LOGINสายตาเมษาสะดุดเข้ากับกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็กสีน้ำตาล ด้านบนแกะสลักเป็นรูปปลาเงินปลาทองที่แม่บรรจงแกะสลักด้วยตัวของแม่เอง แม้มันจะไม่สวยเหมือนกับกล่องที่วางขายทั่วไป แต่ก็มีคุณค่าทางใจกับเธอที่สุด หญิงสาวเอื้อมไปจับกล่องที่สภาพยังคงเหมือนกับตอนที่เธอได้รับจากมือของแม่พร้อมกับคำพูดอันแสนหวานและอ่อนโยน
“แม่ให้น้องเมย์เอาไว้ใส่ของสิ่งของสำคัญนะจ้ะ” ซึ่งเธอก็เก็บรักษามันไว้เป็นอย่างดี
เมษาไขกุญแจกล่องมือไม้สั่น ฝากล่องเปิดออกพร้อมกับใจที่รวดร้าวปานจะขาดรอนไปในพริบตา เอื้อมหยิบของมีค่าชิ้นหนึ่งในไม่กี่ชิ้นที่เธอเก็บซ่อนมันไว้เป็นอย่างดี
ต้องซ่อน...เพราะไม่เช่นนั้นจะถูกทำลายเสียสิ้น!
กล่องของขวัญสีขาวอมชมพูขนาดหนึ่งนิ้ว ที่มีสีกระดำกระด่างจากฝีมือเด็กไม่รู้จักโตอย่างเธอและเบนนิโต้ช่วยกันทำ ภายในบรรจุแหวนดอกไม้วงเล็ก แหวนที่เต็มไปด้วยคุณค่าและความหมายสำหรับคนรับอย่างเธอ แต่สำหรับคนให้ ป่านนี้เขาคงจะลืมมันไปเสียหมดสิ้นแล้ว
“แหวนวงนี้เป็นตัวแทนของพี่ที่มอบให้น้องเมย์ จำไว้ว่าพี่บีจะรักน้องเมย์เสมอ วันหนึ่งพี่จะกลับมา...เพื่อทวงสัญญา น้องเมย์จะรอพี่บีใช่ไหมจ้ะ”
คำพูดนั้นแสนจะอ่อนหวานนักสำหรับเธอ รอยยิ้มของเด็กน้อยไร้เดียงสาดวงตากลมโตแก้มและปากแดงปลั่ง ตอบเบนนิโต้ออกไปตามใจคิด
“ค่ะ น้องเมย์จะรอพี่บีกลับมา พี่บีอย่าลืมสัญญานะคะ” แล้วนิ้วอวบอ้วนสีขาวสองนิ้วเกี่ยวเข้าด้วยกันเป็นประกันในคำสัญญา
“น้องเมย์รักพี่บีที่สุดในโลกเลย” ว่าแล้วร่างขาวอวบอ้วนก็โถมตัวเข้ากอดเบนนิโต้พร้อมกับหอมแก้มซ้ายขวาของชายหนุ่มหลายต่อหลายครั้ง
เมษายังจำประโยคที่เธอตอบเบนนิโต้ได้เสมอ เพราะคำนั้นมันฝังอยู่ในใจในสมองของเธอไม่เคยลืม...
แต่มาถึงวันนี้...ไหนเล่าคนที่เคยสัญญา เมษาหัวเราะอย่างขมขื่น ตอนนี้พี่บีของเธอกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอม มีสาวๆ สวยๆ รุมรักรุมเอาใจ เขาถึงได้ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับเด็กนิสัยเสียอย่างเธอแล้วซินะ หญิงสาวก้มลงมองแหวนดอกไม้ในมือที่เหี่ยวแห้งเหมือนกับใจเธอตอนนี้...แห้งเหี่ยวอับเฉาราวกับนกไร้รัง
เมษารีบเก็บแหวนวงเล็กใส่กลับไปไว้ในกล่อง เก็บมันไว้ที่เดิม ที่ซึ่งมันเคยอยู่ ที่ซึ่งเธอจำได้เพียงคนเดียวกับใจช้ำๆ ดวงเดิมที่ต้องเฝ้ามองคนที่รักอยู่ห่างๆ ด้วยความรักและความหวัง วันหนึ่งเขาจะจำสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอได้และกลับมาเพื่อทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้แต่วันวาน
แต่แล้ววันนี้...
