Masukชัชวินทร์พาเด็กน้อยมาถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด พอสายน้ำเข้าห้องฉุกเฉินเขาก็ทรุดตัวนั่งลงใกล้ๆ กับดมิสาที่นั่งหมดแรงอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว“ชัชใจเย็นๆ นะ แกต้องไม่เป็นอะไร”“ไอ้สารเลวนั่น ถ้าสายน้ำเป็นอะไรไป ชัชไม่เอามันไว้แน่”“เขาได้รับผลกรรมของเขาแล้วละชัช”“เพื่อนของมิเป็นตำรวจเหรอ”“ค่ะ” แล้วเธอก็เล่าทุกอย่างให้เขาฟัง“ไอ้ชาติชั่วไม่สมควรที่จะเป็นพ่อคน มันเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานเสียอีก”“สายน้ำต้องไม่เป็นอะไร เชื่อมิสิ” เธอบีบมือของเขาอย่างให้กำลังใจ“ชัชขอโทษนะที่ตำหนิมิเสียงดัง”“มิไม่โกรธหรอก เพราะมิผิดจริงๆ ที่ปล่อยสายน้ำไว้คนเดียว ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ถ้าสายน้ำเป็นอะไรไป มิคงไม่ให้อภัยตัวเอง”“สายน้ำต้องไม่เป็นอะไร” เป็นเขาเองที่ต้องปลอบเธอแทน เพราะสีหน้าเป็นกังวลของเธอทำให้เขาต้องกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งดมิสาขยับร่างไปหาก่อนจะใช้ศีรษะซบไหล่กว้างของเขาเอาไว้ การรอคอยที่แสนยาวนานสิ้นสุดลงเมื่อคุณหมอบอกว่าเด็กชายตัวน้อยไม่เป็นอะไรแล้วชัชวินทร์ดึงร่างดมิสามากอดแนบอก ถอนหายใจอย่าง โล่งอกเด็กชายสายน้ำเข้ารับการรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เป็นอยู่โดยใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับ
ผิวเปลือยของเขาที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้เธออดใจไม่ไหวต้องแตะลิ้นลามเลียเบาๆ ชัชวินทร์ร้องครางเสียงแหบพร่า ยามปลายลิ้นร้อนชุ่มฉ่ำสัมผัสกับผิวเนื้อของเขา ความเป็นชายที่อยู่ในอุ้งมือนิ่มตื่นตัวและแข็งชันยามเธอไล้ไปมาไม่หยุดหย่อนปากของเธอขบเม้มเบาๆ จัดการลอกคราบเขาจนหมดสิ้น ดูเหมือนว่าเขากำลังสะท้านอย่างรอคอยดมิสาใจเย็นและค่อยๆ สัมผัสเขาจนถ้วนทั่ว ความรู้สึกของการสำรวจตรวจตราทำให้เธอใจสั่นระริกเมื่อจับต้องความเป็นชายมาเสียดสีอยู่กับความฉ่ำเยิ้มกลางกายร่างกายที่หลอมรวมประสานเข้าหาเป็นสัดส่วนเดียวกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นซาบซ่าน เนื้อกายอ่อนนุ่มเสียดสีรัดรึง เธอเห็นใบหน้าของคนใต้ร่าง เหยเก ซี๊ดปากเหมือนกินพริกเผ็ดๆ เข้าไปกำมือใหญ่ มือนิ่มของเธอกดลงบนหน้าท้องแกร่งของเขา ก่อนที่สะโพกผายจะค่อยๆ ขยับขับเคลื่อนอยู่บนเรือนกายแกร่งชัชวินทร์มองความอบอุ่นที่สวมครอบเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยไฟเสน่หา ร่างของเธอขยับขึ้นลงทำให้กายของเขารุกล้ำเข้าไปอย่างล้ำลึกมิดเม้นอุ้งมือใหญ่รวบสะโพกผายของเธอเอาไว้ก่อนจะคุมจังหวะรัก จับกดลงมาบนเรือนกายแข็งแกร่งที่กระแทกขึ้นไปจนทำเอาร่างน้อยสั่นคลอนไปตามแรงโยกร่างหน
