مشاركة

บทที่ 9

last update تاريخ النشر: 2026-02-07 14:36:22

"โธ่ เว้ยยยยยยยย" เมื่อขึ้นมาในห้อง VIP ที่จองไว้ เขาก็เกิดบ้าคลั่งทำลายสิ่งของที่ขวางหู ขวางตาทุกอย่างในห้อง พังยับไม่เหลือชิ้นดี ทำให้เพื่อนทั้งสามคนที่รีบวิ่งตามมา ต่างตกใจทำอะไรไม่ถูก

"ไอ้เหี้ยยยยยยย" มาวินที่เป็นเจ้าของสนามแข่งรถแห่งนี้ ก็ยิ่งตกใจตาเบิกกว้าง รู้แค่ว่ามันเป็นคนขี้หงุดหงิด แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เป็นได้ขนาดนี้ ของในห้องเขาพังยับเยิน

"มันคลั่งแล้วว่ะ ทำยังไงดี"

"มึงเข้าไปดิคิม"

"กูเหรอ ไอ้วินเถอะ มันเป็นเจ้าของนะ" คิมหันต์พูดพร้อมกับหันไปมองหน้ามาวิน ที่ตอนนี้เหมือนจะช็อคไปแล้ว

"มึงนั่นแหละ ก่อนที่มันจะคลั่งไปกว่านี้รีบไป"

"เออๆ"

"ใจเย็นนายน์ มึงใจเย็น" คิมหันต์ที่ตัวใหญ่หน่อย ก็เป็นคนใจกล้าเดินเข้าไปห้าม พร้อมกับจับมันล็อคไว้ไม่ให้โวยวายไปมากกว่านี้

"แม่ง!"

"พอก่อน มึงโวยวายอะไรขนาดนี้" วายุก็รีบเข้ามาช่วยอีกที ส่วนมาวินตอนนี้เหมือนสติยังไม่กลับมา เพราะไม่รู้จะบอกพ่อเขายังไง ดูจากสิ่งของที่เสียหาย คงได้ปิดปรับปรุงห้องนี้ไปพักใหญ่

"กูจะไปตามฟ้าใส" พูดจบก็พยายามจะออกจากห้อง แต่เพื่อนทั้งสามคนก็ดึงตัวไว้ก่อน

"มึงจะไปตามได้ยังไง มึงเป็นคนไปเดิมพันกับมันเองนะ มึงก็รู้ว่าคนอย่างมันไม่ต่างกับมึง พวกมึงมันบ้าดีเดือดด้วยกันทั้งคู่"

ตอนนี้จิตใจเขานึกถึงแต่กัญจาวีร์ อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้คงไม่ต้องเดา ทำไมวันนี้เขาผิดพลาดได้ขนาดนี้

"มึงเป็นคนเลือกเอง มึงก็ต้องรับผลในสิ่งที่มึงทำ"

"โถ่เว้ยยยยย" ก่อนจะหันไปโวยวายอีกครั้ง ขายาวถีบโต๊ะตัวใหญ่ จนล้มหงายท้องไป

"มึงไปสงบสติอารมณ์ก่อนไหม ยิ่งอยู่ที่นี่มึงยิ่งเดือด"

"...!" เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เดินออกมาจากห้อง ด้วยอารมณ์ที่ไม่มีท่าทีจะเย็นลง ก่อนจะรีบสาวเท้าไปที่รถ แต่เมื่อลงมาถึงเต็นท์ ก็มีหลายเสียงว่อนมาให้ลำคาญหู

"ไงมึง แพ้ไม่เป็นไรหรอกแค่ครั้งเดียวเอง"

"..." เขาก็ต้องชะงักเท้า ก่อนจะหันกลับไปมอง คนที่นั่งกินเหล้ากันอยู่

"แต่ผู้หญิงคนนั้นแจ่มนะ ไอ้ภีมคงพาไปขึ้นสวรรค์แล้ว ใจกว้างดีนะเอาเด็กมาเป็นเดิมพัน วันหลังหามาให้กูซักคนดิ ฮ่า ๆ ๆ"

