Masukณ เขาใหญ่หลังจากเคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพฯ เสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็เดินทางกลับมาที่เขาใหญ่ต่อ เพราะหลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว ก็ต้องเริ่มวางแปลนสร้างรีสอร์ทต่อทางผู้ใหญ่เลยตกลงกันว่า จะให้ทั้งคู่หมั้นและแต่งงานกันก่อน เพื่อที่ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันได้โดยไม่มีข้อคอรหาจากคนอื่นทั้งคู่มองบ้านหลังสีดำ ที่ตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยความรู้สึกที่ดีใจ ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และต่อไปบ้านหลังนี้ก็คือบ้านของเราสองคน ที่เธอและเขาเป็นคนช่วยกันสร้างขึ้นมา ความฝันที่เคยอยากมีบ้านแบบนี้อยู่ด้วยกัน ตอนนี้มันเป็นจริงแล้วฟอดดดด“เค้ารักตัวนะที่รัก”“เค้าก็รักตัวมาก” เมื่อโดนกอดจากด้านหลัง เธอก็พลิกตัวกลับไป หันหน้าไปจ้องหน้าเขา มือบางก็โอบคอหนาวไว้ พร้อมกับหอมแก้มเขาเหมือนกัน“เรามีลูกกันไหมตัว”“...” ลูกเหรอ เธอก็ลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย แต่ที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยป้องกันเลยสักครั้ง จนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป“เค้าอยากมีลูกกับตัว”“เอ่อตัว...”“ตัวยังไม่พร้อมเหรอ” เมื่อเห็นสีหน้าดูตกใจของเธอ เขาก็ถึงกับหน้าถอดสี“เค้าไม่ได้ป้องกัน เลยสักครั้ง”“จริงเหรอ”“อือ เค้าลืมนึกถึงด้วยแหละ แต่นี่ก
ณ ร้านดอกไม้ Happy flower Cหลังจากเสร็จสิ้นความต้องการที่โรงแรมแล้ว ทั้งคู่ก็เดินจุงมือกัน มาหาแม่ของเธอที่ร้านดอกไม้ต่อ หญิงสาวยิ้มระรื่นอย่างอารมณ์ดี เดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่จากด้านหลัง“อ้าว จะมาทำไมไม่บอกแม่ก่อน” เมื่อเห็นลูกสาวคนสวย ชลดาก็หันไปกอดเหมือนกัน“ไม่บอกที่ไหนล่ะ แม่ได้อ่าน LINE ไหม”“จริงสิ วันนี้แม่ยุ่งทั้งวันเลย แล้วนี่...” เมื่อหันไปเห็นผู้ชายที่อยู่ข้างหลังลูกสาว ชลดาก็ถึงกับขมวดคิ้ว“สวัสดีครับ ผมชื่อภีม เป็น...”“เอ่อ...แม่คะ นี่ภีมค่ะแฟนชา”“แฟน?”“คะ...เอ่อ”“แล้วไปมีแฟนตอนไหน ไปเจอกันได้ยังไง รู้จักกันนานหรือยัง” ชลดาถามอย่างต้องการคำตอบ“เอ่อ...”“แม่ อย่าถามรัวขนาดนั้นสิ ภีมหน้าซีดหมดแล้ว” พูดจบก็จับมือแฟนหนุ่มไว้ เพราะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังประหม่า“ก็แม่อยากรู้ไง ชาไปทำงานตั้งหลายเดือนแล้ว แล้วเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน”“นี่คือภีม เจ้าของโครงการที่ชาไปทำงานให้ค่ะ”“เจ้าของโครงการเนี่ยนะ”“ครับแม่ เอ่อ...คือผมกับน้ำชา เราเคยเป็นแฟนกันช่วงมัธยม แล้วก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง ตอนที่น้ำชาไปทำบ้านให้ผม แล้วเราสองคนก็...”“ดะ...ได้เจอกันที่นั่นค่ะแม่ ก็เลยตกลงกลับมาคบกัน
