกลั้นใจตัวเองที่กำลังจะระเบิดและเลือดที่ไหลโทรมไม่ให้กรีดร้องกับภาพที่มันช่างกรีดลึกลงบนหัวใจ เธอพาขาที่สั่นระริกเดินไปเรื่อยๆ ขณะปรับสีหน้าให้อ่อนหวานสดชื่น ปากยิ้มกว้างทั้งที่หัวใจกำลังหลั่งน้ำตา
“พี่บีขา ทำไมพี่บีทำอย่างนี้กับน้องเมย์ล่ะค่ะ” เมษาก้าวมานั่งแทรกกลางระหว่างเบนนิโต้กับศรีอัปสรวาดแขนโอบรอบคอเบนนิโต้ ซบหน้ากับอกกว้าง แววตาสั่นระริก ปากเม้มเข้าหากัน น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่
แทนที่เบนนิโต้จะสงสาร เขากลับสมเพชเวทนาขณะปลดมือเมษาออกจากคอและพูดจาบาดหัวใจคนฟังให้แทบจมกองเลือด
“ปล่อยฉันนะเมษา คาร์เมนอยู่ไหน ถึงได้ปล่อยให้หมาบ้าอย่างเธอวิ่งพล่านไล่จับผู้ชายถึงในห้องนี้”
คำพูดที่ออกจากปากเบนนิโต้สร้างความช้ำชอกใจให้เมษาเป็นอย่างมาก แค่ไม่รักเธอไม่ว่า แต่ทำไมคำพูดแต่ละคำที่ออกจากปากเขาถึงเป็นเหมือนกับคมมีดที่กรีดใจดวงน้อยให้เจ็บช้ำจนน้ำตาไหลริน
ศรีอัปสรเบ้ปากมองหญิงที่เขามาขัดจังหวะความสุขระหว่างเธอกับเบนนิโต้อย่างรำคาญระคนสมเพชเวทนากับความหน้าด้านของเมษาที่รู้ทั้งรู้ว่าเบนนิโต้ไม่รัก...ไม่ชอบ ไม่สนใจและยังคอยแต่ผลักไสไล่ส่งด้วยคำพูดหยาบคายรวมไปถึงการกระทำที่ไม่ให้เกียรติ แต่หญิงหญิงสาวก็ยังตามตื๊อเขาอยู่ได้
เธอได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาใจถ้าเป็นน้องเป็นลูกเธอป่านนี้เธอคงจะตบคว่ำไปแล้ว
แต่อย่างว่าละนะ พวกลูกคุณหนู อยากจะได้อะไรต้องเอาให้ได้ จะว่าไปเธอเองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์จากปากสาวๆ ที่เบนนิโต้เคยควงอยู่เล่าเรื่องของเมษาให้ฟังบ้างแล้วเหมือนกัน แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาโดนกับตัวแบบนี้
“พี่บีก็รู้นี่คะ คนอย่างน้องเมย์ ถ้าจะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ อีกอย่างคาร์เมนก็ไม่กล้าทำอะไรน้องเมย์หรอก” เมษาบอกเบนนิโต้เสียงสั่นระริก
“พี่บีขา ทำไมพี่บีถึงใจร้ายกับน้องเมย์นักละคะ ไหนบอกว่าจะพาไปเที่ยวญี่ปุ่น ทำไมพี่บีไม่รักษาสัญญา กลับมาคั่วอยู่กับแม่ม่ายผัวตายคนนี้ล่ะค่ะ” เมษาดัดเสียงอ่อนหวานขณะชี้มือไปหาศรีอัปสร
“เธอเอาอะไรมาพูดนะเมษา ฉันนี่นะ พาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่น แค่เมืองไทย เธอก็ให้ฉันพาไปให้ได้เสียก่อนเถอะ” เบนนิโต้ผลักร่างเมษาออกจากตัว เขาลุกขึ้นยืนยื่นมือให้ศรีอัปสรจับ “อัปสรจ๋า เราอย่าอยู่แถวนี้เลยจ้ะ ผมรู้สึกว่าแถวนี้เริ่มจะมีกลิ่นเหม็นเน่าตุๆ ลอยมาจนผมหายใจไม่ออก”
