LOGINเว่ยซวงอวี่ ฟื้นตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันว่างเปล่า นางจดจำไม่ได้แม้แต่ว่าตัวนางเองเป็นใคร และเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้พบกับ ‘ศิษย์พี่ใหญ่เฮยหลิง’ นางพลันรู้สึกว่าชีวิตของนางก่อนสูญเสียความทรงจำนั้นช่างซับซ้อนยิ่งนัก เมื่อพบว่าทุกคนรอบตัวล้วนแล้วแต่น่าสงสัย นางจึงออกค้นหาความจริง และตามเก็บความทรงจำกลับมา กระทั่งพบ ‘เฒ่าวิปลาส’ สหายรู้ใจที่นางรู้สึกว่าเขาจริงใจกับนางที่สุด เรื่องราวมากมายเริ่มปรากฏ ความทรงจำนำมาซึ่งความเจ็บปวดทำให้นางท้อแท้จนอยากถอยห่าง ไหนจะมีคู่หมายอย่าง ‘หยวนเฟิงหลิง’ เข้ามาทำให้นางไขว้เขวอีก ความทรงจำที่กลับมากระจ่างชัด ทำให้นางรู้ว่าไม่มีทางให้นางถอยหนีอีกแล้ว เพราะเบื้องหลังการกระทำทั้งหมดของนางนั้น เดิมพันด้วยความเป็นความตายของคนตระกูลเว่ย!!!
View Moreความรู้สึกแรกที่หลั่งไหลเข้ามาในยามที่สติรับรู้เริ่มตื่นขึ้น ความเจ็บปวดที่ยากจะทานทน ทั้งศีรษะที่ปวดร้าวแทบระเบิด กับร่างกายที่ไม่ว่าจะส่วนใดล้วนแต่เจ็บระบมเกินข่มกลั้น
ดวงตาที่เพิ่งจะกะพริบเปิดต้องปิดลงไปอีกครั้ง เสียงขยับเบา ๆพร้อมกับเสียงสูดลมหายใจเข้าเพื่อหวังให้ความเจ็บปวดลดน้อยลง ทำให้สาวใช้ที่นอนเฝ้าผู้เป็นนายรีบวิ่งออกไปจากห้อง
“นะ...นายท่าน นายหญิงเจ้าคะคุณหนูรองฟื้นแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูรองฟื้นแล้ว!”
เสียงตะโกนนั้นส่งผลให้หญิงสาวที่เพิ่งจะรู้สึกตัวขมวดคิ้วแน่น ดวงตาที่เพิ่งปรับการมองเห็นจนชัดเจน กวาดมองไปยังม่านหน้าเตียง ฉากกั้นลายโบตั๋น ก่อนที่นางจะหยุดสายตาลงไปยังเงาของผู้คนมากมาย ซึ่งตอนนี้กำลังวิ่งเข้าประตูมา
เงาเลือนรางค่อย ๆ ผ่านฉากกั้นเข้ามาคนแล้วคนเล่า กระทั่งในที่สุดใบหน้าห่วงกังวลของสตรี และบุรุษวัยกลางคนปรากฏขึ้น รอยยิ้มราวกับคนที่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์เลวร้าย ทำให้หญิงสาวรู้สึกงุนงง
บทสนทนามากมายที่นางไม่เข้าใจ ยิ่งทำให้อาการปวดตุบ ๆ ที่ขมับรุนแรงมากยิ่งขึ้น
“อวี่เอ๋อร์ รู้สึกตัวแล้วหรือ เจ็บตรงไหนบ้าง เจ้าบอกแม่”
“ฮูหยินเจ้าระวังหน่อย ว่าเพิ่งไปแตะตัวนาง รอท่านหมอหวงมาถึงก่อน” บุรุษผู้นั้นเอ่ยจบก็หันมามองหญิงสาว “อวี่เอ๋อร์เจ้าอย่าเพิ่งขยับตัว พ่อให้คนไปตามท่านหมอหวงมาแล้ว”
“พวกท่าน...เป็นใคร” คำถามของหญิงสาวทำให้บรรยากาศในห้องเงียบงันลงไปทันที
“เจ้า...อวี่เอ๋อร์”
“นาง...นางถามว่าอย่างไรนะ อวี่เอ๋อร์ลูก นี่แม่อย่างไรเล่า”
“ฮูหยินเจ้าถอยออกมาก่อน อวี่เอ๋อร์...”
“พวกท่านเรียกข้าว่าอวี่เอ๋อร์ นั่นชื่อของข้าหรือ ข้า...ชื่ออะไรหรือ แล้วที่นี่ที่ไหน ข้าเป็นใคร”
อาการปวดศีรษะรุนแรงที่ยิ่งมาก็ยิ่งทำให้ใบหน้าหน้าบิดเบี้ยว ความเจ็บปวดที่เพิ่งทุเลาลงเริ่มกลับมาชัดเจน หญิงสาวคว้ามือของสตรีตรงหน้า พยายามอ้าปากเอ่ยถาม
นางนึกไม่ออก นางเป็นใคร คนเล่านี้เล่าคือผู้ใด แล้วเหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างล้วนแล้วแต่สับสนและไม่กระจ่างชัด
“ท่านหมอมาแล้ว!!!”
นั่นคือเสียงสุดท้ายที่หญิงสาวได้ยิน จากนั้นไม่นานนางรู้สึกเหมือนท่านหมอหวงคนนั้นพยายามฝังเข็มให้นาง โดยให้สาวใช้จับนางเอาไว้ เสียงปลอบประโลมดังขึ้น ใบหน้าห่วงกังวลและดวงตาแดงก่ำของสตรีวัยกลางคน ซึ่งในยามนี้สบตากับนางนิ่ง
“อวี่เอ๋อร์ลูกแม่”
“ผ่อนคลายเถิดคุณหนูเว่ย ร่างกายท่านยังคงต้องพักฟื้น อย่าได้กังวลสิ่งใดเลย” เสียงท่านหมอดังแว่วเข้ามา ก่อนที่สติของหญิงสาวจะค่อย ๆ พร่าเลือนกระทั่งหลับไปในที่สุด
ท่านหมอหวงก้าวออกมาจากห้องหลังจากกำชับการดูแลกับสาวใช้สองนางที่รั้งอยู่ในห้อง เว่ยจื่อฉีและเว่ยฮูหยินเดินตามเขาออกมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ดูเหมือนตอนที่ตกลงมาจากรถม้านั้น ศีรษะของคุณหนูรองคงไปกระแทกกับบางอย่าง และเป็นการกระแทกที่รุนแรงมาก คุณหนูรองจึงจดจำสิ่งใดไม่ได้ อาการนี้ข้าเคยรักษามาก่อน บางคนใช้เวลาหลายวันก็กลับมาจดจำทุกอย่างได้ดังเดิม แต่บางคนนานนับเดือน หรืออาจจะเป็นปี แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางคนที่ไม่อาจกลับมาจดจำได้อีกเลย”
เว่ยฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็ร่ำไห้ออกมา นางมองไปยังประตูห้องซึ่งปิดสนิท ดวงตาแดงก่ำมองไปยังผู้เป็นสามี ก่อนที่นางจะก้มหน้าลงแล้วร้องไห้ออกมาเสียงเบา
“ท่านหมอหวงข้าต้องทำอย่างไรบ้าง”
“ข้าจะเขียนใบสั่งยาและกำกับวิธีดูแลเอาไว้อย่างละเอียด สองสามวันจะแวะมาดูอาการให้ครั้งหนึ่ง”
“เช่นนั้นข้าจะให้พ่อบ้านไปส่งท่านและรับใบสั่งยากลับมา ขอบคุณท่านหมอหวง”
“เกรงใจไปแล้ว”
หลังจากมองส่งท่านหมอหวงจากไปแล้ว เว่ยฮูหยินที่มีอาการเหม่อลอยก็เดินเข้ามาใกล้ผู้เป็นสามี “ท่านพี่”
“เจ้าก็สงบจิตใจลงบ้างเถิด บางทีเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว ดีแล้วจริง ๆ” เว่ยจื่อฉีถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขามองไปยังประตูห้องของบุตรสาวคนเล็กด้วยความรู้สึกผิด
ใช่...บางทีผลออกมาเป็นเช่นนี้นับว่าดีแล้ว
เว่ยซวงอวี่
...นั่นคือชื่อแซ่ของนาง หญิงสาวผู้ซึ่งไร้ความทรงจำโดยสิ้นเชิง คนตระกูลเว่ยบอกนางว่านางตกลงจากรถม้า ในระหว่างที่ไปไหว้พระที่วัดบนเขา
นางอายุได้เพียงสิบหกปี ก่อนเกิดเรื่องนางบอกกับเว่ยจื่อฉีผู้เป็นบิดาว่าอยากไปขอยันต์มงคลจากไต้ซือไป๋อวิ๋น ระหว่างทางไปยังอารามสงบใจบนเขานอกเมืองอี๋หยาง รถม้าเกิดอุบัติเหตุจนกลิ้งตกเขา
น่าประหลาดที่ทุกคนต่างก็บอกเหมือนกันหมด นั่นก็คือมีเพียงนางที่รอดชีวิต...
เว่ยซวงอวี่นั่งเหม่อมองดอกซิ่งบานสะพรั่งสวยงามตรงหน้า แต่หัวใจของนางกลับเต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึกบางอย่างบอกนางว่าคนตระกูลเว่ยมีท่าทีแปลก ๆ ทุกครั้งที่นางเอ่ยถามเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
มีครั้งหนึ่งมารดาของนางหลุดปากพูดถึงเว่ยเอินหลิน แม้จะชั่วครู่แต่นางที่สงสัยการกระทำ และคำพูดของทุกคนตั้งแต่แรก มีหรือจะมองไม่เห็นถึงความผิดปกติ
เว่ยเอินหลิน พี่สาวคนเดียวของนางเพิ่งจะออกเรือนไป ทั้งยังเป็นช่วงที่นางกำลังเกิดเรื่องพอดี
ที่สำคัญการออกเรือนครั้งนี้ ยิ่งใหญ่กว่างานมงคลครั้งไหน ๆ ในเมืองอี๋หยาง เพราะนางได้รับแต่งตั้งเป็นชายารองขององค์ชายเก้าแคว้นหาน หานเหวินเสียน องค์ชายที่ฮ่องเต้แคว้นหานทรงโปรดปราน
ฉางเหยียนยิ้มกว้างในยามที่นางรีบรินสุราให้เขา เมื่อเห็นว่าเขาวางจอกลง “พี่สะใภ้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง เพียงมองอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องของข้ากับเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้”“ท่านจึงเอาแต่วิ่งหนีเขาหรือ”“ข้ากำลังวิ่งหนีตัวเองต่างหาก”นางเห็นด้วยกับคำพูดของเขา “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเขาอาจละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาท่าน”“ข้าบอกความรู้สึกของข้าไปแล้ว และข้าก็ให้เขาสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำเช่นนั้น”“เขาคงเสียใจมากหากท่านจากไป”“ข้าไม่ได้จากไปอย่างถาวร สักวันข้าจะกลับมา เพียงแต่ตอนนี้ข้าต้องการเวลา เขาเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ เกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่ความสับสนชั่วครู่ที่เกิดขึ้น ไม่อาจสั่นคลอนสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว”“ไม่ยุติธรรมเลย ท่านเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะแบกภาระเหล่านี้เอาไว้”“ข้ารู้” ฉางเหยียนยอมรับออกมาตามตรง “ชีวิตข้าไม่ขออะไรมากมาย ขอเพียงเขาและศิษย์พี่ใหญ่ปลอดภัยและมีความสุข”“แล้วท่านเล่ามีความสุขหรือไม่”คำถามนั้นนางไม่ได้รับคำตอบ ฉางเหยียนเพียงมองนางด้วยรอยยิ้ม เขากำลังจะเอ่ยคำแต่หานหย่งหมิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับไหสุรา ท
“ฝ่าบาท” เว่ยซวงอวี่ก้าวเข้ามาคุกเข่า“เรารู้ เรารับปากเจ้าแล้วย่อมไม่คืนคำ” สุรเสียงยังคงเย็นเยียบน่ากลัว “จินเสอ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”“ให้คนส่งเว่ยจื่อฉีกลับอี๋หยาง ตลอดทั้งชีวิตห้ามก้าวเข้ามาในเมืองหลวงอีกแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนเว่ยเอินหลินส่งนางไปกักขังพร้อมกับคนอื่นๆ ในตำหนักองค์ชายเก้า ให้ทุกคนไปเฝ้าสุสานบรรพชนแคว้นหาน ชั่วชีวิตห้ามก้าวออกมา ใครฝ่าฝืนประหารไม่ละเว้น”“รับด้วยเกล้า”เว่ยจื่อฉีและเว่ยเอินหลินหมดสติไปในทันที ดังนั้นขันทีจึงช่วยกันลากออกไปจากบ้านตระกูลหยวน เว่ยซวงอวี่กำลังจะลุกและเดินตามไป กระนั้นนางกลับมาอาจทำได้ดังใจ“เว่ยซวงอวี่”“เพคะฝ่าบาท”“เจ้ายังมีหน้าที่ที่ยังไม่เสร็จสิ้น สิ่งใดที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเถิด การกระทำของพวกเขาเจ้าไม่อาจแบกรับไปโดยตลอด ความกตัญญูย่อมต้องมีขอบเขต”“หม่อมฉันรับพระบัญชา”“หากเจ้าตามไปยิ่งจะเกิดเรื่องยุ่ง มิใช่ปกป้องมารดาของเจ้าอยู่หรือ หากตามกลับไปนางต้องระแคะระคาย ผู้ใดก่อเรื่องก็ให้พวกเขาแก้ไขเอง”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”“อาการของหยวนเฟิงหลิงเป็นอย่างไรบ้าง”“เขายังคงได้สติเพียงเล็กน้อยในระยะสั้นๆ แต่อาการโดยรวมดีขึ้นมากเพคะ”“เ
