LOGIN'ภีม ภวัต' หนุ่มหล่อ นักดนตรีสุดเท่ ขวัญใจสาว ๆ ทั้งโรงเรียน เขามีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาด้วยแถมยังหน้าตาดีมาก ทุกอย่างมันเลยดูเพอร์เฟคไปหมด และด้วยที่เป็นคนเฟรนลี่ ก็ย่อมมีคนมาชอบและเข้าหาเยอะ
ปกติแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจใครเลย เพียงแต่มีวันนั้นที่เกิดสดุดตาเพื่อนต่างห้องที่เข้าใจว่าเธอมาจีบ อย่าง 'น้ำชา นรีกุล' จนทั้งคู่ได้สถานะคู่รักมา ด้วยความบังเอิญ ก็เป็นที่น่าอิจฉากับคนทั้งโรงเรียน เพราะทั้งคู่ดูสวยหล่อเหมาะสมกันมาก จนตอนนี้ก็คบกันได้หลายเดือนแล้ว ณ คาเฟ่แห่งหนึ่ง "ตัวทางนี้" หญิงสาวโบกมือไว ๆ ให้แฟนหนุ่ม ที่กำลังหันซ้ายหันขวาหาเธออยู่ "รอเค้านานไหม" เขาถามพร้อมกับยิ้มเจื่อน ๆ ให้เธอ "ไม่นานเท่าไหร่ เค้าสั่งเครื่องดื่มกับเค้กไปแล้วนะ ตัวจะเอาอะไรอีกไหม" ความจริงเธอก็มารอเขาได้สักพักแล้ว ซึ่งปกติก็จะเป็นแบบนี้เสมอ เพราะเขาค่อนข้างจะมาช้า "ไม่เป็นไร ตัวชอบอะไรเค้าก็ชอบอันนั้นแหละ" มือหนาก็เอื้อมไปบีบแก้มเธอเบา ๆ "อื้อ ภีมมม" เมื่อโดนจับแก้มแบบนี้ก็หน้าแดงซ่านเพราะความเขิน "แฟนเค้านี่แก้มนิ่มจังเลย" ชอบมากเวลาได้อยู่กับเธอตามลำพังแบบนี้ "ไม่ต้องมาพูดดีเลย รีบกินเร็ว เค้าจะได้รีบกลับ" "รีบไปไหน เรามาเดทกันนะ" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเอื้อมมือหนาไปจับมือบางเธอไว้ "ภีม..." "เราเป็นแฟนกันนะชา" "กะ...ก็ใช่" แก้มสาวก็แดงระเรื้ออีกครั้ง พร้อมกับกำลังดึงมือตัวเองกลับ แต่เขากับดึงไว้แน่นกว่าเดิม "เป็นแฟนกันก็จับมือกันถูกแล้ว แต่ความจริงก็ทำมากกว่านี้นะ" เขาพูดพร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเข้ามาพูดเบา ๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน "บ้าพูดอะไร รีบกินเลย" "ก็ได้แต่ถ้ากินเสร็จ เราต้องไปเดินเล่นกันต่อนะ" "ได้ยังไงล่ะ เค้าบอกแม่ว่ามาแป๊บเดียวเองนะ" "หื้มมมม ตัวไม่คิดถึงเค้าเหรอ ไม่เจอกันตั้งหลายวันเลยนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน พร้อมกับสายตาที่ตัดพ้อ "ก็ใครบอกให้ตัวติดเพื่อนล่ะ" เธอดึงมือกลับทันทีที่พูดจบ ก็เป็นแบบนี้จริง ๆ ตอนนี้เขาค่อนข้างจะติดเพื่อน ติดเที่ยว เวลาของเขากับเธอก็ไม่ค่อยมี ทั้งช่วงนี้แม่ของเธอยิ่งเคร่ง เพราะอยู่ในช่วงที่กำลังสอบเพื่อเรียนต่อมหาลัย "ชา..." เขาก็รู้ตัวดีเหมือนกันว่าตัวเองเป็นคนติดเพื่อน ด้วยที่เริ่มโตและมีสังคม ก็มักอยากทำอะไรที่มันท้าทาย "เค้าไม่ได้ว่าอะไรตัวเลยนะ ถ้าจะติดเพื่อน ติดเที่ยว แต่เค้าอยากให้ตัวใส่ใจ การเรียนกว่านี้หน่อยได้ไหม