Share

บทที่ 6

last update Date de publication: 2026-01-08 21:12:14

“จินเอ๋อร์เจ้าวางใจได้ ข้าอยู่ที่ไหน ก็ต้องมีเจ้าอยู่ที่นั่นด้วย”

“แต่...เงินไถ่ตัวข้าสูงมาก”

“ข้ามั่นใจว่าร้านขายใบชาของข้าสามารถทำให้ข้าซื้อตัวเจ้าออกมาจากตระกูลเสียน”

“แต่...เงินนั่น”

“นอกจากว่าเจ้าไม่อยากไปกับข้าด้วย”

“ไปเจ้าค่ะ! ข้าขอไปทุกที่!...ไปกับท่าน” จินเอ๋อร์ละล่ำละลักบอกออกมาด้วยน้ำตารื้น “ข้าเพียงเกรงว่านายท่านกับฮูหยินจะโก่งราคา ...หากทั้งสองรู้ว่าท่านมีร้านขายใบชาในเมืองเสียนหยาง”

“แล้วจะให้รู้ไปทำไมเล่า หากอยากเห็นคนกระอักเลือดเพราะคับแค้นใจ มิสู้ให้พวกเขาเห็นและรับรู้หลังจากที่ปล่อยเราออกมาและไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไปไม่ดีกว่าหรือ”

“หากทำเช่นนั้น แล้วสินเดิมของนายหญิงเล่าเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยถามเสียงเบา เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เสียนฉิงเยว่คับแค้นใจที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องที่สินเดิมของมารดาถูกเสียนฮั่วและฮูหยินฮุบเอาไว้ทั้งหมด

“นั่นสินะ”

แม้แต่รายละเอียดว่าของทั้งหมดมีอะไรบ้างนางยังไม่รู้ แล้วนางจะทวงถามคืนมาได้อย่างไร อีกทั้งนางจะให้ผู้ใดเล่าทวงถามให้

นางก็เป็นแค่คุณหนูเสียนผู้ไร้ตัวตน ทั้งยังไม่มีใครให้ความสำคัญ ทุกวันนี้แม้จะใช้แซ่เสียนแต่ดูนางสิ ยังนับว่าเหมือนคนตระกูลเสียนที่มั่งคั่งตรงไหนหรือ

           

ตามที่เสียนเหวินได้บอกเสียนฉิงเยว่เอาไว้ ในตอนเช้าสาวใช้ของคฤหาสน์ก็มาแจ้งอย่างนอบน้อม เพราะวันนี้เขาจะพาหญิงสาวจากเมืองเสียนหยางออกไปเที่ยวที่ตลาด “เพราะเห็นว่าคุณหนูไม่มีชุดตามแบบของฉางอัน ฮูหยินใหญ่จึงให้ข้าน้อยนำชุดมาให้ท่านสองชุดเจ้าค่ะ”

ประโยคนั้นทำเอาเสียนฉิงเยว่ชะงัก ต่างกับจินเอ๋อร์ที่ตาโตด้วยความตื่นเต้น ในยามที่ยื่นมือออกไปรับชุดแพรพรรณเนื้อดีที่อยู่ในมือสาวใช้อีกคน ขณะเดียวกันนั้นยังมีกล่องเครื่องประดับหนึ่งชุดวางอยู่เคียงข้างกัน

“เครื่องประดับชุดนี้เป็นนายท่านมอบให้ท่านเจ้าค่ะ” สาวใช้นางนั้นรีบตอบ เมื่อเห็นสายตาของหญิงสาวกวาดไปมองยังกล่องใบเล็ก

“แล้วพี่ ๆ ทั้งสามเล่า”

“คุณหนูทั้งสามเองก็ได้รับเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ แต่วันนี้อาการของคุณหนูหรูซวงยังไม่ดีนัก จึงไม่อาจออกไปข้างนอก ดังนั้นวันนี้คุณชายรองจึงจะพาท่าน คุณหนูชิงเซียง และคุณหนูชิงหรูออกไปเที่ยวเจ้าค่ะ”

