เข้าสู่ระบบหญิงสาวเดินตรงเข้าไปในห้องครัว เห็นเตาอบกำลังทำงานอยู่ก็นึกแปลกใจที่ไม่มีใครอยู่ภายในครัว จู่ ๆ กฤษณ์ดนัยก็โผล่พรวดขึ้นมาจากหลังเคาน์เตอร์ไอส์แลนด์ ทำเอาเธอตกใจสุดขีด
“ว๊าย!!!/เฮ้ย!!!”
ต่างคนก็ต่างตกใจอุทานออกมาพร้อมกัน
“เอ่อ แพทขอโทษค่ะ ไม่คิดว่ามีใครอยู่ในนี้”
“ไม่เป็นไรครับ ตกใจกันทั้งคู่ หายกันนะ” ภัททิรายิ้มเจื่อนพร้อมพยักหน้า ทว่าชายหนุ่มกลับส่งยิ้มพราวเสน่ห์กลับมาทำให้เธอใจเต้นอีกครั้ง “ผมอบหมูใกล้สุกแล้ว กินด้วยกันนะ”
ภัททิราได้ยินแบบนั้นก็น้ำลายสอขึ้นมา กินสักหน่อยคงไม่เป็นไร จะได้ไม่ต้องลงมือทำเองด้วย
“ค่ะ คุณ เอ่อ คุณพ่อ” หญิงสาวพยายามหาสรรพนามในการเรียกบิดาของเพื่อนรัก ทว่าเมื่อพูดออกมากลับรู้สึกติดขัด ไม่สะดวกปากอย่างบอกไม่ถูก
“เรียกแบบที่คุณสะดวกเลยครับ ผมไม่ถือ”
“ค่ะ คุณกฤษณ์”
ภัททิราไม่รู้จะทำอะไรระหว่างรอ ก็เลยหันไปคว้าขวดบรั่นดีที่ตั้งอยู่มาเปิดเทใส่แก้วก่อนสาดลงคอเพื่อดับความประหม่า พลางมองกฤษณ์ดนัยที่หยิบจับข้าวของเครื่องใช้ในครัวได้อย่างคล่องแคล่ว ดูแล้วเป็นอาหารตาแกล้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคาแพงได้เป็นอย่างดี
เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ เพราะเธอมัวแต่ดื่มด่ำกับภาพตรงหน้า พร้อมเติมเครื่องดื่มสีอำพันเข้าร่างกายอย่างไม่ขาดสาย จนกระทั่งเสียงจาก
เตาอบดังขึ้น กฤษณ์ดนัยก็หันไปจัดการเปิดฝาเตา กลิ่นหอมหวนชวนน่ารับประทานทำให้ภัททิราร้องออกมา“หืม...หอมจังค่ะ” ทว่าเสียงของเธอนั้นฟังแล้วยืดยานจนดูผิดปกติ ทำเอาชายหนุ่มต้องหันกลับมามอง
“แพท...เมาหรือเปล่า”
“ใครเมาคะ...ไม่มี ไม่มี” ภัททิราพูดออกมาด้วยเสียงยานคราง ดวงหน้าสวยไร้การแต่งแต้มนั้นแดงจัด
“คุณเมาแล้วครับ ผมว่าไปนอนดีกว่า”
“เมาที่ไหนคะ เดี๋ยวแพทเดินให้ดูเลยนี่”
ภัททิราว่าจบก็เดินโซซัดโซเซออกไปจากห้องครัว ชนกรอบประตูเข้าอย่างจัง แต่ก็ยังสู้เดินต่อไป กฤษณ์ดนัยเห็นแบบนั้นก็ตกใจรีบเดินตามออกมา
ตอนนี้วิลล่าทั้งหลังเงียบสงัด ทุกคนที่เคยนั่งสังสรรค์กันอยู่หายกันไปหมดแล้ว ภัททิราเดิน
คดเคี้ยวเลี้ยวเป็นงูไปนั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำ กฤษณ์ดนัยเดินเข้ามานั่งยอง ๆ ลงเคียงข้างได้ยินเธอบ่นงึมงำฟังไม่เข้าใจ“ไม่น่าเลยนะ ไม่...น่า...เลย”
“ไม่น่าอะไรครับ เมาแล้วไปนอนเถอะ” สิ้นเสียงทุ้ม หญิงสาวก็หันขวับมามองพร้อมทำหน้าเศร้า
“ไม่น่าเลยที่คุณเป็นพ่อของกี้ แพทจะจีบคุณซะหน่อย” คำพูดของคนตัวเล็กทำเอากฤษณ์ดนัยยิ้มกว้างออกมา
