Share

บทที่ 6

last update Last Updated: 2026-01-08 21:12:14

“จินเอ๋อร์เจ้าวางใจได้ ข้าอยู่ที่ไหน ก็ต้องมีเจ้าอยู่ที่นั่นด้วย”

“แต่...เงินไถ่ตัวข้าสูงมาก”

“ข้ามั่นใจว่าร้านขายใบชาของข้าสามารถทำให้ข้าซื้อตัวเจ้าออกมาจากตระกูลเสียน”

“แต่...เงินนั่น”

“นอกจากว่าเจ้าไม่อยากไปกับข้าด้วย”

“ไปเจ้าค่ะ! ข้าขอไปทุกที่!...ไปกับท่าน” จินเอ๋อร์ละล่ำละลักบอกออกมาด้วยน้ำตารื้น “ข้าเพียงเกรงว่านายท่านกับฮูหยินจะโก่งราคา ...หากทั้งสองรู้ว่าท่านมีร้านขายใบชาในเมืองเสียนหยาง”

“แล้วจะให้รู้ไปทำไมเล่า หากอยากเห็นคนกระอักเลือดเพราะคับแค้นใจ มิสู้ให้พวกเขาเห็นและรับรู้หลังจากที่ปล่อยเราออกมาและไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไปไม่ดีกว่าหรือ”

“หากทำเช่นนั้น แล้วสินเดิมของนายหญิงเล่าเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยถามเสียงเบา เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เสียนฉิงเยว่คับแค้นใจที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องที่สินเดิมของมารดาถูกเสียนฮั่วและฮูหยินฮุบเอาไว้ทั้งหมด

“นั่นสินะ”

แม้แต่รายละเอียดว่าของทั้งหมดมีอะไรบ้างนางยังไม่รู้ แล้วนางจะทวงถามคืนมาได้อย่างไร อีกทั้งนางจะให้ผู้ใดเล่าทวงถามให้

นางก็เป็นแค่คุณหนูเสียนผู้ไร้ตัวตน ทั้งยังไม่มีใครให้ความสำคัญ ทุกวันนี้แม้จะใช้แซ่เสียนแต่ดูนางสิ ยังนับว่าเหมือนคนตระกูลเสียนที่มั่งคั่งตรงไหนหรือ

           

ตามที่เสียนเหวินได้บอกเสียนฉิงเยว่เอาไว้ ในตอนเช้าสาวใช้ของคฤหาสน์ก็มาแจ้งอย่างนอบน้อม เพราะวันนี้เขาจะพาหญิงสาวจากเมืองเสียนหยางออกไปเที่ยวที่ตลาด “เพราะเห็นว่าคุณหนูไม่มีชุดตามแบบของฉางอัน ฮูหยินใหญ่จึงให้ข้าน้อยนำชุดมาให้ท่านสองชุดเจ้าค่ะ”

ประโยคนั้นทำเอาเสียนฉิงเยว่ชะงัก ต่างกับจินเอ๋อร์ที่ตาโตด้วยความตื่นเต้น ในยามที่ยื่นมือออกไปรับชุดแพรพรรณเนื้อดีที่อยู่ในมือสาวใช้อีกคน ขณะเดียวกันนั้นยังมีกล่องเครื่องประดับหนึ่งชุดวางอยู่เคียงข้างกัน

“เครื่องประดับชุดนี้เป็นนายท่านมอบให้ท่านเจ้าค่ะ” สาวใช้นางนั้นรีบตอบ เมื่อเห็นสายตาของหญิงสาวกวาดไปมองยังกล่องใบเล็ก

“แล้วพี่ ๆ ทั้งสามเล่า”

“คุณหนูทั้งสามเองก็ได้รับเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ แต่วันนี้อาการของคุณหนูหรูซวงยังไม่ดีนัก จึงไม่อาจออกไปข้างนอก ดังนั้นวันนี้คุณชายรองจึงจะพาท่าน คุณหนูชิงเซียง และคุณหนูชิงหรูออกไปเที่ยวเจ้าค่ะ”

“อ้อ” เสียนฉิงเยว่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด

“คุณหนู เช่นนั้นก็รีบเปลี่ยนชุดเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวคุณชายรองจะรอนาน” จินเอ๋อร์เอ่ยอย่างกระตือรือร้นก่อนจะรีบลากผู้เป็นนายเข้าไปเปลี่ยนชุด

มองชุดสีชมพูสดใสในมือของสาวใช้คนสนิทเสียนฉิงเยว่พลันส่ายหน้า “สีขาวเถิด”

