Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2026-01-09 10:20:41

“เจ้าคิดว่าชุดสองชุดนั้นจะมาถึงมือข้าเลยทันทีหรือ แน่นอนว่าพวกนางทั้งสามคนย่อมได้เลือกก่อนอยู่แล้ว” นางยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ

“แต่...เหตุใดเป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”

เสียนฉิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นพลันมองเข้าไปยังห้องโถง แม้ว่าจะมองไม่เห็นเสียนฮูหยินแต่นางกลับนึกไปถึงสายตาพิจารณาของอีกฝ่ายในยามที่มองมา เห็นชัดว่านี่เป็นการหยั่งเชิง ถึงความสำคัญในฐานะของนางต่อผู้เป็นพี่สาวทั้งสามคน

เมื่อเช้าสาวใช้ทั้งสี่คนมาที่ห้องของนางพร้อมกันหมด เห็นชัดว่าทั้งสี่ถือของมาด้วยกัน ดังนั้นก่อนมาถึงห้องของนางเสื้อผ้าข้าวของล้วนผ่านการเลือกของผู้อื่นมาก่อนแล้ว เสื้อผ้าสองชุดดูก็รู้ว่าเป็นของเหลือจากที่พี่สาวทั้งสามคนได้เลือกแล้ว ดูท่าเสียนฮูหยินคงสงสัยอะไรขึ้นมาแล้วกระมัง

“เราคงต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น” หาไม่คงถูกเสียนฮูหยินจับได้เป็นแน่... นางต่อประโยคนั้นในใจอย่างไม่ใคร่จะสบายใจนัก

ทันทีที่คนของคฤหาสน์มาแจ้งว่ารถม้าพร้อมแล้ว เสียนเหวินที่ข้างกายมีเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียง ผายมือไปยังรถม้าที่จอดหน้าคฤหาสน์ เขาช่วยพยุงพวกนางทั้งสามขึ้นบนรถม้า จากนั้นจึงก้าวตามขึ้นไปทีหลัง คิ้วเข้มขมวดมุ่นที่หญิงสาวทั้งสองเกาะติดซ้ายขวา จนเขาไม่มีช่องว่างชวนเสียนฉิงเยว่สนทนา ซึ่งดูเหมือนหญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นจะมองเห็นสีหน้าของเขาเข้าพอดี นางยิ้มให้เขาน้อย ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเปิดม่านรถม้าแล้วหันไปสนใจทิวทัศน์ด้านนอกแทน

เสียนฉิงเยว่หาได้ประหลาดใจที่มองเห็นผู้คุ้มกันหลายคนเดินอยู่ข้าง ๆ เช่นกันกับเรื่องขี่ม้าออกไปตามท้องถนนที่ไม่ใคร่จะมีคุณชายจากตระกูลต่าง ๆ กระทำกัน ส่วนมากแล้วพวกเขามักจะเดินทางโดยรถม้า หรือไม่ก็นั่งเกี้ยวที่มีคนหาม ทั้งนี้เป็นการแสดงออกเป็นนัยถึงความมั่งคั่งของตระกูลต่าง ๆ ซึ่งตามความเห็นของหญิงสาวแล้ว เรื่องเหล่านี้ออกจะเป็นการแสดงออกที่ฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุจริง ๆ

ถนนเสวียนอู่เป็นย่านการค้าขายที่มีร้านเครื่องประดับมากมายตั้งอยู่ แต่ร้านที่เสียนเหวินพาหญิงสาวทั้งสามคนเข้าไป เป็นร้านที่มีขนาดใหญ่ทั้งยังเป็นร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดในฉางอัน ดังนั้นแน่นอนว่าภายในต้องมีเหล่าคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ กำลังเลือกชมเครื่องประดับอยู่

ทันทีที่ได้ยินว่ารถม้าจากตระกูลเสียนมาถึง ความสนใจทั้งหมดก็ตกมาอยู่ที่เสียนเหวินที่เดินลงจากรถม้าก่อนใคร ซึ่งแน่นอนว่าคนเหล่านั้นย่อมต้องเป็นคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ แต่ทันทีที่พวกนางมองเห็นเสียนเหวินช่วยพยุงสตรีถึงสามคนลงจากรถม้า พวกนางก็เริ่มหันไปซุบซิบกันด้วยท่าทีอยากรู้อยากเห็น