และเสียงหัวเราะ ของคนที่อยู่ตรงนั้นก็ดังขึ้นพร้อมกัน แล้วก็เริ่มพูดมากขึ้น จนลืมสังเกตสีหน้าของคนที่พวกเขา กำลังพูดเล่นด้วยอยู่ว่าอยู่ในอารมณ์ไหน

แบบนั้นยิ่งทำให้คนที่กำลังเลือดร้อน อารมณ์ร้อนขึ้น หันไปหาไอ้ที่กำลังพูดอยู่ พร้อมกับหยิบขวดเหล้าที่หมดแล้ว ไปฟาดใส่หัวอย่างแรง ขวดแตกกระจาย คอขวดแหลมยังอยู่ในมือเขา ทำให้ทุกคนที่อยู่ในวง ต่างเงียบกริบกันหมด ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

"เหล้าพอแดกไหม" ถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น พร้อมกับแววตาที่โหดเหี้ยมเอาเรื่อง

"..." แต่ละคนก็เพียงแต่เงียบและก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองอีก

"กูถามว่าเหล้าพวกมึงพอแดกกันไหม!"

"พะ...พอ ๆ ๆ"

"ถ้ามันฟื้นขึ้นมาแล้วยังไม่ตาย ให้ติดต่อไป!" เขาทิ้งนามบัตร ผู้ช่วยของพ่อเขาให้ แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นด้วยความหัวเสีย ขับรถออกไปด้วยความเร็ว

"ไอ้เป้ ๆ มันตายหรือเปล่าวะ" เมื่อคนที่คลั่งออกไปแล้ว ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็ต่างตกใจ และรีบดูเพื่อนที่โดนขวดฟาดหัว ตอนนี้มันสลบไปแล้ว ใครจะคิดว่ามันจะเดือดดาน เกือบฆ่าคนตายได้เพราะปกติก็ไม่เคยเป็นขนาดนี้ จนทำเอาทุกคนขนหัวลุกกันหมด

กัญจาวีร์ Talk

เมื่อขึ้นรถมากับเขาแล้ว เธอก็พยายามระงับความกลัวไว้ แม้ตอนนี้ใจจะสั่นมากก็ตาม ผู้ชายคนนี้ก็ดูน่ากลัว ไม่ต่างกับผู้ชายใจร้ายคนนั้นเลย

"ไม่ต้องสั่นขนาดนั้นก็ได้" ภีมพูดพร้อมกับหันไปยิ้มให้เธอ

"..." เธอก็เพียงแต่มองออกนอกหน้าต่าง ไม่ได้หันไปมองหน้าเขา

"ไม่แนะนำตัวหน่อยเหรอ" ก่อนจะเหยียบคันเร่งให้เร็วกว่าเดิม

"จะพาฉันไปไหน" จนในที่สุดเธอก็หันไปถาม เมื่อรู้สึกว่าทางที่เขาพาไป มันออกนอกเส้นทางไปเรื่อย ๆ

"หึ แล้วเธออยากไปไหนล่ะ"

"ฮึก ฉันไม่ได้อยากไป" จนในที่สุดก็กั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาอย่างน่าอาย

"ร้องไห้? ร้องทำไม" เขาก็ถามขึ้นด้วยความตกใจ

"อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ ให้ฉันไหว้ก็ได้ ฮึก ๆ" เธอพูดพร้อมกับยกมือไหว้เขา ด้วยอาการที่หวาดกลัว และก้มหน้าลงไม่กล้ามอง

"ใจเย็น ๆ ก่อน" ก่อนจะรีบขับรถออกไปให้พ้นทางเปลี่ยว และไปจอดรถที่ร้านสะดวกซื้อ ก็ยอมรับว่าเขาเองก็ตกใจเหมือนกัน ที่เธอมีท่าทีหวาดกลัวขนาดนี้ เพราะตลอดชีวิตเขา แค่เขาชวนขึ้นรถ ผู้หญิงแต่ละคน ก็พร้อมอ้าขาให้เขาแล้ว แต่กับเธอ นอกจากจะกลัวแล้ว ยังยกมือไหว้ไม่ให้เขาทำอะไรอีก 'หึ ชีวิตกู!'

