Home / โรแมนติก / เล่ห์เงาทราย / บทที่ 1 ใครว่าชีวิตต้องสวยหรู

Share

เล่ห์เงาทราย
เล่ห์เงาทราย
Author: เรืองรัสมิ์

บทที่ 1 ใครว่าชีวิตต้องสวยหรู

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-04 14:45:05

เสียงแก้วตกกระทบพื้นแตกกระจาย เสียงโหวกเวกโวยวายของคนขี้เมา เสียงก่นด่าทอที่หยาบที่สุดเท่าที่จะถูกขุดมาด่าได้ 

และเสียงร้องสะอื้นที่ทำให้หัวใจแตกสลาย เสียงเหล่านี้เป็นเสียง ปกติ ของบ้านไม้หลังหนึ่งในชุมชนเล็กๆ ที่อยู่ในต่างจังหวัด ร่างบางของ อัญชัน เดินหลบเศษแก้วบนพื้นอย่างระมัดระวังเลี่ยงเข้าไปยังห้องนอนของตนเองที่เป็นพื้นที่เซฟโซนที่สุดสำหรับเธอแล้ว

"มึงจะไปไหน!!!นังลูกไม่รักดี!!!กูบอกว่าให้มึงเอาเงินมา!!!"

 เสียงโวกเวกของชายชราวัยกลางคนตะโกนไล่หลังเธอที่หายลับเข้าไปในห้อง

"นังสารเลว!!!มึงกล้าเมินกูอย่างนั้นเหรอ!!!" 

เขาสบถพลางจับขวดแก้วเขวี้ยงใส่ประตูไม้ที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการถูกทำลาย หากประตูบานนี้ไม่ได้ทำขึ้นมาจากไม้สักที่แข็งแรงปานนี้ชีวิตน้อยๆ ของหญืงสาวคงจะไม่ได้อยู่หายใจเั่งเช่นทุกวันนี้หรอก

" ก็ไห้ไปแล้วไง!!จะกินอะไรนักหนากันวะ!!!งานการก็ไม่ทำ!!"

 เสียงของหญิงสาวตะโกนสวนออกมาอย่างเหลืออด เหมือนจะได้ผลเสียงโวกเวกของผู้เป็นพ่อของอัญชันเงียบลงไปเสียที หญิงสาววัย24ปี จึงมีเวลาได้ทำความสะอาดห้องของตนเสียทีหลังจากเหนื่อยจากงานมาทั้งวัน แต่ความสงบสุขของเธอนั้นไม่ได้ยืนยาวเสียเท่าไหร่ เสียงที่เธอจงเกลียดจงชังนั้นก็ดังขึ้นมาอีก

" ยัยอัญ!!!ออกมานี่หน่อยสิลูก"

 เสียงที่เคยตวาดเธอกลับอ่อนหวานลงฟังดูพิกลนักแต่ หญิงสาวก็แง้มประตูออกไปตามคำเรียกร้องนั้น

" เนี้ยะ!!!พี่เขาให้เงินพ่อมา...แกหน่ะดูแลเขาหน่อยสิ" 

อัญชัญรีบปิดประตูลงกลอน พลางถอยกรูดออกมาอย่างหวาดกลัว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกขายให้กับคนแปลกหน้า มันจึงไม่แปลกที่เธอจะรับมือกับเรื่องแบบนี้ได้ โต๊ะตู้หรืออะไรก็ตามที่สามารถขวางประตูไว้ได้ถูกขนมาปิดไว้ทั้งหมด มือเรียวบางหยิบข้าวของที่จำเป็นยัดใส่กระเป๋าเท่าที่จะยัดได้ และไม่ลืมที่จะแชทหาผู้ช่วยคนสำคัญของเธอ

ไม่นานนักเสียงเคาะหน้าต่างก็ดังขึ้นเป็นจังหวะ

ก๊อก

ก๊อก

ก๊อก

 หญิงสาวเดินเข้าไปทางหน้าต่างตรงหัวนอนพลางเปิดหน่าต่างออกเบาๆ เงาร่างของหญิงสาวอีกนางหนึ่งปรากฏขึ้นตรงระเบียงห้อง

"พี่.....ฮึก...."

