Masukณ PW คลับ
หลังจากที่วางสายจากแฟนสาว เขาก็มาเที่ยวคลับกับเพื่อนต่อ ตั้งแต่อายุย่างเท้าเข้า 18 ปี เขาก็เริ่มใช้ชีวิตสุดโต่ง ทั้งเพื่อนซี้ที่รู้จักกันดีอย่าง 'เพิร์ธ ภัทรวิชญ์' ก็เป็นเจ้าของที่นี่ และเมื่อมาถึง ก็พบกับเพื่อนทั้ง 2 คนที่นั่งรออยู่ "ไงมึง" มาถึง บูม ณวัตร ก็ทักทันที "เออ มาเร็วนะพวกมึง" พูดจบก็นั่งลงเก้าอี้ที่ว่างอยู่ "ก็มารอพวกมึงนี่ไง อ่ะของมึง" ไบร์ท วัชระ ก็หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาวาง "แล้วไอ้เพิร์ธยังไม่มาเหรอ" "ถามหากูเชียวนะ" และเสียงคนที่เขาถามหาก็ดังขึ้น "สัส ไม่เจอกันนานเลยนะมึง" "กูต่างหากล่ะที่ไม่เจอมึง" "จะเจอได้ยังไง แม่ง ไปติดหญิงที่ไหนก็ไม่รู้" "ติดหญิงก็เพื่อนพวกมึงนั่นแหละ” แม่งน่ารักชิบหาย เขาคลั่งรักเธอจะตายอยู่แล้ว “เหม็นความรัก ทีกับพวกกูไม่ออกมาเจอเป็นชาติ” "หยุดแซวมันได้แล้ว ว่าแต่พวกมึง ทำไมถึงออกมาพร้อมเพรียงกันได้" เพิร์ธก็ถามพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ "ออกมาหาสีสันให้ชีวิตไง" แล้วแต่ละคนก็มองหน้าอย่างรู้กัน เพราะมันจะเป็นแบบนี้เสมอ ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พวกเขาก็เริ่มอยากใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่กันมากขึ้น และยิ่งได้รู้จักกับคนเยอะก็ยิ่งมีอะไรท้าทายให้ทำมากมาย “วันนี้พวกมึงไม่ต้องนัดใครมานะ” “ทำไม กลัวแฟนมึงรู้หรือไง” “เออ ไว้พวกมึงมีแฟน พวกมึงก็รู้เอง” “มึงมาด้วยเนี่ย เสียระบบพวกกูหมดไอ้ห่า” “เออ กูไปเข้าห้องน้ำก่อน” เขากระดกเหล้าที่อยู่ในแก้วจนหมด ก่อนลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ "ภีม" เมื่อเดินออกมา ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น "..." เขาได้แต่ถอนหายใจแต่ไม่ได้หันกลับไปมอง เพราะรู้ดีว่านั่นคือใคร ชะเอม เมียใหม่ของพ่อเขา ที่อายุเพิ่งจะ 25 ปี และพ่อเขาที่อายุกว่า 50 ปี ก็ยกขึ้นมาเป็นเมีย โดยไม่สนใจคำพูดใคร แม้แต่คนเป็นลูกอย่างเขา "มาเที่ยวด้วยเหรอวันนี้" "มีตาก็เห็นอยู่ไม่ใช่เหรอ" "แหม่ พูดกับพี่ให้ดี ๆ หน่อยสิ ยังไงพี่ก็เป็นแม่นายนะ" "อย่ามาพูดจาแบบนี้ พี่จะไปไหนก็ไปอย่ามายุ่ง" "แหม่ ก็มาเจอกันแบบนี้ พี่ก็อยากทักทายบ้าง" ชะเอมพูดพร้อมเดินมาเกาะแขนและลูบมือเขาเบา ๆ "ปล่อย!" เขาพูดขึ้นเสียงดังด้วยความหงุดหงิด "พี่ก็แค่ทักทายเองนะภีม" "อย่าให้ผมต้องรู้สึกทุเรศพี่ไปมากกว่านี้เลยว่ะ" พูดจบเขาก็สะบัดแขนแม่เลี้ยงตัวร้ายจนหลุดไป