เมื่อเห็นว่าเขาจอดรถเธอก็รีบเงยหน้าขึ้นมา เพราะกลัวว่าเขาจะพาเธอไปทำอะไรในที่เปลี่ยว แต่มันก็ผิดคลาด เพราะที่นี่คือที่ชุมชน และคนก็สัญจรไปมาเยอะมาก

"ตอนนี้หนึ่งทุ่ม ยังไม่ดึกมาก เธออยากกินอะไร จะเข้าเซเว่นก่อนไหม"

"นาย..." เธอเรียกเขาแผ่วเบา พร้อมกับปาดหลังมือเช็ดน้ำตา

"หึ หน้าฉันดูเป็นคนไม่ดีขนาดนั้นเลย? ฉันไม่ใช่คนใจร้ายหรอกนะ" เขายื่นทิชชูที่มีติดรถไว้ให้เธอ

"..." แต่ความจริงเขาก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ไม่มีการลวนลาม หรือล่วงเกินอะไรเธอเลย แต่เธอก็มองอย่างไม่เชื่อใจอยู่ดี

"ฟังนะ ฉันไม่ได้จะทำอะไรเธอ ฉันแค่อยากเอาชนะไอ้นายน์มันเฉย ๆ และดูมันจะหวงเธอด้วย ตอนนี้มันก็คงจะคลั่งอยู่" พูดพร้อมกับยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ

"นายเข้าใจผิดแล้ว นายนั่นจะมาหวงอะไรฉัน ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาเกลียดฉันจะตาย"

"ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันรู้จักกับมันมาหลายปี มันไม่เคยเป็นแบบนี้ และเธอคนเดียว ที่ทำให้มันเป็นขนาดนี้ได้"

"..."

"เธอจะแนะนำตัวเธอได้หรือยัง ไม่แน่นะถ้าเราเป็นเพื่อนกัน วันนี้ฉันอาจไม่ทำอะไรเธอก็ได้"

"นี่นายยังจะทำอะไรฉันอยู่เหรอ" เธอก็ถามอย่างเอาเรื่อง

"หึ แต่เธอก็สวยดีนะ"

"หยุดพูดจาอะไรแบบนั้นนะ"

"ไม่ร้องไห้แล้วเหรอ เมื่อกี้ยังยกมือไหว้ฉันอยู่เลย"

"ก็..."

"ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก สาบาน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"อือ งั้นก็ขอบใจแล้วกัน ที่นายไม่ได้คิดเรื่องอะไรแบบนั้นกับฉัน"

"ฉันชื่อภีม" และเขาก็เป็นคนแนะนำตัวก่อน

"ฉะ...ฉันชื่อฟ้าใส"

"แล้วไปรู้จักกับไอ้นายน์ได้ยังไง"

"เรียนวิศวะด้วยกัน"

"วิศวะ?" เขาหรี่ตาถามอย่างไม่เชื่อ เธอดูเป็นผู้หญิงสวยหวาน ไม่ได้เหมาะที่จะเรียนวิศวะเลย แล้วใจก็นึกไปถึงใครบางคน คิดได้แบบนั้นก็เผลอยิ้มออกมา

"ใช่ เรียนม.เดียวกันกับ เอ่อ... นายน์ แล้วก็อยู่ห้องเดียวกัน"

"ถามจริง?" เขาก็ถามขึ้นเสียงดัง อะไรจะโลกกลมขนาดนี้

"ใช่ ทำไมนายต้องแปลกใจขนาดนั้น"

"แล้วแบบนี้ เธอก็ต้องรู้จักกับน้ำชาใช่ไหม"

"รู้สิ เราเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน"

"อ่อ" นี่แหละนะ โลกกลมฉิบหาย

"แล้วนายรู้จักกับน้ำชาด้วยเหรอ"