“อ้อ” เสียนฉิงเยว่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด

“คุณหนู เช่นนั้นก็รีบเปลี่ยนชุดเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวคุณชายรองจะรอนาน” จินเอ๋อร์เอ่ยอย่างกระตือรือร้นก่อนจะรีบลากผู้เป็นนายเข้าไปเปลี่ยนชุด

มองชุดสีชมพูสดใสในมือของสาวใช้คนสนิทเสียนฉิงเยว่พลันส่ายหน้า “สีขาวเถิด”

“ก็ได้เจ้าค่ะ” จินเอ๋อร์ค่อนข้างผิดหวัง เพราะอยากให้ผู้เป็นนายแต่งกายด้วยเสื้อผ้างดงามสักครั้ง ผิดกับเสียนฉิงเยว่ที่ยังคงชมชอบความเรียบง่ายอยู่เป็นนิจ ดังนั้นจินเอ๋อร์จึงต้องรีบหยิบชุดสีขาวออกมาช่วยสวมให้ผู้เป็นนาย ไม่นานนางก็เร่งมือหวีผมรวบมวยขึ้นปักด้วยปิ่นหยกขาว ซึ่งมีระย้าผีเสื้อพลิ้วไหวประดับอยู่

เงาสะท้อนที่อยู่บนกระจกทำเอาเสียนฉิงเยว่เบิกตากว้าง ชุดตามแบบชาวเสียนหยางจะเป็นเสื้อและกระโปรงตัวยาวตัวเดียว ใช้สายคาดเอวยึดเอาไว้ หากแต่ชุดตามแบบของฉางอันนั้นต่างออกไป ด้วยเพราะตัวเสื้อเป็นแบบแขนยาวทรงกระบอกพอดีตัว ทั้งยังไม่ได้เป็นเสื้อตัวยาวติดกับกระโปรงเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะกระโปรงตัวยาวทิ้งตัวลงกรอมเท้านั้น จะถูกสวมแล้วมัดทับลงไปกับตัวเสื้อ ก่อนใช้สายคาดเอวผืนใหญ่คาดทับกระโปรงกับตัวเสื้อเอาไว้ เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวอรชรอย่างชัดเจน

แม้หลายวันมานี้ได้เห็นมาบ้างกลับยังไม่เคยลองสวมใส่ วันนี้พอได้มีโอกาสสวมใส่นางกลับรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง ทว่าในความขัดเขินกลับมีความพออกพอใจอยู่หลายส่วน ยามปกติให้นางพยายามเป็นสตรีที่ไร้ตัวตนอย่างไร กระนั้นนางก็ยังคงเป็นสตรีที่ชื่นชมในความสวยงามอยู่ดี

“วันนี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น สวมเสื้อคลุมทับอีกตัวนะเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชม

ชุดในแบบฉางอันจะมีอยู่สองแบบ คือแบบไม่สวมเสื้อตัวยาวทับแต่จะพาดผ้าคลุมไหล่ กับสวมเสื้อคลุมตัวยาวเอาไว้และจะพาดผ้าคลุมไหล่หรือไม่ก็ได้ วันนี้อากาศยังคงหนาวเย็นอยู่แม้นางอยากให้ผู้เป็นนายสวมชุดที่โดดเด่นงดงามสักครั้ง แต่นางกลับห่วงใยสุขภาพของอีกฝ่ายมากกว่า

“อ้อ ได้” เสียนฉิงเยว่กะพริบตามองสาวใช้ของตัวแล้วพยักหน้าเออออ มองดูอีกฝ่ายช่วยสวมเสื้อสีขาวปักลายตัวยาวทับลงไป ทั้งยังพาดผ้าคลุมไหล่ปักลายบุปผานานาพันธุ์ลงไปอีกทอดหนึ่ง

