Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-01-17 20:06:30

ร่างสูงผอมสมส่วนในวัยยี่สิบปีเดินออกมาหามุมคุยโทรศัพท์ เนื่องจากมีสายเข้าจากเพื่อนคนสนิทในมหาวิทยาลัยโทรมาพูดคุยเรื่องงานที่ต้องทำส่งอาจารย์ ชายหนุ่มเดินถือโทรศัพท์มือถือลัดเลาะไปตามคันร่องสวนมะม่วงและชมพู่ ซึ่งวันนี้ครอบครัวของหัสดินทร์แวะเวียนมาเยี่ยมทิพย์อาภาที่บ้านสวนจังหวัดนนทบุรี

ทว่าจังหวะที่หัสดินทร์กำลังลอดซุ้มต้นชมพู่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีกิ่งก้านแผ่ไพศาลให้ร่มเงาแก่ทางเดินที่เขากำลังเดินผ่าน ก็มีอะไรบางอย่างหล่นตุ้บลงมาตรงหน้า เฉียดศีรษะของเขาไปหวุดหวิด พร้อมกับเสียงเล็กตะโกนร้องบอกเสียงดังลั่น

“เฮ้ย! มดแดง”

คนตัวโตกว่าก้มมองลงไปก็เห็นเป็นรังมดแดงถูกห่อหุ้มด้วยใบของต้นชมพู่ จากขนาดรังใหญ่พอสมควรตกอยู่ตรงหน้าเท้าของเขา ถ้าชายหนุ่มเดินเร็วกว่านี้อีกนิด รับรองได้ว่าเจ้ามดแดงได้เข้าไปทำรังรุมกัดเขาทั้งตัวเป็นแน่

หัสดินทร์จึงก้มไปหยิบกิ่งไม้มาเขี่ยรังมดแดงไปไว้อีกด้านของคันร่องสวน แล้วก็เงยหน้าขึ้นไปมองสาเหตุที่แท้จริงของรังมดแดงที่อยู่ตรงปลายเท้า ดูก็รู้ว่าไม่ได้ร่วงจากต้นแบบปกติธรรมดาอย่างแน่นอน

เด็กผู้หญิงผมเปียใบหน้าและตามเสื้อผ้ามอมแมมไปด้วยคราบโคลน ดูจากตัวแล้วอายุอานามคงเป็นน้องเขาอยู่หลายปี เธอยังนั่งห้อยขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนกิ่งชมพู่ ซึ่งอยู่สูงกว่าหัวเขาเกือบสองเมตร แม่คุณคงจะโยนรังมดแดงลงมาพลาดเกือบโดนหัวเขา

“นี่น้อง จะเขวี้ยงอะไรลงมาดูตาม้าตาเรือบ้างนะ ถ้ามันโดนขึ้นมาคนอื่นจะเดือดร้อน”

“แล้วใครใช้ให้พี่มาเดินดุมๆ ในสวนบ้านคนอื่นล่ะ”

ประโยคสวนกลับมาอย่างทันควัน ยิ่งทำให้เขารู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากลูกสาวของน้าทิพย์อาภา ดูท่ายายเด็กนี่คงแสบใช่ย่อย

“แล้วที่โยนลงมาหัดขอโทษบ้างสิ ไม่มีใครสอนหรือไง”

“สอน! แต่หนูไม่ผิดนิ พี่ต่างหากเดินไม่รู้จักมอง จริงๆต้องขอบคุณหนูด้วยซ้ำที่เตือนก่อน ไม่อย่างนั้นพี่คงคันคะเยอจนเซตกน้ำข้างร่องสวนไปแล้ว”

เด็กน้อยวัยแปดขวบพูดไปด้วยขณะที่กำลังปีนลงจากกิ่งต้นชมพู่ ก่อนจะกระโดดลงมายืนประจันหน้ากับคนตัวโตกว่า ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ

“นี่ยายเปี๊ยก นอกจากไม่ขอโทษแล้วยังจะเถียงคอเป็นเอ็นอีก เธอนี่เป็นเด็กยังไงฮะ”

