Partager

บทที่ 7

last update Date de publication: 2026-01-04 13:40:08

“ท่านแม่” เว่ยซวงอวี่ถอนหายใจออกมา “เมื่อก่อนลูกเป็นคนเช่นไรหรือเจ้าคะ”

เว่ยฮูหยินชะงัก “ทำไมหรือ”

“ลูกเพียงสงสัยเท่านั้นเจ้าค่ะ ตั้งนานแล้ว แต่ลูกยังนึกอะไรไม่ออกเลย ท่านหมอบอกว่าหากใช้เวลาหรือทำอะไรที่คุ้นเคย ลูกอาจจะจดจำได้ว่าเคยทำหรือไม่เคยทำมาก่อน แต่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ลูกกลับยังรู้สึกว่างเปล่า”

เว่ยฮูหยินคว้ามือบุตรสาวมากุมไว้ “อย่าคิดมากเลย จะอย่างไรเจ้าปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว จะจำได้หรือไม่ไม่สำคัญ เพราะถึงจะจดจำไม่ได้เจ้าก็ยังคงเป็นบุตรสาวของแม่”

เว่ยซวงอวี่เงยหน้ายิ้มให้มารดา นางกางแขนออกกอดมารดา ก่อนจะซบใบหน้าลงไปอย่างออดอ้อน “ข้ารักท่านแม่ยิ่งนัก”

“เจ้าลูกคนนี้ เพิ่งมาบอกอะไรในเวลานี้เล่า” เว่ยฮูหยินหัวเราะทั้งยังลูบหลังลูบไหล่บุตรสาวอย่างรักใคร่

ภาพนั้นคือภาพที่เว่ยจื่อฉีเดินผ่านมาเห็น บทสนทนานั้นทำให้เขาชะงักและใคร่ครวญครู่ใหญ่ ไม่นานแทนที่จะเดินเข้าไปหาสองแม่ลูกอย่างที่ตั้งใจ ตัวเขากลับหันหลังแล้วเดินจากมา

เย็นย่ำวันนั้นพ่อบ้านมาตามเว่ยซวงอวี่โดยแจ้งว่าบิดาของนางต้องการพบ แม้จะประหลาดใจแต่หญิงก็เดินตามออกมาอย่างว่าง่าย นางพูดคุยยิ้มแย้มกับพ่อบ้าน ในระหว่างทางที่เดินมายังห้องหนังสือของเว่ยจื่อฉี

กระทั่งถึงห้องหนังสือพ่อบ้านหาได้ตามนางเข้าไปด้านใน ดังนั้นนางจึงเดินเข้าไปเพียงลำพัง ไม่ไต่ถาม ไม่ซักไซ้

“ท่านพ่อ” หญิงสาวย่อกายให้บิดาด้วยรอยยิ้ม

“ประหลาดใจหรือไม่ที่เรียกเจ้ามาพบ”

“มิได้เจ้าค่ะ ลูกเองก็ยังอยากหาโอกาสมาที่นี่อยู่เหมือนกัน ท่านแม่บอกว่าเมื่อก่อนข้ามักจะมาหยิบยืมหนังสือไปอ่านในยามที่ข้าเบื่อ ๆ ไม่มีอะไรทำ”

“หืม เช่นนั้นตอนนี้ก็รู้สึกเบื่อแล้วหรือ”

หญิงสาวยิ้มกว้าง “ท่านพ่อกำลังหลอกถามลูกหรือเจ้าคะ”

เว่ยจื่อฉีหัวเราะก่อนจะชี้ไปที่โต๊ะตัวหนังภายในห้อง “นั่นคือโต๊ะของเจ้า เมื่อก่อนเจ้าเคยเข้ามาช่วยพ่อลอกตำรา บางครั้งก็มาช่วยท่านแม่ของเจ้าตรวจดูบัญชีของคฤหาสน์”

“บัญชีหรือเจ้าคะ”

“เป็นบัญชีที่ร่วมกับท่านอาจารย์หวังเปิดร้านเครื่องเขียนอย่างไรเล่า เจ้าจำ...” เว่ยจื่อฉีชะงักเมื่อสบตากับบุตรสาว เป็นเขาที่ลืมเลือนเสียเองว่านางจำอะไรไม่ได้

