เข้าสู่ระบบและเมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องตรวจ ก็พบกับกัญจาวีร์ที่เดินออกมา จากอีกห้องเหมือนกัน จนทั้งสามคนต่างมองกันและชะงักไป "ฟ้าใส..." "เพิร์ธ นาบี" เธอมองทั้งคู่ด้วยความตกใจ "ฟ้าใสท้องเหรอ" ภูริชญาก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง "..." เธอก็ได้แต่มองทั้งคู่แต่ไม่ได้พูดอะไร "กี่เดือนแล้วล่ะ" เป็นภัทรวิชญ์ที่ถาม
วันนี้เป็นวันฝึกงานวันสุดท้าย แล้วก็มีประชุมใหญ่ของบริษัท ซึ่งก็เป็นการเกริ่นนำ ต้อนรับผู้บริหารคนใหม่ที่จะมาทำงานที่นี่ ทันทีที่เรียนจบ "ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ที่ตั้งใจฝึกงานเป็นอย่างดี หวังว่าที่นี่จะให้อะไรบ้าง และอยากให้ทุกคนไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต ขอบคุณค่ะ" แปะ แปะ แปะ แปะ
"ผมไม่เคยรักใครเท่านาบีครับ ผมอาจจะเป็นคนรักสนุกก็จริง แต่ตอนนั้นผมไม่มั่นใจว่านาบีชอบผมไหม เพราะผมเองชอบนาบีมาตลอด จนมั่นใจแล้วว่ารักมาก ตั้งแต่เราสองคน เอิ่ม..." (โบรา : เอาเถอะไม่ต้องขยายความหรอกแม่รู้แล้ว แต่แม่ก็อยากตำหนินะ อนาคตก็ยังไม่แน่นอนกันเลย แล้วแบบนี้เราสองคน...) "เอิ่ม แม่ครับ ผมไม่
ณ เพนท์เฮาส์ภัทรวิชญ์ เมื่อกินข้าวกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็กลับมาที่เพนท์เฮาส์ เขาถามเธอตลอดทางเกี่ยวกับอาการป่วย ด้วยความห่วงใย "อาบน้ำเลยไหมบี" "..." "บี" เห็นว่าเธอไม่ตอบเขาก็เรียกอีกครั้ง "ฮึก ๆ ๆ" เธอก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอึดอัด "เป็นอะไรบี ร้องไห้ทำไม" เมื่อเห็นว่าเธอร้องไห้ เขาก็รีบเดินไปกอ
"เพิร์ธ นี่ไงคณะวิศวะ สนใจไหม 3 คนนั้นก็จะเรียนวิศวะนะ จะได้เรียนด้วยกัน" "มันก็ดี แต่กลัวสอบไม่ได้" "กังวลอะไรคะ มีกูอยู่ทั้งคน" "แต่กู..." "มึงต้องสอบได้ มึงเป็นคนเก่ง แค่มึงขยันอ่านหนังสือ ขยันติวอีกสักนิด ยังไงก็ได้แน่ๆ" "อือ งั้นเหรอ" ก่อนจะทำหน้าลังเลออกมา เขารู้ดีว่าเขาเป็นคนไม่เอาไหน ยิ
ย้อนกลับไป 6 ปีก่อน "มองอะไรเพิร์ธ รีบไปได้แล้ว" "เดี๋ยวสิครับแม่ ย้ายโรงเรียนทั้งทียังไม่มีเพื่อนเลยนะ แม่จะไม่ให้ผมทักทายใครหน่อยเหรอ" ก่อนจะมองแม่ตัวเองด้วยสายตาที่เว้าวอน "แต่แม่ต้องรีบเตรียมตัวไปประชุม" "ตอนนี้เพิ่ง 11 โมงเองครับ แม่ประชุมตั้งบ่ายโมงไม่ใช่เหรอ" "ก็ใช่ แต่ต้องรีบไปเตรียมตัว
เมื่อสนามแข่งพร้อมแล้ว รถทั้งสองคันก็มาจอดเทียบ อยู่ระดับที่เสมอกันในเส้นแข่ง สายตาคมของทั้งคู่ จ้องกันอย่างไม่วางตา ด้วยที่ของเดิมพันในวันนี้ คือสิ่งที่อยากได้เหมือนกัน และการเอาชนะกันในวันนี้ มันก็ดุเดือดกว่าทุกครั้ง เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันได้ สมดั่งใจ และเขาจะเป็นผู้ชนะไม่ใช่เสมอกันอีกต่อไป คนอย่
เลิกคลาสเรียนแล้ว กัญจาวีร์ก็รีบกลับหอทันที ด้วยที่ไม่ได้กลับมาสองวัน เธอก็เก็บกวาดทำความสะอาดทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งตัวเองเป็นคนสะอาด และแพ้ฝุ่นเป็นอย่างมาก ทุกอย่างในห้องก็เลยดูข่าวสะอาดไปหมด เนื่องจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอกลับไปที่บ้านของเจ้าสัวธวัช เพื่อไปรายงานการเรียน ของกิติกรจะเป็นแบบนี้
- ปัจจุบัน - หญิงสาวเดินกางร่มตากฝน ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เพื่อออกมาเตรียมไปเรียน เนื่องจากไม่อยากขาดวิชาที่สำคัญ เฉกเช่นวันนี้ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอก็จะเรียนจบแล้ว ชีวิตของเธอเริ่มจะดีขึ้น และนับวันรอวันที่จะได้หลุดพ้น ไปมีชีวิตของตัวเองสักที ปี้น ๆ ๆ และในตอนนั้นเสียงแตรรถยนต์ก็ดั
"ฟ้าใส" เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้าสัวธวัช เขาที่เป็นต้นเหตุก็เดินตามออกมาทันที เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าพ่อเขาจะทำแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่เขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ "พอใจหรือยัง!" เธอก็พูดพร้อมกับรีบปาดน้ำตา ที่ไหลออกมา "ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้ว่า..." "หุบปากไปเถอะ ทุเรศที่สุด!" เธอก็พูดขึ้นด้ว







