LOGINเมื่อศัลยแพทย์หนุ่มมาดนิ่งอย่าง ‘ณณณ’ กลับมาทวงสัญญาที่เธอมัดจำไว้ด้วยบุญคุณในอดีต หญิงสาวสู้ชีวิตอย่าง ‘น้ำขิง’ จึงต้องจำยอมจดทะเบียนสมรสกับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งใกล้ชิด เสน่ห์อันร้ายกาจของเขาก็ยิ่งทำให้หัวใจเธอสั่นคลอน ทว่าภายใต้ความแสนดีที่เขาปรนเปรอให้ กลับมีความลับล้ำลึกที่เขาซ่อนไว้ แผนการที่เขาเตรียมไว้เพื่อล่อลูกแมวให้ติดกับนั้นลึกล้ำกว่าที่เธอคาดคิด! นี่คือความบังเอิญ หรือเป็นหมากที่เขาเดินไว้เพื่อครอบครองเธอเพียงคนเดียว? และเมื่อ "ความลับ" ในแผงยาถูกเปิดเผย... เธอจะจัดการกับสามีเจ้าแผนการคนนี้อย่างไร? "พี่บอกแล้วไงน้ำขิง... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ไม่มีทางปล่อยเราไปเด็ดขาด"
View Moreเสียงเพลงอึกทึกในร้านอาหารกึ่งผับบีบให้ทุกบทสนทนาต้องกลายเป็นเสียงตะโกนหรือกระซิบชิดใบหู ในมุมลึกสุดของร้าน ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตร นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหนื่อยล้าเต็มทน
ใบหน้าของเขาคมเข้มโดดเด่นราวกับลูกรักของสวรรค์ ไล่ตั้งแต่ดวงตาคมจัด จมูกโด่งเป็นสัน จนถึงริมฝีปากหยักได้รูปที่แสนเย้ายวน ความหล่อเหลาที่ทำให้ใครต่อใครต้องเหลียวหลัง แต่ยามนี้ความหล่อเล่านั้นกลับเหลือเพียงเปลือกนอก เพราะด้านในเต็มไปด้วยความอ่อนล้า ณณณเหม่อมองแสงไฟหลากสีบนเพดาน พยายามประคองสติที่เริ่มปลิวหายไปตามฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังสำแดงเดช จนเขาต้องสบถด่าในใจ ใครมันสั่งสอนให้ดื่มหนักทันทีหลังสอบเสร็จวะ คนไม่ได้นอนมาทั้งคืนอย่างกู เมาง่ายชิบหาย! คืนนี้เป็นงานเลี้ยงฉลองจบหลักสูตรแพทย์ รุ่นของเขาถือเป็นตำนานของคณะในรอบยี่สิบปี เพราะไม่มีใครถูกรีไทร์หรือซิ่วออก ทุกคนเริ่มเดินพร้อมกันและจบลงที่เส้นชัยพร้อมกันอย่างสมบูรณ์แบบ “ไอ้นนท์ หมดแก้ว!” เสียงลากยาวของปัธนัย เพื่อนสนิทร่วมรุ่นดังขัดจังหวะความคิด พร้อมกับแก้วเหล้าที่ยื่นมาจ่อตรงหน้า ดวงตาคมเหลือบมองแก้วนั้นด้วยความระอา “ไอ้เอก จะให้กูกรอกลงไปอีกเหรอ ถ้าอีกเพียงแก้วเดียว กูได้ขย้อนทุกอย่างออกมาแน่” ปัธนัยหัวเราะร่า ไม่คิดจะฟังคำท้วงติง ซ้ำยังผลักแก้วให้ชิดเข้าไปอีก “หึหึ... มึงไม่เคยได้ยินเหรอ อ้วกไม่นับ หลับเป็นแพ้!” “กูจะไปห้องน้ำ แก้วนี้มึงจัดการเองเถอะ” ณณณตอบห้วนๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าจากเก้าอี้เตรียมลุกหนี “หยุดเลยครับเพื่อนรัก” เสียงของศรุตโผล่มาดักคอไว้ทันควัน ไอ้หมอนี่รู้ทันเขาทุกแผนการ แถมยังมือไวพอจะคว้ากระเป๋าไปจากบ่าเขาได้ทันที “มึงนี่เจ้าเล่ห์นักนะ คิดจะหนีกลับบ้านล่ะสิ เอากระเป๋าทิ้งไว้ที่นี่ก่อนเลย” ณณณยักไหล่แบบไม่แคร์ “เอาไปเถอะครับ ไอ้คุณก้อง” กูก็ไม่ได้ต้องการมันอยู่แล้ว โทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์อยู่ในกระเป๋ากางเกงหมดละ… เขาต่อประโยคในใจอย่างผู้ชนะ สองขายาวก้าวฉับ ๆ ออกจากโต๊ะ ตรงไปทางหน้าร้าน โชคดีที่ห้องน้ำตั้งอยู่ใกล้ประตูทางออก ไม่งั้นเขาคงต้องเสียเวลาเถียงกับไอ้พวกเพื่อนเวรอีกยกใหญ่ ระหว่างเดิน มือเรียวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความหาคนที่เขาอยากเจอมากที่สุดในคืนนี้ ‘อีกสามสิบนาทีถึงบ้าน อย่าพึ่งนอน รอเปิดประตูให้พี่หน่อย’ เมื่อกดส่งสำเร็จ ณณณก็เงยหน้ามองท้องฟ้าสีหมึกที่ถูกฉาบทับด้วยแสงไฟจากตึกสูงรอบกาย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหวังให้ลมเย็นช่วยขับไล่ความมึนเมา ไม่งั้นเขาคงหลับคารถจนกลับไม่ถึงบ้านแน่ ในจังหวะนั้น แท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดส่งผู้โดยสารหน้าร้านพอดี ชายหนุ่มไม่รอช้า รีบยกมือเรียกทันที “ไปซอย... ครับ” ติ๊งงง! เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องนอน ร่างบางที่กำลังนั่งทบทวนบทเรียนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตสีน้ำตาลทองเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างลังเล ใจหนึ่งก็อยากรู้ว่าใครส่งอะไรมา แต่อีกใจก็กลัวว่าพอแตะหน้าจอแล้วจะหลุดเข้าไถโซเชียลยาวจนไม่อ่านหนังสือต่อ “ไม่แตะแกหรอก อย่ามายั่วกันเสียให้ยาก เจ้ามารผจญ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง พลางสะบัดหน้าหนีกลับไปลุยโจทย์ฟิสิกส์ตรงหน้าต่อ ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง! เสียงเดิมดังซ้ำราวกับจะกระซิบหลอกหลอนอยู่ข้างหู หยิบฉันขึ้นมาสิ... หยิบขึ้นมา... ในที่สุดความตั้งใจก็สั่นคลอน “ใครส่งข้อความมาตอนห้าทุ่มกันนะ...” สุดท้ายเด็กสาวก็พ่ายแพ้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างจำนน... เพียงแค่เห็นชื่อคนส่ง รอยยิ้มก็แต้มเต็มใบหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว วันนี้พี่นนท์กลับบ้าน... ร่างเล็กทิ้งทุกอย่างแล้วลุกพรวด วิ่งปราดไปที่ห้องน้ำ สำรวจใบหน้าตัวเองในกระจกทันที “งื้อ... หน้าโทรมไหมเนี่ย อ่านหนังสือดึกติดต่อกันหลายคืนแล้วด้วย” ตรัสสามือไม้สั่นขณะสางผมลวก ๆ ความตื่นเต้นทำให้เธอลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ตัวเองสวมชุดนอนตัวโคร่ง และโจทย์ฟิสิกส์ที่ทำค้างไว้ก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเรียบร้อยแล้ว ยี่สิบนาทีต่อมา... สายเรียกเข้าจากชื่อที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น “น้ำขิง... พี่... อยู่ที่รั้ว... เข้า... ไม่ไหวแล้ว...” เสียงทุ้มยานคางขาด ๆ หาย ๆ ดังลอดออกมา “คุณนนท์!” เธอคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนแล้ววิ่งออกจากห้องทันที คฤหาสน์หลังใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดสี่ไร่เศษ ถึงจะสั่งเปิดรั้วจากรีโมตในบ้านได้ แต่แค่เขาบอกว่า ‘เข้าไม่ไหว’ เธอก็พาตัวเองออกมาแล้ว ขนาดคนที่มีสติครบถ้วนอย่างเธอ การเดินจากตัวบ้านมาถึงประตูรั้วยังทำเอาหอบ “แฮ่ก… แฮ่ก… ทำไมมันไกลขนาดนี้เนี่ย” พอวิ่งมาถึงหน้าประตูรั้ว เธอแทบจะลมจับ ภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มในชุดเชิ้ตขาวที่หลุดลุ่ย นั่งพิงกำแพงหมดสภาพ ร่างสูงใหญ่ไม่เหลือเค้าว่าที่คุณหมอผู้เพียบพร้อมแม้แต่นิด อยากถ่ายรูปเก็บไว้จริง ๆ เสียดายดันลืมวางโทรศัพท์ไว้ในห้อง... “คุณนนท์ ทำไมไม่ให้แท็กซี่เข้าไปส่งข้างในล่ะคะ แล้วทำไมเมาเหมือนหมาขนาดนี้” “หมาที่ไหนหล่อขนาดนี้... บอกให้เรียก... เพ่” เสียงทุ้มแหบโต้กลับ แถมยังตวัดสายตามองค้อน ที่บอกชัดว่าเจ้าตัวไม่พอใจ และเธอก็ไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจที่เธอด่าเขาว่าเมาเหมือนหมา หรือที่เรียกเขาว่าคุณนนท์กันแน่ แต่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างแรก กองอยู่กับพื้นขนาดนี้ ไม่เหมือนหมาแล้วจะเหมือนอะไรได้อีก เฮ้อ!! “โอ้โห… คุณนนท์เมาขนาดนี้ยังห่วงเรื่องนี้อีกเหรอ” เธอบ่นเบา ๆ แต่เจ้าตัวดันหูดีเกินไป “ได้…ยิน… บอกให้เรียกเพ่ เรียกเพ่” แม้ณณณจะอนุญาตให้เธอเรียกพี่ได้เต็มปาก แต่เธอก็เลือกที่จะเรียกขานเพียงในใจ สถานะที่ได้รับมาทำให้เธอต้องเตือนตนให้เจียมตัวเสมอ แต่บางครั้งความหน้ามึนของเขาก็ทำให้เธออยากแกล้งลืมตัว แล้วหวดก้นเขาสักป๊าบ! ตรัสสาถอนหายใจ เลิกเถียงก็ได้วะ สองแขนเล็กพยายามพยุงร่างสูงให้ลุก แต่แรงเธอเทียบเขาไม่ได้เลย น้ำหนักตัวเหมือนเพิ่มขึ้นนับสิบกิโลยามเมา เล่นเอาเกือบล้มคว่ำไปข้างหน้าทั้งคู่ “คุณนนท์ ยืนด้วยขาตัวเองหน่อยสิคะ น้ำขิงไม่ไหวแล้วนะ” เสียงหวานตวาดแหว “ไม่งั้นจะเรียกลุงปองมาช่วยลากแล้วนะ!” “ไม่ต้อง” ณณณรีบตอบ ทั้งยังแกล้งเซนิด ๆ ความจริงเขาเริ่มสร่างตั้งแต่ตอนนั่งรถแล้ว แต่โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับร่างเล็กนั้นมีไม่บ่อยนัก เลยต้องขอตักตวงไว้เสียหน่อย “แกล้งเมาใช่ไหมเนี้ย…” ตากลมโตหรี่ลงจับผิด แต่พอเห็นผิวขาว ๆ ของเขา ขึ้นสีแดงจัดกับดวงตาที่ปรือปรอยแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ เธอก็ยอมปล่อยผ่าน “ไปค่ะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงกัดน้ำขิงเป็นรอยหมด”“คุณฉีดยาอะไรเข้าไป” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน บ่งบอกว่าผู้พูดกำลังหัวเสียไม่น้อย ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน“จะรอให้นังเด็กนี่มันแหกปากร้องให้คนอื่นได้ยินหรือไง” เสียงหวานใสกระซิบตอบเครียด“แล้วจะฟื้นเมื่อไหร่”“สองถึงสามชั่วโมงก็น่าจะฟื้นแล้ว รีบพาหล่อนออกไป แล้วอย่าปล่อยให้กลับออกมาได้อีก”“หึ... ภาวนาให้ผู้อำนวยการของคุณตามนังนี่ไม่เจอเถอะ”อีกฟากหนึ่งที่ห้องยา...แม้จะมั่นใจเต็มร้อยว่าแผนที่วางไว้ต้องสำเร็จ แต่เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นัยนาก็อดรู้สึกกระสับกระส่ายไม่ได้ ร่างอวบเดินวนไปมาอยู่กลางห้องยา จนเรียกสายตาจากหลายคู่ให้เผลอเหลือบมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากถามร่างท้วมได้แต่ภาวนาให้ชายคนนั้นไม่ทำพลาด เพราะถ้าเรื่องดันโป๊ะแตก หลานชายคนเก่งของเธอไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่ ๆ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยพอสมควรแล้ว เธอก็ทำทีเป็นชะเง้อมองประตูหน้าห้องยาอย่างคนที่กำลังรอใครบางคน“ไปนานเกินไปแล้ว… แอบไปอู้งานอยู่ที่ไหนหรือเปล่านะ”เสียงบ่นลอดริมฝีปากในจังหวะที่ยกข้อมืออวบขึ้นดูเวลา ตาก็แสร้งเหลื
เวลาหนึ่งทุ่มตรง ห้องยาใหญ่ของโรงพยาบาลยังไม่วายคลาคล่ำไปด้วยเสียงจัดยา เภสัชกรประจำแผนกเกือบสิบชีวิตยังนั่งประจำตำแหน่งกันอย่างแข็งขันนับรวมหญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็แอบลงมติกันลับหลังแล้วว่า 'สวยกว่านางเอกเบอร์หนึ่ง' กับ 'ปากแจ๋วระดับท็อป' อย่างภรรยาตัวน้อยของท่านผู้อำนวยการหนุ่มหล่อ ที่ปะทะกับแม่สามีและนางเอกเบอร์หนึ่งไปเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้ยังคงก้มหน้าคัดแยกยามือเป็นระวิง แม้จะหมดเวรเช้ามาแล้วก็ตามวันนี้เธอไม่ควรจะต้องนั่งตรงนี้ด้วยซ้ำ แต่เพราะคุณหัวหน้าที่รัก… สั่งให้สลับเวรกับเจ้าหน้าที่อีกคน ด้วยเหตุผลว่า 'อีกฝ่ายต้องพาลูกไปหาหมอ'“น้ำขิง”ตรัสสาขนลุกซู่ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อแบบปกติจากคนที่ไม่น่าจะยอมเรียกชื่อเธอดี ๆ ได้ มือเล็กไม่ได้หยุดทำงาน เพียงแค่ปรายตามองไปที่คนพูดเล็กน้อยนึกถึงผี ผีก็มา คริคริ“มีอะไรให้รับใช้คะ ท่านหัวหน้า”หญิงวัยห้าสิบที่แต่งตัวด้วยชุดตัวในสีสันจัดจ้าน คลุมทับด้วยกราวน์สั้น ยืนกอดอก ส่งยิ้มแปลก ๆ มาให้ ไม่นำพาต่อน้ำเสียงยียวนกวนประสาทที่อีกฝ่ายจงใจพูดใส่จู่ ๆ ตรัสสาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
