เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา

เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-24
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
78Bab
1.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เว่ยซวงอวี่ ฟื้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันว่างเปล่า นางจดจำไม่ได้แม้แต่ว่าตัวนางเองเป็นใคร และเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้พบกับ ‘ศิษย์พี่ใหญ่เฮยหลิง’ นางพลันรู้สึกว่าชีวิตของนางก่อนสูญเสียความทรงจำนั้นช่างซับซ้อนยิ่งนัก เมื่อพบว่าทุกคนรอบตัวล้วนแล้วแต่น่าสงสัย นางจึงออกค้นหาความจริง และตามเก็บความทรงจำกลับมา กระทั่งพบ ‘เฒ่าวิปลาส’ สหายรู้ใจที่นางรู้สึกว่าเขาจริงใจกับนางที่สุด เรื่องราวมากมายเริ่มปรากฏ ความทรงจำนำมาซึ่งความเจ็บปวดทำให้นางท้อแท้จนอยากถอยห่าง ไหนจะมีคู่หมายอย่าง ‘หยวนเฟิงหลิง’ เข้ามาทำให้นางไขว้เขวอีก ความทรงจำที่กลับมากระจ่างชัด ทำให้นางรู้ว่าไม่มีทางให้นางถอยหนีอีกแล้ว เพราะเบื้องหลังการกระทำทั้งหมดของนางนั้น เดิมพันด้วยความเป็นความตายของคนตระกูลเว่ย!!!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ความรู้สึกแรกที่หลั่งไหลเข้ามาในยามที่สติรับรู้เริ่มตื่นขึ้น ความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน ทั้งศีรษะที่ปวดร้าวแทบระเบิด กับร่างกายที่ไม่ว่าจะส่วนใดล้วนแต่เจ็บระบมเกินข่มกลั้น

ดวงตาที่เพิ่งจะกะพริบเปิดต้องปิดลงไปอีกครั้ง เสียงขยับเบา ๆพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเข้าเพื่อหวังให้ความเจ็บปวดลดน้อยลง ทำให้สาวใช้ที่นอนเฝ้าผู้เป็นนายรีบวิ่งออกไปจากห้อง

“นะ...นายท่าน นายหญิงเจ้าคะคุณหนูรองฟื้นแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูรองฟื้นแล้ว!”

เสียงตะโกนนั้นส่งผลให้หญิงสาวที่เพิ่งจะรู้สึกตัวขมวดคิ้วแน่น ดวงตาที่เพิ่งปรับการมองเห็นจนชัดเจน กวาดมองไปยังม่านหน้าเตียง ฉากกั้นลายโบตั๋น ก่อนที่นางจะหยุดสายตาลงไปยังเงาของผู้คนมากมาย ซึ่งตอนนี้กำลังวิ่งเข้าประตูมา

เงาเลือนรางค่อย ๆ ผ่านฉากกั้นเข้ามาคนแล้วคนเล่า กระทั่งในที่สุดใบหน้าห่วงกังวลของสตรี และบุรุษวัยกลางคนปรากฏขึ้น รอยยิ้มราวกับคนที่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เลวร้าย ทำให้หญิงสาวรู้สึกงุนงง

บทสนทนามากมายที่นางไม่เข้าใจ ยิ่งทำให้อาการปวดตุบ ๆ ที่ขมับรุนแรงมากยิ่งขึ้น

“อวี่เอ๋อร์ รู้สึกตัวแล้วหรือ เจ็บตรงไหนบ้าง เจ้าบอกแม่”

“ฮูหยินเจ้าระวังหน่อย ว่าเพิ่งไปแตะตัวนาง รอท่านหมอหวงมาถึงก่อน” บุรุษผู้นั้นเอ่ยจบก็หันมามองหญิงสาว “อวี่เอ๋อร์เจ้าอย่าเพิ่งขยับตัว พ่อให้คนไปตามท่านหมอหวงมาแล้ว”

“พวกท่าน...เป็นใคร” คำถามของหญิงสาวทำให้บรรยากาศในห้องเงียบงันลงไปทันที

“เจ้า...อวี่เอ๋อร์”

“นาง...นางถามว่าอย่างไรนะ อวี่เอ๋อร์ลูก นี่แม่อย่างไรเล่า”

“ฮูหยินเจ้าถอยออกมาก่อน อวี่เอ๋อร์...”