“ก็จีบสิครับ ผมเป็นพ่อเพื่อนคุณ ไม่ได้เป็นพ่อคุณซะหน่อย”
“ได้จริง ๆ เหรอคะ”
“ได้ครับ จีบเลยผมอนุญาตแล้ว” เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดแบบนั้น คนเมาก็เดินหน้ารุกทันที เธอกระโจนเข้าไปผลักคนตัวโตหงายหลังลงไปนั่งบนพื้นขอบสระ
“งั้นจีบนะ”
ยังไม่ทันที่กฤษณ์ดนัยจะได้เอ่ยอะไรออกไป ริมฝีปากหนาก็ถูกปิดด้วยกลีบปากบาง ทำเอา
ชายหนุ่มตาโตด้วยความตกใจ ทว่าเมื่อโดนริมฝีปากเนียนนุ่มเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ อีกทั้งเนื้อตัวนิ่มนวลที่บดเบียดลงมาบนกายแกร่ง จากที่เคยตกใจทำอะไรไม่ถูกก็กลับกลายเป็นยกแขนขึ้นคว้าร่างบางกอดรัดนัวเนีย“อื้อ...”
เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาพร้อมเรียวปากเล็กเผยอขึ้น ทำให้ลิ้นสากแทรกผ่านเข้าไปดูดดื่มความหวานล้ำในโพรงปากนุ่ม จุมพิตนั้นเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ต่างฝ่ายต่างลูบไล้เรือนร่างของกันและกันด้วยความเสน่หา
แต่ทว่าคนตัวเล็กเกิดพลาดท่าเสียหลักลื่นทำท่าจะตกลงไปในสระว่ายน้ำ และเธอก็ได้คว้าแขนแกร่งเอาไว้ ลากชายหนุ่มตกลงไปพร้อมกัน
ตู้ม~
ความเย็นเฉียบของน้ำท่ามกลางอากาศหนาวในค่ำคืนเดือนมกราคม ได้เรียกสติสัมปชัญญะของหญิงสาวให้กลับคืนมา ร่างเล็กพุ่งพรวดขึ้นมาจากผิวน้ำตัวสั่นงันงกภายในอ้อมกอดของกฤษณ์ดนัย
“แพทขอโทษค่ะ” เสียงหวานเจือสั่นเครือกล่าวออกมา
เธอรีบผลักอกแกร่งให้ถอยห่างออกไป ก่อนจะว่ายน้ำตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปบนขอบสระ และรีบเดินหนีออกมา
เมื่อสติสตังเริ่มกลับคืนมา ภัททิราก็นึกอยากตบตีตัวเองแรง ๆ ที่ปล่อยให้ความเมาเข้าครอบงำจนทำเรื่องแบบนี้ออกไป เธอมาหยุดยืนหน้าประตูห้องนอน พลางยกมือบางขึ้นสัมผัสกลีบปากนุ่ม ก่อนตัดสินใจทิ้งความรู้สึกทั้งหมดไว้หน้าประตูห้อง จับลูกบิดประตูหมุนเปิดเข้าไป ในขณะที่เธอเดินเข้ามาในห้องแล้ว และกำลังจะปิดประตู ท่อนแขนแข็งแรงก็ยื่นเข้ามาขวางเอาไว้
“คุณกฤษณ์”
4 ปีผ่านไป‘พาเพลินค่าเฟ่’ ร้านอาหารและคาเฟ่แห่งไร่เปี่ยมรัก เปิดให้บริการมาแล้วร่วมปี โดยมีภัททิราเป็นผู้ดูแล หญิงสาวแวะเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อยเป็นประจำทุกวัน และในบางครั้งเธอก็จะพาเด็กหญิงเพลินมาศตัวน้อยติดสอยห้อยตามมาด้วย ความน่ารักสดใส ช่างพูดช่างเจรจา ทำให้เด็กน้อยกลายเป็นขวัญใจของลูกค้าไปโดยปริยาย ลูกค้าบางคนถึงขนาดลงทุนขับรถข้ามจังหวัด เพื่อมาทักทายหนูน้อยเพลินมาศโดยเฉพาะภัททิราจึงมีหน้าที่พาลูกสาวออกจากห้องทำงานหลังร้าน มาพูดคุยทักทายลูกค้า วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ภัททิราพาลูกสาวมาทำงานด้วย เพื่อพบปะเหล่าแฟนคลับที่เป็นลูกค้าประจำของทางร้าน“คูมแม่ขา น้องเพลินอยากกิงเค้ก” เด็กหญิงตัวน้อยเดินเข้ามาเอาหน้าซบตักมารดา พร้อมส่งสายตาอ้อนวอน“หนูกินไปแล้วนี่คะลูก” ภัททิรายกมือขึ้นเช็ดคราบครีมสีขาวที่มุมปากลูกสาว “หนูดื่มน้ำส้มที่ย่าอิ่มทำให้หรือยังคะ”“ดื่มแย้วค่ะ”“งั้นก็พอแล้วค่ะ เดี๋ยวเราต้องกลับบ้านไปทานข้าวเย็น”“คูมแม่ขา….” เมื่อหนูน้อยไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มเบ้ปากทำท่าจะร้องไห้ แต่ทว่าผู้เป็นมารดาก็ต้องใจแข็ง เพราะก่อนออกจากบ้านได้ตกลงกันไว้แล้วว่าจะได้กินเค้กแสนอร่อยเพียงแค่หนึ่ง
ในที่สุดความเจ็บปวดของว่าที่คุณแม่ก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการออกมาลืมตาดูโลกของทารกน้อยเพศหญิงหน้าตาน่ารักน่าชังเด็กหญิงเพลินมาศ ลูกสาวคนเล็กของพ่อเลี้ยงกฤษณ์ดนัย และภรรยาคนสวยนั้น เป็นที่รักของทุกคนในไร่เปี่ยมรัก หน้าตาผิวพรรณนั้นได้รับมรดกจากพ่อและแม่ เป็นส่วนผสมที่ลงตัว จะเรียกว่าไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้เมื่อออกจากโรงพยาบาล ทุกคนก็เดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่ไร่เปี่ยมรัก พร้อมกับสมาชิกคนใหม่เมื่อภัททิรากลายเป็นคุณแม่เต็มตัว ในตอนแรกที่อยู่โรงพยาบาลเธอก็แอบรู้สึกกังวล เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ก็ได้สามีคอยให้กำลังใจ ไหนจะป้าอิ่มและทุกคนในบ้านคอยช่วยเหลือ ออกแนวจะแย่งกันช่วยเสียด้วยซ้ำ เพราะใคร ๆ ต่างก็หลงรักทารกน้อยตอนนี้หนูน้อยเพลินมาศอายุได้สามเดือน เริ่มจดจำเสียงทุกคนในบ้านได้ หากเป็นคนคุ้นเคยทารกน้อยก็จะส่งเสียงอ้อแอ้โต้ต้อบ ก็ยิ่งทำให้ทุกคนทั้งรักทั้งหลง โดยเฉพาะกฤษณ์ดนัยที่นับวันยิ่งเห่อลูกสาวตัวน้อย ถึงขนาดพักงานบริหารไร่เปี่ยมรัก เพื่อจะใช้เวลาอยู่กับลูกเมีย โดยแต่งตั้งให้ปกรณ์เป็นผู้รักษาการแทน“แพทจ๋า น้องเพลินหิว” กฤษณ์ดนัยเดินเข้ามาในห้องเลี้ยงเด็กชั้นล่าง ขณะที่ภัททิราก