เมษากลั้นอารมณ์โกรธกรุ่นที่กำลังพุ่งปรี๊ดเพราะปากเบนนิโต้ “อย่างนั้นเหรอคะพี่บี สงสัยที่พี่เอบอกน้องเมย์มา มันก็คงจะจริงเสียล่ะมั้ง” เมษาแอบอ้างถึงอันโตนิโอ้พี่ชายของเบนนิโต้ที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ
“พี่เอบอกอะไรเธอมาเมษา” เบนนิโต้ถามเสียงเกรี้ยวกราดมองเมษาที่นั่งเอามือกอดอกยกขาไขว่ห้างและกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า อย่างน้อยเบนนิโต้ก็ยังรักและเกรงใจพี่ชายคนเดียว ถ้าหากจะทำอะไรรุนแรงกับเธอก็ต้องคิดหนัก
“ก็บอกว่า...” เมษาเล่นลิ้น “บอกดีหรือเปล่าน้า...ไม่บอกดีกว่า ถ้าพี่บีอยากรู้ก็ต้องทำตามที่น้องเมย์บอก ข้อแรกคือปล่อยยายแม่ม่ายผัวตายไปก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกัน แต่ถ้าไม่...คืนนี้พี่บีก็เตรียมตัวรับโทรศัพท์จากพี่เอได้เลย”
เมษายิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายอย่างสนุกสนาน ยิ่งมองเห็นหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเบนนิโต้ เธอยิ่งชอบใจจนแทบจะลุกขึ้นเต้นละตินได้ “ว่าไงคะพี่บี....จะเอายังไงดี”
เมษาลอยหน้าลอยตาถามพร้อมกับส่งยิ้มให้กานพลูที่เดินตัดหน้าคาร์เมนเข้ามานั่งใกล้ๆ กับเธอ
เมษายิ้มเยาะเย้ยคาร์เมนที่เดินหน้าตาถมึงทึงดวงตาคมดุเหมือนกับคมมีดมองเธอด้วยความเกรี้ยวกราด ก็รู้หรอกนะว่าคาร์เมนต้องโกรธจนอยากจะเอามือใหญ่ๆ นั่นมาบีบคอสวยๆ ให้หักเป็นท่อน เพราะปล่อยให้เธอเข้ามาขัดขวางความสุขของเจ้านายสุดที่รัก
เมษาดิ้นพล่าน พยายามทุบตีเบนนิโต้เผื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดของร่างกายและจิตใจ เพราะวาจาอันแสนจะร้ายกาจที่สะท้อนดังก้องอยู่ในหัว แต่ชายหนุ่มกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ยังหยอกล้อกับร่างกายของเธอราวกับว่ามันเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง ก่อนจะแทรกกายแกร่งและใหญ่โตเข้ามาในร่างกายเธออีกครั้ง“ไม่นะ! ไม่...