ความหวังที่เคยมีกลับพังทลายไปเพราะเบนนิโต้ ริชชี่ เหยียบย่ำความรู้สึกที่เธอมอบให้ด้วยการประกาศแนะนำว่าที่คู่หมั้น...
มีนา สินอัครกุล พี่สาวที่แสนจะใจร้ายใจดำของเธอนี่เอง
น้องเมย์คงจะทำใจได้บ้าง ถ้า.ผู้หญิงคนที่พี่จะหมั้นด้วยไม่ได้ชื่อ...มีนา สินอัครกุล พี่สาวต่างมารดาที่ไม่เคยรักใครเลยนอกจากตัวเอง ผู้หญิงหนึ่งในผู้หญิงสองคนที่น้องเมย์เกลียดที่สุดในชีวิต
ไม่...เราจะต้องไม่ยอมแพ้มีนา ใช่เราจะต้องไม่ยอมแพ้มีนา ต้องสู้ซิเมษา ต้องสู้ ต้องดึงพี่บีกลับมาให้ได้
เมษากำมือแน่น ตอกย้ำความต้องการกับใจตัวเองพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด หมากเกมนี้ถึงแม้จะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แต่คนอย่างเมษา สินอัครกุลจะต้องได้ทั้งตัวและหัวใจของเบนนิโต้ ริชชี่มาครอบครอง!
เมษายิ้มอย่างมีความหวัง ตอนนี้ยังเป็นแค่ข่าว ยังมีเวลาให้เธอคิดหาหนทางดึงเบนนิโต้ให้กลับมาเป็นของเธอเช่นเดิมได้ รอยยิ้มหมาดหมายผุดขึ้นบนใบหน้านวลผุดผาด สวยดวงตากลมโตเป็นประกายอย่างมีความหวัง
“เราจะต้องทำได้...สู้!”
ใช่! ทำไมเธอจะสู้และทำไม่ได้ล่ะ ก็ไม่ได้หัวเดียวกระเทียมลีบสักหน่อยนี่นา ยังมีเพื่อนรักอย่างอย่างกานพลูอีกคนที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจมาตลอด
“ยิ้มดีใจไปก่อนเถอะมีนา เมื่อถึงวันที่ฉันทวงคืนพี่บีกลับมา เธอจะต้องดีดดิ้นเพราะเจ็บปวดกันบ้างล่ะ”
แต่ตอนนี้เธอต้องไปตั้งหลักที่บ้านกานพลูก่อน ขืนอยู่นี่ถึงตอนทานอาหารร่วมกันตอนเย็น เธอจะต้องโดนพ่อดุต่อหน้ามีนาที่จะต้องยิ้มเยาะเย้ยและพูดจากระทบกระเทียบเปรียบเปรยให้เจ็บปวดใจอีกแน่นอน เรื่องอะไรจะอยู่ฟังคำที่ไม่สบายหูสบายใจกันละ ไปหาอะไรที่สบายหูสบายตาแล้วก็สบายใจแล้วก็สบายท้องที่บ้านกานพลูดีกว่า
เมษายิ้มเริงร่า หยิบกระเป๋าเป๋คู่ใจใบเก่าที่เธอแอบซื้อมาจากเงินก้อนแรกจากการแอบหนีบิดาและย่าไปทำงานหลังเลิกเรียนนำมาแอบซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า แม้กระทั่งในเวลาเรียน เธอก็ยังแอบไปทำงานพิเศษและก็เหมือนเดิม ถูกพ่อด่าเป็นกระบุงโกยเพราะไม่เข้าเรียน
“น้องเมย์ทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจพ่อสักอย่าง แต่มีนาทำอะไร แม้จะผิดพ่อก็ยังเอ่ยชมไม่ขาดปาก...”
