로그인“ไม่ ไม่ต้องก็ได้ปิ่น” ชาติชายรีบพูดทันที แต่มันไม่เป็นอย่างที่เขาคิดไว้นะสิ
“ขอบคุณพี่ชาติมากนะคะ” เธอเอ่ยขอบคุณเสียงเบา ก่อนจะสวมกอดร่างของชาติชาย คนที่ถูกกอดอยากจะกลั้นใจตาย หากไม่มีร่างของคิมหันต์ยืนหน้าถมึงทึง จ้องหน้าเขาอยู่แบบนี้ เขาจะกอดตอบรับเธอทันที ทว่าตอนนี้ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นมากกว่า มือก็สั่น ใจยิ่งสั่น ‘กูอยากจะบ้าตายทำอะไรไม่ถูกแล้ว’ หญิงสาวคลายอ้อมแขนจากร่างของชาติชาย ตั้งท่าจะเดินไปที่ร่างของเดช หากแต่ข้อมือเล็กถูกมือใหญ่ของคิมหันต์กำไว้แน่น ฉุดกระชากลากถูออกไปจากป่าทันที บุคคลทั้งสามต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดบรรยากาศเมื่อไม่ถึงหนึ่งนาทีที่ผ่านมา มันช่างอึดอัดดีแท้ ไหนบอกว่าเป็นตัวซวย เป็นคนที่เกลียดนักเกลียดหนา แต่ทำไมเมื่อสักครู่ตอนที่ปิ่นปักกอดร่างของชาติชาย ดวงตาของพ่อเลี้ยงหนุ่ม แทบจะเผาผลาญร่างของลูกน้องคู่ใจ เสียววาบไปทั่วสันหลัง นั่นคือความรู้สึกของลูกน้องทั้งสามคน
ปัง เสียงปิดประตูรถยนต์โครมใหญ่ดังขึ้นตามแรงอารมณ์ของคิมหันต์ หญิงสาวที่ถูกจับยัดเข้าไปในรถ นั่งก้มหน้านิ่งทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ตัวเองทำผิดอะไรเขาถึงได้โกรธมากมายขนาดนี้ ก่อนที่เสียงปังครั้งที่สองที่ดังจากประตูฝั่งคนขับจะดังในเวลาต่อมา
ความเงียบปกคลุมไปตลอดทางที่รถกระบะขับเคลื่อน เขาไม่หันมามองหน้าหญิงสาวที่นั่งเบาะข้างๆ เลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งรถจอดนิ่งสนิทที่หน้าบ้านไม้สักหลังใหญ่
“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวพนมมือไหว้ เปิดประตูก้าวลงจากรถ ปิ่นปักเดินไปได้เพียงสองสามก้าว ในสมองของเธอหมุนเคว้ง ทุกอย่างรอบตัวเคลื่อนที่ไปมา แม้กระทั่งร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินเข้าไปในบ้าน มีภาพซ้อนทับกันสามสี่ร่าง เธอพยายามฝืนเดินต่อไปได้อีกไม่ถึงสองเมตร ร่างงามก็ทรุดลงไปนอนกองที่พื้น
“จะมานอนตายหน้าบ้านฉันไม่ได้นะ ปิ่น ปิ่น” จังหวะที่เธอทรุดกายลงไปนอนอยู่ที่พื้น ไม่รู้ว่าอะไรดลใจแต่เขามีความรู้สึกว่าต้องหันไปมอง เขาหันใบหน้ามามองร่างของเธอตอนที่ทรุดพอดี คิมหันต์จึงเดินตรงไปที่ร่างของปิ่นปัก ย่อตัวลงใช้ฝ่ามือตบที่ใบหน้าของเธอเบาๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอุ้มร่างของปิ่นปักเข้าไปในบ้าน