“พวกท่านเรียกข้าว่าอวี่เอ๋อร์ นั่นชื่อของข้าหรือ ข้า...ชื่ออะไรหรือ แล้วที่นี่ที่ไหน ข้าเป็นใคร”

อาการปวดศีรษะรุนแรงที่ยิ่งมาก็ยิ่งทำให้ใบหน้าหน้าบิดเบี้ยว ความเจ็บปวดที่เพิ่งทุเลาลงเริ่มกลับมาชัดเจน หญิงสาวคว้ามือของสตรีตรงหน้า พยายามอ้าปากเอ่ยถาม

นางนึกไม่ออก นางเป็นใคร คนเล่านี้เล่าคือผู้ใด แล้วเหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างล้วนแล้วแต่สับสนและไม่กระจ่างชัด

“ท่านหมอมาแล้ว!!!”

นั่นคือเสียงสุดท้ายที่หญิงสาวได้ยิน จากนั้นไม่นานนางรู้สึกเหมือนท่านหมอหวงคนนั้นพยายามฝังเข็มให้นาง โดยให้สาวใช้จับนางเอาไว้ เสียงปลอบประโลมดังขึ้น ใบหน้าห่วงกังวลและดวงตาแดงก่ำของสตรีวัยกลางคน ซึ่งในยามนี้สบตากับนางนิ่ง

“อวี่เอ๋อร์ลูกแม่”

“ผ่อนคลายเถิดคุณหนูเว่ย ร่างกายท่านยังคงต้องพักฟื้น อย่าได้กังวลสิ่งใดเลย” เสียงท่านหมอดังแว่วเข้ามา ก่อนที่สติของหญิงสาวจะค่อย ๆ พร่าเลือนกระทั่งหลับไปในที่สุด

ท่านหมอหวงก้าวออกมาจากห้องหลังจากกำชับการดูแลกับสาวใช้สองนางที่รั้งอยู่ในห้อง เว่ยจื่อฉีและเว่ยฮูหยินเดินตามเขาออกมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“ดูเหมือนตอนที่ตกลงมาจากรถม้านั้น ศีรษะของคุณหนูรองคงไปกระแทกกับบางอย่าง และเป็นการกระแทกที่รุนแรงมาก คุณหนูรองจึงจดจำสิ่งใดไม่ได้ อาการนี้ข้าเคยรักษามาก่อน บางคนใช้เวลาหลายวันก็กลับมาจดจำทุกอย่างได้ดังเดิม แต่บางคนนานนับเดือน หรืออาจจะเป็นปี แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางคนที่ไม่อาจกลับมาจดจำได้อีกเลย”

เว่ยฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็ร่ำไห้ออกมา นางมองไปยังประตูห้องซึ่งปิดสนิท ดวงตาแดงก่ำมองไปยังผู้เป็นสามี ก่อนที่นางจะก้มหน้าลงแล้วร้องไห้ออกมาเสียงเบา

“ท่านหมอหวงข้าต้องทำอย่างไรบ้าง”

“ข้าจะเขียนใบสั่งยาและกำกับวิธีดูแลเอาไว้อย่างละเอียด สองสามวันจะแวะมาดูอาการให้ครั้งหนึ่ง”

“เช่นนั้นข้าจะให้พ่อบ้านไปส่งท่านและรับใบสั่งยากลับมา ขอบคุณท่านหมอหวง”

“เกรงใจไปแล้ว”

หลังจากมองส่งท่านหมอหวงจากไปแล้ว เว่ยฮูหยินที่มีอาการเหม่อลอยก็เดินเข้ามาใกล้ผู้เป็นสามี “ท่านพี่”