อย่าออกอาการหึงหวงและพูดจาจิกกัดอย่างนี้อีกนะมีนา ตาบีไม่แค่รูปหล่อแต่ยังเก่งด้วย มีหรือที่ผู้หญิงจะไม่หมายปองและหาทางแย่งชิง จะให้ผู้ชายแบบนี้อยู่ในอุ้งมือ หนูควรจะต้องหัดเป็นคนใจเย็นเหมือนกับน้ำที่ทำให้คนอยู่ใกล้เย็นชื่นใจ หนูเป็นคนสวยและเก่งนะลูก เข้าใจที่พ่อบอกไปใช่ไหม
“ค่ะ...หนูเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่พ่อให้คำแนะนำกับหนู”
เมษาทำปากขมุบขมิบเลียนแบบคำพูดของมีนาขณะมือก็เร่งหยิบเอาเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้ออกจากไม้แขวน โยนไปกองไว้บนเตียงนอนลวกๆ
หญิงสาวรีบพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างรีบเร่ง เพราะไม่ต้องการใครเห็นว่าเธอแอบหนีออกจากบ้านไปเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ จำไม่ได้และไม่อยากจำอีกแล้ว ก็คนในบ้านนี้ล้วนแล้วแต่เป็นหูเป็นตาเป็นหมาตามหลังนาย ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ทุกเรื่องและทุกอย่างจะต้องรู้สึกหูมีนาและพ่อเสมอ
เมษาสูดลมหายใจเข้าปอดอีกรอบ ก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจขึ้นหลัง แอบเดินออกจากห้องสายตาเหลียวซ้ายแลขวา จนเมื่อไม่เห็นใครจึงรีบหยิบรองเท้าผ้าใบคู่ชีพมาใส่ ก่อนที่ร่างบอบบางจะวิ่งถลาออกไปราวกับนกที่ถูกปล่อยออกจากกรง หญิงสาววิ่งออกจากบ้านอย่างเร็วเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะมีหมาตัวไหนก็ไม่รู้นำความไปบอกมีนา บิดาและคุณย่า ที่บิดาจะด่าและก็ด่าเหมือนเดิม ส่วนย่าจะบ่นด้วยความเป็นห่วงเหมือนทุกครั้งที่เกิดเรื่อง
ถ้าไม่ได้เสียงร้องของเมษา เธอยังคงปล่อยให้คาร์เมนทำอะไรกับร่างกายจนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว “ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะหนูเมย์ ว่าแต่หนูเมย์ทำไมถึงเปียกไปหมดทั้งตัวแบบนี้”กานพลูเปลี่ยนเรื่องเป็นถามเมษาที่เปียกไปทั้งตัว ใบหน้าดูอิดโรย ปากออกสีแดงแต่ออกจะแห้งๆ มีกระไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านมาให้สัมผัสได้ เธอรีบยกมือทาบบนหน้าผากนวลเนียน รู้สึกว่าเพื่อนสาวตัวรุมๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นรอยแผลบนข้อมือเมษา“ตัวร้อนๆ อยู่นะหนูเมย์ แล้วนี่ด้วย...” กานพลูจับแขนเมษามาดู “แขนไปโดนอะไรมา ทำไมมันถึงแดงไปหมดแบบนี้ แล้วแผลที่ข้อมือนี่ได้มาจากไหน อีตาพี่บีทำแกเมื่อคืนใช่ไหมหนูเมย์”กานพลูถามอย่างต้องการคำตอบ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น ตอนที่เธอได้ยินเสียงร้องดังลั่นของเมษาดังมาจากหน้าบ้านเธอ ก่อนที่เบนนิโต้จะจับเพื่อนเธอโยนขึ้นรถ ซึ่งเธอมองไม่เห็นด้วยว่าไอ้คนใจร้ายทำอะไรเมษาบ้าง เพราะร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนและเบาะรถบังไว้จนมิด“บ้าจริง! คนอะไรก็ไม่รู้ ใจร้ายชะมัด ฉันอยากให้แกตัดใจจากพี่บีแล้วนะหนูเมย์ ใจร้ายใจดำแบบนี้ ฉันทนรับไม่ไหวแล้วนะแก”เมษายิ้มหยัน มาถึงตอนนี้เธอก็เริ่มหมดหวัง...หมดใจที่จะรักเบนนิโต้ต่อไปแล้วเหมือน แต่.