และรีบเดินออกจากตรงนั้นทันที เขาเห็นมาตลอดว่าผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้รู้สึกรักชอบอะไรพ่อเขาเลย ที่คบกันอยู่ก็เพราะต้องการเงิน และเงินมหาศาลของพ่อเขา ก็ทุ่มใส่กับผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่เรียนมหาลัยแล้ว "กรี๊ดดดดดด ไอ้เด็กบ้า ไอ้หยิ่ง คอยดูเถอะ ฉันจะจัดการแกสักวัน!" เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ เขาก็ไม่อาจสนุกได้อีกต่อไป พอกลับมานั่งโต๊ะ ก็บอกเพื่อนว่าจะกลับในทันที "พวกมึงกูกลับก่อนนะ" "รีบไปไหนของมึง" บูมก็ถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ นี่ก็เพิ่งจะห้าทุ่มกว่าเอง ปกติก็จะอยู่กันดึกกว่านี้ทุกครั้ง "หงุดหงิดไม่มีอารมณ์" "อ้าวไอ้ห่า แล้วมึงนัดพวกมันมานะ" เพิร์ธเองก็ถึงกับงง ทีแรกก็ยังดี ๆ อยู่เลย ทำไมตอนนี้มันดูหงุดหงิดขนาดนี้ "นี่ค่าเหล้า พวกมึงจะแดกอะไรก็แดกกันต่อเลย" พูดจบก็วางเงินให้ แล้วก็เดินออกไปอย่างคนที่หัวเสีย "มันเป็นอะไรของมันวะ" "ช่างแม่งเหอะ ปล่อยมันไป" เพื่อนทั้งสามก็ได้แต่มองอย่างให้กำลังใจ เพราะปกติแล้วภวัต ก็เป็นคนอารมณ์ดี น้อยครั้งนักที่จะไม่มีเหตุผลแบบนี้ คงไปเจออะไรที่ทำให้หงุดหงิดมาจริง ๆ เมื่อเดินออกมาจากคลับ เขาก็ชะงักไปกับภาพที่ได้เห็น ผู้หญิงคนนั้นที่ขึ้นชื่อว่าแม่เลี้ยงของเขา กำลังกอดจูบนัวเนียกับผู้ชายคนอื่นอยู่ ซึ่งดูก็รู้ว่ามากกว่าเพื่อน เขาได้แต่ข่มความโกรธเอาไว้ และรู้สึกสมน้ำหน้าพ่อตัวเองในใจ ไม่คิดว่าจะโดนหลอกง่ายขนาดนี้ ณ บ้านภวัต "กลับบ้านมาได้สักทีนะ" เมื่อเห็นลูกชายตัวดี เดินเข้ามาในบ้าน ดนัยที่นั่งดื่มน้ำชาอยู่ก็รีบทักขึ้นทันที "พ่อมีอะไร" เขาก็ถามขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ ความจริงก็อยากสงสารนะ แต่พอเห็นท่าทางของพ่อเขาแล้ว เขาก็พยายามลืมเรื่องที่เห็นก่อนหน้าไป ด้วยที่เขากับพ่อ มักจะมีปากเสียงกันเสมอ ตั้งแต่ที่พ่อเขาแต่งงานใหม่ ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเฉพาะตอนนี้มีผู้หญิงคนนั้น เข้ามาอยู่ที่บ้าน มาทำทุกอย่างแทนที่แม่ของเขา ที่เพิ่งเสียไปได้ไม่นาน "ฉันไม่เห็นแกกลับมาบ้านหลายวันไง ฉันเองก็เพิ่งไปต่างประเทศมา ถามชะเอมก็บอกว่าไม่เห็น" "พ่อสนใจผมด้วยเหรอ" ตลกชะมัดเลย "แกเป็นลูกฉันนะภีม ทำไมฉันจะไม่สนใจแก มีแต่แกนั่นแหละ ทำไมชอบทำตัวมีปัญหาอยู่เรื่อย" "หึ เอาเวลาไปสนใจเรื่องของพ่อเถอะ แล้วนี่จะเที่ยงคืนแล้วทำไมยังไม่ขึ้นนอนอีก" "เรื่องของฉัน" "อ่อ เมียเด็กคงยังไม่กลับเข้าบ้าน มีเมียเด็กก็อย่างนี้แหละพ่อ ทุกข์ใจหน่อยนะ ป่านนี้ไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้" เขาพูดขึ้นอย่างกวนประสาท "ไอ้ภีม!" "ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขึ้นไปนอนก่อน และวันนี้มาเก็บของเพิ่มนะ จะย้ายออกไปอยู่ที่หอจริงจังแล้ว ส่วนเรื่องเงิน ถ้าไม่อยากให้ก็ไม่เป็นไร เพราะผมไม่ต้องการ" "อวดเก่ง! เพราะคิดว่าหาเงินได้เองใช่ไหมถึงเป็นแบบนี้" "หึ แล้วแต่จะคิด" "ฉันเป็นพ่อแกนะ แกอย่าทำเป็นไม่เห็นหัวฉันแบบนี้" "พ่ออยากความดันขึ้นอีกเหรอ ถ้าไม่อยากก็อยู่เงียบ ๆ และจำเอาไว้ว่า เรื่องทุกอย่างมันเกิดมาจากพ่อคนเดียว เพราะผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้าน ทุกอย่างมันเลยแย่แบบนี้" "แก..." เขาไม่อยู่ฟังคำพูดต่อไปจากผู้เป็นพ่อ เพียงแต่รีบกลับขึ้นห้องไป กลับมาที่บ้านหลังนี้ สำหรับเขามันมีแต่ความอึดอัด เมื่อไม่มีแม่แล้ว บ้านก็ไม่ใช่บ้านอีกต่อไป วันต่อมา "ตัวเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าแบบนั้น" ด้วยที่มาเจอกัน แล้วเห็นสีหน้าไม่ดีของแฟนหนุ่ม คนตัวบางก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง "ป่าวไม่มีอะไร" คนหล่อไหวไหล่พร้อมกับยิ้มให้ "มีอะไรก็เล่าให้เค้าฟังได้นะ" "ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วแหละ" เช้านี้ก็เป็นอีกวันที่เขาไม่สดชื่น ถ้าวันไหนทะเลาะกับผู้เป็นพ่อจะเป็นแบบนี้ "งั้นก็โอเค เสาร์-อาทิตย์ นี้ ไปติวด้วยกันไหม นี่เอกสารสมัครสอบ เราไปเรียนด้วยกันนะตัว" เธอพูดพร้อมกับยื่นซองเอกสารให้เขา "สถาปัตย์ วิศวะ" "ใช่ เค้าว่าจะเรียนสถาปัตย์ เพราะอยากทำงานด้านอินทีเรีย แต่พ่อให้เรียนวิศวะ เดี๋ยวลองสอบดูก่อนไม่รู้จะได้ไหม" "ได้อยู่แล้ว ตัวเรียนเก่งจะตาย" "แต่ตัวต้องไปเรียนกะเค้านะ" "ถ้าไปเรียนด้วยกันจะได้อยู่หอด้วยกันป่ะ" เขาโน้มตัวมากระซิบข้างหูเธอเบา ๆ "บ้านะ ก็ต้องอยู่หอใครหอมันสิ" "ใช่เหรอ ชวนไปเรียนด้วยนี่ไม่ใช่จะไปอยู่หอด้วยกันใช่ไหม" "ไม่พูดด้วยแล้ว" "คนเป็นแฟนกันก็ต้องอยู่ด้วยกันสิตัว ใกล้ชิดกันก็เป็นการบอกรักอีกอย่างหนึ่งนะ" เขาพูดพร้อมกับยิ้ม ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้เธอ "คนทะลึ่ง เค้าไปดีกว่า" พูดจบเธอก็รีบลุกขึ้น อย่างทำตัวไม่ถูก แต่เขาก็จับมือเธอไว้ก่อน "เดี๋ยวก่อนสิ พรุ่งนี้ไปงานคอนเสิร์ตด้วยกันนะ เค้าอยากให้ตัวไปให้กำลังใจเค้า" "ก็ต้องไปด้วยกันอยู่แล้วสิ หรือตัวจะไปกับใคร" "ก็ชวนอยู่นี่ไง