LOGINบรรยากาศยามค่ำคืนเต็มไปด้วยดวงดาวบนท้องฟ้าส่องแสงระยิบระยับเปล่งประกายงดงาม ในยามผู้คนต่างพากันหลับใหลเพื่อพักผ่อนสำหรับเช้าวันใหม่ แต่ไม่ใช่สำหรับแก้มหวานยังคงทำงานดึกดื่นที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง
ในทุกวันตอนเย็นหลังเลิกเรียนหญิงสาวจะมาล้างจานร้านเหล้าใกล้บ้านเป็นประจำ แม้จะเสี่ยงไปบ้างสำหรับสาวสวยอย่างเธอ แต่ต้นทุนชีวิตคนเราไม่เท่ากันฉะนั้นขอให้เป็นงานได้เงินและสุจริตเธอทำหมดโดยไม่เกี่ยงสักนิด อีกอย่างที่นี่ใกล้บ้านการเดินทางกลับบ้านค่อนข้างสะดวก
“เอานี่รอบสุดท้ายแล้ว”
“ค่ะ” แก้มหวานหันไปส่งยิ้มแก่พนักงานที่ยกจานมาให้ก่อนก้มหน้าก้มตาล้างภาชนะต่ออย่างไม่ปริปากบ่น กระทั่งเวลาล่วงเลยเกือบตีห้าครึ่ง งานทั้งหมดก็เรียบร้อย
“อื้อ ปวดหลังจัง” เธอบิดกายไปมาสองสามรอบ เพื่อสลัดอาการเมื่อยล้าออกจากร่างกาย
“นี่ค่าจ้างวันนี้”
“ขอบคุณค่ะ” แก้มหวานยื่นมือรับเงินจากผู้จัดการร้าน ค่าจ้างของเธอเป็นการทำแบบเหมารายวันและจ่ายทุกวันหลังจบงาน
“ความจริงหวานเป็นคนสวยมากคนหนึ่ง สนใจออกไปทำงานหน้าร้านไหม รายได้ดีกว่าล้างจานแน่นอน” ผู้จัดการร้านเอ่ยขึ้นพลางกวาดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เธอค่อนข้างพึงพอใจในรูปร่างและหน้าตาของแก้มหวานมาก หากได้ออกไปรับแขกคาดว่าลูกค้าคงเยอะขึ้นกว่าเดิม
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นหวานขอตัวกลับก่อนนะคะ” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเธอถูกทาบทามเรื่องนี้ ตั้งแต่ทำงานที่นี่สองเดือนผู้จัดการร้านมักเกลี้ยกล่อมเสมอ เธอไม่คิดจะทำย่อมทราบดีเป็นงานแบบไหน
หลังจากแก้มหวานออกจากร้านเหล้าสำเร็จ เธอย่างเท้ากลับบ้านทันใดเนื่องจากมีเวลานอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงต้องรีบตื่นไปเรียนต่อ เธอไม่รู้ตัวสักนิดขณะนี้มีแววตาคู่หนึ่งจ้องมองแผ่นหลังเล็กแบบไม่กะพริบ
“เหอะ คนดีของคุณแม่เพิ่งจะออกจากร้านเหล้าตอนตีห้า” ควินตันบังเอิญขับรถผ่านทางนี้พอดี ระหว่างกำลังมุ่งหน้ากลับคอนโดหลังจากผ่าตัดคนไข้ฉุกเฉินเรียบร้อย คาดไม่ถึงจะเจอแก้มหวานลูกสาวเพื่อนสนิทมารดาที่บอกว่าแสนดีนักหนา
ชายหนุ่มถึงขั้นส่ายหัวไปมาอย่างไม่ชอบใจ จากไม่ชอบหญิงสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วกลายเป็นรังเกียจยิ่งขึ้น