“ต่อให้ต้องตาย น้องเมย์ก็ไม่มีทางขอร้องอ้อนวอนให้พี่บีเมตตาแน่นอนค่ะ”เมษาเอ่ยด้วยความเจ็บปวดใจ ไม่ได้อยากจะร้องไห้ แต่ห้ามน้ำตาไม่ได้ เธอหลับตาลงเพราะเหนื่อยและอ่อนแรง หมดกำลังใจที่จะสู้รบปรบมือกับเบนนิโต้ที่ไม่เคยฟังเลยสักครั้ง ถึงเถียงไปเธอก็ไม่ชนะเขาอยู่ดี สู้เก็บแรงที่มีไว้ช่วยการพลูและหาทางหนีจากเขาให้ได้ดีกว่า อีกอย่างถึงเบนนิโต้จะทำอะไรรุนแรงไป เธอก็ทนได้อยู่แล้ว ในเมื่อทุกวันนี้มันก็ไม่มีอะไรจะแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ตู้ม!!เสียงร่างเมษาลอยกระทบพื้นน้ำทะเล“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” เมษาชูแขนตะเกี่ยตะกายว่ายน้ำ สมองขาวโพลนใบหน้าซีดเผือดดวงตาเบิกกว้าง สองเท้าถีบขึ้นลงหวังเอาชีวิตรอดจากน้ำ“เธอจะร้องกรี๊ดอะไรนักหนาเมษา น้ำไม่ได้ลึกจนเธอยืนไม่ถึงสักหน่อย”เบนนิโต้ยืนหัวเราะร่าอยู่บนกาบเรือมองร่างเมษาดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างอารมณ์ดี เรือถึงที่หมายนานแล้ว ส่วนเขาทีแรกก็อยากจะปลุกยายตัวแสบนี่อยู่หรอกนะ สงสัยว่าแม่ตัวดีคงจะลืมไปว่ามากับเขาเพราะเหตุใดหรือไม่ก็คงจะเหนื่อยกับการเดินทางและยังต้องสู้รบปรบมือกับเขามาตลอดเกือบทั้งคืน ถึงยังหลับตาพริ้มคงจะรอให้เจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย ขนาดว่าเข
“นี่ๆ คุณคาร์เมน คุณปล่อยกานกับหนูเมย์ไปเถอะนะ อย่าทำอะไรเราสองคนเลย เราสองคนกลัวแล้ว” กานพลูนั่งตัวสั่น กระไออุ่นจากร่างสูงใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ แผ่กระจายมาทำเอาเธอหน้าร้อนผ่าว นี่เขาจะทำให้เธอหวั่นไหวไปถึงไหนกันคาร์เมนถอดเสื้อสูทที่ใส่ห่มให้กานพลู จับศีรษะเธอให้ซบกับคอ “ผมว่าคุณหลับดีกว่า ยังอีกไกลกว่าจะถึงที่หมาย เตรียมตัวสำหรับงานพรุ่งนี้”“จะให้นอนได้ยังไงกันล่ะ ถูกคุณมัดมืออยู่อย่างนี้ ยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว ถ้านายจะมีใจกรุณาอยู่บ้าง ก็ปล่อยมือฉันก่อนซิ” กานพลูเอ่ยเสียงหวานคาร์เมนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้มมองคนใกล้ตัว“น่านะคาร์เมน อยู่ในรถ กลางค่ำกลางคืน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดตัว เสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่เรียบร้อย ฉันไม่กล้าคิดหนีหรอกน่า” แต่ถ้ามีโอกาส เธอเอาแน่ ไม่ยอมให้ถูกจับตัวพาไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้หรอก“ได้ข่าวมาว่าคุณฤทธิ์มากไม่ใช่น้อย ปล่อยแล้วแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ทำร้ายผม”“เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณกลัวผู้หญิงตัวเล็กเท่ามดอย่างฉัน ก็ได้...ไม่แก้มัดก็ได้” กานพลูทำเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะหาทางทำให้เงื่อนที่ผูกรัดข้อมือคลายออก“โอ๊ย!” ไม่ได้เจ็บหรอก แต่เธอจะร้องเรียกความส