“พ่อเลอะเลือนเอง เรื่องที่ตระกูลเว่ยมีรายได้บางส่วนมาจากร้านเครื่องเขียนเจ้าจะจำได้ได้อย่างไร”

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ตอนนี้ลูกรู้แล้วและอย่างช่วยงานท่านพ่อ อยู่แต่กับเรือนไม่ได้ทำอะไร ลูกรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นคุณหนูผู้ไม่เอาไหนอยู่แล้ว”

“เจ้าจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าเป็นถึงบุตรสาวของพ่อเชียวนา” เว่ยจื่อฉีเย้า

“เช่นนั้นลูกจะมาช่วยงานท่านพ่อทุกวันเลย ได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ได้สิ ต่อไปอย่าได้บ่นว่าพ่อใช้งานเจ้าหนักไป”

“ไม่มีทางเจ้าค่ะ ขอเพียงสามารถแบ่งเบาภาระท่านได้ เพียงแต่...” หญิงสาวขมวดคิ้ว “ลูกจำไม่ได้ว่าต้องทำอย่างไร ท่านพ่อคงต้องสอนลูกใหม่ทั้งหมด”

“เจ้าเป็นคนหัวไว พ่อเชื่อว่าเจ้าจะทำได้ในเวลาไม่นาน”

“เจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้ม

เมื่อถึงวันที่ต้องสอนบุตรสาวอีกครั้ง เว่ยจื่อฉีกลับต้องขมวดคิ้วมุ่น แม้เว่ยซวงอวี่จะยังสามารถอ่านเขียนได้ดังเดิม แต่กระบวนความคิดที่เคยเฉลียวฉลาดรวดเร็ว กลับกลายเป็นเชื่องช้าลงอย่างเห็นได้ชัด บางอย่างนางไม่เพียงไม่เข้าใจ แต่ยังต้องอธิบายซ้ำ ๆ อยู่หลายรอบ

“ท่านพ่อ” หญิงสาวเงยหน้ามองบิดาอย่างขอลุแก่โทษ

เว่ยจื่อฉียิ้มออกมาบาง ๆ “ไม่เป็นไร พ่อมีเวลามากมายหลังจากกลับมาจากสำนักเค่อหลี่ พ่อสอนเจ้าได้”

“ลูกเคยฉลาดกว่านี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ” นางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“แบบนี้ก็ดีแล้ว บางทีเฉลียวฉลาดมากไปก็นำภัยมาให้เจ้าได้” เว่ยจื่อฉีเอ่ยออกมาเสียงเบา พร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะบุตรสาว

“ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” หญิงสาวเลิกคิ้วมองบิดาด้วยสายตางุนงง

เว่ยจื่อฉียิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “พ่อบ่นพึมพำไปอย่างนั้นเอง เจ้าก็อย่าเอามาคิดมาก วันนี้เอาตำราเหล่านั้นกลับไปคัดลอกก็แล้วกัน ไม่ต้องรีบร้อน ส่วนบัญชีเหล่านี้พ่อบ้านดูแลอยู่แล้ว เจ้าเพียงมาตรวจดูเป็นครั้งคราวก็พอ”

“เจ้าค่ะ”

“จริงสิ” เว่ยจื่อฉีเอ่ยราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “อีกสองวันอาจารย์รองของเจ้าจะส่งรถม้ามารับ เจ้าให้สาวใช้ช่วยแต่งตัวเป็นบุรุษ ชุดของเจ้าพวกนางน่าจะเตรียมเอาไว้แล้ว เจ้าต้องไปเยี่ยมคารวะอาจารย์รองเสียหน่อย ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาเขาก็ห่วงใยและสอบถามถึงเจ้าบ่อยครั้ง”

“อาจารย์รองหรือเจ้าคะ” เว่ยซวงอวี่เลิกคิ้วราวพยายามนึก “ลูกนึกว่าลูกสนิทสนมกับท่านอาจารย์หวัง ลูกหมายถึงอาจารย์สามเท่านั้นเสียอีก”

เว่ยจื่อฉีเองก็พยักหน้าเพราะหวังชิงเคยมาเยี่ยมนางครั้งหนึ่ง นางจะคิดเช่นนั้นก็นับว่าไม่ผิด แต่เมื่อครู่สีหน้าว่างเปล่านั้น ทำให้เขายิ่งมั่นใจว่านางจดจำจ้าวเสิ่นไม่ได้อย่างแน่นอน

