LOGIN“ยายเมย์...ยายลูกไม่รักดี แกไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหน ทำไมถึงทำตัวเป็นเด็กไม่มีความคิด เมื่อไหร่แกจะโตสักที นี่ถ้าวิญญาณแม่แกบนสวรรค์รู้ว่าแกเป็นแบบนี้ เขาคงจะเสียใจ แกไม่น่าจะเกิดมาเป็นลูกของคนดีๆ อย่างคุณปรางค์เลย”
ใบหน้ามงคลเต็มไปด้วยความอ่อนล้าและเหนื่อยหน่ายใจ นับวันเมษายิ่งร้ายกาจ ทำให้คนรอบข้างเอือมระอา ทำให้เขามีแต่ความเสียใจ เพราะไม่อาจทำตามคำพูดที่รับปากไว้กับคุณปรางค์ได้ ทำไมลูกสาวคนเล็กถึงได้ดื้อนัก เขาไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจจริงๆ
“ค่ะ...แม่จะต้องผิดหวังและเสียใจที่ปล่อยให้หนูเมย์เกิดมา ได้เจอกับคนใจร้ายอย่างมีนา ต้องอยู่กับพ่อที่ไม่ได้รัก”
เมษาเอ่ยตัดพ้อ อย่าว่าแต่อ้อมกอดที่เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยได้รับเมื่อไหร่เลย คำเอ่ยชมก็ไม่มี หากคำติเตียนดุด่ามีกรอกหูบ่อยมาก วันนี้พ่อยังมีคำพูดที่เป็นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจจนเธอทนฟังไม่ได้
เมษาหันหลังวิ่ง...วิ่งไปอย่างรวดเร็ว เพราะต้องการที่สำหรับซุกกายปรับหัวใจที่บอบช้ำให้มีกำลังแรงใจสู้กับสายตาและคำพูดเยาะเย้ยถากถางของมีนา หากภาพและเสียงพูดของพ่อที่ปลอบโยนมีนาและด่าทอที่ดังไล่หลังมา มันทำให้เธอเจ็บปวดจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ในโลก
เมษายกมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้าปากก็พร่ำพูดอย่างน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง
“ฮือๆ พ่อจ๋าพ่อรักน้องเมย์บ้างไหม ทำไมพ่อถึงไม่เคยกอดน้องเมย์เหมือนกอดมีนาเลย ฮือๆ “เมษาวิ่งไปพร้อมกับพูดจาตัดพ้อต่อว่าบิดาไป หวังว่าคำพูดของเธอคงจะมีสายลมพัดเอาคำพูดนี้ไปกระซิบบอกให้บิดารับรู้ถึงความเจ็บปวดของเธอและหลังจากที่บิดารับรู้แล้วท่านอาจจะหันมามอบอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นให้เธอบ้าง
“หยุดนะยายเมย์ กลับมาขอโทษพี่มีนาก่อน ยายเมย์! ดูซิดูมันทำ พอฉันจะดุด่าสั่งสอนก็วิ่งหนีไปอีกแล้ว นี่ถ้าฉันตายไป ไม่รู้ว่าจะมีหน้าไปพบคุณปรางค์หรือเปล่า”
เสียงบิดาร้องเรียกดังลอยมากับสายลม เมษาไม่อยากฟังจึงรีบยกมือปิดหูเอาไว้ ไม่อยากฟังไม่อยากได้ยินคำพูดเกรี้ยวกราดของบิดาและเสียงเยาะเย้ยของมีนา ไม่เห็นท่าทางประคับประคองกันอย่างรักใคร่ของสองคนพ่อลูกในขณะที่เธอคงจะเป็นเพียงแค่กาฝากเท่านั้น!
