Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2026-01-09 10:20:41

“เจ้าคิดว่าชุดสองชุดนั้นจะมาถึงมือข้าเลยทันทีหรือ แน่นอนว่าพวกนางทั้งสามคนย่อมได้เลือกก่อนอยู่แล้ว” นางยักไหล่คล้ายไม่ใส่ใจ

“แต่...เหตุใดเป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”

เสียนฉิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นพลันมองเข้าไปยังห้องโถง แม้ว่าจะมองไม่เห็นเสียนฮูหยินแต่นางกลับนึกไปถึงสายตาพิจารณาของอีกฝ่ายในยามที่มองมา เห็นชัดว่านี่เป็นการหยั่งเชิง ถึงความสำคัญในฐานะของนางต่อผู้เป็นพี่สาวทั้งสามคน

เมื่อเช้าสาวใช้ทั้งสี่คนมาที่ห้องของนางพร้อมกันหมด เห็นชัดว่าทั้งสี่ถือของมาด้วยกัน ดังนั้นก่อนมาถึงห้องของนางเสื้อผ้าข้าวของล้วนผ่านการเลือกของผู้อื่นมาก่อนแล้ว เสื้อผ้าสองชุดดูก็รู้ว่าเป็นของเหลือจากที่พี่สาวทั้งสามคนได้เลือกแล้ว ดูท่าเสียนฮูหยินคงสงสัยอะไรขึ้นมาแล้วกระมัง

“เราคงต้องระวังตัวกันให้มากขึ้น” หาไม่คงถูกเสียนฮูหยินจับได้เป็นแน่... นางต่อประโยคนั้นในใจอย่างไม่ใคร่จะสบายใจนัก

ทันทีที่คนของคฤหาสน์มาแจ้งว่ารถม้าพร้อมแล้ว เสียนเหวินที่ข้างกายมีเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียง ผายมือไปยังรถม้าที่จอดหน้าคฤหาสน์ เขาช่วยพยุงพวกนางทั้งสามขึ้นบนรถม้า จากนั้นจึงก้าวตามขึ้นไปทีหลัง คิ้วเข้มขมวดมุ่นที่หญิงสาวทั้งสองเกาะติดซ้ายขวา จนเขาไม่มีช่องว่างชวนเสียนฉิงเยว่สนทนา ซึ่งดูเหมือนหญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นจะมองเห็นสีหน้าของเขาเข้าพอดี นางยิ้มให้เขาน้อย ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเปิดม่านรถม้าแล้วหันไปสนใจทิวทัศน์ด้านนอกแทน

เสียนฉิงเยว่หาได้ประหลาดใจที่มองเห็นผู้คุ้มกันหลายคนเดินอยู่ข้าง ๆ เช่นกันกับเรื่องขี่ม้าออกไปตามท้องถนนที่ไม่ใคร่จะมีคุณชายจากตระกูลต่าง ๆ กระทำกัน ส่วนมากแล้วพวกเขามักจะเดินทางโดยรถม้า หรือไม่ก็นั่งเกี้ยวที่มีคนหาม ทั้งนี้เป็นการแสดงออกเป็นนัยถึงความมั่งคั่งของตระกูลต่าง ๆ ซึ่งตามความเห็นของหญิงสาวแล้ว เรื่องเหล่านี้ออกจะเป็นการแสดงออกที่ฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุจริง ๆ

ถนนเสวียนอู่เป็นย่านการค้าขายที่มีร้านเครื่องประดับมากมายตั้งอยู่ แต่ร้านที่เสียนเหวินพาหญิงสาวทั้งสามคนเข้าไป เป็นร้านที่มีขนาดใหญ่ทั้งยังเป็นร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดในฉางอัน ดังนั้นแน่นอนว่าภายในต้องมีเหล่าคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ กำลังเลือกชมเครื่องประดับอยู่

ทันทีที่ได้ยินว่ารถม้าจากตระกูลเสียนมาถึง ความสนใจทั้งหมดก็ตกมาอยู่ที่เสียนเหวินที่เดินลงจากรถม้าก่อนใคร ซึ่งแน่นอนว่าคนเหล่านั้นย่อมต้องเป็นคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ แต่ทันทีที่พวกนางมองเห็นเสียนเหวินช่วยพยุงสตรีถึงสามคนลงจากรถม้า พวกนางก็เริ่มหันไปซุบซิบกันด้วยท่าทีอยากรู้อยากเห็น