“ในบรรดาผู้อาวุโสของเค่อหลี่ อาจารย์ใหญ่สิ้นใจไปแล้ว ตอนนี้มีอาจารย์รองจ้าวเสิ่น และอาจารย์สามหวังชิงเป็นผู้ดูแล เจ้าต้องระมัดระวังกิริยาและคำพูดให้มาก ต่อหน้าบัณฑิตที่ทรงเกียรติและได้รับการยกย่องจากคนทั่วแคว้น เจ้าอย่าพูดจาหรือทำตัวเหลวไหล”

“ลูกไม่กลัวหรอกเจ้าค่ะ มีท่านพ่อ...”

“พ่อต้องสอนหนังสือคนอื่น ๆ เข้าไปส่วนหลังสำนักเค่อหลี่กับเจ้าไม่ได้”

“แต่...” เว่ยซวงอวี่เบ้หน้า “อาจารย์รองดุมากหรือไม่เจ้าคะ” นางกระซิบเสียงเบา

เว่ยจื่อฉีส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะออกมา “พ่อเพิ่งบอกเจ้าไปเมื่อครู่ ไม่ทันไรก็พูดจาเหลวไหลแล้ว อาจารย์รองเอ็นดูเจ้ากับพี่สาวมาก”

“แต่ถึงอย่างไรก็เป็นอาจารย์นี่นา”

“เอาเถิด เจ้าซุกซนปานนี้จะโดนดุบ้างก็ไม่น่าแปลก”

“ท่านพ่อ” เว่ยซวงอวี่กระเง้ากระงอด

“กลับห้องไปเถิด เดี๋ยวแม่ของเจ้าจะหาว่าพ่อใช้งานเจ้าหนักเกินไป เจ้าไม่รู้หรือว่าในตระกูลเว่ยใครมีอำนาจสูงสุด”

เว่ยซวงอวี่ทำท่าหัวเราะออกมาเบา ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 78 จบ

    ฉางเหยียนยิ้มกว้างในยามที่นางรีบรินสุราให้เขา เมื่อเห็นว่าเขาวางจอกลง “พี่สะใภ้ บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง เพียงมองอยู่ห่างๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องของข้ากับเขานั้นไม่มีทางเป็นไปได้”“ท่านจึงเอาแต่วิ่งหนีเขาหรือ”“ข้ากำลังวิ่งหนีตัวเองต่างหาก”นางเห็นด้วยกับคำพูดของเขา “ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าเขาอาจละทิ้งทุกอย่างเพื่อตามหาท่าน”“ข้าบอกความรู้สึกของข้าไปแล้ว และข้าก็ให้เขาสัญญากับข้าว่าจะไม่ทำเช่นนั้น”“เขาคงเสียใจมากหากท่านจากไป”“ข้าไม่ได้จากไปอย่างถาวร สักวันข้าจะกลับมา เพียงแต่ตอนนี้ข้าต้องการเวลา เขาเกิดมาเป็นเชื้อพระวงศ์ เกิดมาเพื่อแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ เพียงแค่ความสับสนชั่วครู่ที่เกิดขึ้น ไม่อาจสั่นคลอนสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว”“ไม่ยุติธรรมเลย ท่านเลือกที่จะบอกความรู้สึกของตัวเอง หลังจากที่เขาตัดสินใจว่าจะแบกภาระเหล่านี้เอาไว้”“ข้ารู้” ฉางเหยียนยอมรับออกมาตามตรง “ชีวิตข้าไม่ขออะไรมากมาย ขอเพียงเขาและศิษย์พี่ใหญ่ปลอดภัยและมีความสุข”“แล้วท่านเล่ามีความสุขหรือไม่”คำถามนั้นนางไม่ได้รับคำตอบ ฉางเหยียนเพียงมองนางด้วยรอยยิ้ม เขากำลังจะเอ่ยคำแต่หานหย่งหมิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับไหสุรา ท

