เข้าสู่ระบบ
ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติค่อนข้างสงบมีความเป็นส่วนตัวเหมาะแก่การนั่งคุยเรื่องสำคัญ และเพลิดเพลินไปด้วยหลากหลายเมนูสุดพิเศษของทางร้าน
แก้มหวานนั่งก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า ใจดวงน้อยเต้นกระสับกระส่าย ขณะนี้สำหรับเธอค่อนข้างอึดอัดเหลือเกินจนแทบอยากลุกขึ้นหนีเสียประเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจหญิงวัยกลางคนที่นั่งข้างชายหนุ่ม
‘ทำไมต้องเป็นเขาด้วย’ มือเล็กจับชายกระโปรงด้วยอาการประหม่า
เธอไม่นึกเลยผู้ชายนัดดูตัววันนี้จะเป็นคนเดียวกันซึ่งเคยเจอเมื่อห้าปีก่อน
“หนูหวานจ๊ะ”
“คะ” เสียงของหญิงวัยกลางคนปลุกร่างอรชรสะดุ้งตื่นจากภวังค์ แก้มหวานชำเลืองมองชายหนุ่มเบื้องหน้าแวบหนึ่งก่อนหันไปมองขอบฟ้ามารดาของเขา
“หนูอยู่กับพี่เขาไปก่อนนะ ป้าจะไปเข้าห้องน้ำ”
“หวานไปเป็นเพื่อนค่ะ” แก้มหวานตั้งท่าจะลุกขึ้นตามหลังขอบฟ้าแต่ถูกปฏิเสธ จำใจนั่งกลับเหมือนเดิมและยังคงไม่มองหน้าเขา กระทั่งเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น
“นี่เธอ บอกแม่ฉันไปสิว่าไม่อยากแต่งงานกับฉัน ไม่ต้องห่วงฉันมีค่าตอบแทนให้ถ้าเธอยอมตกลง”
ควินตันหนุ่มลูกครึ่งไทย – อิตาลี เชื้อสายจีนยื่นข้อเสนอแก่แก้มหวานลูกสาวเพื่อนสนิทของแม่ เขาไม่ได้อยากแต่งงานด้วยซ้ำแต่ถูกแม่บังคับ ฉะนั้นนี่จะเป็นวิธีเดียวสามารถสลัดผู้หญิงตรงหน้าไปพ้นคือการเอาเงินมาล่อ
“หวานไม่กล้าค่ะ” ตอบเสียงแผ่ว เธอไม่อยากทำให้ผู้มีพระคุณเสียใจ เนื่องจากขอบฟ้าเป็นฝ่ายขอร้องให้เธอแต่งงานกับเขาด้วยเหตุผลบางอย่าง
“แสดงว่าเธออยากแต่งงานกับฉัน” ควินตันเลิกคิ้วเข้มมองคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างจับผิด
“ไม่ใช่ค่ะ” ปฏิเสธทันขวับ
“แล้วยังไง”
“เฮียควินคะ หวานบอกไม่ได้ค่ะ” เธอส่ายหัวไปมาเล็กน้อย หลุบตาต่ำมองพื้นกลัวจะโดนล้วงความลับ
“อย่าเรียกฉันด้วยสรรพนามแบบนั้น เราไม่ได้สนิทกัน” ควินตันยกยิ้มมุมปากอย่างเหยียดคนตรงหน้า ผู้หญิงอย่างเธอนี่ยังไงกันแน่เขาอุตส่าห์เสนอเงินให้แล้วยังไม่ยอมรับอีก สงสัยหวังมรดกก้อนโต
“ขอโทษค่ะ” แก้มหวานหน้าเจื่อน คาดไม่ถึงผู้ชายตรงหน้าท่าทางสุภาพและอ่อนโยนจะทำให้เธอรู้สึกชาวาบกับคำพูดเมื่อสักครู่
“ถ้าเธอยืนยันจะแต่งงานกับฉันให้ได้ เตรียมตัวไว้เลยเพราะฉันจะไม่ใจดีกับเธอหรอกและอย่าหวังว่าจะมีความสุขด้วย” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกทำคนฟังหนาวสะท้านทั้งกาย