“ก็ได้เจ้าค่ะ” จินเอ๋อร์ค่อนข้างผิดหวัง เพราะอยากให้ผู้เป็นนายแต่งกายด้วยเสื้อผ้างดงามสักครั้ง ผิดกับเสียนฉิงเยว่ที่ยังคงชมชอบความเรียบง่ายอยู่เป็นนิจ ดังนั้นจินเอ๋อร์จึงต้องรีบหยิบชุดสีขาวออกมาช่วยสวมให้ผู้เป็นนาย ไม่นานนางก็เร่งมือหวีผมรวบมวยขึ้นปักด้วยปิ่นหยกขาว ซึ่งมีระย้าผีเสื้อพลิ้วไหวประดับอยู่

เงาสะท้อนที่อยู่บนกระจกทำเอาเสียนฉิงเยว่เบิกตากว้าง ชุดตามแบบชาวเสียนหยางจะเป็นเสื้อและกระโปรงตัวยาวตัวเดียว ใช้สายคาดเอวยึดเอาไว้ หากแต่ชุดตามแบบของฉางอันนั้นต่างออกไป ด้วยเพราะตัวเสื้อเป็นแบบแขนยาวทรงกระบอกพอดีตัว ทั้งยังไม่ได้เป็นเสื้อตัวยาวติดกับกระโปรงเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะกระโปรงตัวยาวทิ้งตัวลงกรอมเท้านั้น จะถูกสวมแล้วมัดทับลงไปกับตัวเสื้อ ก่อนใช้สายคาดเอวผืนใหญ่คาดทับกระโปรงกับตัวเสื้อเอาไว้ เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเอวอรชรอย่างชัดเจน

แม้หลายวันมานี้ได้เห็นมาบ้างกลับยังไม่เคยลองสวมใส่ วันนี้พอได้มีโอกาสสวมใส่นางกลับรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง ทว่าในความขัดเขินกลับมีความพออกพอใจอยู่หลายส่วน ยามปกติให้นางพยายามเป็นสตรีที่ไร้ตัวตนอย่างไร กระนั้นนางก็ยังคงเป็นสตรีที่ชื่นชมในความสวยงามอยู่ดี

“วันนี้อากาศค่อนข้างหนาวเย็น สวมเสื้อคลุมทับอีกตัวนะเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชม

ชุดในแบบฉางอันจะมีอยู่สองแบบ คือแบบไม่สวมเสื้อตัวยาวทับแต่จะพาดผ้าคลุมไหล่ กับสวมเสื้อคลุมตัวยาวเอาไว้และจะพาดผ้าคลุมไหล่หรือไม่ก็ได้ วันนี้อากาศยังคงหนาวเย็นอยู่แม้นางอยากให้ผู้เป็นนายสวมชุดที่โดดเด่นงดงามสักครั้ง แต่นางกลับห่วงใยสุขภาพของอีกฝ่ายมากกว่า

“อ้อ ได้” เสียนฉิงเยว่กะพริบตามองสาวใช้ของตัวแล้วพยักหน้าเออออ มองดูอีกฝ่ายช่วยสวมเสื้อสีขาวปักลายตัวยาวทับลงไป ทั้งยังพาดผ้าคลุมไหล่ปักลายบุปผานานาพันธุ์ลงไปอีกทอดหนึ่ง

เสียงถอนหายใจของหญิงสาวทำเอาจินเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นมอง “คุณหนูไม่ชอบเสื้อตัวนี้หรือเจ้าคะ”

“ไม่ใช่ ข้าเพียงแต่ไม่ชอบความซับซ้อนของเสื้อผ้าตามแบบฉางอัน แต่...ช่างเถิดเสร็จแล้วใช่หรือไม่”

“เจ้าค่ะ” จินเอ๋อร์มองผู้เป็นนายด้วยสายตาชื่นชม ก่อนช่วยพยุงอีกฝ่ายออกไปยังห้องโถงซึ่งมีเสียนเหวินยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“เยว่เอ๋อร์มาแล้วหรือ” เขากล่าวพร้อมกับมองสำรวจหญิงสาวด้วยความพึงพอใจก่อนพยักหน้าขึ้นลง “...งดงามยิ่ง ข้าคิดเอาไว้แล้วว่าเจ้าต้องเหมาะกับสีขาว ท่านแม่เก่งกาจยิ่ง”