[“นี่คุณ! คุณจะให้น้ำชา ไปทำงานที่เขาใหญ่ได้ยังไง วิศวกรอยู่กันเต็มบริษัท สมองคุณ มันเพี้ยนไปแล้วหรือไง คุณคิดอะไรอยู่!”“ผมอยากให้ ผู้บริหารคนอื่นเห็น ว่าน้ำชาเก่งแค่ไหน จะได้เป็นที่ยอมรับกับทุกคนในอนาคต”“ไม่ฉันไม่ยอมนะ ให้ภาคไปทำเลย ฉันไม่ยอมให้ น้ำชาไปอยู่ไกล ๆ แบบนั้นหรอกนะ”“คุณ”“ถ้าลูกเป็นอะไรไป คุณจะทำยังไง ใครจะรับผิดชอบ”“...” ภาคที่นั่งฟังอยู่ ก็ลอบยิ้มด้วยความพอใจ เพราะเขากับพ่อและน้องชาย ก็ต่างรู้ดีว่าแม่ของพวกเขา รักและหวงน้ำชามากแค่ไหน เพียงแต่ไม่แสดงออกแค่นั้น“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคุณ ผมรู้ว่าคุณรักน้ำชามาก แต่ลูกก็โตแล้วนะคุณ แล้วโปรเจคนี้ก็เป็นโปรเจคที่ใหญ่มาก ผมอยากให้ไปทำให้เต็มที่ แล้วอีกอย่าง โครงการนี้ก็เป็น โครงการของมาดามวารี อย่างน้อยก็คนกันเอง แล้วลูกหลานบ้านนั้น ก็มีแต่คนดี ๆ ด้วย”“...” จริงด้วย ถ้าได้ไปรู้จักกับคนดี ๆ ก็คงไม่เสียหายอะไร แต่ก็ยังรู้สึกห่วงมากอยู่ดี“นะคุณ ให้ลูกได้ลงมือทำด้วยตัวเองบ้าง ทุกวันนี้คุณก็แอบคอยช่วยอยู่ตลอด แบบนี้ลูกก็ไม่ถึงไหนสักทีสิ”“แต่ฉันก็ห่วงอยู่ดี งานที่บริษัทมีเยอะแยะไป ภาคควรไปไหม แกเป็นผู้ชายนะ จะให้น้องที่เป็นแค่ผู้หญิงต
นักข่าวที่อยู่ในงานตอนนี้ก็ต่างตกใจ ทำไมทั้งคู่ถึงกล้าควงกันมางานนี้ ทั้งที่กระแสสังคมกำลังโจมตีอย่างหนักหน่วงอยู่“ขอสัมภาษณ์หน่อยนะครับ” แล้วนักข่าวก็กู่เข้าไปขอสัมภาษทั้งสองคนด้วยที่ทั้งคู่ไม่ใช่ดาราหรือคนดัง ก็มองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูก ก็ไม่คิดว่านักข่าวจะมาเยอะกันขนาดนี้“ชา เข้าไปในงานก่อนนะ เดี๋ยวตรงนี้ภีมจัดการเอง” ด้วยที่เขารู้ว่าเธอไม่อยากให้ครอบครัว ทางพ่อของเธอต้องเดือดร้อน เขาก็เลยจะเป็นคนรับหน้า จัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“น้ำชา นี่มันเรื่องอะไรกัน” คุณหญิงจันทราที่อยู่ตรงนั้นก็เดินเข้ามาถาม ด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด“เอ่อ...” เธอก็ได้แต่ก้มหน้า ด้วยความรู้สึกผิด งานวันนี้ต้องมาพังไม่เป็นท่าเพราะเรื่องของเธอแบบนี้หรือ“สวัสดีครับ ผมชื่อภีม พวกคุณอยากรู้เรื่องอะไรกันบ้าง วันนี้ผมจะตอบ” เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ดีของแฟนสาว ที่กำลังมองมาอยู่ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก“นักข่าว : ขอเข้าเรื่องเลยครับ เรื่องมือที่สามนี่จริงไหมครับ”“ไม่จริงครับ เพราะผมกับแพรวเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”“นักข่าว : อ้าว จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงคะ ในเมื่อน้องแพรวเพิ่งให้สัมภาษณ์ไป”“อันนั้นผมไม่ทราบครั
“...” หญิงสาวตกใจจนอึ้งไป เมื่อรับรู้เรื่องนี้ เธอเองก็ไม่รู้มาก่อนเลย ว่าเขามีดีกรีการศึกษาถึงระดับนี้แล้วเสียงปรบมือก็ดังขึ้น หลายคนที่ยังจงรักภักดี ก็มองสองพ่อลูกอย่างปลื้มใจ ส่วนคนที่แปรพรรค ก็ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกละอายใจ“ทำให้เต็มที่นะภีม ทั้งบริษัทนี้ และสมบัติทุกอย่างของพ่อ มันเป็นของภีมแล้ว”แล้วเสียงปรบมือในห้องประชุมก็ดังขึ้น ทุกคนต่างต้อนรับท่านประธานคนใหม่ ที่ถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ในวันนี้เมื่อเข้ามาภายในห้องทำงาน สองพ่อลูกก็ต่างมองกัน ต่างคนต่างรู้สึกผิดไม่ต่างกัน“นี่แฟนภีมเหรอ” ดนัยจ้องหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ อย่างไม่วางตา“ครับพ่อชื่อน้ำชา” เขาตอบรับพร้อมกับจับมือเธอแน่น“สวย น่ารักดีนะ”“ขอบคุณค่ะ” นรีกุลก็ตอบรับพร้อมกับยิ้มให้“เดี๋ยวพ่อจะให้คนเปลี่ยนห้องทำงานใหม่ให้หมดเลย ไม่ต้องอยู่ห้องที่มันเป็นเสนียด”“พ่อ...”“พ่อขอโทษนะลูก ทุกอย่างควรเป็นของภีมตั้งนานแล้ว พ่อไม่น่าโง่แบบนี้เลย”“อย่าโทษตัวเองเลยครับพ่อ ความจริงผมก็ไม่อยากได้อะไรหรอก แค่พ่อหายดีผมก็ดีใจมากแล้ว”“ก็ต้องหายสิ ได้พยาบาลพิเศษที่ใครก็ไม่รู้ จ้างให้มาดูแลทั้งที”“...”“ขอบใจมากนะลูก สำหรับทุกอย่า
ในบริษัทของดนัยวันนี้ เป็นวันประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้บริหารแต่ละคนก็เข้ามาประชุมอย่างพร้อมเพรียง กว่าสี่ปีแล้วที่ดนัยป่วย และชนัชก็ขึ้นมาเป็น ผู้มีอำนาจแทนทุกอย่าง ตั้งแต่เขาเข้ามาทำ บริษัทก็เละเทะมาก ระบบทุกอย่างพังไปหมด ผู้บริหารส่วนหนึ่งก็ได้แต่คัดค้าน แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ภวัตถูกให้เชิญ มาร่วมประชุมในวันนี้ด้วย เขาก็เลยถือโอกาสพานรีกุลมาด้วยเลย เนื่องจากผู้บริหารคนอื่น ก็เห็นว่าเขากลับมาแล้ว เขาควรจะมามีส่วนร่วมด้วย และเมื่อเป็นแบบนั้น เขาก็มาจริง ๆ เพราะก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคนที่พ่อเขาไว้ใจนักไว้ใจหนา จะใช้อำนาจบาดใหญ่กับคนอื่นได้ขนาดไหน “สวัสดีทุกคนครับ” เมื่อเข้ามาในห้องเขาก็ทักทายพร้อมกับยิ้มให้ เขาทำทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนคนที่เป็นเด็กไม่เอาไหนในวันนั้น จนผู้บริหารคนอื่นที่ไม่ชอบเขาอยู่แล้ว ก็มองอย่างไม่ชอบใจ เพราะบางส่วนโอนเอนไปทางชนัชกับชะเอม “สวัสดีค่ะ” นรีกุลก็ยกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม “พี่ว่า นายมาก็เสียเวลานะ นี่กำลังคุยเรื่องงานกัน ประชุมผู้ถือหุ้น นายคงไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้” ชะเอมพูดอย่างเย้ยหยัน “ไม่เป็นไรครับ กล้าเชิญ ผมก็กล้ามา ผมแค่อย
ณ เขาใหญ่ตอนนี้มีแต่ความรู้สึกที่ตื่นเต้น ของคนที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพมาตลอด บรรยากาศที่นี่ดีมาก ยิ่งตอนเช้าแบบนี้ยิ่งสดชื่น จนรู้สึกชอบตั้งแต่ที่มาถึง ยิ่งไร่แห่งนี้แล้วด้วย ช่างอุดมสมบูรณ์จริง ๆ“น่าอยู่มากเลยนะ” ภาคก็พูดขึ้น พร้อมกับยิ้มให้น้องสาว“ใช่ค่ะ ชาชอบจัง”“ไปพักผ่อนก่อนไหม เดี๋ยวค่อยออ
นอกจากแขกหลายคนที่มาร่วมยินดีแล้ว ภายในงานวันนี้ก็ยังมีทั้งสื่อมวลชน และดาราสาวดาวรุ่ง มาแรงอย่าง แพรว พันทิภา ที่มางานอีเวนท์ด้วย“สวัสดีค่ะมาดามวารี แพรวนะคะ ส่วนนี่แม่นิกา แม่แพรวเองค่ะ” หลังจากงานเปิดตัวดาราสาว กับแม่ก็มาทักทายเจ้าของงาน แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นภวัตอยู่ตรงนี้ด้วย“สวัสดีค่ะ หนูแ
นานพอสมควรถึงเวลาแล้ว ทัตเทพก็ขับรถมาส่งลูกสาวที่บ้าน ด้วยท่าทีที่เขามีความสุขขึ้นบ้านหลังที่นรีกุลอยู่ตอนนี้ เป็นที่ดินของยายเธอ และพ่อก็มาสร้างบ้านให้ สำหรับเธอแล้วก็ถือว่าใหญ่โต แต่พอไปเห็นบ้านของพ่อเธอแล้ว แทบไม่ได้เศษหนึ่งส่วนสี่ ของบ้านที่อยู่ตอนนี้ ความรวยก็ไม่ต้องพูดถึง มันต่างกับที่เธอรู้
เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน นรีกุลก็ต้องแปลกใจที่เห็นพ่อเธอนั่งอยู่บนโซฟา เพราะปกติพ่อเธอก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านหลังนี้ตั้งนานแล้ว"ไปไหนมา!" เป็นเสียงเยือกเย็นของชลดา แม่ของเธอที่ดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาหาด้วยความไม่พอใจ"ชา..." เธอเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ด้วยที่ไปทำความผิดมา ก็ไม่รู้ว่าจะหาข้อแก้ตัวไหน







