Beranda / โรแมนติก / เล่ห์โอบรัก / บทที่ 3 บุกถ้ำเสือเพื่อหาลูกแมว - 100%

Share

บทที่ 3 บุกถ้ำเสือเพื่อหาลูกแมว - 100%

last update Tanggal publikasi: 2025-03-17 11:00:55

มัลลิกาย้ายบ้านมาอยู่หมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ได้เดือนเศษแล้ว และเคยเจอกับสมาชิกเกือบทุกคนในบ้านของพราวนภา แม้กระทั่งภาคินบุตรชายคนเล็กของภคินีที่ปกติจะพักอยู่คอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัย เธอก็ยังเคยคุยกับเขาหลายครั้ง มีเพียงภาวินเท่านั้นที่เธอได้แต่มองเขาจากบ้านของตัวเองแต่ไม่เคยคุยด้วยเพราะไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากันจัง ๆ ทว่าพอได้เจอกัน เหตุการณ์ตอนนั้นก็ช่างน่าอายเหลือเกิน

"มีหนูพราว คุณพ่อ คุณปู่แล้วก็คุณย่าค่ะ วันนี้อาคินไม่มา" พราวนภาตอบเสียงใส ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกอะไรขึ้นได้จึงรีบพูดอย่างตื่นเต้น

"พี่มะลิขา เราเข้าไปเล่นในห้องทำงานคุณพ่อกันดีไหมคะ"

มัลลิกาส่ายหน้าหวือทันที "ไม่ดีค่ะ พี่ว่าห้องทำงานเป็นที่ที่เราไม่ควรเข้าไปเล่นมากที่สุด เพราะในนั้นจะมีงานและเอกสารเยอะแยะ ถ้าเราทำหายหรือทำเลอะขึ้นมา คุณพ่อจะดุเอาได้นะคะ"

"เมื่อคืนหนูพราวเห็นคุณพ่อเอาลิปกับที่ทาตาทาแก้มมาวางบนโต๊ะเยอะแยะเลยค่ะ หนูพราวก็เลยอยากชวนพี่มะลิไปเล่นแต่งหน้ากัน"

พราวนภาเงยหน้ามองเพื่อนต่างวัยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง แต่มัลลิกายังคงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงไปแล้วพูดอย่างใจเย็น

"พี่มะลิสัญญาว่าจะเล่นแต่งหน้าเป็นเพื่อนหนูพราวแน่นอน แต่ต้องมีข้อแม้ว่าหนูพราวต้องขออนุญาตคุณพ่อก่อน เพราะลิปสติกกับเครื่องสำอางพวกนั้นคุณพ่ออาจจะเอามาทำงานก็ได้" พูดจบก็ยื่นนิ้วก้อยออกไป เด็กน้อยจึงเอานิ้วก้อยของตัวเองมาเกี่ยวเอาไว้แล้วยิ้ม

"ก็ได้ค่ะ"

มัลลิกายิ้มกว้างพลางลูบศีรษะของเด็กหญิงด้วยความเอ็นดู พราวนภาเป็นเด็กที่น่ารักและว่านอนสอนง่าย ต้องยกความดีความชอบให้กับผู้ที่เลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนมา

เธอเคยเห็นมารดาของพราวนภาแล้วตอนที่อีกฝ่ายมารับบุตรสาวกลับบ้าน ผู้หญิงคนนั้นมักจะมาพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่งเสมอ ที่น่าแปลกคือผู้ชายคนนั้นดูสนิทสนมคุ้นเคยกับคนในบ้านหลังนี้เป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่หากมองตามหลักความเป็นจริงแล้วเขาคือพ่อเลี้ยงของพราวนภา และคนบ้านนี้ไม่น่าจะให้ความสนิทสนมและเป็นกันเองราวกับญาติสนิทคนหนึ่งแบบนั้นได้ ถึงแม้ว่าภาวินกับภรรยาเก่าจะจบกันไปด้วยดีก็ตาม

ดูอย่างพ่อเลี้ยงของเธอเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่บิดาบังเกิดเกล้าของเธอเสียชีวิตไปแล้วมารดาแต่งงานใหม่ ครอบครัวทางฝั่งบิดาของเธอก็ไม่เคยญาติดีกับพ่อเลี้ยงเลยสักครั้ง บางทีเวลาได้เจอหน้ากัน ญาติทางฝั่งบิดาแท้ ๆ ของเธอยังมีท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์พ่อเลี้ยง รวมไปถึงการพูดแขวะให้เธอได้ยินอยู่บ่อย ๆ และเพราะเหตุนี้เองพ่อเลี้ยงกับมารดาของเธอจึงแทบไม่โผล่หน้าไปที่บ้านคุณย่าของเธอเลยถ้าไม่จำเป็น

เสียงโทรศัพท์มือถือของมัลลิกาดังขึ้นขัดความคิดที่ติดอยู่ในหัว หญิงสาวหยิบมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงเพื่อดูชื่อคนที่โทร. เข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นใครหัวคิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยพลางกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด ก่อนจะก้มลงบอกกับพราวนภา

"หนูพราวเข้าไปหยิบของเล่นในบ้านก่อนก็ได้นะคะ พี่มะลิจะรอที่ศาลา"

พราวนภาพยักหน้ารับแล้ววิ่งเข้าไปในบ้าน เธอจึงกดรับสายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ว่าไงแพต"

"มะลิ แกได้ที่ฝึกงานรึยัง" เสียงหวานจากปลายสายทำให้มัลลิกาได้แต่ลอบถอนหายใจแผ่ว

"ได้แล้ว ไปทำที่บริษัทของคนรู้จักน่ะ" เธอตอบไปตามตรงเพราะอย่างไรเสียเรื่องนี้ก็ต้องรู้กันทุกคนอยู่แล้ว

"อ้าว แกไม่ได้ไปทำที่กงสุลกับพ่อแกหรือ แล้วบริษัทที่แกจะไปทำเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร"

"เป็นบริษัทเครื่องสำอาง เผอิญว่าบริษัทที่ฉันจะไปทำน่ะ เจ้าของบริษัทเขาอยู่ข้างบ้านฉันนี่เอง คุยกันไปมาเขาก็เลยบอกให้ลองไปทำที่บริษัทของเขาดู"

หญิงสาวบอกยี่ห้อเครื่องสำอางให้เพื่อนรับทราบ ขณะที่อธิบาย มัลลิกาก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายโทรศัพท์มาทำไม และสิ่งที่เธอคาดเดาไว้ก็ไม่ผิดไปจากที่คิดนัก

"ดีจัง ฉันยังหาไม่ได้เลย ฉันขอไปทำกับแกด้วยได้ไหม แกช่วยคุยกับคนข้างบ้านแกให้หน่อยสิ นะมะลินะ"

น้ำเสียงตื่นเต้นของคนปลายสายไม่ได้ทำให้มัลลิการู้สึกดีหรือตื่นเต้นไปด้วยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม หญิงสาวได้แต่กลอกตาไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ แต่กระนั้นก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้

"คุยน่ะคุยได้ แต่เขาจะโอเคไหม ตรงนี้ฉันไม่รับปากนะแพต มันต้องแล้วแต่เขาน่ะ"

"ฉันรู้น่า เฮ้อ สบายใจสักที ขอบใจเธอมากนะมะลิ ฉันไม่รบกวนแล้วละ พรุ่งนี้เจอกันที่มหา'ลัยนะ"

"อืม พรุ่งนี้เจอกัน"

มัลลิกากดวางสายแล้วโทร. ออกไปหาเพื่อนอีกคนทันที สัญญาณดังไม่ทันครบหนึ่งครั้งปลายสายก็กดรับด้วยความรวดเร็ว

"เฮลโหลว...ว่าที่มิสทิฟฟานีพูดสายค่ะ"

น้ำเสียงที่จงใจดัดให้แหลมเล็กอย่างมีจริตจะก้านนั้น เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏบนใบหน้าของมัลลิกาได้ทันที

"คุณอรุณวตีคะ ไม่ทราบว่าได้ที่ฝึกงานรึยัง"

เธอเรียกชื่อใหม่ของเพื่อนที่เพิ่งได้รับอนุญาตจากมารดาให้เปลี่ยนจากชื่อเดิมคือสายัณห์เมื่อตอนปิดเทอมที่ผ่านมา พลางนึกหน้าผู้เป็นเจ้าของชื่อไปด้วย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังยิ้มร่าจนหน้าบานเป็นแน่

"ฉันยังไม่ได้หาเลยแก ช่วงนี้กำลังยุ่งวุ่นวายเรื่องร้านเสื้อของพี่มดน่ะ แกหาได้แล้วหรือ"

"ได้แล้ว เป็นบริษัทเครื่องสำอางยี่ห้อเอเอ็นเอสไง เจ้าของบริษัทเขาอยู่ข้างบ้านฉัน แกมาสมัครกับฉันไหมล่ะ เมื่อกี้ยายแพตก็เพิ่งโทร. มา นางจะไปสมัครที่เดียวกับฉันเหมือนกัน นี่ฉันว่าจะโทร. ไปถามยายเพลงด้วยว่าหาได้รึยัง เผื่อพวกเราสี่คนจะได้ทำงานด้วยกันไง เนอะ"

"ว้าย! ฉันเป็นสาวกยี่ห้อนี้ อุ๊ยตายแล้ว ตื่นเต้น ฉันทำด้วย"

ปลายสายยังคงกรี๊ดกร๊าดไม่หยุดจนมัลลิกาต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูเล็กน้อยก่อนส่ายหน้าช้า ๆ อย่างจนใจ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนชายแต่ใจเป็นหญิงคนนี้ชื่นชอบของสวย ๆ งาม ๆ เป็นที่สุดโดยเฉพาะเครื่องสำอาง

"โอเค ถ้าอย่างนั้นแกก็เตรียมเอกสารไว้นะ แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่มหา'ลัย"

มัลลิกาคุยกับอรุณวตีอีกไม่กี่ประโยคก็วางสาย จากนั้นหญิงสาวก็กดโทร. ออกไปหาเพลงพิณ เพื่อนอีกคนในกลุ่มทันที แต่โทร. ไม่ติดเธอจึงเลือกส่งข้อความไปทางไลน์แทน

มัลลิกาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องชวนเพื่อนในกลุ่มไปฝึกงานที่บริษัทของภาวินด้วยกัน ถ้าไม่เพราะปรีชญาเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาขอร้อง ซึ่งหญิงสาวค่อนข้างมั่นใจว่าภาวินจะต้องอนุญาตให้เพื่อนของเธอไปฝึกงานด้วยกันแน่นอน ฉะนั้นเธอจึงถือโอกาสชวนเพื่อนคนอื่นไปทำด้วยกันเสียเลย

หากเป็นเพื่อนคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นอรุณวตีหรือเพลงพิณ มัลลิกาย่อมไม่มีปัญหาถ้าต้องทำงานร่วมกับอีกฝ่าย แต่เพราะเป็นปรีชญา ผู้ที่คำพูดและการแสดงออกสวนทางกับความคิดในใจอย่างสิ้นเชิง มัลลิกาจึงไม่ค่อยสะดวกใจนักถ้าต้องเสแสร้งทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรตลอดเวลา ทั้งที่ภายในใจของอีกฝ่ายนั้นทั้งดูถูกและต่อว่าตนอย่างไม่มีชิ้นดี

"พี่มะลิขา คุณย่าชวนมากินน้ำแข็งใสค่ะ พี่มะลิเอาน้ำหวานสีอะไรคะ"

เสียงเรียกของพราวนภาทำให้มัลลิกาต้องเปลี่ยนทิศทางการเดินจากศาลากลางสวนเป็นหน้าบ้านทันที

"พี่เอาน้ำแดงค่ะ ราดนมข้นหวานด้วยนะ เยอะ ๆ เลย" เธอตะโกนตอบกลับไปพลางค่อย ๆ เดินไปทางหน้าบ้านอย่างไม่รีบร้อน

ขณะเดียวกัน ในห้องทำงานของนฤเบศร์ หนุ่มใหญ่เจ้าของห้องกำลังนั่งเผชิญหน้ากับหนุ่มรุ่นน้องที่มีรั้วบ้านติดกัน แม้บรรยากาศไม่ดูเคร่งเครียดจนเกินไปนัก แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเป็นกันเองอยู่ไม่น้อย

"คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมรับรองว่าจะดูแลหนูมะลิอย่างดี เรื่องการเดินทางก็ไม่ต้องกังวล เพราะอย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละว่าให้น้องเขากลับกับผม แต่ถ้าวันไหนที่ผมติดธุระ หรือต้องไปต่างประเทศ ผมจะบอกมะลิเขาล่วงหน้า แล้วให้มะลิเขากลับกับคุณพ่อคุณแม่ผม เพราะถ้าผมไม่อยู่ที่บริษัท พวกท่านคนใดคนหนึ่งก็จะเข้าบริษัทแทนครับ"

นฤเบศร์พยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนถอนหายใจแผ่ว

"ผมอาจจะเรื่องเยอะไปหน่อย ยังไงก็ต้องขอโทษด้วย แต่ผมก็ไม่กล้าปล่อยให้ยายหนูนั่งรถกลับบ้านเองอยู่ดี"

"ผมเข้าใจคุณอาครับเพราะผมเองก็มีลูกสาว ถ้าหนูพราวเจอเหตุการณ์แบบนั้นผมก็คงจำฝังใจเหมือนกัน" ภาวินยิ้มอ่อน เริ่มเข้าใจพฤติกรรมแปลก ๆ หลายอย่างของคนตรงหน้ามากขึ้น

หากคนคิดอกุศล คงคิดว่าพ่อเลี้ยงคนนี้คิดไม่ซื่อกับลูกเลี้ยง แต่พอเขาได้มาพูดคุยเปิดอกกับอีกฝ่าย เขาก็สัมผัสได้ว่านฤเบศร์รักและเป็นห่วงมัลลิกาจากใจจริงไม่ต่างจากพ่อแท้ ๆ คนหนึ่ง

"แต่ดีที่ยายหนูเป็นคนมองโลกในแง่ดีและปรับตัวเก่ง แกจำเรื่องคราวนั้นไว้เป็นบทเรียนแต่ก็ไม่หวาดกลัวจนฝังใจ จะว่าไปแล้วความคิดความอ่านของยายหนูยังเด็กมาก ผมกลัวว่าตอนไปฝึกงานแกจะถูกคนอื่นมาหลอกเอาได้ เพราะฉะนั้นผมเลยอยากรบกวนให้คุณวินช่วยดูแกหน่อย ถ้ามีหนุ่ม ๆ มาวอแวคุณก็ช่วยตักเตือนแทนผมได้ไหม คิดเสียว่ายายหนูเป็นลูกหลานของคุณคนหนึ่งก็ได้" นฤเบศร์ยิ้มบาง ๆ พลางมองหน้าคนฟัง ซึ่งขณะนี้รอยยิ้มแข็งค้างไปแล้ว

"ได้ครับ ไม่มีปัญหา" ภาวินแทบจะกัดฟันพูดเพราะเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายดีว่า การที่พูดมาแบบนี้ ไม่ใช่หมายถึงต้องการตักเตือนเขาทางอ้อมว่าอย่าได้คิดเกินเลยในเชิงชู้สาวกับมัลลิกาหรอกหรือ

