로그인เว่ยซวงอวี่ ฟื้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันว่างเปล่า นางจดจำไม่ได้แม้แต่ว่าตัวนางเองเป็นใคร และเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้พบกับ ‘ศิษย์พี่ใหญ่เฮยหลิง’ นางพลันรู้สึกว่าชีวิตของนางก่อนสูญเสียความทรงจำนั้นช่างซับซ้อนยิ่งนัก เมื่อพบว่าทุกคนรอบตัวล้วนแล้วแต่น่าสงสัย นางจึงออกค้นหาความจริง และตามเก็บความทรงจำกลับมา กระทั่งพบ ‘เฒ่าวิปลาส’ สหายรู้ใจที่นางรู้สึกว่าเขาจริงใจกับนางที่สุด เรื่องราวมากมายเริ่มปรากฏ ความทรงจำนำมาซึ่งความเจ็บปวดทำให้นางท้อแท้จนอยากถอยห่าง ไหนจะมีคู่หมายอย่าง ‘หยวนเฟิงหลิง’ เข้ามาทำให้นางไขว้เขวอีก ความทรงจำที่กลับมากระจ่างชัด ทำให้นางรู้ว่าไม่มีทางให้นางถอยหนีอีกแล้ว เพราะเบื้องหลังการกระทำทั้งหมดของนางนั้น เดิมพันด้วยความเป็นความตายของคนตระกูลเว่ย!!!
더 보기ฉางเหยียนยิ้มกว้างในยามที่นางรีบรินสุราให้เขา เมื่อเห็นว่าเขาวางจอกลง “พี่สะใภ้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง เพียงมองอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องของข้ากับเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้”“ท่านจึงเอาแต่วิ่งหนีเขาหรือ”“ข้ากำลังวิ่งหนีตัวเองต่างหาก”นางเห็นด้วยกับคำพูดของเขา “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเขาอาจละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาท่าน”“ข้าบอกความรู้สึกของข้าไปแล้ว และข้าก็ให้เขาสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำเช่นนั้น”“เขาคงเสียใจมากหากท่านจากไป”“ข้าไม่ได้จากไปอย่างถาวร สักวันข้าจะกลับมา เพียงแต่ตอนนี้ข้าต้องการเวลา เขาเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ เกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่ความสับสนชั่วครู่ที่เกิดขึ้น ไม่อาจสั่นคลอนสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว”“ไม่ยุติธรรมเลย ท่านเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะแบกภาระเหล่านี้เอาไว้”“ข้ารู้” ฉางเหยียนยอมรับออกมาตามตรง “ชีวิตข้าไม่ขออะไรมากมาย ขอเพียงเขาและศิษย์พี่ใหญ่ปลอดภัยและมีความสุข”“แล้วท่านเล่ามีความสุขหรือไม่”คำถามนั้นนางไม่ได้รับคำตอบ ฉางเหยียนเพียงมองนางด้วยรอยยิ้ม เขากำลังจะเอ่ยคำแต่หานหย่งหมิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับไหสุรา ท
“ฝ่าบาท” เว่ยซวงอวี่ก้าวเข้ามาคุกเข่า“เรารู้ เรารับปากเจ้าแล้วย่อมไม่คืนคำ” สุรเสียงยังคงเย็นเยียบน่ากลัว “จินเสอ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”“ให้คนส่งเว่ยจื่อฉีกลับอี๋หยาง ตลอดทั้งชีวิตห้ามก้าวเข้ามาในเมืองหลวงอีกแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนเว่ยเอินหลินส่งนางไปกักขังพร้อมกับคนอื่นๆ ในตำหนักองค์ชายเก้า ให้ทุกคนไปเฝ้าสุสานบรรพชนแคว้นหาน ชั่วชีวิตห้ามก้าวออกมา ใครฝ่าฝืนประหารไม่ละเว้น”“รับด้วยเกล้า”เว่ยจื่อฉีและเว่ยเอินหลินหมดสติไปในทันที ดังนั้นขันทีจึงช่วยกันลากออกไปจากบ้านตระกูลหยวน เว่ยซวงอวี่กำลังจะลุกและเดินตามไป กระนั้นนางกลับมาอาจทำได้ดังใจ“เว่ยซวงอวี่”“เพคะฝ่าบาท”“เจ้ายังมีหน้าที่ที่ยังไม่เสร็จสิ้น สิ่งใดที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเถิด การกระทำของพวกเขาเจ้าไม่อาจแบกรับไปโดยตลอด ความกตัญญูย่อมต้องมีขอบเขต”“หม่อมฉันรับพระบัญชา”“หากเจ้าตามไปยิ่งจะเกิดเรื่องยุ่ง มิใช่ปกป้องมารดาของเจ้าอยู่หรือ หากตามกลับไปนางต้องระแคะระคาย ผู้ใดก่อเรื่องก็ให้พวกเขาแก้ไขเอง”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”“อาการของหยวนเฟิงหลิงเป็นอย่างไรบ้าง”“เขายังคงได้สติเพียงเล็กน้อยในระยะสั้นๆ แต่อาการโดยรวมดีขึ้นมากเพคะ”“เ
“ท่านพ่อข้าทำอะไรหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยังมีหน้ามาถาม! ทั้งหมดนั้นเจ้ายังคิดว่าข้าคือพ่อของเจ้า ยังคิดว่าเอินเอ๋อร์คือพี่สาวเจ้าอยู่หรือ!”“ท่านเสียงดังเช่นนี้มีประโยชน์อันใด หรือต้องการให้ผู้คนรับรู้ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป”“ก็ให้มา ใครอยากได้ยินก็เข้ามาฟัง ข้าจะได้บอกว่าข้าไม่เคยมีบุตรสาวอกตัญญูเช่นเจ้า!”“หรือสิ่งที่ท่านและพี่ใหญ่ทำทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องถูกต้อง ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการกระทำของท่านกับพี่ใหญ่นั้น เหมาะสมแล้วหรือ ท่านพ่อท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่เคยเป็นความลับ หลอกลวงเบื้องสูงโทษประหารเก้าชั่วโคตร ตอนที่ท่านกระทำท่านเคยคิดถึงผลข้อนี้หรือไม่”“เจ้าหุบปาก! ข้าจะทำอะไรล้วนเป็นเรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถสอดมือ”“เรื่องของท่าน ฮ่าๆๆ” เว่ยซวงอวี่หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่ใช่เรื่องของข้าที่สามารถสอดมือ” นางหัวเราะแต่น้ำตากลับหลั่งออกมา ความพยายามในการปกป้องของนาง ได้รับผลตอบแทนคือคำว่า ‘ลูกอกตัญญู’“ ‘เรื่องราวทั้งหมดนั้นข้ายังคิดว่าท่านคือท่านพ่อของข้าหรือไม่’ ท่านว่า ‘สิ่งที่ข้าทำข้ายังคิดว่าพี่ใหญ่คือพี่สาวข้าอยู่หรือไม่’ ท่าน
“หลบเร็ว”“มีคนร้าย!”“คุ้มครององค์ชาย!”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น ผู้คนต่างก็วิ่งวุ่นวาย หานหย่งหมิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “บัดซบเจ้าเก้า ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี!”การโจมตีครั้งนี้หมายเอาชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย เว่ยซวงอวี่มองกลุ่มมือสังหารที่กระหายการสังหารผู้อื่นนับห้าสิบคน ซึ่งกระจายกันบุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ อีกทั้งจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นางก็ได้แต่แตกตื่น หยวนเฟิงหลิงกอดจุมพิตนางคราหนึ่ง ก่อนผลักนางไปหาเสี่ยวหู “พานายหญิงของเจ้าไปหลบด้านหลัง”“ขอรับ”ยังจะมีด้านหลังให้หลบที่ไหนเล่า เพราะเมื่อประตูเปิดลูกดอกมากมายก็พุ่งเข้ามา เสี่ยวหูรีบปิดประตู ก่อนพาเว่ยซวงอวี่หลับไปยังมุมหนึ่งที่มีโต๊ะอันเล็กล้มอยู่ เขาผลักนางเข้าไป ก่อนจะหาเก้าอี้มาบังเอาไว้“ท่านอยู่ตรงนี้นะขอรับ”“แล้วเจ้าเล่า”“ข้าน้อยจะล่อพวกมันไปอีกทาง”“เจ้าระวังตัวด้วย”“ขอรับ” เสี่ยวหูวิ่งหลบหลีกออกทันทีเสียงการต่อสู้ถอยร่นมายังจุดที่นางอยู่ หยวนเฟิงหลิงมองเห็นนางจึงเดินเข้ามา แต่เขาถูกขวางเอาไว้ อีกด้านองครักษ์และฉางเหยียนเองก็กำลังปกป้องหานหย่งหมิงเอาไว้ตรงกลางเฒ่าวิปลาสโผเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือรุนแรง เขาดันโ
งานเลี้ยงชมบุปผาที่ตำหนักองค์ชายเจ็ด จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทั้งนี้ความตั้งใจเดิมคือให้ฮูหยิน และบรรดาสตรีในวังหลวง ได้ร่วมสังสรรค์และพบปะกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเข้าร่วมก็ยังคงแปรความหมายได้อีกทาง เพราะในสถานการณ์ที่องค์ชายเจ็ด และองค์ชายเก้ากำลังแข่งขันกันเช่นนี้ แน่นอนว่าขุนนางที่เลือกข้างองค์ชา
“หา!” หญิงสาวอ้าปากค้าง พร้อมกับทำหน้าราวกับกำลังจะร้องไห้ “โธ่ ศิษย์พี่รองของข้า”หยวนเฟิงหลิงหัวเราะ “ไปเตรียมตัวเถิด ข้าจะไปส่งเจ้าที่ประตูวังหลวง ถึงที่นั่นแล้วจะมีคนของตำหนักองค์ชายเจ็ดมารับ”ระหว่างเดินทางไปยังประตูวังหลวง เว่ยซวงอวี่ใคร่ครวญเงียบๆ วันนี้องค์ชายเจ็ดเข้าร่วมประชุมขุนนาง แน่นอน
ความเงียบงันและความมืดมิดส่งผลให้บรรยากาศรอบบ้านตระกูลหยวนดูวังเวง ยามดึกสงัดซึ่งผู้คนต่างก็ดับไฟเข้านอน เงาดำมืดของคนกลุ่มหนึ่งกลับปรากฏตัวขึ้น พวกเข้าต่างกระจายกำลังกันล้อมรอบบ้านทุกทิศทาง ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปด้านในเมื่อเข้าไปถึงยังห้องนอนแต่ละห้อง กระบี่คมกริบนับสิบต่างก็จ้วงแทงเข้าไป หมายสัง
“ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังอยากเห็น เจ้าตามข้ากลับไปที่ตำหนัก คัดอักษรและแต่งบทกลอนออกมาสักบทเป็นอย่างไร”“แต่หม่อมฉัน…”“หืม เจ้าจะปฏิเสธเช่นนั้นหรือ”อันตรายยิ่ง!เว่ยซวงอวี่ได้แต่แตกตื่นจนลนลาน มองไปรอบกายเพื่อมองหาความช่วยเหลือกลับว่างเปล่าเงียบงัน ดูเหมือนหานเหวินเสียนจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี ไม่ว่า