เสียนเหวินหันมากล่าวกับเสียนฉิงเยว่ด้วยท่าทีอ่อนโยน “เยว่เอ๋อร์เจ้าเลือกดู ชอบชิ้นไหนก็หยิบกลับไปสักชุดเถิด ท่านแม่บอกว่าเจ้ามีของพวกนี้ไม่มากนัก ไม่สู้เลือกชิ้นที่เจ้าชอบเอาไว้ใส่เล่น”

“แล้วพวกเราเล่าเจ้าคะ” เสียนชิงหรูเอ่ยถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“นั่นสิเจ้าคะพี่เหวิน ท่านถามแต่เยว่เอ๋อร์แล้วข้าเล่า”

เสียนเหวินแทบจะกลอกตาแล้วถอนหายใจออกมา กระนั้นเขาเพียงแค่ยิ้มอย่างจนใจแล้วหันไปกล่าวกับพวกนางให้เลือกเครื่องประดับคนละชุดเช่นกัน เมื่อเห็นเสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียงมัวแต่ดีใจและเดินไปเลือกเครื่องประดับ เขาจึงหันกลับมาคะยั้นคะยอให้เสียนฉิงเยว่เลือกปิ่นปักผม ดังนั้นนางจึงทำได้แค่แสร้งเดินไปมองเครื่องประดับมากมายละลานตาภายในร้าน ท่ามกลางสายตาสนใจใคร่รู้ของคุณหนูจากตระกูลต่าง ๆ

“คุณชายรอง”

เสียงที่ดังขึ้นหน้าร้านเครื่องประดับทำให้เสียนเหวินชะงัก เมื่อเขาเห็นว่าเป็นคนของเสียนซีหลิวก็เดินออกไปยังหน้าร้าน “เหตุใดเจ้าก็อยู่ที่นี่”

“เรียนคุณชายรองคุณชายใหญ่อยู่ที่หอน้ำชาฝั่งตรงข้ามขอรับ ข้าน้อยเห็นรถม้าอยู่ที่นี่จึงเข้ามาดู”

“อ้อ พี่ใหญ่อยู่ที่หอน้ำชาหรอกหรือ”

“ขอรับ ตอนนี้คุณชายใหญ่กำลังสนทนาอยู่กับคุณชายเหอและคุณชายเหลียนขอรับ”

“คุณชายเหลียนอยู่ที่นี่ด้วยหรือ” เสียนเหวินมีท่าทีตื่นเต้นขึ้นมา เขามีธุระอยากจะคุยกับเหลียนชิงเหวินอยู่พอดี ช่างประจวบเหมาะยิ่งนัก

“พวกเจ้าทั้งสามเลือกเครื่องประดับไปก่อนนะ ข้าไปหาพี่ใหญ่ครู่เดียวเดี๋ยวจะกลับมา อย่าออกไปด้านนอกเล่า รอในนี้จนกว่าข้าจะกลับมาเข้าใจหรือไม่” เสียนเหวินกำชับก่อนเดินออกไปกับคนสนิทของผู้เป็นพี่ชาย

เสียนชิงหรูและเสียนชิงเซียงหันไปสบตากัน ก่อนมองตามแผ่นหลังของเสียนเหวินไปยังหอน้ำชาฝั่งตรงกันข้าม

โอกาสดี ๆ เช่นนี้พวกนางมีหรือที่จะยอมพลาด ได้พบกับคุณชายเหลียน และคุณชายเหอ ทายาทของอีกสองตระกูลผู้ทรงอิทธิพลทางการค้าของเมืองฉางอัน หากมีวาสนาไม่จำเป็นต้องเป็นเสียนซีหลิว หรือเสียนเหวิน แต่หากเป็นคุณชายท่านอื่นพวกนางก็ย่อมต้องสร้างโอกาสให้ตัวเองอยู่แล้ว

มองญาติผู้พี่ทั้งสองเดินตามเสียนเหวินไปยังหอน้ำชาแล้ว เสียนฉิงเยว่ก็ได้แต่ถอนหายใจ ใครจะทำอะไรก็ทำไปเถิด ส่วนตัวนางนั้นขออยู่เงียบ ๆ ตรงนี้ดีกว่า

…นั่นคือความคิดของนางเพียงลำพัง เพราะนางไหนเลยจะรู้ว่าตนกำลังเปิดโอกาสให้คุณหนูทั้งหลายได้เข้ามาถึงตัวนาง

“แม่นางท่านนี้หรือว่าจะเป็นคุณหนูเสียนที่เพิ่งเดินทางมาจากเสียนหยางหรือ”

