LOGINเมื่อศัลยแพทย์หนุ่มมาดนิ่งอย่าง ‘ณณณ’ กลับมาทวงสัญญาที่เธอมัดจำไว้ด้วยบุญคุณในอดีต หญิงสาวสู้ชีวิตอย่าง ‘น้ำขิง’ จึงต้องจำยอมจดทะเบียนสมรสกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งใกล้ชิด เสน่ห์อันร้ายกาจของเขาก็ยิ่งทำให้หัวใจเธอสั่นคลอน ทว่าภายใต้ความแสนดีที่เขาปรนเปรอให้ กลับมีความลับล้ำลึกที่เขาซ่อนไว้ แผนการที่เขาเตรียมไว้เพื่อล่อลูกแมวให้ติดกับนั้นลึกล้ำกว่าที่เธอคาดคิด! นี่คือความบังเอิญ หรือเป็นหมากที่เขาเดินไว้เพื่อครอบครองเธอเพียงคนเดียว? และเมื่อ "ความลับ" ในแผงยาถูกเปิดเผย... เธอจะจัดการกับสามีเจ้าแผนการคนนี้อย่างไร? "พี่บอกแล้วไงน้ำขิง... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ไม่มีทางปล่อยเราไปเด็ดขาด"
View Moreเสียงกดโทรศัพท์ดังขึ้น จากนั้นเสียงรอสายก็ดังตามมา รอไม่นานปลายสายก็กดรับ นัยนายกมือถือขึ้นแนบหู ใบหน้าบึ้งตึงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด“ฮัลโหล มีอะไรหรือแป้น” ปรางทิพย์รับสาย น้ำเสียงเรียบเย็น“พี่ปราง เด็กสาวที่พี่เคยรับเลี้ยง ชื่ออะไรนะ” เสียงของนัยนาเร่งร้อนขึ้นผิดปกติ แฝงด้วยเลศนัยบางอย่างปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ปรางทิพย์ขมวดคิ้ว จับความไม่ชอบมาพากลได้จากน้ำเสียงของนัยนา ปกติแล้วลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนี้ ไม่ค่อยโทรมาหา หรือโทรมารบกวน หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ“ถามถึงทำไม”“วันนี้ที่แผนกฉัน มีนักศึกษาฝึกงานมาใหม่ ฉันคุ้นหน้ามาก เลยอยากถามให้แน่ใจก่อน”แม้นัยนาจะไม่เคยเข้าไปในเขตรั้วบ้านของตระกูลเพทาพิทักษ์ เพราะปรางทิพย์ไม่ชอบให้คนในครอบครัวไปรบกวนสามีของตนเอง แต่เธอก็เคยเห็นเด็กคนนี้ไกล ๆ ครั้งสองครั้ง ผ่านงานเลี้ยงที่ปรางทิพย์จัดข้างนอกบ้างมือที่กำโทรศัพท์ของปรางทิพย์แน่นขึ้น หัวใจเต้นแรงอย่างไม่รู้ตัว หรือว่านี่คือเหตุผลที่ลูกชายของเธอไม่ยอมทำงานที่โรงพยาบาลของครอบครัว แล้วยอมลำบากลำบนแยกตัวไปสร้างโรงพยาบาลใหม่“เด็กคนนั้น... ใช่
“คิวที่ 324 เชิญที่ห้องตรวจสามค่ะ” เสียงของ เปรสินี พยาบาลผู้ช่วยดังขึ้นเรียกผู้ป่วยตามลำดับ ท่ามกลางความจอแจในแผนกตรวจผู้ป่วยนอกยิ่งเป็นวันที่นายแพทย์ณณณ เพทาพิทักษ์ ออกตรวจด้วยแล้วละก็...คนไข้ยิ่งล้นหลามกว่าปกติ ทั้งคนที่มีนัด และวอล์กอินมาโดยไม่มีนัดล่วงหน้า ไม่ใช่แค่เพราะเขาเป็นศัลยแพทย์มือดี ที่ขึ้นชื่อเรื่องผ่าตัดสำเร็จสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโรงพยาบาลแต่… เพียงแค่รูปลักษณ์ของเขาที่หล่อเหลาเกินดารา ก็ทำให้สาว ๆ อยากบินเข้าหาไม่ขาดสาย ไหนจะนามสกุล ‘เพทาพิทักษ์’ ที่เป็นเหมือนโลโก้ทองคำ ประกาศฐานะความร่ำรวยและอำนาจล้นฟ้าอีกเปรสินีหันไปมองคิวถัดไป ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะพยายามเก็บสีหน้ากลับอย่างรวดเร็วกิตติยา พรพิรักษ์... นางเอกละครชื่อดังแม้จะสวมหมวกแก๊ปและหน้ากากอนามัยมิดชิด แต่แววตากลมหวาน กับท่วงท่าเปี่ยมเสน่ห์นั้น ยากจะปิดบังได้ ทำให้เปรสินีจดจำได้ทันที ว่าเป็นนางเอกค่าตัวแพงที่กำลังมาแรงในตอนนี้กิตติยายืนพยุงชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ เดินเข้ามาใกล้ พยาบาลสาวสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามเก็บอาการตื่นเต้นไ
ตรัสสาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องประชุมของแผนกเภสัชกรรมผู้ป่วยใน ดวงตากลมโตไล่มองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว วันนี้เป็นวันแรกของการฝึกงานที่นี่ แต่จากบรรยากาศตึงเครียดที่เห็นแล้วก็รู้ได้ทันที... ว่าอีกสองเดือนต่อจากนี้คงจะไม่ง่ายสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ร่างบอบบางของนักศึกษาฝึกงาน ทุกคนในห้องเงียบกริบ ไม่มีคำทักทาย ไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงความเย็นชา เหยียดหยาม และความไม่เป็นมิตรที่แผ่กระจายอยู่ทั่วห้องหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “สวัสดีค่ะ ดิฉันตรัสสา หรือเรียกน้ำขิงก็ได้ค่ะ นักศึกษาเภสัชศาสตร์ปีที่หก ขอฝากตัวด้วยนะคะ”มือเล็กยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดนัยนา หัวหน้าแผนกเภสัชกรรมผู้ป่วยใน วัยห้าสิบปี กวาดตามองหญิงสาวที่พึ่งเข้ามาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ริมฝีปากเหยียดยิ้มเสี้ยววินาที“หืม… เธออยากฝึกงานที่นี่จริงหรือเปล่า ทำไมถึงได้มาสายตั้งแต่วันแรกแบบนี้!”ตรัสสาสะดุ้งเล็กน้อย กับเสียงกึ่งตวาดนั้น เธอยกข้อมือดูเวลาสายไปห้านาที… แต่จะกี่นาทีก็เรียกว่าสาย เธอรู้ตัวว่าตนเองผิด ก็ยกมือไหว้ขอโทษแ
เธอจำทุกอย่างได้แล้ว...ตอนนั้นที่เธอก้าวออกจากรั้วบ้านเพทาพิทักษ์ ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายด้วยซ้ำ เด็กผู้หญิงอายุสิบเจ็ดที่ไม่มีใครเหลืออยู่ข้าง ๆ แม่ผู้ให้กำเนิดก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย พ่อผู้ให้กำเนิดเป็นใครก็ไม่รู้ ยายที่เป็นญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวก็ตายลงเงินเก็บติดตัวมีเพียงไม่กี่พันบาท ต้องเลือกพักโรงแรมราคาถูกที่สุดแสนจะน่ากลัวเพื่อตั้งหลัก ตอนนั้นเธอเคว้งคว้างสิ้นดี จนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อด้วยซ้ำแต่ไม่ทันข้ามคืน... ก็มีสายจากเจ้าหน้าที่ห้องธุรการของโรงเรียนที่เธอเคยไปช่วยงาน โทรมาแจ้งว่าเธอได้รับทุนเรียนฟรี แลกกับการทำงานเสียงกระจายสายในตอนเช้า และต้องช่วยงานโรงเรียนอีกสารพัดแบบ แล้วแต่โรงเรียนจะใช้มอบหมาย ทั้งยังอนุญาตให้อยู่หอพักอาจารย์หลังโรงเรียนได้ตอนนั้น… เธอคิดว่ามันคือปาฏิหาริย์ตอนสอบติดมหาวิทยาลัยก็เหมือนกัน อยู่ ๆ ก็มีคอนโดราคาถูกเกินจริงมาวางตรงหน้า ตอนที่ล้มหมดสติหน้าคอนโด ก็มีคนพาไปส่งโรงพยาบาลทันทีทุกครั้งที่ปัญหาเกิดขึ้น… แล้วคลี่คลายลงได้อย่างง่ายดายเธอคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะโชคช่วยแต่เปล่าเลย…
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมา
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล