공유

บทที่ 2

last update 게시일: 2025-12-13 15:56:19

“เบื่อจริงๆ เลยพวกโจรกระจอกที่ชอบแอบมาขโมยพืชผักของคนอื่นแบบนี้ สงสัยคงต้องจับไปส่งตำรวจแล้วกระมัง เพราะไม่เช่นนั้นคงจะไม่หลาบไม่จำกันสักที” ผู้มาเยือนเริ่มต้นทักทายด้วยวาจาอันเผ็ดร้อนและรอยยิ้มหยามเหยียดตรงมุมปาก

หญิงสาวกัดเม้มริมฝีปากจนเจ็บพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วจึงหันขวับมาประสานสายตากับคุณชายมาดหยิ่งด้วยท่าทีไม่ยี่หระ

“แล้วไหนล่ะคะหลักฐานที่แสดงว่าดิฉันเป็นโจรกระจอกอย่างที่กล่าวหา”

“ก็ผักบุ้งที่อยู่ในตะกร้าใบนั้นยังไงล่ะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเปิดฉากไล่ต้อน เน้นแววตาดุดัน “นี่เธอไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งเฉไฉกันแน่ แต่ก็อย่างว่า สันดานโจรยังไงก็เป็นสันดานโจรอยู่วันยังค่ำ คนประเภทนี้แก้เท่าไหร่ก็ไม่มีทางหาย นอกเสียจากจะไปนอนดัดนิสัยอยู่ที่ซังเตเท่านั้น มันถึงจะสาสม!”

ดอกแก้วตวัดหางตามอง ขณะเชิดคางขึ้นอย่างเคืองขุ่น “แค่ผักบุ้งไม่กี่กำถึงกับจะต้องจับเข้าคุกเข้าตะราง มันไม่มากไปหน่อยรึ”

“ไม่มากไปหรอกสำหรับนางโจรหัวขโมยเช่นเธอ”

“ตลกจังเลยนะคะคุณชาย” หญิงสาวชูคอตั้ง

“ตลกยังไงไม่ทราบ”

“ก็ตลกคุณชายน่ะสิ” ร่างบอบบางก้มลงไปเก็บยอดผักบุ้งที่อยู่ในตะกร้าแล้วชูขึ้นระดับสายตา “หม่อมราชวงศ์พลวัชรผู้สูงศักดิ์แห่งวังแสงจันทร์ ถึงขนาดต้องโร่ไปแจ้งตำรวจเพียงเพราะดิฉันเข้ามาเก็บ ‘ผักบุ้ง’ ในอาณาเขตอย่างนั้นหรือ?”

คำพูดในเชิงประชดประชันนั้นทำเอาชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกกำปั้นนับสิบๆ กระแทกเข้าที่ใบหน้าจนมึนชา คิ้วเข้มดั่งปีกกาจึงขมวดเข้าหากันชิดแน่นเป็นปม

“ถ้าพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ ฉันก็คงต้องเอาตัวเธอไปส่งให้ตำรวจแล้วล่ะ”

“แล้วคุณชายมีสิทธิ์อะไรที่จะเอาตัวฉันไปส่งให้ตำรวจ”

“ก็สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของผักบุ้งพวกนั้นยังไง!” พลวัชรตวาดลั่น ขณะจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง “หรือเธอว่าที่ฉันพูดมาทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องจริง”

“แหมๆๆๆ” ดวงตากลมแป๋วมีประกายขบขันพร้อมทั้งปากบุ้ยอย่างกวนประสาท “อย่าพูดจาพล่อยๆ สิคะคุณชาย เพราะนั่นไม่ใช่คำพูดของคนที่มีการศึกษาระดับสูง แต่นั่นมันคือคำพูดของคนที่เห็นแก่ตัวและเห็นแก่ได้ต่างหากล่ะคะ”

“ยัยเด็กบ้า! กล้าดียังไงถึงได้มาใช้วาจาต่ำๆ กับฉันแบบนี้ ฮะ!”