"ขอบคุณคุณวินมากครับที่เข้าใจ อย่างว่าแหละครับ ต่อให้ลูกโตแค่ไหนแต่ในสายตาของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ยังเห็นลูกเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ อยู่วันยังค่ำ และผมก็เชื่อว่าในวันที่หนูพราวโตขึ้นทุกวัน ๆ คุณวินจะเข้าใจเรื่องนี้ดีเลยละ"

สายตาของนฤเบศร์อ่อนโยนลงจนคนมองอดคิดตามไปด้วยไม่ได้ หากวันหนึ่งพราวนภาโตเป็นสาวแล้วมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาตามเทียวไล้เทียวขื่อ ถึงเวลานั้นเขาจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ

แน่นอนว่าคงปวดใจและใจหายไม่น้อยเลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 24 พ่อตากับลูกเขย - บทส่งท้าย

    มัลลิกานั่งแช่อยู่ในสระว่ายน้ำส่วนตัว หญิงสาวยกแขนขึ้นวางบนขอบสระแล้วเอาคางเกยไว้ สองตาทอดมองผืนน้ำสีฟ้าสุดลูกหูลูกตาอย่างผ่อนคลาย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนกำลังก้าวลงน้ำมาเช่นกัน จากนั้นแผ่นหลังของเธอก็ถูกทาบทับด้วยแผงอกหนั่นแน่นตามมาด้วยอ้อมแขนที่กอดรัดเอวไว้ และมีริมฝีปากอุ่นร้อนตามมาพรมจูบไปทั่วลาดไหล่"ชอบที่นี่ไหม" เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดริมหู หญิงสาวห่อไหล่ตามสัญชาตญาณเพราะรู้สึกจั๊กจี้"ชอบค่ะ น้ำสีสวยมากเลย อากาศดีด้วยไม่ร้อนอย่างที่คิด" ทั้งที่ตอนนี้เธออยู่กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดอ่อน แต่กลับไม่ร้อนเหมือนแดดเมืองไทย"ชอบก็ดีแล้ว พี่นวดให้นะ เดินทางมาถึงเหนื่อย ๆ"ภาวินขันอาสาอย่างเอาใจ เขานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วค่อย ๆ บีบนวดต้นแขน หัวไหล่ แต่ไป ๆ มา ๆ กลับนวดวนเวียนอยู่แต่ก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นสองก้อนที่อยู่ด้านหน้า บั้นท้ายก็ถูกสิ่งนั้นของเขาบดเบียดอย่างเป็นจังหวะ"ฮื้อ...พี่วินเนี่ยมือซนตลอดเลย" หญิงสาวครางเบา ๆ เมื่อเขาล้วงเข้าไปในชุดว่ายน้ำชิ้นบนแล้วใช้นิ้วหมุนวนปลายยอดอย่างปลุกเร้าภาวินมองไปรอบด้

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 100%

    ภาวินมองคนที่นั่งหลับมาตลอดทางด้วยสายตารักใคร่ วันนี้เขาได้ใช้เวลาอยู่กับเธอทั้งวัน ได้นอนกกกอดเธอไว้ในอ้อมแขนจนเขาแทบสำลักความสุข เขารู้ว่าตนยังไม่อิ่มแต่ก็ต้องรีบพาหญิงสาวกลับกรุงเทพฯ เพราะไม่อยากให้ค่ำเกินไปชายหนุ่มจอดรถหน้าบ้านมัลลิกาในตอนหัวค่ำ ก่อนหน้านี้เขาโทรศัพท์บอกมารดาของเธอแล้วว่าจะพาหญิงสาวแวะกินมื้อเย็นแล้วค่อยกลับเข้าบ้าน จึงไม่ห่วงว่าเธอจะถูกบิดามารดาดุ"มะลิ ถึงบ้านแล้วครับ" เขาสะกิดมัลลิกาเบา ๆ หญิงสาวตื่นขึ้นแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างงัวเงีย"ถึงบ้านหนูแล้ว หรือจะไปนอนบ้านพี่ดี" เจ้าตัวหันมาค้อนใส่เขาทันทีก่อนจะเปิดประตูลงไปยืนข้างรถแล้วโบกมือให้ แต่สภาพของเธอเหมือนคนยังไม่ตื่นดี เขาจึงอดไม่ไหวอีกต่อไป หัวเราะออกมาในที่สุด"ตื่นได้แล้ว หลับมาตลอดทางยังไม่พออีกหรือแม่คุณ" เขาถามกลั้วหัวเราะ เธอยู่หน้าใส่เขาแล้วพูดว่า"เพราะใครล่ะ" จากนั้นหญิงสาวก็หันหลังเดินจากไป เขามองจนเธอเข้าบ้านแล้วจึงขับเลยไปที่บ้านของตัวเองบ้างบิดามารดาของภาวินนั่งดูข่าวภาคค่ำอยู่ในห้องนั่งเล่น ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาแล้วนั่งบนโซฟาอีกตัว อ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 70%