เอาออกไปนะไอ้คนใจร้าย ฮือๆ น้องเมย์ไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่พี่บีเห็นเป็นดอกไม้ริมทาง ที่จะเด็ดมาชมแล้วโยนทิ้งให้เหี่ยวเฉาอยู่ในถังขยะนะ” เมษาดิ้นหนีกายแกร่ง แต่กลับถูกเบนนิโต้กอดรัดจนแนบชิด เขาดันกายอรชรขึ้นนั่งบนเอวสอบและดันแผ่นหลังเนียนนุ่มเข้ามาจนปลายยอดอกสีชมพูระเรื่อตรงกับปาก“ไม่ใช่หรือเมษา แต่ฉันว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้หญิงข้างถนนของแท้เลยล่ะ และจะไม่เป็นที่ต้องการของใครคนไหนอีก ถ้ารู้ว่าเธอมันเลวชาติและเปรอะเปื้อนคาวโลกีย์แล้ว จะไม่มีผู้ชายดีๆ คนไหนต้องการเธออีกแล้ว นอกจากไอ้ผู้ชายที่มันสีเดียวกับเธอ ผู้ชายสีดำไงเมษา!”เบนนิโต้อ้าปากกัดยอดทรวงสีชมพูเบาๆ สะโพกก็ขยับถาโถมเคลื่อนไหวเข้าหาหญิงสาวไม่หยุดยั้ง ขณะที่ปากก็ขบกัดดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูหดเกร็งอย่างย่ามใจเมษาปวดร้าวใจแทบจะขาดเพราะคำพูดและ
“แค่นี้น้องเมย์ยังเจ็บไม่พอ...ยังไม่สาแกใจพี่บีใช่ไหมคะ เอาซิ จะให้ตายตรงนี้ก็ได้ ยังไงพี่บีก็ฆ่าน้องเมย์ให้ตายทั้งเป็นอยู่แล้ว” เมษาโต้กลับทั้งที่เธอเริ่มจะวาบหวามปั่นป่วนเพราะมือที่ลูบไล้ไปทั่วกายา ไหนจะใบหน้าคมคร้ามที่ไม่ละห่างจากสองทรวงอกกลมกลึง กายแกร่งก็ขยับไหวโยกไปมาอย่างช้าๆ เหมือนต้องการให้เธอชินกับการมีเขาเป็นส่วนหนึ่ง“ไม่ล่ะ ฆ่าเธอทิ้ง ฉันเสียดายแย่ เอาไว้เป็นนางบำเรอสักพักดีกว่า” เบนนิโต้ขยับเคลื่อนกายจากที่นุ่มนวลอ่อนโยนก็เริ่มรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเมื่อเมษาตอบสนอง“น้องเมย์ไม่ยอมให้พี่บีทำอย่างนั้นง่ายๆ แน่” ใจแข็งไว้ซิเมษา แค่นี้เธอก็ถูกเขาประณามหยาบเหยียดจนไม่มีหน้าจะไม่มองใครแล้ว แต่...สัมผัสที่ชายหนุ่มทุ่มลงมา แม้ใจจะบอกว่าอย่าแต่กายกลับโอนผ่อนและสนองตอบไป“แล้วเธอจะขัดขืนฉันได้ยังไงล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอ...” เบนนิโต้หัวเราะ เมื่อเขาถอยห่าง เมษาก็ผวากอดและตอบสนองเขาอย่างไม่ประสาที่ทำให้เขายิ่งปวดร้าวเพราะความต้องการมากล้น กายแกร่งขยับไหวเคลื่อนไปราวกับอาชาที่วิ่งอยู่ในท้องทุ่งกว้าง“หยุดฉันไม่ได้ แล้วยังต้องการให้ฉันช่วยผ่อนคลายดับกระหายอยากที่เป็นอยู่ด้วยไม่ใช่หรือไง”เ
“ร้ายกาจใช่ไหม” เมษามองเบนนิโต้ด้วยสายตาตัดพ้อ “บอกมาซิ น้องเมย์เลวจนพี่บีไม่อยากจะมองหน้าใช่ไหม เลวจนพี่บีอยากจะบีบคอให้ตายอยู่ตรงนี้ใช่ไหม”ก๊อก ก๊อก ก๊อก“หนูเมย์ตอบหน่อย แกเป็นไงบ้าง” กานพลูตะโกนถามอย่างเป็นห่วงเมษาอ้าปากจะตอบกลับไปแต่ไม่ทันเบนนิโต้ที่จับตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“คาร์เมนฉันรู้ว่านายอยู่แถวนั้น