เสียนเหวินหันมากล่าวกับเสียนฉิงเยว่ด้วยท่าทีอ่อนโยน “เยว่เอ๋อร์เจ้าเลือกดู ชอบชิ้นไหนก็หยิบกลับไปสักชุดเถิด ท่านแม่บอกว่าเจ้ามีของพวกนี้ไม่มากนัก ไม่สู้เลือกชิ้นที่เจ้าชอบเอาไว้ใส่เล่น”

“แล้วพวกเราเล่าเจ้าคะ” เสียนชิงหรูเอ่ยถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“นั่นสิเจ้าคะพี่เหวิน ท่านถามแต่เยว่เอ๋อร์แล้วข้าเล่า”

เสียนเหวินแทบจะกลอกตาแล้วถอนหายใจออกมา กระนั้นเขาเพียงแค่ยิ้มอย่างจนใจแล้วหันไปกล่าวกับพวกนางให้เลือกเครื่องประดับคนละชุดเช่นกัน เมื่อเห็นเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียงมัวแต่ดีใจและเดินไปเลือกเครื่องประดับ เขาจึงหันกลับมาคะยั้นคะยอให้เสียนฉิงเยว่เลือกปิ่นปักผม ดังนั้นนางจึงทำได้แค่แสร้งเดินไปมองเครื่องประดับมากมายละลานตาภายในร้าน ท่ามกลางสายตาสนใจใคร่รู้ของคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ

“คุณชายรอง”

เสียงที่ดังขึ้นหน้าร้านเครื่องประดับทำให้เสียนเหวินชะงัก เมื่อเขาเห็นว่าเป็นคนของเสียนซีหลิวก็เดินออกไปยังหน้าร้าน “เหตุใดเจ้าก็อยู่ที่นี่”

“เรียนคุณชายรองคุณชายใหญ่อยู่ที่หอน้ำชาฝั่งตรงข้ามขอรับ ข้าน้อยเห็นรถม้าอยู่ที่นี่จึงเข้ามาดู”

“อ้อ พี่ใหญ่อยู่ที่หอน้ำชาหรอกหรือ”

“ขอรับ ตอนนี้คุณชายใหญ่กำลังสนทนาอยู่กับคุณชายเหอและคุณชายเหลียนขอรับ”

“คุณชายเหลียนอยู่ที่นี่ด้วยหรือ” เสียนเหวินมีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมา เขามีธุระอยากจะคุยกับเหลียนชิงเหวินอยู่พอดี ช่างประจวบเหมาะยิ่งนัก

“พวกเจ้าทั้งสามเลือกเครื่องประดับไปก่อนนะ ข้าไปหาพี่ใหญ่ครู่เดียวเดี๋ยวจะกลับมา อย่าออกไปด้านนอกเล่า รอในนี้จนกว่าข้าจะกลับมาเข้าใจหรือไม่” เสียนเหวินกำชับก่อนเดินออกไปกับคนสนิทของผู้เป็นพี่ชาย

เสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียงหันไปสบตากัน ก่อนมองตามแผ่นหลังของเสียนเหวินไปยังหอน้ำชาฝั่งตรงกันข้าม

โอกาสดี ๆ เช่นนี้พวกนางมีหรือที่จะยอมพลาด ได้พบกับคุณชายเหลียน และคุณชายเหอ ทายาทของอีกสองตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทางการค้าของเมืองฉางอัน หากมีวาสนาไม่จำเป็นต้องเป็นเสียนซีหลิว หรือเสียนเหวิน แต่หากเป็นคุณชายท่านอื่นพวกนางก็ย่อมต้องสร้างโอกาสให้ตัวเองอยู่แล้ว

มองญาติผู้พี่ทั้งสองเดินตามเสียนเหวินไปยังหอน้ำชาแล้ว เสียนฉิงเยว่ก็ได้แต่ถอนหายใจ ใครจะทำอะไรก็ทำไปเถิด ส่วนตัวนางนั้นขออยู่เงียบ ๆ ตรงนี้ดีกว่า

…นั่นคือความคิดของนางเพียงลำพัง เพราะนางไหนเลยจะรู้ว่าตนกำลังเปิดโอกาสให้คุณหนูทั้งหลายได้เข้ามาถึงตัวนาง

“แม่นางท่านนี้หรือว่าจะเป็นคุณหนูเสียนที่เพิ่งเดินทางมาจากเสียนหยางหรือ”

เสียนฉิงเยว่หมุนตัวกลับไปมองอีกฝ่าย เมื่อครู่เสียงซุบซิบแบบไม่เกรงใจนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสตรีเหล่านี้เป็นเพียงคุณหนูสูงศักดิ์แค่เพียงภายนอก แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม นางเองก็คร้านจะใส่ใจจึงเพียงแค่ส่งยิ้มให้

