หน้าหลัก / โรแมนติก / เสน่หาค่ำคืนนั้น / บทที่ 2 เสน่หาค่ำคืนนั้น

แชร์

บทที่ 2 เสน่หาค่ำคืนนั้น

ผู้เขียน: อิงวรา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 12:50:40

กว่าจะรู้ตัวอีกที ภัททิราก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวของคเชนทร์เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก่อนหน้านี้สติเธอได้ล่องลอยไปที่ไหนสักแห่ง จำแทบไม่ได้ว่าขึ้นมาบนนี้ได้อย่างไร

เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ในบางครั้งเมื่อหันกลับมาก็บังเอิญสบตากับ

กฤษณ์ดนัย ซึ่งชายหนุ่มก็ส่งยิ้มให้เธอทุกครั้ง ท่าทางของเขานั้นดูเป็นปกติ คงมีเพียงแค่เธอที่รู้สึกผิดหวัง

ภัททิราได้แต่ถอนหายใจออกมา นั่งไว้อาลัยในความผิดหวัง อุตส่าห์ได้เจอชายในฝันที่ตรงสเปก แต่ทว่าเขาดันกลายเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเพื่อนรัก

สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจควานหาที่ปิดตาในกระเป๋าออกมาสวม แสร้งทำเป็นนอนหลับจะได้ไม่ต้องเห็นใบหน้าหล่อเหลาให้เกิดความเสียดายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และด้วยความอ่อนเพลียสะสมจากการทำงานโต้รุ่ง ทำให้ภัททิราผล็อยหลับไปจริง ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่คเชนทร์มาปลุกให้เธอไปขึ้นรถที่เขาเตรียมไว้ให้ เพื่อให้ภัททิราเดินทางล่วงหน้าไปหากันติชาที่วิลล่าก่อน โดยพวกหนุ่ม ๆ จะตามไปทีหลังตามที่ได้วางแผนกันไว้

และในค่ำคืนนั้นหลังจากสาว ๆ ได้

เคานต์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่กันไปเป็นที่เรียบร้อย คเชนทร์ก็ปรากฏตัวขึ้นเซอร์ไพรส์ขอกันติชาแต่งงานท่ามกลางความยินดีของทุกคน

จากนั้นสาว ๆ ก็แยกตัวออกมานั่งเล่นริมสระว่ายน้ำ ปล่อยให้หนุ่ม ๆ นั่งดื่มสังสรรค์กันอยู่ในบ้าน

“เย้ เพื่อนฉันขายออกอย่างเป็นทางการแล้ว”

โบนิตากล่าวยินดีกับกันติชา ระหว่างที่สามสาวเพื่อนซี้ อันได้แก่ ภัททิรา กันติชา และโบนิตากำลังนั่งดื่มฉลองกันอยู่ริมสระว่ายน้ำ

พวกเธอสามคนคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมาตลอดสี่ปี ถึงแม้ว่าหลังจากเรียนจบ โบนิตาจะย้ายไปทำงานต่างประเทศ แต่พวกเธอก็ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ต่อให้ไม่มีเรื่องอะไรคุยกัน อย่างน้อยพวกเธอก็จะต้องส่งข้อความไร้สาระหากันในไลน์กลุ่มทุกวัน

ในปีที่ผ่านมานี้มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น หนึ่งในเรื่องราวเหล่านั้นก็คงต้องยกให้เรื่องของ

กันติชาเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุด ใครจะไปคิดว่าพวกเธอสามคนที่ครองตัวเป็นโสดมาโดยตลอด เมื่อได้เจอคนที่ใช่แล้ว อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้ากันติชาก็จะสละโสดแล้ว

ส่วนเธอและโบนิตานั้นก็คงต้องอยู่กันแบบโสดสนิทกันต่อไป เพราะผู้ชายดี ๆ ในสมัยนี้นั้น หายากพอ ๆ กับการถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ขนาดได้เจอคนที่ถูกใจก็ดันมากลายเป็นพ่อของเพื่อนไปอีก พอคิดได้แบบนั้นภัททิราก็เหลือบไปมองหนุ่ม ๆ ภายในบ้าน ก็ไปสบตาเข้ากับกฤษณ์ดนัยเข้าพอดี หนำซ้ำเขายังส่งยิ้มอ่อนโยนมาสั่นคลอนหัวใจเธออีก หญิงสาวจึงต้องรีบดึงสายตากลับมาในวงสนทนาของตัวเอง

“ขอบใจมากนะพวกแก ฉันรักพวกแกมากเลย ฮือ” กันติชากล่าวพร้อมน้ำตาเอ่อคลอ

“อ้าว บ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว” ภัททิราเห็นก็รีบดักคอ

“แพท แกไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย สักวันหนึ่งถ้าแกเจอคนที่ใช่ แกก็ต้องเป็นแบบฉันนี่แหละ”

ภัททิรายิ้มแหยพร้อมความคิดในหัว ‘ฉันเจอแล้วย่ะ แต่เขาเป็นพ่อของแกเนี่ยสิ’ หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากคุยเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ให้ปวดใจในตอนนี้

“จ้า เหม็นความรักไม่ไหว ไปหากับแกล้มเพิ่มดีกว่า ความรักของฉันตอนนี้คือหมูสามชั้นเท่านั้น”

ภัททิราว่าจบก็ลุกพรวดขึ้นเดินเข้าบ้าน ปล่อยเพื่อนรักทั้งสองให้ซาบซึ้งดื่มด่ำกับความ

โรแมนติกต่อไป ส่วนคนที่อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มอย่างเธอก็ขอไปหาหมูสามชั้นเยียวยาจิตใจแทนดีกว่า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 24 เสน่หาค่ำคืนนั้น (จบ)

    4 ปีผ่านไป‘พาเพลินค่าเฟ่’ ร้านอาหารและคาเฟ่แห่งไร่เปี่ยมรัก เปิดให้บริการมาแล้วร่วมปี โดยมีภัททิราเป็นผู้ดูแล หญิงสาวแวะเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยเป็นประจำทุกวัน และในบางครั้งเธอก็จะพาเด็กหญิงเพลินมาศตัวน้อยติดสอยห้อยตามมาด้วย ความน่ารักสดใส ช่างพูดช่างเจรจา ทำให้เด็กน้อยกลายเป็นขวัญใจของลูกค้าไปโดยปริยาย ลูกค้าบางคนถึงขนาดลงทุนขับรถข้ามจังหวัด เพื่อมาทักทายหนูน้อยเพลินมาศโดยเฉพาะภัททิราจึงมีหน้าที่พาลูกสาวออกจากห้องทำงานหลังร้าน มาพูดคุยทักทายลูกค้า วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ภัททิราพาลูกสาวมาทำงานด้วย เพื่อพบปะเหล่าแฟนคลับที่เป็นลูกค้าประจำของทางร้าน“คูมแม่ขา น้องเพลินอยากกิงเค้ก” เด็กหญิงตัวน้อยเดินเข้ามาเอาหน้าซบตักมารดา พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน“หนูกินไปแล้วนี่คะลูก” ภัททิรายกมือขึ้นเช็ดคราบครีมสีขาวที่มุมปากลูกสาว “หนูดื่มน้ำส้มที่ย่าอิ่มทำให้หรือยังคะ”“ดื่มแย้วค่ะ”“งั้นก็พอแล้วค่ะ เดี๋ยวเราต้องกลับบ้านไปทานข้าวเย็น”“คูมแม่ขา….” เมื่อหนูน้อยไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้ แต่ทว่าผู้เป็นมารดาก็ต้องใจแข็ง เพราะก่อนออกจากบ้านได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะได้กินเค้กแสนอร่อยเพียงแค่หนึ่ง