“เจ้าก็สงบจิตใจลงบ้างเถิด บางทีเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว ดีแล้วจริง ๆ” เว่ยจื่อฉีถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขามองไปยังประตูห้องของบุตรสาวคนเล็กด้วยความรู้สึกผิด

ใช่...บางทีผลออกมาเป็นเช่นนี้นับว่าดีแล้ว

เว่ยซวงอวี่

...นั่นคือชื่อแซ่ของนาง หญิงสาวผู้ซึ่งไร้ความทรงจำโดยสิ้นเชิง คนตระกูลเว่ยบอกนางว่านางตกลงจากรถม้า ในระหว่างที่ไปไหว้พระที่วัดบนเขา

นางอายุได้เพียงสิบหกปี ก่อนเกิดเรื่องนางบอกกับเว่ยจื่อฉีผู้เป็นบิดาว่าอยากไปขอยันต์มงคลจากไต้ซือไป๋อวิ๋น ระหว่างทางไปยังอารามสงบใจบนเขานอกเมืองอี๋หยาง รถม้าเกิดอุบัติเหตุจนกลิ้งตกเขา

น่าประหลาดที่ทุกคนต่างก็บอกเหมือนกันหมด นั่นก็คือมีเพียงนางที่รอดชีวิต...

เว่ยซวงอวี่นั่งเหม่อมองดอกซิ่งบานสะพรั่งสวยงามตรงหน้า แต่หัวใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึกบางอย่างบอกนางว่าคนตระกูลเว่ยมีท่าทีแปลก ๆ ทุกครั้งที่นางเอ่ยถามเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

มีครั้งหนึ่งมารดาของนางหลุดปากพูดถึงเว่ยเอินหลิน แม้จะชั่วครู่แต่นางที่สงสัยการกระทำ และคำพูดของทุกคนตั้งแต่แรก มีหรือจะมองไม่เห็นถึงความผิดปกติ

เว่ยเอินหลิน พี่สาวคนเดียวของนางเพิ่งจะออกเรือนไป ทั้งยังเป็นช่วงที่นางกำลังเกิดเรื่องพอดี