“ตัวร้อนอย่างกับไฟ” คิมหันต์พูด หลังจากที่พาร่างของปิ่นปักขึ้นมาที่ห้องรับรองชั้นบน เขาก็เดินออกไปจากห้องนั้นทันที ก่อนจะเข้ามาในห้องนี้อีกครั้งในอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา เพื่อดูว่าเธอฟื้นคืนสติหรือยัง ถ้าฟื้นจะได้ไล่ออกไปจากบ้าน แต่กลายเป็นว่าเขาต้องตกใจ เมื่อมือใหญ่สัมผัสได้ถึงความร้อนของร่างสาว
“ทำไงดีวะ” เขาเหมือนจะถามตัวเองมากกว่า จะเดินไปเรียกคนรับใช้ที่กลับไปที่พักก็จะเป็นเรื่องใหญ่ จะตามหมอที่อยู่ในตัวเมืองหมอคงมาไม่ได้ เนื่องจากฝนที่เพิ่งหยุดตกไปไม่นานมานี้ ได้กระหน่ำตกลงมาอีกครั้ง ครั้นจะปล่อยให้นอนตัวสั่นแบบนี้ก็คงไม่ได้ ปอดบวมเล่นงานแน่เลย คนไม่สบายเขาทำยังไงกันเนี่ย ใช่ เช็ดตัว คิมหันต์จึงเดินเข้าไปในห้องน้ำ จัดเตรียมของบางอย่างราวสองนาที ก่อนจะกลับมาที่เตียงในมือถือขันใบเล็กมาด้วย
“เสื้อยังเปียกอยู่เลย ปล่อยไว้แบบนี้ปอดบวมแน่ๆ” เขาพูดเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ยังคงมีความเปียกชื้นอยู่ จำต้องถอดออกและผลัดเปลี่ยนให้ใหม่ เขาจึงเดินกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง หาเสื้อที่พอจะผลัดเปลี่ยนให้สาวร่างเล็กคนนี้ได้
มือใหญ่จับที่ชายเสื้อยืดพอดีตัวของปิ่นปักเลิกขึ้นสูง ลมหายใจของเขาที่สม่ำเสมอเริ่มฟืดฟาด หายใจลำบาก หัวใจเต้นถี่รัว เนื่องจากชายเสื้อได้ร่นขึ้นมาสูงถึงเนินอก อวดความอวบใหญ่ของเนื้อนวลทั้งสองเต้า ที่ถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียร์สีชมพู กระจ่างชัดเต็มสองนัยน์ตา เขาไม่คิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะซ่อนความยิ่งใหญ่ของทรวงอกได้มากมายขนาดนี้ ชายหนุ่มรีบดึงเสื้อออกทางศีรษะของ ปิ่นปักอย่างรวดเร็ว สวมเสื้อยืดตัวโคร่งของเขาให้กับหญิงสาวทันที ก่อนที่เขาจะอดใจไม่ไหว จากนั้นก็จัดการกับกางเกงของเธอ ขั้นตอนนี้เองที่เขาต้องหลับตาทำตลอดเวลา ทำให้มือใหญ่สัมผัสกับเนินสาวหลายครั้ง โดยไม่ตั้งใจ ความร้อนจากกายสาวพุ่งตรงมาที่กายหนุ่มทันที เขาจึงหรี่ตาเล็กน้อยเพื่อที่จะสวมกางเกงยางยืดให้กับปิ่นปักได้ถนัดขึ้น
หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือเช็ดตัว ผ้าขนหนูหมาดน้ำ ถูกเช็ดตามใบหน้า ลำคอ ลำแขน เขาพลิกร่างเล็กให้ตะแคงข้าง ใช้ผ้าขนหนูเช็ดที่แผ่นหลังของปิ่นปัก เมื่อเสร็จสิ้นการเปลี่ยนเสื้อผ้าและการเช็ดตัว มือแกร่งที่กำลังเลื่อนผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ร่างสาวต้องชะงัก เมื่อเสียงหวานละเมอชื่อของใครบางคนออกมา พร้อมกับมือบางที่ไขว่คว้าอยู่ในอากาศ จนเขาต้องกอบกุมมือบางเอาไว้