"ก็เอ่อ...รู้จักกันผ่าน ๆ" ผ่านมาให้จำ แล้วก็ทำให้ไม่ลืม ง้อมาตลอดแล้ว ก็ยังไม่เป็นผล

"ฉันขออะไรนายหน่อยได้ไหม"

"อะไร"

"ฉันขอลงตรงนี้ แล้วฉันจะกลับเอง"

"แล้วฉันบอกเธอตอนไหน ว่าฉันจะให้เธอกลับ"

"นาย" เธอก็มองเขาอย่างอ่อนใจ ก็คิดว่าเขาจะปล่อยเธอแล้ว

"ภีม เรียกฉันว่าภีม"

"ภีมนายก็ไม่ได้คิดอะไรกับฉันอยู่แล้ว ปล่อยฉันกลับได้ไหม"

"มันง่ายไปฟ้าใส มันยังไม่สนุกเลยนะ"

"สนุก?" เธอก็ถามอย่างไม่เข้าใจ และในตอนนั้นเสียงโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นพอดี จนเธอต้องหยิบขึ้นมาดู ซึ่งก็เป็นชื่อของใครบางคน ปรากฏขึ้น

Rrr Rrr Rrr

"เห็นหรือยังเรื่องสนุก"

"..."

"เธอเชื่อเถอะ ว่าฉันไม่ได้ร้ายกาจและบ้าเท่ามัน"

เธอได้แต่ถอนหายใจ ออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเธอ ที่ผู้ชายคนนี้ยังมีดีอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ไม่ล่วงเกิน หรือทำให้เธอต้องรู้สึกแย่ ไปมากกว่านี้
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 263

    และเมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องตรวจ ก็พบกับกัญจาวีร์ที่เดินออกมา จากอีกห้องเหมือนกัน จนทั้งสามคนต่างมองกันและชะงักไป "ฟ้าใส..." "เพิร์ธ นาบี" เธอมองทั้งคู่ด้วยความตกใจ "ฟ้าใสท้องเหรอ" ภูริชญาก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง "..." เธอก็ได้แต่มองทั้งคู่แต่ไม่ได้พูดอะไร "กี่เดือนแล้วล่ะ" เป็นภัทรวิชญ์ที่ถาม

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 262

    วันนี้เป็นวันฝึกงานวันสุดท้าย แล้วก็มีประชุมใหญ่ของบริษัท ซึ่งก็เป็นการเกริ่นนำ ต้อนรับผู้บริหารคนใหม่ที่จะมาทำงานที่นี่ ทันทีที่เรียนจบ "ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ที่ตั้งใจฝึกงานเป็นอย่างดี หวังว่าที่นี่จะให้อะไรบ้าง และอยากให้ทุกคนไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในอนาคต ขอบคุณค่ะ" แปะ แปะ แปะ แปะ

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 261

    "ผมไม่เคยรักใครเท่านาบีครับ ผมอาจจะเป็นคนรักสนุกก็จริง แต่ตอนนั้นผมไม่มั่นใจว่านาบีชอบผมไหม เพราะผมเองชอบนาบีมาตลอด จนมั่นใจแล้วว่ารักมาก ตั้งแต่เราสองคน เอิ่ม..." (โบรา : เอาเถอะไม่ต้องขยายความหรอกแม่รู้แล้ว แต่แม่ก็อยากตำหนินะ อนาคตก็ยังไม่แน่นอนกันเลย แล้วแบบนี้เราสองคน...) "เอิ่ม แม่ครับ ผมไม่

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 260

    ณ เพนท์เฮาส์ภัทรวิชญ์ เมื่อกินข้าวกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็กลับมาที่เพนท์เฮาส์ เขาถามเธอตลอดทางเกี่ยวกับอาการป่วย ด้วยความห่วงใย "อาบน้ำเลยไหมบี" "..." "บี" เห็นว่าเธอไม่ตอบเขาก็เรียกอีกครั้ง "ฮึก ๆ ๆ" เธอก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอึดอัด "เป็นอะไรบี ร้องไห้ทำไม" เมื่อเห็นว่าเธอร้องไห้ เขาก็รีบเดินไปกอ