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 23 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ในที่สุดความเจ็บปวดของว่าที่คุณแม่ก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการออกมาลืมตาดูโลกของทารกน้อยเพศหญิงหน้าตาน่ารักน่าชังเด็กหญิงเพลินมาศ ลูกสาวคนเล็กของพ่อเลี้ยงกฤษณ์ดนัย และภรรยาคนสวยนั้น เป็นที่รักของทุกคนในไร่เปี่ยมรัก หน้าตาผิวพรรณนั้นได้รับมรดกจากพ่อและแม่ เป็นส่วนผสมที่ลงตัว จะเรียกว่าไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้เมื่อออกจากโรงพยาบาล ทุกคนก็เดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่ไร่เปี่ยมรัก พร้อมกับสมาชิกคนใหม่เมื่อภัททิรากลายเป็นคุณแม่เต็มตัว ในตอนแรกที่อยู่โรงพยาบาลเธอก็แอบรู้สึกกังวล เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ก็ได้สามีคอยให้กำลังใจ ไหนจะป้าอิ่มและทุกคนในบ้านคอยช่วยเหลือ ออกแนวจะแย่งกันช่วยเสียด้วยซ้ำ เพราะใคร ๆ ต่างก็หลงรักทารกน้อยตอนนี้หนูน้อยเพลินมาศอายุได้สามเดือน เริ่มจดจำเสียงทุกคนในบ้านได้ หากเป็นคนคุ้นเคยทารกน้อยก็จะส่งเสียงอ้อแอ้โต้ต้อบ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนทั้งรักทั้งหลง โดยเฉพาะกฤษณ์ดนัยที่นับวันยิ่งเห่อลูกสาวตัวน้อย ถึงขนาดพักงานบริหารไร่เปี่ยมรัก เพื่อจะใช้เวลาอยู่กับลูกเมีย โดยแต่งตั้งให้ปกรณ์เป็นผู้รักษาการแทน“แพทจ๋า น้องเพลินหิว” กฤษณ์ดนัยเดินเข้ามาในห้องเลี้ยงเด็กชั้นล่าง ขณะที่ภัททิราก

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 22 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    คเชนทร์พากันติชาไปพักผ่อนที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ส่วนป้าอิ่มและเด็กรับใช้ก็พากันเดินทางกลับไร่เปี่ยมรัก เหลือเพียงพ่อเลี้ยงหนุ่มที่คอยเฝ้าคนรักไม่ยอมห่างเวลาล่วงเลยไปจนได้เวลานอนของว่าที่คุณแม่ แต่ทว่าเธอก็ยังนอนลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวสะอาดตา พลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมา พร้อมสองมือที่วางอยู่บนหน้าท้องนูนลูบไล้ขับกล่อมทารกน้อยที่กำลังเคลื่อนไหวไม่ยอมหลับยอมนอนเช่นเดียวกัน“เป็นอะไรครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว นอนไม่หลับเหรอ หืม” กฤษณ์ดนัยลุกจากโซฟาเบด เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ยกมือขึ้นใช้ข้อนิ้วแกร่งเกลี่ยแก้มนวลเบา ๆ“มีความสุขค่ะ” ภัททิราส่งยิ้มจนตาหยี “แล้วก็นอนไม่หลับด้วย ปกติคุณต้องนอนกอดแพท พอนอนคนเดียวแพทไม่ชิน”กฤษณ์ดนัยยิ้มเอ็นดูภรรยา ก่อนลุกขึ้นปลดล็อกที่กั้นเตียงคนไข้ ขึ้นไปนอนเบียดร่างเล็กบนเตียง เธอก็ขยับตัวพลิกตะแคงหันหลังให้เขาอย่างรู้งาน เพื่อให้ชายหนุ่มได้นอนสวมกอดเธอเช่นเดียวกับทุกคืน“แพท”“ขา”“ผมรักคุณมากนะ”“แพทก็รักคุณค่ะ”“เราแต่งงานกันเถอะ”“...” ไม่มีเสียงตอบรับใดจากคนในอ้อมกอด ภัททิรานิ่งเงียบไ

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 21 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ภัททิราฟื้นคืนสติขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา โดยมีกฤษณ์ดนัยและป้าอิ่ม รวมถึงเด็กรับใช้ที่ตามมาด้วยยืนรายล้อมอยู่รอบเตียงคนไข้เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนรัก ภาพบาดใจที่อยู่ในความทรงจำก็หวนกลับมา ทำให้ดวงหน้าสวยเริ่มเหยเก นัยน์ตาคู่หวานเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาป้าอิ่มและเด็กรับใช้เห็นแบบนั้นก็รีบแย่งกันพูดเพื่ออธิบายความให้ภัททิราเข้าใจ แต่เสียงดังระงมที่เกิดขึ้นนั้นฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะมัวแต่แย่งกันพูด พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงหมดความอดทน“ทุกคน ออกไปให้หมด ผมอยากอยู่กับเมียตามลำพัง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้มพร้อมหันไปตวัดสายตาดุใส่ ข้ารับใช้ที่อยู่มานานนั้นรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังโกรธ ป้าอิ่มจึงรีบลากเด็กรับใช้ทั้งสองออกไปเมื่ออยู่กันตามลำพัง ภัททิราก็ปล่อยโฮออกมาดังลั่น นอกจากความเสียใจแล้ว ยังมีฮอร์โมนภายในร่างกายที่กระหน่ำซ้ำเติมให้เธออ่อนไหวยิ่งขึ้น กฤษณ์ดนัยรีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบ พลางลูบแผ่นหลังบอบบาง“แพท แพท คนดีครับ ฟังผมก่อนนะ” เสียงนุ่มทุ้มเต็มไปด้วยความอ่อนโยน พยายามกล่อมให้เธอสงบลง “แพทกำลังเข้าใจผิดนะ สิ่งที่คุณเห็นมันไม่มีอะไรเลย คุณฟังผมอธิบายก่อนได้ไ