“ก็เป็นเด็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าพี่นี่ไง”

ยายตัวกะเปี๊ยกทำท่าเอียงคอมองพลางจ้องเขาตาแป๋วใสซื่อ แถมเหยียดยิ้มกวนๆ ทำเอาหัสดินทร์อยากจะสั่งสอนเด็กตัวจิ๋วนี่สักหน่อย เขาเอื้อมมือไปหยิกแก้มใสด้วยความมันเขี้ยว ทำเอาสาวน้อยไม่ทันตั้งตัวตกใจร้องลั่น

“โอ้ย! แล้วพี่หยิกแก้มหนูทำไม”

“ก็สั่งสอนเด็กอย่างเธอไง ว่าหัดมีมารยาท อย่าเถียงผู้ใหญ่”

“แต่ผู้ใหญ่แบบพี่มันน่าเถียงนี่น่า” พรนลัทยังคงเถียงหน้าตาย “แล้วพี่ดันมาทำให้หนูเจ็บ พี่ก็ต้องเจ็บเหมือนกัน” น้ำเสียงคาดโทษของคนตัวเล็กไม่ทำให้เขาสะทกสะท้านสักนิด กลับหัวเราะร่วน

ทว่าเสียงหัวเราะต้องเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เพราะเพียงแค่ชั่ววินาที! เด็กน้อยตัวกะเปี๊ยกก็แปลงร่างกายเป็นนินจาจิ๋วกระโดดเข้ามารวบลำคอหนา แล้วเกี่ยวท่อนขาเล็กไว้กับรอบเอวสอบอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับใช้ฟันแหลมคมงับเข้าที่ใบหูของเขาอย่างเต็มแรง

“โอ๊ยยยย! ยายเปี๊ยก กัดหูพี่ พี่เจ็บนะเว้ย”

หัสดินทร์ร้องออกมาเสียงหลงดังลั่นสวน ทำเอาบรรดาบุพการีที่กำลังชื่นชมความงามของธรรมชาติต่างแตกตื่นตกใจรีบพากันมายังบริเวณที่เกิดเหตุ ทว่าภาพตรงหน้าทำเอาทั้งสามชีวิตที่พึ่งมาใหม่ตกตะลึง

เมื่อเห็นลูกสาวและลูกชายซัดกันนัว คนน้องก็ดึงกระจุกผมของพี่ ส่วนคนเป็นพี่ก็หยิกแก้มของน้องไม่ปล่อยช่างเป็นภาพที่ชุลมุนมะรุมมะตุ้มกันไปหมด กว่าจะแยกทั้งคู่ออกจากกันได้ เรียกได้ว่าทำเอาคนเป็นพ่อแม่ถึงกับเหนื่อยหอบ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เขม่นไม่ชอบขี้หน้ากันจนกว่าครอบครัวของหัสดินทร์จะกลับไปยังเชียงใหม่

“ตกลงเราจำน้องน้ำผึ้งได้หรือยัง”

ประโยคเอ่ยถามของแม่เลี้ยงสรณ์สิริฉุดให้ชายหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ แล้วจ้องมองใบหน้าของมารดาด้วยสายตานิ่งๆ คาดเดาอารมณ์ไม่ถูก ก่อนจะเอ่ยตอบ

“จำได้ครับ จำได้แม่นเลย ว่าแต่ครูคนใหม่ของแม่เค้าจบอะไรมาถึงอยากมาเป็นครูสอนศิลปะที่ปางช้างเรา”

“น้องจบศิลปกรรมศาสตร์ ทำงานเป็นศิลปินวาดภาพประกอบที่สตูดิโอชื่อดังอย่าง Artis One ไงพอจะมาทำงานที่ปางช้างของเราได้ไหม”

คนเป็นมารดาเอ่ยยิ้มๆ พลางตบบ่าหนาของลูกชายเบาๆ ทำเอาหัสดินทร์ถึงกับอึ้งกิมกี่ ใครจะไปคิดว่ายายเด็กตัวกะเปี๊ยกจอมแสบในตอนนั้น จะมีความสามารถครบเครื่องขนาดนี้