“คุณแม่ คุณแม่ขา อย่าไป คุณแม่” ความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่กุมมือบางไว้ ช่างอบอุ่นเหลือเกิน อบอุ่นเหมือนมือของมารดาที่มักกุมมือเธอไว้ ยามที่เธอท้อแท้ เสียใจ ดีใจ ทุกความรู้สึก มือของมารดาจะจับเธอทุกครั้ง
“คุณแม่ กอดหนูหน่อยสิคะ” หญิงสาวที่ไม่ได้สติร้องขอ ดวงตาที่ปิดสนิทมีหยาดน้ำตาไหลรินลงมา คนที่มองเห็นภาพนั้นและได้ยินเสียงเครือสั่นอดสงสารไม่ได้ ทอดตัวลงนอนตะแคง กอดร่างเล็กที่เหมือนเด็กขาดความอบอุ่น ปิ่นปักยิ้มก่อนจะเบียดกระแซะร่างกายเข้าหาไออุ่นจากอกกว้าง
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 58 “ลิเดียเป็นคนรับใช้ของฉัน ไม่ใช่ทาส เมื่อก่อนฉันเอาแต่ใจ จิกหัวใช้ลิเดียสารพัด ไม่พอยังทำให้ลิเดียรู้สึกว่าตัวเองเป็นกระโถนรองรับอารมณ์ของฉัน ยิ่งมารู้ว่า ลิเดียก็ถูกไอ้ชั่วหลอกด้วยแล้ว ฉันสงสารและเห็นใจ ฉันก็พยายามทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง ไม่ใช่เอาแต่สั่งๆ เหมือนก่อน เพราะถ้าลิเดียทนไม่ไหวขึ้นมา ลาออกไป ฉันคงเสียใจมากกว่านี้”ความเปลี่ยนแปลงของโซเฟียอีกเรื่องหนึ่งคือ ลิเดียไม่ใช่สาวใช้ที่รองมือรองเท้าเธออีกต่อไป โซเฟียรู้จักเห็นอกเห็นใจลิเดียเมื่อรู้ว่า ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันคือ ถูกอัคนารถหลอกใช้ด้วยวาจาอ่อนหวาน ด้วยความรักจอมปลอม เวลานี้โซเฟียทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ไม่ปัดภาระให้ลิเดียทำเพียงคนเดียว“ดีแล้วค่ะที่คุณคิดได้ ฉันดีใจแทนลิเดียค่ะ” การจับกุมอัคนารถ ส่งผลดีต่อใครหลายคนจริงๆ“เธอนอนพักเถอะนะ ฉันก็จะไปจัดกระเป๋า เดี๋ยวฉันให้ลิเดียมาอยู่เป็นเพื่อนนะ”“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ณัฐกานต์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เพราะรู้สึกอ่อนเพลียจากการแพ้ท้อง โซเฟียเมื่อเสร็จหน้าที่ เธอได้เดินออกจากห้องพี่สะใภ้ และทันทีที่เปิดประตูห้องออกก็พบว่า พี่ช
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 57“พระเจ้า...ณัฐ เยี่ยม...เยี่ยมที่สุดเลยที่รัก”สวรรค์กำลังเปิดรับร่างหนาที่ล่วงล้ำอัดกายใส่ร่างอรชร แอรอนโหมกายหนักขึ้น เพิ่มกำลังแรงกับบทรักที่กำลังสิ้นสุดในบทแรกของวันนี้ ไขว่คว้ามือแตะขอบสวรรค์ที่ลอยเด่นตรงหน้า ในจังหวะสุดท้ายของแรงส่ง หยุดการเคลื่อนไหวแช่นิ่งตัวตนเข้าลึกสุดทาง ระเบิดความสุขชโลมรสช่อดอกไม้งาม“สุดยอดเลยที่รักจ๋า” เสียงเหนื่อยหอบของแอรอนเอ่ยบอกสาวใต้ร่างที่ระบายลมหายใจแรงๆ ให้รางวัลณัฐกานต์ด้วยจูบหวานๆ พร้อมกับคำรักที่เขาจะบอกเธอทุกเมื่อเชื่อวัน “ฉันรักเธอ...