Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2025-12-13 15:57:28

“ป้านวลจ๋า แก้วกลับมาแล้ว”

เสียงใสๆ ตะโกนเรียกผู้เป็นป้าเจื้อยแจ้วอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

“ไปกินรังแตนที่ไหนมาล่ะนังแก้ว ถึงได้ตะโกนซะเสียงดังเชียว...” นางนวลเอ่ยถาม พลางละมือจากการนวดแป้งเพื่อจะใช้ทำขนมเทียน หลังจากได้ยินเสียงเรียกของหลานสาว

ร่างอันอวบท้วมลุกจากแคร่แล้วเดินต้วมเตี้ยมอุ้ยอ้ายออกมาหา แต่เมื่อเหลือบมองไปเห็นสภาพที่เลอะเทอะขะมุกขะมอมของคนเป็นหลาน อีกทั้งยังมีกลิ่นเหม็นตุ่ยๆ ราวกับหนูสกปรกตัวหนึ่ง จึงอุทานเสียงดังระงมและรีบกระวีกระวาดเข้าไปหาทันที

“ตายแล้ว! นี่เอ็งไปทำอะไรมา ทำไมสารรูปถึงดูไม่ได้แบบนี้” หญิงสูงวัยใช้มือหมุนตัวของดอกแก้วไปมาอย่างสำรวจตรวจตรา

“แก้วไม่เป็นอะไรหรอกป้า แต่ที่จะเป็นก็แค่ตรงนี้” มือเล็กยกขึ้นตบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเองเบาๆ

“เอ็งเป็นอะไรของเอ็งวะ ช่วยพูดให้ข้าเข้าใจง่ายๆ หน่อยซิ” คนเป็นป้าเลิกคิ้วฉงน

“เจ็บใจนะสิป้า ก็แก้วกำลังเก็บผักบุ้งอยู่ดีๆ จู่ๆ อีตาคุณชายวัชรขี้งกก็ขี้ม้ามาเจอเข้า พูดจาเสียดสีกระแนะกระแหน มิหนำซ้ำยังบอกว่าจะจับแก้วไปส่งให้กับตำรวจ แต่พอแก้วไม่ยอม คุณชายบ้านั่นก็เลยจับแก้วโยนลงไปในคลองน้ำแทน ฮึ!”

ได้ยินเช่นนั้น นางนวลถึงกับทอดถอนหายใจออกมายาวเหยียด ถ้าจะโทษหม่อมราชวงศ์พลวัชรก็กระไรอยู่ เพราะนางรู้นิสัยหลานสาวดีว่าเป็นคนจองหองและอวดดีที่หนึ่ง ซ้ำยังชอบเข้าไปเก็บผักบุ้งในอาณาเขตของวังแสงจันทร์เป็นประจำ ซึ่งนางเตือนแล้วก็ไม่ยอมฟัง ทุกครั้งที่เข้าไปทั้งสองคนนั้นจะต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันอยู่เสมอ โดยไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้ใคร

“ป้าบอกเอ็งหลายครั้งแล้วใช่ไหมหือนังแก้ว ว่าอย่าเข้าไปในอาณาเขตของวังแสงจันทร์ ทำไมเอ็งไม่เชื่อป้า”

“ทำไมจะเข้าไปไม่ได้ล่ะป้า แก้วไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย แค่ไปเก็บผักบุ้งก็เท่านั้นเอง หาได้ขโมยอะไรเลย ป้าก็รู้นี่จ๊ะว่าหม่อมสร้อยฟ้าท่านอนุญาตให้คนแถวนี้เข้าไปเก็บผักบุ้งในอาณาเขตของวังแสงจันทร์ได้”

เรื่องนี้คนเป็นป้าก็รู้ดีอยู่แก่ใจ แต่นางเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าเหตุไฉนทั้งหลานสาวและคุณชายพลวัชรจะต้องทะเลาะเบาะแว้งหรือกระโชกโฮกฮากกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อยู่ร่ำไป

“เออๆ ช่างมันเถอะนังแก้ว มาเหนื่อยๆ เอ็งก็รีบไปอาบน้ำอาบท่าดีกว่า ประเดี๋ยวจะต้องไปขายผักที่ตลาดกันอีก”