ประโยคนั้นเรียกรอยยิ้มกว้างของเสียนฉิงเยว่ออกมา แต่นางยังไม่ทันได้ตอบโต้และเอ่ยขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา เสียงตื่นเต้นของเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียงก็ดังขึ้นเสียก่อน

“พี่เหวินพวกข้ามาแล้ว”

ร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดสีม่วงและชุดสีแดงพลันทำให้จินเอ๋อร์ย่นคิ้ว ในยามปกติคุณหนูของนางก็นับว่าถูกผู้คนมองข้ามอยู่แล้ว บัดนี้โฉมสะคราญสองนางที่เดินเข้ามาด้วยชุดสีสันเจิดจ้างดงาม ทำเอาชุดสีขาวของคุณหนูยิ่งไร้ความโดดเด่น จินเอ๋อร์แทบอยากจะลากผู้เป็นนายกลับเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดสีชมพูอีกชุดเสียเหลือเกิน

เมื่อหันไปมองสีหน้าราวกับคนกลั้นหัวเราะของผู้เป็นนาย จินเอ๋อร์พลันเลิกคิ้ว “คุณหนู ท่านคาดการณ์เอาไว้แล้วหรือเจ้าคะว่าต้องเป็นเช่นนี้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 144 จบ

    เสียนซีหลิวยืนอยู่รั้งท้ายมองผ่านความมืดที่มีแสงจากด้านนอกรำไรสาดเข้าไป แม้มองไม่ชัดกระนั้นเขากลับสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องหอ บัดนี้ร่างอรชรได้เดินเข้ามายืนอยู่เคียงข้างโหลวตงอวี้“ข้ากลับก่อน อีกเจ็ดวันค่อยพบกันที่คฤหาสน์ตระกูลเสียน”“ค่อยพบกัน” โหลวตงอวี้ตอบก่อนจะมองเสียนซีหลิวหมุนตัวเดินจากไป ความเงียบที่มาเยือนหลังจากความวุ่นวายทำให้โหลวตงอวี้ถอนหายใจ “การก่อกวนนี้ก็ไม่นับว่าเลวร้าย” เขาเอ่ยจบก็ก้มลงมองหญิงสาวที่เข้ามายืนเคียงข้างเขาในความมืด“พวกเขาเล่นสนุกกันพอแล้วหรือ” นางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ “ก็ไม่นับว่าเลวร้าย ข้ายังกังวลว่าคนอย่างคุณชายอวี่จะมาแอบอยู่ใต้เตียงจริงๆ เสียอีก”“ไม่คิดว่าพบเขาไม่กี่ครั้งเจ้ากลับรู้จักซินหยางดีถึงเพียงนี้”ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเสียงเบา “เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้ว” โหลวตงอวี้อุ้มเสียนฉิงเยว่ขึ้นแล้วเดินตรงไปที่เตียง“เดี๋ยว เวลาอะไรกัน” นางถามเขาด้วยความงุนงง“ก็เวลาแก้ปัญหาอย่างไรเล่า มิใช่กังวลเรื่องขยายตระกูลโหลวหรอกหรือ ข้ากำลังช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเล่า”“อย่างไรเล่า” นางยังคงไม่เข้าใจ“ก็คลอดบุตรชายบุตรสาวให้ข้าอย่างละสองคน เช่นนี้ก็นับว่าจ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 143

    เสียนฉิงเยว่รับจอกสุรามาก่อนจะคล้องแขนดื่มสุรากับเจ้าบ่าวของตนตามประเพณี สุรารสแรงแผดเผาทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น โหลวตงอวี้ยกนิ้วขึ้นคลึงหน้าผากนาง “นี่นับว่าเป็นการแสดงออกอะไรกัน สุรารสเลิศเจ้ากลับเอาแต่ขมวดคิ้ว”“แรงมาก”“นารีแดง...ส่งมาจากเสียนหยาง ใต้เท้ามู่ให้คนไปขุดมาจากเรือนเล็กของคฤหาสน์ตระกูลเสียน เสียนฮั่วลุงของเจ้าบอกว่ามารดาและบิดาของเจ้าฝังเอาไว้เพราะตั้งใจจะใช้ในงานมงคลของเจ้า” โหลวตงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้จึงขอร้องใต้เท้ามู่ให้ส่งม้าเร็วมาที่ฉางอัน”เสียนฉิงเยว่สบตาของโหลวตงอวี้ ดวงตาของนางเริ่มเอ่อคลอ “ข้าไม่เคยรู้เลย”“แน่ละเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เจ้าเพิ่งจะเกิด ลุงของเจ้าเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ กว่าจะจดจำได้ว่าฝังเอาไว้ที่ไหนเขาต้องวาดแผนผังขึ้นมาถึงห้าครั้ง”เสียนฉิงเยว่ซบใบหน้าลงไปกับซอกคอของเขา ซับน้ำตาเข้ากับคอเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อยให้หลั่งรินออกมา “ข้าจะร้องไห้ไม่ได้นี่เป็นวันมงคล ท่านพ่อกับท่านแม่คงไม่อยากให้ข้าร้องไห้”โหลวตงอวี้ลูบหลังลูบไหล่ของหญิงสาว ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา “หิวแล้วกระมังให้ข้าปรนนิบัติฮูหยินกินข้าว” เขาอมยิ้

