Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-08 21:12:03

นับตั้งแต่บิดาและมารดาของนางจากไป นางเหลือตัวคนเดียวในคฤหาสน์ตระกูลเสียนที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี บรรดาฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองของเสียนฮั่ว ต่างก็ผลักนางไปทางโน้นทีทางนี้ที ราวกับนางเป็นตัวอัปมงคลที่หามีผู้ใดต้องการไม่

โชคยังดีที่ฮูหยินสามของเสียนฮั่วไม่มีบุตรจึงรับนางเอาไว้นางจึงไม่ถูกรังแกจนเกินไป ถึงอย่างนั้นฐานะของนางในตระกูลเสียนกลับไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิง

ตลอดมานางเอาแต่อยู่ในที่ของตน ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่แสดงตน พยายามทำตัวราวกับไร้ตัวตนมาโดยตลอด ไม่ว่าคนในตระกูลจะเหยียดหยามหรือดูหมิ่น นางก็ได้แต่ทำเป็นโง่งมไม่สนใจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกขับไสไล่ส่ง

ไม่เพียงเท่านั้นนางยังต้องดูแลฮูหยินสามที่เป็นดังเกราะคุ้มภัยในยามที่อีกฝ่ายล้มป่วยกระเสาะกระแสะ ถึงอย่างนั้นทันทีที่ฮูหยินสามจากไป นางจึงเริ่มรู้ซึ้งว่าคนในตระกูลเสียนยังโหดร้ายได้มากกว่าที่เคยตระหนัก

ยิ่งนางแสร้งทำเป็นอ่อนแอและขลาดเขลา พวกเขาก็ยิ่งได้ใจหาเรื่องรังแกนางอยู่ร่ำไป

ปีก่อนถึงขนาดมีความคิดจะยกนางให้ไปเป็นอนุของบุตรชายของคหบดีตระกูลหวัง ทั้งที่มีข่าวลือไม่ใคร่จะสู้ดีว่าเขาลุ่มหลงสุรานารี ทั้งยังชอบตบตีทำร้ายฮูหยินและอนุของตนเองภายในจวน

หากไม่ใช่เพราะนางใช้เล่ห์กลเล็กน้อย ทำให้เขาเป็นฝ่ายปฏิเสธที่จะรับนางเข้าตระกูล มีหรือนางจะเอาตัวรอดมาได้

หลายสิบปีมานี้นอกจากฮูหยินสามซึ่งรู้จักนิสัยใจคอ และตัวตนที่แท้จริงของนางแล้ว ก็มีเพียงจินเอ๋อร์สาวใช้คนสนิทเท่านั้นที่ล่วงรู้ ตัวตนที่แท้จริงที่ว่าเสียนฉิงเยว่...ไหนเลยจะเป็นสตรีขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตาผู้คน!!!

ในยามนั้นคหบดีหวังส่งคนมาถอนหมั้นโดยอ้างว่านับตั้งแต่บุตรชายของเขาหมายตาเสียนฉิงเยว่ ก็พลันฝันร้ายและมีวิญญาณร้ายคอยตามหลอกหลอน พวกเขายังถึงกับโทษว่านางเป็นตัวโชคร้ายที่ทำให้ผู้คนต้องหนีห่าง ดังนั้นคนในตระกูลเสียนจึงต่างก็ละเลยนาง ไม่เข้าใกล้ ไม่สนใจ ทั้งยังจงใจเพิกเฉย แม้แต่อาหารการกินและเงินที่สมควรได้ พวกเขาก็แสร้งทำเป็นลืมเลือนจนสิ้น

หากไม่ใช่เพราะฮูหยินสามได้เคยแอบมอบเงินส่วนหนึ่งให้นางเก็บไว้ นางน่ะหรือจะมีเงินทุนออกไปลอบทำการค้า และนางไหนเลยจะยังมีข้าวกินและมีเสื้อผ้าสวมใส่เช่นทุกวันนี้เล่า

“เยว่เอ๋อร์” เสียงเรียกอยู่ด้านนอกทำเอานายแล้วบ่าวหันมาสบตากัน เสียนฉิงเยว่สบตากับสาวใช้ จินเอ๋อร์รีบพยักหน้าแล้วเดินออกไปเปิดประตู