ที่สำคัญการออกเรือนครั้งนี้ ยิ่งใหญ่กว่างานมงคลครั้งไหน ๆ ในเมืองอี๋หยาง เพราะนางได้รับแต่งตั้งเป็นชายารองขององค์ชายเก้าแคว้นหาน หานเหวินเสียน องค์ชายที่ฮ่องเต้แคว้นหานทรงโปรดปราน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
78 Bab
บทที่ 1
ความรู้สึกแรกที่หลั่งไหลเข้ามาในยามที่สติรับรู้เริ่มตื่นขึ้น ความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน ทั้งศีรษะที่ปวดร้าวแทบระเบิด กับร่างกายที่ไม่ว่าจะส่วนใดล้วนแต่เจ็บระบมเกินข่มกลั้นดวงตาที่เพิ่งจะกะพริบเปิดต้องปิดลงไปอีกครั้ง เสียงขยับเบา ๆพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเข้าเพื่อหวังให้ความเจ็บปวดลดน้อยลง ทำให้สาวใช้ที่นอนเฝ้าผู้เป็นนายรีบวิ่งออกไปจากห้อง“นะ...นายท่าน นายหญิงเจ้าคะคุณหนูรองฟื้นแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูรองฟื้นแล้ว!”เสียงตะโกนนั้นส่งผลให้หญิงสาวที่เพิ่งจะรู้สึกตัวขมวดคิ้วแน่น ดวงตาที่เพิ่งปรับการมองเห็นจนชัดเจน กวาดมองไปยังม่านหน้าเตียง ฉากกั้นลายโบตั๋น ก่อนที่นางจะหยุดสายตาลงไปยังเงาของผู้คนมากมาย ซึ่งตอนนี้กำลังวิ่งเข้าประตูมาเงาเลือนรางค่อย ๆ ผ่านฉากกั้นเข้ามาคนแล้วคนเล่า กระทั่งในที่สุดใบหน้าห่วงกังวลของสตรี และบุรุษวัยกลางคนปรากฏขึ้น รอยยิ้มราวกับคนที่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เลวร้าย ทำให้หญิงสาวรู้สึกงุนงงบทสนทนามากมายที่นางไม่เข้าใจ ยิ่งทำให้อาการปวดตุบ ๆ ที่ขมับรุนแรงมากยิ่งขึ้น“อวี่เอ๋อร์ รู้สึกตัวแล้วหรือ เจ็บตรงไหนบ้าง เจ้าบอกแม่”“ฮูหยินเจ้าระวังหน่อย ว่าเพิ่งไปแตะตัวนาง รอท่านหมอหวง
Baca selengkapnya
บทที่ 2
หากจะกล่าวถึงความทรงจำเกี่ยวกับพี่สาวผู้นี้ แน่นอนว่าทุกอย่างยังคงว่างเปล่า เช่นเดียวกันกับความรู้สึกที่หญิงสาวมีต่อคนในคฤหาสน์ตระกูลเว่ยแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาด เพราะเรื่องที่ทำให้นางรู้สึกถึงลางสังหรณ์อันเข้มข้นนั้น เป็นเรื่องอุบัติเหตุที่ไม่มีใครสามารถบอกถึงสาเหตุอีกทั้งในยามที่นางเอ่ยถามศพของสาวใช้ และคนขับรถม้า เนื่องจากต้องการจะมอบเงินค่าทำศพให้ญาติพี่น้องของคนตาย คำตอบที่ได้รับกลับยังคงคลุมเครือเช่นเดิมคำตอบของผู้อื่นคลุมเครือนั้น นางยังพอเข้าใจได้ หากแต่คำตอบของบิดาของนางเองก็ยังคงน่าสงสัยพอ ๆ กัน เช่นนี้แล้วจะให้นางสงบจิตใจลงได้อย่างไร“คุณหนูเจ้าคะ”เสียงของเสี่ยวเถาขัดจังหวะการใช้ความคิดของหญิงสาว นางค่อย ๆ หันหน้าไปมองอีกฝ่ายที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา “มีอะไรหรือ”“ฮูหยินให้มาเรียนว่าอาจารย์หวังมาเยี่ยมเจ้าค่ะ”“อาจารย์หวังหรือ”ความคิดของเว่ยซวงอวี่หมุนเร็วรี่ ชื่อของทุกคนที่เคยผ่านหูนับจากวันที่ฟื้นตื่นขึ้นมา นางเพิ่งจะตระหนักว่านางล้วนแล้วแต่จดจำได้ แต่อาจารย์หวังผู้นี้นางเพิ่งจะเคยได้ยินด้วยเพราะตระกูลเว่ยเป็นตระกูลบัณฑิต ดังนั้นเว่ยซวงอวี่จึงเดินไป
Baca selengkapnya
บทที่ 3
“อย่างไรหรือ” หวังชิงขมวดคิ้ว “อย่างไรเสียอวี่เอ๋อร์ก็เป็นเด็กดี ทั้งยังสูญเสียความทรงจำ”“ข้าไม่ได้คิดจะทำร้ายนาง ท่านอาจารย์วางใจ”“นั่นสินะ ตอนนี้พี่สาวของนางกลายเป็นชายารองขององค์ชายเก้าไปแล้ว เช่นนี้ก็เท่ากับอวี่เอ๋อร์คือคู่หมายของเจ้า”หยวนเฟิงหลิงแอบมุ่นคิ้วด้วยความกังวล การหมั้นหมายระหว่างตระกูลหยวน และตระกูลเว่ย บิดาของเขาและเว่ยจื่อฉียึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอดจำได้ว่าก่อนบิดาของเขาสิ้นใจ เว่ยจื่อฉียังเคยส่งจดหมายมาทวงถาม คาดไม่ถึงว่าหลังตอบจดหมายและยืนยันคำสัญญา บิดาของเขาก็ได้สิ้นใจลงเขาไว้ทุกข์มานานและไม่ได้ติดต่อกลับไปยังเมืองอี๋หยาง แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องการหมั้นหมายก็ไม่ใช่ความลับใด ๆ เพราะดูเหมือนคนในเมืองอี๋หยางเองก็ล่วงรู้เพียงแต่...เขาให้สงสัยนักว่าเว่ยซวงอวี่จะคิดเช่นไรกับการหมั้นหมายนี้เว่ยเอินหลินนั้นเขาเคยพบนางมาก่อน ตอนนั้นนางติดตามเว่ยจื่อฉีมายังเมืองหลวง ทั้งที่อายุได้เพียงสิบเอ็ดปี ตระกูลหยวนเป็นเพียงบัณฑิตไร้ชื่อเสียง ฐานะหรือก็ไม่ได้ร่ำรวยมั่งคั่งเหมือนตระกูลเว่ยใบหน้าที่แสดงออกว่าไม่เต็มใจในวันนั้น เขาหยวนเฟิงหลิงไหนเลยจะลืมเลือน“ข้าจะไปพบนางในฐานะของเฮ
Baca selengkapnya
บทที่ 4
หยวนเฟิงหลิงซึ่งนั่งอยู่บนกำแพงคฤหาสน์ มองตรงไปยังหน้าต่างห้อง ใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ภายใต้หน้ากากหนังสีดำดูครุ่นคิดหลายวันก่อนคนของเขาส่งข่าวมาจากเมืองหลวง เว่ยจื่อฉีส่งจดหมายไปยังตระกูลหยวน สอบถามเรื่องการไว้ทุกข์ว่าราบรื่นดีหรือไม่ แต่มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่านั่นคือการทวงถามว่าเมื่อไหร่เขาจะส่งเกี้ยวมารับเจ้าสาว“บุตรสาวคนโตเพิ่งจะแต่งออกไป ตอนนี้คิดจะส่งตัวบุตรสาวคนเล็กออกเรือน เว่ยจื่อฉี...หรือว่าท่านจะมีส่วนรู้เห็นและร่วมมือกับองค์ชายเก้าจริง ๆ”ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เขาในฐานะหยวนเฟิงหลิงแน่นอนว่าย่อมรู้สึกหนักใจ บิดาและมารดาของเขาเป็นสหายเก่าแก่กับตระกูลเว่ย หลายครั้งเว่ยจื่อฉีเองก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือตระกูลหยวน ได้พบกันหลายครั้งเขาเองก็รู้สึกว่าเว่ยจื่อฉีเป็นคนไม่เลวแต่ถึงอย่างนั้นหลายปีที่เขาไม่ได้พบ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรบ้าง...สายลมยามค่ำคืนพัดมาวูบหนึ่ง เงาร่างสีดำที่นั่งอยู่บนกำแพงก็เลือนหายไป ความมืด และความเงียบค่อย ๆ คืบคลานเข้าปกคลุม กลิ่นหอมของดอกซิ่งอบอวลไปทั่วบริเวณ ขับกล่อมให้เจ้าของเรือนดอกซิ่งอย่างเว่ยซวงอวี่หลับใหลหญิงสาวไม่ตระหนักเลยส
Baca selengkapnya