ณัฐ”ณัฐกานต์รู้ว่าเขารักเธอ ซึ่งเธอเองก็มีความรู้สึกนี้ให้กับแอรอนเช่นกัน “ณัฐรักคุณค่ะ แอรอน”“น่ารักอย่างนี้ต้องให้รางวัลซะหน่อย” เขายิ้มเมื่อนึกถึงรางวัลที่จะมอบให้สาวอันเป็นที่รักเพียงคนเดียว “อย่างนี้ต้องทั้งคืน”“จะไหวเหรอคะ” ผู้หมวดสาวเย้ากลับ มองเขาตาเป็นประกาย“ดูถูกกันนี่นา แบบนี้ต้องทำให้ดูซะแล้ว”พูดจบแอรอนก็แสดงให้เธอรู้ว่า เขามีกำลังเหลือเฟือมากแค่ไหน พลังม้ายังชิดซ้าย พลังช้างยังชิดขวาเมื่อเจอกับผู้ชายที่ชื่อ แอรอน ชาล์ลวาเกียมีประโยคหนึ่งที่คนมักพูดหลังเรื่องเลวร้าย
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 56“นะตัวเองนะ เค้าขอโทษนะ” แอรอนเอ่ยชิดเรียวปากอิ่ม จูบเบาๆ ใช้ไรฟันกัดกลีบปากล่างของณัฐกานต์แล้วดึงไม่แรงมาก ก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ ใช้ปลายลิ้นลูบไล้แทนที่ “เค้าขอโทษนะ”วินาทีนี้หูของณัฐกานต์รู้สึกอื้อ ดวงตาพร่างพราย หัวใจเต้นระส่ำ ความคิดความอ่านคล้ายกำลังหยุดทำงาน“อืม” เธอครางเบาๆ ออกมาอย่างเสียมิได้ ไม่ใช่คำตอบรับแต่เป็นความรัญจวนที่แฝงในกาย ทว่าเสียงครางครึ้มที่แอรอนได้ยิน เขาโมเมเองว่า เธอยกโทษให้เขาแล้ว“ฉันรักเธอ...ณัฐ รักมากที่สุด”จบประโยคหวานหู ริมฝีปากใหญ่แนบติดปากเล็กน่าจูบทันที บดเบียดแผ่วเบา เรียกร้องให้เธอเปิดปากกว้างเพื่อที่เขาจะได้ส่งเรียวลิ้นเข้าไปในช่องปากสาว กระหวัดหาความหวานที่อุดมอย่างมากมาย กวาดต้อนเท่าไหร่ไม่มีวันหมด ไม่ช้าไม่นานริมฝีปากของณัฐกานต์ก็เผยอรับลิ้นใหญ่ที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความรีบร้อน ตามแรงอารมณ์ของเขาที่โหมกระพือทีละน้อย แต่ไหลเชี่ยวไม่ต่างกับสายนทีที่ต้องลมมรสุม แทะเล็มรสละมุนซาบซ่านถึงทรวงในระหว่างที่เขากำลังดื่มด่ำกับจุมพิตกระชากใจ มือแข็งแกร่งก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้น โดยที่ณัฐกานต์ยินยอมพร้อมใจให้ความร่วมมือ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 55“คุณแอรอน” ณัฐกานต์เรียกชื่อเจ้าของร่างกายที่ทาบทับตนเอง “เล่นบ้าอะไรเนี่ย”ปากไม่ได้แค่พูด ฝ่ามือน้อยๆ แต่หนักยังตีไปยังท่อนแขนกำยำของแอรอนที่ทำหน้าทะเล้นเต็มแรง แต่อีกฝ่ายก็หาได้เจ็บไม่ กลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ชวนหมั่นไส้เสียเหลือเกิน“ไม่ได้เล่น เอาจริง”ขาดคำ ปากหนาที่พูดเมื่อครู่ก็ระดมหอมไปทั่วดวงหน้าหวายสวยด้วยความรักและคิดถึงสุดใจ ฝ่ายหญิงก็หลบหลีกริมฝีปากของเขาพัลวัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล“คิดถึง คิดถึง คิดถึงที่สุดเลย”แอรอนพูดไปด้วย หอมแก้ม หอมหน้าผาก หอมจมูกของเธอไปด้วย ให้สมกับการรอคอยของเขานานสองเดือนที่เหมือนกับสองปี“ยี้...