“คุยอะไรกันท่าทางเคร่งเครียดเชียว” ไม่ทันทั้งคู่จะสนทนามากมาย เสียงหญิงวัยกลางคนแทรกขึ้น
“เปล่าครับคุณแม่”
“เหรอ” ขอบฟ้ามองลูกชายก่อนชำเลืองมองแก้มหวานนั่งหน้าซีด
“ครับ”
“งั้นตอนนี้ควินกับหนูหวานได้เจอกันแล้ว เอาเป็นว่าแม่จะรีบหาฤกษ์แต่งงานให้เร็วที่สุดดีไหม”
“ตามใจคุณแม่เลยครับ ผมขอตัวก่อนละกัน”
“เดี๋ยวสิ จะไปแล้วเหรอ” ขอบฟ้ามองตามแผ่นหลังกว้างของลูกชายจนลับหาย ส่ายหัวไปมาเล็กน้อยและพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่ง
“พี่เขาก็เป็นแบบนี้แหละหนูหวาน อย่าสนใจเลย”
“ค่ะ”
“ป้าขอบใจหนูหวานมากนะ ยอมตกลงแต่งงานกับลูกชายป้า” ขอบฟ้าเอื้อมมือไปกุมมือเล็กของลูกสาวเพื่อนสนิท เธอรักและเอ็นดูแก้มหวานมากดั่งบุตรคนหนึ่ง
“ค่ะ”
หลังจากแก้มหวานพูดคุยกับหญิงวัยกลางคนสักพักก็พากันแยกย้าย เธอรีบมุ่งหน้ากลับบ้านที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ซึ่งไร้บุพการีและญาติพี่น้อง
หญิงสาวแบกร่างเล็กทรุดกายกับโซฟาตัวเก่ากลางบ้านด้วยความรู้สึกว้าเหว่ กวาดสายตามองรอบห้องก่อนหลับตาพริ้มอย่างเหนื่อยล้า
เธอเพิ่งสูญเสียมารดาเมื่อสองเดือนด้วยโรคหัวใจ ส่วนบิดาก็เสียชีวิตตั้งแต่สองปีก่อนเพราะอุบัติเหตุ ตอนนี้เธอไม่ต่างจากหัวเดียวกระเทียมลีบ โชคดีหน่อยที่มีขอบฟ้าเพื่อนสนิทแม่คอยดูแล
ฉะนั้นเธอไม่อยากทำให้ท่านเสียใจจึงไม่สามารถปฏิเสธการแต่งงานกับควินตันได้ตามคำสั่งชายหนุ่ม ย่อมทราบดีเขาไม่ชอบตัวเองแต่เธอไม่มีทางเลือกเพราะเป็นคำขอร้องผู้มีพระคุณ
“หวานขอโทษนะคะคุณควินตัน แต่หวานไม่อยากทำให้คุณป้าเสียใจ” ชีวิตเธอไม่มีทางเลือกมากนัก โชคชะตามักเล่นตลกกับเธอเสมอ ดังนั้นทำได้เพียงแค่ยอมรับและเดินหน้าต่อไป
สิ่งหนึ่งที่เธอคาดไม่ถึงเกี่ยวกับควินตัน คือไม่คิดเลยเขาจะเป็นผู้ชายคนนั้นเมื่อห้าปีก่อน แถมเธอดันมีความลับบางอย่างให้เขาล่วงรู้ไม่ได้ไม่อย่างนั้นคงโดนเกลียดแน่นอน
“ทำไมต้องเป็นคุณด้วย” เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหนักใจปนความรู้สึกผิด
สุดท้ายแก้มหวานสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว เดินขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านตรงไปห้องนอน เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำและเข้านอน เนื่องจากพรุ่งนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนเทอมสุดท้ายของปีการศึกษา อีกไม่นานเธอจะเรียนจบแต่น่าเสียดายแม่ด่วนจากไปเสียก่อน ทำให้ไม่ทันเห็นความสำเร็จของตัวเอง
“แม่คะ หวานคิดถึงแม่จังเลย” เธอนำกรอบรูปมารดามากอดแนบอกก่อนปิดตาสนิทพลางครุ่นคิดอะไรเรื่อยเปื่อย
