Masukคาร์เมนพยายามแกะตัวเพื่อนเมษาออกไป กว่าที่เขาจะทำได้ก็เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน ชายหนุ่มรีบเดินไปยังห้องอาหารดาวดาราโดยเร็ว
“อีตาบ้า” ห่วงแต่นาย ไม่สนใจสาวสวยอย่างฉันเลยหรือไงกันย่ะ คอยดูนะ ฉันจะทำให้ผู้ชายเย็นชาเป็นน้ำแข็งหน้าเตารีดอย่างนายมาคุกเข่าต่อหน้าให้ได้ ถ้าฉันทำไมได้อย่ามาเรียกฉันว่ากานพลู ศรวิจิตร!
กานพลูมองคาร์เมนอย่างเกรี้ยวกราด เธอเคี้ยวฟันอย่างแค้นใจกับความเฉยชาของชายหนุ่ม แข็งได้แข็งไป เมื่อไหร่อ่อนเป็นไฟเพราะกานพลูคนนี้แล้วนายจะรู้สึก!
หญิงสาวรีบลุกวิ่งตามร่างคาร์เมนไปเพราะความเป็นห่วงเมษาที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะโดนเบนนิโต้ด่าหรือว่าฆ่าตายหมกห้องอาหารไปเสียแล้วก็ไม่รู้
เมษาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เพราะมีนามาทานอาหารที่นี่กับเบนนิโต้บ่อยๆ และชอบไปเล่าให้คนที่บ้านฟัง ไม่ใช่ซิ ต้องบอกว่าเอาเรื่องนี้ไปเยาะเย้ยให้เธอได้เจ็บใจเสียมากกว่า
ทุกครั้งที่มาทานอาหารด้วยกัน มีนาบอกว่าเบนนิโต้จะเปิดห้องอาหารวีไอพีที่ใช้สำหรับผู้บริหารและแขกคนสำคัญเพื่อเธอโดยเฉพาะ โชคดีที่ว่าห้องอาหารดังกล่าวจะมีเพียงห้าห้อง
สี่ห้องที่เหลือจะอยู่ด้านบนชั้นสาม ชั้นเก้า ชั้นสิบห้าและชั้นลอยเพื่อให้ลูกค้าได้กินลมชมวิวจากธรรมชาติริมแม่น้ำบางส่วนจะกั้นด้วยกระจกใสบางส่วนก็ปล่อยโล่ง จะมีก็แค่เพียงชั้นหนึ่งที่ปกปิดมิดชิด คนนอกไม่สามารถมองเห็นได้
เมษารีบเปิดประตูวีไอพีห้องอาหารดาวดารา เพียงแค่เปิดเข้าไปเท่านั้น ปากและมือก็สั่นระริกกับภาพตรงหน้าที่เห็น โซฟาตัวใหญ่กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ใคร่ระหว่างเบนนิโต้กับศรีอัปสรไปเสียแล้ว ใบหน้าชายหนุ่มคลุกเคล้ากับอกอวบขาวผ่องของม่ายสาวเสน่ห์แรงที่เพิ่งจะสูญเสียสามีไปในกองเพลิงเมื่อไม่ถึงเดือนมานี้เอง
หญิงสาวกำมือแน่นสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ สะกดกลั้นใจตัวเองที่กำลังจะระเบิดและเลือดที่ไหลโทรมไม่ให้กรีดร้องกับภาพที่มันช่างกรีดลึกลงบนหัวใจ เธอพาขาที่สั่นระริกเดินไปเรื่อยๆ ขณะปรับสีหน้าให้อ่อนหวานสดชื่น ปากยิ้มกว้างทั้งที่หัวใจกำลังหลั่งน้ำตา
“พี่บีขา ทำไมพี่บีทำอย่างนี้กับน้องเมย์ล่ะค่ะ” เมษาก้าวมานั่งแทรกกลางระหว่างเบนนิโต้กับศรีอัปสรวาดแขนโอบรอบคอเบนนิโต้ ซบหน้ากับอกกว้าง แววตาสั่นระริก ปากเม้มเข้าหากัน น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่