หญิงสูงวัยยกมือเหี่ยวๆ ขึ้นมาโบกไล่ ส่วนดอกแก้วได้แต่ตีหน้ามุ่ยทำปากขมุบขมิบ เพราะผู้เป็นป้าไม่เคยเข้าข้างเธอเลยสักครั้ง

“ป้าน่ะ...อย่างนี้ทุกที” บ่นงุ้งงิ้งเสร็จก็เดินกระฟัดกระเฟียดแยกออกไป

นางนวลมองตามหลังหลานสาวพร้อมกับส่ายหัวน้อยๆ ในความดื้อรั้นที่ชอบสร้างเรื่องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน เพราะใจจริงนั้นนางไม่อยากให้ดอกแก้วไปข้องแวะกับหม่อมราชวงศ์พลวัชรสักเท่าไหร่ ในเมื่ออยู่คนละชั้นวรรณะกันแล้ว ควรจะแยกเสียให้เด็ดขาด ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันเลยเป็นดีที่สุด

แต่ทว่าเหตุการณ์ที่ทั้งสองคนชอบปะทะคารมกันอยู่บ่อยๆ คงเป็นชะตากรรมเสียกระมัง

“อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทำไงได้”

หญิงสูงวัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆ อย่างพยายามปลงอนิจจัง...

เสียงฝีเท้าอาชาไนยตัวใหญ่ดังกุบกับย่ำไปตามถนนซึ่งทำจากหินศิลาแลง พลวัชรระบายยิ้มมุมปากและนึกขันในใจไปตลอดทาง หลังได้กำราบปราบพยศนางโจรผู้จองหองนั่น

พิษสงอันร้ายกาจที่สร้างปัญหาให้เขาอยู่ตลอดกลับต้องพ่ายแพ้สยบแทบเท้าอย่างศิโรราบเมื่อโดนจับโยนลงน้ำเช่นนั้น ยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่เห็นเธอตะเกียกตะกายว่ายอยู่ในน้ำราวกับอึ่งอ่างกำลังโดนปลาชะโดไล่งาบ ก็ยิ่งทำให้เขาอดที่จะระเบิดเสียงหัวเราะดังๆ ออกมาเสียไม่ได้

เมื่อ ๒ ปีที่แล้วหลังเขาเรียนจบจากอังกฤษมาใหม่ๆ ยัยผู้หญิงชั้นไพร่คนนั้นต้องทำให้เกียรติยศของชายผู้สูงศักดิ์ ซึ่งเป็นถึงหม่อมราชวงศ์อย่างเขาต้องมัวหมองลงในชั่วพริบตา

ชายหนุ่มจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ดี โดยวันนั้นเขาไปเที่ยวยังตลาดเพราะอยากซึมซับเอาบรรยากาศของเมืองไทยให้หายคิดถึงหลังจากไปร่ำเรียนอยู่ที่อังกฤษเสียหลายปี ซึ่งในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั่นเอง เขาก็เห็นผู้ชายร่างท้วมคนหนึ่งกำลังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ อยู่ข้างหญิงสาววัยดรุณี ดูจากสถานการณ์แล้ว ผู้ชายคนนั้นคงกำลังจะฉกฉวยเอาทรัพย์สินหรือประสงค์ร้ายเป็นแน่ เขาจึงรีบเข้าไปช่วยด้วยการดึงร่างเล็กๆ ของเธอเข้ามาหาเพื่อหลบหลีกให้พ้นจากพวกมิจฉาชีพ

“นี่เธอระวัง!”

“ว้ายทำอะไรน่ะ!” และยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไร จู่ๆ หญิงสาวคนนั้นก็โวยวายดังลั่นขึ้นเสียก่อน

“ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต! นี่นายลวนลามฉันเหรอ!”

พลวัชรได้แต่ทำหน้าอิหลักอิเหลื่อกำลังจะอ้าปากอธิบาย หากแต่อีกฝ่ายกลับยิ่งร้องแรกแหกกระเชอหนักกว่าเดิม

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! เจ้าข้าเอ๊ย...ไอ้ผู้ชายที่แต่งตัวแบบผู้ดีคนนี้ มันคิดจะลวนลามฉัน!”

