Share

บทที่ 7

last update Last Updated: 2026-01-04 13:40:08

“ท่านแม่” เว่ยซวงอวี่ถอนหายใจออกมา “เมื่อก่อนลูกเป็นคนเช่นไรหรือเจ้าคะ”

เว่ยฮูหยินชะงัก “ทำไมหรือ”

“ลูกเพียงสงสัยเท่านั้นเจ้าค่ะ ตั้งนานแล้ว แต่ลูกยังนึกอะไรไม่ออกเลย ท่านหมอบอกว่าหากใช้เวลาหรือทำอะไรที่คุ้นเคย ลูกอาจจะจดจำได้ว่าเคยทำหรือไม่เคยทำมาก่อน แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ลูกกลับยังรู้สึกว่างเปล่า”

เว่ยฮูหยินคว้ามือบุตรสาวมากุมไว้ “อย่าคิดมากเลย จะอย่างไรเจ้าปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว จะจำได้หรือไม่ไม่สำคัญ เพราะถึงจะจดจำไม่ได้เจ้าก็ยังคงเป็นบุตรสาวของแม่”

เว่ยซวงอวี่เงยหน้ายิ้มให้มารดา นางกางแขนออกกอดมารดา ก่อนจะซบใบหน้าลงไปอย่างออดอ้อน “ข้ารักท่านแม่ยิ่งนัก”

“เจ้าลูกคนนี้ เพิ่งมาบอกอะไรในเวลานี้เล่า” เว่ยฮูหยินหัวเราะทั้งยังลูบหลังลูบไหล่บุตรสาวอย่างรักใคร่

ภาพนั้นคือภาพที่เว่ยจื่อฉีเดินผ่านมาเห็น บทสนทนานั้นทำให้เขาชะงักและใคร่ครวญครู่ใหญ่ ไม่นานแทนที่จะเดินเข้าไปหาสองแม่ลูกอย่างที่ตั้งใจ ตัวเขากลับหันหลังแล้วเดินจากมา

เย็นย่ำวันนั้นพ่อบ้านมาตามเว่ยซวงอวี่โดยแจ้งว่าบิดาของนางต้องการพบ แม้จะประหลาดใจแต่หญิงก็เดินตามออกมาอย่างว่าง่าย นางพูดคุยยิ้มแย้มกับพ่อบ้าน ในระหว่างทางที่เดินมายังห้องหนังสือของเว่ยจื่อฉี

กระทั่งถึงห้องหนังสือพ่อบ้านหาได้ตามนางเข้าไปด้านใน ดังนั้นนางจึงเดินเข้าไปเพียงลำพัง ไม่ไต่ถาม ไม่ซักไซ้

“ท่านพ่อ” หญิงสาวย่อกายให้บิดาด้วยรอยยิ้ม

“ประหลาดใจหรือไม่ที่เรียกเจ้ามาพบ”

“มิได้เจ้าค่ะ ลูกเองก็ยังอยากหาโอกาสมาที่นี่อยู่เหมือนกัน ท่านแม่บอกว่าเมื่อก่อนข้ามักจะมาหยิบยืมหนังสือไปอ่านในยามที่ข้าเบื่อ ๆ ไม่มีอะไรทำ”

“หืม เช่นนั้นตอนนี้ก็รู้สึกเบื่อแล้วหรือ”

หญิงสาวยิ้มกว้าง “ท่านพ่อกำลังหลอกถามลูกหรือเจ้าคะ”

เว่ยจื่อฉีหัวเราะก่อนจะชี้ไปที่โต๊ะตัวหนังภายในห้อง “นั่นคือโต๊ะของเจ้า เมื่อก่อนเจ้าเคยเข้ามาช่วยพ่อลอกตำรา บางครั้งก็มาช่วยท่านแม่ของเจ้าตรวจดูบัญชีของคฤหาสน์”

“บัญชีหรือเจ้าคะ”

“เป็นบัญชีที่ร่วมกับท่านอาจารย์หวังเปิดร้านเครื่องเขียนอย่างไรเล่า เจ้าจำ...” เว่ยจื่อฉีชะงักเมื่อสบตากับบุตรสาว เป็นเขาที่ลืมเลือนเสียเองว่านางจำอะไรไม่ได้