แต่จะให้เขาไว้ใจเลยก็เป็นไปไม่ได้ เพราะงานที่ปางช้างก็ไม่ใช่ง่ายๆ เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก อุปสรรคมีมาให้ทดสอบอยู่เสมอ โดยเฉพาะอุปสรรคตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มแบบเขา

“ผมก็หวังว่าครูคนใหม่ของแม่จะเจ๋งเหมือนที่ปากว่านะครับ”

หัสดินทร์แอบแขวะคนที่ยังไม่ทันได้เห็นหน้า หากแต่คนเป็นมารดารู้ว่าเจ้าลูกตัวโตยังฝังใจเรื่องในวันวาน แล้วรีบเอ่ยดักทางไว้แต่เนิ่นๆ

“น้องเจ๋งแน่นอนจ๊ะ ถ้าไม่มีใครมาคอยแกล้งคิดจะเล่นพิเรนท์กับน้อง เราก็ด้วยเลิกเจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นเด็กๆไปได้แล้วนะตาช้าง ป่านนี้น้องเค้าจำไม่ได้แล้วมั้ง อีกอย่างนะน้องมาอยู่กับเราครั้งนี้มาเพื่อพักใจ โปรดให้ความสงบแก่น้องน้ำผึ้งด้วย เข้าใจไหมพ่อตัวดี”

“ผมจะไปทำอะไรเขาได้ แม่เล่นออกตัวปกป้องล้อฟรีขนาดนี้”

“จ๊ะ ให้มันจริง” แม่เลี้ยงสรณ์สิริค้อนขวับให้กับลูกชายทันที ก่อนจะเอ่ยเมื่อนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้อีกเรื่อง

“เมื่อกี้แม่เจอไอ้ชงนมก็ลืมบอกมัน พรุ่งนี้ว่าจะวานให้เจ้าชงนมมันไปรับหนูน้ำผึ้งที่ท่ารถในเมืองซักหน่อย ยังไงฝากช้างไปบอกมันหน่อยล่ะกันนะลูก”

พลันความคิดจอมเจ้าเล่ห์ของหัสดินทร์ก็ผุดขึ้นมา เมื่อได้ยินสิ่งที่มารดาเอ่ย เขาแทบจะหลุดยิ้มขำให้กับความคิดของตัวเอง แต่ก็ยังพยายามเก็กหน้านิ่งเอาไว้เหมือนเดิม

“ไว้ผมเจอมันเย็นนี้แล้วจะบอกให้นะครับ”

คนเป็นมารดากำลังจะปล่อยลูกชายให้ขึ้นไปอาบน้ำชำระคราบเหงื่อไคล ก็ดันนึกขึ้นมาได้อีกเรื่องดูท่าช่วงนี้นางต้องกินเม็ดเก๋ากี้สักหน่อยแล้ว

“อ้อ เกือบลืม! รับน้องเสร็จแล้วให้มาพักกับเราที่บ้านใหญ่นะลูก แม่ให้เด็กจัดห้องไว้ให้แล้วอยู่ปีกด้านขวา พรุ่งนี้แม่กับพ่อจะไปธุระที่ลำปางสองวัน ฝากช้างดูแลน้องแทนทีนะ”

“โอเคครับ ผมจะดูแลอย่างดี”

“ขอบใจจ๊ะลูกรัก”

แม่เลี้ยงคนงามเอื้อมมือขึ้นไปตบแก้มครึ้มไรหนวดของลูกชายเบาๆ ด้วยความเย้าแหย่ พลางคลี่ยิ้มกว้างอย่างถูกอกถูกใจ แล้วเดินจากไปยังห้องหนังสือ

ขณะเดียวกันดวงตาสีนิลคมกริบก็ฉายแววเจ้าเล่ห์มองตามแผ่นหลังของมารดา พลางพึมพำหมายหัวแม่สาวน้อยที่กำลังจะมาเป็นว่าที่คุณครูสอนศิลปะคนใหม่

“เห็นทีคราวนี้เราคงต้องสนุกกันหน่อยแล้ว โทษฐานที่เธอทำให้ฉันหลอนจนเสียวหู ยายตัวแสบ!”