เจ้าของเสียงนั้นก็คือเสียนเหวิน

“พี่เหวิน” เสียนฉิงเยว่ก้มหน้าลงเปลี่ยนกลับมาเป็นคนที่ไม่กล้าเงยหน้าอีกครั้ง

“ไม่ได้กำลังน้อยอกน้อยใจที่ถูกตำหนิกระมัง” เสียนเหวินไม่ได้ก้าวเข้ามาในห้อง เนื่องจากอย่างไรเสียญาติผู้น้องของเขาก็เป็นสตรี ดังนั้นเสียนฉิงเยว่จึงต้องเดินออกมาหาเขาที่หน้าประตู “วันนี้ข้าไปที่ถนนจูเสว่ที่นั่นมีร้านขนมขึ้นชื่อจึงซื้อมาฝาก ก่อนหน้านี้ส่งไปยังห้องพี่ๆ ของเจ้าแล้ว นี่เป็นส่วนของเจ้า”

เสียนเหวินยื่นกล่องใบหนึ่งส่งไปให้จินเอ๋อร์ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ชายหนุ่มลอบสังเกตอีกฝ่ายตั้งแต่ที่นางมาถึงเมืองฉางอัน ดูเหมือนในบรรดาหญิงสาวทั้งสี่ เสียนฉิงเยว่จะค่อนข้างเก็บตัว ทั้งยังพูดคุยกับผู้อื่นน้อยมาก

จากการแต่งกายที่เรียบง่ายไร้ซึ่งเครื่องประดับ อีกทั้งท่าทีขี้กลัวและหวาดระแวงของนาง ฐานะในตระกูลเสียนของนางคงไม่นับว่าสำคัญอะไร หากเทียบกับการแต่งกายที่ประณีตงดงามและเครื่องประดับล้ำค่าหลายชิ้นของอีกสามคน

“ขอบคุณพี่เหวินที่เมตตา” หญิงสาวเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย ก่อนรีบก้มหน้าแล้วย่อกายขอบคุณ

“พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปเที่ยวที่ตลาด สักสาย ๆ หน่อยจะให้คนมาบอก เจ้าก็เตรียมตัวเอาไว้” เสียนเหวินยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

ชายหนุ่มมองญาติผู้น้องที่อายุน้อยกว่าเขาด้วยใบหน้าอ่อนโยน นางอายุเพียงสิบหกสิบเจ็ด ห่างจากเขาเพียงสี่ปี แต่ในยามที่เขามองนางกลับรู้สึกเหมือนมองน้องน้อยคนหนึ่ง มิใช่มองเด็กสาวที่พร้อมจะออกเรือนไม่ ผิดกับอีกสามคนที่เขามองว่าพวกนางออกจะเก่งกาจ

ยิ่งมองเห็นและได้ยินคำพูดที่พวกนางสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในทุก ๆ สถานการณ์นั้นแล้ว เขาย่อมมองว่าคนเงียบขรึมเช่นเสียนฉิงเยว่คงไม่อาจตามพวกนางทัน

หากให้เขาลองคาดเดาแล้ว ความผิดในวันนี้หากนางไม่ได้รั้งอยู่ด้านหลังไกลลิบ นางคงหนีไม่พ้นถูกปรักปรำว่าเป็นคนผลักเสียนหรูซวงเป็นแน่

หลังเสียนเหวินกลับไปจินเอ๋อร์แอบเหลือบมองผู้เป็นนาย นางมองดูท่าทีครุ่นคิดของอีกฝ่ายแล้วได้แต่กังวล “คุณหนูเจ้าคะ”

“เจ้าว่าข้าร้ายกาจเกินไปหรือไม่”

“ในที่สุดคุณหนูก็รู้แล้วว่าตัวเองร้ายกาจ” จินเอ๋อร์พลั้งปากก่อนรีบเอามือปิดปากตัวเองเมื่อผู้เป็นนายหันขวับมาจ้องเขม็ง

นางจึงหัวเราะแหะแล้วรีบกลบเกลื่อน “ข้าหมายถึงท่านไม่ผิดนี่เจ้าคะ คนตระกูลเสียนล้วนเป็นต้นเหตุให้ท่านต้องเสแสร้งเช่นนี้ หาไม่แล้วท่านยังจะหนีจากการถูกจับแต่งงานครั้งนั้นได้หรือเจ้าคะ”

เสียนฉิงเยว่ค้อนสาวใช้คนสนิทของตัวเองทีหนึ่ง ก่อนที่นางจะถอนหายใจออกมาพร้อมกับมองไปยังประตูซึ่งถูกปิดสนิท “ข้าว่าเขาก็ดูเป็นคนไม่เลว”

แม้จะก้มหน้าก้มตาแต่หลายครั้งนางก็แอบเงยหน้าขึ้นมองเสียนเหวิน ทั้งยังรับรู้ได้จากดวงตาเอื้ออาทรของอีกฝ่าย บุรุษจิตใจดีทั้งยังไร้เดียงสาจนมองเล่ห์กลของอิสตรีไม่ออกเช่นนี้ อดที่จะทำให้นางรู้สึกผิดขึ้นมาในใจไม่ได้