    "ใส่ทำไม พี่อยากอ่อยคนแถวนี้นี่นา" ไม่พูดเปล่า แต่เขายังแบมือมาทางเธอราวกับต้องการให้วางมือลงไปบนมือของเขามัลลิกายื่นมือไปวางลงบนมืออุ่นข้างนั้น ชายหนุ่มกระตุกเบา ๆ หญิงสาวจึงทรุดนั่งข้างกายเขาแต่โดยดี"เย็น ๆ ค่อยกลับเนอะ หรือจะค้างดี" ภาวินถามพลางนวดมือให้เธอไปด้วย จึงทำให้มัลลิการับรู้ความในใจของชายหนุ่มอีกจนได้...พี่แค่อยากพาหนูมาผ่อนคลาย เห็นอุดอู้อยู่ในบ้านเป็นเดือน ๆ..."พี่ก็โทร. ไปขอคุณพ่อให้หนูสิคะ" เธอแกล้งหยอกเขาเล่น แต่ภาวินกลับคิดจะทำจริง ๆ"ก็ได้นะ พี่มีเบอร์คุณพ่อของหนูอยู่"ชายหนุ่มทำท่าจะยืนขึ้น หญิงสาวจึงรีบกอดแขนเขาไว้ทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะโทรศัพท์ไปขออนุญาตกับบิดาของตนจริง ๆ"ไม่เอา! พี่ก็รู้อยู่ว่าคุณพ่อไม่อนุญาตหรอก ขืนโทร. ไปมีหวังโดนจี้ให้กลับบ้านตอนนี้แน่" พูดจบเธอก็ถูกเขากอดไว้แล้วเอนตัวลงนอนไปด้วยกัน โดยที่หญิงสาวนอนเอาหูแนบอกฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นอยู่ข้างใน"บ้านก็ติดกันอย่างนั้น ยังไงก็หนีพี่ไม่พ้นหรอก"เขาปัดผมของเธอออกจากลาดไหล่แล้วใช้มือลูบต้นแขนเปลือยเปล่าของหญิงสาวไปมา ผิ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 23 ฝึกรัก - 35%

    มัลลิการักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอีกสองอาทิตย์ก็ได้กลับบ้าน แผลที่แก้มเริ่มไม่เจ็บเท่าไรแล้ว แต่แผลที่ถูกกระจกบาดและแผลถลอกพอตกสะเก็ดกลับดูน่ากลัวจนมัลลิกาไม่กล้าส่องกระจกดูหน้าตัวเอง หญิงสาวยังเดินด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องอาศัยไม้ค้ำช่วยพยุง ในแต่ละวันเธอจึงได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในบ้าน ภาวินจึงนึกสนุกด้วยการนำเครื่องสำอางมาให้หญิงสาวได้ลองหัดแต่งหน้าโดยแนะนำให้เธอเริ่มศึกษาจากยูทูบช่วงอาทิตย์แรกมัลลิกายังใช้แปรงและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเก้กังเพราะไม่เคยใช้ แต่พออาทิตย์ถัดมาหญิงสาวก็เริ่มคล่องขึ้น และเริ่มสนุกกับการแปลงโฉมใบหน้าของตัวเองในรูปแบบต่าง ๆ เธอเริ่มเข้าเว็บไซต์ และติดตามแฟนเพจที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ครีมหรือโลชั่นยี่ห้อไหนที่โด่งดังเรื่องช่วยลบรอยแผลเป็น เธอก็คลิกสั่งออนไลน์เพื่อเอามาลองใช้หลายยี่ห้อมัญชุดานั่งมองบุตรสาวที่กำลังทดลองสีลิปสติกกับข้อมือของตัวเองแล้วก็ได้แต่ยิ้ม เมื่อก่อนมัลลิกาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เพราะชอบคิดว่าตนไม่สวย แต่งไปก็ไม่มีใครดู แต่พอแม่สาวน้อยของเธอเริ่มมีความรักก็เริ่มหัดดูแลตัวเองมากขึ้น หนำซ้ำยังดูมีความสุขดีด้วย

