Mag-log inหลังจากกลับเข้าคฤหาสน์ตระกูลเว่ย เว่ยซวงอวี่ให้สาวใช้พยุงเว่ยฮูหยินกลับเข้าไปพักด้านใน ตัวนางเองที่เดินจนเหนื่อยก็อยากจะกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดเสียหน่อย
ระหว่างทางกลับพบกับบิดาที่กำลังเดินตรงมาพร้อมกับพ่อบ้าน นางย่อกายคารวะทั้งยังส่งยิ้มให้ “ท่านพ่อ”
เว่ยจื่อฉีพยักหน้าให้บุตรสาว เขาให้พ่อบ้านเดินไปก่อน ส่วนตัวเขายืนสนทนากับนางอีกครู่ใหญ่ “กลับมาแล้วหรือ”
“เจ้าค่ะ”
“เป็นอย่างไรบ้าง ได้ออกไปเที่ยวข้างนอกรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่ อยู่แต่ในเรือนไม่ได้ออกไปไหน อึดอัดแย่กระมัง”
“ก็ไม่รู้สึกอึดอัดมากมายอะไรเจ้าค่ะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีเช่นกัน”
ได้ยินคำตอบของเว่ยซวงอวี่ เว่ยจื่อฉีก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “เจ้าก็อย่าโทษว่าพ่อใจร้าย เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้พ่อต้องระมัดระวังมากขึ้น เกิดเจ้าออกไปข้างนอกแล้วเกิดเรื่องอีก เจ้าจะให้พ่อมองหน้าเจ้าอย่างไร”
“ลูกเข้าใจเจ้าค่ะ ไม่ว่าก่อนหน้านั้นจะเกิดอะไร ต่อไปลูกจะไม่ทำให้ท่านพ่อและท่านแม่ต้องกังวลอีก”
“ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดเจ้าเสียทีเดียว” เว่ยจื่อฉีชะงักหลังจากเอ่ยจบประโยคนั้น เขาลอบสังเกตใบหน้าของบุตรสาว จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาคราหนึ่งเมื่อไม่พบความผิดปกติ
“คนเป็นบิดามารดาดูแลบุตรไม่ดี จะโทษพวกเจ้าที่เป็นลูกได้อย่างไร เจ้ากลับมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนเถิด”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ” เว่ยซวงอวี่ยิ้มก่อนจะเดินไปอย่างว่าง่าย
แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อคล้อยหลังไปไม่นาน นางยังคงได้ยินผู้เป็นบิดาพึมพำเสียงเบา
“จะโทษเจ้าอย่างไรกัน เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ล้วนเพราะข้าดูแลพวกเจ้าไม่ดี...”
เมื่อกลับถึงห้องเว่ยซวงอวี่ให้สาวใช้สองคนช่วยเปลี่ยนชุด นางยังคงมีใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทีหรือก็เป็นปกติ ในยามที่พูดคุยกับสาวใช้ของตน แต่เมื่อทั้งสองเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับปิดประตู ใบหน้าของหญิงสาวกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
“ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไร แล้วยังจะมีข่าวลือที่ซุบซิบนั่นอีก” เว่ยซวงอวี่ขมวดคิ้ว มือคลึงพู่กันเบา ๆ อย่างครุ่นคิด
ก้มลงมองกระดาษที่นางจดสิ่งที่นางสงสัย โดยแยกแยะออกมาถึงความน่าจะเป็น เรื่องที่เว่ยเอินหลินผู้เป็นพี่สาวอาจจะอยู่ในเหตุการณ์นางไม่ได้ตัดทิ้งไป อีกทั้งเรื่องที่นางกับผู้เป็นพี่สาวทะเลาะกัน กระทั่งเรื่องสุดท้ายในวันนี้ที่บิดาหลุดปากออกมา
“หรือข้ากับพี่ใหญ่จะมีเรื่องผิดใจจนทะเลาะกันจริงๆ” คิ้วเรียวขมวดมุ่น
“เมื่อก่อนข้า...เป็นคนเช่นไรกันนะ” นางให้สงสัยยิ่งนัก
จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าตัวนางเองอิจฉาผู้เป็นพี่สาวที่จะได้แต่งเข้าตำหนักองค์ชายเก้า แต่...หากพี่สาวของนางไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เล่า
แล้ว...หากไม่จริง ทำไมบิดาจึงต้องการปิดบังเรื่องต่างๆ จากนาง
“ความจริงเป็นเช่นไรกันแน่”
มองดูสิ่งที่ตัวนางเองเขียนลงไปในกระดาษ เว่ยซวงอวี่ถึงกับปวดศีรษะ อาการเช่นนี้มักจะกำเริบในยามที่นางครุ่นคิดมากเกินไป
เมื่อหมึกแห้งแล้วกระดาษก็ถูกพับเก็บ ก่อนที่นางจะมองไปโดยรอบเพื่อหาที่ซุกซ่อน สาวใช้สองคนของนางเป็นคนที่บิดาส่งมาสอดแนม ดังนั้นนางต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
เมื่อคิดได้เช่นนี้เว่ยซวงอวี่พลันรู้สึกผิด...
แม้ตระหนักดีว่าบิดาของนางมีเรื่องปิดบัง แต่อย่างไรเสียนางก็มองออกว่าในยามที่มองมายังนาง บิดามีเพียงความห่วงใย แต่หนึ่งในนั้นยังมีความหวาดระแวงบางอย่างที่นางเองยังรู้สึกได้
ไม่รู้ว่านางควรจะรู้สึกดีใจที่ตนเป็นคนจับผิดเก่ง หรือนางควรจะรู้สึกสงสารตัวเองดีที่ไม่อาจไว้ใจแม้กระทั่งบิดาของตัวเอง
กระดาษใบนั้นถูกสอดเข้าไปในถุงหอมใบเดียวกับที่นางซ่อนจดหมาย นางพกพาติดตัวโดยตลอด ระมัดระวังแม้กระทั่งในเวลานอนก็ซุกเอาไว้ใต้หมอน
“สืบจากผู้อื่นไม่ได้ในยามนี้ เช่นนั้นก็เริ่มจากตัวเองก็แล้วกัน ข้าอาจคิดมากจนเกินไป บางทีอาจเป็นข้าที่ทำให้พวกเขาต้องปิดบัง หรือว่าพวกเขาอาจพูดถูก ข้าอาจอิจฉาพี่ใหญ่จน...”
เว่ยซวงอวี่สะบัดศีรษะไปมา แม้บอกตัวเองไม่ให้คิดมาก แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดไม่ได้ อะไรที่ทำให้บิดามีท่าทีเช่นนี้กับนาง ทั้งที่นางเองก็มองออกว่าบิดาห่วงใยและหวังดีต่อนางจากใจจริง
กวาดสายตามองไปรอบห้อง ตำรามากมายที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีโต๊ะสำหรับเขียนหนังสือตั้งอยู่ภายในห้อง เห็นได้ชัดว่านางในอดีตนั้นเป็นคนใฝ่รู้
ในยามที่มารดาของนางมาอยู่เป็นเพื่อน ก็มักจะเล่าเรื่องราวมากมายให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่น้อยนักที่สตรีจะได้รับการศึกษาเยี่ยงบุรุษ แต่บิดาของนางกลับใจกว้าง ไม่เพียงให้ร่ำเรียนเขียนอ่าน แต่ยังถึงกับสนับสนุนให้พวกนางปลอมตัวเข้าเรียนในสำนักศึกษาเค่อหลี่
ทั้งนี้บัณฑิตอาวุโสทั้งสาม ต่างก็ยอมรับในความสามารถของพวกนาง ดังนั้นจึงให้พวกนางปลอมตัวเป็นบุรุษ โดยแยกเรียนกับศิษย์คนอื่น
ทั้งนางและเว่ยเอินหลินจะได้รับการสั่งสอนจากบัณฑิตอาวุโสทั้งสาม ร่วมกันกับศิษย์รุ่นที่สามที่เรียนจบไปแล้ว แต่ยังคงกลับมาช่วยงานในสำนักศึกษา
หลายครั้งที่เกือบโดนจับได้ แต่เพราะมีศิษย์พี่หลายคนคอยยื่นมือเข้าช่วย อีกทั้งในสำนักศึกษาไม่แบ่งแยกฐานะ ไม่ว่าจะยากดีมีจน หากเข้าเรียนที่นั่น มาใหม่เป็นศิษย์น้อง มาก่อนเป็นศิษย์พี่
ดังนั้นพวกนางที่อยู่กับศิษย์พี่ จึงกลายเป็นศิษย์พี่โดยไม่มีใครกล้าสงสัย
แต่ทั้งนี้พวกนางต้องทำงานหนักเป็นสองเท่าของศิษย์พี่คนอื่น ๆ เพื่อตอบแทน การคัดลอกตำราและจัดหมวดหมู่ พวกนางต้องทำมากกว่าศิษย์พี่คนอื่น ซึ่งนั่นก็ยังไม่นับว่าหนักหนาอะไร
“ลูกเคยบ่นให้ท่านแม่ฟังบ้างหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่เลย ความจริงแม่ยังประหลาดใจ เจ้าดูจะชื่นชอบการไปที่สำนักศึกษาเค่อหลี่ด้วยซ้ำ”
ฉางเหยียนยิ้มกว้างในยามที่นางรีบรินสุราให้เขา เมื่อเห็นว่าเขาวางจอกลง “พี่สะใภ้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง เพียงมองอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องของข้ากับเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้”“ท่านจึงเอาแต่วิ่งหนีเขาหรือ”“ข้ากำลังวิ่งหนีตัวเองต่างหาก”นางเห็นด้วยกับคำพูดของเขา “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเขาอาจละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาท่าน”“ข้าบอกความรู้สึกของข้าไปแล้ว และข้าก็ให้เขาสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำเช่นนั้น”“เขาคงเสียใจมากหากท่านจากไป”“ข้าไม่ได้จากไปอย่างถาวร สักวันข้าจะกลับมา เพียงแต่ตอนนี้ข้าต้องการเวลา เขาเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ เกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่ความสับสนชั่วครู่ที่เกิดขึ้น ไม่อาจสั่นคลอนสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว”“ไม่ยุติธรรมเลย ท่านเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะแบกภาระเหล่านี้เอาไว้”“ข้ารู้” ฉางเหยียนยอมรับออกมาตามตรง “ชีวิตข้าไม่ขออะไรมากมาย ขอเพียงเขาและศิษย์พี่ใหญ่ปลอดภัยและมีความสุข”“แล้วท่านเล่ามีความสุขหรือไม่”คำถามนั้นนางไม่ได้รับคำตอบ ฉางเหยียนเพียงมองนางด้วยรอยยิ้ม เขากำลังจะเอ่ยคำแต่หานหย่งหมิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับไหสุรา ท
“ฝ่าบาท” เว่ยซวงอวี่ก้าวเข้ามาคุกเข่า“เรารู้ เรารับปากเจ้าแล้วย่อมไม่คืนคำ” สุรเสียงยังคงเย็นเยียบน่ากลัว “จินเสอ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”“ให้คนส่งเว่ยจื่อฉีกลับอี๋หยาง ตลอดทั้งชีวิตห้ามก้าวเข้ามาในเมืองหลวงอีกแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนเว่ยเอินหลินส่งนางไปกักขังพร้อมกับคนอื่นๆ ในตำหนักองค์ชายเก้า ให้ทุกคนไปเฝ้าสุสานบรรพชนแคว้นหาน ชั่วชีวิตห้ามก้าวออกมา ใครฝ่าฝืนประหารไม่ละเว้น”“รับด้วยเกล้า”เว่ยจื่อฉีและเว่ยเอินหลินหมดสติไปในทันที ดังนั้นขันทีจึงช่วยกันลากออกไปจากบ้านตระกูลหยวน เว่ยซวงอวี่กำลังจะลุกและเดินตามไป กระนั้นนางกลับมาอาจทำได้ดังใจ“เว่ยซวงอวี่”“เพคะฝ่าบาท”“เจ้ายังมีหน้าที่ที่ยังไม่เสร็จสิ้น สิ่งใดที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเถิด การกระทำของพวกเขาเจ้าไม่อาจแบกรับไปโดยตลอด ความกตัญญูย่อมต้องมีขอบเขต”“หม่อมฉันรับพระบัญชา”“หากเจ้าตามไปยิ่งจะเกิดเรื่องยุ่ง มิใช่ปกป้องมารดาของเจ้าอยู่หรือ หากตามกลับไปนางต้องระแคะระคาย ผู้ใดก่อเรื่องก็ให้พวกเขาแก้ไขเอง”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”“อาการของหยวนเฟิงหลิงเป็นอย่างไรบ้าง”“เขายังคงได้สติเพียงเล็กน้อยในระยะสั้นๆ แต่อาการโดยรวมดีขึ้นมากเพคะ”“เ
“ท่านพ่อข้าทำอะไรหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยังมีหน้ามาถาม! ทั้งหมดนั้นเจ้ายังคิดว่าข้าคือพ่อของเจ้า ยังคิดว่าเอินเอ๋อร์คือพี่สาวเจ้าอยู่หรือ!”“ท่านเสียงดังเช่นนี้มีประโยชน์อันใด หรือต้องการให้ผู้คนรับรู้ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป”“ก็ให้มา ใครอยากได้ยินก็เข้ามาฟัง ข้าจะได้บอกว่าข้าไม่เคยมีบุตรสาวอกตัญญูเช่นเจ้า!”“หรือสิ่งที่ท่านและพี่ใหญ่ทำทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องถูกต้อง ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการกระทำของท่านกับพี่ใหญ่นั้น เหมาะสมแล้วหรือ ท่านพ่อท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่เคยเป็นความลับ หลอกลวงเบื้องสูงโทษประหารเก้าชั่วโคตร ตอนที่ท่านกระทำท่านเคยคิดถึงผลข้อนี้หรือไม่”“เจ้าหุบปาก! ข้าจะทำอะไรล้วนเป็นเรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถสอดมือ”“เรื่องของท่าน ฮ่าๆๆ” เว่ยซวงอวี่หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่ใช่เรื่องของข้าที่สามารถสอดมือ” นางหัวเราะแต่น้ำตากลับหลั่งออกมา ความพยายามในการปกป้องของนาง ได้รับผลตอบแทนคือคำว่า ‘ลูกอกตัญญู’“ ‘เรื่องราวทั้งหมดนั้นข้ายังคิดว่าท่านคือท่านพ่อของข้าหรือไม่’ ท่านว่า ‘สิ่งที่ข้าทำข้ายังคิดว่าพี่ใหญ่คือพี่สาวข้าอยู่หรือไม่’ ท่าน
“หลบเร็ว”“มีคนร้าย!”“คุ้มครององค์ชาย!”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น ผู้คนต่างก็วิ่งวุ่นวาย หานหย่งหมิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “บัดซบเจ้าเก้า ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี!”การโจมตีครั้งนี้หมายเอาชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย เว่ยซวงอวี่มองกลุ่มมือสังหารที่กระหายการสังหารผู้อื่นนับห้าสิบคน ซึ่งกระจายกันบุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ อีกทั้งจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นางก็ได้แต่แตกตื่น หยวนเฟิงหลิงกอดจุมพิตนางคราหนึ่ง ก่อนผลักนางไปหาเสี่ยวหู “พานายหญิงของเจ้าไปหลบด้านหลัง”“ขอรับ”ยังจะมีด้านหลังให้หลบที่ไหนเล่า เพราะเมื่อประตูเปิดลูกดอกมากมายก็พุ่งเข้ามา เสี่ยวหูรีบปิดประตู ก่อนพาเว่ยซวงอวี่หลับไปยังมุมหนึ่งที่มีโต๊ะอันเล็กล้มอยู่ เขาผลักนางเข้าไป ก่อนจะหาเก้าอี้มาบังเอาไว้“ท่านอยู่ตรงนี้นะขอรับ”“แล้วเจ้าเล่า”“ข้าน้อยจะล่อพวกมันไปอีกทาง”“เจ้าระวังตัวด้วย”“ขอรับ” เสี่ยวหูวิ่งหลบหลีกออกทันทีเสียงการต่อสู้ถอยร่นมายังจุดที่นางอยู่ หยวนเฟิงหลิงมองเห็นนางจึงเดินเข้ามา แต่เขาถูกขวางเอาไว้ อีกด้านองครักษ์และฉางเหยียนเองก็กำลังปกป้องหานหย่งหมิงเอาไว้ตรงกลางเฒ่าวิปลาสโผเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือรุนแรง เขาดันโ
งานเลี้ยงชมบุปผาที่ตำหนักองค์ชายเจ็ด จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทั้งนี้ความตั้งใจเดิมคือให้ฮูหยิน และบรรดาสตรีในวังหลวง ได้ร่วมสังสรรค์และพบปะกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเข้าร่วมก็ยังคงแปรความหมายได้อีกทาง เพราะในสถานการณ์ที่องค์ชายเจ็ด และองค์ชายเก้ากำลังแข่งขันกันเช่นนี้ แน่นอนว่าขุนนางที่เลือกข้างองค์ชายเก้า ไหนเลยจะกล้าให้ฮูหยินของตนเข้ามาปรากฏตัว“นั่นมิใช่ชายารององค์ชายเก้าหรอกหรือ”เสียงซุบซิบกันดังขึ้น เว่ยซวงอวี่หันไปมอง จากนั้นก็รีบเข้าไปหาผู้เป็นพี่สาวความจริงแล้วการมาร่วมงานเลี้ยงย่อมไม่แปลก เพียงแต่ในเวลาเช่นนี้เว่ยเอินหลินกลับมาปรากฏตัว โดยไร้ซึ่งเงาของพระชายาองค์ชายเก้า เช่นนี้หากไม่เรียกว่าโง่งม ก็ต้องสงสัยว่านางเสียสติ“พี่ใหญ่” เว่ยซวงอวี่กระซิบเรียกอีกฝ่าย“ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้าสักครู่ ไม่นานก็จะกลับแล้ว”เว่ยเอินหลินส่งสัญญาณให้นางกำนัลของตน จากนั้นก็เดินตามเว่ยซวงอวี่ไป“ท่านมาที่นี่คิดจะทำอะไร ไม่รู้หรือว่า…” นางกำลังจะเอ่ยคำ เว่ยเอินหลินกลับรวมมือนางไปกุมไว้“อวี่เอ๋อร์ เจ้าถึงกับต้องทำเช่นนี้เลยหรือ”“ท่านพูดเรื่องอะไร”“อวี่เอ๋อร์ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามขัดขวางข้า เพรา
“หา!” หญิงสาวอ้าปากค้าง พร้อมกับทำหน้าราวกับกำลังจะร้องไห้ “โธ่ ศิษย์พี่รองของข้า”หยวนเฟิงหลิงหัวเราะ “ไปเตรียมตัวเถิด ข้าจะไปส่งเจ้าที่ประตูวังหลวง ถึงที่นั่นแล้วจะมีคนของตำหนักองค์ชายเจ็ดมารับ”ระหว่างเดินทางไปยังประตูวังหลวง เว่ยซวงอวี่ใคร่ครวญเงียบๆ วันนี้องค์ชายเจ็ดเข้าร่วมประชุมขุนนาง แน่นอนว่าเป็นการแสดงจุดยืนอย่างแท้จริงหลังจากนี้จะมีขุนนางมากมายเลือกฝ่าย อิทธิพลเบื้องหลังฮองเฮาและพระสนมนั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องมีเหล่าขุนนางอีกบางส่วนที่ยังไม่แสดงเจตนาที่จะอยู่ข้างใครอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้เรื่องจะยิ่งอันตรายกว่าที่เคยหยวนเฟิงหลิงเชยคางนางขึ้น “อวี่เอ๋อร์อย่ากังวล”“ไม่หรอก” นางยิ้ม “ข้าจะเดินหน้าให้ถึงที่สุด”“เพื่ออะไร” หยวนเฟิงหลิง “เจ้าจะไม่ยอมบอกข้าจริงๆ หรือว่าเจ้าเลือกข้างองค์ชายเจ็ดเพราะเหตุใด”หญิงสาวยิ้มให้หยวนเฟิงหลิง “วันหนึ่งข้าจะบอกท่าน”“เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ามั่นใจกว่าเมื่อก่อน ข้าชักสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้านั้น เกี่ยวข้องกับการเข้าวังหลวงของเจ้า…”“เฟิงหลิง ข้าขอร้องท่านอย่าคาดเดาเลย”อา…เขาเดาถูกจริงๆ ด้วยแม้แต่ฉางเหยียนและหานหย