เสียงถอนหายใจของหญิงสาวทำเอาจินเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมอง “คุณหนูไม่ชอบเสื้อตัวนี้หรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่ ข้าเพียงแต่ไม่ชอบความซับซ้อนของเสื้อผ้าตามแบบฉางอัน แต่...ช่างเถิดเสร็จแล้วใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ” จินเอ๋อร์มองผู้เป็นนายด้วยสายตาชื่นชม ก่อนช่วยพยุงอีกฝ่ายออกไปยังห้องโถงซึ่งมีเสียนเหวินยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“เยว่เอ๋อร์มาแล้วหรือ” เขากล่าวพร้อมกับมองสำรวจหญิงสาวด้วยความพึงพอใจก่อนพยักหน้าขึ้นลง “...งดงามยิ่ง ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าต้องเหมาะกับสีขาว ท่านแม่เก่งกาจยิ่ง”

ประโยคนั้นเรียกรอยยิ้มกว้างของเสียนฉิงเยว่ออกมา แต่นางยังไม่ทันได้ตอบโต้และเอ่ยขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา เสียงตื่นเต้นของเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียงก็ดังขึ้นเสียก่อน

“พี่เหวินพวกข้ามาแล้ว”

ร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดสีม่วงและชุดสีแดงพลันทำให้จินเอ๋อร์ย่นคิ้ว ในยามปกติคุณหนูของนางก็นับว่าถูกผู้คนมองข้ามอยู่แล้ว บัดนี้โฉมสะคราญสองนางที่เดินเข้ามาด้วยชุดสีสันเจิดจ้างดงาม ทำเอาชุดสีขาวของคุณหนูยิ่งไร้ความโดดเด่น จินเอ๋อร์แทบอยากจะลากผู้เป็นนายกลับเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดสีชมพูอีกชุดเสียเหลือเกิน

เมื่อหันไปมองสีหน้าราวกับคนกลั้นหัวเราะของผู้เป็นนาย จินเอ๋อร์พลันเลิกคิ้ว “คุณหนู ท่านคาดการณ์เอาไว้แล้วหรือเจ้าคะว่าต้องเป็นเช่นนี้”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 144 จบ

    เสียนซีหลิวยืนอยู่รั้งท้ายมองผ่านความมืดที่มีแสงจากด้านนอกรำไรสาดเข้าไป แม้มองไม่ชัดกระนั้นเขากลับสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องหอ บัดนี้ร่างอรชรได้เดินเข้ามายืนอยู่เคียงข้างโหลวตงอวี้“ข้ากลับก่อน อีกเจ็ดวันค่อยพบกันที่คฤหาสน์ตระกูลเสียน”“ค่อยพบกัน” โหลวตงอวี้ตอบก่อนจะมองเสียนซีหลิวหมุนตัวเดินจากไป ความเงียบที่มาเยือนหลังจากความวุ่นวายทำให้โหลวตงอวี้ถอนหายใจ “การก่อกวนนี้ก็ไม่นับว่าเลวร้าย” เขาเอ่ยจบก็ก้มลงมองหญิงสาวที่เข้ามายืนเคียงข้างเขาในความมืด“พวกเขาเล่นสนุกกันพอแล้วหรือ” นางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ “ก็ไม่นับว่าเลวร้าย ข้ายังกังวลว่าคนอย่างคุณชายอวี่จะมาแอบอยู่ใต้เตียงจริงๆ เสียอีก”“ไม่คิดว่าพบเขาไม่กี่ครั้งเจ้ากลับรู้จักซินหยางดีถึงเพียงนี้”ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเสียงเบา “เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้ว” โหลวตงอวี้อุ้มเสียนฉิงเยว่ขึ้นแล้วเดินตรงไปที่เตียง“เดี๋ยว เวลาอะไรกัน” นางถามเขาด้วยความงุนงง“ก็เวลาแก้ปัญหาอย่างไรเล่า มิใช่กังวลเรื่องขยายตระกูลโหลวหรอกหรือ ข้ากำลังช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเล่า”“อย่างไรเล่า” นางยังคงไม่เข้าใจ“ก็คลอดบุตรชายบุตรสาวให้ข้าอย่างละสองคน เช่นนี้ก็นับว่าจ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 143