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 100%

    มัลลิกายังคงไม่ยอมออกจากผ้าห่ม แต่เสียงสะอื้นนั้นไม่มีแล้ว ราวกับเจ้าตัวกำลังชั่งใจว่าจะโผล่หน้าออกมาคุยกับเขาดีหรือไม่"ถ้าอย่างนั้น พี่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปวางบนศีรษะของเธอเบา ๆ ก่อนพูดต่อ"ถ้าหากว่าคนที่ถูกรถชนเป็นพี่ คนที่ต้องนอนอยู่ตรงนี้เป็นพี่ และพี่ต้องมีแผลเป็นบนหน้าบ้าง หนูจะบอกเลิกพี่รึเปล่า หนูจะเลิกรักพี่แล้วหันไปคบคนอื่นไหม"คนนอนคลุมโปงส่ายหน้าไปมาแล้วตอบ "ไม่ ทำไมหนูต้องทำอย่างนั้น"ภาวินยิ้มออกทันที "ใช่ไหมล่ะ แล้วทำไมพี่ต้องทำอย่างนั้นล่ะครับ"ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วก้มลงไปจูบบริเวณที่คาดว่าน่าจะเป็นหน้าผากของหญิงสาวผ่านทางผ้าห่ม"หนูพราวถามหาพี่มะลิทุกวันเลย ไว้วันเสาร์นี้พี่จะพาหนูพราวมาเยี่ยมด้วยนะ"พอพูดถึงพราวนภา คนในผ้าห่มก็เลิกผ้าออก เผยให้เห็นใบหน้าแดงก่ำและเปลือกตาบวมจากการร้องไห้เมื่อครู่ เจ้าตัวสูดน้ำมูกทีหนึ่งแล้วถาม"หนูพราวเป็นยังไงบ้างคะ หนูผลักแรงขนาดนั้นไม่รู้หัวเข่ากระแทกพื้นจนเป็นแผลรึเปล่า"ภาวินมองหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนเชื่อม ตัวเองเป็นอย่างนี้ยังอุตส่าห์ถามถึงคนอื่