เสียนฉิงเยว่หมุนตัวกลับไปมองอีกฝ่าย เมื่อครู่เสียงซุบซิบแบบไม่เกรงใจนั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสตรีเหล่านี้เป็นเพียงคุณหนูสูงศักดิ์แค่เพียงภายนอก แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม นางเองก็คร้านจะใส่ใจจึงเพียงแค่ส่งยิ้มให้

"ได้ยินว่าท่านตกน้ำหายดีแล้วหรือ” เมื่อเห็นว่าเสียนฉิงเยว่ยิ้มให้จึงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนหยุดและเอ่ยประโยคหนึ่งราวกับอยากจะชวนสนทนา “ข้ามีนามว่าหนิงเหอ แซ่กวน พี่ชายของข้าสนิทสนมกับคุณชายเสียนเป็นอย่างดี”

เสียนฉิงเยว่เลิกคิ้วมองอีกฝ่ายทันทีที่ได้ยิน ที่ว่าสนิทกับคุณชายเสียนเป็นคนพี่หรือคนน้องเล่า แล้วหากเป็นจริงเมื่อครู่ไยจึงไม่เข้ามาทักทายเสียนเหวิน “ท่านเข้าใจผิดแล้วผู้ที่ตกน้ำคือพี่สาวของข้า หรูซวง ข้ามีนามว่าฉิงเยว่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 15

    “ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำร้ายเจ้าอย่างแน่นอน” แต่จะค่อย ๆ ละเมียดชิมไปทีละน้อยๆ อย่างที่เคยพูดเอาไว้ จะได้ไม่เสียคำพูด เขาต่อประโยคนั้นในใจด้วยรอยยิ้ม ซึ่งรอยยิ้มนั้นยิ่งทำให้หญิงสาวตัวสั่นและเย็นวาบไปทั้งกาย“อีกอย่าง”หญิงสาวชะงักเมื่อเขาเอ่ยประโยคถัดมา“เข็มเหล่านั้นอนุญาตให้เจ้าพกติดตัว แต่หากกล้าใช้กับข้าอีกครั้ง เจ้ารู้ผลที่ตามมาอย่างแน่นอน ใช่หรือไม่” รอยยิ้มกว้างและมือที่ยื่นออกมาทำเอาเสียนฉิงเยว่ผวา“ข้าน้อยไม่กล้าแล้ว!!” นางกระโดดลงมาจากเตียงนอนก่อนวิ่งมายืนอยู่อีกฟากของห้อง มือน้อยคว้าซองเข็มของตนมากอดเอาไว้ในอกโหลวตงอวี้มองหญิงสาวที่มีท่าทีหวาดระแวงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาค่อย ๆ ก้าวลงมาจากเตียงก่อนปรายตามองหญิงสาวที่พยายามเก็บซองเข็มเข้าไปยังถุงลับในแขนเสื้อ “มานี่”“เจ้าคะ?” นางหันขวับไปมองแล้วส่งเสียงเป็นเชิงถาม“มาช่วยข้าแต่งตัว” พูดจบก็กางแขนออกให้นางดูเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ไม่เรียบร้อยของตน “ไม่มาหรือ เช่นนั้นครู่หนึ่งค่อยไปส่งเจ้าก็แล้วกัน” เอ่ยจบก็หมุนตัวตั้งท่าจะกลับขึ้นเตียงนอน“ข้าน้อยทำแล้ว ทำแล้ว” เสียนฉิงเยว่ปราดเข้าไปรั้งท่อนแขนของชายหนุ่มเอาไว้แน่นอนเขายิ้มกว้างก

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 14

    “รู้หรือไม่” เขาเอ่ยถามนางขึ้นด้วยท่าทีราวไม่ใส่ใจ “เจ้าวางยาข้าสองครั้ง หลังจากนั้นข้าต้องรักษาตัวอยู่นานกี่เดือน”หญิงสาวชะงักคิ้วเรียวเลิกขึ้นมองเขาอย่างหวาดหวั่น ดวงตาคู่งามมองไปยังประตูห้อง ไม่ทันให้เขาได้พูดต่อนางก็เตรียมจะกระโจนลงไปจากเตียงนอน เขาไม่บอกนางก็รู้ว่ายานั้นทำให้เขารู้สึกเช่นไร อีกทั้งยาเข็มที่สองจะทำให้เขาไม่อาจมีสัมพันธ์กับสตรีได้นานครึ่งปีเลยทีเดียวเรื่องนี้จะโทษนางได้อย่างไร ทั้งที่นางพยายามบอกเขาแล้วว่านางไม่ใช้สตรีในหอนางโลม เขายอมฟังนางเสียที่ไหน ล่วงเกินนางถึงเพียงนั้นจะไม่ให้นางโกรธเคืองได้อย่างไรกัน!!ท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มคว้าเอวคอดของหญิงสาว เหวี่ยงนางกลับมาจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับแผ่นอก นางครางออกมาเสียงเบาด้วยความเจ็บ กระนั้นกลับไม่อาจหยุดดิ้นรนและอ้อนวอน“ข้ากลัวแล้ว ท่านอย่าทำอะไรข้าเลย วันนั้นข้าโกรธจนลืมตัวจึงวางยาท่าน ข้าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายท่านเลยนะ”“ไม่มีเจตนาแล้วเจ้าจะหวาดหวั่นและคิดหนีไปไย”“ก็ท่าน...หนะ...น่ากลัวออกปานนี้”“กลัวข้าหรือ คิดว่าข้าจะทำอะไรหรือ”หญิงสาวชะงักแต่ก็ต้องอ้าปากค้างและเบิกตามองมือใหญ่ที่เริ่มลูบคลำไปทั่วร่างนาง “ท่านค