“ใครกันหรือเจ้าขาที่ช่างกล้าพูดกับคุณชายพลวัชรของหม่อมฉัน...” ร่างแน่งน้อยหัวเราะร่วนชอบใจ นิ้วเล็กจิ้มเข้าที่ใต้ตาล่าง แล้วดึงหนังลงมาแลบลิ้นยียวน

ชายหนุ่มทนไม่ไหวกับกิริยายั่วยุเช่นนั้น ลำขาล่ำสันแข็งแรงเหมือนดั่งขาหลังของสิงโตเจ้าป่า รีบสาวเท้าตรงดิ่งเข้าไปหานางโจรอวดดีทันที!

“อย่าเข้ามานะ!” หญิงสาวแหวระงมลั่น ก่อนจะรีบวิ่งแจ้นข้ามสะพานไม้ไปยังอีกฟากฝั่งของริมคลองน้ำ

“หนีทำไมล่ะ เห็นเก่งนักไม่ใช่เหรอ” ร่างสูงใหญ่วิ่งตามไปติดๆ

“ใครเก่งมิทราบ”

ดอกแก้วหันซ้ายหันขวาเพื่อหาทางหนีทีไล่ให้พ้นจากเงื้อมมือของคุณชายอสูร ส่วนพลวัชรใช้จังหวะนั้นถลาตัวไปดักอีกด้าน ด้วยหวังจะกระชากนางโจรมาลงทัณฑ์ หากกลับพลาดเป้าเพียงนิดเดียวเพราะหญิงสาวเอี้ยวตัวหลบว่องไว พลางรีบซอยเท้ายิกๆ อย่างกระหืดกระหอบออกไปให้ห่างที่สุดเพื่อที่จะตั้งหลักปักสู้กับเขาอีกรอบ

“แสดงออกด้วยการจะทำร้ายผู้หญิงเลยรึคะคุณชาย” คางเล็กๆ เชิดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มหยันๆ ปรากฏที่มุมปากแสนรั้น

“จองหองมากไปแล้ว! เป็นแค่สามัญชนอย่ามาริอ่านต่อปากต่อคำกับฉัน” พลวัชรกัดฟันกรอดจนกรามนูนเป็นสัน จ้องมองแผดเผาร่างอ้อนแอ้นนั้นด้วยแววตาอันร้อนรุ่มชิงชัง

“คุณชายบ้า คุณชายขี้งก”

“อย่ามาตวาดใส่ฉันแบบนี้เชียวนะ!”

หม่อมราชวงศ์หนุ่มอารมณ์เดือดจัด เพราะไม่เคยมีใครกล้ามาอวดดีใส่เขา แล้วยัยผู้หญิงชั้นไพร่คนนี้เป็นใคร ถึงได้บังอาจมาต่อปากต่อคำด้วยวาจาโอหังเช่นนี้!

ร่างสูงสง่ารีบก้าวยาวๆ โย่งๆ ตรงเข้าไปหา แววตาแทบจะลุกเป็นเปลวไฟ หญิงสาวขยับเท้าเล็กๆ ถอยหลังกรูด พลางหันรีหันขวางมองหาอาวุธมาป้องกันตัว แล้วก็เหลือบไปเห็นท่อนไม้ขนาดเท่าลำแขนของตนอยู่ที่พื้นด้านล่าง จึงก้มลงไปคว้าเอามากอดไว้แนบอกตามสัญชาตญาณเมื่อมีภยันตรายมาเยือน

“อย่าเข้ามานะ! ไม่อย่างนั้นดิฉันฟาดคุณชายด้วยเจ้านี่จริงๆ ด้วย” เสียงใสขู่ฟ่อเหมือนลูกแมวจนตรอกที่มีนักล่าฝูงใหญ่มารุมล้อมรอขย้ำ

“ไม้เท่านี้?” หม่อมราชวงศ์หนุ่มแสยะยิ้มมุมปาก ขณะยืดตัวเต็มความสูง “จะมาทำอะไรฉันได้” 

หญิงสาวไม่ตอบ ได้แต่เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง และจังหวะนั้นก็ฉวยโอกาสหมุนตัววิ่งหนี แต่ดันช้าไป เพราะมือใหญ่หนาประดุจคีมเหล็กฉวยหมับจับข้อมือน้อยๆ ไว้ ก่อนจะเหวี่ยงร่างแสนพยศเข้ามากระแทกกายแกร่งของตน

“จะรีบไปไหน! ยัยหัวขโมยกระจอก!”