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 77

    “ฝ่าบาท” เว่ยซวงอวี่ก้าวเข้ามาคุกเข่า“เรารู้ เรารับปากเจ้าแล้วย่อมไม่คืนคำ” สุรเสียงยังคงเย็นเยียบน่ากลัว “จินเสอ”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”“ให้คนส่งเว่ยจื่อฉีกลับอี๋หยาง ตลอดทั้งชีวิตห้ามก้าวเข้ามาในเมืองหลวงอีกแม้แต่ก้าวเดียว ส่วนเว่ยเอินหลินส่งนางไปกักขังพร้อมกับคนอื่นๆ ในตำหนักองค์ชายเก้า ให้ทุกคนไปเฝ้าสุสานบรรพชนแคว้นหาน ชั่วชีวิตห้ามก้าวออกมา ใครฝ่าฝืนประหารไม่ละเว้น”“รับด้วยเกล้า”เว่ยจื่อฉีและเว่ยเอินหลินหมดสติไปในทันที ดังนั้นขันทีจึงช่วยกันลากออกไปจากบ้านตระกูลหยวน เว่ยซวงอวี่กำลังจะลุกและเดินตามไป กระนั้นนางกลับมาอาจทำได้ดังใจ“เว่ยซวงอวี่”“เพคะฝ่าบาท”“เจ้ายังมีหน้าที่ที่ยังไม่เสร็จสิ้น สิ่งใดที่ควรปล่อยวางก็ปล่อยวางเถิด การกระทำของพวกเขาเจ้าไม่อาจแบกรับไปโดยตลอด ความกตัญญูย่อมต้องมีขอบเขต”“หม่อมฉันรับพระบัญชา”“หากเจ้าตามไปยิ่งจะเกิดเรื่องยุ่ง มิใช่ปกป้องมารดาของเจ้าอยู่หรือ หากตามกลับไปนางต้องระแคะระคาย ผู้ใดก่อเรื่องก็ให้พวกเขาแก้ไขเอง”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา”“อาการของหยวนเฟิงหลิงเป็นอย่างไรบ้าง”“เขายังคงได้สติเพียงเล็กน้อยในระยะสั้นๆ แต่อาการโดยรวมดีขึ้นมากเพคะ”“เ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 76

    “ท่านพ่อข้าทำอะไรหรือ” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ยังมีหน้ามาถาม! ทั้งหมดนั้นเจ้ายังคิดว่าข้าคือพ่อของเจ้า ยังคิดว่าเอินเอ๋อร์คือพี่สาวเจ้าอยู่หรือ!”“ท่านเสียงดังเช่นนี้มีประโยชน์อันใด หรือต้องการให้ผู้คนรับรู้ว่าท่านทำสิ่งใดลงไป”“ก็ให้มา ใครอยากได้ยินก็เข้ามาฟัง ข้าจะได้บอกว่าข้าไม่เคยมีบุตรสาวอกตัญญูเช่นเจ้า!”“หรือสิ่งที่ท่านและพี่ใหญ่ทำทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องถูกต้อง ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการกระทำของท่านกับพี่ใหญ่นั้น เหมาะสมแล้วหรือ ท่านพ่อท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่เคยเป็นความลับ หลอกลวงเบื้องสูงโทษประหารเก้าชั่วโคตร ตอนที่ท่านกระทำท่านเคยคิดถึงผลข้อนี้หรือไม่”“เจ้าหุบปาก! ข้าจะทำอะไรล้วนเป็นเรื่องของข้า ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถสอดมือ”“เรื่องของท่าน ฮ่าๆๆ” เว่ยซวงอวี่หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ไม่ใช่เรื่องของข้าที่สามารถสอดมือ” นางหัวเราะแต่น้ำตากลับหลั่งออกมา ความพยายามในการปกป้องของนาง ได้รับผลตอบแทนคือคำว่า ‘ลูกอกตัญญู’“ ‘เรื่องราวทั้งหมดนั้นข้ายังคิดว่าท่านคือท่านพ่อของข้าหรือไม่’ ท่านว่า ‘สิ่งที่ข้าทำข้ายังคิดว่าพี่ใหญ่คือพี่สาวข้าอยู่หรือไม่’ ท่าน