“ตามสบายเลยจ้ะ ขอบคุณนะคะที่อยู่คุยกับเพื่อนของมิ”“ครับ” ชัชวินทร์รับคำเสียงขรึมก่อนจะเดินเข้าห้องทำงาน พอคล้อยหลังร่างสูงสง่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรไปแล้ว ดาหลาก็หลุดหัวเราะออกมา“แฟนเธอนี่ผีดิบหรือเปล่า”“บ้า!”“เป็นไง มั่นใจในตัวเขาหรือยังล่ะ ฉันยั่วสุดฤทธิ์แทบถอดผ้า สองตาเขายังไม่ชายตาแลเลย”“อืม...” ดมิสาอมยิ้มให้เพื่อนและญาติฝั่งมารดาของเธอดาหลาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน และเป็นญาติฝั่งมารดา หญิงสาวเป็นบุตรสาวคนเล็ก เจ้าของฟาร์มมุกที่ร่ำรวยที่สุดในจังหวัด หล่อนไม่ชอบทำฟาร์มมุกแต่อยากเป็นตำรวจตั้งแต่เด็ก สอบจนได้เข้าเรียนโรงเรียนตำรวจ จบออกมาบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจดั่งใจหมายจำได้ว่าเธอเจอกับดาหลาเมื่อหลายวันก่อนและเล่าเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับชัชวินทร์ให้ฟัง“เดี๋ยวฉันจะช่วยแกเอง” นั่นเป็นประโยคของดาหลาในวันนั้น ก่อนที่เพื่อนจะแกล้งไปเดินชนกับชัชวินทร์ รวมถึงกดโทร. หาเธอ จะได้ฟังเสียงสนทนากันด้วยว่าอยู่ลับหลัง เขาเป็นยังไงกับผู้หญิงคนอื่น แล้วยิ่งโดนอ่อยเขาจะทำยังไง"แล้วแกเป็นยังไงบ้าง คดีนายพัฒนพงศ์ไปถึงไหนแล้ว”“ใกล้แล้ว อีกไม่กี่วันจะรวบตัวมันเข้าคุก” พัฒนพงศ์หรือ
เธอโตแล้ว ดมิสาบอกตัวเองแบบนั้น เธอจะแต่งงานก่อนมีลูก หรือมีลูกก่อนแต่งงาน มันก็เป็นสิ่งที่เธอจะตกลงกับคนรักเพียงสองคน เหตุผลของเธออาจจะไม่ใช่เหตุผลของคนอื่นที่อาจจะสงสัยว่าทำไมต้องท้องก่อนจะแต่งงานกฎเกณฑ์ที่สร้างขึ้น ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติเสียทั้งหมด มนุษย์สร้างมันขึ้นมาและบอกว่าอันนี้ดี อันนี้ชั่ว กะเกณฑ์ให้คนอื่นทำตามใจตัวเอง“มีลูกสักหลายๆ คน แต่งงานกันท่ามกลางลูกๆ มีความสุขจะตายไป”“นี่ความฝันของที่รักเหรอ” เธอยิ้มขำเขา“ครับ”“ความฝันของมิก็อยากแต่งงานที่ชายหาดสวยๆ ในงานมีญาติสนิทและเพื่อนที่เรารักก็พอ มิไม่ต้องการงานแต่งงานใหญ่โต แต่ต้องการผู้ชายที่รักมิจริง” เธอกุมแก้มของเขาเอาไว้ ชัชวินทร์วางมือกับหลังมือนุ่มของเธอก่อนจะบดจูบปากน้อยแสนหวานแล้วร่างกายท่อนล่างก็ขยับเบาๆ เข้าจังหวะ“อ๊า...” ดมิสาร้องครางด้วยความเสียวซ่าน เธอหยัดสะโพกรับการโจนจ้วงของเขา แท่งร้อนเสียดสีเข้ามาในความชุ่มฉ่ำสะโพกสอบของเขาขยับขึ้นลง เนินสาวตอดรัดโอบอุ้มความแข็งแกร่งที่สอดประสานเข้าหาทุกทิศทาง มือหนาสอดแทรกเข้าไปในอุ้งมือนิ่ม กดแนบไปกับพื้นเตียงแล้วห่มสะโพกเข้าหาเตียงกว้างไหวยวบเสียดสีเลื่อนลั่น เสีย
“แกน่าสงสารนะคะ เป็นโรคร้ายแรงขนาดนี้แต่ก็ยังยืนหยันมาได้”“อาจเพราะแกยังเด็ก ไม่รู้หรอกว่าโรคร้ายแรงที่เป็นน่ะน่ากลัวแค่ไหน ในขณะที่เราเป็นผู้ใหญ่กลับกลัวแทนแกเสียเอง” ชัชวินทร์บอกเธอหลังจากที่ส่งลูกชายเข้านอนเรียบร้อยแล้ว“ชัชสอนให้เขาเข้มแข็ง การเจ็บป่วยคือสิ่งที่เราไม่สามารถฝืนได้ ถ้ามันจะป่วยก็คงต้องป่วย แต่ใจเราต้องสู้ก็เอาชนะทุกอย่างได้แล้ว”“มิเคยคิดว่าโรคนี้รักษาไม่หายเสียอีก” เธอบอกเขาหลังจากเดินออกมานั่งชมวิวที่ระเบียง กิจกรรมที่เขากับเธอทำร่วมกันคือนั่งดูดาวและนั่งคุยกัน มีหลายเรื่องมากๆ ที่ทั้งสองกลับมานั่งคุยกันอีกครั้งด้วยความรู้สึกขำๆ เรื่องในอดีตมีหลายอย่างให้จดจำไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาชอบแกล้งเธอ หรือรวบรัดจับเธอเป็นแฟนก็ตามที“ชัชก็เคยคิด แต่คุณหมอบอกว่ามันสามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ก็ต้องดูว่าแกจะตอบสนองต่อการรักษาได้มากน้อยแค่ไหน” คุณหมอเจ้าของไข้บอกเขาว่า มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่นชนิดโครโมโซมที่ผิดปกติใน ไขกระดูก ภาวะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยแต่ละราย เขาจึงพยายามดูแลสายน้ำให้ดี ให้กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอและไม่ทำอะไรเสี่ยงๆ ที่จะทำใ