อีกนิดเดียวเราก็จะเรียนจบกันแล้ว เค้าอยากให้เราสองคน มีอนาคตที่ดีไปด้วยกัน" "..." เขามองใบหน้าสวยของแฟนสาวอย่างครุ่นคิด นี่เขาทำตัวแย่เกินไปใช่ไหม "ตัวทำเพื่อตัวเองได้ไหม" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "อืม" เขาตอบรับพร้อมกับฝืนยิ้มให้เธอ หลังจากกินขนมหวานเสร็จ ทั้งคู่ก็ออกมาเดินเล่นกันต่อ และเขาก็ไม่วายฉวยโอกาสจับมือเธออีก เนื่องด้วยปกติจะไม่ได้มีโอกาสนี้บ่อย ๆ เพราะส่วนมากแล้วจะมีกลุ่มของเพื่อน ๆ ไปด้วยตลอด วันนี้เลยเป็นวันพิเศษที่ได้อยู่กันสองต่อสอง "ตัวรู้ไหมตั้งแต่เราคบกันมา เค้าชอบเวลาแบบนี้ที่สุดเลย" "หืม" เธอเงยหน้าขึ้นถามอย่างไม่เข้าใจ เขาตัวสูงกว่าเธอมาก แล้วเวลาที่เขาก้มลงมามองเธอ เขาโคตรหล่อเลย "ก็เวลาที่ได้อยู่กับแฟนตามลำพังไง" "พูดอะไรอ่ะตัว" "ก็จริง ปกติเราก็ไม่ได้อยู่กันสองต่อสองแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ไปไหนมาไหนมีแต่เพื่อน ๆ เต็มไปหมดเลย" "แล้วไม่ดีหรือไง มีเพื่อนเยอะสนุกจะตาย" เธอพูดออกไปแบบคนที่ไม่คิดอะไร "มันก็ดี แต่คนที่มีแฟนแล้ว ก็อยากอยู่กับแฟนสองต่อสองกันทั้งนั้นแหละ อย่างเค้าเองก็อยากอยู่กับตัวสองต่อสอง แบบนี้นาน ๆ รู้ไหม" "อือ แต่เขายังไม่ชินเลย" "เดี๋ยวก็ชิน อันดับแรกต้องจับมือกันบ่อย ๆ เค้าชอบสกินชิพ" "สกินชิพ?" เธอถามอย่างไม่เข้าใจความหมาย "ก็ใกล้ชิดสนิทกันแบบนี้ไง อยากจับมือ อยากกอด อยากหอม อยาก..." "ภีม" คนบ้าอะไรพูดจาตรงไปตรงมาแบบนี้ ไม่มีความเขินอายบ้างหรือไง "หึ เดี๋ยวก็ชิน" พูดจบเขาก็จับมือเธอแบบขยับมือตัวเองเข้าไป ประสานกับมือนุ่มของเธอ ด้วยสัมผัสนั้นมันทำให้ทั้งคู่รู้สึกใจสั่นขึ้นมา "..." ณ บ้านนรีกุล "ทำไมกลับมาบ้านมืดค่ำอย่างนี้ละชา" พอลูกสาวเดินเข้ามาภายในบ้าน คนเป็นแม่ก็พูดขึ้นด้วยความไม่พอใจทันที "เอ่อ... พอดีเดินเล่นกับเพื่อนเพลินไปหน่อยอะแม่" เธอก็จำใจต้องโกหกคำโต เพราะรู้ดีว่าแม่เธอเข้มงวดกับเรื่องนี้มากแค่ไหน แม้จะรู้สึกผิดมากก็บอกความจริงไม่ได้ "ไม่ได้ไปแอบมีแฟนที่ไหนใช่ไหม ดูไม่ค่อยมีเวลาเลยนะ" ชลดายังคงมองลูกสาว ด้วยสายตาที่เอาเรื่องอยู่ "ไม่หรอกแม่ ช่วงนี้ชาเรียนเยอะ อีกไม่กี่เดือนก็จะสอบแล้วด้วย" เธอก็ได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด "ก็ดี ทำอะไรก็มีสติ แล้วก็คิดเยอะ ๆ ด้วยนะ จะคบกับใครก็ดูดี ๆ อย่าให้ผิดพลาดเหมือนแม่" "ชารู้ แม่ก็เลิกคิดมากได้แล้วนะ ไม่ต้องคิดมากแล้ว" เธอก็เดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างรักใคร่ เพราะก็รับรู้ร่วมกันดีว่าแม่เธอเจออะไรมาบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องราวแย่ ๆ ในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง "อือ พ่อเขามาขอร้องแม่ ว่าอยากให้ชาไปเจอกับคนบ้านนั้น ชาว่ายังไงแม่แล้วแต่ชานะ" "เอ่อ..." "ความจริงพ่อเขาก็ขอร้องแม่หลายครั้งแล้ว เขาบอกว่า ทางนั้นอยากเจอลูกจริง ๆ" "แล้วถ้าทางนั้นเขาโกรธเกลียดเราล่ะแม่ ถ้าเขาไม่ได้เข้าใจในแบบที่เราเข้าใจ เขาจะทำอะไรไม่ดีไหม" "แม่ก็รู้สึกผิด แต่แม่เองก็ไม่ได้ผิด ชาเองก็ไม่ได้ผิด คนบ้านนั้นเขาก็ไม่ผิดถ้าเขาจะเกลียดเรา ความผิดมันเกิดจากผู้ชายที่เห็นแก่ตัวคนนั้นคนเดียว" "แม่..." "แม่แล้วแต่ชานะ อยากไปก็ไป ชามีพี่น้องไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ไม่ใช่ลูกคนเดียว ไปรู้จักกันไว้ก็คงไม่เสียหายอะไร" "แต่ชาก็เป็นห่วงความรู้สึกของแม่นะ" "แม่ไม่เป็นไร ชาปฏิเสธเขาบ่อยไปแล้วนะ ไปรู้จักกันไว้ ก็ไม่เสียหายอะไร อย่างที่แม่บอกนั่นแหละ แต่ยังไงก็แล้วแต่ชานะ" พูดจบก็ลูบหัวลูกสาวเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน "..." แล้วเธอก็คิดตามในแบบที่แม่เธอบอก เธอหลีกหนีไม่ไปพบคนบ้านนั้น มาหลายปีแล้วด้วยความรู้สึกที่กลัว แล้วก็ไม่รู้ว่า ครอบครัวของพ่อเธอ เขาจะรู้สึกยังไงกับการที่มีอยู่ของเธอ จะยินดีหรือว่าจะรังเกียจ แต่ด้วยที่ถึงขนาดนี้แล้ว ก็คงต้องไปเจอสักครั้ง เพื่อให้ปลดล็อคความรู้สึกตัวเองอีกขั้น เป็นกิจวัตรประจำวันของทุกวันก่อนจะนอน ที่ต้องคุยโทรศัพท์กับแฟนหนุ่ม (ภีม : พรุ่งนี้เราไปเดินเล่นกันอีกนะตัว เค้าอยากซื้อตุ๊กตาให้ตัว) "ช่วงนี้คงไม่ได้แล้ว แม่เค้าเข้มงวดมาก เพราะเรื่องที่ชอบกลับค่ำบ่อย ๆ ถ้ามีอีกโดนบ่นยาวแน่ ๆ กลับมาวันนี้ก็ยังบ่น" (ภีม : งั้นเหรอ เสียดายจัง ว่าแต่เค้าได้ยินแค่ตัวพูดถึงแม่ ไม่เคยพูดถึงพ่อเลย พ่อตัวไม่ดุเหรอ) "เอ่อ...ไม่หรอก พ่อเค้าไม่ยุ่งด้วยเท่าไหร่" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา (ภีม : อ่อ ดีเหมือนกันนะ) ด้วยที่พ่อเธอมีอีกครอบครัวเลยไม่ได้มายุ่งเกี่ยว ทำให้เรื่องนี้เธอไม่ได้เปิดปากบอกเขาหรือว่าใคร แค่ความรู้สึกแม่เธอแย่ เธอก็รู้สึกแย่ตามมากพอแล้ว แล้วทั้งคู่ก็คุยกันนานกว่าชั่วโมง ก่อนจะวางสายเมื่อถึงเวลานอน เขาก็มักจะคุยพูดจาน่ารักแบบนี้กับเธอเสมอทุกวัน มีแฟนอ้อนเก่งแบบนี้ จะไม่ให้หลงรักได้ยังไงไม่นานผู้ชายร่างสูงโปร่งแต่งตัวดี และดูมีภูมิฐานสองคนก็เดินเข้ามา เขาสองคนเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันอย่างกับแกะ ทั้งคู่นั่งลงตรงข้าม เธอเองก็ไม่กล้าสบตาเท่าไหร่นัก เพียงแต่เหลือบมอง