“ปล่อยนะ! ปล่อย!” เสียงใสหวีดร้องและดิ้นรนผลักไสเป็นพัลวัน

“วันนี้เธอได้นอนซังเตแน่ๆ ยัยเด็กบ้า”

พลวัชรรวบเอวคอดกิ่วของหญิงสาวเอาไว้ ดอกแก้วสะดุ้งเฮือกสุดตัวเมื่อถูกวงแขนแกร่งกอดรัดเลื้อยพันจนแทบหายใจไม่ออก สัมผัสจากร่างล่ำสันที่กระชับตรึงอยู่นั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ดุจจะโลดออกมานอกทรวงเสียให้ได้

“คุณชายบ้า! ปล่อยดิฉันนะ!”

“กลัวฉันมากขนาดนั้นเชียวรึ” เขาใช้ดวงตาแสนเสน่ห์จ้องลึกไปยังคนตรงหน้าที่ออกอาการตัวสั่นเทาราวกับลูกกวางน้อยกำลังโดนพญาราชสีห์ตะปบ

“ปล่อยซี่! ดิฉันบอกให้ปล่อย!” หญิงสาวดิ้นพล่านขัดขืนเต็มกำลัง

“หยุดดิ้นเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเธอโดนดีแน่!”

มือแกร่งอีกข้างบีบเข้าที่พวงแก้มนวลจนเป็นรอยบุ๋ม บังคับให้เธออยู่นิ่งๆ หากหญิงสาวกลับฮึดฮัดสู้และยกเข่าขึ้นกระทุ้ง หมายจะกระแทกเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ของบุรุษเพศ แต่อีกฝ่ายอ่านการเคลื่อนไหวทัน เอี้ยวตัวหลบฟุบฟับแล้วหันขวับกลับมาเล่นงานทันที

“ฤทธิ์มากนักใช่ไหม...ยัยตัวแสบ!”

ร่างสูงสง่าย่อตัวลง ดวงตาเกรี้ยวกราด ขณะตวัดท่อนแขนช้อนเอาร่างบอบบางลอยหวือขึ้นไปแนบอก

“ว้าย! คุณชายจะทำอะไร ปล่อยดิฉันลงนะ”

ดอกแก้วพยายามดิ้นขลุกขลัก แกว่งแขนขาไปมา พลางนึกหวาดหวั่นกับสีหน้าและแววตาคู่นั้นอย่างบอกไม่ถูก

“เดี๋ยวเธอได้ลงแน่ ไม่ต้องกลัว” พลวัชรเหยียดริมฝีปากยิ้มเหี้ยม แล้วนำพาร่างพยศเดินอาดๆ ตรงไปยังริมคลองน้ำซึ่งอยู่เบื้องหน้า

“คุณชายจะทำอะไรน่ะ!?” หญิงสาวเบิกตาโพลง อ้าปากหวอ

ตูมมม!!!...

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างของดอกแก้วถูกคุณชายพลวัชรโยนลงไปในคลองน้ำเต็มแรงจนน้ำแตกกระเซ็นกระเด็นขึ้นมากระทบเสื้อผ้าของเขาเป็นรอยด่างไปทั่ว

“หึหึ...”

ชายหนุ่มหัวเราะสั้นห้วนในลำคอ เมื่อเห็นท่าทางของดอกแก้วเหมือนลูกแมวน้อยตกน้ำเช่นนั้น ก่อนจะเดินไปกระโดดขึ้นนั่งบนหลังม้าอย่างสบายอารมณ์ พลางปรายหางตามองใบหน้านวลแฉล้มด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย

“จำเอาไว้นะยัยเด็กขี้ขโมย อย่ามาอวดดีกับฉันอีก เพราะครั้งต่อไปเธอเจอหนักกว่านี้แน่”

