LOGIN"เอวาให้พี่เวกัสเป็นคนตั้งค่ะ" เธอส่งยิ้มให้เขา
ชายหนุ่มก้มมองดวงหน้าเล็กจิ๋วที่กำลังหลับต
ตอนพิเศษ 3 น้องสาวของวินเซนต์แสงไฟสีนวลตาภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางส่องสว่างให้ความรู้สึกอบอุ่น อวิกากำลังนั่งพับเสื้อผ้าเด็กตัวเล็กๆ ลงตะกร้าหวายอย่างเบามือ บนพื้นพรมหนานุ่มใกล้กันนั้น เด็กชายวินเซนต์ในวัยสี่ขวบกำลังนอนคว่ำหน้า ใช้สีเทียนขีดเขียนระบายสีลงบนสมุดวาดเขียนเล่มใหญ่ด้วยความตั้งใจ โดยมีร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นพ่อนั่งขัดสมาธิคอยส่งสีเทียนแท่งใหม่ให้ไม่ห่าง"ป๊ะป๊าฮะ สีชมพูอยู่ไหน วินเซนต์จะระบายสีชุดกระโปรง" เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นถาม มือป้อมๆ แบออกรอรับ วัชรวิชญ์หยิบสีเทียนสีชมพูส่งให้ลูกชาย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ
การถูกตัดขาดทั้งการมองเห็นและอิสระในการเคลื่อนไหว ทำให้ความรู้สึกเสียวซ่านและคาดหวังพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด อวิกาหอบหายใจถี่กระชั้น กัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่าน ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงบนกลีบปากอิ่มอย่างดูดดื่มและลึกซึ้ง ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันช่วงชิงความหอมหวานอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ปราศจากการมองเห็นทำให้หญิงสาวรับรู้ถึงอุณหภูมิความร้อนและจังหวะการบดขยี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เธอเผยอปากรับการรุกล้ำอย่างเต็มใจ ปล่อยให้สติสัมปชัญญะหลอมละลายไปกับรสสัมผัสที่มอมเมาชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า ลากไล้ปลายลิ้นชื้นแฉะลงมาตามแนวสันกราม ซอกคอ และลาดไหล่เนียน ขบเม้มผิวเนื้อหอมกรุ่นเบาๆ เพื่อสร้างรอยสีจาง มือหนาเลื่อนลงไปจัดการดึงสายเดี่ยวของชุดเดรสให้ร่วงหล่นลงมา รั้งเนื้อผ้าซาตินให้พ้นทางจนเรือนร่างบอบบางที่ซ่อนอยู่ภายใน
ตอนพิเศษ 2 ของขวัญวันครบรอบเสียงเกลียวคลื่นซัดสาดเข้ากระทบชายฝั่งทรายขาวละเอียดดังก้องกังวานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผสานกับสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดพาเอากลิ่นอายความเค็มของท้องทะเลลอยมาเตะจมูก ภายในวิลล่าส่วนตัวระดับไฮเอนด์ริมชายหาด บรรยากาศถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความโรแมนติกและเงียบสงบ ไร้ซึ่งเสียงงอแงของเด็กน้อย ไร้ซึ่งความวุ่นวายจากการทำงาน มีเพียงโลกสองใบที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอวิกาก้าวเดินออกมายังระเบียงกว้างที่เชื่อมต่อกับสระว่ายน้ำส่วนตัว เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้ม เนื้อผ้าแนบลู่ไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างที่ยังคงความงดงามและเย้ายวนใจไม่ต่างจากวันแรกที่แต่งงาน แสงจันทร์สลัวทอดตัวลงมากระทบผิวน้ำในสระ ส่องประกายระยิบระยับชวนมองท่อนแขนแข็งแรงสอดเข้าโอบรัดรอบเอวคอดจากทางด้านหลังอย่างแผ่วเบา รั้งแผ่นหลังเนียนให้เข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ วัชรวิชญ์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกจนเกือบหมด วางคางสากลงบนลาดไหล่เล็ก สูดดมกลิ่นหอมละมุนจากซอกคอขาวผ่องเข้าปอดลึกๆ"พี่เวกัสจ้องเอ