*****

ภายในห้องนอนหลังเล็กพรนลัทกำลังนั่งพับเสื้อผ้าและเก็บของใช้จำเป็นสำหรับเดินทางลงกระเป๋าใบใหญ่เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปพักอาศัยและพักใจที่ปางช้างของคุณป้าผู้มีพระคุณช่วงเช้ามืดพรุ่งนี้ เธอแอบรู้สึกรู้สึกโหวงๆอยู่ภายในใจอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากเธอไม่เคยไปไหนไกล แถมยังไปอยู่ห่างจากคนเป็นมารดานานๆเลยสักครั้ง อดที่จะห่วงทิพย์อาภาไม่ได้ แม้ว่าจะมีป้าแหววและน้องจี๊ดคอยดูแลก็ตาม

ร่างท้วมในชุดคอกระเช้ากับผ้าถุงก้าวเข้ามาทรุดนั่งอยู่ตรงปลายเตียงมองลูกสาวกำลังเก็บของเงียบๆ ก่อนนางทิพย์อาภาจะช่วยเก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อยลงกระเป๋า พลางเอ่ยชวนคุย

“ป้าสรจัดให้คนมารับน้ำผึ้งแล้วนะลูก ไปอยู่นั่นก็อย่าดื้ออย่าซนเหมือนอยู่กับแม่ล่ะ”

“แม่นั่นแหละ อย่าดื้อแอบไปทำงานในสวนตอนน้ำผึ้งไม่อยู่รู้ไหม คอยดูนะน้ำผึ้งจะโทรมาถามน้องจี๊ดกับป้าแหววทุกชั่วโมงเลย”

“เกินไปจ๊ะ”

นางทิพย์อาภาเอื้อมมือไปลูบศีรษะเล็กของลูกสาวด้วยความเอ็นดู พลางแย้มยิ้มอย่างอบอุ่นหัวใจ นางรู้ดีว่าลูกสาวทั้งรักและเป็นห่วงขนาดไหน

“แป๊บๆ ก็หมดเดือนๆหนึ่งแล้ว น้ำผึ้งก็จะได้กลับมาหาแม่แล้ว”

“หมดเดือนเร็วนะใช่ แต่เค้าจะรับกลับเข้าทำงานอีกไหมนี่ก็อีกเรื่อง”

“โห่ แม่แอบช็อตฟีล ลูกสาวของแม่ออกจะเก่งยังไงก็ได้กลับไปทำงานแน่นอน”

พรนลัทหลุดยิ้มให้กับประโยคเย้าแหย่ของมารดา พลางลุกขึ้นนำกระเป๋าสองใบไปวางไว้ตรงมุมหนึ่งของห้อง แล้วมานั่งกอดมารดาอยู่บนเตียงนอนอย่างออดอ้อน

“อยู่โน้นก็ต้องกินข้าวให้ครบทุกมื้อนะลูก คิดถึงแม่ก็โทรมาเข้าใจไหม”

“ค่า ใครจะลืมคุณนายทิพย์ได้ลงคอ”

รับคำจบก็มาพร้อมกับปลายจมูกโด่งรั้นฝังลงบนพวงแก้มอวบของผู้เป็นแม่อย่างเต็มรัก แล้วซุกใบหน้าสวยใสไว้กับซอกคอนุ่ม

“รีบนอนได้แล้วเรา พรุ่งนี้เจ้าเจย์มารับแต่เช้า”

เนื่องจากพรุ่งนี้พรนลัทต้องเดินทางออกจากบ้านสวนตั้งแต่เช้ามืด เธอจึงนัดแนะรุ่นน้องคนสนิทให้มารับและพาไปส่งที่สนามบิน

“รับทราบค่ะ”

ลูกสาวคนสวยคลี่ยิ้มหวานแล้วผละออกจากอ้อมกอดมารดา หญิงสาวเดินไปส่งแม่ตรงหน้าประตูห้อง และไม่ลืมที่จะหอมแก้มอีกครั้งเป็นการส่งเข้านอน ขณะเดียวกันนางทิพย์อาภาก็ทำได้เพียงอมยิ้ม พลางโคลงศีรษะให้กับลูกอ้อนของลูกสาว