“น่ารักแบบนี้ต้องให้รางวัลเสียหน่อย” เธอไล้อกกว้างของเขา เลื่อนลูบมาที่กระดุมเสื้อแล้วช้อนสายตาขึ้นมอง“พี่พัฒน์รู้ไหมคะว่ารางวัลของดาน่ะต้องให้สมน้ำสมเนื้อนะคะ” สายตาของเธอยั่วเย้า ลิ้นเล็กๆ สีชมพูที่เลียไปเบาๆ รอบๆ ริมฝีปากทำให้พัฒนพงศ์ครางเบาๆ ด้วยความหิวกระหาย“รู้สิ เพราะพี่ก็จะจัดให้สมน้ำสมเนื้อ ไม่ให้ดาต้องผิดหวังแน่ๆ” เขาละห่างจากเธอ ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางคือที่พักของเขา ความพิศวาสร้อนแรงกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แค่คิดเขาก็รู้สึกหิวโหยเรือนห่างหอมกรุ่นนี้อย่างบอกไม่ถูกในขณะที่ดาหลายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ โดยที่พัฒนพงศ์ไม่ทันได้เห็นหลายวันต่อมา...“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” ดาหลาเอ่ยขอโทษเมื่อเดินชนเข้ากับชัชวินทร์ ชายหนุ่มกำลังอุ้มลูกชายตัวน้อยอยู่ เขายื่นมือข้างหนึ่งมาช่วยดึงเธอขึ้นเพราะเธอหกล้ม“เป็นยังไงบ้างครับ” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสำเร็จตรวจตรา เขากลัวเธอได้รับบาดเจ็บ“ดาหลาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ดาหลายื่นมือมาให้ชายหนุ่มตรงหน้า ชัชวินทร์มองมือของเธอก่อนจะยื่นไปสัมผัสเบาๆ ผู้หญิงตรงหน้าเป็นหญิงสาวตาคมผมย
“รัดเข็มขัดด้วย” เขาเขยิบเข้ามาใกล้ จัดการรัดเข็มขัดให้เธอ ใบหน้าที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจที่ปะทะกับพวงแก้มสาวทำเอาดมิสาแก้มแดงปลั่ง“ตื่นเต้นเหรอ”“ค่ะ”“พ่อแม่ใจดี รับรองได้”“เอ่อ... ค่ะ”“ที่รัก”“คะ”“รัก” อ๊าย... บ้าเหรอ จู่ๆ มาบอกรัก“ซะเมื่อไหร่”“คนบ้า”“อ้าว... อยากให้บอกรักเหรอ”“ไม่อ
หรือเธอจะสั่งแกล้งเขา“กินไม่หมด โดนทำโทษนะ”“มีปัญญาจ่าย ก็มีปัญญากิน”“สั่งยังกับช้างตกมัน” เขาแหย่“บ้า!” “ล้อเล่น กินเถอะ ถ้ายังไม่อิ่มสั่งมาอีกก็ได้นะ”“งั้นขอเมนูอีกนะคะ”“พอก่อนเถอะ” เขารีบปรามไม่ได้เสียดายเงินเลย แต่กลัวเธอจะท้องแตกตายเสียก่อน“ไหนบอกสั่งได้เต็มที่ไง”“กินที่สั่งให้หมดก่อน
“จู่ๆ ที่รักก็พามิไปบ้าน พ่อกับแม่ที่รักจะว่ายังไง” ดมิสาอยากจะกัดลิ้นตัวเองนักที่ต้องเรียกเขาว่าที่รักโอ๊ย! มันมุ้งมิ้งไม่สมกับความหล่อล้ำของเขาเลยใช่! ชัชวินทร์หล่อล้ำน่าปล้ำ แต่เธอไม่เคยคิดกับเขาเกินเพื่อน เธอชอบมนัสวีต่างหากล่ะ เมื่อก่อนเธอเคยคิดว่าชัชวินทร์ชอบพลอยใสเสียอีก แต่เหตุกลับตาลปัตร
“ใครไปชวนกัน” เขาชอบหาว่าเธอชวน เขานั่นแหละ ไอ้คนลามก เธอไม่เคยชวนเขาทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นเสียหน่อยเธอร้องประท้วงตลอดเวลา เขาจับเธออาบน้ำเหมือนเด็กๆ ที่ร้ายไปกว่านั้นลูบไล้ จับโน่นจับนี่ให้วุ่นวายไปหมด ประท้วงจนเหนื่อยก็สู้แรงคนขี้แกล้งไม่ไหว ก่อนจะโดนเขาพาออกมาจากห้องน้ำ“ไหนบอกว่าจะกินข้าวไง” เธอสะ