เมษาวิ่งถลาเหมือนนกปีกหัก เธอทุ่มตัวนอนราบบนเตียงนอนขนาดเล็กในห้องส่วนตัว มือคว้าตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เก่าคร่ำครึและเต็มไปด้วยร่องรอยของการปะชุนเพื่อให้อยู่ใกล้เคียงสภาพเดิมมากที่สุด ตุ๊กตาหมีตัวโตเป็นตัวแทนของแม่พร้อมคำสัญญาที่ขอจากเธอก่อนท่านจะจากโลกนี้ไป คงจะมีเพียงสิ่งนี้ที่เธอรักมากและความรักจากคุณนวลน้อยผู้เป็นย่าเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเธอให้สามารถอยู่บ้านหลังนี้ได้ตลอดมา
“จำไว้น่ะหนูเมย์ คุณพ่อรักลูกเหมือนกับที่รักพี่มีนา แต่ท่านไม่อาจแสดงออกให้หนูเห็น ท่านบอกแม่เสมอนะ ท่านรักหนูมากที่สุดเลย ขอให้แม่บอกให้หนูรู้และขอให้คนเก่งของแม่เชื่อใจในความรักที่พ่อมีให้ หนูต้องสัญญากับแม่นะ หนูจะอยู่ที่บ้านหลังนี้ตลอดไป”
“ไหนล่ะจ๊ะแม่จ๋า...ความรักของพ่อที่มีให้น้องเมย์ ทำไมน้องเมย์ถึงสัมผัสไม่ได้ แม่รู้ไหมน้องเมย์เหนื่อย...เหนื่อยเหลือเกิน...สู้ไม่ไหวแล้ว....ไม่ไหวแล้วจริงๆ แม่จ๋า...”
เธอยังจดจำภาพในวันที่แม่ขอคำสัญญาจากบนเตียงในโรงพยาบาลได้ดี ร่างกายแม่เต็มไปด้วยสายอะไรต่ออะไรไม่รู้ระโยงระยางเต็มไปหมด เธอจับมือเย็นเอาไว้สลับลูบไปบนแขนเล็กเบาๆ เพราะกลัวว่าแม่จะเจ็บ ดวงตาของแม่พร้อมจะปิดลงทุกเมื่อ รอเพียงคำสัญญาจากเด็กอายุ 8 ขวบอย่างเธอเท่านั้น ที่เพียงแค่เอ่ยคำสัญญาออกไป แม่ก็ยิ้มแล้วหลับตาไม่ตื่นมาอีกเลย
แม่ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอด แม้ตอนที่ไปชายทะเลด้วยกัน แม่ก็ต้องนอนพักอยู่แต่ในห้อง พอกลับมาจากทะเล ก็ป่วยหนักต้องเข้าไปในนอนในโรงพยาบาล เมื่อครอบครัวของเบนนิโต้รู้ข่าว พวกเขาก็รีบรุดมาเยี่ยมโดยเร็ว และเมื่อถึงเวลาที่แม่ต้องจากไปจริงๆ
วันนั้นเธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ร้องเรียกหาแม่จนหลับไปพร้อมกับน้ำตา พอตื่นมาก็ร้องเรียกหาแม่อีกครั้ง แต่ไม่เคยมีเงาของผู้เป็นพ่อมาพูดปลอบโยนปลอบใจหรือให้กำลังใจเธอแม้แต่น้อย
ยิ่งคิดถึงความหลังครั้งเก่า น้ำตาของเมษาก็ยิ่งไหลอาบแก้มพร้อมเสียงสะอื้นฮัก ในวันที่ปราศจากอ้อมกอดและคำปลอบประโลมจากบิดา คงมีเพียงอ้อมกอดของผู้เป็นย่าและเด็กน้อยผิวขาวนามเบนนิโต้อยู่เคียงข้างกายเสมอ ไม่ว่าเธอจะก้าวเดินไปทางใด จะมีเขาตามติดเป็นเงาไม่ห่าง คอยหาเรื่องสนุกๆ มาเล่าให้ฟัง ชวนวิ่งเล่นไล่จับให้เธอคลายความโศกเศร้าและเสียใจ
“แม่จ๋า...หนูเมย์ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ” เมษาพูดเสียงเบา ลุกขึ้นจากเตียงนอนที่ยังมีน้ำตานองหน้า เธอยิ้มอย่างขมขื่น
ภาพในวันวานที่ยังคงฝังลึกในความทรงจำ วันครบรอบวันเกิดอายุเก้าขวบ เธอขอให้พ่อซื้อตุ๊กตา แต่คำตอบที่ได้มา...มันทำให้หัวใจเด็กน้อยอย่างเธอแทบแหลกสลายไปในพริบตา...