พรนลัทพาตัวเองมายังเตียงนอนนุ่ม แล้วหยิบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่มานอนกอด ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดโคมไฟสีเหลืองอ่อนบริเวณหัวเตียง หลังจากไฟดับลงห้องทั้งห้องก็มืดมิดมีเพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่างสะท้อนจากหน้าต่างเข้ามายังในห้องนอน

ในหัวของเธอตอนนี้คิดไม่ตกว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวัน จะเป็นการเริ่มต้นที่ดีหรือเปล่า ความคิดสะระตะเข้ามาในหัวตีกันจนฟุ้งซ่าน

ทว่าการตัดสินใจไปครั้งนี้ก็เพื่อฟื้นฟูจิตใจของเธอที่ทำงานหนักมาทั้งปี แต่โดนคนมือดีขโมยผลงานไป ไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไร เธอก็พร้อมจะเผชิญและเรียนรู้ เมื่อคิดได้ดังนั้นสาวน้อยก็ค่อยๆหลับตาลง เพียงไม่ถึงนาทีเธอก็หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 52

    คนบนตักตอบคำถามด้วยการผละออกจากซอกคอแกร่งแล้วเป็นฝ่ายบดเคล้ากลีบปากอิ่มสีแดงระเรื่อลงบนปากหยักได้รูปของคนที่ให้คำมั่นสัญญา ไม่แค่นั้นยังดูดดึงกลีบปากร้อนทั้งบนและล่างสลับกัน เหมือนอย่างที่เขาชอบทำกับเธอแถมยังส่งเรียวลิ้นเล็กเข้าไปหยอกเย้าปลายลิ้นอุ่นระคายอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล ทำเอาคนฝึกมากับมือถึง

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 51

    ชายหนุ่มคลี่ยิ้มละมุนอบอุ่นส่งให้ พลางลูบศีรษะเล็กของเธอเบาๆ พรนลัทได้แต่อมยิ้มขวยเขินมองตามแผ่นหลังกว้างไปจนลับสายตา ก็เห็นว่าเขาปิดประตูห้องน้ำให้เธอเสร็จสรรพ หลังจากนั้นเธอก็ลอกคราบตัวเองจนเปลือยเปล่าแล้วก้าวลงไปอาบน้ำสระผมให้ชำระความมึนเมาออกไปเพียงไม่นานร่างเพรียวระหงในชุดคลุมอาบน้ำตัวใหญ่ของเ

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 50

    คนเป็นเจ้านายเอ่ยเสียงห้าวกระด้างคาดโทษ ทำเอาชงนมเสียวสันหลังเย็นวาบไปทั้งตัว นี่ถ้าโดนตีนของคนเป็นนายจริงๆ เขาคงสร่างเมาไปสามวันเจ็ดวัน หลังจากจัดการลูกน้องตัวดีเสร็จ ก็หันมาสนใจคนในอ้อมแขนที่ทิ้งตัวพิงศีรษะไว้กับอกกว้าง สองมือน้อยโอบลำคอแกร่งไว้มั่น“เราเองก็ไม่ปฏิเสธมันเลยนะ ยอมให้มันส่งแก้วอยู่น

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 49

    ชงนมก็อวยสรรพคุณของโหลเหล้าที่สี่ด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ทว่ารอยยิ้มก็หุบลงฉับ เมื่อคนเป็นรุ่นพี่พูดดักคอเสียฐานลูกค้ากันหมดเลย“มึงก็อวยซะเวอร์ กูซดไปหลายกรึ๊บยังไม่ได้ทันอึ๊บเมียเลย หลับก่อนตลอด”คำพูดห่ามๆของควาญช้างหนุ่มก็ทำเอาคนเป็นภรรยาหน้าแดงซ่าน แต่หล่อนก็ชอบผัวแบบนี้ ห่ามๆ ดิบๆ ไทยบ้าน