หยุดเดี๋ยวนี้นะ” สาวใต้ร่างร้องประท้วง ผลักร่างสูงใหญ่ หลบหน้าหนีเรียวปากหนาที่ทำให้เธอร้อนรุ่มได้ทุกครั้งที่ใกล้ชิด แล้วดูเหมือนว่าเธอจะพ่ายแพ้เขาอย่างสิ้นเชิง เสียงประท้วงขาดหายเพราะมันถูกกลืนหายไปในลำคอ หลังจากที่ปากหลายเหลือของเขา ทาบทับกลีบปากสาวนุ่มแสนนุ่มความรักและความคิดถึงของแอรอนที่มีต่อณัฐกานต์ ถูกถ่ายทอดด้วยจุมพิตหวานล้ำแสนเสน่หา ริมฝีปากใหญ่บดเบียดเรียวปากนุ่มจนปากสาวเผยอกว้าง เขาเร่งส่งปลายลิ้นเข้าไปสำรวจค
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 54“ท่าทางจะมีศัตรูเยอะนะคะ ถึงได้ขอให้เราไปอารักขา ทั้งที่ไม่ได้เป็นแขกคนสำคัญของบ้านเมืองด้วยซ้ำไป”ปกติแล้วหน่วยอารักขาจะดูแลความปลอดภัยสำหรับแขกบ้านแขกเมืองและคนสำคัญเท่านั้น น้อยนักที่จะรับหน้าที่อารักขานักธุรกิจ ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่า เขาคนนี้คือใครต้องกล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยอารักขาที่อัสนีและเธอสังกัดอยู่ แท้จริงแล้วเป็นแค่ฉากบังหน้า ฉากหลังของพวกเขาคือ หน่วยปราบปรามยาเสพติดสากล ที่ไม่มีใครรู้และเห็นตัวตนที่แท้จริง พอเสร็จจากการจับกุมอัคนารถและบุกยึดฐานการผลิตสำเร็จ พวกเขาก็ต้องกลับมาทำหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญตามเดิม ซึ่งถือว่าเป็นงานรอง ส่วนงานหลักก็ยังคงทำต่อไป“เดี๋ยวณัฐไปถึงห้องก็รู้เองแหละว่าเขาคนนี้คือใคร พี่ไม่อยากจะพูดนะ อย่างที่บอกมันเป็นความลับ”อัสนียังคงปิดปากไม่ยอมบอกว่า บุคคลที่ณัฐกานต์จะต้องไปอารักขานั้นคือใคร เขาอยากสร้างเซอร์ไพร์สให้ลูกน้องสาวคนนี้ ณัฐกานต์ไม่เซ้าซี้ถาม คิดว่าถามไปคงไม่ได้รับคำตอบ อีกทั้งเธอก็กำลังเดินทางไปถึงห้องสวีทของโรงแรมแล้วด้วย อีกไม่กี่นาทีก็คงรู้ว่า ชายปริศนาคนนี้คือใคร“ณัฐเข้าไปข้างในก่อนนะ พี่ขอตัวไปเข้า
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 53“การที่ณัฐไม่บอกความจริงกับคุณ เพราะณัฐคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากณัฐบอกว่า ท่านเป็นคนมาพูดให้ณัฐไปจากคุณ คุณก็อาจมีเรื่องบาดหมางกับท่าน ณัฐจึงเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ มีเพียงพี่เพชรเท่านั้นที่รู้ แล้วคิดว่าการที่ณัฐเดินจากคุณในวันนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่ะ”ณัฐกานต์ตอบคำถาม เป็นคำตอบที่ไม่ได้ทำให้แอรอนเกิดความกระจ่างมากนัก