พูดจบ มือหนาก็กระตุกบังเหียนควบให้อาชาไนยตัวใหญ่วิ่งเหยาะๆ ออกไป ดอกแก้วกำหมัดแน่น สาดสายตาดั่งไฟร้อนๆ ตวัดจิกมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาด้วยความโกรธแค้น แล้วจึงตะเกียกตะกายว่ายน้ำเข้าหาฝั่ง

จากนั้นร่างบอบบางซึ่งเปียกชุ่มไปด้วยน้ำก็หิ้วตะกร้าใบใหญ่ที่ใส่ผักบุ้งอยู่เต็ม สาวเท้าฉับๆ อย่างสะบัดสะบิ้งระคนฉุนเฉียวไปตามถนนริมคลอง เพราะยังคงมีอารมณ์ค้างเติ่งอยู่นั่นเอง

...ภาพอันน่าเจ็บใจของเหตุการณ์ที่เธอโดนเขาจับโยนลงคลองน้ำเมื่อครู่ยังฉายชัดอยู่ในหัวตลอดเวลา...

“จำไว้เลยนะอีตาคุณชายบ้า เจอกันครั้งหน้าแม่จะโบ้ยคืนหนักๆ ให้สาสมเลยคอยดู!”

หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดอย่างเสียท่า พร้อมทั้งใช้มือเรียวเล็กเสยผมที่เปียกๆ ให้เรียบลู่เข้าที่เข้าทาง ขณะเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆ จนมาถึงกระท่อมน้อยหลังกะทัดรัดอันเป็นที่พำนักพักอาศัยของตน

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 82 จบบริบูรณ์

    “คุณชายถามตรงๆ แบบนี้ จะให้เรไรตอบว่าอย่างไรดีล่ะคะ” เรไรพูดเขินๆ“ผมมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะครับพี่ชายวัชร ผมกับคุณเรไรมีเรื่องจะมาปรึกษาหม่อมป้า”“เรื่องอะไรเหรอชายรุจ” พลวัชรเอ่ยถาม แต่ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มของหม่อมราชวงศ์หนุ่มผู้น้องก็พอจะเดาอะไรต่อมิอะไรออก“ผมกับคุณเรไรตกลงว่าจะแต่งงานกันน่ะครับ” พันธวุธเป็นฝ่ายบอก เพราะเรไรนั้นเอาแต่ยิ้มอายๆ บิดตัวไปมาจนม้วนอยู่คนเดียว“จริงหรือคะพี่เรไร!” ดอกแก้วอุทานขึ้น แล้วรีบขยับเข้าไปจับมือของพี่สาวเอาไว้มั่น“จริงจ้ะแก้ว” เรไรตอบยิ้มๆ“แก้วดีใจด้วยนะคะ”“พี่เองก็ดีใจกับแก้วด้วยที่กำลังจะมีหลานตัวน้อยให้พี่” เรไรคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะหันไปทางพลวัชรและพันธวุธ “คุณชายทั้งสองคุยกันไปก่อนนะคะ เรไรขอตัวไปคุยกับแก้วตามประสาผู้หญิงสักครู่”“เชิญตามสบายเลยครับ” พลวัชรเอ่ยปากอนุญาต จากนั้นเรไรจึงจูงมือดอกแก้วไปทางสวนดอกไม้ของวังแสงจันทร์ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยต้นดอกแก้วที่พลวัชรสั่งให้ปลูกเพิ่มเติมจนพิศไปทางไหนก็เห็นแต่ใบสีเขียวขจีและดอกสีขาวนวลตายิ่งนัก“คุณชายคงจะรักแก้วมากนะถึงได้ปลูกต้นดอกแก้วไว้ทั่ววังแบบนี้” เรไรหันมาคุยกับน้องสาวตัวเองหลั