แล้วก็ก้มลงสนใจอาหารที่จัดเรียงไว้อย่างสวยงาม"มาช้ากันนะ""ขอโทษครับพ่อ รถติดนิดหน่อย" ภูมิก็พูดขึ้น แต่สายตาก็ยังจ้องที่น้องสาว ที่พ่อตัวเองเล่าให้ฟังอยู่"ผมก็เหมือนกัน รีบที่สุดแล้วเนี่ย" ภาคก็พูดตาม ตาก็ยังคงมองที่น้องสาวเช่นกัน"ไม่ต้องมองน้องขนาดนั้นหรอก นี่แหละน้ำชา น้องสาวของทั้งสองคน""ครับ/ครับ" ทั้งคู่ก็พูดขึ้นพร้อมกัน"ชานี่พี่ภาคกับพี่ภูมินะ พี่ชายเรา" เมื่อแนะนำลูกชายทั้งสองคนเสร็จ ก็หันไปแนะนำกับลูกสาวต่อ"เอ่อ...สวัสดีค่ะ" นรีกุลก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับยกมือไหว้สวัสดีทั้งสองคน อย่างประหม่า"ครับ/ครับ" ทั้งคู่ก็ยังคงพูดพร้อมกันเหมือนเดิม"อะไรจะเกร็งกันขนาดนั้น ภาคภูมิเราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ เขินน้องเหรอพวกเราอ่ะ""ไม่ใช่ซะหน่อยครับพ่อ ก็ยังไม่ชินเอง""ผมก็เหมือนกัน แต่น้องน่ารักกว่าที่พ่อเล่าให้ฟังเยอะเลยนะ" ภูมิก็พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม“หึ เธอดีใจไหมล่ะมีพี่ชายตั้งสองคน” คุณหญิงจันทราก็ไม่วายพู
"ชา เข้าไปสิลูก" ทัตเทพก็หันมาบอกลูกสาวที่ยังอึ้งอยู่ และเรื่องที่ภรรยาเขาเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่เคยพูดถึง ทุกคนก็เลยไม่รู้ความเป็นอยู่ของอีกฝ่าย"ค่ะ สวัสดีค่ะ" แล้วเธอก็เดินเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมกับนั่งลง เพื่อไม่เป็นการยืนเสมอผู้ใหญ่“เธอเรียกฉันว่าป้าก็ได้” จันทราพูดเสียงเรียบ“ค่ะ คุณป้า” เธอก็ตอบรับด้วยความรู้สึกที่เกร็งมาก ยิ่งเห็นใบหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึกนี้ ยิ่งทำตัวไม่ถูก"ฉันดีใจที่ได้เจอเธอนะน้ำชา"ความจริงในตอนนี้จันทราก็ยังรู้สึกเคืองใจอยู่ เพราะเธอเองก็อยากมีลูกสาวที่น่ารัก ๆ แบบนี้มากแต่ก็มีไม่ได้ ยิ่งเห็นลูกสาวของสามี หน้าเหมือนพ่อแล้วยังสวยเหมือนกับแม่ ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดแต่เพราะช่วงนั้นอยู่ในช่วงปลงทุกอย่างในชีวิต ตั้งแต่ที่มีสภาพแบบนี้ การที่สามีไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย เธอก็ไม่อาจไปโกรธได้ และยิ่งผู้หญิงคนนั้นไม่รู้แล้วด้วย เธอก็ยิ่งรู้สึกโทษตัวเองด้วยซ้ำ ที่มีสภาพเป็นแบบนี้ ให้ความสุขกับสามีไม่ได้ ทำให้สามีที่ยังหนุ่มและมีความต้องการ ต้องไปหาเศษหาเลยที่อื่น และได้ไปหลอกผู้หญิงคนนั้น จนมีเด็กผู้หญิงคนนี้เกิดมาแต่ยังไงด้วยความที่เป็นผู้หญิง ชาติตระกูลดี ทั้งมีหน้ามีตาทางสังคม
เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน นรีกุลก็ต้องแปลกใจที่เห็นพ่อเธอนั่งอยู่บนโซฟา เพราะปกติพ่อเธอก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านหลังนี้ตั้งนานแล้ว"ไปไหนมา!" เป็นเสียงเยือกเย็นของชลดา แม่ของเธอที่ดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาหาด้วยความไม่พอใจ"ชา..." เธอเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ด้วยที่ไปทำความผิดมา ก็ไม่รู้ว่าจะหาข้อแก้ตัวไหนมาพูดให้ฟังขึ้น"แม่ถาม!" ชลดาขึ้นเสียงมากกว่าเดิม"ทำไมต้องเสียงดังกับลูกขนาดนั้นด้วยละชล" ทัตเทพพ่อของเธอก็พูดขึ้น เพื่ออยากปกป้องลูกสาว"คุณหุบปากไปเลยนะ ฉันให้คุณมาวันนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ฉันกำลังคุยกับลูกฉันอยู่""ผมรู้ แต่ผมก็อยากให้คุณใจเย็น ๆ กับลูกหน่อย ลูกยังเป็นวัยรุ่น"“ก็วัยรุ่นนี่แหละอันตราย ฉันถึงอยากรู้ไงว่าลูกไปไหนมา เผื่อไปทำอะไรที่ไม่ดีมา ฉันผ่านเรื่องแย่ในชีวิตมาก่อน ก็ต้องอบรมสั่งสอนลูกไม่ใช่หรือไง”"..." ทัดเทพก็ชงักไป ด้วยที่เขาเป็นต้นเหตุ ของเรื่องทั้งหมดที่เธอกล่าวมา"ชะ...ชาไปนอนกับนาบีมาค่ะแม่" เธอก็กั้นใจโกหกเสียงสั่น ยิ่งเห็นพ่อแม่มาทะเลาะกันแบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี"ไปนอนที่อื่นได้ยังไง ไหนบอกแม่แค่ว่าไปหาเพื่อนแล้วจะรีบกลับ ถ้าแม่ไม่กลับมาแต่เช้า แม่ก็คงไม่รู้สินะ
ลิ้นเรียวตวัดขึ้นลงไปมา ให้เป็นจังหวะ ยิ่งเธอบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน เขาก็ยิ่งรู้สึกชอบใจ เธอเกร็งจนตัวลอยหวือ เขาก็จับล็อคไป ปรนเปรอให้เธอต่ออย่างถึงใจ ด้วยความเร็วและรัวมากขึ้น"ดีมากเลยตัว อื้มมม" พูดจบเขาก็ลุกขึ้นทันทีเธอก้มลงมองเขาอีกครั้ง กลืนน้ำลายมากกว่าเดิม เมื่อเขาจ่อเอ็นใหญ่ ที่สวมถุงป้องกันเรียบร้อยมาที่ร่องรักของเธอ"อย่าเกร็งนะที่รัก ถ้าเกร็งมันจะเจ็บมาก แต่ยังไงครั้งแรกเจ็บหน่อยนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สยิว จนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวเขาเริ่มเบียดกระแทกส่วนหัวหยัก เข้ามาในร่องรักของเธอช้า ๆ ทั้งยังส่งเสียงครางในลำคอออกมา"อื้มมมม เจ็บอ่ะตัว อะ...เอาออกก่อนได้ไหม" เธอดันหน้าท้องแกร่งของเขาไว้ เนื่องจากตอนนี้รู้สึกว่าเจ็บ เหมือนมันจะฉีกขาดให้ได้ ถ้าเข้าไปทั้งลำ ก็ไม่รู้ว่าส่วนนี้ของเธอจะเป็นยังไงต่อ"ไม่ได้แล้วตัว อย่าเกร็ง อื้มมม เชื่อเค้านะ""อื้ออออ ภะ...ภีม ชาเจ็บบบบ"เขาที่ยัดไม่เข้าสักที ก็พยายามกดส่วนปลายหัวเข้าไป จนเขารับรู้ได้เมื่อมีเสียงหนึ่งเกิดขึ้น กึ่ด ๆ"เดี๋ยวนะ แน่นดีจริง ๆ อื้มมม ถ้าเค้าไม่รีบเข้ามันก็จะยิ่งเจ็บ" เขาบอกไปแบบนั้น พร้อมกับยังพยายามดันเข้า
ณ หอพักภวัตเมื่อมาถึงที่หน้าหอพักของเขา เธอก็พยุงเขาลงจากแท็กซี่ พร้อมกับมองไปที่หอพักแห่งนี้ ซึ่งมันก็เป็นหอพักเดียวกันกับแพรวเพื่อนสนิทอีกคนของเธอ เธอเองก็มาที่นี่บ่อยครั้ง ไม่คิดว่าเขาจะอยู่ที่นี่ด้วย"ตัวอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ""ใช่ ห้อง xx/xx""อือ" แล้วเธอก็พาเขาขึ้นไปที่ห้องที่เขาบอก บังเอิญไปกว่านั้นคืออยู่ชั้นเดียวกับแพรว"ถึงห้องแล้วนะตัว""ตัว เค้าอยากอาบน้ำ" เขาพูดพร้อมกับเริ่มถอดเสื้อตัวเองออก"ภะ...ภีม เดี๋ยวก่อน ๆ ชากลับก่อนนะ" เมื่อเห็นแผงอกขาว ที่มีซิกแพคเรียงตัวกันอย่างสวยงาม เธอก็เกิดลนลานขึ้นมา ไม่คิดว่าเขาจะถอดเสื้อต่อหน้าเธอแบบนี้"เดี๋ยวก่อนสิตัว เค้าเวียนหัวมากเลย ตัวอาบน้ำให้เค้าก่อนได้ไหม ถ้าไม่อาบคงนอนไม่ได้ทั้งแบบนี้แน่ ๆ" เขาพูดพร้อมกับยังหลับตาอยู่ ทั้งยังทำตัวเป็นคนเมาที่ร่างกายอ่อนแอ"ได้ยังไงล่ะ เค้าคงอาบน้ำให้ตัวไม่ได้หรอก" เธอก็พยายามไม่คิดอะไร ทั้งยังหลบสายตาเขา"ตัว มองหน้าเค้าสิ" เขาเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่หวานซึ้ง"..." เมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ สายตาของเขามันสะกดจิตเธอได้จริง ๆ"เค้าอยากอยู่กับตัวนะ วันนี้ตัวอยู่กับเค้าได้ไหม" มือหน
วันต่อมา"แหม่ อารมณ์ดีมาเชียวนะ" เมื่อเห็นรอยยิ้มสุดแสนจะมีความสุขของเพื่อนรัก นาบีก็อดจะแซวไม่ได้"แน่นอนอยู่แล้ว" คนถูกแซวก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความพอใจ ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ แหละ ตั้งแต่ที่คบกับแฟนหนุ่มก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างเป็นสีชมพูไปหมด"สงสัยเมื่อคืนโดนไอ้ภีมบอกรักแน่ ๆ" เพิร์ธเห็นแบบนั้นก็รีบแซว"ไอ้เพิร์ธ หุบปากไปเลยมึงอ่ะ คนที่ไม่คบใครเป็นแฟนจริง ๆ จัง ๆ สักทีแบบมึงไม่เข้าใจหรอก""โอ้โห คุยกับแฟนนี่เสียงอ่อนเสียงหวาน คุยกับพวกกูนี่ แม่ง" บูมก็แซวขึ้นเช่นกัน"แล้วพวกมึงเป็นแฟนกูหรือไง กูถึงต้องพูดดีกับพวกมึงด้วย""อือหื้อ เจ็บใจจังเลยครับน้ำชาคนสวย""หึ หุบปากไปเลยบูม""เออ พวกเราจะไปงานแฟร์กันป่ะ เห็นว่าปีนี้จัดใหญ่มากด้วยนะ""ไปสิ กูอยากเดินซื้อของเยอะเลย""เอ่อ...พวกมึง ปีนี้กูคงไม่ได้ไปด้วยนะ นัดกับภีมไว้แล้ว""ก็ลืมไปว่าคนมีแฟน งั้นเราไปสองคนก็ได้เนอะออม""อิจฉาคนมีแฟน" ออมที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้น ซึ่งเธอเองก็พึ่งอกหักจากรุ่นพี่ไป ความรักช่างไม่ชื่นมื่นแบบคู่นี้เอาซะเลย"มึงไปกับกูก็ได้บี" เพิร์ธที่ฟังอยู่ก็พูดขึ้น"ไม่เอาอ่ะ สาว ๆ มึงเยอะจะตาย จะให้กูไปเป็นก้างขวางคอทำไม""แ