ความสงสัยก็ยังติดค้างในใจเขาอยู่ดี“ฉันไม่เข้าใจว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดตรงไหน เพราะการที่ณัฐจากฉันไป มันทำให้ฉันเข้าใจเธอผิด มันทำให้ฉันเจ็บปวดแล้วหัวใจของฉันก็เต็มไปด้วยความแค้น เป็นอย่างนี้แล้วมันจะดีได้ยังไง”แอรอนรับรู้ถึงเหตุผลของบิดาที่ทำลงไป แต่ทว่าเขายังไม่เข้าใจเหตุผลของเธอว่าที่ตัดสินใจไปจากเขานั้น ณัฐกานต์ไม่เห็นแก่ความรักที่เขามีให้เลยหรือ“ณัฐเองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะออกมาเป็นแบบนี้ ตอนนั้นที่ท่านขอร้องณัฐ ท่านให้เหตุผลที่ณัฐไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ขอให้คุณรู้ไว้ว่า ณัฐเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน ณัฐทิ้งหัวใจตัวเอง ทิ้งความรักแล้วต้องเผชิญกับความเจ็บปวดกับการตัดสินใจของตัวเอง แต่ที่ณัฐต้องไปเพราะณัฐรักคุณนะคะ ของให้
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 40การทำดีกับลิเดียก็คือ หลังจากที่เขาวางสายจากโซเฟีย เขาก็กลับบ้านตรงไปหาลิเดียที่นั่งร้องห่มร้องไห้อยู่ในห้องส่วนตัวทันที ไปโอบกอดเธอ ขอโทษขอโพยยกใหญ่“ลิเดียจ๋า ฉันขอโทษนะ ตอนนั้นฉันอารมณ์ไม่ดีก็เลยพูดและทำอย่างนั้นกับเธอไป ฉันไม่ได้ตั้งใจเลยนะลิเดีย แล้วฉันก็ไม่ได้ไปพบ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 39ผู้เป็นภรรยายิ้มเขิน “จริงหรือเปล่าคะ มาพูดให้โซเฟียดีใจเล่นๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้”“จริงสิครับ พี่คิดถึงโซเฟียที่สุดเลย” ลำแขนใหญ่โอบเอวของภรรยา จรดปลายจมูกหอมแก้มนวลที่เขาบอกว่าคิดถึงหนักหนาฟอดใหญ่ “กลับบ้านกันดีกว่านะ แล้วพี่จะทำให้โซเฟียรู้ว่า พี่คิดถึงโซเฟียมากแค่ไหน”
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 38หลังจากที่อัคนารถได้ทานยาชนิดพิเศษ ที่เธอเทลงไปในแก้วไวน์ในวันนั้น พอเขาตื่นขึ้นมาก็รู้สึกถึงความสุขทางกามารมณ์ระหว่างตนเองกับณัฐกานต์ อีกทั้งภาพอันแสนรัญจวนใจยังเต็มอยู่ในหัว และนั่นทำให้เขาไว้ใจณัฐกานต์มากขึ้น ความที่ไว้ใจมาก ทำให้หลายครั้งที่เขาติดต่องานกับเครือข่ายผ
บำเรอพิศวาสจอมมาร Chapter 37สายข่าวที่ว่านั้นก็คือ ลิเดีย สาวใช้ประจำตัวของโซเฟีย ที่ไม่ได้เดินทางไปกับเจ้านายสาวด้วย เนื่องจากเกิดล้มป่วยกะทันหัน โดยที่โซเฟียไม่รู้ตัวว่าถูกหลอก ลิเดียแกล้งป่วย เพื่อที่ตนเองจะได้อยู่ชิดใกล้อัคนารถ ชายหนุ่มที่ตนรักการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ลิเดียไม่ได้อยู่ใกล้ชิดช