แฟนเค้าอยู่นี่ทั้งคน ไปกับใครได้อีกล่ะ" "ให้มันจริงเถอะ" "จริงที่สุดเลยครับ" ทั้งรอยยิ้มและสายตาที่เขามองเธอ มันก็ทำให้เธอยิ้มกว้าง แบบนี้จะไม่หวั่นไหวได้ยังไง ตกหลุมรักแฟนตัวเองวันละร้อยรอบ ใครจะไปคิดว่าจะรู้สึกดีขนาดนี้ณ เขาใหญ่หลังจากเคลียร์ทุกอย่างที่กรุงเทพฯ เสร็จแล้ว ทั้งคู่ก็เดินทางกลับมาที่เขาใหญ่ต่อ เพราะหลังจากสร้างบ้านเสร็จแล้ว ก็ต้องเริ่มวางแปลนสร้างรีสอร์ทต่อทางผู้ใหญ่เลยตกลงกันว่า จะให้ทั้งคู่หมั้นและแต่งงานกันก่อน เพื่อที่ทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันได้โดยไม่มีข้อคอรหาจากคนอื่นทั้งคู่มองบ้านหลังสีดำ ที่ตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยความรู้สึกที่ดีใจ ที่นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลับมาเจอกันอีกครั้ง และต่อไปบ้านหลังนี้ก็คือบ้านของเราสองคน ที่เธอและเขาเป็นคนช่วยกันสร้างขึ้นมา ความฝันที่เคยอยากมีบ้านแบบนี้อยู่ด้วยกัน ตอนนี้มันเป็นจริงแล้วฟอดดดด“เค้ารักตัวนะที่รัก”“เค้าก็รักตัวมาก” เมื่อโดนกอดจากด้านหลัง เธอก็พลิกตัวกลับไป หันหน้าไปจ้องหน้าเขา มือบางก็โอบคอหนาวไว้ พร้อมกับหอมแก้มเขาเหมือนกัน“เรามีลูกกันไหมตัว”“...” ลูกเหรอ เธอก็ลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย แต่ที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยป้องกันเลยสักครั้ง จนลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป“เค้าอยากมีลูกกับตัว”“เอ่อตัว...”“ตัวยังไม่พร้อมเหรอ” เมื่อเห็นสีหน้าดูตกใจของเธอ เขาก็ถึงกับหน้าถอดสี“เค้าไม่ได้ป้องกัน เลยสักครั้ง”“จริงเหรอ”“อือ เค้าลืมนึกถึงด้วยแหละ แต่นี่ก
ณ ร้านดอกไม้ Happy flower Cหลังจากเสร็จสิ้นความต้องการที่โรงแรมแล้ว ทั้งคู่ก็เดินจุงมือกัน มาหาแม่ของเธอที่ร้านดอกไม้ต่อ หญิงสาวยิ้มระรื่นอย่างอารมณ์ดี เดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่จากด้านหลัง“อ้าว จะมาทำไมไม่บอกแม่ก่อน” เมื่อเห็นลูกสาวคนสวย ชลดาก็หันไปกอดเหมือนกัน“ไม่บอกที่ไหนล่ะ แม่ได้อ่าน LINE ไหม”“จริงสิ วันนี้แม่ยุ่งทั้งวันเลย แล้วนี่...” เมื่อหันไปเห็นผู้ชายที่อยู่ข้างหลังลูกสาว ชลดาก็ถึงกับขมวดคิ้ว“สวัสดีครับ ผมชื่อภีม เป็น...”“เอ่อ...แม่คะ นี่ภีมค่ะแฟนชา”“แฟน?”“คะ...เอ่อ”“แล้วไปมีแฟนตอนไหน ไปเจอกันได้ยังไง รู้จักกันนานหรือยัง” ชลดาถามอย่างต้องการคำตอบ“เอ่อ...”