"อย่าเพิ่งส่งเสียงดังไปรีบๆ ออกมาได้แล้วพี่ฟ้ามันคงดึงความสนใจได้ไม่นานหรอก" 

เสียงนั้นกระซิบตอบ อัญชันยิ้มกว้างที่ได้ยินเสียงๆ นั้น มันคือเสียงของพี่ดาวที่อยู่บ้านไกล้ๆ กัน 

อัญชันได้ยินเสียงบีบแตรรถตรงหน้าบ้านของเธอและเสียงเรียกที่เป็นเหมือนแสงสว่างของเธอ หญิงสาวรับรู้ได้ว่าครั้งนี้เธอรอดแล้วแน่เพราะเสียงคนที่เรียกอยู่หน้าบ้านคือเสียงของ 

นภัทธา ที่เป็นทั้งพี่และเพื่อนของเธอ อัญชันไม่รีรอที่จะรีบใช้จังหวะนี้เปิดหน้าต่างออกและรีบแทรกตัวออกจากห้องที่เคยเป็นเซฟโซนของเธอนั้นออกไปหา หญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนรอเธอ

" อ้าวลุง!!!ไอ้อัญมันอยู่ไหม??" 

เสียงตะโกนถามของผู้มาเยือนหน้าบ้านร้องเรียกเมื่อเห็นร่างผอมแห้งของชายชราเดินโซเซออกมาจากเงามืด

" อยู่ๆ ...อยู่ในห้องมาเรียกมันทีมันไม่ยอมออกมา"

 ชายชรากวักมือเรียกหญิงสาวที่คร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่หน้าบ้าน ในใจนึกไปว่าให้เพื่อนมันมาเรียกพอเพื่อนมันออกไปค่อยจับตัวมันไว้ส่งให้กับชายฉกรรจ์ที่แอบอยู่หลังเสา...มันเป็นแผนที่เขานึกในหัวแทบจะทันที

" ฝากบอกมันทีนะวันพรุ่งนี้มีงาน...ไปล่ะ"

 ไม่ทันที่แผนของเขาจะสำเร็จ ร่างอวบๆ ของ นภัทธาก็หายไปพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ เขาได้แต่หัวเสียและยอมคืนเงินให้กับชายฉกรรจ์แปลกหน้านั้นพร้อมกับชิมหมัดล่ำๆ ที่เบ้าตาข้อหาหลอกลวง

เสียงโวกเวกดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงข้าวของที่แตกกระจายลงบนพื้น เสียงนั้นไม่ได้เบาลงเลยเพราะตอนนี้ อัญชันได้หลบมาอยู่บ้านของเพียงจันทร์ที่ห่างกับบ้านตนเพียงแค่กำแพงกั้น

"อีหรอบนี้คงกลับบ้านไม่ได้อีกแหงๆ ....พี่ว่าเราไปบ้านพี่ฟ้ากันเถอะ" 

เพียงจันทร์ออกความเห็นพลางคว้ากุญแจรถและเสื้อคลุม

" น้องก็ว่าแบบนั้นแหล่ะพี่..ดีนะที่เอารถฝากไว้ที่บ้านพี่ไม่งั้นพ่อคงเอารถน้องไปขายแน่ๆ" 

อัญชันมองรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจที่ถูกจอดแอบไว้ใต้ต้นขนุน

"ไปกันเถอะ...อีกเดี๋ยวมันคงรู้ว่าเอ็งอยู่บ้านพี่...ถึงมันจะไม่กล้าเข้ามาแต่ใช่ว่ามันจะเลิกระรานเอ็ง" 

เพียงจันทร์ สตาร์ทรถและพาอัญชันออกจากบ้านของตนไปอีกทางมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านของนภัทธา

ชุมชนสันแก้ว เป็นชุมชนเล็กๆ ในชนบทที่แม้จะไม่ได้ใหญ่โตเท่าในเมืองที่ห่างกันไปเกือบ40โล แต่ก็เป็นชุมชนที่บ้านช่องไม่ได้ห่างกันมากนัก 