บทที่ 5
เขาไหนเลยจะตั้งใจให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ไม่เลย...เขาเองก็เสียใจที่ผลออกมาเป็นเช่นนี้เว่ยซวงอวี่มีท่าทีตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ในยามที่นางช่วยพยุงมารดาเดินออกมาขึ้นรถม้า หญิงสาวมองสำรวจทุกอย่างรอบตัวอย่างสนใจใคร่รู้ดวงตาเป็นประกายสดใสร่าเริงกว่าทุกวัน ทำให้ทุกคนที่มองต่างก็รู้สึกประหลาดใจ นี่ไหนเลยจะเป็นท่าทีของคุณหนูรองตระกูลเว่ยที่สุขุมเยือกเย็นคนเดิมอีก ท่าทีเช่นนั้นทำให้เว่ยฮูหยินยิ่งรู้สึกรักใคร่เอ็นดูในตัวบุตรสาวมากขึ้น นางในยามนี้คล้ายกับได้บุตรสาวตัวน้อยที่ยังไม่ได้เข้ารับการศึกษาที่เค่อหลี่กลับมาคราแรกแม้จะเห็นด้วยและยินดี เนื่องจากหายากที่อาจารย์ทั้งสามแห่งเค่อหลี่ยอมรับในตัวอิสตรี บุตรสาวสองคนของนางนับว่าแหกกฎที่บัณฑิตซึ่งมีชื่อเสียงได้ตั้งเอาไว้แม้ยังคงต้องปิดบังตัวเองด้วยการปลอมตัวเป็นบุรุษ ทั้งยังต้องเรียนแยกกับนักเรียนส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นอาจารย์แห่งเค่อหลี่เองก็ยอมรับและยกย่องบุตรสาวของนางเป็นอย่างมาก กระทั่งไม่นานมานี้ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปสามีของนางเดินทางไปต่างเมือง มีจดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งมาจากเมืองหลวง บุตรสาวของนางเขียนจดหมายตอบกลับไปด้วยนึกสนุก ซึ่งนั่นทำใ
Baca selengkapnya
บทที่ 6
หลังจากกลับเข้าคฤหาสน์ตระกูลเว่ย เว่ยซวงอวี่ให้สาวใช้พยุงเว่ยฮูหยินกลับเข้าไปพักด้านใน ตัวนางเองที่เดินจนเหนื่อยก็อยากจะกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดเสียหน่อยระหว่างทางกลับพบกับบิดาที่กำลังเดินตรงมาพร้อมกับพ่อบ้าน นางย่อกายคารวะทั้งยังส่งยิ้มให้ “ท่านพ่อ”เว่ยจื่อฉีพยักหน้าให้บุตรสาว เขาให้พ่อบ้านเดินไปก่อน ส่วนตัวเขายืนสนทนากับนางอีกครู่ใหญ่ “กลับมาแล้วหรือ”“เจ้าค่ะ”“เป็นอย่างไรบ้าง ได้ออกไปเที่ยวข้างนอกรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่ อยู่แต่ในเรือนไม่ได้ออกไปไหน อึดอัดแย่กระมัง”“ก็ไม่รู้สึกอึดอัดมากมายอะไรเจ้าค่ะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีเช่นกัน”ได้ยินคำตอบของเว่ยซวงอวี่ เว่ยจื่อฉีก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “เจ้าก็อย่าโทษว่าพ่อใจร้าย เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้พ่อต้องระมัดระวังมากขึ้น เกิดเจ้าออกไปข้างนอกแล้วเกิดเรื่องอีก เจ้าจะให้พ่อมองหน้าเจ้าอย่างไร”“ลูกเข้าใจเจ้าค่ะ ไม่ว่าก่อนหน้านั้นจะเกิดอะไร ต่อไปลูกจะไม่ทำให้ท่านพ่อและท่านแม่ต้องกังวลอีก”“ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดเจ้าเสียทีเดียว” เว่ยจื่อฉีชะงักหลังจากเอ่ยจบประโยคนั้น เขาลอบสังเกตใบหน้าของบุตรสาว จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาคราหนึ่งเมื่อไม่พบความผิดปกติ“ค