“อย่าหวังว่าผู้หญิงอย่างเธอจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ฉันจะทำให้คุณแม่เปลี่ยนใจไม่บังคับฉันแต่งงานกับเธอแน่นอน” ว่าจบใส่เกียร์และออกรถทันที นับจากนี้เขาต้องหาวิธีกระชากหน้ากากผู้หญิงหน้าเงินให้ได้
เมื่อแก้มหวานกลับมาถึงบ้านไม่รอช้าชำระร่างกายและล้มตัวลงบนเตียงขนาดกะทัดรัด
“อื้อ เหนื่อยจังวันนี้” เสียงหวานพึมพำพร้อมแหงนหน้ามองเพดานห้องสีขาวล้วน ทันทีที่ศีรษะถึงหมอนผล็อยหลับทันที
หลายวันต่อมา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้คนกำลังก้าวเดินออกจากลิฟต์หยิบขึ้นดูก่อนเห็นว่าเป็นใครไม่รอช้ากดรับสายอย่างไว
“สวัสดีค่ะคุณป้า”
(หนูหวานทำอะไรอยู่เหรอ ช่วงบ่ายว่างไหม)
“หวานเพิ่งเรียนเสร็จค่ะ คุณป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ”
(ดีเลยหนูหวาน งั้นหนูไปที่ร้าน Marilla Wedding)
“ไปทำไมคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน
(หนูหวานลืมแล้วเหรอว่าป้าได้ฤกษ์แต่งงานหนูกับควินแล้ว หนูหวานต้องไปลองชุดสิถ้าหนูหวานกับควินไม่แต่งเดือนหน้า ปีนี้ก็ไม่มีฤกษ์แล้วโน้นแหละยาวไปถึงปลายปีหน้าเลย ป้ารอไม่ไหวหรอก)
“เอ่อ แล้ว…”
(หนูหวานไปที่นั่นก่อนเถอะ เดี๋ยวป้าส่งโลเคชั่นให้ส่วนพี่เขาจะตามไปทีหลัง) ขอบฟ้ารู้ว่าแก้มหวานจะพูดอะไรรีบแทรกขึ้นทันใด
“ค่ะ” หลังจบบทสนทนา เธอพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่ง
“โอเคไหมหวาน” โคลอี้เพื่อนสนิทแก้มหวานแตะไหล่มนของเพื่อนแผ่ว เธอยืนเงียบตั้งแต่ออกจากลิฟต์พร้อมแก้มหวานและได้ยินทุกการสนทนาระหว่างเพื่อนกับคนปลายสายชัดเจน
“หวานไม่เป็นไร” เผยยิ้มแก่เพื่อนตรงหน้า ไม่แปลกใจโคลอี้จะถามอย่างนี้เพราะเธอเล่าเรื่องตนเองคร่าว ๆ ให้เพื่อนฟังบ้าง
“ไม่แต่งไม่ได้เหรอกับลูกชายเพื่อนแม่คนนี้” โคลอี้บอกด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสนิท เธอไม่อยากให้แก้มหวานแต่งงานกับคนที่ไม่รักเพียงเพราะอยากตอบแทนบุญคุณ
“หวานอยากปฏิเสธคุณป้าเหมือนกันแต่ว่า…”
“แต่ว่าอะไรหวาน” มองเพื่อนเชิงสงสัย เธอรู้สึกเหมือนแก้มหวานมีบางอย่างปิดบัง
“ไม่มีอะไรหรอก หวานขอตัวก่อน”
“เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งดีไหม”