พายายนั่นไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่” เบนนิโต้ตะโกนกลับไปสองมือกำรอบลำคอเมษาและเขย่าอย่างแรงจนหัวสั่นคลอน“นายครับผู้ชายคนนั้นเพียงแค่คุยกับคุณมีนา สอบถามเรื่องกานพลูกับเมษาเท่านั้นเองครับ” คาร์เมนตะโกนบอกผู้เป็นนาย“ฮือ...” เบนนิโต้ส่งเสียงรับรู้ เขาจับแขนเมษาบีบไว้ พลางถามคนตรงหน้าเสียงเคร่งเครียด “พูดอีกครั้งซิเมษา พูดอีกครั้ง”คาร์เมนลากตัวกานพลูลงไปยังชายหาด เพราะเขากลัวว่าถ้าอยู่นานอีกนิด หญิงสาวอาจโดนเบนนิโต้ออกมาทำร้ายได้ เพราะแค่ได้ยินเสียง เขาก็รู้แล้วว่านายโกรธจัดขนาดไหน“ปล่อยกานนะคาร์เมน จะพากานไปไหน ปล่อยซิ” กานพลูพยายามสะบัดมือ แต่ก็สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้ จำใจต้องไปตามแรงลาก แต่ก็ไม่วายส่งเสียงแปดหลอดใส่ชายหนุ่ม“ปล่อยนะไอ้บ้าคาร์เมน กานไม่ไปไหนด้วย
“ฮื่อ” คาร์เมนพยักหน้า แปลกใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆ ยามเมื่อเข้าใกล้กานพลู เริ่มจะอดใจไม่ค่อยไหว อยากแต่จะสัมผัสลิ้มลองลิ้มรสเนื้อหอมหวานปานน้ำผึ้งของหญิงสาวกานพลูจัดการกับตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย จึงวิ่งออกจากห้องนอนคาร์เมนไปอย่างเร็ว โดยไม่สนใจคนที่เดินตามออกมา เพราะเป็นห่วง กลัวว่าเบนนิโต้อาจจะพลั้งมือทำร้ายเมษาจนเพื่อนเธออาจจะเข้าโรงพยาบาลอีกก็ได้ในห้องนอนเบนนิโต้มืดมิด...หากก็ยังพอมีแสงสว่างที่ส่องเข้ามา ทำให้เมษาเห็นหน้าคนที่พาเธอเข้ามา เขาเป็นเหมือนกับมัจจุราชที่กำลังพาเธอไปสู่นรกขุมสุดท้ายเบนนิโต้จับแขนเรียวยาวบีบอย่างแรงจนเมษานิ่วหน้า เพราะความเจ็บ หากเธอก็ไม่ปริปากร้องขอความเห็นใจจากคนที่ยิ่งเห็นเธอร้องไห้ก็ยิ่งสะใจที่ได้ทำร้ายกันไม่! อย่าร้องสิเมษา แต่...เธอก็ข่มกลั้นมันเอาไว้ไม่ได้ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ไม่ขาดสาย“ตกลงเธอจะบอกเบอร์โทรศัพท์ของไอ้บ้านั่นให้ฉันได้หรือยังเมษา” ชายหนุ่มถามพลางเหวี่ยงเมษาอย่างแรง จนร่างบางเซถลาไปกระทบกับขอบเตียง จนเธอถึงกับจุกก่อนจะล้มกองกับพื้นหญิงสาวเงยหน้ามองเบนนิโต้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ยกมือจับหัวไหล่ที่โดนกระแทกกับขอบเตียง กัด