“พ่อเลอะเลือนเอง เรื่องที่ตระกูลเว่ยมีรายได้บางส่วนมาจากร้านเครื่องเขียนเจ้าจะจำได้ได้อย่างไร”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ตอนนี้ลูกรู้แล้วและอย่างช่วยงานท่านพ่อ อยู่แต่กับเรือนไม่ได้ทำอะไร ลูกรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นคุณหนูผู้ไม่เอาไหนอยู่แล้ว”

“เจ้าจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าเป็นถึงบุตรสาวของพ่อเชียวนา” เว่ยจื่อฉีเย้า

“เช่นนั้นลูกจะมาช่วยงานท่านพ่อทุกวันเลย ได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้สิ ต่อไปอย่าได้บ่นว่าพ่อใช้งานเจ้าหนักไป”

“ไม่มีทางเจ้าค่ะ ขอเพียงสามารถแบ่งเบาภาระท่านได้ เพียงแต่...” หญิงสาวขมวดคิ้ว “ลูกจำไม่ได้ว่าต้องทำอย่างไร ท่านพ่อคงต้องสอนลูกใหม่ทั้งหมด”

“เจ้าเป็นคนหัวไว พ่อเชื่อว่าเจ้าจะทำได้ในเวลาไม่นาน”

“เจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้ม

เมื่อถึงวันที่ต้องสอนบุตรสาวอีกครั้ง เว่ยจื่อฉีกลับต้องขมวดคิ้วมุ่น แม้เว่ยซวงอวี่จะยังสามารถอ่านเขียนได้ดังเดิม แต่กระบวนความคิดที่เคยเฉลียวฉลาดรวดเร็ว กลับกลายเป็นเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด บางอย่างนางไม่เพียงไม่เข้าใจ แต่ยังต้องอธิบายซ้ำ ๆ อยู่หลายรอบ

“ท่านพ่อ” หญิงสาวเงยหน้ามองบิดาอย่างขอลุแก่โทษ

เว่ยจื่อฉียิ้มออกมาบาง ๆ “ไม่เป็นไร พ่อมีเวลามากมายหลังจากกลับมาจากสำนักเค่อหลี่ พ่อสอนเจ้าได้”

“ลูกเคยฉลาดกว่านี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“แบบนี้ก็ดีแล้ว บางทีเฉลียวฉลาดมากไปก็นำภัยมาให้เจ้าได้” เว่ยจื่อฉีเอ่ยออกมาเสียงเบา พร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะบุตรสาว

“ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วมองบิดาด้วยสายตางุนงง

เว่ยจื่อฉียิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “พ่อบ่นพึมพำไปอย่างนั้นเอง เจ้าก็อย่าเอามาคิดมาก วันนี้เอาตำราเหล่านั้นกลับไปคัดลอกก็แล้วกัน ไม่ต้องรีบร้อน ส่วนบัญชีเหล่านี้พ่อบ้านดูแลอยู่แล้ว เจ้าเพียงมาตรวจดูเป็นครั้งคราวก็พอ”

“เจ้าค่ะ”

“จริงสิ” เว่ยจื่อฉีเอ่ยราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “อีกสองวันอาจารย์รองของเจ้าจะส่งรถม้ามารับ เจ้าให้สาวใช้ช่วยแต่งตัวเป็นบุรุษ ชุดของเจ้าพวกนางน่าจะเตรียมเอาไว้แล้ว เจ้าต้องไปเยี่ยมคารวะอาจารย์รองเสียหน่อย ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเขาก็ห่วงใยและสอบถามถึงเจ้าบ่อยครั้ง”

“อาจารย์รองหรือเจ้าคะ” เว่ยซวงอวี่เลิกคิ้วราวพยายามนึก “ลูกนึกว่าลูกสนิทสนมกับท่านอาจารย์หวัง ลูกหมายถึงอาจารย์สามเท่านั้นเสียอีก”

เว่ยจื่อฉีเองก็พยักหน้าเพราะหวังชิงเคยมาเยี่ยมนางครั้งหนึ่ง นางจะคิดเช่นนั้นก็นับว่าไม่ผิด แต่เมื่อครู่สีหน้าว่างเปล่านั้น ทำให้เขายิ่งมั่นใจว่านางจดจำจ้าวเสิ่นไม่ได้อย่างแน่นอน

“ในบรรดาผู้อาวุโสของเค่อหลี่ อาจารย์ใหญ่สิ้นใจไปแล้ว ตอนนี้มีอาจารย์รองจ้าวเสิ่น และอาจารย์สามหวังชิงเป็นผู้ดูแล เจ้าต้องระมัดระวังกิริยาและคำพูดให้มาก ต่อหน้าบัณฑิตที่ทรงเกียรติและได้รับการยกย่องจากคนทั่วแคว้น เจ้าอย่าพูดจาหรือทำตัวเหลวไหล”

“ลูกไม่กลัวหรอกเจ้าค่ะ มีท่านพ่อ...”

“พ่อต้องสอนหนังสือคนอื่น ๆ เข้าไปส่วนหลังสำนักเค่อหลี่กับเจ้าไม่ได้”

“แต่...” เว่ยซวงอวี่เบ้หน้า “อาจารย์รองดุมากหรือไม่เจ้าคะ” นางกระซิบเสียงเบา

เว่ยจื่อฉีส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะออกมา “พ่อเพิ่งบอกเจ้าไปเมื่อครู่ ไม่ทันไรก็พูดจาเหลวไหลแล้ว อาจารย์รองเอ็นดูเจ้ากับพี่สาวมาก”

“แต่ถึงอย่างไรก็เป็นอาจารย์นี่นา”

“เอาเถิด เจ้าซุกซนปานนี้จะโดนดุบ้างก็ไม่น่าแปลก”

“ท่านพ่อ” เว่ยซวงอวี่กระเง้ากระงอด

“กลับห้องไปเถิด เดี๋ยวแม่ของเจ้าจะหาว่าพ่อใช้งานเจ้าหนักเกินไป เจ้าไม่รู้หรือว่าในตระกูลเว่ยใครมีอำนาจสูงสุด”

เว่ยซวงอวี่ทำท่าหัวเราะออกมาเบา ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 78 จบ

    ฉางเหยียนยิ้มกว้างในยามที่นางรีบรินสุราให้เขา เมื่อเห็นว่าเขาวางจอกลง “พี่สะใภ้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง เพียงมองอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องของข้ากับเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้”“ท่านจึงเอาแต่วิ่งหนีเขาหรือ”“ข้ากำลังวิ่งหนีตัวเองต่างหาก”นางเห็นด้วยกับคำพูดของเขา “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเขาอาจละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาท่าน”“ข้าบอกความรู้สึกของข้าไปแล้ว และข้าก็ให้เขาสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำเช่นนั้น”“เขาคงเสียใจมากหากท่านจากไป”“ข้าไม่ได้จากไปอย่างถาวร สักวันข้าจะกลับมา เพียงแต่ตอนนี้ข้าต้องการเวลา เขาเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ เกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่ความสับสนชั่วครู่ที่เกิดขึ้น ไม่อาจสั่นคลอนสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว”“ไม่ยุติธรรมเลย ท่านเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะแบกภาระเหล่านี้เอาไว้”“ข้ารู้” ฉางเหยียนยอมรับออกมาตามตรง “ชีวิตข้าไม่ขออะไรมากมาย ขอเพียงเขาและศิษย์พี่ใหญ่ปลอดภัยและมีความสุข”“แล้วท่านเล่ามีความสุขหรือไม่”คำถามนั้นนางไม่ได้รับคำตอบ ฉางเหยียนเพียงมองนางด้วยรอยยิ้ม เขากำลังจะเอ่ยคำแต่หานหย่งหมิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับไหสุรา ท

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 77

    “ฝ่าบาท” เว่ยซวงอวี่ก้าวเข้ามาคุกเข่า“เรารู้ เรารับปากเจ้าแล้วย่อมไม่คืนคำ” สุรเสียงยังคงเย็นเยียบน่ากลัว “จินเสอ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”“ให้คนส่งเว่ยจื่อฉีกลับอี๋หยาง ตลอดทั้งชีวิตห้ามก้าวเข้ามาในเมืองหลวงอีกแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนเว่ยเอินหลินส่งนางไปกักขังพร้อมกับคนอื่นๆ ในตำหนักองค์ชายเก้า ให้ทุกคนไปเฝ้าสุสานบรรพชนแคว้นหาน ชั่วชีวิตห้ามก้าวออกมา ใครฝ่าฝืนประหารไม่ละเว้น”“รับด้วยเกล้า”เว่ยจื่อฉีและเว่ยเอินหลินหมดสติไปในทันที ดังนั้นขันทีจึงช่วยกันลากออกไปจากบ้านตระกูลหยวน เว่ยซวงอวี่กำลังจะลุกและเดินตามไป กระนั้นนางกลับมาอาจทำได้ดังใจ“เว่ยซวงอวี่”“เพคะฝ่าบาท”“เจ้ายังมีหน้าที่ที่ยังไม่เสร็จสิ้น สิ่งใดที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเถิด การกระทำของพวกเขาเจ้าไม่อาจแบกรับไปโดยตลอด ความกตัญญูย่อมต้องมีขอบเขต”“หม่อมฉันรับพระบัญชา”“หากเจ้าตามไปยิ่งจะเกิดเรื่องยุ่ง มิใช่ปกป้องมารดาของเจ้าอยู่หรือ หากตามกลับไปนางต้องระแคะระคาย ผู้ใดก่อเรื่องก็ให้พวกเขาแก้ไขเอง”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”“อาการของหยวนเฟิงหลิงเป็นอย่างไรบ้าง”“เขายังคงได้สติเพียงเล็กน้อยในระยะสั้นๆ แต่อาการโดยรวมดีขึ้นมากเพคะ”“เ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 76