“แกจะเอาไปทำไมยายเมย์ ฉันไม่เคยเห็นแกเล่นตุ๊กตาเลยสักครั้ง เห็นเอาแต่วิ่งเล่นเตะบอลกับเด็กผู้ชาย ถ้าอยากได้ของขวัญวันเกิด เดี๋ยวฉันซื้อลูกบอลให้ดีกว่า เอาเวลาที่ว่างไปอ่านหนังสือ เรียนให้เก่ง จะได้ทำให้ครอบครัวเรามีหน้ามีตาดีกว่า”
“ต่อให้น้องเมย์ทำดีแค่ไหน ในสายตาพ่อ ยังไงมันก็ไม่ดีหรอกจ้ะแม่”
เธอเชื่อคำที่แม่พร่ำบอกว่าพ่อรักเธอ ทว่าตั้งแต่เด็กจนโตจนถึงตอนนี้เธออายุ 22 ปี ยังไม่เคยสัมผัสกับอ้อมกอดของพ่อเลยสักครั้ง และตอนนี้ความรักของพ่อกำลังฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็นและตายอย่างช้าๆ และทรมานที่สุด
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
“อ๋อ...ใช่ซินะ” เมษาพูดปนหัวเราะ “พูดไปพี่บีก็ไม่เชื่ออยู่ดี คงคิดว่าน้องเมย์ตู่เอาเรื่องไม่จริงมาใส่ร้ายแฟนนางฟ้าของตัวเองอีกใช่ไหมล่ะ ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้แล้วมาสัญญาให้น้องเมย์รอทำไม ถ้ารู้ว่าตัวเองทำไม่ได้ แล้วพูดทำไมหา...” เมษาแผดเสียงถาม เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าหยุดร้องไห้กับผู้ชายใจร้ายที
เมษากัดปากจนห้อเลือด มองคาร์เมนที่ยืนเลิกคิ้วมองเธออยู่ดวงตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก มือที่ถูกกานพลูจับไว้กำเข้าหากันแน่น อยากจะเอ่ยพูดอะไรออกไปให้ชายตรงหน้าเจ็บปวดบ้าง แต่ตอนนี้เธอพูดไม่ออก“ขอบคุณนะคะคุณคาร์เมนแต่คงต้องขอโทษด้วย พอดีว่ากานกับหนูเมย์มีโปรแกรมที่ดีกว่านี้อีก กานกลัวว่าถ้าเราสองคนร่
คาร์เมนนั่งหน้านิ้วคิ้วขมวด เมื่อครู่เขาเห็นกานพลูและเมษานั่งคุยกันท่าทางเคร่งเครียด สลับกับจ้องมองที่ประตูอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าพวกเธอสองคนนั่งรอใครอยู่ เพียงแค่ไม่นานก็มีชายร่างสันทัดแต่งตัวดีคนหนึ่งเดินเข้าไปหาทั้งคู่ เพียงแค่เห็นชายคนนั้นกานพลูก็โผเข้ากอดอย่างดีใจ ก่อนที่ทั้งสามคนก็เดินลับหายเข้
เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าว แม้จะเปรยๆ เรื่องแต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดี หญิงสาวกะพริบตาไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้“เป็นไงบ้างหนูเมย์ อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า” กานพลูวิ่งกระหืดกระห