ได้ผลอย่างรวดเร็ว! สายตาหลายสิบคู่ของคนในตลาดต่างหันมามองเขาเป็นจุดเดียวกัน และไม่กี่อึดใจต่อมา ผักบ้าง ผลไม้บ้าง ของสดจิปาถะต่างๆ นานับชนิดก็ถูกระดมปาใส่คนที่ถูกเข้าใจผิด จนชายหนุ่มต้องรีบเผ่นหนีแทบไม่ทัน ทั้งเจ็บใจ ทั้งอับอายเป็นอย่างมาก

เขาได้แต่มองหน้ายัยผู้หญิงตัวแสบอย่างโกรธแค้นระคนชิงชัง เพราะนอกจากจะไม่รู้จักบุญคุณคนแล้ว ยังทำให้เขาอับอายขายหน้าอีก...

หม่อมราชวงศ์หนุ่มสลัดความคิดนั้นทิ้งก่อนจะควบม้าลัดเลาะเข้าสู่อาณาเขตของวังแสงจันทร์ พลางกระตุกบังเหียนให้ม้าหยุดวิ่งเมื่อถึงคอก ร่างสูงสง่ากระโดดลงอย่างคล่องแคล่วพร้อมกับยื่นสายแส้ส่งต่อไปยังคนเฝ้าคอก มือหนาขยับเสื้อสเวตเตอร์สีน้ำเงินที่ทำจากไหมพรมขนแกะเข้าหากันเล็กน้อย แล้วเดินสาวเท้ายาวๆ เข้าไปในตัววัง

หม่อมสร้อยฟ้าซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดเครื่องทองหยองก็ต้องหรี่ตามองบุตรชายตัวเองอย่างแปลกใจ หลังเห็นเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นพิเศษ

“ถูกใจอะไรมาล่ะชายวัชร ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับทศกัณฐ์เห็นนางสีดาแบบนั้นล่ะหือ...”

เมื่อได้ยินประโยคสัพยอกของผู้เป็นมารดา พลวัชรจึงคลี่ยิ้มกว้างๆ ไพล่สองมือไปด้านหลังพร้อมกับยืดอกตึงผึ่งผายขึ้นดุจนักรบทันที

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับหม่อมแม่ แค่ไปจัดการขับไล่พวกหัวขโมยที่ชอบแอบเข้ามาหาผลประโยชน์ส่วนตัวในอาณาเขตวังของเราเท่านั้นเอง”

คิ้วเรียวทั้งสองข้างของหญิงสูงวัยขมวดจนชิดกัน งุนงงคล้ายจะถาม ชายหนุ่มจึงยิ้มหวานแล้วเอ่ยต่อ

“ก็ยัยตัวแสบดอกแก้วนั่นไงครับ วันนี้แอบเข้ามาเก็บผักบุ้งที่อยู่ริมคลองน้ำท้ายวังของเราอีกแล้ว ชายเลยต้องไปสั่งสอนเพื่อให้หลาบจำเสียบ้าง ไม่อย่างนั้นก็คงจะได้ใจกันพอดี”

พลวัชรเล่าวีรกรรมที่น่ายินดีของตนเอง ก่อนจะเดินไปนั่งพอยต์เท้าไขว่ห้างลงบนเบาะกำมะหยี่สีเลือดนกตัวยาวซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหม่อมสร้อยฟ้า

“ชายวัชรนี่ก็กระไร กลัวอะไรไม่เข้าท่าเลยจริงๆ”

“ก็ต้องกลัวไว้ก่อนสิครับหม่อมแม่ ครั้งนี้อาจจะเป็นผักบุ้ง แต่ครั้งหน้าอาจจะมาฉกฉวยเอาทรัพย์สินในวังของเราก็ได้ ใครจะไปรู้...”