“แม่ อย่าถามรัวขนาดนั้นสิ ภีมหน้าซีดหมดแล้ว” พูดจบก็จับมือแฟนหนุ่มไว้ เพราะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังประหม่า“ก็แม่อยากรู้ไง ชาไปทำงานตั้งหลายเดือนแล้ว แล้วเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน”“นี่คือภีม เจ้าของโครงการที่ชาไปทำงานให้ค่ะ”“เจ้าของโครงการเนี่ยนะ”“ครับแม่ เอ่อ...คือผมกับน้ำชา เราเคยเป็นแฟนกันช่วงมัธยม แล้วก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง ตอนที่น้ำชาไปทำบ้านให้ผม แล้วเราสองคนก็...”“ดะ...ได้เจอกันที่นั่นค่ะแม่ ก็เลยตกลงกลับมาคบกัน
[“นี่คุณ! คุณจะให้น้ำชา ไปทำงานที่เขาใหญ่ได้ยังไง วิศวกรอยู่กันเต็มบริษัท สมองคุณ มันเพี้ยนไปแล้วหรือไง คุณคิดอะไรอยู่!”“ผมอยากให้ ผู้บริหารคนอื่นเห็น ว่าน้ำชาเก่งแค่ไหน จะได้เป็นที่ยอมรับกับทุกคนในอนาคต”“ไม่ฉันไม่ยอมนะ ให้ภาคไปทำเลย ฉันไม่ยอมให้ น้ำชาไปอยู่ไกล ๆ แบบนั้นหรอกนะ”“คุณ”“ถ้าลูกเป็นอะไรไป คุณจะทำยังไง ใครจะรับผิดชอบ”“...” ภาคที่นั่งฟังอยู่ ก็ลอบยิ้มด้วยความพอใจ เพราะเขากับพ่อและน้องชาย ก็ต่างรู้ดีว่าแม่ของพวกเขา รักและหวงน้ำชามากแค่ไหน เพียงแต่ไม่แสดงออกแค่นั้น“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคุณ ผมรู้ว่าคุณรักน้ำชามาก แต่ลูกก็โตแล้วนะคุณ แล้วโปรเจคนี้ก็เป็นโปรเจคที่ใหญ่มาก ผมอยากให้ไปทำให้เต็มที่ แล้วอีกอย่าง โครงการนี้ก็เป็น โครงการของมาดามวารี อย่างน้อยก็คนกันเอง แล้วลูกหลานบ้านนั้น ก็มีแต่คนดี ๆ ด้วย”“...” จริงด้วย ถ้าได้ไปรู้จักกับคนดี ๆ ก็คงไม่เสียหายอะไร แต่ก็ยังรู้สึกห่วงมากอยู่ดี“นะคุณ ให้ลูกได้ลงมือทำด้วยตัวเองบ้าง ทุกวันนี้คุณก็แอบคอยช่วยอยู่ตลอด แบบนี้ลูกก็ไม่ถึงไหนสักทีสิ”“แต่ฉันก็ห่วงอยู่ดี งานที่บริษัทมีเยอะแยะไป ภาคควรไปไหม แกเป็นผู้ชายนะ จะให้น้องที่เป็นแค่ผู้หญิงต
นักข่าวที่อยู่ในงานตอนนี้ก็ต่างตกใจ ทำไมทั้งคู่ถึงกล้าควงกันมางานนี้ ทั้งที่กระแสสังคมกำลังโจมตีอย่างหนักหน่วงอยู่“ขอสัมภาษณ์หน่อยนะครับ” แล้วนักข่าวก็กู่เข้าไปขอสัมภาษทั้งสองคนด้วยที่ทั้งคู่ไม่ใช่ดาราหรือคนดัง ก็มองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูก ก็ไม่คิดว่านักข่าวจะมาเยอะกันขนาดนี้“ชา เข้าไปในงานก่อนนะ เดี๋ยวตรงนี้ภีมจัดการเอง” ด้วยที่เขารู้ว่าเธอไม่อยากให้ครอบครัว ทางพ่อของเธอต้องเดือดร้อน เขาก็เลยจะเป็นคนรับหน้า จัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง“น้ำชา นี่มันเรื่องอะไรกัน” คุณหญิงจันทราที่อยู่ตรงนั้นก็เดินเข้ามาถาม