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 81

    “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กน้อยลิงทโมนจะสวยได้ถึงขนาดนี้”“แน่ะ” ดอกแก้วอมยิ้มจนแก้มเต็มย้วย “แก้วไม่ได้เป็นลิงทโมนสักหน่อย”“ตอนนั้นน่ะใช่เลยล่ะ ลิงทโมนแสนดื้อชัดๆ แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว แถมยังสวยอีกต่างหาก และที่สำคัญเป็นเมียฉันด้วย”คำพูดดังกล่าวทำเอาคนเป็นเจ้าสาวช้อนตามองอย่างอายๆ“ผ่านไปไม่เท่าไหร่เองนะคะ”“มันเหมือนผ่านมานานมากเลย อาจจะเป็นเพราะเธออยู่ในหัวใจของฉันตั้งแต่ตอนนั้นเลยกระมัง ฉันจึงรู้สึกว่าเราเป็นของกันและกันมานานแล้ว”“คุณชายพูดแบบลิเกกับเขาก็เป็นด้วย” หญิงสาวเอ่ยปากล้อเลียนเจ้าบ่าวของตัวเอง“ใครว่าล่ะ ฉันพูดจริงต่างหาก” น้ำเสียงของพลวัชรเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะใช้สายตาตัวเองตอกตรึงคนร่างเล็กเอาไว้ “แก้วจ๊ะ...”“คะ...”“ฉันรักเธอนะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยนพาฝัน “แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า”“แก้วก็รักคุณชายค่ะ”คราวนี้ดอกแก้วบอกอย่างไม่อาย เพราะไม่มีอุปสรรคหรือข้อห้ามใดๆ ที่เธอจะต้องปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว“ถ้าอย่างนั้นเป็นของฉันนะแก้ว...”“คุณชายบ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้...” ใบหน้าสวยหวานแดงแปร๊ดขึ้นทันที“บ้าตรงไหนกัน” พลวัชรยั่วเย้าด้วยรอ

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 80

    “ป้าเต็มใจและยินดีที่จะรับหนูแก้วเป็นลูกสะใภ้จ้ะ” หม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยขึ้นบ้าง“เพราะฉะนั้นห้ามหนีไปไหน ยังไงวันนี้เธอก็ต้องแต่งงานกับฉัน”พลวัชรพูดเป็นเชิงข่มขู่ แต่น้ำเสียงและแววตาที่มองมายังเจ้าสาวนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวลลึกซึ้ง จนพวงแก้มของดอกแก้วแดงซ่านราวกับลูกตะขบที่สุกงอมเต็มที่“คนเจ้าเล่ห์...” หญิงสาวพึมพำเบาๆ “...คุณชายหลอกแก้ว”“ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหรือคนแสนดื้ออย่างเธอจะยอมง่ายๆ” มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของดอกแก้วเข้าไปกระชับไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอีกครั้ง “แต่งงานกับฉันนะดอกแก้ว ฉันรักเธอนะ”ดอกแก้วมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งเคียงข้างคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอดในฐานะเจ้าสาว และที่สำคัญเขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ‘เขารักเธอ’ หญิงสาวบอกตัวเองว่า ตอนนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธหรือหนีพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอคงจะตอบอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก...“แต่งก็แต่งสิคะ แก้วไม่ได้ห้ามคุณชายเสียหน่อย”เสียงเฮดังขึ้นเมื่อดอกแก้วพูดประโยคดังกล่าวจบ จากนั้นพิธีการในตอนเช้าก็เริ่มขึ้นอย่างชื่นมื่นจนกระทั่งจบลงด้วยพิธีเรียกขวัญและผูกข้อม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 79