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 259

    "เพิร์ธ นี่ไงคณะวิศวะ สนใจไหม 3 คนนั้นก็จะเรียนวิศวะนะ จะได้เรียนด้วยกัน" "มันก็ดี แต่กลัวสอบไม่ได้" "กังวลอะไรคะ มีกูอยู่ทั้งคน" "แต่กู..." "มึงต้องสอบได้ มึงเป็นคนเก่ง แค่มึงขยันอ่านหนังสือ ขยันติวอีกสักนิด ยังไงก็ได้แน่ๆ" "อือ งั้นเหรอ" ก่อนจะทำหน้าลังเลออกมา เขารู้ดีว่าเขาเป็นคนไม่เอาไหน ยิ

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 258

    ย้อนกลับไป 6 ปีก่อน "มองอะไรเพิร์ธ รีบไปได้แล้ว" "เดี๋ยวสิครับแม่ ย้ายโรงเรียนทั้งทียังไม่มีเพื่อนเลยนะ แม่จะไม่ให้ผมทักทายใครหน่อยเหรอ" ก่อนจะมองแม่ตัวเองด้วยสายตาที่เว้าวอน "แต่แม่ต้องรีบเตรียมตัวไปประชุม" "ตอนนี้เพิ่ง 11 โมงเองครับ แม่ประชุมตั้งบ่ายโมงไม่ใช่เหรอ" "ก็ใช่ แต่ต้องรีบไปเตรียมตัว

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 7

    เลิกคลาสเรียนแล้ว กัญจาวีร์ก็รีบกลับหอทันที ด้วยที่ไม่ได้กลับมาสองวัน เธอก็เก็บกวาดทำความสะอาดทุกอย่างให้เรียบร้อย ทั้งตัวเองเป็นคนสะอาด และแพ้ฝุ่นเป็นอย่างมาก ทุกอย่างในห้องก็เลยดูข่าวสะอาดไปหมด เนื่องจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอกลับไปที่บ้านของเจ้าสัวธวัช เพื่อไปรายงานการเรียน ของกิติกรจะเป็นแบบนี้

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 6

    - ปัจจุบัน - หญิงสาวเดินกางร่มตากฝน ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เพื่อออกมาเตรียมไปเรียน เนื่องจากไม่อยากขาดวิชาที่สำคัญ เฉกเช่นวันนี้ เพราะอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เธอก็จะเรียนจบแล้ว ชีวิตของเธอเริ่มจะดีขึ้น และนับวันรอวันที่จะได้หลุดพ้น ไปมีชีวิตของตัวเองสักที ปี้น ๆ ๆ และในตอนนั้นเสียงแตรรถยนต์ก็ดั

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 5

    "ฟ้าใส" เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้าสัวธวัช เขาที่เป็นต้นเหตุก็เดินตามออกมาทันที เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าพ่อเขาจะทำแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่เขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ "พอใจหรือยัง!" เธอก็พูดพร้อมกับรีบปาดน้ำตา ที่ไหลออกมา "ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้ว่า..." "หุบปากไปเถอะ ทุเรศที่สุด!" เธอก็พูดขึ้นด้ว

  • เล่ห์ร้าย(นาย)คนเลว | นายน์xฟ้าใส   บทที่ 4

    "ทำไมกับแค่สอบเข้ามหาลัยง่าย ๆ แค่นี้แกยังทำไม่ได้!" เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เหล่าแม่บ้าน ไม่มีใครกล้าย่างกายเข้าไป ใกล้ในบริเวณนั้น "..." คนถูกด่าก็ได้เพียงแต่ก้มหน้ารับ "เหลืออีกมหาลัย ถ้าแกสอบไม่ได้ แกต้องไปอยู่มาเก๊ากับเฮียแก ไปให้มันเขี้ยวเข็นแกเอง" "ป๊า..." "หุบปาก แล้วไปหา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status