"ได้ยินว่าท่านตกน้ำหายดีแล้วหรือ” เมื่อเห็นว่าเสียนฉิงเยว่ยิ้มให้จึงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดและเอ่ยประโยคหนึ่งราวกับอยากจะชวนสนทนา “ข้ามีนามว่าหนิงเหอ แซ่กวน พี่ชายของข้าสนิทสนมกับคุณชายเสียนเป็นอย่างดี”

เสียนฉิงเยว่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายทันทีที่ได้ยิน ที่ว่าสนิทกับคุณชายเสียนเป็นคนพี่หรือคนน้องเล่า แล้วหากเป็นจริงเมื่อครู่ไยจึงไม่เข้ามาทักทายเสียนเหวิน “ท่านเข้าใจผิดแล้วผู้ที่ตกน้ำคือพี่สาวของข้า หรูซวง ข้ามีนามว่าฉิงเยว่”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 144 จบ

    เสียนซีหลิวยืนอยู่รั้งท้ายมองผ่านความมืดที่มีแสงจากด้านนอกรำไรสาดเข้าไป แม้มองไม่ชัดกระนั้นเขากลับสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวภายในห้องหอ บัดนี้ร่างอรชรได้เดินเข้ามายืนอยู่เคียงข้างโหลวตงอวี้“ข้ากลับก่อน อีกเจ็ดวันค่อยพบกันที่คฤหาสน์ตระกูลเสียน”“ค่อยพบกัน” โหลวตงอวี้ตอบก่อนจะมองเสียนซีหลิวหมุนตัวเดินจากไป ความเงียบที่มาเยือนหลังจากความวุ่นวายทำให้โหลวตงอวี้ถอนหายใจ “การก่อกวนนี้ก็ไม่นับว่าเลวร้าย” เขาเอ่ยจบก็ก้มลงมองหญิงสาวที่เข้ามายืนเคียงข้างเขาในความมืด“พวกเขาเล่นสนุกกันพอแล้วหรือ” นางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ “ก็ไม่นับว่าเลวร้าย ข้ายังกังวลว่าคนอย่างคุณชายอวี่จะมาแอบอยู่ใต้เตียงจริงๆ เสียอีก”“ไม่คิดว่าพบเขาไม่กี่ครั้งเจ้ากลับรู้จักซินหยางดีถึงเพียงนี้”ทั้งสองคนหัวเราะออกมาเสียงเบา “เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้ว” โหลวตงอวี้อุ้มเสียนฉิงเยว่ขึ้นแล้วเดินตรงไปที่เตียง“เดี๋ยว เวลาอะไรกัน” นางถามเขาด้วยความงุนงง“ก็เวลาแก้ปัญหาอย่างไรเล่า มิใช่กังวลเรื่องขยายตระกูลโหลวหรอกหรือ ข้ากำลังช่วยแก้ปัญหาอย่างไรเล่า”“อย่างไรเล่า” นางยังคงไม่เข้าใจ“ก็คลอดบุตรชายบุตรสาวให้ข้าอย่างละสองคน เช่นนี้ก็นับว่าจ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 143

    เสียนฉิงเยว่รับจอกสุรามาก่อนจะคล้องแขนดื่มสุรากับเจ้าบ่าวของตนตามประเพณี สุรารสแรงแผดเผาทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น โหลวตงอวี้ยกนิ้วขึ้นคลึงหน้าผากนาง “นี่นับว่าเป็นการแสดงออกอะไรกัน สุรารสเลิศเจ้ากลับเอาแต่ขมวดคิ้ว”“แรงมาก”“นารีแดง...ส่งมาจากเสียนหยาง ใต้เท้ามู่ให้คนไปขุดมาจากเรือนเล็กของคฤหาสน์ตระกูลเสียน เสียนฮั่วลุงของเจ้าบอกว่ามารดาและบิดาของเจ้าฝังเอาไว้เพราะตั้งใจจะใช้ในงานมงคลของเจ้า” โหลวตงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้จึงขอร้องใต้เท้ามู่ให้ส่งม้าเร็วมาที่ฉางอัน”เสียนฉิงเยว่สบตาของโหลวตงอวี้ ดวงตาของนางเริ่มเอ่อคลอ “ข้าไม่เคยรู้เลย”“แน่ละเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นตอนที่เจ้าเพิ่งจะเกิด ลุงของเจ้าเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ กว่าจะจดจำได้ว่าฝังเอาไว้ที่ไหนเขาต้องวาดแผนผังขึ้นมาถึงห้าครั้ง”เสียนฉิงเยว่ซบใบหน้าลงไปกับซอกคอของเขา ซับน้ำตาเข้ากับคอเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อยให้หลั่งรินออกมา “ข้าจะร้องไห้ไม่ได้นี่เป็นวันมงคล ท่านพ่อกับท่านแม่คงไม่อยากให้ข้าร้องไห้”โหลวตงอวี้ลูบหลังลูบไหล่ของหญิงสาว ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา “หิวแล้วกระมังให้ข้าปรนนิบัติฮูหยินกินข้าว” เขาอมยิ้