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 48

    บรรยากาศยามเย็นของวันนี้ บริเวณด้านหลังของปางช้างคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันเกิดของหัวหน้าคนงานอย่างลุงศักดิ์ดา ซึ่งเจ้าของวันเกิดก็เป็นฝ่ายมาเชื้อเชิญพรนลัทให้ไปร่วมงาน ประกอบกับแรงสนับสนุนของสาลี่ ชงนม และลำดวน จึงทำให้หญิงสาวไม่กล้าที่จะปฏิเสธไปได้ส่วนหัสดินทร์หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเส

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 47

    “คุณช้าง นั่งข้างมะปรางนะคะ พอดีมะปรางไม่ค่อยได้ทานอาหารเหนือสักเท่าไหร่ เผื่ออันไหนอร่อยคุณช้างจะได้แนะนำให้ได้ไงค่ะ”ปรารถนาคลี่ยิ้มหวานหยดชนิดที่มดมาเห็นต้องล้มตายเป็นเบือให้กับชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนหล่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองไปที่สาวสวยหน้าหวานที่เกาะแขนแน่นหนั่นอย่างไม่สบอารมณ์“พี่ช้างขา นั่งกับหน

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 45

    ส่วนอีกหนึ่งสาวเรือนร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีชมพูอ่อนสั้นเคลียเข่าดูเนี้ยบไปทั้งเนื้อทั้งตัว บ่งบอกให้รู้ว่าหล่อนเป็นลูกหลานของผู้มีอันจะกิน ใบหน้าเรียวขาวถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์ให้ดูเหมาะเจาะสวยงาม พร้อมฉีกยิ้มกว้างอย่างเก็บอาการไว้ไม่อยู่ส่งมายังชายหนุ่มเจ้าของปางช้างทันที“สวัสดีครับ คุณหญิ

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 20

    ว่าแล้วสาวใช้ก็กุลีกุจอไปหอบเสื้อผ้าที่นำมาว่างอยู่ตรงหัวเตียงมามอบให้แก่เธอ พรนลัทรับมาถือไว้ในมือ พร้อมกับแย้มยิ้มน้อยๆ“แล้วนายช้างของสาลี่ไปไหนแล้วล่ะ”“รอคุณน้ำผึ้งที่โซนประชาสัมพันธ์แล้วค่ะ”“แล้วเขาไม่อาบน้ำหรือไง”พรนลัทพึมพำออกมาเบาๆ คล้ายกับกำลังพูดกับตัวเอง หากประโยคที่เธอเอ่ยก็ทำให้สาวใช

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 19

    “ขอนอนแบบนี้แล้วกัน เผื่อคุณยังกลัวอยู่ ได้มีผมอยู่ข้างไง”‘เจ้าเล่ห์จริงๆ อีตาบ้า!’คนถูกนอนกอดบ่นภายในใจ แล้วเธอจะไปว่าอะไรได้ ก็เขาเล่นกอดเธอแทบจะจมลงไปกับอกกว้างแบบนั้น พรนลัทจึงทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ ยินยอมที่จะซบใบหน้าเห่อแดงนาบไปกับแผงอกกระด้าง ยอมให้เขากอดเธอไปอย่างนั้น เพราะลึกๆแล้วหัวใจดวง

  • เล่ห์ลวงภุมริน หัสดินทร์ถวิลรัก   บทที่ 17

    “งานที่ฉันตั้งใจทำมากๆ กลับถูกขโมยไปซึ่งๆหน้า แถมคนขโมยก็มีอิทธิพลในที่ทำงาน ฉันโมโหก็เลยทำร้ายเขาไป ความจริงฉันรู้สึกผิดต่อแม่มาก ถ้าฉันไม่ใจร้อนทำอะไรบุ่มบ่าม คงไม่ถูกพักงานไม่มีรายได้แบบนี้หรอกคุณ ฉันสัญญากับแม่มาตลอดว่าจะดูแลแม่อย่างดี ไม่อยากให้แม่ต้องทำงานหนักอีกแล้ว ตั้งแต่พ่อทิ้งไปแต่งงานใหม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status