เครื่องปรับอากาศราคาแพงให้ความเย็นฉ่ำทั่วห้องนอนส่งผลให้คนบนเตียงขนาดคิงไซซ์กอดกันกลมแทบหลอมเป็นร่างเดียวกัน บทรักเมื่อคืนทำเอาคนทั้งคู่ไร้เรี่ยวแรง“อื้อ” แก้มหวานปรือตาขึ้นทีละนิดในเวลาบ่ายสามของวัน บิดกายไปมาก่อนรับรู้ถึงของหนักตรงเอวคอดกิ่วเมื่อก้มหน้ามองพบกับแขนกำยำของผู้ชายที่ขึ้นชื่อเป็นสามีทางนิตินัยและพฤตินัยกำลังโอบรัดราวกลัวเธอจะหายเธอพยายามจะยกแขนของเขาอย่างระมัดระวังด้วยความกลัวจะทำเขาตื่นจากการหลับใหล แต่เรี่ยวแรงในเวลานี้ช่างน้อยนิดเหลือเกิน“คุณควินตันคะ” เธอหมายจะปลุกคนตัวโตเพื่อขอร้องให้เขาปล่อยตัวเองเป็นอิสระ“อื้อ” เสียงทุ้มร้องคำรามในลำคอ จากนั้นดึงเธอมาแนบอกกว้าง ขณะนี้ใบหน้าจิ้มลิ้มห่างกับอกเปลือยเปล่าเพียงไม่กี่คืบส่งผลให้เธอเผลอเงยหน้ามองอกล่ำสัน‘ขนาดหลับยังหล่อเลย’นิ้วเรียวสัมผัสทั่วแผ่งอกเปลือยเปล่าก่อนสะดุดกับรอยฟันที่เธอกัดเขาเมื่อคืนทำเอาหน้าขาวใสเป็นสีแดงระเรื่อ แทบไม่อยากเชื่อเลยเธอกับเขาจะผ่านเรื่องสุดเร่าร้อนด้วยกัน“คุณควินตันคะ” เธอตัดสินใจเรียกเขาอีกครั้ง เพราะไม่อาจทนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากับเขาสองต่อสอง อีกทั้งรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะป่
ร่างเล็กถูกวางบนเตียงขนาดใหญ่อย่างอ่อนโยน ตามด้วยควินตันแนบกายแกร่งบนตัวเธอ ทั้งคู่สบตากันโดยไม่เปล่งประโยคใดนอกจากเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอและเขานิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมปรกใบหน้าขาวเนียนไปทัดหู จากนั้นจูบพรมทั่วดวงหน้าสวยหวานก่อนหยุดยังปากนุ่ม เขาเม้มปากนุ่มทั้งล่างและบนก่อนสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากสาวแล้วกวาดต้อนชิมความหวานอย่างคนหิวกระหายในรสชาติ“เพิ่งเคยจูบกับฉันเป็นครั้งแรกด้วยใช่ไหม” นิ้วยาวลูบกลีบปากอวบอิ่มแผ่วเบา“ค่ะ” ตอบรับอย่างเขินอาย จูบของเธอคงแย่มากสินะเขาถึงได้ถามอย่างนั้น คิดแล้วอดน้อยใจไม่ได้ ทำไงได้ล่ะเธอไม่เก่งเรื่องพวกนี้สักหน่อยคงไม่แปลกถ้าเขาจะมองว่ามันตลก“งั้นอย่าไปทำแบบนี้กับใคร ฉันไม่ชอบ” กระซิบข้างหูคนตัวเล็ก แก้มหวานถึงกับร้อนผ่าวในประโยคนั้น“หวานไม่ทำหรอก” ตอบเสียงแผ่วแต่คนเหนือร่างได้ยินชัดเจน เขากดจูบแก้มนวลหนัก ๆ อย่างมันเขี้ยวก่อนเลื่อนตัวลงไปต่ำเพื่อตักตวงชิมความหวานจากสองเต้าสวย ลิ้นร้อนลากไล้เลียวนทั่วยอดถันสีหวานสลับการดูดดื่ม“อื้อ” แก้มหวานยกหลังมือขึ้นปิดปากตัวเอง เพื่อข่มเสียงร้องอันน่ารังเกียจแต่ไม่วายเล็ดลอดออกมาอยู่ดี“ไม่ต้องอายครางออกมาเลย ฉัน