"สัญญาครับผม" อวิกาดึงลูกชายเข้ามากอดหอม ก่อนจะค่อยๆ ดันหลังให้เขาเดินตามคุณครูเข้าไปด้านในโรงเรียนวินเซนต์เดินเตาะแตะตามคุณครูไป หันกลับมามองผู้เป็นพ่อเป็นแม่ด้วยแววตาละห้อย วัชรวิชญ์ยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาของเขาเริ่มแดงก่ำ ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือหนากำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกอยากจะวิ่งเข้าไปอุ้มลูกกลับมา"ป๊ะป๊าจะไม่ทิ้งหนูนะลูก..." เขาพึมพำเสียงสั่นเครือ ยกมือขึ้นทำท่าจะก้าวตามไป แต่อวิการีบดึงแขนเขาไว้เสียก่อน"พี่เวกัส ใจเย็นๆ สิคะ ลูกเดินเข้าห้องเรียนไปแล้ว" เธอบีบแขนเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติ"แต่ลูกร้องไห้นะเอวา หนูไม่เห็นเหรอว่าลูกน้ำตาไหล พี่ทนเห็นลูกร้องไห้ไม่ได้" เขาก้มมองหน้าภรรยา แววตาเว้าวอนเหมือนลูกหมาตัวโตที่กำลังถูกแย่งของเล่น"เด็กๆ ก็ร้องไห้วันแรกกันทุกคนแหละค่ะ เดี๋ยวพอได้เล่นของเล่น ได้เจอเพื่อน เขาก็หยุดร้องเอง พี่เวกัสต้องเข้มแข็งเป็นตัวอย่างให้ลูกสิคะ" เธอยิ้มขำ พยายามปลอบประโลมคุณพ่อตัวโตที่งอแงยิ่งกว่าเด็กสามขวบ"พี่ทำใจไม่ได้จริงๆ" เขาถอนหายใจยาว ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้หลวมๆ ซบหน้าลงกับลาด
"จะบ้าเหรอคะ!" หญิงสาวยกมือขึ้นตีต้นแขนแกร่งเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว "เด็กสามขวบครึ่งเขาเข้าอนุบาลกันหมดแล้วค่ะ พี่เวกัสจะให้ลูกอยู่แต่ในบ้านได้ยังไง ลูกต้องออกไปเรียนรู้การเข้าสังคมนะคะ""แต่โรงเรียนมันอันตรายนะ" วัชรวิชญ์เริ่มยกเหตุผลร้อยแปดขึ้นมาอ้าง มือหนาลูบแก้มยุ้ยของลูกชายด้วยความแสนรัก "เกิดลูกเราโดนเพื่อนแกล้งล่ะ เกิดครูดูแลไม่ทั่วถึงปล่อยให้ลูกล้มล่ะ แล้วอาหารที่โรงเรียนสะอาดพอหรือเปล่าก็ไม่รู้ เกิดลูกกินแล้วปวดท้องขึ้นมาจะทำยังไง""โรงเรียนที่พี่เวกัสเลือกให้ลูก เป็นโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศนะคะ ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดกว่าบริษัทพี่เวกัสอีก อาหารก็เป็นออร์แกนิกทั้งหมด พี่เวกัสจะมากังวลอะไรไม่เข้าเรื่องเนี่ย" อวิกาส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สามีของเธอมีอาการงอแงยิ่งกว่าลูก ตั้งแต่รู้ว่าวินเซนต์ต้องเข้าโรงเรียน เขาก็สั่งลูกน้องไปตรวจสอบประวัติคุณครูทุกคนในโรงเรียนจนวุ่นวายไปหมด"ป๊ะป๊า... โรงเรียนอันตรายเหรอฮะ" วินเซนต์เงยหน้าขึ้นถามบิดา น้ำตาที่คลอเบ้าเริ่มหยดแหมะลงมา อาการกลัวการไปโรงเรียนทวีคูณขึ้นไปอีกเมื่อได้ยิน
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาตกกระทบเปลือกตาบาง อวิกาขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบายและอิ่มเอมใจอย่างประหลาด ร่างกายแม้จะอ่อนล้าจากกิจกรรมเมื่อคืน แต่หัวใจกลับพองโตไปด้วยความสุข เธอพลิกตัวหันไปทางพื้นที่ฝั่งขวาของเตียง หวังจะซุกตัวเข้าหาอ้อมอกอุ่น แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าหญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย กำลังจะยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่บานประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกเสียก่อน ร่างสูงใหญ่ของวัชรวิชญ์ในชุดลำลองสบายๆ เดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น และสิ่งที่ทำให้เธอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว คือภาพที่เขากำลังอุ้มเด็กชายวินเซนต์ตัวอวบอ้วนไว้ในอ้อมแขน"ป๊ะป๊าพาหมูอ้วนมาปลุกคุณแม่คนสวยแล้วครับ" ชายหนุ่มเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง วางลูกชายลงบนที่นอนนุ่มข้างๆ ภรรยา"แอ้! บาปู้!" เด็กชายวินเซนต์ส่งเสียงร้องอ้อแอ้ คลานเตาะแตะเข้าไปหาผู้เป็นแม่ทันที สองมือป้อมๆ พยายามจะคว้าจับเส้นผมของอวิกาเล่น"ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่งของแม่" อวิกาหัวเราะเสียงใส รวบตัวลูกชายเข้ามากอดหอมด้วยความมันเขี้ยว "ให้ป๊ะป๊าอุ้มไปกวนคุณย่ากับน้าริชาแต