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 13

    ได้ยินหญิงสาวเอ่ยเช่นนั้นชายหนุ่มก็เกร็งไปทั้งร่าง เขาหรี่ดวงตาลงมองเพราะคิดว่าหญิงสาวทั้งสองมาเพื่อสังหารเขา แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด พวกนางไม่เพียงไม่ก้าวเข้ามาใกล้เตียงนอนแต่ยังถึงกับเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หลังฉากกั้น และชุดที่นางเปลี่ยนนั้นเป็นชุดสีขาวที่มีเลือดสีแดงเปรอะเปื้อน อีกทั้งเส้นผมยาวสลวยยังยุ่งเหยิงจนบดบังใบหน้าของพวกนางเอาไว้กว่าครึ่ง มองไม่ชัดว่าใบหน้านั้นมีลักษณะเช่นไร“ท่านว่าเอาเลือดไก่นี่ทาลงบนใบหน้าด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ”“ดี ๆ” เสียงสนทนากันของหญิงสาวทั้งสองยิ่งทำให้เขาใคร่รู้ แต่ถึงจะพยายามเหลือบสายตามองก็ยากจะเข้าใจในการกระทำ ที่รับรู้คือร่างเล็กเดินหายเข้าไปยังกำแพงโหลวตงอวี้ไม่อาจพลิกร่างจึงได้แต่กลอกดวงตามองตามหญิงสาวที่ยุ่งง่วนอยู่กับการพยายามแกล้งหลอกผู้อื่นว่าเป็นภูตผีวิญญาณความวุ่นวายด้านนอกได้ยินแว่วเข้ามา เสียงตะโกนแหกปากด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงวิ่ง เสียงหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เสียงหัวเราะแผ่วเบาของพวกนาง พร้อมกับเสียงก่นด่าว่าบุรุษล้วนมักมากทั้งสิ้น ทำให้เขาที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอดสงสัยไม่

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 12

    สายตาคมดุดันปรากฏแววร้อนแรง เขามองสำรวจความงามตรงหน้า เสียงแหบพร่าด้วยความชื่นชมดังออกมาคราหนึ่ง แต่หญิงสาวไม่มีสติพอจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงสิ่งใด นางนอนหายใจหอบร่างอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงขัดขืน ใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากถูกขบเม้มจนเขาเกรงว่านางจะทำตัวเองบาดเจ็บ“อย่ากัด” เขากดจุมพิตลงบนริมฝีปากอิ่ม กระทั่งบีบบังคับให้นางอ้าปากออก ไม่ยอมให้นางทำตัวเองเป็นแผลเสียนฉิงเยว่สะดุ้งเฮือกเมื่อชายหนุ่มจุมพิตลงไปบนความอวบอิ่มเปล่าเปลือยของนาง มือน้อยพยายามดึงรั้งศีรษะของเขาออก แต่กลับรู้สึกเหมือนนางกำลังมอบกายให้เขามากกว่าการขัดขืน นางส่งเสียงห้าม แต่กลับได้ยินเพียงเสียงแผ่วเบาราวกับนั่นหาใช่เสียงของนางเองไม่“ไม่นะ พะ...พอแล้ว” นางพยายามดึงสติและเรี่ยวแรงกลับมา แต่จุมพิตและริมฝีปากร้ายกาจของเขา ให้ความรู้สึกราวกำลังสูบพลังชีวิตของนางออกไปก็ไม่ปาน เมื่อผลักดันเขาออกไปไม่ได้ นางพลันนึกถึงถุงลับที่อยู่ในแขนเสื้อของตนเมื่อมองเห็นว่าเขาไม่ได้ถอดเสื้อของนางออก เพียงแต่แหวกสาบเสื้อออกไปด้านข้าง เสียนฉิงเยว่พลันหน้าแดงก่ำ นางถึงกับไม่รู้ว่านางกับเขามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาถอดเอี๊ยมตัวในของนา