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 75

    “หลบเร็ว”“มีคนร้าย!”“คุ้มครององค์ชาย!”เสียงตะโกนโหวกเหวกดังขึ้น ผู้คนต่างก็วิ่งวุ่นวาย หานหย่งหมิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “บัดซบเจ้าเก้า ข้าจะไม่ให้เจ้าได้ตายดี!”การโจมตีครั้งนี้หมายเอาชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย เว่ยซวงอวี่มองกลุ่มมือสังหารที่กระหายการสังหารผู้อื่นนับห้าสิบคน ซึ่งกระจายกันบุกเข้ามาอย่างไม่ลดละ อีกทั้งจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นางก็ได้แต่แตกตื่น หยวนเฟิงหลิงกอดจุมพิตนางคราหนึ่ง ก่อนผลักนางไปหาเสี่ยวหู “พานายหญิงของเจ้าไปหลบด้านหลัง”“ขอรับ”ยังจะมีด้านหลังให้หลบที่ไหนเล่า เพราะเมื่อประตูเปิดลูกดอกมากมายก็พุ่งเข้ามา เสี่ยวหูรีบปิดประตู ก่อนพาเว่ยซวงอวี่หลับไปยังมุมหนึ่งที่มีโต๊ะอันเล็กล้มอยู่ เขาผลักนางเข้าไป ก่อนจะหาเก้าอี้มาบังเอาไว้“ท่านอยู่ตรงนี้นะขอรับ”“แล้วเจ้าเล่า”“ข้าน้อยจะล่อพวกมันไปอีกทาง”“เจ้าระวังตัวด้วย”“ขอรับ” เสี่ยวหูวิ่งหลบหลีกออกทันทีเสียงการต่อสู้ถอยร่นมายังจุดที่นางอยู่ หยวนเฟิงหลิงมองเห็นนางจึงเดินเข้ามา แต่เขาถูกขวางเอาไว้ อีกด้านองครักษ์และฉางเหยียนเองก็กำลังปกป้องหานหย่งหมิงเอาไว้ตรงกลางเฒ่าวิปลาสโผเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือรุนแรง เขาดันโ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 74

    งานเลี้ยงชมบุปผาที่ตำหนักองค์ชายเจ็ด จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ทั้งนี้ความตั้งใจเดิมคือให้ฮูหยิน และบรรดาสตรีในวังหลวง ได้ร่วมสังสรรค์และพบปะกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเข้าร่วมก็ยังคงแปรความหมายได้อีกทาง เพราะในสถานการณ์ที่องค์ชายเจ็ด และองค์ชายเก้ากำลังแข่งขันกันเช่นนี้ แน่นอนว่าขุนนางที่เลือกข้างองค์ชายเก้า ไหนเลยจะกล้าให้ฮูหยินของตนเข้ามาปรากฏตัว“นั่นมิใช่ชายารององค์ชายเก้าหรอกหรือ”เสียงซุบซิบกันดังขึ้น เว่ยซวงอวี่หันไปมอง จากนั้นก็รีบเข้าไปหาผู้เป็นพี่สาวความจริงแล้วการมาร่วมงานเลี้ยงย่อมไม่แปลก เพียงแต่ในเวลาเช่นนี้เว่ยเอินหลินกลับมาปรากฏตัว โดยไร้ซึ่งเงาของพระชายาองค์ชายเก้า เช่นนี้หากไม่เรียกว่าโง่งม ก็ต้องสงสัยว่านางเสียสติ“พี่ใหญ่” เว่ยซวงอวี่กระซิบเรียกอีกฝ่าย“ข้ามีเรื่องอยากพูดกับเจ้าสักครู่ ไม่นานก็จะกลับแล้ว”เว่ยเอินหลินส่งสัญญาณให้นางกำนัลของตน จากนั้นก็เดินตามเว่ยซวงอวี่ไป“ท่านมาที่นี่คิดจะทำอะไร ไม่รู้หรือว่า…” นางกำลังจะเอ่ยคำ เว่ยเอินหลินกลับรวมมือนางไปกุมไว้“อวี่เอ๋อร์ เจ้าถึงกับต้องทำเช่นนี้เลยหรือ”“ท่านพูดเรื่องอะไร”“อวี่เอ๋อร์ข้ารู้ว่าเจ้าพยายามขัดขวางข้า เพรา