    “ท่านพ่อข้าทำอะไรหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยังมีหน้ามาถาม! ทั้งหมดนั้นเจ้ายังคิดว่าข้าคือพ่อของเจ้า ยังคิดว่าเอินเอ๋อร์คือพี่สาวเจ้าอยู่หรือ!”“ท่านเสียงดังเช่นนี้มีประโยชน์อันใด หรือต้องการให้ผู้คนรับรู้ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป”“ก็ให้มา ใครอยากได้ยินก็เข้ามาฟัง ข้าจะได้บอกว่าข้าไม่เคยมีบุตรสาวอกตัญญูเช่นเจ้า!”“หรือสิ่งที่ท่านและพี่ใหญ่ทำทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องถูกต้อง ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการกระทำของท่านกับพี่ใหญ่นั้น เหมาะสมแล้วหรือ ท่านพ่อท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่เคยเป็นความลับ หลอกลวงเบื้องสูงโทษประหารเก้าชั่วโคตร ตอนที่ท่านกระทำท่านเคยคิดถึงผลข้อนี้หรือไม่”“เจ้าหุบปาก! ข้าจะทำอะไรล้วนเป็นเรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถสอดมือ”“เรื่องของท่าน ฮ่าๆๆ” เว่ยซวงอวี่หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่ใช่เรื่องของข้าที่สามารถสอดมือ” นางหัวเราะแต่น้ำตากลับหลั่งออกมา ความพยายามในการปกป้องของนาง ได้รับผลตอบแทนคือคำว่า ‘ลูกอกตัญญู’“ ‘เรื่องราวทั้งหมดนั้นข้ายังคิดว่าท่านคือท่านพ่อของข้าหรือไม่’ ท่านว่า ‘สิ่งที่ข้าทำข้ายังคิดว่าพี่ใหญ่คือพี่สาวข้าอยู่หรือไม่’ ท่าน

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 75

    “หลบเร็ว”“มีคนร้าย!”“คุ้มครององค์ชาย!”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น ผู้คนต่างก็วิ่งวุ่นวาย หานหย่งหมิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “บัดซบเจ้าเก้า ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี!”การโจมตีครั้งนี้หมายเอาชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย เว่ยซวงอวี่มองกลุ่มมือสังหารที่กระหายการสังหารผู้อื่นนับห้าสิบคน ซึ่งกระจายกันบุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ อีกทั้งจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นางก็ได้แต่แตกตื่น หยวนเฟิงหลิงกอดจุมพิตนางคราหนึ่ง ก่อนผลักนางไปหาเสี่ยวหู “พานายหญิงของเจ้าไปหลบด้านหลัง”“ขอรับ”ยังจะมีด้านหลังให้หลบที่ไหนเล่า เพราะเมื่อประตูเปิดลูกดอกมากมายก็พุ่งเข้ามา เสี่ยวหูรีบปิดประตู ก่อนพาเว่ยซวงอวี่หลับไปยังมุมหนึ่งที่มีโต๊ะอันเล็กล้มอยู่ เขาผลักนางเข้าไป ก่อนจะหาเก้าอี้มาบังเอาไว้“ท่านอยู่ตรงนี้นะขอรับ”“แล้วเจ้าเล่า”“ข้าน้อยจะล่อพวกมันไปอีกทาง”“เจ้าระวังตัวด้วย”“ขอรับ” เสี่ยวหูวิ่งหลบหลีกออกทันทีเสียงการต่อสู้ถอยร่นมายังจุดที่นางอยู่ หยวนเฟิงหลิงมองเห็นนางจึงเดินเข้ามา แต่เขาถูกขวางเอาไว้ อีกด้านองครักษ์และฉางเหยียนเองก็กำลังปกป้องหานหย่งหมิงเอาไว้ตรงกลางเฒ่าวิปลาสโผเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือรุนแรง เขาดันโ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 74