ได้ยินเช่นนั้น หม่อมสร้อยฟ้าก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ กับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของคนเป็นลูก นางรู้ดีว่าพลวัชรถ้าได้ลองโกรธหรือเกลียดใครสักคน คงไม่มีวันเลิกราเป็นแน่ ยิ่งโดยเฉพาะกับดอกแก้วผู้ซึ่งทำให้เขาอับอายขายหน้ามาแล้ว ก็ยิ่งไม่มีทางจะลดราวาศอกเลยแม้แต่น้อย

“เอาเถอะลูก...อย่าไปรังแกเด็กแก้วเขาเลยนะ เรื่องมันแล้วไปแล้ว เขาออกจะน่าสงสารเสียด้วยซ้ำ ความเป็นอยู่ก็ค่อนข้างอัตคัดขัดสน ต้องหาเช้ากินค่ำ” ผู้เป็นแม่พูดปรามบุตรชายเอาไว้

พลวัชรตีหน้าขรึม เสมองไปทางอื่นครู่หนึ่งแล้วจึงเบือนหน้ากลับมาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแกมห้วนนิดๆ

“ก็หม่อมแม่ให้ท้ายอย่างนี้นะสิครับ นังเด็กไพร่คนนั้นถึงได้กำเริบเสิบสานเข้าไปใหญ่” ดวงตาสีดำขลับดั่งนิลกาลของชายหนุ่มเปล่งประกายวาวโรจน์อย่างมีอารมณ์ เมื่อคิดว่าผู้เป็นมารดากำลังเมตตางูเห่าที่อาจจะมาแว้งกัดเอาได้ภายหลัง ร่างสูงสง่าจึงลุกพรวดขึ้นจากเบาะกำมะหยี่ แล้วรีบเดินลงส้นเท้าหนักๆ อย่างฉุนเฉียวไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่ปีกตึกด้านซ้าย

เขากระแทกกายแกร่งลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มด้วยสีหน้าขึงจัด พลางเสสายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทำไมเวลาที่เห็นหน้ายัยแสบนั่น เขาต้องรู้สึกหงุดหงิดและมีอารมณ์โกรธกรุ่นทุกที ใบหน้าอันจิ้มลิ้มบวกกับดวงตากลมโตแป๋วแหววเสมือนลูกกวางป่าที่กำลังหลงทาง เห็นแล้วมันน่าเข้าไปขย้ำคอให้แหลกสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสียจริงๆ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 82 จบบริบูรณ์

    “คุณชายถามตรงๆ แบบนี้ จะให้เรไรตอบว่าอย่างไรดีล่ะคะ” เรไรพูดเขินๆ“ผมมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะครับพี่ชายวัชร ผมกับคุณเรไรมีเรื่องจะมาปรึกษาหม่อมป้า”“เรื่องอะไรเหรอชายรุจ” พลวัชรเอ่ยถาม แต่ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มของหม่อมราชวงศ์หนุ่มผู้น้องก็พอจะเดาอะไรต่อมิอะไรออก“ผมกับคุณเรไรตกลงว่าจะแต่งงานกันน่ะครับ” พันธวุธเป็นฝ่ายบอก เพราะเรไรนั้นเอาแต่ยิ้มอายๆ บิดตัวไปมาจนม้วนอยู่คนเดียว“จริงหรือคะพี่เรไร!” ดอกแก้วอุทานขึ้น แล้วรีบขยับเข้าไปจับมือของพี่สาวเอาไว้มั่น“จริงจ้ะแก้ว” เรไรตอบยิ้มๆ“แก้วดีใจด้วยนะคะ”“พี่เองก็ดีใจกับแก้วด้วยที่กำลังจะมีหลานตัวน้อยให้พี่” เรไรคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะหันไปทางพลวัชรและพันธวุธ “คุณชายทั้งสองคุยกันไปก่อนนะคะ เรไรขอตัวไปคุยกับแก้วตามประสาผู้หญิงสักครู่”“เชิญตามสบายเลยครับ” พลวัชรเอ่ยปากอนุญาต จากนั้นเรไรจึงจูงมือดอกแก้วไปทางสวนดอกไม้ของวังแสงจันทร์ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยต้นดอกแก้วที่พลวัชรสั่งให้ปลูกเพิ่มเติมจนพิศไปทางไหนก็เห็นแต่ใบสีเขียวขจีและดอกสีขาวนวลตายิ่งนัก“คุณชายคงจะรักแก้วมากนะถึงได้ปลูกต้นดอกแก้วไว้ทั่ววังแบบนี้” เรไรหันมาคุยกับน้องสาวตัวเองหลั