แน่นอนความรู้สึกเห็นใจของอีกฝ่ายเป็นความจริงไม่ใช่เรื่องเสแสร้ง ดูเหมือนเขาจะมองออกถึงฐานะอันน่าอึดอัดและลำบากใจของเสียนฉิงเยว่ ทว่าเป็นเสียนฉิงเยว่คนที่นางเสแสร้งให้คนอื่นเห็น ดังนั้นเมื่อมองเห็นท่าทีเห็นอกเห็นใจของอีกฝ่าย นางกลับรู้สึกเหมือนกำลังหลอกลวงคนผู้หนึ่งอยู่

“คุณหนู”

“หืม” นางหันไปมองจินเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ

“เรา...จะอยู่ในตระกูลเสียนอีกนานเท่าไรหรือเจ้าคะ” เพราะผู้เป็นนายวางแผนจะออกจากตระกูลเสียนทันที หลังจากการไว้ทุกข์ให้ฮูหยินสามสิ้นสุดลงซึ่งก็คือเมื่อเดือนที่แล้ว แต่เพราะต้องเดินทางมายังเมืองฉางอันเสียก่อนจึงไม่มีโอกาสบอกกล่าวกับเสียนฮั่ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 9

    เขาหมุนกายเดินเข้าไปในร้านเครื่องประดับ ทันทีที่เดินไปถึงประตูก็มีคนเปิดให้อย่างรู้งาน “ไปแจ้งที่หอน้ำชาว่าข้าทีเรื่องด่วนไปไม่ได้แล้ว อ้อ อีกสักครู่คงมีคนตระกูลเสียนออกตามหาคุณหนูเสียน พวกเจ้าบอกไปว่านางเดินออกไปจากร้าน เอาเป็น...นับตั้งแต่สาวใช้ของนางเดินออกไปก็แล้วกัน”“ขอรับท่านประมุข”ท่าน...ท่านประมุข!!เสียนฉิงเยว่ลอบตื่นตระหนก เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาตามไรผมและกลางฝ่ามือ เมื่อครู่เขาให้คนไปแจ้งที่หอน้ำชาซึ่งเป็นที่นัดหมายของคุณชายห้าตระกูล อีกทั้งเมื่อครู่คนของเขาเรียกเขาว่าท่านประมุขเช่นนั้นคนผู้นี้ยังจะเป็นใครไปได้เล่านอกจากโหลวตงอวี้ ประมุขตระกูลโหลว!!!อายุเพียงยี่สิบห้าปีแต่กลับใช้ความสามารถที่มี ต่อสู้ฟาดฟันกับบรรดาญาติผู้ใหญ่ตระกูลโหลวและพี่ชายต่างมารดาจนกระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูล ปกป้องมารดาและน้องสาวไม่ให้ผู้คนในตระกูลรังแกพวกนาง ทั้งยังสามารถเปิดร้านแลกเงินที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอันได้สำเร็จเพียงลำพังคนผู้นี้ใช่บุรุษปวกเปียกป้อแป้คนเดียวกันซึ่งนอนอยู่บนเตียงให้นางรังแกเล่น เอ้ย! ไม่ใช่! นางหมายถึงเขานอนนิ่งให้นางวางยาเพื่อยึดครองห้อง เขา...ก็คือคนคนเดียวกั

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 8

    นางแนะนำตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป หลังจากที่ได้ยินนางแนะนำตัว ด้านหลังก็มีคนเดินเข้ามาแนะนำชื่อของตัวเองจนหญิงสาวตาลาย ความจริงนับจากชื่อที่สองสามไปนางล้วนลืมไปจนสิ้นว่าสตรีเหล่านั้นมีนามว่าอย่างไร และมาจากตระกูลใดบ้าง“เอ๋ นั่นมิใช่คุณชายอวี่หรอกหรือ”เสียงเอ่ยขึ้นหน้าร้านเครื่องประดับ เรียกความสนใจของสตรีทุกนางที่เข้ามายืนล้อมรอบเสียนฉิงเยว่ จินเอ๋อร์ขยับเข้ามาชิดเสียนฉิงเยว่ก่อนกระซิบเสียงเบา “คุณหนูข้าน้อยว่าเราตามคุณชายรองไปไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ...”ยังไม่ทันได้จบประโยคก็จำต้องขยับหลบ เมื่อกวนหนิงเหอหันมาสนใจผู้เป็นนายอีกครั้ง“คุณหนูเสียนจะไม่เข้าไปยังหอน้ำชาหน่อยหรือ”ดวงตาคาดหวังของสตรีเหล่านั้นทำเอาหญิงสาวสะอึกอึ้งอยู่กับที่ แท้จริงแล้วพวกนางก็อยากให้ตนสร้างโอกาสที่จะได้พบและแนะนำตัวกับเหล่าคุณชายทายาทตระกูลใหญ่ในหอน้ำชาฝั่งตรงข้ามนั่นเอง หญิงสาวแทบจะถอนฉุนออกมาด้วยความรำคาญ กระนั้นนางกลับเพียงแย้มยิ้ม ก่อนก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงเบา“ต้องขออภัยเมื่อครู่พี่เหวินกำชับไว้แล้วว่าให้รอที่นี่ ดังนั้น...”เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จงใจให้นางได้ยินอย่างแน่นอ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 7