“ไม่เป็นไรหวานไปเองได้ ไว้เจอกันโคลอี้” เธอโบกมือลาเพื่อนสนิท จากนั้นวิ่งไปหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อรอรถแท็กซี่ไปร้านชุดแต่งงานตามที่ขอบฟ้าส่งมา
รถแท็กซี่แล่นจอดสถานที่มุ่งหมาย แก้มหวานยื่นธนบัตรค่าโดยสารที่บอกจำนวนเงินตรงมิเตอร์ก่อนเปิดประตูลงแล้วก้าวเข้าไปข้างในซึ่งมีพนักงานสองคนยืนต้อนรับ
“สวัสดีค่ะ ใช่คุณแก้มหวานหรือเปล่า”
“ใช่ค่ะ”
“งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ” พนักงานสาวคนหนึ่งผายมือเชื้อเชิญเธอไปยังโซฟารับรองแขก
“คุณแก้มหวานนั่งรอก่อนนะคะ ดิฉันขอไปยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ”
“ค่ะ” พยักหน้ารับก่อนนั่งคอยอย่างใจเย็น
เกือบสองชั่วโมงยังคงไร้ร่างว่าที่เจ้าบ่าว แก้มหวานแอบใจเสียเล็กน้อยที่เขาไม่ได้มาตามนัดแต่พยายามเข้าใจว่าอาจติดคนไข้ ก็เข้าเป็นหมอไม่แปลกจะยุ่งตลอดเวลา
“ไม่เป็นไรนะหวาน รออีกหน่อยเถอะ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง เธอนั่งรอเขาจนแล้วจนรอดจนถึงสามชั่วโมงควินตันไม่โผล่หน้าสักที
“เอ่อ คุณแก้มหวานรับอะไรเพิ่มอีกไหม”
“ไม่แล้วค่ะ” หญิงสาวส่ายหัวไปมาพลางฉีกยิ้มกว้างแก่พนักงาน
“คุณแก้มหวานจะลองชุดก่อนไหมคะ” พนักงานเห็นว่าเธอนั่งรอตั้งนานแล้วจึงลองเสนอแนะ
“ก็ได้ค่ะ” เพราะอีกไม่นานใกล้ถึงเวลาเข้างาน ขืนเธอยังนั่งรออีกสักพักคงได้เข้างานสายแน่นอน สุดท้ายจำใจต้องเลือกชุดก่อนโดยไม่รอเจ้าบ่าว
“คุณแก้มหวานอยากได้ชุดแบบไหนดีคะ เดี๋ยวดิฉันช่วยแนะนำ”
“แบบไหนก็ได้ค่ะ หวานขอที่ราคาไม่แพง”
“เอ่อ แต่คุณขอบฟ้าอยากให้คุณแก้มหวานเลือกชุดที่ดีที่สุด ไม่ทราบว่า…”
“เอาแบบที่หวานบอกนั่นแหละค่ะ” งานแต่งไร้ความรักจากเจ้าบ่าว คนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นจำเป็นต้องใช้ของแพง ๆ อีกอย่างเงินซื้อชุดไม่ใช่เงินของตัวเอง เธอไม่อยากถูกเขาตำหนิเรื่องใช้เงินฟุ่มเฟือย
“ค่ะ งั้นเชิญทางนี้”
หลังจากแก้มหวานได้ชุดตามต้องการ เธอรีบเดินจ้ำอ้าวไปขึ้นรถเมล์กลับบ้านและเตรียมตัวทำงานต่อช่วงเย็น ไม่ทันสังเกตขณะนี้มีรถหรูคันหนึ่งจอดอยู่หน้าร้านชุดแต่งงาน โดยคนในรถจ้องมองตามแผ่นหลังเล็กแบบไม่ละสายตา
“เหอะ! อยากแต่งงานกับฉันมากสินะ” แค่คิดว่าแก้มหวานเข้าหาครอบครัวตัวเองเพื่อเงินก็รู้สึกขยะแขยงเต็มที
ครืด!