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 73

    “หา!” หญิงสาวอ้าปากค้าง พร้อมกับทำหน้าราวกับกำลังจะร้องไห้ “โธ่ ศิษย์พี่รองของข้า”หยวนเฟิงหลิงหัวเราะ “ไปเตรียมตัวเถิด ข้าจะไปส่งเจ้าที่ประตูวังหลวง ถึงที่นั่นแล้วจะมีคนของตำหนักองค์ชายเจ็ดมารับ”ระหว่างเดินทางไปยังประตูวังหลวง เว่ยซวงอวี่ใคร่ครวญเงียบๆ วันนี้องค์ชายเจ็ดเข้าร่วมประชุมขุนนาง แน่นอนว่าเป็นการแสดงจุดยืนอย่างแท้จริงหลังจากนี้จะมีขุนนางมากมายเลือกฝ่าย อิทธิพลเบื้องหลังฮองเฮาและพระสนมนั้นแข็งแกร่งก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นยังต้องมีเหล่าขุนนางอีกบางส่วนที่ยังไม่แสดงเจตนาที่จะอยู่ข้างใครอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้เรื่องจะยิ่งอันตรายกว่าที่เคยหยวนเฟิงหลิงเชยคางนางขึ้น “อวี่เอ๋อร์อย่ากังวล”“ไม่หรอก” นางยิ้ม “ข้าจะเดินหน้าให้ถึงที่สุด”“เพื่ออะไร” หยวนเฟิงหลิง “เจ้าจะไม่ยอมบอกข้าจริงๆ หรือว่าเจ้าเลือกข้างองค์ชายเจ็ดเพราะเหตุใด”หญิงสาวยิ้มให้หยวนเฟิงหลิง “วันหนึ่งข้าจะบอกท่าน”“เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้ามั่นใจกว่าเมื่อก่อน ข้าชักสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเจ้านั้น เกี่ยวข้องกับการเข้าวังหลวงของเจ้า…”“เฟิงหลิง ข้าขอร้องท่านอย่าคาดเดาเลย”อา…เขาเดาถูกจริงๆ ด้วยแม้แต่ฉางเหยียนและหานหย

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 8

    เว่ยจื่อฉีหยอกเย้ากับบุตรสาวครู่หนึ่งก็ปล่อยตัวนางกลับเรือน ใบหน้ายิ้มแย้มที่มีต่อบุตรสาวหายวับไป ทันทีที่ประตูห้องหนังสือถูกปิดลง ท่าทีของบุตรสาวในยามนี้ ยังจะเหมือนกับเว่ยซวงอวี่ในอดีตได้อย่างไร บุตรสาวของเขาผู้นี้เฉลียวฉลาดและสุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอดตัวเขาเองที่เป็นคนสั่งสอนทุกอย่างให้นาง ยังมั่

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 6

    หลังจากกลับเข้าคฤหาสน์ตระกูลเว่ย เว่ยซวงอวี่ให้สาวใช้พยุงเว่ยฮูหยินกลับเข้าไปพักด้านใน ตัวนางเองที่เดินจนเหนื่อยก็อยากจะกลับเข้าไปเปลี่ยนชุดเสียหน่อยระหว่างทางกลับพบกับบิดาที่กำลังเดินตรงมาพร้อมกับพ่อบ้าน นางย่อกายคารวะทั้งยังส่งยิ้มให้ “ท่านพ่อ”เว่ยจื่อฉีพยักหน้าให้บุตรสาว เขาให้พ่อบ้านเดินไปก่อ

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 5

    เขาไหนเลยจะตั้งใจให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ไม่เลย...เขาเองก็เสียใจที่ผลออกมาเป็นเช่นนี้เว่ยซวงอวี่มีท่าทีตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ในยามที่นางช่วยพยุงมารดาเดินออกมาขึ้นรถม้า หญิงสาวมองสำรวจทุกอย่างรอบตัวอย่างสนใจใคร่รู้ดวงตาเป็นประกายสดใสร่าเริงกว่าทุกวัน ทำให้ทุกคนที่มองต่างก็รู้สึกประหลาดใจ นี่ไหน

  • เว่ยซวงอวี่ หนึ่งรัก สองปรารถนา   บทที่ 4

    หยวนเฟิงหลิงซึ่งนั่งอยู่บนกำแพงคฤหาสน์ มองตรงไปยังหน้าต่างห้อง ใบหน้าของชายหนุ่มที่อยู่ภายใต้หน้ากากหนังสีดำดูครุ่นคิดหลายวันก่อนคนของเขาส่งข่าวมาจากเมืองหลวง เว่ยจื่อฉีส่งจดหมายไปยังตระกูลหยวน สอบถามเรื่องการไว้ทุกข์ว่าราบรื่นดีหรือไม่ แต่มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่านั่นคือการทวงถามว่าเมื่อไหร่เขาจะส่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status