    “เจ้าคิดว่าชุดสองชุดนั้นจะมาถึงมือข้าเลยทันทีหรือ แน่นอนว่าพวกนางทั้งสามคนย่อมได้เลือกก่อนอยู่แล้ว” นางยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ“แต่...เหตุใดเป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”เสียนฉิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นพลันมองเข้าไปยังห้องโถง แม้ว่าจะมองไม่เห็นเสียนฮูหยินแต่นางกลับนึกไปถึงสายตาพิจารณาของอีกฝ่ายในยามที่มองมา เห็นชัดว่านี่เป็นการหยั่งเชิง ถึงความสำคัญในฐานะของนางต่อผู้เป็นพี่สาวทั้งสามคนเมื่อเช้าสาวใช้ทั้งสี่คนมาที่ห้องของนางพร้อมกันหมด เห็นชัดว่าทั้งสี่ถือของมาด้วยกัน ดังนั้นก่อนมาถึงห้องของนางเสื้อผ้าข้าวของล้วนผ่านการเลือกของผู้อื่นมาก่อนแล้ว เสื้อผ้าสองชุดดูก็รู้ว่าเป็นของเหลือจากที่พี่สาวทั้งสามคนได้เลือกแล้ว ดูท่าเสียนฮูหยินคงสงสัยอะไรขึ้นมาแล้วกระมัง“เราคงต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น” หาไม่คงถูกเสียนฮูหยินจับได้เป็นแน่... นางต่อประโยคนั้นในใจอย่างไม่ใคร่จะสบายใจนักทันทีที่คนของคฤหาสน์มาแจ้งว่ารถม้าพร้อมแล้ว เสียนเหวินที่ข้างกายมีเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียง ผายมือไปยังรถม้าที่จอดหน้าคฤหาสน์ เขาช่วยพยุงพวกนางทั้งสามขึ้นบนรถม้า จากนั้นจึงก้าวตามขึ้นไปทีหลัง คิ้วเข้มขมวดมุ่นที่หญิงสาวทั้งสองเกาะติดซ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 6

    “จินเอ๋อร์เจ้าวางใจได้ ข้าอยู่ที่ไหน ก็ต้องมีเจ้าอยู่ที่นั่นด้วย”“แต่...เงินไถ่ตัวข้าสูงมาก”“ข้ามั่นใจว่าร้านขายใบชาของข้าสามารถทำให้ข้าซื้อตัวเจ้าออกมาจากตระกูลเสียน”“แต่...เงินนั่น”“นอกจากว่าเจ้าไม่อยากไปกับข้าด้วย”“ไปเจ้าค่ะ! ข้าขอไปทุกที่!...ไปกับท่าน” จินเอ๋อร์ละล่ำละลักบอกออกมาด้วยน้ำตารื้น “ข้าเพียงเกรงว่านายท่านกับฮูหยินจะโก่งราคา ...หากทั้งสองรู้ว่าท่านมีร้านขายใบชาในเมืองเสียนหยาง”“แล้วจะให้รู้ไปทำไมเล่า หากอยากเห็นคนกระอักเลือดเพราะคับแค้นใจ มิสู้ให้พวกเขาเห็นและรับรู้หลังจากที่ปล่อยเราออกมาและไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไปไม่ดีกว่าหรือ”“หากทำเช่นนั้น แล้วสินเดิมของนายหญิงเล่าเจ้าคะ” จินเอ๋อร์เอ่ยถามเสียงเบา เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เสียนฉิงเยว่คับแค้นใจที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องที่สินเดิมของมารดาถูกเสียนฮั่วและฮูหยินฮุบเอาไว้ทั้งหมด“นั่นสินะ”แม้แต่รายละเอียดว่าของทั้งหมดมีอะไรบ้างนางยังไม่รู้ แล้วนางจะทวงถามคืนมาได้อย่างไร อีกทั้งนางจะให้ผู้ใดเล่าทวงถามให้นางก็เป็นแค่คุณหนูเสียนผู้ไร้ตัวตน ทั้งยังไม่มีใครให้ความสำคัญ ทุกวันนี้แม้จะใช้แซ่เสียนแต่ดูนางสิ ยังนับว่าเหมือ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 5

    นับตั้งแต่บิดาและมารดาของนางจากไป นางเหลือตัวคนเดียวในคฤหาสน์ตระกูลเสียนที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี บรรดาฮูหยินใหญ่ฮูหยินรองของเสียนฮั่ว ต่างก็ผลักนางไปทางโน้นทีทางนี้ที ราวกับนางเป็นตัวอัปมงคลที่หามีผู้ใดต้องการไม่โชคยังดีที่ฮูหยินสามของเสียนฮั่วไม่มีบุตรจึงรับนางเอาไว้นางจึงไม่ถูกรังแกจนเกินไป ถึงอย่างนั้นฐานะของนางในตระกูลเสียนกลับไร้ซึ่งความสำคัญโดยสิ้นเชิงตลอดมานางเอาแต่อยู่ในที่ของตน ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่แสดงตน พยายามทำตัวราวกับไร้ตัวตนมาโดยตลอด ไม่ว่าคนในตระกูลจะเหยียดหยามหรือดูหมิ่น นางก็ได้แต่ทำเป็นโง่งมไม่สนใจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกขับไสไล่ส่งไม่เพียงเท่านั้นนางยังต้องดูแลฮูหยินสามที่เป็นดังเกราะคุ้มภัยในยามที่อีกฝ่ายล้มป่วยกระเสาะกระแสะ ถึงอย่างนั้นทันทีที่ฮูหยินสามจากไป นางจึงเริ่มรู้ซึ้งว่าคนในตระกูลเสียนยังโหดร้ายได้มากกว่าที่เคยตระหนักยิ่งนางแสร้งทำเป็นอ่อนแอและขลาดเขลา พวกเขาก็ยิ่งได้ใจหาเรื่องรังแกนางอยู่ร่ำไปปีก่อนถึงขนาดมีความคิดจะยกนางให้ไปเป็นอนุของบุตรชายของคหบดีตระกูลหวัง ทั้งที่มีข่าวลือไม่ใคร่จะสู้ดีว่าเขาลุ่มหลงสุรานารี ทั้งยังชอบตบตีทำร้ายฮูหยินและอนุของตน

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 4

    “เรียนท่านลุง ท่านป้า เรื่องที่เกิดเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้น หาได้มีผู้ใดตั้งใจผลักข้าไม่ เสี่ยวหลิ่วเพียงตาฝาดไปเท่านั้น ในตอนนั้นผู้คนมากมายข้าจึงไม่ทันระวังตัวพลัดตกลงไปจากสะพาน ขอท่านลุงอย่าได้กล่าวโทษน้อง ๆ ทั้งสามคนเลย หากจะโทษเช่นนั้นคงเป็นความผิดของข้าผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่ที่ชักชวนพวกนางออกไปเดินเล่นเปิดหูเปิดตา” เสียนหรูซวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวคนที่กำลังจะหมดแรง“ท่านพี่” เสียนฮูหยินเอ่ยขึ้นเสียงเบา“เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไรหรือ” เสียนจวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นฮูหยินของตนหันมาหา“ความจริงแล้วหากเรื่องนี้แพร่ออกไปแน่นอนว่าย่อมกระเทือนถึงชื่อเสียงตระกูลเสียน ข่าวลือเช่นนี้ย่อมปล่อยให้ลือกันไปไม่ได้ หากมีคนพูดไปว่าพวกนางสี่คนคนใดคนหนึ่งผลักพี่สาวของตนลงไปในแม่น้ำ ย่อมเป็นที่หัวร่อของชาวบ้าน ซวงเอ๋อร์เองก็บอกแล้วว่านางพลัดตกลงไป เช่นนี้ก็ให้จบลงตรงนี้เถิดเจ้าค่ะ”เสียนฮูหยินปรายตามองสตรีทั้งสี่ที่ยืนก้มหน้านิ่ง นางมองทั้งสี่ด้วยดวงตาพิจารณา ก่อนจะละสายตาไปมองบุตรชายคนโตที่ยังคงช่วยพยุงเสียนหรูซวง“เช่นนั้นก็ทำเช่นที่เจ้าว่า” เสียนจวินเองก็ไม่อยากปวดหัวกับเรื่องไร้สาระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status