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 81

    “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กน้อยลิงทโมนจะสวยได้ถึงขนาดนี้”“แน่ะ” ดอกแก้วอมยิ้มจนแก้มเต็มย้วย “แก้วไม่ได้เป็นลิงทโมนสักหน่อย”“ตอนนั้นน่ะใช่เลยล่ะ ลิงทโมนแสนดื้อชัดๆ แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว แถมยังสวยอีกต่างหาก และที่สำคัญเป็นเมียฉันด้วย”คำพูดดังกล่าวทำเอาคนเป็นเจ้าสาวช้อนตามองอย่างอายๆ“ผ่านไปไม่เท่าไหร่เองนะคะ”“มันเหมือนผ่านมานานมากเลย อาจจะเป็นเพราะเธออยู่ในหัวใจของฉันตั้งแต่ตอนนั้นเลยกระมัง ฉันจึงรู้สึกว่าเราเป็นของกันและกันมานานแล้ว”“คุณชายพูดแบบลิเกกับเขาก็เป็นด้วย” หญิงสาวเอ่ยปากล้อเลียนเจ้าบ่าวของตัวเอง“ใครว่าล่ะ ฉันพูดจริงต่างหาก” น้ำเสียงของพลวัชรเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะใช้สายตาตัวเองตอกตรึงคนร่างเล็กเอาไว้ “แก้วจ๊ะ...”“คะ...”“ฉันรักเธอนะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยนพาฝัน “แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า”“แก้วก็รักคุณชายค่ะ”คราวนี้ดอกแก้วบอกอย่างไม่อาย เพราะไม่มีอุปสรรคหรือข้อห้ามใดๆ ที่เธอจะต้องปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว“ถ้าอย่างนั้นเป็นของฉันนะแก้ว...”“คุณชายบ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้...” ใบหน้าสวยหวานแดงแปร๊ดขึ้นทันที“บ้าตรงไหนกัน” พลวัชรยั่วเย้าด้วยรอ

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 80

    “ป้าเต็มใจและยินดีที่จะรับหนูแก้วเป็นลูกสะใภ้จ้ะ” หม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยขึ้นบ้าง“เพราะฉะนั้นห้ามหนีไปไหน ยังไงวันนี้เธอก็ต้องแต่งงานกับฉัน”พลวัชรพูดเป็นเชิงข่มขู่ แต่น้ำเสียงและแววตาที่มองมายังเจ้าสาวนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวลลึกซึ้ง จนพวงแก้มของดอกแก้วแดงซ่านราวกับลูกตะขบที่สุกงอมเต็มที่“คนเจ้าเล่ห์...” หญิงสาวพึมพำเบาๆ “...คุณชายหลอกแก้ว”“ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหรือคนแสนดื้ออย่างเธอจะยอมง่ายๆ” มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของดอกแก้วเข้าไปกระชับไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอีกครั้ง “แต่งงานกับฉันนะดอกแก้ว ฉันรักเธอนะ”ดอกแก้วมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งเคียงข้างคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอดในฐานะเจ้าสาว และที่สำคัญเขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ‘เขารักเธอ’ หญิงสาวบอกตัวเองว่า ตอนนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธหรือหนีพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอคงจะตอบอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก...“แต่งก็แต่งสิคะ แก้วไม่ได้ห้ามคุณชายเสียหน่อย”เสียงเฮดังขึ้นเมื่อดอกแก้วพูดประโยคดังกล่าวจบ จากนั้นพิธีการในตอนเช้าก็เริ่มขึ้นอย่างชื่นมื่นจนกระทั่งจบลงด้วยพิธีเรียกขวัญและผูกข้อม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 79