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 11

    ทันทีที่ดื่มน้ำจนหมดคนที่สมควรจะปล่อยมือกลับคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงตัวนางเข้าหาอย่างแรง เรี่ยวแรงของสตรีอย่างนางสามารถทานเรี่ยวแรงบุรุษได้ที่ไหนเล่า ร่างเล็กปลิวติดมือเขาโผขึ้นไปบนเตียงก่อนถูกอีกฝ่ายกดลงไปกับเตียงนอน เขาใช้ร่างทั้งร่างพันธนาการนางเอาไว้จนไม่อาจขยับม่านหน้าเตียงบางพลิ้วปลิวขาดกระทั่งค่อยๆ ตกลงคลุมร่างคนทั้งสอง และชายส่วนหนึ่งก็เป็นสิ่งเดียวที่กั้นขวางระหว่างความอวบอิ่มของอิสตรีและบุรุษแปลกหน้าเสียนฉิงเยว่ที่ไม่เคยใกล้ชิดกับบุรุษใดถึงขนาดใจเต้นไม่เป็นส่ำลมหายใจติดขัด ความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นทำให้นางดิ้นรนสุดชีวิต ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าส่งเสียงกรีดร้อง ด้วยรู้ดีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เช่นใดโหลวตงอวี้คุ้นเคยกับเรื่องเช่นนี้ ด้วยเพราะหนทางการก้าวขึ้นเป็นประมุขของตระกูลนั้นไม่ง่าย ดังนั้นเขาจึงไม่อาจไว้ใจผู้ใดการถูกวางยาพิษ ถูกพยายามฆ่า เป็นสิ่งที่หลายปีมานี้สั่งสมจนเขาต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เช่นในเวลานี้แม้ว่าตัวเขาจะเพิ่งได้พักฟื้นหลังจากที่ขาข้างหนึ่งก้าวข้ามประตูยมโลกมาแล้ว อีกทั้งร่างกายที่ยังคงอ่อนแรง กระนั้นเขากลับรับรู้ได้ในทันที่ที่มีผู้บุกรุกเข้ามาในห้องคนผู

  • เล่ห์ลวงห้วงรัก   บทที่ 10

    “นั่น...นั่นเพราะ” เสียนฉิงเยว่ไม่เคยรู้สึกจนมุมเช่นนี้มาก่อน นางกะพริบตาครุ่นคิดหาทางออก แต่เมื่อหันไปสบตากับโหลวตงอวี้ผู้มีดวงตาดุดันข่มขู่ผู้คนให้หวาดกลัว นางพลันรู้สึกหายใจไม่ออกความคิดหรือก็ไม่โลดแล่นเช่นที่เคยหญิงสาวเลื่อนเข่าทั้งสองข้างขึ้นมากอดเอาไว้ กระโปรงตัวยาวของนางปกปิดเรียวขาสั่นเทาเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน“บุรุษที่เจ้าเล่นงานคืนนั้น” โหลวตงอวี้พลันเปลี่ยนเรื่อง “คือผู้ใด”“เขาเป็นบุตรชายคหบดีตระกูลหวัง เพราะข้าไม่อยากเป็นอนุของเขา ดังนั้นจึงกุเรื่องวิญญาณแค้นขึ้นมา” นางเอ่ยออกมาพร้อม ๆ กับพยายามขับไล่อาการร้อนผ่าวที่กระบอกตาทั้งสองข้างตั้งแต่ที่นางรู้ว่าหมดที่พึ่งพิงอย่างบิดามารดา นางก็ลุกขึ้นมาปกป้องตัวเองและพยายามหาทางหนีทีไล่ หากถูกผู้ใดรังแกนางจะแอบเอาคืนเงียบ ๆ อย่างสาสมต่อมานางแสร้งทำเป็นสตรีขี้ขลาดที่เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้ามองผู้ใด อาศัยการเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้ตัวนางสามารถยืนหยัดต่อไปอย่างไม่น่าอดสูเท่าใดนัก กระนั้นนางก็ไม่เคยรู้สึกพ่ายแพ้เช่นตอนนี้เลยจริง ๆ ผู้คนตั้งมากมายเหตุใดคนที่นางล่วงเกินต้องเป็นโหลวตงอวี้ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งหดหู่ใจเหลือเกิน...“เขาเป็นค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status