จากถนนเมนหลักของชุมชนบ้านของอัญชัญจะอยู่ข้างๆ ถนน ข้างบ้านของอัญชันจะเป็นซอยเล็กๆ ที่สุดซอยจะเป็นบ้านของ เพียงจันทร์ และหากวิ่งไปตามถนนเส้นหลักอ้อมไปยังทิศตะวันตกไกลจากบ้านของสองสาวไปอีกเพียงไม่กี่นาทีจะเป็นบ้านของพี่ใหญ่ในกลุ่มนั่นคือบ้านของ นภัทธา

มอเตอร์ไซค์เวบร้อยคู่กายของเพียงจันทร์ปราดเข้าจอดรถข้างๆ ทาง สองสาวรีบลงจากรถและหายเข้าไปในใต้ถุนของบ้านหลังเล็กๆ ซึ่งเป็นที่ที่พวกเธอมากันบ่อยๆ เรียกได้ว่าเป็นรังลับของพวกเธอก็ว่าได้

" จะทำไหมล่ะงานหน่ะ!!!เรื่องมากก็อดตายไป!!!" 

เสียงตวาดแหวดังขึ้นจากภายในห้องๆ หนึ่งเป็นเรื่องปกติเวลาที่พวกเธอมาที่บ้านหลังนี้ สำหรับคนอื่นคงคิดว่าไม่ได้ต่างกับบ้านของอัญชันนัก แต่สำหรับอัญชันแล้ว 

ที่นี่อบอุ่นมากกว่า

 นภัทธาเป็นได้ทุกอย่างที่เธอควรเป็น ทั้งพี่ ทั้งแม่ และภรรยาที่เข้มงวดกับสามีขี้เมาไม่ต่างจากพ่อของเธอเท่าไหร่ ต่างกันตรงที่ เธอนั้นทรงพลังมากกว่าหญิงสาวแบบเธอกว่ามาก ไม่แปลกที่พี่ใหญ่คนนี้จะเป็นที่พึ่งพาแก่ใครๆ

" ก็ทำ...ก็เขาชวนไปดื่มนิดๆ หน่อยๆ เอง"

"จะทำงานหรือโดนหยุมหัว!!!เลือกเอา!!"

"ทำงานคร้าบบบบ!!!"

เสียงดังที่เหมือนทะเลาะกันนั้นเบาลงแต่มีเสียงประตูเปิดออกพร้อมกับร่างเล็กๆ ของชายหนุ่มที่เป็นสามีของพี่ฟ้าปรากฏตัวขึ้น

"อ้าว!!!มาหาฟ้าเหรอ...มันตกมันอยู่ในห้องแหน่ะ..." 

เขาพูดพลางชี้ให้พวกเธอเข้าไปด้านในห้องที่เป็นเหมือนออฟฟิศเล็กๆ ของนภัทธาพลางมีตุ๊กตาหมีตัวน้อยๆ ตัวหนึ่งลอยแหวกอากาศมากระทบกับหัวยุ่งๆ ของเขา

" ไป...ทำ...งาน"

 เสียงขู่ฟ่อๆ ของหญิงสาวกัดฟันพูดเขาได้แต่เดินขึ้นไปบนเรือนและทำงานตามที่ภรรยาอันเป็นที่รักได้สั่งเอาไว้

"มาแล้วเหรอ...เข้ามากันก่อนสิ" 

ร่างอวบๆ ของนภัทธา ปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู เธอร้องเรียกน้องๆ ที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทเข้าไปยังออฟฟิศเล็กๆ ของตน

ภายในนั้นเป็นห้องเล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่มากมีเตียงขนาด5ฟุตที่เป็นเตียงไม้อยู่สุดห้อง และโต๊ะทำงานของนภัทธาที่ดูรกเล็กน้อยเพราะเธอกำลังทำงานอยู่

"พี่ปีงอแงอะไรของมันอีกนั่นหน่ะ"

 เพียงจันทร์ถามพลางนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ไกล้ๆ ประตู

" จะไม่ทำงานหน่ะสิ...พี่ก็ดีลงานกับลูกค้าไว้แล้วด้วย...กลับมาพี่เขยพวกแกก็นั่งก๊กเหล้าเรียบร้อยแล้ว...น่าหยุมหัวมันจริงๆ" 