    งานเลี้ยงชมบุปผาที่ตำหนักองค์ชายเจ็ด จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทั้งนี้ความตั้งใจเดิมคือให้ฮูหยิน และบรรดาสตรีในวังหลวง ได้ร่วมสังสรรค์และพบปะกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเข้าร่วมก็ยังคงแปรความหมายได้อีกทาง เพราะในสถานการณ์ที่องค์ชายเจ็ด และองค์ชายเก้ากำลังแข่งขันกันเช่นนี้ แน่นอนว่าขุนนางที่เลือกข้างองค์ชายเก้า ไหนเลยจะกล้าให้ฮูหยินของตนเข้ามาปรากฏตัว“นั่นมิใช่ชายารององค์ชายเก้าหรอกหรือ”เสียงซุบซิบกันดังขึ้น เว่ยซวงอวี่หันไปมอง จากนั้นก็รีบเข้าไปหาผู้เป็นพี่สาวความจริงแล้วการมาร่วมงานเลี้ยงย่อมไม่แปลก เพียงแต่ในเวลาเช่นนี้เว่ยเอินหลินกลับมาปรากฏตัว โดยไร้ซึ่งเงาของพระชายาองค์ชายเก้า เช่นนี้หากไม่เรียกว่าโง่งม ก็ต้องสงสัยว่านางเสียสติ“พี่ใหญ่” เว่ยซวงอวี่กระซิบเรียกอีกฝ่าย“ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้าสักครู่ ไม่นานก็จะกลับแล้ว”เว่ยเอินหลินส่งสัญญาณให้นางกำนัลของตน จากนั้นก็เดินตามเว่ยซวงอวี่ไป“ท่านมาที่นี่คิดจะทำอะไร ไม่รู้หรือว่า…” นางกำลังจะเอ่ยคำ เว่ยเอินหลินกลับรวมมือนางไปกุมไว้“อวี่เอ๋อร์ เจ้าถึงกับต้องทำเช่นนี้เลยหรือ”“ท่านพูดเรื่องอะไร”“อวี่เอ๋อร์ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามขัดขวางข้า เพรา

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 73

    “หา!” หญิงสาวอ้าปากค้าง พร้อมกับทำหน้าราวกับกำลังจะร้องไห้ “โธ่ ศิษย์พี่รองของข้า”หยวนเฟิงหลิงหัวเราะ “ไปเตรียมตัวเถิด ข้าจะไปส่งเจ้าที่ประตูวังหลวง ถึงที่นั่นแล้วจะมีคนของตำหนักองค์ชายเจ็ดมารับ”ระหว่างเดินทางไปยังประตูวังหลวง เว่ยซวงอวี่ใคร่ครวญเงียบๆ วันนี้องค์ชายเจ็ดเข้าร่วมประชุมขุนนาง แน่นอนว่าเป็นการแสดงจุดยืนอย่างแท้จริงหลังจากนี้จะมีขุนนางมากมายเลือกฝ่าย อิทธิพลเบื้องหลังฮองเฮาและพระสนมนั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องมีเหล่าขุนนางอีกบางส่วนที่ยังไม่แสดงเจตนาที่จะอยู่ข้างใครอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้เรื่องจะยิ่งอันตรายกว่าที่เคยหยวนเฟิงหลิงเชยคางนางขึ้น “อวี่เอ๋อร์อย่ากังวล”“ไม่หรอก” นางยิ้ม “ข้าจะเดินหน้าให้ถึงที่สุด”“เพื่ออะไร” หยวนเฟิงหลิง “เจ้าจะไม่ยอมบอกข้าจริงๆ หรือว่าเจ้าเลือกข้างองค์ชายเจ็ดเพราะเหตุใด”หญิงสาวยิ้มให้หยวนเฟิงหลิง “วันหนึ่งข้าจะบอกท่าน”“เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ามั่นใจกว่าเมื่อก่อน ข้าชักสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้านั้น เกี่ยวข้องกับการเข้าวังหลวงของเจ้า…”“เฟิงหลิง ข้าขอร้องท่านอย่าคาดเดาเลย”อา…เขาเดาถูกจริงๆ ด้วยแม้แต่ฉางเหยียนและหานหย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status