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 142

    พิธีไหว้ฟ้าดินตามฤกษ์มงคลเริ่มต้นขึ้น แม่สื่อส่งเสียงบอกขั้นตอนต่างให้เจ้าบ่าวเข้ามารับแพรแดงซึ่งอีกฟากมีเจ้าสาวถืออยู่กระทั่งคนทั้งสองต่างก็เดินเข้าไปยังโถงประธานของงาน ซึ่งยามนี้มีประมุขตระกูลเหลียน ตระกูลเหอ และตระกูลอวี่ทำหน้าที่อยู่ เนื่องจากญาติฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นไม่มีผู้อาวุโส โหลวตงอวี้จึงขอร้องให้บิดาของสหายทั้งสามคนทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่ของฝ่ายชายแทน ส่วนเสียนจวินและเสียนฮูหยินนั้นรับหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเสียนฉิงเยว่มองไม่เห็นสิ่งใด เว้นก็เพียงแต่ชายชุดสีแดงของตัวเองและผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว นางได้ยินเสียงตะโกนของแม่สื่อและสาวใช้ที่พยุงข้างกายกระซิบบอกให้นางหันซ้ายขวา หมุนตัวหน้าหลัง กระทั่งก้มลงคำนับฟ้าดิน ต่อมาก็คำนับญาติผู้ใหญ่ ไม่นานก็มีเสียงตะโกนบ่าวสาวคำนับกันเอง“ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอ!!”ที่ไหนกันเล่า...เสียงตะโกนนั้นเพียงบอกให้นางมารอที่ห้องซึ่งอยู่ในเรือนหอต่างหาก เพราะในเวลานี้เสียนฉิงเยว่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว เนื่องจากเจ้าบ่าวยังคงต้องต้อนรับแขกเหรื่อมากมายด้านนอก อีกทั้งในตอนนี้ยังไม่ถึงฤกษ์ยามที่กำหนดเอาไว้เพื่อส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ดังนั้นโหลวต

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 141

    “คำพูดเช่นนี้ได้มาจากว่าที่พี่สะใภ้ของเจ้าหรือ นางสอนสิ่งใดเจ้าบ้างเล่า”โหลวฟางอี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ความลังเลฉายออกมาจากแววตาคู่งาม ก่อนที่เสียนเหวินจะทันได้ตั้งตัวหญิงสาวก็ใช้มือสองข้างจับมือของเขา รั้งให้เขาเอียงตัวลงก่อนที่นางจะเขย่งปลายเท้าขึ้น ยื่นหน้าเข้าไปกดจุมพิตที่ข้างแก้มของเสียนเหวินดูเหมือนเขาจะไม่คาดคิดจริงๆ จึงยังมีท่าทีตกตะลึงและมองหญิงสาวตรงหน้าเขม็งราวกับไม่เคยเห็นโหลวฟางอี๋กัดปากแน่น มองดูใบหน้าเหม่อลอยของชายหนุ่มนางพลันรู้สึกเคอะเขิน นางยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ในยามที่ริมฝีปากของนางกำลังจะแตะแก้มอีกข้างของเขา เสียนเหวินกลับขยับและเอียงใบหน้าเข้าหานางแทนจุมพิตที่สมควรประทับลงยังข้างแก้ม กลับเบนเป้าหมายไปยังริมฝีปากที่จงใจหันมา“ทะ...ท่าน!” นางเบิกตามองเขาอย่างตื่นตระหนก ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น พอจะถอยห่างเสียนเหวินกลับคว้านางเอาไว้ได้ทั้งตัว“อย่าทำเช่นนี้อีก” เขากระซิบแต่กลับกดจุมพิตลงมายังริมฝีปากอิ่มที่ยังคงถูกเม้มแน่น ลมหายใจของหญิงสาวถูกเสียนเหวินดูดกลืนด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยน มือน้อยที่คว้าจับสาบเสื้อของเขาเอาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสั่นเทา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 140