หญิงสาววัย30เศษๆ ถอดถอนหายใจพลางนั่งลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน

"ชีวิตของพวกเราไม่ได้สวยหรูเหมือนที่คิดเลยเนอะพี่"

 อัญชันถอนใจบ้างพลางทิ้งกายนั่งข้างๆ เพียงจันทร์

" ใช่...อีพวกที่มันมีชีวิตดีๆ เนี้ยะมันทำบุญด้วยอะไรกันนะ"

 เพียงจันทร์เห็นด้วยยพลางทดท้อกับชีวิตของตนเองเเละเพื่อนๆ

" ถ้าน้องไม่มีพี่ฟ้ากับพี่ดาว ปานนี้น้องคงไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย"  

อัญชันหลับตา เหนื่อยหน่าย ฉับพลันเสียงเงียบก็เข้ามาเกาะกินทั้งสามคนที่มีชะตาชีวิตไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก

อัญชัน นั้นถูกแม่ทิ้งไว้อยู่กับพ่อกับปู่ตั้งแต่เกิดมา พ่อของเธอติดเหล้าขนาดหนักมากไม่มีวันไหนที่ไม่เข้าหาแอลกอล์ฮอล์จนสติหลุด เมื่อเธอสิ้นร่มโพธิ์สุดท้ายอย่างปู่ไป เธอก็ต้องใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรกับโสเภณีที่ต้องทนทุกข์ทรมาณเพื่อหาเงินเลี้ยงพ่อที่ไม่มีอะไรเลยมีเพียงความกตัญญูเท่านั้นเองที่ค้ำคอเธออยู่

นภัทธาเองก็ไม่ได้มีพื้นฐานครอบครัวที่ดีเช่นกัน เพียงแต่พ่อแม่เธอยังอยู่ไม่ได้แยกทางกันไปไหนแต่ก็บ้านแตกเพราะพิษสุราของบิดาจึงทำให้เธอต้องจำยอมแต่งงานตั้งแต่เธออายุได้เพียง18ปี

ส่วนเพียงจันทร์ จะดูดีที่สุดแล้วในกลุ่ม เพราะถึงแม้พ่อแม่จะแยกทางกันและแม่แท้ๆ ก็ไม่ได้รักเธอเลยแต่เธอก็ยังได้รับความใส่ใจจากปู่กับย่าที่เลี้ยงดูเธอมาและน้องชายต่างมารดาที่รักเธอมาก อีกทั้งแม่เลี้ยงของเธอเองก็ไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจเธอเลยสักนิดเดียว มีแต่ตัวเธอที่น้อยใจไปในบางครั้งเท่านั้นเอง

ชะตาชีวิตของสามสาวไม่ได้ดีเริสหรือสวยหรูนัก ต่างคนต่างกัดฟันดิ้นรนกันพึ่งพาและพึ่งพิงกันเป็นกลัยานมิตรที่ดีต่อกันมายาวนานนับสิบปี แม้สถานะทางสังคมของเธอจะเป็นญาติห่างๆ กันแต่สถานะทางใจของเธอคือเพื่อนที่ดีต่อกัน และเป็นทุกอย่างให้แก่กันและกันเสมอๆ