ด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด“เอ่อ...” เธอก็ได้แต่ก้มหน้า ด้วยความรู้สึกผิด งานวันนี้ต้องมาพังไม่เป็นท่าเพราะเรื่องของเธอแบบนี้หรือ“สวัสดีครับ ผมชื่อภีม พวกคุณอยากรู้เรื่องอะไรกันบ้าง วันนี้ผมจะตอบ” เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ดีของแฟนสาว ที่กำลังมองมาอยู่ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก“นักข่าว : ขอเข้าเรื่องเลยครับ เรื่องมือที่สามนี่จริงไหมครับ”“ไม่จริงครับ เพราะผมกับแพรวเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”“นักข่าว : อ้าว จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงคะ ในเมื่อน้องแพรวเพิ่งให้สัมภาษณ์ไป”“อันนั้นผมไม่ทราบครั
“...” หญิงสาวตกใจจนอึ้งไป เมื่อรับรู้เรื่องนี้ เธอเองก็ไม่รู้มาก่อนเลย ว่าเขามีดีกรีการศึกษาถึงระดับนี้แล้วเสียงปรบมือก็ดังขึ้น หลายคนที่ยังจงรักภักดี ก็มองสองพ่อลูกอย่างปลื้มใจ ส่วนคนที่แปรพรรค ก็ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกละอายใจ“ทำให้เต็มที่นะภีม ทั้งบริษัทนี้ และสมบัติทุกอย่างของพ่อ มันเป็นของภีมแล้ว”แล้วเสียงปรบมือในห้องประชุมก็ดังขึ้น ทุกคนต่างต้อนรับท่านประธานคนใหม่ ที่ถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ในวันนี้เมื่อเข้ามาภายในห้องทำงาน สองพ่อลูกก็ต่างมองกัน ต่างคนต่างรู้สึกผิดไม่ต่างกัน“นี่แฟนภีมเหรอ” ดนัยจ้องหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ อย่างไม่วางตา“ครับพ่อชื่อน้ำชา” เขาตอบรับพร้อมกับจับมือเธอแน่น“สวย น่ารักดีนะ”“ขอบคุณค่ะ” นรีกุลก็ตอบรับพร้อมกับยิ้มให้“เดี๋ยวพ่อจะให้คนเปลี่ยนห้องทำงานใหม่ให้หมดเลย ไม่ต้องอยู่ห้องที่มันเป็นเสนียด”“พ่อ...”“พ่อขอโทษนะลูก ทุกอย่างควรเป็นของภีมตั้งนานแล้ว พ่อไม่น่าโง่แบบนี้เลย”“อย่าโทษตัวเองเลยครับพ่อ ความจริงผมก็ไม่อยากได้อะไรหรอก แค่พ่อหายดีผมก็ดีใจมากแล้ว”“ก็ต้องหายสิ ได้พยาบาลพิเศษที่ใครก็ไม่รู้ จ้างให้มาดูแลทั้งที”“...”“ขอบใจมากนะลูก สำหรับทุกอย่า
ในบริษัทของดนัยวันนี้ เป็นวันประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้บริหารแต่ละคนก็เข้ามาประชุมอย่างพร้อมเพรียง กว่าสี่ปีแล้วที่ดนัยป่วย และชนัชก็ขึ้นมาเป็น ผู้มีอำนาจแทนทุกอย่าง ตั้งแต่เขาเข้ามาทำ บริษัทก็เละเทะมาก ระบบทุกอย่างพังไปหมด ผู้บริหารส่วนหนึ่งก็ได้แต่คัดค้าน แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ภวัตถูกให้เชิญ มาร่วมประชุมในวันนี้ด้วย เขาก็เลยถือโอกาสพานรีกุลมาด้วยเลย