    อีกสองวันต่อมาพลวัชรก็ได้รับอนุญาตจากหมอให้กลับไปพักฟื้นต่อที่วังได้ คนงานและบ่าวไพร่ในวังแสงจันทร์ทั้งหลายต่างยิ้มแย้มอย่างดีใจที่เห็นคุณชายของพวกเขามีอาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนจึงช่วยกันตระเตรียมงานมงคลซึ่งจะมีขึ้นในเร็ววันนี้ด้วยความขยันขันแข็ง และในขณะเดียวกันกำหนดวันลาพักร้อนของพันธวุธก็ใกล้จะหมดลง เขาจึงไปที่คุ้มเดือนดาราเพื่อลาดอกแก้วและเรไรก่อนจะเดินทางกลับพระนคร“ผมมาลากลับน่ะครับแก้ว...คุณเรไร...”“แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่คะคุณชายรุจ” ดอกแก้วเอ่ยถามพันธวุธจึงได้แต่ทำหน้าเศร้าๆ เหมือนเด็กน้อยขาดความรัก“คงจะมาตอนงานแต่งพี่ชายวัชรกับคุณเรไรน่ะครับ กลับไปคราวนี้คงคิดถึงที่นี่น่าดู”“เอาไว้เจอกันใหม่นะคะคุณชายรุจ...” สองสาวเอ่ยลาหม่อมราชวงศ์หนุ่ม“แน่นอนครับ ผมต้องกลับมาที่นี่อยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวลากลับพระนครเลยนะครับ”หลังจากเอ่ยลาสองสาวแสนสวยแห่งคุ้มเดือนดาราเสร็จ พันธวุธก็เดินไปที่รถเก๋งคันหรูของตัวเองโดยมีเรไรเดินไปส่ง ทั้งสองยืนคุยกันต่อครู่หนึ่งก่อนที่พันธวุธจะขึ้นรถและขับออกจากคุ้มเดือนดารามุ่งหน้าสู่พระนคร“คุณชายรุจกลับไปแล้วหรือคะพี่เรไร” ดอกแก้วเอ่ยถามหลังจากที่เห็น

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 78

    เช้าวันรุ่งขึ้นเรไรชวนดอกแก้วมาเยี่ยมคุณชายพลวัชรแต่เช้า โดยที่เรไรขับรถมาเอง เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคนเป็นพี่ก็เอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำและบอกให้ดอกแก้วล่วงหน้าไปก่อน หญิงสาวจึงมายืนเก้ๆ กังๆ ตรงหน้าห้องที่พลวัชรพักฟื้นอยู่เพียงลำพัง ครั้นจะผลักประตูเข้าไปก็ไม่กล้า เลยตัดสินใจยืนรอเรไรอยู่ที่หน้าห้อง ขณะนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาจากข้างใน คนที่เปิดออกมาคือจ้อน เมื่อจ้อนเจอหญิงสาวจึงเอ่ยทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้จะยังดูสะลึมสะลือเพราะเพิ่งจะตื่นนอนใหม่ๆ อยู่บ้างก็ตาม“อ้าว...คุณแก้วมาเยี่ยมคุณชายหรือครับ”“พี่จ้อนบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้เรียกแก้วเฉยๆ” ดอกแก้วมองค้อนๆ ทำให้จ้อนฉีกยิ้มแฉ่งและยกมือขึ้นเกาหัวแบบเขินๆ“ให้พี่เรียกแบบนี้เถอะนะครับ สบายใจกว่ากันตั้งเยอะ ว่าแต่จะเข้าไปเยี่ยมคุณชายเลยไหมครับ”“แก้วว่าจะรอพี่เรไรก่อนน่ะจ้ะ”“เข้าเลยครับคุณแก้ว คุณชายยังไม่ตื่นหรอก ไปนั่งรอข้างในดีกว่า พี่จะได้ฝากคุณแก้วให้ดูคุณชายแทนครู่หนึ่ง พอดีพี่จะไปเข้าห้องน้ำนะครับ รู้สึกปวดท้อง” จ้อนพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ขณะเอามือกุมไว้ที่ท้องและก้นของตัวเอง“อย่างนั้นก็ได้จ้ะ พี่จ้อนไปห้องน้ำเถอะ แก้