แทนที่เบนนิโต้จะสงสาร เขากลับสมเพชเวทนาขณะปลดมือเมษาออกจากคอและพูดจาบาดหัวใจคนฟังให้แทบจมกองเลือด
“ปล่อยฉันนะเมษา คาร์เมนอยู่ไหน ถึงได้ปล่อยให้หมาบ้าอย่างเธอวิ่งพล่านไล่จับผู้ชายถึงในห้องนี้”
คำพูดที่ออกจากปากเบนนิโต้สร้างความช้ำชอกใจให้เมษาเป็นอย่างมาก แค่ไม่รักเธอไม่ว่า แต่ทำไมคำพูดแต่ละคำที่ออกจากปากเขาถึงเป็นเหมือนกับคมมีดที่กรีดใจดวงน้อยให้เจ็บช้ำจนน้ำตาไหลริน
ศรีอัปสรเบ้ปากมองหญิงที่เขามาขัดจังหวะความสุขระหว่างเธอกับเบนนิโต้อย่างรำคาญระคนสมเพชเวทนากับความหน้าด้านของเมษาที่รู้ทั้งรู้ว่าเบนนิโต้ไม่รัก...ไม่ชอบ ไม่สนใจและยังคอยแต่ผลักไสไล่ส่งด้วยคำพูดหยาบคายรวมไปถึงการกระทำที่ไม่ให้เกียรติ แต่หญิงหญิงสาวก็ยังตามตื๊อเขาอยู่ได้
เธอได้แต่ส่ายหัวอย่างระอาใจถ้าเป็นน้องเป็นลูกเธอป่านนี้เธอคงจะตบคว่ำไปแล้ว
แต่อย่างว่าละนะ พวกลูกคุณหนู อยากจะได้อะไรต้องเอาให้ได้ จะว่าไปเธอเองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์จากปากสาวๆ ที่เบนนิโต้เคยควงอยู่เล่าเรื่องของเมษาให้ฟังบ้างแล้วเหมือนกัน แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาโดนกับตัวแบบนี้
“พี่บีก็รู้นี่คะ คนอย่างน้องเมย์ ถ้าจะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ อีกอย่างคาร์เมนก็ไม่กล้าทำอะไรน้องเมย์หรอก” เมษาบอกเบนนิโต้เสียงสั่นระริก
“พี่บีขา ทำไมพี่บีถึงใจร้ายกับน้องเมย์นักละคะ ไหนบอกว่าจะพาไปเที่ยวญี่ปุ่น ทำไมพี่บีไม่รักษาสัญญา กลับมาคั่วอยู่กับแม่ม่ายผัวตายคนนี้ล่ะค่ะ” เมษาดัดเสียงอ่อนหวานขณะชี้มือไปหาศรีอัปสร
“เธอเอาอะไรมาพูดนะเมษา ฉันนี่นะ พาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่น แค่เมืองไทย เธอก็ให้ฉันพาไปให้ได้เสียก่อนเถอะ” เบนนิโต้ผลักร่างเมษาออกจากตัว เขาลุกขึ้นยืนยื่นมือให้ศรีอัปสรจับ “อัปสรจ๋า เราอย่าอยู่แถวนี้เลยจ้ะ ผมรู้สึกว่าแถวนี้เริ่มจะมีกลิ่นเหม็นเน่าตุๆ ลอยมาจนผมหายใจไม่ออก”
เมษากลั้นอารมณ์โกรธกรุ่นที่กำลังพุ่งปรี๊ดเพราะปากเบนนิโต้ “อย่างนั้นเหรอคะพี่บี สงสัยที่พี่เอบอกน้องเมย์มา มันก็คงจะจริงเสียล่ะมั้ง” เมษาแอบอ้างถึงอันโตนิโอ้พี่ชายของเบนนิโต้ที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ
“พี่เอบอกอะไรเธอมาเมษา” เบนนิโต้ถามเสียงเกรี้ยวกราดมองเมษาที่นั่งเอามือกอดอกยกขาไขว่ห้างและกระดิกเท้าอย่างสบายอารมณ์อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า อย่างน้อยเบนนิโต้ก็ยังรักและเกรงใจพี่ชายคนเดียว ถ้าหากจะทำอะไรรุนแรงกับเธอก็ต้องคิดหนัก