    เสียนฉิงเยว่รับจอกสุรามาก่อนจะคล้องแขนดื่มสุรากับเจ้าบ่าวของตนตามประเพณี สุรารสแรงแผดเผาทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น โหลวตงอวี้ยกนิ้วขึ้นคลึงหน้าผากนาง “นี่นับว่าเป็นการแสดงออกอะไรกัน สุรารสเลิศเจ้ากลับเอาแต่ขมวดคิ้ว”“แรงมาก”“นารีแดง...ส่งมาจากเสียนหยาง ใต้เท้ามู่ให้คนไปขุดมาจากเรือนเล็กของคฤหาสน์ตระกูลเสียน เสียนฮั่วลุงของเจ้าบอกว่ามารดาและบิดาของเจ้าฝังเอาไว้เพราะตั้งใจจะใช้ในงานมงคลของเจ้า” โหลวตงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้จึงขอร้องใต้เท้ามู่ให้ส่งม้าเร็วมาที่ฉางอัน”เสียนฉิงเยว่สบตาของโหลวตงอวี้ ดวงตาของนางเริ่มเอ่อคลอ “ข้าไม่เคยรู้เลย”“แน่ละเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เจ้าเพิ่งจะเกิด ลุงของเจ้าเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ กว่าจะจดจำได้ว่าฝังเอาไว้ที่ไหนเขาต้องวาดแผนผังขึ้นมาถึงห้าครั้ง”เสียนฉิงเยว่ซบใบหน้าลงไปกับซอกคอของเขา ซับน้ำตาเข้ากับคอเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อยให้หลั่งรินออกมา “ข้าจะร้องไห้ไม่ได้นี่เป็นวันมงคล ท่านพ่อกับท่านแม่คงไม่อยากให้ข้าร้องไห้”โหลวตงอวี้ลูบหลังลูบไหล่ของหญิงสาว ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา “หิวแล้วกระมังให้ข้าปรนนิบัติฮูหยินกินข้าว” เขาอมยิ้

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 142

    พิธีไหว้ฟ้าดินตามฤกษ์มงคลเริ่มต้นขึ้น แม่สื่อส่งเสียงบอกขั้นตอนต่างให้เจ้าบ่าวเข้ามารับแพรแดงซึ่งอีกฟากมีเจ้าสาวถืออยู่กระทั่งคนทั้งสองต่างก็เดินเข้าไปยังโถงประธานของงาน ซึ่งยามนี้มีประมุขตระกูลเหลียน ตระกูลเหอ และตระกูลอวี่ทำหน้าที่อยู่ เนื่องจากญาติฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นไม่มีผู้อาวุโส โหลวตงอวี้จึงขอร้องให้บิดาของสหายทั้งสามคนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชายแทน ส่วนเสียนจวินและเสียนฮูหยินนั้นรับหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเสียนฉิงเยว่มองไม่เห็นสิ่งใด เว้นก็เพียงแต่ชายชุดสีแดงของตัวเองและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางได้ยินเสียงตะโกนของแม่สื่อและสาวใช้ที่พยุงข้างกายกระซิบบอกให้นางหันซ้ายขวา หมุนตัวหน้าหลัง กระทั่งก้มลงคำนับฟ้าดิน ต่อมาก็คำนับญาติผู้ใหญ่ ไม่นานก็มีเสียงตะโกนบ่าวสาวคำนับกันเอง“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ!!”ที่ไหนกันเล่า...เสียงตะโกนนั้นเพียงบอกให้นางมารอที่ห้องซึ่งอยู่ในเรือนหอต่างหาก เพราะในเวลานี้เสียนฉิงเยว่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เนื่องจากเจ้าบ่าวยังคงต้องต้อนรับแขกเหรื่อมากมายด้านนอก อีกทั้งในตอนนี้ยังไม่ถึงฤกษ์ยามที่กำหนดเอาไว้เพื่อส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ดังนั้นโหลวต