Baca selengkapnya
บทที่ 7
“ท่านแม่” เว่ยซวงอวี่ถอนหายใจออกมา “เมื่อก่อนลูกเป็นคนเช่นไรหรือเจ้าคะ”เว่ยฮูหยินชะงัก “ทำไมหรือ”“ลูกเพียงสงสัยเท่านั้นเจ้าค่ะ ตั้งนานแล้ว แต่ลูกยังนึกอะไรไม่ออกเลย ท่านหมอบอกว่าหากใช้เวลาหรือทำอะไรที่คุ้นเคย ลูกอาจจะจดจำได้ว่าเคยทำหรือไม่เคยทำมาก่อน แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ลูกกลับยังรู้สึกว่างเปล่า”เว่ยฮูหยินคว้ามือบุตรสาวมากุมไว้ “อย่าคิดมากเลย จะอย่างไรเจ้าปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว จะจำได้หรือไม่ไม่สำคัญ เพราะถึงจะจดจำไม่ได้เจ้าก็ยังคงเป็นบุตรสาวของแม่”เว่ยซวงอวี่เงยหน้ายิ้มให้มารดา นางกางแขนออกกอดมารดา ก่อนจะซบใบหน้าลงไปอย่างออดอ้อน “ข้ารักท่านแม่ยิ่งนัก”“เจ้าลูกคนนี้ เพิ่งมาบอกอะไรในเวลานี้เล่า” เว่ยฮูหยินหัวเราะทั้งยังลูบหลังลูบไหล่บุตรสาวอย่างรักใคร่ภาพนั้นคือภาพที่เว่ยจื่อฉีเดินผ่านมาเห็น บทสนทนานั้นทำให้เขาชะงักและใคร่ครวญครู่ใหญ่ ไม่นานแทนที่จะเดินเข้าไปหาสองแม่ลูกอย่างที่ตั้งใจ ตัวเขากลับหันหลังแล้วเดินจากมาเย็นย่ำวันนั้นพ่อบ้านมาตามเว่ยซวงอวี่โดยแจ้งว่าบิดาของนางต้องการพบ แม้จะประหลาดใจแต่หญิงก็เดินตามออกมาอย่างว่าง่าย นางพูดคุยยิ้มแย้มกับพ่อบ้าน ในระหว่างทางที่เดินมายังห
Baca selengkapnya
บทที่ 8
เว่ยจื่อฉีหยอกเย้ากับบุตรสาวครู่หนึ่งก็ปล่อยตัวนางกลับเรือน ใบหน้ายิ้มแย้มที่มีต่อบุตรสาวหายวับไป ทันทีที่ประตูห้องหนังสือถูกปิดลง ท่าทีของบุตรสาวในยามนี้ ยังจะเหมือนกับเว่ยซวงอวี่ในอดีตได้อย่างไร บุตรสาวของเขาผู้นี้เฉลียวฉลาดและสุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอดตัวเขาเองที่เป็นคนสั่งสอนทุกอย่างให้นาง ยังมั่นใจว่านางเรียนรู้ได้เร็วกว่าเขาด้วยซ้ำมาบัดนี้เว่ยซวงอวี่คนก่อนหายไป ที่เขาได้กลับมากลับเป็นบุตรสาวผู้น่ารักช่างออดอ้อน ช่างพูดจาพาที หากจะให้เทียบกันแล้ว นางที่เป็นแบบนี้นับว่าทำให้เขาหมดห่วงมากกว่าตัวเขาเองไหนเลยไม่ตระหนัก บางครั้งความฉลาดที่อยู่ผิดที่ผิดทางก็อาจนำภัยร้ายมาให้ หากให้เลือกเขาอยากจะเลือกให้บุตรสาวเป็นเช่นนี้ มากกว่าคืนความทรงจำแล้วนางกลับมาเป็นเว่ยซวงอวี่คนเดิม...“เอาเถิด อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หวังเพียงแต่อย่าให้เป็นเร็วๆ นี้เลย”หลังจากสังเกตบุตรสาวมาพักหนึ่งแล้ว ในที่สุดเว่ยจื่อฉีก็ตัดสินใจปล่อยวาง แม้ลึกๆ จะยังคงกังวล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าบุตรสาวยังคงจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เขาได้แต่หวังว่าก่อนที่จะได้ข่าวจากหยวนเฟิงหลิง บุตรสาวของเขาจะยังคงเป็นนางเช่นทุกวันนี้อ
Baca selengkapnya
บทที่ 9
“แต่ศิษย์พี่ข้า...จำไม่ได้ จำไม่ได้ว่าของนั่นคืออะไร จำไม่ได้ว่าเก็บเอาไว้ที่ไหน” นางเงยหน้ากระซิบบอกเขา จากนั้นก็กวาดสายตาซ้ายขวาเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครอยู่หยวนเฟิงหลิงมองดวงตาแดงก่ำที่เหมือนคนจะร้องไห้ของหญิงสาว เขายิ้มกว้างออกมาก่อนเชยคางนางขึ้นใบหน้าภายใต้หน้ากากยื่นลงมาหาอีกครั้ง ดวงตาดุดันเปล่งประกายบางอย่างที่ทำให้เว่ยซวงอวี่ตัวสั่น มือใหญ่ค่อยๆ ยื่นออกมาก่อนจะวางลงยังลำคอของหญิงสาว“เล็กถึงเพียงนี้ เชื่อหรือไม่ว่าข้าบีบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”เว่ยซวงอวี่ถอยกรูดก่อนจะกระแอมออกมาคราหนึ่ง “ศิษย์พี่เอาเป็นว่าข้าจะพยายามนึก สักวันต้องนึกออกแน่นอน” นางพยายามปั้นรอยยิ้มประจบประแจง“ดี” หยวนเฟิงหลิงมองดวงตาหลุกหลิกของหญิงสาวแล้วได้แต่ยอมปล่อยนางไปสักครั้ง เขาสบตากับนางก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไปยังเรือนพัก ซึ่งบัดนี้จ้าวเสิ่นและหมิงชิงกำลังนั่งรออยู่“ศิษย์เฮยหลิงคารวะอาจารย์ทั้งสอง”“ศิษย์ซวงอวี่...”“เฟยอวี่” หยวนเฟิงหลิงแก้ให้นาง “ซวงอวี่เป็นนามของสตรี เจ้าใช้นามแทนตัวว่าเฟยอวี่”“ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่” นางยิ้มขอบคุณเขา ก่อนหันไปคารวะอาจารย์ทั้งสอง “ศิษย์เฟยอวี่คารวะอาจารย์ทั้งสอง
Baca selengkapnya
บทที่ 10
เมื่อไปถึงครัวเล็กเว่ยซวงอวี่มองทุกอย่างด้วยใบหน้าประหลาดใจ ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างทำให้นางมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ นางเป็นคุณหนูในห้องหอ สมควรมีสาวใช้ทำทุกอย่างให้โดยที่ไม่ต้องลงมือเองในขณะที่ครุ่นคิดมือของนางก็ไม่ได้หยุดนิ่ง ข้างซ้ายจับฟืน ข้างขวาจุดไฟ ไม่นานไฟในเตาก็ลุกโชนขึ้น ความคุ้นเคยและภาพบางอย่างแวบเข้ามาในความคิดอาการปวดศีรษะที่นางพยายามเพิกเฉยกลับมาอีกครั้ง มือเล็กสั่นเทาคว้าจับโต๊ะเพื่อยืดเอาไว้ไม่ให้ตัวเองล้ม สายตาของหญิงสาวกวาดมองทุกอย่างในห้องนางมั่นใจ...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางทำเรื่องอย่างจุดไฟ ต้มน้ำ ชงชาเมื่อตระหนักดีว่าภาพที่เห็นอาจเป็นหนึ่งในความทรงจำที่นางเพิ่งนึกออก เว่ยซวงอวี่พยายามตั้งสติ สะบัดศีรษะครั้งหนึ่งยืนตัวตรง จากนั้นนางก็โผเผออกมาจากครัวเล็กเท้าที่ไม่มั่นคงเพราะอาการปวดศีรษะที่ยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรง ร่างเล็กเริ่มโงนเงน เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าเว่ยซวงอวี่อ้าปากหอบหายใจ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อรอรับความเจ็บปวด เมื่อร่างกายของนางสูญเสียการควบคุมมือใหญ่คู่หนึ่งยื่นออกมาคว้าร่างที่กำลังเอนตัวล้มลง เสียงทุ้มพึมพำออกมา แต่กระนั้นเว่ยซวงอวี่กลับคิ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status