เมษาอ้อนวอนเสียงสั่น ขณะมองตามกานพลูที่โดนคาร์เมนพาตัวขึ้นรถตู้คันใหญ่ไปก่อนอย่างเสียใจที่ช่วยเหลือเพื่อนไม่ได้ ก่อนจะนึกได้ว่ากานพลูให้สเปร์พริกไทยไว้ หญิงสาวค่อยๆ ล้วงมือที่ไม่โดนเบนนิโต้จับไว้เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอยู่บ้านขาสั้นที่เลือกนุ่งจับขวดสเปร์ไว้มั่น จะได้ไม่พลาดตอนฉีดใส่หน้าเบนนิโต้“เสียใจนะเมษา เธอสองคนจะต้องได้รับโทษเหมือนๆ กัน” เบนนิโต้หันหน้าหาพอดีกับที่เมษายกสเปร์พริกไทยขึ้นหมายจะฉีดใส่ตา แต่เขาใช้ความว่องไวยกมือขึ้นจับแขนหญิงสาวไว้ได้ทันและบีบอย่างแรง“โอ๊ย! น้องเมย์เจ็บนะพี่บี” เบนนิโต้เพิ่มแรงบีบลงไปบนมือเมษาเต็มแรง จนเธอต้องคลายมือออกเพื่อจะทิ้งขวดสเปร์ลงกับพื้นเบนนิโต้เขย่าตัวเมษาจนหัวสั่นคลอน ก่อนจะตีไปบนสะโพกเมษาอีกรอบจนเธอทรุดกองกับพื้นหญ้า“ฤทธิ์มากจริงๆ นะเมษา แต่ก็ดี ฉันจะดูว่าระหว่างเรา เธอกับฉันใครมันจะแน่กว่า” เบนนิโต้ใช้มือปิดปากเมษาก่อนที่เธอจะตะโกนร้องเรียกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ“เงียบนะเมษา ถ้าไม่อยากให้เพื่อนเธอได้รับอันตราย”“อย่าให้ถึงทีน้องเมย์บ้างก็แล้วไป จะตอบแทนความร้ายกาจที่พี่บีทำไว้อย่างสาสมจนจำไม่ลืมเลย” เมษาทำหน้าบึ้ง ยอมให้ชายห
“ก็ได้ แต่เราควรหาอะไรป้องกันตัวด้วยดีกว่า” เมษาเสนอความคิด เธอเหลียวมองหาเครื่องทุ่นแรงที่พอจะใช้ป้องกันตัวเองและเพื่อนได้เผื่อว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น“ดีเลย งั้นแกเอาไม้เบสบอลที่อยู่ใต้เตียงนะหนูเมย์ ส่วนฉันจะใช้ไอ้นี่” กานพลูโชว์มีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในโต๊ะเครื่องแป้งให้เมษาดู ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและยังเลิกคิ้วให้เพื่อนรัก“นี่แกจะเล่นมีดเลยหรือไงกาน” เมษาทำหน้าแหยๆ มองมีดในมือกานพลูตาปริบๆ“ช่วยไม่ได้นี่ ก็ไอ้พี่ต้นชอบทิ้งให้ฉันอยู่บ้านคนเดียวบ่อยๆ นี่หว่า มันก็ต้องหาอะไรป้องกันตัวไว้มั่งดิ” กานพลูก้มลงหยิบสเปร์พริกไทยขวดหนึ่งมอบให้เมษาอีกขวดยัดใส่กระเป๋าด้านกางเกงด้านข้าง“เพื่อผิดพลาดไงแก ฉันเป็นผู้หญิงที่ทั้งสาวและทั้งสวย อยู่คนเดียวมันก็ต้องมีอะไรไว้ป้องกันตัวกันมั่งละ หรือแกว่าไม่ใช่”เมษาส่ายหัวยิ้มให้คนเป็นเพื่อน “จ้าแม่คนรอบคอบ ไปกันได้แล้วใช่ไหม”กานพลูยื่นมือส่งให้เมษาแทนคำตอบ“มือแกเย็นเฉียบเลยกาน” เมษาทักขึ้น ทั้งที่มือและเท้าเธอเองก็เย็นเฉียบราวกับแช่น้ำแข็งก่อนออกเดินจากห้องเหมือนกัน“แกก็เหมือนกัน”สองสาวก้าวเท้าสั่นๆ มองไปหน้าบ้าน เห็นร่างสูงที่คุ้นตายืน