“ก็บอกว่า...” เมษาเล่นลิ้น “บอกดีหรือเปล่าน้า...ไม่บอกดีกว่า ถ้าพี่บีอยากรู้ก็ต้องทำตามที่น้องเมย์บอก ข้อแรกคือปล่อยยายแม่ม่ายผัวตายไปก่อน แล้วเราค่อยมาคุยกัน แต่ถ้าไม่...คืนนี้พี่บีก็เตรียมตัวรับโทรศัพท์จากพี่เอได้เลย”
เมษายิ้มกว้างดวงตาเป็นประกายอย่างสนุกสนาน ยิ่งมองเห็นหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเบนนิโต้ เธอยิ่งชอบใจจนแทบจะลุกขึ้นเต้นละตินได้ “ว่าไงคะพี่บี....จะเอายังไงดี”
เมษาลอยหน้าลอยตาถามพร้อมกับส่งยิ้มให้กานพลูที่เดินตัดหน้าคาร์เมนเข้ามานั่งใกล้ๆ กับเธอ
เมษายิ้มเยาะเย้ยคาร์เมนที่เดินหน้าตาถมึงทึงดวงตาคมดุเหมือนกับคมมีดมองเธอด้วยความเกรี้ยวกราด ก็รู้หรอกนะว่าคาร์เมนต้องโกรธจนอยากจะเอามือใหญ่ๆ นั่นมาบีบคอสวยๆ ให้หักเป็นท่อน เพราะปล่อยให้เธอเข้ามาขัดขวางความสุขของเจ้านายสุดที่รัก
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
เมษากัดปากจนห้อเลือด มองคาร์เมนที่ยืนเลิกคิ้วมองเธออยู่ดวงตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก มือที่ถูกกานพลูจับไว้กำเข้าหากันแน่น อยากจะเอ่ยพูดอะไรออกไปให้ชายตรงหน้าเจ็บปวดบ้าง แต่ตอนนี้เธอพูดไม่ออก“ขอบคุณนะคะคุณคาร์เมนแต่คงต้องขอโทษด้วย พอดีว่ากานกับหนูเมย์มีโปรแกรมที่ดีกว่านี้อีก กานกลัวว่าถ้าเราสองคนร่
เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าว แม้จะเปรยๆ เรื่องแต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดี หญิงสาวกะพริบตาไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้“เป็นไงบ้างหนูเมย์ อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า” กานพลูวิ่งกระหืดกระห
ชายหนุ่มร่างสันทัดร่างกายด้านบนเปลือยเปล่า ด้านล่างมีกางเกงแสลกสีดำตัวยาวหลุดออกมากองอยู่ที่สะโพกกำลังคร่อมอยู่เหนือร่างมีนา มือใหญ่วางอยู่ระหว่างเอวเล็กคอด อีกมือวางบนทรวงอก ศีรษะก็ทาบทับอยู่บนทรวงอกอีกข้าง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไอ้บ้านั่นมันกำลังทำอะไรกับคนรักของเขาเบนนิโต้เลือดขึ้นหน้าโกรธจนลมออกหู
“เร็วๆ หน่อยซิคะพี่ต้น เดี๋ยวยายปีศาจนี่ก็ตื่นขึ้นมาหรอก” เมษาเอ่ยด้วยความรำคาญใจ เมื่อต้นรักษ์ทำอะไรชักช้าและงุ่มง่าม เธอวางกล้องถ่ายรูปในมือไว้ปลายเตียงนอนแล้วเดินไปดึงแขนชายหนุ่มให้ถอยห่างแล้วก็หันไปทำการปลดกระดุมเสื้อและดึงมันออกจากร่างมีนาอย่างรวดเร็ว หญิงสาวกำลังตัดสินใจว่าจะดึงเสื้อชั้นในตัว