    อีกสองวันต่อมาพลวัชรก็ได้รับอนุญาตจากหมอให้กลับไปพักฟื้นต่อที่วังได้ คนงานและบ่าวไพร่ในวังแสงจันทร์ทั้งหลายต่างยิ้มแย้มอย่างดีใจที่เห็นคุณชายของพวกเขามีอาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนจึงช่วยกันตระเตรียมงานมงคลซึ่งจะมีขึ้นในเร็ววันนี้ด้วยความขยันขันแข็ง และในขณะเดียวกันกำหนดวันลาพักร้อนของพันธวุธก็ใกล้จะหมดลง เขาจึงไปที่คุ้มเดือนดาราเพื่อลาดอกแก้วและเรไรก่อนจะเดินทางกลับพระนคร“ผมมาลากลับน่ะครับแก้ว...คุณเรไร...”“แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่คะคุณชายรุจ” ดอกแก้วเอ่ยถามพันธวุธจึงได้แต่ทำหน้าเศร้าๆ เหมือนเด็กน้อยขาดความรัก“คงจะมาตอนงานแต่งพี่ชายวัชรกับคุณเรไรน่ะครับ กลับไปคราวนี้คงคิดถึงที่นี่น่าดู”“เอาไว้เจอกันใหม่นะคะคุณชายรุจ...” สองสาวเอ่ยลาหม่อมราชวงศ์หนุ่ม“แน่นอนครับ ผมต้องกลับมาที่นี่อยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวลากลับพระนครเลยนะครับ”หลังจากเอ่ยลาสองสาวแสนสวยแห่งคุ้มเดือนดาราเสร็จ พันธวุธก็เดินไปที่รถเก๋งคันหรูของตัวเองโดยมีเรไรเดินไปส่ง ทั้งสองยืนคุยกันต่อครู่หนึ่งก่อนที่พันธวุธจะขึ้นรถและขับออกจากคุ้มเดือนดารามุ่งหน้าสู่พระนคร“คุณชายรุจกลับไปแล้วหรือคะพี่เรไร” ดอกแก้วเอ่ยถามหลังจากที่เห็น

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 78

    เช้าวันรุ่งขึ้นเรไรชวนดอกแก้วมาเยี่ยมคุณชายพลวัชรแต่เช้า โดยที่เรไรขับรถมาเอง เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคนเป็นพี่ก็เอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำและบอกให้ดอกแก้วล่วงหน้าไปก่อน หญิงสาวจึงมายืนเก้ๆ กังๆ ตรงหน้าห้องที่พลวัชรพักฟื้นอยู่เพียงลำพัง ครั้นจะผลักประตูเข้าไปก็ไม่กล้า เลยตัดสินใจยืนรอเรไรอยู่ที่หน้าห้อง ขณะนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาจากข้างใน คนที่เปิดออกมาคือจ้อน เมื่อจ้อนเจอหญิงสาวจึงเอ่ยทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้จะยังดูสะลึมสะลือเพราะเพิ่งจะตื่นนอนใหม่ๆ อยู่บ้างก็ตาม“อ้าว...คุณแก้วมาเยี่ยมคุณชายหรือครับ”“พี่จ้อนบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้เรียกแก้วเฉยๆ” ดอกแก้วมองค้อนๆ ทำให้จ้อนฉีกยิ้มแฉ่งและยกมือขึ้นเกาหัวแบบเขินๆ“ให้พี่เรียกแบบนี้เถอะนะครับ สบายใจกว่ากันตั้งเยอะ ว่าแต่จะเข้าไปเยี่ยมคุณชายเลยไหมครับ”“แก้วว่าจะรอพี่เรไรก่อนน่ะจ้ะ”“เข้าเลยครับคุณแก้ว คุณชายยังไม่ตื่นหรอก ไปนั่งรอข้างในดีกว่า พี่จะได้ฝากคุณแก้วให้ดูคุณชายแทนครู่หนึ่ง พอดีพี่จะไปเข้าห้องน้ำนะครับ รู้สึกปวดท้อง” จ้อนพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ขณะเอามือกุมไว้ที่ท้องและก้นของตัวเอง“อย่างนั้นก็ได้จ้ะ พี่จ้อนไปห้องน้ำเถอะ แก้