“อื้อ” แก้มหวานไม่กล้าขัดขืนคนตัวโตยอมให้เขาจูบง่ายดาย มือเรียวจิกเล็บบนโซฟาอย่างไม่เข้าใจกับการกระทำแสนป่าเถื่อนของคนเหนือร่างแควก!ฝ่ามือหยาบกร้านฉีกเสื้อสายเดี่ยวออกเป็นสองชิ้น ไม่รอช้าโน้มหน้าคลอเคลียดอกบัวตูม ปลายลิ้นสากเลียวนตรงเนินอกอวบอิ่มและไม่วายดูดแรง ๆ จนเกิดรอยแดงหลายจุด“อื้อ คุณควินตันทำแบบนี้กับหวานทำไมคะ”คำถามของคนตัวเล็กกลับไร้คำตอบจากปากหยักได้รูป ชายหนุ่มไม่เข้าใจเหตุผลของตนเองเช่นกันทำไมถึงอยากทำแบบนี้กับเธอ เขารู้เพียงแค่ว่ารู้สึกพลุ่งพล่านอยากปลดปล่อยกับคนใต้ร่าง“อย่านอนนิ่งเหมือนท่อนไม้ ช่วยมีอารมณ์กับฉันเหมือนกับที่เธอนอนกับคนอื่นหน่อย” ถึงจะเคยตั้งปณิฐานไว้จะไม่แตะต้องตัวเธอ แต่วินาทีนี้ชายหญิงอยู่ใกล้กันคงไม่ต่างกับแม่เหล็กและโลหะดึงดูดเข้าหากัน“หวานไม่เคยนี่คะ” ตอบเสียงแผ่ว เธอทราบหน้าที่ภรรยาต้องตอบสนองอารมณ์สามี แต่จะให้ทำไงได้ก็เธอไม่เคยมาก่อนจึงไม่รู้ต้องปฏิบัติอย่างไรถึงจะถูกใจอีกฝ่าย“ฉันไม่เชื่อหรอก ขนาดนี้แล้วยังจะหลอกกันอีกเหรอหรือเธออยากได้เงิน เอาอย่างนี้ดีไหมถ้าเธอทำให้ฉันถูกใจฉันจะให้เงินก้อนหนึ่งถือว่าเป็นค่าตัวดีไหม”“ไม่เอาค่ะ” เพราะถูกต
แก้มหวานออกจากสนามบินเมื่อใกล้เวลาทำงาน เธอไม่อยากไปสายเดี๋ยวจะโดนตัดเงินถึงร้านจะจ้างเป็นรายวันก็เถอะ“สวัสดีค่ะพี่โรส” เธอยกมือไหว้เจ้าของร้านก่อนเดินเข้าไปหลังร้านเพื่อล้างจาน แม้ไม่ใช่งานสมเกียรติแต่เป็นงานซื่อสัตย์สุจริตสามารถเลี้ยงชีพได้ผ่านไปสองชั่วโมงแก้มหวานยังคงวุ่นวายกับกองจานเปรอะเปื้อนเท่าภูเขา อดแปลกใจไม่ได้ทำไมวันนี้จานค่อนข้างเยอะกว่าทุกวัน กระทั่งเจ้าของร้านเดินมาหาหญิงสาว“หวาน”“คะ” เธอหันหลังไปมอง“ช่วยพี่หน่อยสิ”“มีอะไรหรือเปล่าคะ” แก้มหวานมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย สีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนมีเรื่องซีเรียส“หวานรับปากมาก่อนสิว่าจะช่วย”“พี่โรสบอกมาก่อนสิคะ” เธอไม่อยากรับปากใครส่ง ๆ ในเรื่องที่ยังไม่รู้อีกฝ่ายต้องการอะไร“พอดีเกิดปัญหานิดหน่อย หวานช่วยไปดูแลแขกหน่อยสิคนนี้เขาเป็นรายใหญ่ของร้าน พี่ไม่อยากเสียเครดิต”“ไม่เอา” อีกฝ่ายไม่ทันอธิบายมากนัก แก้มหวานปฏิเสธทันที“ช่วยพี่หน่อยเถอะหวาน ถือว่าพี่ขอร้อง”“หวานเคยบอกแล้วนี่คะ หวานไม่ทำงานแบบนั้นแล้วคนอื่นไปไหนหมดคะ” เธอถามอย่างสงสัย“อยู่นั่นแหละหวาน แต่เอ่อ เสี่ยเขาต้องการให้หวานไปดูแล หวานไม่ต้องห่