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 77

    “อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า!”“อย่านะ!”ทั้งดอกแก้วและหม่อมสร้อยฟ้าต่างก็ร้องระงม แต่ไอ้เชิดกลับไม่ฟัง มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาแก้มัดเชือกต่อไป ในขณะที่วิรัญญาและมะขามต่างยืนกอดอกมองด้วยความพอใจทันทีที่ดอกแก้วเป็นอิสระ ไอ้เชิดก็ขยับเข้าไปจะช้อนอุ้มเอาร่างอรชร หากทว่าดอกแก้วอาศัยความว่องไวและวิชาป้องกันตัวที่มีอยู่บ้าง แย่งเอาปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงของไอ้เชิดมาไว้ในมือได้ เธอเล็งปลายกระบอกปืนไปที่โจรชั่ว ดวงตาจ้องมองเขม็ง“ถ้าแกเข้ามาฉันยิงแกแน่” ดอกแก้วขู่เสียงแข็ง“ไม่เอาน่าคนสวย” ไอ้เชิดยังยิ้มกว้างและไม่มีทีท่าว่าจะกลัวดอกแก้วแต่อย่างใด มันทำท่าจะย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวจึงยิงปืนขึ้นด้านบนหนึ่งนัดปัง!เสียงปืนและท่าทางที่เอาจริงของดอกแก้วทำให้ไอ้เชิดและลูกน้องของมันรีบถอยร่นไป“ปล่อยหม่อมท่านเดี๋ยวนี้” ดอกแก้วหันไปทางวิรัญญา แต่สาวสวยโสภายังคงยิ้มเยือนก่อนจะล้วงเอาปืนออกจากกระเป๋าถือแล้วจ่อไปที่ขมับของหม่อมสร้อยฟ้า“เธอนั่นแหละที่ต้องวางปืน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าหม่อมสร้อยฟ้าเดี๋ยวนี้”คำขู่ของวิรัญญาทำให้ดอกแก้วมีท่าทีละล้าละลังขึ้นมาทันที“ฉันบอกให้วางปืนลง!” วิรัญญาตะคอกลั่น พลางเหน

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 75

    หม่อมราชวงศ์หนุ่มชวนเรไรออกไปจากที่กำบังหลังฝนหยุดตกแล้ว จากนั้นเขาก็หาฟืนและใบไม้แห้งที่มีหลงเหลืออยู่ตามซอกหินต่างๆ มาจัดการก่อไฟ“หนาวมากไหมครับ”“ก็นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มบางๆ“มาผิงไฟกันครับ คุณเรไรจะได้ไม่หนาว”เรไรพยักหน้าหงึกๆ พลางขยับเข้าไปใกล้กับกองไฟ ส่วนพันธวุธนั้นถอดเสื้อของตัวเอง

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 74

    ที่กระท่อมร้างแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางป่า หม่อมสร้อยฟ้ากับดอกแก้วถูกจับมัดมือมัดเท้าแล้วมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ อีกที ทั้งสองถูกกลุ่มคนร้ายที่ดักอยู่กลางทางพามาที่นี่โดยใช้กระสอบคลุมหน้าเอาไว้ จึงทำให้ทั้งหม่อมสร้อยฟ้าและดอกแก้วไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน“ที่นี่ที่ไหน? แล้วพวกคุณเป็นใคร? ม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 71

    “เรื่องอะไรมาว่าแก้วแบบนั้นคะ แก้วโตแล้วนะ”“โตแต่ตัวน่ะสิ ชอบคิดอะไรวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กดื้อ ความรักน่ะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมหรือชนชั้นวรรณะหรอก แต่มันขึ้นอยู่กับคนสองคนต่างหาก” หม่อมราชวงศ์หนุ่มพูดเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังสอนเด็ก ก่อนจะวกเข้าเรื่องเดิมที่ตนเองอยากรู้นัก

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 69

    “คุณชายใกล้จะกลับพระนครหรือยังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามขณะทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามพื้นหญ้า ซึ่งรายล้อมด้วยต้นดอกแก้วหลายต้นที่กำลังออกดอกขาวสะพรั่งงามตายิ่งนัก“ทำไมครับแก้ว เบื่อผมแล้วหรือ?”ศีรษะเล็กๆ ได้รูปรีบส่ายดิกไปมาทันที “เปล่านะคะ แก้วไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่แก้วเกรงว่าพระนครจะเงียบเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status