    “ใช่ ไม่ได้หรือ” เสียนเหวินเดินเข้ามานั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม “ข้างนอกมีงานเลี้ยงครึกครื้นเหตุใดจึงหลบเข้ามาเล่า เมื่อครู่ข้ายังคิดว่าเจ้าเหนื่อยจึงแอบหนีเข้ามางีบหลับ”“ข้า...” จะให้นางบอกว่าอึดอัดกับสายตาผู้คนมากมายได้อย่างไร“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานใหญ่ในฐานะคนตระกูลโหลวดังนั้นจึงรู้สึกอึดอัด?”“เจ้าค่ะ” นางยอมรับออกมาโดยดีเพราะหลายต่อหลายครั้งมองเห็นสายตาของเหล่าบุรุษที่มาร่วมแสดงความยินดีแล้ว นางให้รู้สึกไม่สบายใจยิ่งนั่งอยู่ในงานนานเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าการสนทนามากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญบทสนทนาเหล่านั้นแม้จะสุภาพ แต่กลับเอาแต่พูดเรื่องงานมงคลครั้งต่อไปของตระกูลโหลว ก่อนจะยกเอาเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้าต่าง ๆ มาเป็นเหตุผลหลัก ให้อย่างไรนางก็ไม่อาจปั้นหน้ายิ้มต่อไปได้“เจ้าเป็นคนตระกูลโหลว เป็นน้องสาวของบุรุษเก่งกาจที่สร้างทุกอย่างขึ้นมาด้วยมือของเขา แม้หลายๆ อย่างนายท่านโหลวเป็นคนริเริ่ม ถึงอย่างนั้นพี่ตงอวี้ก็คือผู้ที่ทำให้มันชัดเจน” เสียนเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่คุ้นเคยกับการเสแสร้งเหล่านั้นแต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง”“เจ้า

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 139

    ครั้งก่อนเจรจาทางการค้าจบลงตรงที่เขาปฏิเสธที่จะให้ทายาทตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง ผูกตั๋วเงินของร้านแลกเงินสาขาฉางชุน สาเหตุก็เพราะอีกฝ่ายยืนยันจะพบนางให้ได้ พอโหลวตงอวี้ปฏิเสธคนผู้นั้นถึงกับมาดักพบนางกลางทางระหว่างที่นางนั่งรถมาออกมาจากคฤหาสน์ โชคยังดีที่ตอนนั้นเสียนฮูหยินออกมากับนางด้วย จึงมีผู้อาวุโส

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 136

    แม้แต่เสียนเหวินเองยังรู้จักเสียนฉิงเยว่ เขาเล่า...มัวทำอะไรอยู่ กระทั่งตัวตนของเสียนหรูซวงเขาเองยังไม่อาจมองทะลุ ฉากหน้าอันงดงามปิดบังเขาเอาไว้จนมองไม่ออกถึงความเป็นจริง มองไม่ออกถึงกลลวงและเล่ห์กลของอิสตรี ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากอภัยให้เสียนหรูซวง อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาก็ยังเคยรู้สึกอย่างปกป้องใ

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 135

    นางส่ายหน้า ชายหนุ่มจึงเลื่อนใบหน้าไปจุมพิตลำคอขาวผ่อง นางหดคอเล็กน้อยก่อนจะกะพริบตามองเขาด้วยท่าทีงงงัน “จำได้แล้วหรือยัง”นางขมวดคิ้ว เขาจึงเลื่อนใบหน้าเข้ามาอีกครั้งจุมพิตลึกล้ำสอดแทรกเข้ามาในความคิด ดูดดึงพลังชีวิตและช่วงชิงลมหายใจของเสียนฉิงเยว่ไปจนสิ้น “ไม่ว่าเจ้าจะจดจำข้าได้หรือไม่ ข้าก็รัก

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 133

    เมื่อลงจากรถม้าเสียนฉิงเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านใบชาส่างเล่อด้วยความรู้สึกคุ้นเคย จินเอ๋อร์และหวนเอ๋อร์กระซิบบอกนางเมื่อเห็นโหลวตงอวี้ชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาทักทายสหาย จากนั้นถามไถ่เสียนเหวินเกี่ยวกับการเดินทาง เพียงแต่กับนางเขากลับยิ้มให้โดยที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกมาสักประโยคเสียนฉิงเยว่หน้าบึ้ง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status