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขายังคงนิ่งเรียบไม่มีการพัฒนาสักนิดเดียว หนำซ้ำควินตันมักชอบพูดแขวะแก้มหวานบ่อยครั้งในหลายเรื่องอย่างกับคนเกลียดมานาน จนบางครั้งเธอไม่เข้าใจเลยตัวเองทำอะไรผิดนักหนาแค่แต่งงานตามคำขอร้องของผู้มีพระคุณถึงขั้นโดนขนาดนี้เลย“รีบ ๆ หน่อยสิ”“ค่ะ” ตอบรับพร้อมวิ่งตามหลังควินตันไปยังลานจอดรถ เขาต้องการให้เธอเร็วขนาดไหนกันนะนี่ก็เร็วสุดแล้ว ทำไงได้ล่ะเธอไม่ได้ขายาวเหมือนเขาสักหน่อยขนาดวิ่งยังเทียบไม่ได้กับการเดินธรรมดาของอีกฝ่าย“ว้าย!” ด้วยความรีบร้อนแก้มหวานเผลอสะดุดเท้าตัวเองและคิดว่าต้องล้มแน่นอนจึงปิดตาสนิท แต่ดันไม่ใช่อย่างที่คิดเมื่ออยู่ ๆ มีแขนกำยำของใครบางคนโอบเอวคอด ลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอระหง“จะอยู่ในท่านี้อีกนานไหม ฉันเมื่อยแขน” เสียงเข้มของควินตันทำให้เธอลืมตาขึ้นและเผลอสบดวงตาคู่คม“คุณควินตัน” เสียงหวานเอ่ยเรียกเจ้าของแขนแกร่งแผ่วเบา ในใจรู้สึกขอบคุณเขาเหลือเกินไม่ได้ปล่อยให้เธอหกล้มคะมำ ทว่านาทีถัดมาร่างเล็กลงไปกองกับพื้นเพราะถูกคนตัวโตปล่อยแบบไม่ทันตั้งตัว“อ๊ะ” เธอร้องเสียงหลงพลางทำหน้าเหวอ“รีบขึ้นรถ” สั่งเสร็จ ควินตันเดินอ้อมไปฝั่งคนขับทิ้งคนตัวเล็
“เหอะ ไม่ผิดอย่างที่ฉันคาดไว้” ควินตันชำเลืองมองกล่องกำมะหยี่สีแดงบนตักแก้มหวาน แค่นหัวเราะในลำคอซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ในนั้นคือสิ่งใด“คุณแม่ให้มาค่ะ” เธอบอกเสียงแผ่วเบา“แล้วทำไมไม่ปฏิเสธล่ะ เธอเองก็อยากได้ไม่ใช่เหรอ” ควินตันหันมองคนข้างกายสลับกับมองท้องถนนระหว่างขับรถกลับบ้าน“หวานปฏิเสธไปแล้วค่ะ แต่คุณแม่ไม่ยอม”“งั้นเหรอ” ถามราวไม่เชื่อคำอธิบายจากปากคนตัวเล็ก“เพื่อความสบายใจของคุณควินตัน งั้นหวานคืนให้คุณก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยื่นกล่องกำมะหยี่แก่เขาอย่างไม่ลังเล เธอไม่ปรารถนารับมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ฉะนั้นตัดปัญหาโดยการให้เขา“แน่ใจนะ”“ค่ะ” คนอย่างเธอคำไหนคำนั้น แม้จะเกิดมาจนแต่มารดามักสอนไม่ให้ทำตัวเป็นคนกลับกลอก อย่าหวังที่อยากจะได้ของคนอื่น“อย่าให้ฉันได้ยินว่าเธอฟ้องแม่ฉันล่ะ”“ไม่ต้องห่วงค่ะ หวานไม่ทำแบบนั้นหรอก”“ดี” ควินตันคว้ากล่องเครื่องเพชรมาวางบนตักแกร่ง จากนั้นสนใจขับรถต่อโดยไม่สนทนากับแก้มหวานอีกเลย กระทั่งรถแล่นเข้าจอดในรั้วบ้าน“พรุ่งนี้เช้าเตรียมอาหารให้ฉันก่อนไปทำงานด้วย” คนกำลังจะเปิดประตูลงจากรถหยุดชะงัก“คุณควินตันอยากทานอะไรเหรอคะ หวานจะได้ทำถูก” เธอมองคู่สนทนาอย่า