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 77

    “อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า!”“อย่านะ!”ทั้งดอกแก้วและหม่อมสร้อยฟ้าต่างก็ร้องระงม แต่ไอ้เชิดกลับไม่ฟัง มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาแก้มัดเชือกต่อไป ในขณะที่วิรัญญาและมะขามต่างยืนกอดอกมองด้วยความพอใจทันทีที่ดอกแก้วเป็นอิสระ ไอ้เชิดก็ขยับเข้าไปจะช้อนอุ้มเอาร่างอรชร หากทว่าดอกแก้วอาศัยความว่องไวและวิชาป้องกันตัวที่มีอยู่บ้าง แย่งเอาปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงของไอ้เชิดมาไว้ในมือได้ เธอเล็งปลายกระบอกปืนไปที่โจรชั่ว ดวงตาจ้องมองเขม็ง“ถ้าแกเข้ามาฉันยิงแกแน่” ดอกแก้วขู่เสียงแข็ง“ไม่เอาน่าคนสวย” ไอ้เชิดยังยิ้มกว้างและไม่มีทีท่าว่าจะกลัวดอกแก้วแต่อย่างใด มันทำท่าจะย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวจึงยิงปืนขึ้นด้านบนหนึ่งนัดปัง!เสียงปืนและท่าทางที่เอาจริงของดอกแก้วทำให้ไอ้เชิดและลูกน้องของมันรีบถอยร่นไป“ปล่อยหม่อมท่านเดี๋ยวนี้” ดอกแก้วหันไปทางวิรัญญา แต่สาวสวยโสภายังคงยิ้มเยือนก่อนจะล้วงเอาปืนออกจากกระเป๋าถือแล้วจ่อไปที่ขมับของหม่อมสร้อยฟ้า“เธอนั่นแหละที่ต้องวางปืน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าหม่อมสร้อยฟ้าเดี๋ยวนี้”คำขู่ของวิรัญญาทำให้ดอกแก้วมีท่าทีละล้าละลังขึ้นมาทันที“ฉันบอกให้วางปืนลง!” วิรัญญาตะคอกลั่น พลางเหน

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 51

    “เจ้ามีอะไรจะคุยกับดิฉันหรือคะ”“ก่อนอื่นหม่อมช่วยเล่าให้ดิฉันฟังหน่อยได้ไหมคะว่าหนูดอกแก้วเข้ามาอยู่ที่วังของหม่อมได้ยังไง”“คือดิฉันเจอหนูแก้วเขาครั้งแรกที่ตลาดค่ะ ตอนนั้นดิฉันทำกระเป๋าสตางค์ตกแล้วหนูแก้วก็ช่วยเก็บคืนให้ ทั้งๆ ที่แกกับป้าเป็นแค่แม่ค้าขายผักจนๆ ถ้าเป็นคนอื่นเจอกระเป๋าแพงๆ อาจจะเก็

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 50

    แสงสีทองทาทาบขอบฟ้า หมู่มวลวิหคซึ่งทำรังอยู่บนต้นไม้ใหญ่ที่รายล้อมรอบๆ บริเวณวังแสงจันทร์เริ่มส่งเสียงร้องจิ๊บจั๊บตั้งแต่อรุณรุ่งมาเยือน เช้านี้ทุกอย่างในวังยังดำเนินไปตามปกติหม่อมสร้อยฟ้า หม่อมราชวงศ์พลวัชร และหม่อมราชวงศ์พันธวุธนั่งรับประทานอาหารเช้าที่โต๊ะอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยอาหารบนโต๊ะล้วน

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 49

    ดอกแก้วพ่นลมหายใจแรงๆ ด้วยความฉุนกึกแกมหมั่นไส้กับคำพูดที่แสนจะดูถูกเธอเช่นนั้น ก่อนจะเชิดหน้าตั้งคอตรงตอบกลับไปอย่างไม่คิดจะเกรงกลัว“แก้วไม่ได้พลอดรักกับคุณชายรุจ คุณชายอย่ามากล่าวหาแก้วแบบนี้นะ”“แล้วไอ้ที่เล่นหูเล่นตา แถมยังหัวร่อต่อกระซิกกับชายรุจให้ฉันเห็นนั่นล่ะ เขาเรียกว่าอะไร?”“ตาคุณชายหา

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 48

    “ก็หม่อมป้าของผมสวยกว่าสาวๆ เสียอีกไงครับ”“อย่ามาทำปากหวานหน่อยเลย ป้าน่ะแก่แล้ว จะไปดูดีเท่าสาวๆ ได้ยังไงล่ะชายรุจ”“ใครว่าล่ะครับ นี่ทางโน้นเขาเริ่มเต้นรำกันแล้ว ผมว่าจะมาเชิญหม่อมป้าไปเต้นคู่กับผมหน่อยน่ะครับ” พันธวุธพูดพร้อมกับโค้งศีรษะ หม่อมสร้อยฟ้าจึงรีบโบกไม้โบกมือทันควัน“ไม่เอาๆ ชายรุจ ไป

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status