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 30 ยัยคยซื่อบื้อ

    แดดรอนๆยามทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา ท้องฟ้าเปล่งประกายสีแสดจ้าสวยสดงดงามดั่งภาพวาดที่ถูกจินตนาการขึ้น สานลมหนาวเริ่มพัดเอื่อยๆบ่งบอกว่าใกล้ถึงฤดูหนาวอย่างเต็มตัว บ้านไม้หลังเล็กบนยอดเขาในภาคเหนือของประเทศกลับอบอุ่นไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังเล่าเรื่องราวต่างๆรอบๆกองไฟกองเล็กๆที่ก่อขึ้น " เรื่องนี้น่ากลัวเกินไปแล้วนะคะคุณอัญ...ตัวแบบนั้นจะมีจริงๆหรือคะ" ริสากอดเด็กชายตัวอวบอ้วนเอาไว้ในอ้อมแขนรู้สึกสยดสยองไปกับเรื่องเล่าของอัญชัน " มีจริงสิริสา...ตอนเด็กๆฉันก็เคยเห็นมากับตานะ...มีแต่หัวกับเครื่องในลอยไปๆมาๆหน้าซีดๆขาวๆสยดสยองพิกล" อัญชันเล่าย้ำถึงอมนุษย์ชื่อดังที่คนทะ่วประเทศไทยได้รู้จัก เธอรู้สึกเหมือนโดนเบียดโดยคนร่างยักษ์กับร่างบางๆที่กอดลูกชายของเธอเอาไว้แน่นอก " ผีหรือวิญญาณมันต้องโปร่งแสงเป็นเงาขาวๆไม่ใช่หรือครับ" เรนดอลฉงนสงสัย " นั่นน่ะวิญญาณค่ะแต่อมนุษย์ที่ฉันเล่านั้นเป็นกึ่งผีหรือวิญญาณค่ะดวงไฟของมันจะส่องแสงแวววาวสุกๆเหมือนลูกไฟและชอบกินของสกปรกค่ะ" อัญชันเล่าขยี้ความน่ากลัวทว่า ใบหน้าของเรนดอลกลับเบิกโพลงดวงตาค้างเติ่งอยู่กับลูกไฟที่วับๆแวมๆตรงข้างนอกรั้ว "บะ...แบบนั้นเห

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 29 ลูกของฉัน

    คำพูดของริสาทำให้อัญชันนั้นตกอยู่ในความคิดนานเเสนนานจนกระทั่งเสียงเล็กๆของลูกชายเรียกสติเธอให้กลับมา "แม่เป็นไอใยเหรอ...ภูผาเรียกตั้งนานแม่ก็เหม่ออยู่นั้นแหล่ะ" เขาถาม " แม่ไม่ได้เป็นอะไรครับ...แค่คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกินกันดี" เธอตอบลูกชายแม้ว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้คิดแบบนั้นอยู่สักนิดเดียว " ภูผาอยากกินหมูกะทะ...อยากกินกับพวกคุณลุงคุนน้า...ได้ไหมครับแม่...นะนะนะ" เด็กชายออดอ้อนเขาคิดถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่เขาได้รับยามที่อยู่กับคุณลุงคุณน้าและอยากแบ่งปันช่วงเวลานั้นให้แม่ของเขาอีกอย่างช่วงเวลาหมูกระทะคือช่วงเวลาที่เขาเองก็โปรดปรานที่สุดเช่นกัน " ก็ได้ๆ...งั้นเราไปซื้อของกันเถอะ" อัญชันตอบตกลงพลางจูงมือลูกชายของตนขึ้นรถเพื่อไปจ่ายตลาด ริสาที่ตื่นเต้นกับหมูกระทะที่เด็กน้อยพูดถึงนั้นก็พลอยตื่นตาตื่นใจรอชิมเมนูที่เรียกได้ว่านิยมที่สุดในประเทศก็ได้ บ้านพักหลังเล็กๆถูกยกมาทั้งหลังแล้ววางบนรากฐานที่ปรับแต่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยอำนาจของเงินตราจึงทำให้บ้านพักหลังเล็กๆใหญ่ๆผุดขึ้นบนที่ดินตรงข้ามบ้านของอัญชันไลอาร์ควบคุมดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนโดยเฉพาะสนามเด็กเล่นขนาดย่อมที่