คเชนทร์พากันติชาไปพักผ่อนที่โรงแรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาล ส่วนป้าอิ่มและเด็กรับใช้ก็พากันเดินทางกลับไร่เปี่ยมรัก เหลือเพียงพ่อเลี้ยงหนุ่มที่คอยเฝ้าคนรักไม่ยอมห่างเวลาล่วงเลยไปจนได้เวลานอนของว่าที่คุณแม่ แต่ทว่าเธอก็ยังนอนลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวสะอาดตา พลางนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมา พร้อมสองมือที่วางอยู่บนหน้าท้องนูนลูบไล้ขับกล่อมทารกน้อยที่กำลังเคลื่อนไหวไม่ยอมหลับยอมนอนเช่นเดียวกัน“เป็นอะไรครับ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว นอนไม่หลับเหรอ หืม” กฤษณ์ดนัยลุกจากโซฟาเบด เดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง ยกมือขึ้นใช้ข้อนิ้วแกร่งเกลี่ยแก้มนวลเบา ๆ“มีความสุขค่ะ” ภัททิราส่งยิ้มจนตาหยี “แล้วก็นอนไม่หลับด้วย ปกติคุณต้องนอนกอดแพท พอนอนคนเดียวแพทไม่ชิน”กฤษณ์ดนัยยิ้มเอ็นดูภรรยา ก่อนลุกขึ้นปลดล็อกที่กั้นเตียงคนไข้ ขึ้นไปนอนเบียดร่างเล็กบนเตียง เธอก็ขยับตัวพลิกตะแคงหันหลังให้เขาอย่างรู้งาน เพื่อให้ชายหนุ่มได้นอนสวมกอดเธอเช่นเดียวกับทุกคืน“แพท”“ขา”“ผมรักคุณมากนะ”“แพทก็รักคุณค่ะ”“เราแต่งงานกันเถอะ”“...” ไม่มีเสียงตอบรับใดจากคนในอ้อมกอด ภัททิรานิ่งเงียบไ
ภัททิราฟื้นคืนสติขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา โดยมีกฤษณ์ดนัยและป้าอิ่ม รวมถึงเด็กรับใช้ที่ตามมาด้วยยืนรายล้อมอยู่รอบเตียงคนไข้เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของคนรัก ภาพบาดใจที่อยู่ในความทรงจำก็หวนกลับมา ทำให้ดวงหน้าสวยเริ่มเหยเก นัยน์ตาคู่หวานเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาป้าอิ่มและเด็กรับใช้เห็นแบบนั้นก็รีบแย่งกันพูดเพื่ออธิบายความให้ภัททิราเข้าใจ แต่เสียงดังระงมที่เกิดขึ้นนั้นฟังไม่ได้ศัพท์ เพราะมัวแต่แย่งกันพูด พ่อเลี้ยงหนุ่มจึงหมดความอดทน“ทุกคน ออกไปให้หมด ผมอยากอยู่กับเมียตามลำพัง” ชายหนุ่มกล่าวเสียงเข้มพร้อมหันไปตวัดสายตาดุใส่ ข้ารับใช้ที่อยู่มานานนั้นรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มกำลังโกรธ ป้าอิ่มจึงรีบลากเด็กรับใช้ทั้งสองออกไปเมื่ออยู่กันตามลำพัง ภัททิราก็ปล่อยโฮออกมาดังลั่น นอกจากความเสียใจแล้ว ยังมีฮอร์โมนภายในร่างกายที่กระหน่ำซ้ำเติมให้เธออ่อนไหวยิ่งขึ้น กฤษณ์ดนัยรีบดึงเธอเข้ามากอดปลอบ พลางลูบแผ่นหลังบอบบาง“แพท แพท คนดีครับ ฟังผมก่อนนะ” เสียงนุ่มทุ้มเต็มไปด้วยความอ่อนโยน พยายามกล่อมให้เธอสงบลง “แพทกำลังเข้าใจผิดนะ สิ่งที่คุณเห็นมันไม่มีอะไรเลย คุณฟังผมอธิบายก่อนได้ไ
ผ่านไปกว่าสองเดือน ตอนนี้อายุครรภ์ของภัททิราเข้าสู่เดือนที่ห้า อาการวิงเวียนเริ่มบรรเทาเบาบางลงไปมาก หน้าท้องแบนราบก็เริ่มนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใครต่อใครก็ต่างคาดเดาว่ากฤษณ์ดนัยจะต้องได้ลูกสาว เพราะภัททิรานั้นตั้งแต่ท้องก็สวยวันสวยคืน ขนาดที่ว่าออกไปโรงพยาบาลทั้งที่ท้องเริ่มโตขึ้นจนสามารถสังเกตได้ ก็ยังไม่วายมีหนุ่มน้อยใหญ่มองตามกันเป็นแถว ทำเอาคนเป็นสามีต้องคอยทำหน้ายักษ์ ส่งรังสีอำมหิตผ่านทางแววตาไปให้บรรดาชายหนุ่มเหล่านั้นและก็เป็นดังเช่นที่หลายคนคาดไว้จริง ๆ จากผลการตรวจอัลตราซาวนด์ครั้งล่าสุด ก็พบว่าลูกน้อยในครรภ์ของภัททิราเป็นเพศหญิง ทำเอาทุกคนในบ้านดีใจกันยกใหญ่ด้านพ่อเลี้ยงหนุ่มด้วยความทั้งรักและห่วงเมีย ก็ย้ายมาปักหลักทำงานที่บ้าน จะแวะเวียนไปออฟฟิศบ้างอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง ในแต่ละวันภัททิราจึงได้อยู่ใกล้ชิดกฤษณ์ดนัยตลอดเวลาช่วงหลังมานี้ภัททิราชอบออกไปเดินเล่นรับลม และชมแปลงดอกไม้ใกล้กับศาลาหน้าบ้าน เมื่อว่าที่คุณพ่อเห็นแบบนั้นก็จ้างบริษัทรับเหมาเข้ามาจัดการทุบห้องด้านหน้าบ้าน สร้างเทอร์เรซยื่นออกไปให้มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ และจ้างนักจัดสวนมาเนรมิตสวนดอกไม้ริม
ภัททิราได้รับการตรวจโดยละเอียดจากสูตินรีแพทย์ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลา ตอนแรกหญิงสาวก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกอย่างไร จนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นเป็นจังหวะชัดเจนผ่านเครื่องอัลตราซาวนด์ ความรู้สึกตื้นตันยินดีก็ก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง รวมไปถึงสายใยแห่งความรักและความผูกพันก็ปรากฏขึ้นชัดเจนในใจ ว่าที่คุณแม่เกิดบ่อน้ำตาแตกร้องไห้ด้วยความดีใจ ทำให้ว่าที่คุณพ่อต้องคอยปลอบอยู่นานสองนานและในวันต่อมาแพทย์ก็อนุญาตให้ภัททิรากลับบ้านได้ โดยมีกฤษณ์ดนัยคอยดูแลทุกฝีก้าว เมื่อเจ้าหน้าที่เข็นรถนั่งของว่าที่คุณแม่ลงมาถึงประตูทางออก ก็มีรถตู้สีดำคันหรูป้ายแดงขับเข้ามาจอด จากนั้นก็มีพลขับชายซึ่งเป็นคนขับรถของไร่เปี่ยมรักลงมาเปิดประตูให้ กฤษณ์ดนัยประคองหญิงสาวขึ้นรถอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะขึ้นมานั่งเคียงข้างเมื่อรถขับออกมาได้สักพักเธอจึงหันไปถามชายหนุ่มด้วยความสงสัย“คุณกฤษณ์ซื้อรถใหม่เหรอคะ”“ครับ ผมซื้อให้คุณ เวลาไปไหนมาไหนจะได้นั่งสบาย ชอบไหมครับคุณแม่” เขาถามพร้อมเอียงศีรษะเข้ามาใกล้ หญิงสาวก็ยิ้มด้วยความพอใจ“ชอบมากเลยค่ะ เป็นเบาะที่นั่งสบายสุด ๆ สบายจนแพ