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 22 ตื่นจากฝัน - 70%

    มัลลิกาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินอย่างนั้น แม้จะคาดเดาไว้อยู่แล้วแต่ก็อดใจหายและเศร้าอยู่ลึก ๆ ไม่ได้ ถึงปรีชญาจะทำไม่ดีกับเธอไว้มากมาย แต่อย่างไรเสียก็ยังเคยคบหากันอย่างสนิทสนมมาก่อน"ทำไมตาลเขาต้องทำอย่างนั้นคะคุณพ่อ""เขาป่วยเป็นโรคหลายบุคลิกน่ะ ตอนนี้ถึงจะจับตัวได้แล้วแต่ก็ยังดำเนินคดีอะไรไม่ได้ เพราะต้องให้เขารักษาจนอาการดีขึ้นก่อน""อ้าว เขาไม่ติดคุกหรือ แล้วถ้าเขาออกมาขับรถไล่ชนหนูอีกล่ะคะ" มัลลิกาถามหน้าตื่น คิดในใจว่าถ้าโดนชนอีกครั้งคงไม่มีชีวิตรอดแน่นอน"พ่อก็ห่วงเรื่องนี้อยู่ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะกักตัวเขาไว้รักษาอาการแบบไหน พ่อกลัวว่าเขาจะปล่อยให้มันไปรักษาที่บ้านแล้วมันก็จะออกมาก่อเรื่องอีก""แย่จัง...แล้วตกลงเจอแพตที่ไหนคะ"เธออยากรู้ว่าตติยะลงมือกับปรีชญาแบบไหน และทำอย่างไรจึงสามารถซ่อนศพไว้ได้นานขนาดนั้นโดยที่ไม่มีใครหาเจอ"ศพลอยมาติดกับกอผักตบข้างวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาน่ะ แต่ผลการชันสูตรบอกว่าตายเพราะถูกบีบคอจนขาดอากาศหายใจ"นฤเบศร์เล่าให้บุตรสาวฟังไปตามความจริงโดยไม่คิดปิดบัง เพราะคนที่เป็นทั้งเหยื่อและฆาตกรก

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 4 นางแบบจำเป็น - 50%

    มัลลิกาฟังจบก็เบิกตากว้างพร้อมกับยกนิ้วชี้เข้าหาตัวแล้วพูดราวกับไม่เชื่อหูตัวเองว่า"หนูเนี่ยนะคะ! คุณป้าจะให้หนูเป็นนางแบบลิปสติกหรือคะ""ใช่จ้ะ ป้าคิดว่าหนูน่ะเหมาะสมที่สุดแล้ว หนูรู้ตัวไหมว่าหนูมีปากที่สวยมาก ความจริงแล้วหนูก็สวยไปทั้งหน้านั่นแหละ ขอโทษนะจ๊ะหนูมะลิ ขอป้าถอดแว่นหน

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 4 นางแบบจำเป็น - 25%

    มัลลิกานั่งกินน้ำแข็งใสคนละถ้วยกับพราวนภาในห้องนั่งเล่นพลางดูภาพยนตร์แอนิเมชันทางเคเบิลทีวีไปด้วย ส่วนภคินีกำลังนั่งอ่านเอกสารบางอย่างบนโซฟาอีกตัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดระหว่างนั้นภาวินเดินเข้ามาในห้องที่ทุกคนนั่งอยู่พอดี สายตาของมัลลิกากับพราวนภาจึงเบนไปหาผู้ที่เข้ามาใหม่โ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 3 บุกถ้ำเสือเพื่อหาลูกแมว - 70%

    และเพราะมัวแต่มองเจ้าตัวเล็ก หญิงสาวจึงไม่ทันเห็นสายตาระยิบระยับกับมุมปากที่ยกขึ้นอย่างสมใจของคนตัวโต และยิ่งไม่มีทางรู้ว่าก่อนหน้าที่พ่อลูกคู่นี้จะเดินมาถึงรั้วที่กั้นเขตบ้าน ผู้เป็นพ่อได้ "ชี้แนะ" อะไรบางอย่างกับบุตรสาวตัวน้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"หนูพราวจะมาอีกทีวันศุกร์แน่ะ ต้องคิดถึงพ

  • เล่ห์โอบรัก   บทที่ 3 บุกถ้ำเสือเพื่อหาลูกแมว - 35%

    หลังจากรับประทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย มัลลิกาก็ยกจานชามทั้งหมดไปล้างในครัว ขณะเดียวกันก็คอยแอบมองพ่อเลี้ยงไปด้วยว่าอีกฝ่ายจะขึ้นไปอาบน้ำตอนไหน ครั้นพอเห็นนฤเบศร์เดินขึ้นบันไดไปแล้วจึงรีบไปหามารดาแล้วจับแขนท่านเขย่าเบา ๆ"คุณแม่ขา ช่วยพูดกับคุณพ่อหน่อยสิคะเรื่องฝึกงานน่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status