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 20 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ผ่านไปกว่าสองเดือน ตอนนี้อายุครรภ์ของภัททิราเข้าสู่เดือนที่ห้า อาการวิงเวียนเริ่มบรรเทาเบาบางลงไปมาก หน้าท้องแบนราบก็เริ่มนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใครต่อใครก็ต่างคาดเดาว่ากฤษณ์ดนัยจะต้องได้ลูกสาว เพราะภัททิรานั้นตั้งแต่ท้องก็สวยวันสวยคืน ขนาดที่ว่าออกไปโรงพยาบาลทั้งที่ท้องเริ่มโตขึ้นจนสามารถสังเกตได้ ก็ยังไม่วายมีหนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นแถว ทำเอาคนเป็นสามีต้องคอยทำหน้ายักษ์ ส่งรังสีอำมหิตผ่านทางแววตาไปให้บรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นและก็เป็นดังเช่นที่หลายคนคาดไว้จริง ๆ จากผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งล่าสุด ก็พบว่าลูกน้อยในครรภ์ของภัททิราเป็นเพศหญิง ทำเอาทุกคนในบ้านดีใจกันยกใหญ่ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มด้วยความทั้งรักและห่วงเมีย ก็ย้ายมาปักหลักทำงานที่บ้าน จะแวะเวียนไปออฟฟิศบ้างอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ในแต่ละวันภัททิราจึงได้อยู่ใกล้ชิดกฤษณ์ดนัยตลอดเวลาช่วงหลังมานี้ภัททิราชอบออกไปเดินเล่นรับลม และชมแปลงดอกไม้ใกล้กับศาลาหน้าบ้าน เมื่อว่าที่คุณพ่อเห็นแบบนั้นก็จ้างบริษัทรับเหมาเข้ามาจัดการทุบห้องด้านหน้าบ้าน สร้างเทอร์เรซยื่นออกไปให้มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ และจ้างนักจัดสวนมาเนรมิตสวนดอกไม้ริม

  • เสน่หาค่ำคืนนั้น   บทที่ 19 เสน่หาค่ำคืนนั้น

    ภัททิราได้รับการตรวจโดยละเอียดจากสูตินรีแพทย์ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา ตอนแรกหญิงสาวก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะชัดเจนผ่านเครื่องอัลตราซาวนด์ ความรู้สึกตื้นตันยินดีก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง รวมไปถึงสายใยแห่งความรักและความผูกพันก็ปรากฏขึ้นชัดเจนในใจ ว่าที่คุณแม่เกิดบ่อน้ำตาแตกร้องไห้ด้วยความดีใจ ทำให้ว่าที่คุณพ่อต้องคอยปลอบอยู่นานสองนานและในวันต่อมาแพทย์ก็อนุญาตให้ภัททิรากลับบ้านได้ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยดูแลทุกฝีก้าว เมื่อเจ้าหน้าที่เข็นรถนั่งของว่าที่คุณแม่ลงมาถึงประตูทางออก ก็มีรถตู้สีดำคันหรูป้ายแดงขับเข้ามาจอด จากนั้นก็มีพลขับชายซึ่งเป็นคนขับรถของไร่เปี่ยมรักลงมาเปิดประตูให้ กฤษณ์ดนัยประคองหญิงสาวขึ้นรถอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะขึ้นมานั่งเคียงข้างเมื่อรถขับออกมาได้สักพักเธอจึงหันไปถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย“คุณกฤษณ์ซื้อรถใหม่เหรอคะ”“ครับ ผมซื้อให้คุณ เวลาไปไหนมาไหนจะได้นั่งสบาย ชอบไหมครับคุณแม่” เขาถามพร้อมเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็ยิ้มด้วยความพอใจ“ชอบมากเลยค่ะ เป็นเบาะที่นั่งสบายสุด ๆ สบายจนแพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status