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่28 ข้าวต้มมัด

    " แม่ครับๆคุณลุงคนนั้นมาแก้งแม่ใจ้ไหม" เสียงเล็กๆถามผู้เป็นแม่ขณะกำลังวาดรูปเล่นด้วยกันอยู่ เด็กชายตัวน้อยๆมองเห็นรถคันหรูจอดอยู่นอกรั้วบ้านมาหลายวันแล้วไกล้ๆกันเป็นเต้นท์หลังใหญ่ที่มีพี่ชายพี่สาวและคุณลุงอาศัยอยู่ ทุกๆวันเขาจะเห็นคุณลุงเดินตามแม่ของเขาประจำ ส่วนพี่สาวและพี่ชายก็มักจะเล่นกับเขาอยู่บ่อยๆทำไห้เขาไม่รู้สึกเหงาเหมือนแต่ก่อน ยางครั้งเขาก็จะได้กินขนมและได้ของเล่นเยอะแยะจากคนแปลกหน้านั้นถึงแม้แม่ของเขาจะเมินเฉยต่อกลุ่มคนเหล่านั้นแต่ก็ไม่ได้ห้ามให้เขาไปคลุกคลีกับคนเหล่านั้นแม้แต่น้อย " เขาไม่ได้แกล้งแม่หรอกลูก...แต่แม่แค่ไม่อยากคุยกับเขา " อัญชันตอบลูกชายเด็กน้อยนั้นไร้เดียงสาจนทำเอาอัญชันรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกลูกชายว่าคุณลุงที่เขาพูดถึงนั้นก็คือพ่อแท้ๆของเขา " แต่ภูผาชอบพวกเขานะ...แต่ถ้าเขาแก้งแม่ภูผาก็ไม่ชอบ" เด็กชายหันไประบายสีหุ่นยนต์ตัวโตต่อ คำพูดของเด็กชายภูผาวัยสี่ขวบทำเอาอัญชันถึงกับน้ำตารื้น เธอจูบหน้าผากลูกชายสุดที่รักแล้วกระเซ้าแหย่กันสนุกสนาน " ภูผาคิดถึงพ่อไหม" อัยชันถาม " ไม่รู้จิ..." เด็กน้อยตอบตามความรู้สึก เพราะตั้งแต่รู้ความได้เขาก็อยู่ด้

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 27 ไม่ปล่อยอีกแล้ว

    "แม่ครับๆดูสิๆภูผาสูงๆด้วยหล่ะครับ!!" เด็กชายตัวน้อยกระโดดโลดเต้นบนเครื่องเล่นปีนป่ายในสวนสาธารณะไกล้ๆโรงเรียน " ระวังตกนะลูก!!" " ค้าบบบบ" อัญชันร้องเตือนบุตรชายตัวน้อยของเธอและเขาก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเล็กๆน่าเอ็นดู อัญชันมองดูลูกชายของตนเล่นกับเพื่อนๆสนุกสนานเธอก็ปริ่มไปด้วยความสุขเช่นเดียวกับลูกชาย ไลอาร์เห็นร่างบางที่คุ้นเคยบนม้าหินอ่อน เธอคือคนที่เขาคิดถึงสุดหัวใจมาตลอดห้าปีที่ผ่านมามือหนากำสร้อยรูปผีเสื้อที่เคยเป็นของเธอเอาไว้แน่น เขาอยากเข้าไปกอดเธอและทวงถามถึงเหตุผลที่เธอหนีเขาไปทว่าบางสิ่งบางอย่างที่จุกอยูในอกนั้นต่างหากที่ยังคงรั้งเขาเอาไว้อยู่ที่เดิม เด็กชายตัวอ้วนอวบที่เรียกเธอว่าแม่ คือลูกชายของอัญชันไม่ผิดแน่ๆ แต่เขากลับไม่แน่ใจว่าหลังจากที่เธอจากเขามา ใจของเธอนั้นอยู่ที่ใครอีกหรือเปล่า กาลเวลามันเปลี่ยนผันใจคนก็อาจจะเปลี่ยนเช่นกัน ไลอาร์จำไม่ได้แล้วว่าเขามองหญิงสาวกับลูกชายของเธออยู่แบบนี้กี่วันแล้ว รู้เพียงแต่เขาดีใจทุกครั้งที่ได้เห็นเธอ " นายท่านไม่เข้าไปหานายหญิงเหรอครับ" เรนดอลถามใขข้อสงสัยเขารู้ดีว่าเจ้านายของเขานั้นคิดถึงนายหญิงของเขามากแค่ไหนแต่ที่เ