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 142

    พิธีไหว้ฟ้าดินตามฤกษ์มงคลเริ่มต้นขึ้น แม่สื่อส่งเสียงบอกขั้นตอนต่างให้เจ้าบ่าวเข้ามารับแพรแดงซึ่งอีกฟากมีเจ้าสาวถืออยู่กระทั่งคนทั้งสองต่างก็เดินเข้าไปยังโถงประธานของงาน ซึ่งยามนี้มีประมุขตระกูลเหลียน ตระกูลเหอ และตระกูลอวี่ทำหน้าที่อยู่ เนื่องจากญาติฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นไม่มีผู้อาวุโส โหลวตงอวี้จึงขอร้องให้บิดาของสหายทั้งสามคนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชายแทน ส่วนเสียนจวินและเสียนฮูหยินนั้นรับหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเสียนฉิงเยว่มองไม่เห็นสิ่งใด เว้นก็เพียงแต่ชายชุดสีแดงของตัวเองและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางได้ยินเสียงตะโกนของแม่สื่อและสาวใช้ที่พยุงข้างกายกระซิบบอกให้นางหันซ้ายขวา หมุนตัวหน้าหลัง กระทั่งก้มลงคำนับฟ้าดิน ต่อมาก็คำนับญาติผู้ใหญ่ ไม่นานก็มีเสียงตะโกนบ่าวสาวคำนับกันเอง“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ!!”ที่ไหนกันเล่า...เสียงตะโกนนั้นเพียงบอกให้นางมารอที่ห้องซึ่งอยู่ในเรือนหอต่างหาก เพราะในเวลานี้เสียนฉิงเยว่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เนื่องจากเจ้าบ่าวยังคงต้องต้อนรับแขกเหรื่อมากมายด้านนอก อีกทั้งในตอนนี้ยังไม่ถึงฤกษ์ยามที่กำหนดเอาไว้เพื่อส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ดังนั้นโหลวต

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 141

    “คำพูดเช่นนี้ได้มาจากว่าที่พี่สะใภ้ของเจ้าหรือ นางสอนสิ่งใดเจ้าบ้างเล่า”โหลวฟางอี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ความลังเลฉายออกมาจากแววตาคู่งาม ก่อนที่เสียนเหวินจะทันได้ตั้งตัวหญิงสาวก็ใช้มือสองข้างจับมือของเขา รั้งให้เขาเอียงตัวลงก่อนที่นางจะเขย่งปลายเท้าขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปกดจุมพิตที่ข้างแก้มของเสียนเหวินดูเหมือนเขาจะไม่คาดคิดจริงๆ จึงยังมีท่าทีตกตะลึงและมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็งราวกับไม่เคยเห็นโหลวฟางอี๋กัดปากแน่น มองดูใบหน้าเหม่อลอยของชายหนุ่มนางพลันรู้สึกเคอะเขิน นางยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ในยามที่ริมฝีปากของนางกำลังจะแตะแก้มอีกข้างของเขา เสียนเหวินกลับขยับและเอียงใบหน้าเข้าหานางแทนจุมพิตที่สมควรประทับลงยังข้างแก้ม กลับเบนเป้าหมายไปยังริมฝีปากที่จงใจหันมา“ทะ...ท่าน!” นางเบิกตามองเขาอย่างตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พอจะถอยห่างเสียนเหวินกลับคว้านางเอาไว้ได้ทั้งตัว“อย่าทำเช่นนี้อีก” เขากระซิบแต่กลับกดจุมพิตลงมายังริมฝีปากอิ่มที่ยังคงถูกเม้มแน่น ลมหายใจของหญิงสาวถูกเสียนเหวินดูดกลืนด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน มือน้อยที่คว้าจับสาบเสื้อของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสั่นเทา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status