เพียงแค่พ้นจากสายตาเบนนิโต้ ใบหน้าที่เคยแดงก่ำด้วยความเขินอายกลับแปลเปลี่ยนเป็นนางมารร้ายในบัดดล “ฉันจะทำไงกับแกดีนังเมย์ ถึงจะหายแค้นในสิ่งที่แกทำกับฉันในวันนี้”มือเรียวกำหมัดทุบลงไปบนอ่างล้างหน้าแรงๆ อย่างไม่กลัวจะเจ็บ เพราะเธอโง่เอง ถึงได้ปล่อยให้เมษาปั่นหัวเอาได้ แต่จะว่าไปเกิดเรื่องวันนี้ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยพี่บีก็ได้เห็นว่าเมษาทำได้ทุกอย่างเพื่อทำร้ายเธอ“แกเจอดีแน่นังเมย์” เบนนิโต้จะไม่หยุด จนกว่าจะทำให้คนที่กล้าทำร้ายเธอได้รับโทษทัณฑ์อย่างสาสม แต่ที่เธอไม่รู้ก็คือ เขาจะใช้วิธีการใดเท่านั้นเองหญิงสาวจัดการล้างหน้าล้างตาจนเรียบร้อย แล้วรีบเดินออกไปจากห้องน้ำอย่างเร็วทันได้เห็นสีหน้าและดวงตาดุดันและแดงเป็นไฟของเบนนิโต้ ในใจนึกกระหยิ่มว่าคราวนี้เมษาคงจะต้องทั้งเจ็บทั้งตัวและเจ็บทั้งใจจนอยากที่จะตายไปเลย หญิงสาวเดินยิ้มหวานให้คนรัก นิ้วเรียววางระหว่างหัวคิ้วกับขมับแล้วนวดให้เบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงหวานใส“พี่บีคิดอะไรอยู่คะ ดูซิหน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว” ความจริงแล้วเธออยากจะถามเขาว่า ‘พี่บีเป็นอะไร ทำไมถึงทำหน้าเหมือนกับอยากจะฆ่าคนเสียมากกว่า’ แต่เพราะต้องการให้เบนนิโต้เห็นเธอเป
กานพลูมองพี่ชายยิ้มแหยๆ ตาปริบๆ“ตกลงว่ายังไม่มีแผน”“ค่ะ” เมษาและกานพลูตอบประสานกันอย่างกับนักร้องประสานเสียงในงานโรงเรียนมัธยมที่เขาเคยร้องเมื่อตอนเป็นเด็ก“เรื่องที่จะหลอกล่อให้มีนามาถึงที่นัดหมาย ไม่เป็นปัญหาเลยค่ะ น้องเมย์พอรู้วิธี แต่แผนการอื่นๆ นี่...ยังคิดไม่ออกเลยค่ะ คิดว่ารอให้พี่ต้นเป็นค
“อ๋อ...ใช่ซินะ” เมษาพูดปนหัวเราะ “พูดไปพี่บีก็ไม่เชื่ออยู่ดี คงคิดว่าน้องเมย์ตู่เอาเรื่องไม่จริงมาใส่ร้ายแฟนนางฟ้าของตัวเองอีกใช่ไหมล่ะ ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้แล้วมาสัญญาให้น้องเมย์รอทำไม ถ้ารู้ว่าตัวเองทำไม่ได้ แล้วพูดทำไมหา...” เมษาแผดเสียงถาม เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าหยุดร้องไห้กับผู้ชายใจร้ายที
เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าว แม้จะเปรยๆ เรื่องแต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดี หญิงสาวกะพริบตาไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้“เป็นไงบ้างหนูเมย์ อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า” กานพลูวิ่งกระหืดกระห
เมษากัดปากจนห้อเลือด มองคาร์เมนที่ยืนเลิกคิ้วมองเธออยู่ดวงตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึก มือที่ถูกกานพลูจับไว้กำเข้าหากันแน่น อยากจะเอ่ยพูดอะไรออกไปให้ชายตรงหน้าเจ็บปวดบ้าง แต่ตอนนี้เธอพูดไม่ออก“ขอบคุณนะคะคุณคาร์เมนแต่คงต้องขอโทษด้วย พอดีว่ากานกับหนูเมย์มีโปรแกรมที่ดีกว่านี้อีก กานกลัวว่าถ้าเราสองคนร่