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 141

    “คำพูดเช่นนี้ได้มาจากว่าที่พี่สะใภ้ของเจ้าหรือ นางสอนสิ่งใดเจ้าบ้างเล่า”โหลวฟางอี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ความลังเลฉายออกมาจากแววตาคู่งาม ก่อนที่เสียนเหวินจะทันได้ตั้งตัวหญิงสาวก็ใช้มือสองข้างจับมือของเขา รั้งให้เขาเอียงตัวลงก่อนที่นางจะเขย่งปลายเท้าขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปกดจุมพิตที่ข้างแก้มของเสียนเหวินดูเหมือนเขาจะไม่คาดคิดจริงๆ จึงยังมีท่าทีตกตะลึงและมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็งราวกับไม่เคยเห็นโหลวฟางอี๋กัดปากแน่น มองดูใบหน้าเหม่อลอยของชายหนุ่มนางพลันรู้สึกเคอะเขิน นางยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ในยามที่ริมฝีปากของนางกำลังจะแตะแก้มอีกข้างของเขา เสียนเหวินกลับขยับและเอียงใบหน้าเข้าหานางแทนจุมพิตที่สมควรประทับลงยังข้างแก้ม กลับเบนเป้าหมายไปยังริมฝีปากที่จงใจหันมา“ทะ...ท่าน!” นางเบิกตามองเขาอย่างตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พอจะถอยห่างเสียนเหวินกลับคว้านางเอาไว้ได้ทั้งตัว“อย่าทำเช่นนี้อีก” เขากระซิบแต่กลับกดจุมพิตลงมายังริมฝีปากอิ่มที่ยังคงถูกเม้มแน่น ลมหายใจของหญิงสาวถูกเสียนเหวินดูดกลืนด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน มือน้อยที่คว้าจับสาบเสื้อของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสั่นเทา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 104

    “ท่านป้าสะใภ้ เมื่อคืนพี่ซีหลิวเมามายทั้งยังยืมเรือนด้านหลังของข้าหลับนอน ดังนั้นข้าจึงพาสาวใช้มาอาศัยเรือนเล็ก ตอนนี้พี่ซวงเอ๋อร์มาหายตัวไปเช่นนี้ ยินดีด้วยท่านกำลังจะมีข่าวมงคลกระมัง” หญิงสาวยิ้มกว้าง ก่อนจะหัวเราะให้กับแผ่นหลังของจูอิ๋งที่ออกวิ่งตรงไปยังเรื่องด้านหลัง“คุณหนู” จินเอ๋อร์กระซิบเสี

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 103

    “มิใช่บอกว่าเรือนเล็กว่างหรอกหรือ ตามข้ามา” เสียนฉิงเยว่หัวเราะก่อนจะออกเดินนำสาวใช้ทั้งสองไปยังเรือนของผู้ที่ถูกบีบให้ออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลเสียนคืนนี้นางไม่อยากใช้สมองคิดสิ่งใดแล้ว จะออกไปข้างนอกหรือก็ไม่สมควรเพราะดึกมากแล้ว อีกทั้งหากให้บ่าวไพร่รู้ว่านางใช้เรือนร่วมกับเสียนซีหลิว ไม่เกิดเรื่องขึ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 102

    “พอที!!!” เสียนฮั่วตวาด “เจ้ามองดูตัวเองบ้างหรือไม่ฮูหยิน เจ้าเอาแต่มองเห็นแค่ตัวเจ้ากับลูก เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าพวกนางก็เป็นมารดาของผู้อื่น บุตรสาวของพวกนางไม่มีสินเดิมจะแต่งออกไปได้อย่างไรเจ้าเคยคิดแทนพวกนางบ้างหรือไม่ หรือคิดถึงแต่ตัวเจ้าเอง พวกนางทั้งสองก็เป็นบุตรสาวของข้า ของข้า!!!”ตวาดออกมาสุ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 101

    “หาไม่...” หลงจู๊หลัวเหยาหรี่ดวงตาราวกับใช้ความคิด ทำให้คนทั้งสองเริ่มมีความหวัง เนื่องจากคิดว่าอีกฝ่ายจะเหลือทางรอดเอาไว้ให้ “หาไม่ข้าต้องการแต่งบุตรสาวคนโตของเจ้าไปเป็นอนุ”“สารเลว!” เสียนหรูซวงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “อัปลักษณ์เช่นเจ้าอย่าได้หวังอยากกินเนื้อหงส์!”จูอิ๋งรีบวิ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status