“ท่านพ่อข้าทำอะไรหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยังมีหน้ามาถาม! ทั้งหมดนั้นเจ้ายังคิดว่าข้าคือพ่อของเจ้า ยังคิดว่าเอินเอ๋อร์คือพี่สาวเจ้าอยู่หรือ!”“ท่านเสียงดังเช่นนี้มีประโยชน์อันใด หรือต้องการให้ผู้คนรับรู้ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป”“ก็ให้มา ใครอยากได้ยินก็เข้ามาฟัง ข้าจะได้บอกว่าข้าไม่เคยมีบุตรสาวอกตัญญูเช่นเจ้า!”“หรือสิ่งที่ท่านและพี่ใหญ่ทำทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องถูกต้อง ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการกระทำของท่านกับพี่ใหญ่นั้น เหมาะสมแล้วหรือ ท่านพ่อท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่เคยเป็นความลับ หลอกลวงเบื้องสูงโทษประหารเก้าชั่วโคตร ตอนที่ท่านกระทำท่านเคยคิดถึงผลข้อนี้หรือไม่”“เจ้าหุบปาก! ข้าจะทำอะไรล้วนเป็นเรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถสอดมือ”“เรื่องของท่าน ฮ่าๆๆ” เว่ยซวงอวี่หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่ใช่เรื่องของข้าที่สามารถสอดมือ” นางหัวเราะแต่น้ำตากลับหลั่งออกมา ความพยายามในการปกป้องของนาง ได้รับผลตอบแทนคือคำว่า ‘ลูกอกตัญญู’“ ‘เรื่องราวทั้งหมดนั้นข้ายังคิดว่าท่านคือท่านพ่อของข้าหรือไม่’ ท่านว่า ‘สิ่งที่ข้าทำข้ายังคิดว่าพี่ใหญ่คือพี่สาวข้าอยู่หรือไม่’ ท่าน
“หลบเร็ว”“มีคนร้าย!”“คุ้มครององค์ชาย!”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น ผู้คนต่างก็วิ่งวุ่นวาย หานหย่งหมิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “บัดซบเจ้าเก้า ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี!”การโจมตีครั้งนี้หมายเอาชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย เว่ยซวงอวี่มองกลุ่มมือสังหารที่กระหายการสังหารผู้อื่นนับห้าสิบคน ซึ่งกระจายกันบุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ อีกทั้งจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นางก็ได้แต่แตกตื่น หยวนเฟิงหลิงกอดจุมพิตนางคราหนึ่ง ก่อนผลักนางไปหาเสี่ยวหู “พานายหญิงของเจ้าไปหลบด้านหลัง”“ขอรับ”ยังจะมีด้านหลังให้หลบที่ไหนเล่า เพราะเมื่อประตูเปิดลูกดอกมากมายก็พุ่งเข้ามา เสี่ยวหูรีบปิดประตู ก่อนพาเว่ยซวงอวี่หลับไปยังมุมหนึ่งที่มีโต๊ะอันเล็กล้มอยู่ เขาผลักนางเข้าไป ก่อนจะหาเก้าอี้มาบังเอาไว้“ท่านอยู่ตรงนี้นะขอรับ”“แล้วเจ้าเล่า”“ข้าน้อยจะล่อพวกมันไปอีกทาง”“เจ้าระวังตัวด้วย”“ขอรับ” เสี่ยวหูวิ่งหลบหลีกออกทันทีเสียงการต่อสู้ถอยร่นมายังจุดที่นางอยู่ หยวนเฟิงหลิงมองเห็นนางจึงเดินเข้ามา แต่เขาถูกขวางเอาไว้ อีกด้านองครักษ์และฉางเหยียนเองก็กำลังปกป้องหานหย่งหมิงเอาไว้ตรงกลางเฒ่าวิปลาสโผเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือรุนแรง เขาดันโ