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 26 หากเราได้เจอกันอีกครั้ง

    แสงแดดของประเทศไทยนั้นร้อนแรงเสียยิ่งกว่าอะไร แข่งกับสายลมจากทิศตะวันตกที่พัดแรงจนหมวกที่สวมอยู่บนหัวแทบจะปลิว ร่างบางยืนปาดเหงื่อสู้กับแสงแดดท่ามกลางหุบเขาที่รายล้อมไปด้วยทุ่งข้าวโพดสีเหลืองทอง อัญชันเหลือบมองรอบกายที่หลายๆ คนกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บฝักข้าวโพดที่กำลังได้ที่ใส่กระสอบ เธอเห็นร่างเล็กๆ ที่กำลังนั่งเล่นอยู่ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่" ภูผา!!! ตักน้ำให้แม่หน่อยสิ!!! " เธอตะโกนบอกร่างเล็กๆ นั้น เด็กชายตัวอ้วนกลมที่มีดวงตาสีอำพันมองตามเสียงเรียกของมารดาก่อนจะค่อยๆ คลานลงจากขนำท้ายไร่และวิ่งมาหาแม่ของเขาพร้อมกับน้ำเย็นๆ หนึ่งแก้ว มืออ้วนป้อมยื่นแก้วน้ำให้มารดา ใบหน้าอ้วนกลมเล็กๆ นั้นส่งยิ้มให้แก่เธอก่อนจะวิ่งกลับไปที่ขนำภูผา ลูกชายสุดที่รักของอัญชันดวงแก้วดวงใจของเธอนั้นหน้าตาคล้ายเธอมากเว้นเสียแต่ดวงตาที่คมและมีสีเดียวกับพ่อของเขา ไลอาร์ หลังจากที่เธอส่งไลอาร์กลับแคว้นฮาลัน เธอก็รีบหนีเขามายังแดนเหนือสุดในสยามเพื่อตัดความสัมพันธ์ของเธอกับเขาตามคำที่มหาราณีขอร้อง (ข่มขู่) อีกทั้งเธอเองก็ไม่ได้อยากผูกมัดกับเขาให้เขาต้องมาลำบากใจเพราะเธอสองคนแม่ลูก อัญชันใช้เงินที่มีทั้งหมดลงทุนทำส

  • เล่ห์เงาทราย   บทที่ 25 ลาก่อน

    ภาพบนจอบอกเล่าความจริงทั้งหมดที่ไลอาร์สงสัย เขารู้สึกผิดที่หลงเข้าใจผิดเพียงเพราะคำใส่ร้ายงี่เง่าขอมหาราณี ชายหนุ่มหมกตัวอยู่ในห้องทำงานทั้งคืนครุ่นคิดถึงปัญหาที่เขาเผชิญโดยมีเอฮาซานอยู่ด้วยข้างๆ" นายกลับไปเถอะเอฮาซาน...ฉันไม่เป็นไร" เขาพูดกับเลขาคนสนิท" อย่าเข้าใจผิดสิครับ..หากนายท่านไม่ได้แต่งงานกับมิสอัญชันผมเองก็คงไม่ได้พบคุณดาวเหมือนกันนี่ครับ" เขาตอบอย่างเย็นชาพลางยกกาแฟขึ้นดื่ม"นายนี่มัน!!!" เขาโยนปากกาใส่เลขาทว่าทั้งคู่กลับมองหน้ากันแล้วหัวเราะขึ้นมา พวกเขาอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กแค่มองตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอ่านอย่างไร ไลอาร์รู้ดีที่สุดว่าความรู้สึกที่เอฮาซานมีแก่เพียงจันทร์นั้นไม่ได้แตกต่างไปกว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่ออัญชันเสียนิดเดียว" เห้อ!!! อย่างแรกเราต้องทำการรักษาอาการป่วยของอัญชันก่อนนั่นแหล่ะนะ...เธอยังผวาทุกคืนอยู่เลย" ไลอาร์พูด" ดีครับ" เอฮาซานออกความเห็นสั้นๆ พลางนึกต่อในใจหมายถึงเขาจะได้หมดคู่เเข่งแบบไอ้ผู้ช่วยผู้ดีเก่านั่นไปอีกคนการรักษาอาการแพนิคที่เรื้อรังมานานของอัญชันนั้รไม่ได้ซับซ้อนมากเธอต้องได้รับยากระตุ้นพร้อมกับการสะกดจิตเป็นเวลาหนึ่งเดือน ระ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status