เนื่องจากผู้บริหารคนอื่น ก็เห็นว่าเขากลับมาแล้ว เขาควรจะมามีส่วนร่วมด้วย และเมื่อเป็นแบบนั้น เขาก็มาจริง ๆ เพราะก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคนที่พ่อเขาไว้ใจนักไว้ใจหนา จะใช้อำนาจบาดใหญ่กับคนอื่นได้ขนาดไหน “สวัสดีทุกคนครับ” เมื่อเข้ามาในห้องเขาก็ทักทายพร้อมกับยิ้มให้ เขาทำทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนคนที่เป็นเด็กไม่เอาไหนในวันนั้น จนผู้บริหารคนอื่นที่ไม่ชอบเขาอยู่แล้ว ก็มองอย่างไม่ชอบใจ เพราะบางส่วนโอนเอนไปทางชนัชกับชะเอม “สวัสดีค่ะ” นรีกุลก็ยกมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อม “พี่ว่า นายมาก็เสียเวลานะ นี่กำลังคุยเรื่องงานกัน ประชุมผู้ถือหุ้น นายคงไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้” ชะเอมพูดอย่างเย้ยหยัน “ไม่เป็นไรครับ กล้าเชิญ ผมก็กล้ามา ผมแค่อย
จากนั้นเขาก็ผละใบหน้าหล่อออก ลุกขึ้นรีบถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่ออกอย่างรวดเร็ว จนเผยกร้ามหน้าท้องเป็นลอนสวย ดูสุขภาพดีของคนที่ออกกำลังกายอย่างหนัก“...” เธอได้แต่มอง ด้วยความรู้สึกที่หลงใหล ทุกเรื่องราวก่อนหน้านี้ เหมือนวางมันไว้หมดแล้วเขามองร่างกายแสนสวยที่ตัวเองโหยหา ก็นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้ วัน
คนบ้าอย่างเขาชักจะเยอะเกินไปแล้ว เธอจะไปไหนก็เรื่องของเธอไหม“เข้าใจไหม”“อือ! แล้วเรื่องงานมีอะไรอีก”“ไว้มีอีกจะบอกก็แล้วกัน”“หึ!” เธอก็ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เป็นแค่นายจ้าง ชักจะทำตัวเยอะอย่างเกินไปแล้ว“ตอนนี้ฉันก็ง่วงแล้วด้วย”“กะ...ก็นอนไปสิ นายจะนอนเตียงหรือนอนโซฟา” เมื่อเหลือบตาไปเห็นโซฟา
แล้วเขาก็ตั้งใจดูแบบบ้าน ทั้งยังอ่านสัญญาฉบับนั้น จนเวลาล่วงเลยกว่าชั่วโมง ก่อนจะจรดปลายปากกาเซ็น เขาลอบมองใบหน้าสวยของเธออีกครั้ง ทำไมใจเขามันเอาแต่โหยหาเธอแบบนี้ ทั้งที่ตอนนี้เธอมีคนอื่นไปแล้ว เขาก็ยังอยากจะทำเรื่องที่ผิด สั่งห้ามใจตัวเองไว้ไม่ได้จริง ๆ“ขอบคุณค่ะ พรุ่งนี้ถ้าคุณคุยกับคุณเอกภพเรีย
“ค่ะ เหนื่อยมากเพราะฉันยังไม่ชินทาง จะขับรถไปกลับแต่ละทีก็ยุ่งยาก” นรีกุลพูดอย่างมีเหตุผล และยิ่งวันนี้กว่าจะคุยงานกับเขาเสร็จ แล้วเธอต้องขับรถกลับตอนมืดอีก ก็ยังคิดไม่ตกเลยว่าจะน่ากลัวขนาดไหน“อ่อ งั้นเหรอ” แล้วเขาก็ยิ้มร้ายกาจออกมาอีกครั้ง“...” เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ ยิ้มแบบนี้คืออะไร“ไหนง