คาร์เมนมองสบตากานพลูขณะมือก็แกะกระดุมเสื้อหญิงสาวออกทีละเม็ดจนหมด เผยผิวขาวนวนเนียนราวกับไข่ปอก ชายหนุ่มลากไล้ปลายนิ้วผ่านทรวงอกกลมกลึงช้าๆ“หยุด...หยุดนะคาร์เมน!” กานพลูยกแขนข้างหนึ่งปิดทรวงอก อีกมือก็ดันกายคาร์เมนเอาไว้ จนชายหนุ่มต้องจับสองแขนเรียวไปตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะก้มหน้าลงไปช้าๆหญิงสาวขนลุกชัน ใบหน้านวลสวยเอ่อร้อนและแดงระเรื่อ “หยุดมองนะคาร์เมน...ฉันไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่นายจะลวนลามได้ง่ายๆ นะตาบ้า”กานพลูห้ามเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอชอบคาร์เมนก็จริง แต่การจะให้เขาล่วงเกินโดยไร้คำบอกรัก ไร้การยอมรับจากคนสำคัญ ที่สำคัญคือยังมีการเข้าใจผิดกันอยู่อย่างนี้“หือ...เธอร้องไห้เป็นด้วยเหรอกาน ไม่น่าเชื่อ ไม่ต้องมาเล่นลูกไม้ใช้น้ำตากับฉันเลย ฉันไม่หลงกลผู้หญิงร้อยเล่ห์เจ้ามารยาอย่างเธอหรอกนะกาน ถ้าจะให้ฉันหยุดก็ได้นะ แต่เธอจะต้องบอกเบอร์โทรศัพท์พี่ชายมาก่อน”บ้าจริง! เขาลืมไปได้ยังไงว่าทำอะไรอยู่ ถ้าหากชักช้ามาไปกว่านี้กลัวมีนาจะเป็นอันตรายจากพี่ชายกานพลูได้ และนายเองก็อาจจะระงับโทสะเอาไว้ไม่ได้ อาจจะเผลอทำร้ายเมษาไปก็ได้“ว่าไงล่ะกาน จะบอกหรือเปล่า”“ไม่บอก!” กานพลูยังคงยืนย
“คนสติดีที่ไหนเขาทำกันเล่า ถ้าไม่ใช่เพราะถูกบังคับนะ”คาร์เมนเลิกคิ้ว แม้จะเริ่มคิดหนัก เพราะเท่าที่เขาเห็น เมษาเข้มแข็งมิใช่น้อย หญิงสาวมีนิสัยเอื้อเฟื้อและค่อนข้างจะเข้าใจคนอื่น เวลาหยิบจับอะไรคล่องแคล่วทีเดียว“รู้ไหมว่ายายปีศาจมีนานั่นหลอกกานกับหนูเมย์ไปให้เพื่อนปล้ำ นายจะให้เราอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ยายนั่นเล่นงานเอาฝ่ายเดียว ไม่ตอบโต้ใช่ไหม” กานพลูพลิกจากฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเป็นฝ่ายตั้งรับ เธอยิ้มหยันเมื่อสิ่งที่ถามไปครั้งนี้ สร้างความตกตะลึงและคาดไม่ถึงให้กับคาร์เมนได้ไม่น้อย“เมื่อไหร่” คาร์เมนถามเสียงเยียบเย็นด้วยความไม่พอใจ เขาไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ไม่พอใจมีนาหรือว่าผู้ชายพวกนั้น หรือคนที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้กานพลูค้อนคาร์เมน ก่อนที่จะเล่าต่อด้วยเพลิงโทสะเมื่อย้อนนึกไปถึงตอนนั้นเธอกับเมษาเรียนอยู่มัธยมหก โดนอาอาจารย์วิชาภาษาไทยลงโทษเพราะแอบคุยและแอบทานขนมกันในห้องเรียนเมษาเห็นว่าเย็นมากแล้ว จึงโทรให้คนที่บ้านมารับ แต่ไม่มีใครว่าง มีนาเป็นคนมารับและพาเธอกับเมษาไปยังบ้านหลังหนึ่งที่ทางเข้าก็ค่อนข้างจะเปลี่ยวและน่ากลัว“เธอพาเราสองคนมาที่นี่ทำไมมีนา” เมษาถามขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านที่น