“ครับคุณแม่” ควินตันกดรับสายเบอร์ที่โทรเข้ามา
(ควินลูกไม่ได้ไปลองชุดแต่งงานเหรอ)
“ลูกรักของคุณแม่คงโทรไปฟ้องใช่ไหม” เขายกยิ้มมุมปากขณะเดียวกันชำเลืองมองคนตัวเล็กตรงป้ายรถเมล์ด้วยสายตาชิงชัง
(หนูหวานไม่ได้เป็นคนโทรมาฟ้องอะไรทั้งนั้น เลิกทำเหมือนเกลียดหนูหวานสักที น้องไปทำอะไรให้ลูกนักหนา)
“ผมไม่ได้ทำเหมือนเกลียด แต่ผมเกลียดเธอจริง ๆ รังเกียจด้วยครับ เป็นไปได้อยากยกเลิกงานแต่งเลย”
(เอ๊ะควินอย่าพูดแบบนี้อีกถ้าหนูหวานได้ยินคงรู้สึกเสียใจแย่ แม่ไม่เข้าใจเลยทำไมลูกต้องอคติกับน้องขนาดนี้)
“ถ้าคุณแม่โทรมาแค่ด่า งั้นผมวางละกัน” ควินตันไม่มีอารมณ์สนทนากับมารดา เขาวางสายและโยนโทรศัพท์ไปเบาะหลังอย่างหัวเสีย
“คนอย่างเธอมีดีอะไรนักหนา แม่ฉันถึงรักเธอมากกว่าลูกอย่างฉัน” มือหนากำพวงมาลัยรถแน่นเผยให้เห็นเส้นเลือด
ตราบใดยังไม่ถึงวันแต่งงาน เขาต้องหาทางยกเลิกงานแต่งให้ได้เพราะเขาไม่มีทางใช้ชีวิตคู่กับผู้หญิงสำส่อนและหวังแค่สมบัติของครอบครัวเด็ดขาด
สายลมพัดพลิ้วกระทบผิวกายของคนกำลังยืนชมความสวยงามของคลื่นทะเลเบื้องหน้า นานแค่ไหนแล้วนะที่เหตุการณ์เลวร้ายในอดีตค่อย ๆ เลือนรางออกจากสมองถูกแทนที่ด้วยความรักของควินตันมอบให้ เธอแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำสิ่งเหล่านั้นเคยผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงระยะหนึ่งหลายปีผ่านมานี้ เธอมีความสุขมากได้อยู่ร่วมกับควินตันและลูกสองคนซึ่งเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ พวกเขาไม่เคยทำให้เธอเดียวดายสักนิด“เวย์ คาร่า”แก้มหวานหันมองลูกทั้งสองกำลังก่อทรายสร้างปราสาท เธอเคยเห็นภาพเหล่านั้นในห้วงความฝันตอนหลับใหลจากภาวะเจ้าหญิงนิทรา คาดไม่ถึงสิ่งนั้นจะเป็นเหมือนตัวบอกเหตุการณ์ในอนาคตตอนฟื้นหลังจากสลบเป็นเดือน สิ่งแรกที่เธอมองหาคือลูกทั้งสองคนแต่พอได้เห็นเวกัสในวัยหนึ่งขวบกว่า เธอแอบเศร้านิดหน่อย นั่นหมายความว่าเด็กผู้หญิงที่เธอเคยเห็นในความฝันดันไม่มีอยู่จริงเพราะเหตุนั้นจึงไม่ปฏิเสธการมีลูกคนที่สองอย่างควินตันขอร้อง เนื่องจากเธออยากเจอเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอไม่เคยบอกหรือเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย“ทำอะไรตรงนี้ครับ” ควินตันเดินมาสวมกอดแก้มหวานจากด้านหลัง ริมฝีปากหยักประทับจูบหนัก ๆ ข้างพวงแก้มขาวเนียน“ไปไหนมาคะ” เอี้ยวคอมองหน้า
อุ๊บ อ้วก แหวะเสียงเอะอะดังสนั่นจากห้องน้ำ ปลุกร่างเล็กบนเตียงขนาดคิงไซซ์สะดุ้งจากการหลับใหล แก้มหวานลืมตาขึ้นเชื่องช้าพลางวาดวงแขนข้างกายก่อนพบความว่างเปล่า“ไม่อยู่เหรอ”อ้วก อ้วก แหวะเสียงอาเจียนดังต่อเนื่องจากห้องน้ำ ทำให้แก้มหวานฉุกคิดขึ้นได้และเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงตรงไปยังที่มาของเสียง“เฮียควิน” เธอมองแผ่นหลังกว้างของสามีซึ่งเขากำลังโก่งคออาเจียนหน้าอ่างล้างหน้าที่มีกระจกบานใหญ่ ไม่รอช้าช่วยลูบแผ่นหลังแกร่ง“หวานครับ เฮียไม่ไหว” ควินตันหมุนตัวหันมาโอบกอดแก้มหวาน ซบหน้ากับไหล่บอบบาง เขารู้สึกวิงเวียนศีรษะราวกับรอบกายเคลื่อนไหว“ไปหาหมอดีไหมคะ” สองสามวันมานี้ควินตันอาเจียนทุกเช้า บางครั้งก็เหม็นกลิ่นอาหารจนเธอรู้สึกสงสารสามีเหลือเกิน“ไม่เป็นไรครับ เฮียพักนิดหน่อยคงดีขึ้น”“ออกไปข้างนอกกันเถอะ” เธอพยุงคนตัวโตออกจากห้องน้ำไปยังปลายเตียง“มานั่งตรงนี้สิครับ” เขาตบพื้นที่ว่างด้านข้างให้เธอนั่งลง“ไปหาหมอดีไหมคะ เฮียควินเป็นแบบนี้สองสามวันแล้ว หวานเป็นห่วง” พูดพลางหย่อนก้นนั่งลง“ไม่ดีกว่าแค่อยู่ใกล้หวานก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว” เอียงศีรษะซบหัวไหล่ภรรยาสาวก่อนกุมมือเรียว“หวานเป็นห่วงนี
ควินตันอุ้มคนตัวเล็กที่นอนขี้เซาออกจากห้องน้ำหลังจากพาไปชำระร่างกาย แล้ววางบนเตียงอย่างทะนุถนอมก่อนแต่งกายให้เธอเรียบร้อยจากนั้นตนเองไปแต่งตัวต่อและกลับมานอนตะแคงข้างมองหน้าแม่ของลูก“ขอบคุณที่กลับมานะครับ” จุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลา หากเหตุการณ์ครั้งนั้นพรากเธอไปจากเขา หัวใจของเขาคงพังยับเยินไม่มีชิ้นดีแน่นอนและคงรู้สึกผิดกับเธอตลอดกาลสิ่งที่เขาทำตอนนี้แม้อาจจะไม่สามารถชดเชยในอดีตที่ผ่านมา ทว่าสิ่งเหล่านั้นเขาจะนำมาเป็นบทเรียนไว้คอยเตือนใจไม่ให้ทำผิดซ้ำกับเธออีกครั้งคนเราสามารถทำผิดกันได้อยู่ที่ว่าพร้อมปรับปรุงเพื่อคนรักหรือไม่“เฮียรักหวาน” ควินตันโอบกอดคนตัวเล็กก่อนเข้าสู่ห้วงนิทรา หลังจากเจ็บปวดมานานจากนี้ชีวิตเขาและเธอจะเต็มไปด้วยความสุข ขอแค่เธออยู่เคียงข้างไม่ว่าอุปสรรคใดพร้อมฝ่าฟันไปด้วยกันสองสัปดาห์ต่อมา เท้าเล็กบังเอิญเดินผ่านห้องทำงานของควินตันและเห็นว่าประตูเปิดแง้มไว้จึงหยุดชะงัก เธอเดินเข้าข้างในเพราะได้ยินเสียงของตกแรงมากเนื่องจากควินตันเปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้หญิงสาวมองไปยังภาพวาดที่คว่ำหน้าบนพื้น ไม่รอช้าจะหยิบขึ้นมาดูและเป็นอย่างเธอคาดเดาไว้ไม่ผิด ภาพนั้นคือภาพวาด
หลังจากแก้มหวานฟื้นจากภาวะเจ้าหญิงนิทรา เธอรักษาตัวอยู่ที่เกาะส่วนตัวระยะหนึ่ง ก่อนกลับอยู่เรือนหอตามเดิม ชายหนุ่มให้เธอย้ายมาอยู่ด้วยกันส่วนธุรกิจร้านดอกไม้เธอไปดูแลเป็นครั้งคราวคราแรกควินตันไม่อยากให้แก้มหวานทำงาน เพราะสามารถเลี้ยงเธอกับลูกได้อย่างสบาย แต่เธอปฏิเสธเนื่องจากการเปิดร้านดอกไม้คือสิ่งที่ใฝ่ฝันและรัก เขาเลยยอมตามใจแอ๊ด!ควินตันละสายตาจากแท็บเล็บในมือพลางช้อนตามองภรรยาที่เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนด้วยหน้าตาแง่งอน เธอเดินมานั่งข้างเขา“ทำหน้าแบบนี้เพราะลูกชายตัวดีใช่ไหม” ว่าพลางวางของในมือและยกมือหนาแตะแก้มขาวเนียน“ใช่ค่ะ เหมือนลูกไม่ต้องการหวานแล้ว” ตั้งแต่เวกัสเริ่มมีห้องเป็นของตัวเอง เด็กน้อยไม่กลัวการนอนคนเดียว แถมยังไม่สนใจแม่อย่างแก้มหวาน คนติดลูกแบบเธออดน้อยใจไม่ได้“หวาน” เอ่ยเรียกด้วยเสียงสุดเซ็กซี่ สายตาหื่นกามชำเลืองมองลำคอระหงก่อนมองเนินอกคืนนี้เธอใส่ชุดนอนเดรสกระโปรงสายเดี่ยว ปลุกความดิบเถื่อนในตัวควินตันได้ดี คนอดอยากมานานอยากจะกลืนกินคนตัวเล็กเสียประเดี๋ยวนี้ ก่อนหน้านี้ต้องหักห้ามใจตัวเองไม่ให้รังแกเธอเพราะเพิ่งหาย แต่คืนนี้เขาต้องทบต้นทบดอกที่สำคัญเขาอยา
“คุณควินตันคะ กอดแน่นไปแล้ว” หมัดเล็กทุบแผ่นหลังกว้างแผ่วเบา“ขอโทษครับ เฮียดีใจไปหน่อย” ควินตันปล่อยคนตัวเล็กเป็นอิสระ ส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์แก่แม่ของลูก คนกำลังมองถึงขั้นใจเต้นตึกตักเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขายิ้มเช่นนั้นใบหน้าจิ้มลิ้มเบือนไปอีกทาง ก่อนหยุดชะงักกับลูกชายตัวน้อยกำลังนอนหลับปุ๋ยอย่างน่าเอ็นดู‘เขาคงรู้แล้วสิว่าเวย์เป็นลูกของเขา’ เธอพูดในใจพลางเหลือบมองเขานิดหน่อย“มีอะไรครับ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” ฝ่ามือใหญ่ประคองดวงหน้าสวยพร้อมประสานสายตาคมกับดวงตากลมโต“เรื่องเวย์ค่ะ คุณรู้แล้วใช่ไหม” เอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ“เฮียรู้แล้วครับ ขอโทษที่เมื่อก่อนไม่เคยใส่ใจหวานเลย” ว่าพลางทาบริมฝีปากอุ่นลงบนหน้าผากกลมกลึง เขาจะไม่ขอย้อนเวลากลับไปอดีตแต่จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด“หวานผิดเองที่ไม่เคยบอกคุณ”“อย่าโทษตัวเองนะครับ” นิ้วเรียวแกร่งลูบปากอมชมพูอย่างหลงใหล เขาอยากชิมความหวานจากปากนุ่มนี้จังแต่ต้องหักห้ามใจเพราะเธอเพิ่งฟื้นขึ้น หนำซ้ำยังมีหลายเรื่องที่อยากพูดคุย“หวานหิว” อยู่ ๆ แก้มหวานบอกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คนตัวโตทำหน้าเหวอก่อนเผยยิ้มเอ็นดูแก่ภรรยาสาว“เฮียไปเอาอาหารมาให้นะค
เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งทำให้ผ่อนคลายแก่คนได้ฟัง แสงแดดในช่วงสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่มีร่างอรชรของแก้มหวานหลับสนิทบนเตียงขนาดคิงไซซ์วันนี้ควินตันมีความจำเป็นต้องออกจากเกาะ จึงไม่ได้มานั่งเฝ้าคนตัวเล็กดั่งวันวาน นางพยาบาลเข้ามาเปลี่ยนถุงน้ำเกลือเสร็จก็จากไป ปล่อยให้แก้มหวานพักผ่อนตามสบายโดยทุกคนในบ้านต่างไม่มีใครล่วงรู้ ขณะนี้เปลือกตาบางของคนบนเตียงเริ่มขยับทีละนิด นาทีต่อมาตามด้วยนิ้วเรียว“อื้อ แสบตา” เธอรีบปิดตาอีกครั้งหลังจากลืมตาขึ้นพบกับแสงสว่างจ้าไม่คุ้นเคย พยายามเบิกขึ้นใหม่ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานหลายนาทีเพราะยังไม่ชินกับบรรยากาศรอบกาย“นี่ที่ไหน” นัยน์ตาคู่หวานมองเพดานห้องแปลกตาอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนความรู้สึกตอนนี้ราวกับตัวเองหลับใหลไปนาน ไม่รู้ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำไมทุกอย่างถึงดูเปลี่ยนและเหตุการณ์ในสมองกลับเลือนราง“ทะเลเหรอ” ปรายตามองข้างนอกหน้าต่าง เธออยากพยุงกายลุกขึ้นนั่งทว่าร่างกายอ่อนล้าเหลือเกินเหมือนไม่ได้ขยับนานเธอกวาดสายตามองรอบห้องซึ่งมีแค่ความว่างเปล่า ไม่มีใครสักคนเลยพอจะสอบถามหรือพูดคุย ขณะนี้ทั้งสับสนและมึนงง“มี้” เสียงเล็กแสนคุ้นเคยเดินเข้ามาพร
ร่างเล็กถูกวางบนเตียงขนาดใหญ่อย่างอ่อนโยน ตามด้วยควินตันแนบกายแกร่งบนตัวเธอ ทั้งคู่สบตากันโดยไม่เปล่งประโยคใดนอกจากเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอและเขานิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมปรกใบหน้าขาวเนียนไปทัดหู จากนั้นจูบพรมทั่วดวงหน้าสวยหวานก่อนหยุดยังปากนุ่ม เขาเม้มปากนุ่มทั้งล่างและบนก่อนสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากสาวแ
เครื่องปรับอากาศราคาแพงให้ความเย็นฉ่ำทั่วห้องนอนส่งผลให้คนบนเตียงขนาดคิงไซซ์กอดกันกลมแทบหลอมเป็นร่างเดียวกัน บทรักเมื่อคืนทำเอาคนทั้งคู่ไร้เรี่ยวแรง“อื้อ” แก้มหวานปรือตาขึ้นทีละนิดในเวลาบ่ายสามของวัน บิดกายไปมาก่อนรับรู้ถึงของหนักตรงเอวคอดกิ่วเมื่อก้มหน้ามองพบกับแขนกำยำของผู้ชายที่ขึ้นชื่อเป็นสามี
“อื้อ” แก้มหวานไม่กล้าขัดขืนคนตัวโตยอมให้เขาจูบง่ายดาย มือเรียวจิกเล็บบนโซฟาอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำแสนป่าเถื่อนของคนเหนือร่างแควก!ฝ่ามือหยาบกร้านฉีกเสื้อสายเดี่ยวออกเป็นสองชิ้น ไม่รอช้าโน้มหน้าคลอเคลียดอกบัวตูม ปลายลิ้นสากเลียวนตรงเนินอกอวบอิ่มและไม่วายดูดแรง ๆ จนเกิดรอยแดงหลายจุด“อื้อ คุณควิน