... ไม่เหมือนยัยเด็กแสบ ปากกล้าเสียไม่มี เถียงคำไม่ตกฟากไม่นานทั้งหมดก็มาหยุดอยู่หน้าห้องยา ห้องยานี้เรียกกันติดปากในโรงพยาบาลว่า ‘ห้องยาใหญ่’ เพราะเป็นแผนกที่มีเภสัชกรปฏิบัติงานมากที่สุด เพื่อรองรับผู้ป่วยในจากหลายวอร์ดก๊อก ก๊อก ก๊อก...เสียงเคาะกระจกหน้าช่องรับยาดังขึ้น ตรัสสาที่กำลังจัดยาอยู่ด้านในเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นเจ้าหน้าที่ในชุดยูนิฟอร์มโรงพยาบาล เธอก็รีบเดินมาเลื่อนกระจกเปิดออก“สวัสดีค่ะ ต้องการติดต่ออะไรคะ”“สวัสดีค่ะ พี่พาผู้บริจาคเงินมาเดินชมโรงพยาบาลน่ะค่ะ” เจ้าหน้าที่การเงินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนหลบให้เห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นแขกที่มาเยี่ยมชมในระยะสายตา ดวงตากลมโตของตรัสสาเบิกกว้างในเสี้ยววินาที รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้า เธอปิดหน้าต่างช่องทางสำหรับติดต่อ แล้วเดินออกมาที่หน้าห้องยาด้วยตนเอง“สวัสดีค่ะคุณแม่” ตรัสสาทักทายผู้บริจาคหน้าคุ้นด้วยน้ำเสียงหวานจัดใบหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งวันนี้ถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง มองเลยไปที่หญิงสาวที่ตามติดแม่สามีมา ก่อนจะเลื่อนสายตากลับคล้ายเป็นมองไม่เห็น แต่ในสมองหมุนแล่น คิด
ครึ่งชั่วโมงถัดมา เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอีกครั้ง“เชิญครับ” เสียงทุ้มเรียบขานอนุญาตโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่อ่านอยู่ในมือประตูเปิดออกช้า ๆ ชายหนุ่มทำเพียงแค่เหลือบตาขึ้นมองผ่านกรอบแว่นเพียงแว่บเดียว ตามด้วยเสียงถอนหายใจที่แสดงออกถึงอาการเหนื่อยใจลึก ๆ ไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนเข้าหาใครกันแน่ ระหว่างแม่ของเขา หรือกิตติยานางเอกเบอร์ต้นที่มองดูแบบไม่ผ่านสมองให้ต้องเหนื่อยกลั่นกรอง ก็รู้ว่าอยากจะได้บทลูกสะใภ้ตระกูลเพทาพิทักษ์เต็มประดาแต่ก็ต้องถามเขาก่อน... ว่าเขาจะ ‘เอา’ ไหม!คนที่เดินนำเข้ามาก่อนคือบุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในช่วงเวลานี้ มารดาบังเกิดเกล้าตามหลังมาคือหญิงสาวในชุดเดรสเรียบหรูสีฟ้าอ่อนราคาแพง ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน เพราะเจ้าตัวต้องการให้ลุคของตัวเองในวันนี้แลดูประหนึ่งนางฟ้านางสวรรค์ผู้มีใจโอบอ้อมอารี สะโพกกลมมนพลิ้วไหวตามจังหวะ รองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นอย่างมั่นใจ มีผู้จัดการสาวร่างอวบเกาะชายกระโปรงตามมาติด ๆใบหน้าสวยคลี่ยิ้มละมุนถูกจัดไว้อย่างพอเหมาะพอดี ให้ดูอ่อนโยน และน่าทะนุถนอมให้มากที่สุด แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับช
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมา
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง