Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-01-07 19:43:48

ช่วงบ่ายของวันนั้นหม่อมสร้อยฟ้ากับหม่อมราชวงศ์พลวัชรก็ไปตรวจตราความเรียบร้อยยังตลาด ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะหยิบแว่นกันแดดสีดำใส่ไปเพื่ออำพรางใบหน้าตนเองจากสายตาของชาวบ้านร้านตลาดที่อาจจะจำเขาได้ ซึ่งในระหว่างการเดินสำรวจ พลวัชรได้แต่เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและพยายามเดินไม่สบตากับใคร หากทว่ายิ่งเขาทำท่าทางมีพิรุธเช่นนั้น ก็ยิ่งกลับกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย โดยเฉพาะอาภรณ์หรูหราที่เขาสวมใส่อยู่มันแตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วๆ ไปมากโข...

‘จะมองอะไรกันนักหนา ฮึ!’

ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจและทำหน้าหงิกเป็นมะเหงกแบบไม่สบอารมณ์

ภาพของหม่อมสร้อยฟ้ากับหม่อมราชวงศ์พลวัชรที่เดินภายในตลาด เป็นจุดดึงดูดสายตาของคนแถวนั้นเป็นอย่างมาก พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายแหล่ก็ต่างพากันเข้าไปทำความเคารพและพูดคุยทักทายเป็นกันเอง โดยไม่ลืมที่จะหยิบยื่นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ด้วยไมตรีจิตอันดีซึ่งเป็นสิ่งของที่พวกเขาได้นำมาขายในตลาด เช่น หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผลหมากรากไม้ให้กับคนทั้งคู่แบบไม่คิดสักสตางค์แดงเดียว จนหม่อมสร้อยฟ้าอดที่จะยิ้มไม่ได้ในความมีน้ำใจของทุกคน แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ทำหน้าตึงบอกบุญไม่รับคือ ‘พลวัชร’ นั่นเอง

ชายหนุ่มหัวเสียและทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินถือของที่พะรุงพะรังเต็มมือตามผู้เป็นมารดาไปเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงยังท้ายตลาดก็ต้องหูผึ่งเมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนของใครคนหนึ่งที่ดังขึ้นอยู่เนืองๆ

“ผักบุ้งจ้า! ผักบุ้งงง! ผักบุ้งสดๆ ใหม่ๆ จ้าาา!”

เสียงเจื้อยแจ้วใสๆ ของดอกแก้วร้องเรียกเพื่อให้คนที่กำลังเดินชมตลาดร้านรวงแห่งนี้แวะเวียนมาจับจ่ายซื้อผักของเธอบ้าง ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาอย่างไม่ขาดสาย บ้างก็แวะมาเลือก บ้างก็แวะมาชมและมาซื้อ หญิงสาวคุ้นเคยกับบรรยากาศเหล่านี้เป็นอย่างดีเพราะเธอมาที่นี่เกือบทุกวัน

พลวัชรจำเสียงนั้นได้ดี เนื่องจากมันคือเสียงของยัยตัวแสบซึ่งเคยทำให้เขาอับอายขายหน้า ณ สถานที่แห่งนี้อย่างไม่มีวันลืมเลือนมาแล้ว มือหนาค่อยๆ ถอดแว่นกันแดดสีดำออกและเพ่งเรดาร์มองไปยังคนตรงหน้า นัยน์ตาคู่คมเริ่มจะดุกร้าวขึ้นทุกๆ วินาที

“ยัยโจรกระจอกนี่เอง!”

ชายหนุ่มพึมพำเสียงเข้ม พลางร้อนในอกราวกับถูกกระตุ้นด้วยฟืนไฟ ขณะนึกอยากจะฉีกกระชากร่างน้อยๆ นั่นให้ออกเป็นชิ้นๆ เสมือนราชสีห์ล่าเหยื่อ! แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็ต้องทอดถอนหายใจออกมาอย่างจนแต้ม เพราะถ้าตัดสินใจบุ่มบ่ามเข้าไปทำอะไรยัยผู้หญิงชั้นไพร่เวลานี้ มีหวังโดนผู้เป็นมารดาและพวกพ่อค้าแม่ค้าทั้งตลาดได้ประณามเขาอีกเป็นชาติแน่ๆ

แต่แล้วพายุอารมณ์ก็สงบลงเมื่อความคิดบางอย่างสว่างวาบขึ้นมาในสมอง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของหม่อมราชวงศ์หนุ่ม

“นึกเหรอว่าฉันจะปล่อยให้เธออยู่เป็นสุขง่ายๆ แบบนี้ หึหึ”

ว่าแล้วพลวัชรก็เร่งฝีเท้าเดินองอาจไปหา จงใจใช้ร่างสูงใหญ่ของตนชนโครมเข้ากับร่างแน่งน้อยทันที ยังผลให้หญิงสาวถึงกับเซถลาไปด้านหลังจนเกือบจะหงายล้ม

ชายหนุ่มยักไหล่พรืด พลางส่งรอยยิ้มเย้ยหยันเป็นเชิงยวนยั่ว

“ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

‘ใบหน้ากวนประสาทของเขามันช่างน่าเอาตะหลิวเขวี้ยงใส่ยิ่งนัก!’

ดอกแก้วเม้มปากคิดในใจอย่างฉุนเฉียว มือน้อยๆ กำเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดหากเจ้าตัวแทบไม่รู้สึกเจ็บ

ท่าทีนั้นทำให้ป้านวลต้องรีบเข้าไปไกล่เกลี่ยเพื่อหย่าศึก ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ปะทะกันจนบานปลายไปมากกว่านี้ คงไม่ดีแน่หากหลานสาวมีปากมีเสียงกับคุณชายพลวัชรต่อหน้าหม่อมสร้อยฟ้า ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นคนใจดีแค่ไหน แต่ยังไงก็คงต้องเข้าข้างลูกชายไว้ก่อนอยู่ดี

“นังแก้ว!” ผู้เป็นป้าหันไปเอ็ดหลานสาวเสียงขรม “เอ็งหลบไปอยู่ข้างหลังโน่นไป๊!”

“โถ่...ป้าน่ะ” หญิงสาวจำต้องทำตามคำสั่งคนเป็นป้า แต่ก็ยังไม่วายสาดสายตาจองเวรมาทางพลวัชรอีกครั้ง

ขณะนั้นเองหม่อมสร้อยฟ้าก็เดินมาถึงแผงผักของสองป้าหลาน ป้านวลยกมือขึ้นไหว้และแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่เกิดเหตุการณ์แย่ๆ ต่อหน้าประมุขแห่งวังแสงจันทร์

“สวัสดีเจ้าค่ะหม่อม”

“เป็นไงบ้างป้านวล วันนี้ขายดีหรือเปล่า” หม่อมสร้อยฟ้าถามไถ่และยิ้มละไมให้อย่างอาทร

“ก็เรื่อยๆ เจ้าค่ะ”

“วันนี้มีผักบุ้งอย่างเดียวรึ?”

“มีขนมเทียนด้วยนะเจ้าคะ” ป้านวลรีบหันไปหยิบเอาถุงขนมเทียนส่งให้ “อิฉันให้ท่านเจ้าค่ะ”

หม่อมสร้อยฟ้ารีบโบกไม้โบกมือทันที “ไม่เอาหรอกจ้ะป้านวล เก็บไว้ขายเถอะ”

“รับไปเถอะเจ้าค่ะ อิฉันอยากให้ท่านจริงๆ” ป้านวลคะยั้นคะยอ

“ถ้างั้นก็ขอบใจมากนะจ๊ะ” หญิงสูงศักดิ์ยื่นมือไปรับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

หม่อมสร้อยฟ้าส่งถุงขนมเทียนไปให้พลวัชรถือไว้ ซึ่งเขาก็รับมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก พลางคิดในใจเชิงไม่เห็นด้วยกับผู้เป็นมารดาที่รับของแบบนั้นจากสองป้าหลาน ด้วยระแวงว่าอาจจะมีเชื้อโรคสกปรกเจือปนเหมือนหน้ามอมแมมของยัยเด็กนรกนั่น

ดอกแก้วซึ่งแอบหรี่ตาชำเลืองมองกิริยาของหม่อมราชวงศ์พลวัชรอยู่ตลอดเวลา รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาครามครันกับการแสดงท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ หากก็ยังซ่อนอารมณ์เอาไว้ภายใต้ดวงตาที่เรียบนิ่ง

“แล้วผักบุ้งเหลือกี่กำจ๊ะ” หม่อมสร้อยฟ้าถามป้านวลต่อ

“เหลือสิบกว่ากำเจ้าค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันเหมาหมดนี่เลยก็แล้วกัน”

“หม่อมแม่!” พลวัชรรีบแทรกเสียงค่อนข้างห้วนขึ้นอย่างเหลืออดกับความใจดีของผู้เป็นมารดา

นางจึงหันไปถามลูกชายด้วยความแปลกใจที่อยู่ๆ ก็โพล่งเสียงออกมาแบบนั้น

“มีอะไรหรือชายวัชร”

“หม่อมแม่จะต้องเสียสตางค์ซื้อทำไมกันล่ะครับ ก็ในเมื่อผักบุ้งพวกนั้นเก็บมาจากท้ายวังของเรา” เสียงทุ้มฟึดฟัดอย่างอารมณ์เสีย ดวงตาวาวโรจน์ดั่งไฟ

“แต่หนูแก้วเป็นคนเก็บมามันก็ต้องเป็นของเขาสิลูก...”

“เหอะ! ขโมยเก็บน่ะเหรอครับ”

ชายหนุ่มเหยียดปากแล้วปรายหางตาแบบหมิ่นๆ ในเชิงดูถูกไปยังคู่อริ

“แก้วต้องกราบขอโทษหม่อมท่านด้วยนะเจ้าคะ” ดอกแก้วยกมือขึ้นไหว้หม่อมสร้อยฟ้าก่อนจะหันใบหน้าแฉล้มที่ขะมุกขะมอมเชิดขึ้นอย่างทะนงตนไปทางพลวัชร “ดิฉันยอมรับค่ะว่าเก็บผักบุ้งมาจากท้ายวังของคุณชาย แต่ดิฉันก็ได้รับอนุญาตจากหม่อมท่านแล้ว และคงไม่คิดว่าคุณชายจะใจแคบถึงขนาดต้องสั่งห้ามดิฉันเข้าไปเก็บอีกหรอกนะคะ”

ประโยคกระแนะกระแหนนั้นทำเอาพลวัชรหันขวับมาจ้องมองพวกขี้ขโมยแบบเอาเรื่อง เพราะรู้สึกไม่พอใจที่ยัยนั่นทำตัวรุ่มร่ามเอาชื่อมารดาของเขามาอวดอ้าง แถมยังเชิดหน้าตั้งคอตรงวางท่าราวกับเป็นคุณนายอีกด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 82 จบบริบูรณ์

    “คุณชายถามตรงๆ แบบนี้ จะให้เรไรตอบว่าอย่างไรดีล่ะคะ” เรไรพูดเขินๆ“ผมมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะครับพี่ชายวัชร ผมกับคุณเรไรมีเรื่องจะมาปรึกษาหม่อมป้า”“เรื่องอะไรเหรอชายรุจ” พลวัชรเอ่ยถาม แต่ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มของหม่อมราชวงศ์หนุ่มผู้น้องก็พอจะเดาอะไรต่อมิอะไรออก“ผมกับคุณเรไรตกลงว่าจะแต่งงานกันน่ะครับ” พันธวุธเป็นฝ่ายบอก เพราะเรไรนั้นเอาแต่ยิ้มอายๆ บิดตัวไปมาจนม้วนอยู่คนเดียว“จริงหรือคะพี่เรไร!” ดอกแก้วอุทานขึ้น แล้วรีบขยับเข้าไปจับมือของพี่สาวเอาไว้มั่น“จริงจ้ะแก้ว” เรไรตอบยิ้มๆ“แก้วดีใจด้วยนะคะ”“พี่เองก็ดีใจกับแก้วด้วยที่กำลังจะมีหลานตัวน้อยให้พี่” เรไรคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะหันไปทางพลวัชรและพันธวุธ “คุณชายทั้งสองคุยกันไปก่อนนะคะ เรไรขอตัวไปคุยกับแก้วตามประสาผู้หญิงสักครู่”“เชิญตามสบายเลยครับ” พลวัชรเอ่ยปากอนุญาต จากนั้นเรไรจึงจูงมือดอกแก้วไปทางสวนดอกไม้ของวังแสงจันทร์ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยต้นดอกแก้วที่พลวัชรสั่งให้ปลูกเพิ่มเติมจนพิศไปทางไหนก็เห็นแต่ใบสีเขียวขจีและดอกสีขาวนวลตายิ่งนัก“คุณชายคงจะรักแก้วมากนะถึงได้ปลูกต้นดอกแก้วไว้ทั่ววังแบบนี้” เรไรหันมาคุยกับน้องสาวตัวเองหลั

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 81

    “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กน้อยลิงทโมนจะสวยได้ถึงขนาดนี้”“แน่ะ” ดอกแก้วอมยิ้มจนแก้มเต็มย้วย “แก้วไม่ได้เป็นลิงทโมนสักหน่อย”“ตอนนั้นน่ะใช่เลยล่ะ ลิงทโมนแสนดื้อชัดๆ แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว แถมยังสวยอีกต่างหาก และที่สำคัญเป็นเมียฉันด้วย”คำพูดดังกล่าวทำเอาคนเป็นเจ้าสาวช้อนตามองอย่างอายๆ“ผ่านไปไม่เท่าไหร่เองนะคะ”“มันเหมือนผ่านมานานมากเลย อาจจะเป็นเพราะเธออยู่ในหัวใจของฉันตั้งแต่ตอนนั้นเลยกระมัง ฉันจึงรู้สึกว่าเราเป็นของกันและกันมานานแล้ว”“คุณชายพูดแบบลิเกกับเขาก็เป็นด้วย” หญิงสาวเอ่ยปากล้อเลียนเจ้าบ่าวของตัวเอง“ใครว่าล่ะ ฉันพูดจริงต่างหาก” น้ำเสียงของพลวัชรเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะใช้สายตาตัวเองตอกตรึงคนร่างเล็กเอาไว้ “แก้วจ๊ะ...”“คะ...”“ฉันรักเธอนะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยนพาฝัน “แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า”“แก้วก็รักคุณชายค่ะ”คราวนี้ดอกแก้วบอกอย่างไม่อาย เพราะไม่มีอุปสรรคหรือข้อห้ามใดๆ ที่เธอจะต้องปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว“ถ้าอย่างนั้นเป็นของฉันนะแก้ว...”“คุณชายบ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้...” ใบหน้าสวยหวานแดงแปร๊ดขึ้นทันที“บ้าตรงไหนกัน” พลวัชรยั่วเย้าด้วยรอ

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 80

    “ป้าเต็มใจและยินดีที่จะรับหนูแก้วเป็นลูกสะใภ้จ้ะ” หม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยขึ้นบ้าง“เพราะฉะนั้นห้ามหนีไปไหน ยังไงวันนี้เธอก็ต้องแต่งงานกับฉัน”พลวัชรพูดเป็นเชิงข่มขู่ แต่น้ำเสียงและแววตาที่มองมายังเจ้าสาวนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวลลึกซึ้ง จนพวงแก้มของดอกแก้วแดงซ่านราวกับลูกตะขบที่สุกงอมเต็มที่“คนเจ้าเล่ห์...” หญิงสาวพึมพำเบาๆ “...คุณชายหลอกแก้ว”“ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหรือคนแสนดื้ออย่างเธอจะยอมง่ายๆ” มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของดอกแก้วเข้าไปกระชับไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอีกครั้ง “แต่งงานกับฉันนะดอกแก้ว ฉันรักเธอนะ”ดอกแก้วมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งเคียงข้างคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอดในฐานะเจ้าสาว และที่สำคัญเขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ‘เขารักเธอ’ หญิงสาวบอกตัวเองว่า ตอนนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธหรือหนีพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอคงจะตอบอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก...“แต่งก็แต่งสิคะ แก้วไม่ได้ห้ามคุณชายเสียหน่อย”เสียงเฮดังขึ้นเมื่อดอกแก้วพูดประโยคดังกล่าวจบ จากนั้นพิธีการในตอนเช้าก็เริ่มขึ้นอย่างชื่นมื่นจนกระทั่งจบลงด้วยพิธีเรียกขวัญและผูกข้อม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 79

    อีกสองวันต่อมาพลวัชรก็ได้รับอนุญาตจากหมอให้กลับไปพักฟื้นต่อที่วังได้ คนงานและบ่าวไพร่ในวังแสงจันทร์ทั้งหลายต่างยิ้มแย้มอย่างดีใจที่เห็นคุณชายของพวกเขามีอาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนจึงช่วยกันตระเตรียมงานมงคลซึ่งจะมีขึ้นในเร็ววันนี้ด้วยความขยันขันแข็ง และในขณะเดียวกันกำหนดวันลาพักร้อนของพันธวุธก็ใกล้จะหมดลง เขาจึงไปที่คุ้มเดือนดาราเพื่อลาดอกแก้วและเรไรก่อนจะเดินทางกลับพระนคร“ผมมาลากลับน่ะครับแก้ว...คุณเรไร...”“แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่คะคุณชายรุจ” ดอกแก้วเอ่ยถามพันธวุธจึงได้แต่ทำหน้าเศร้าๆ เหมือนเด็กน้อยขาดความรัก“คงจะมาตอนงานแต่งพี่ชายวัชรกับคุณเรไรน่ะครับ กลับไปคราวนี้คงคิดถึงที่นี่น่าดู”“เอาไว้เจอกันใหม่นะคะคุณชายรุจ...” สองสาวเอ่ยลาหม่อมราชวงศ์หนุ่ม“แน่นอนครับ ผมต้องกลับมาที่นี่อยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวลากลับพระนครเลยนะครับ”หลังจากเอ่ยลาสองสาวแสนสวยแห่งคุ้มเดือนดาราเสร็จ พันธวุธก็เดินไปที่รถเก๋งคันหรูของตัวเองโดยมีเรไรเดินไปส่ง ทั้งสองยืนคุยกันต่อครู่หนึ่งก่อนที่พันธวุธจะขึ้นรถและขับออกจากคุ้มเดือนดารามุ่งหน้าสู่พระนคร“คุณชายรุจกลับไปแล้วหรือคะพี่เรไร” ดอกแก้วเอ่ยถามหลังจากที่เห็น

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 78

    เช้าวันรุ่งขึ้นเรไรชวนดอกแก้วมาเยี่ยมคุณชายพลวัชรแต่เช้า โดยที่เรไรขับรถมาเอง เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคนเป็นพี่ก็เอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำและบอกให้ดอกแก้วล่วงหน้าไปก่อน หญิงสาวจึงมายืนเก้ๆ กังๆ ตรงหน้าห้องที่พลวัชรพักฟื้นอยู่เพียงลำพัง ครั้นจะผลักประตูเข้าไปก็ไม่กล้า เลยตัดสินใจยืนรอเรไรอยู่ที่หน้าห้อง ขณะนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาจากข้างใน คนที่เปิดออกมาคือจ้อน เมื่อจ้อนเจอหญิงสาวจึงเอ่ยทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้จะยังดูสะลึมสะลือเพราะเพิ่งจะตื่นนอนใหม่ๆ อยู่บ้างก็ตาม“อ้าว...คุณแก้วมาเยี่ยมคุณชายหรือครับ”“พี่จ้อนบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้เรียกแก้วเฉยๆ” ดอกแก้วมองค้อนๆ ทำให้จ้อนฉีกยิ้มแฉ่งและยกมือขึ้นเกาหัวแบบเขินๆ“ให้พี่เรียกแบบนี้เถอะนะครับ สบายใจกว่ากันตั้งเยอะ ว่าแต่จะเข้าไปเยี่ยมคุณชายเลยไหมครับ”“แก้วว่าจะรอพี่เรไรก่อนน่ะจ้ะ”“เข้าเลยครับคุณแก้ว คุณชายยังไม่ตื่นหรอก ไปนั่งรอข้างในดีกว่า พี่จะได้ฝากคุณแก้วให้ดูคุณชายแทนครู่หนึ่ง พอดีพี่จะไปเข้าห้องน้ำนะครับ รู้สึกปวดท้อง” จ้อนพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ขณะเอามือกุมไว้ที่ท้องและก้นของตัวเอง“อย่างนั้นก็ได้จ้ะ พี่จ้อนไปห้องน้ำเถอะ แก้

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 77

    “อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า!”“อย่านะ!”ทั้งดอกแก้วและหม่อมสร้อยฟ้าต่างก็ร้องระงม แต่ไอ้เชิดกลับไม่ฟัง มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาแก้มัดเชือกต่อไป ในขณะที่วิรัญญาและมะขามต่างยืนกอดอกมองด้วยความพอใจทันทีที่ดอกแก้วเป็นอิสระ ไอ้เชิดก็ขยับเข้าไปจะช้อนอุ้มเอาร่างอรชร หากทว่าดอกแก้วอาศัยความว่องไวและวิชาป้องกันตัวที่มีอยู่บ้าง แย่งเอาปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงของไอ้เชิดมาไว้ในมือได้ เธอเล็งปลายกระบอกปืนไปที่โจรชั่ว ดวงตาจ้องมองเขม็ง“ถ้าแกเข้ามาฉันยิงแกแน่” ดอกแก้วขู่เสียงแข็ง“ไม่เอาน่าคนสวย” ไอ้เชิดยังยิ้มกว้างและไม่มีทีท่าว่าจะกลัวดอกแก้วแต่อย่างใด มันทำท่าจะย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวจึงยิงปืนขึ้นด้านบนหนึ่งนัดปัง!เสียงปืนและท่าทางที่เอาจริงของดอกแก้วทำให้ไอ้เชิดและลูกน้องของมันรีบถอยร่นไป“ปล่อยหม่อมท่านเดี๋ยวนี้” ดอกแก้วหันไปทางวิรัญญา แต่สาวสวยโสภายังคงยิ้มเยือนก่อนจะล้วงเอาปืนออกจากกระเป๋าถือแล้วจ่อไปที่ขมับของหม่อมสร้อยฟ้า“เธอนั่นแหละที่ต้องวางปืน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าหม่อมสร้อยฟ้าเดี๋ยวนี้”คำขู่ของวิรัญญาทำให้ดอกแก้วมีท่าทีละล้าละลังขึ้นมาทันที“ฉันบอกให้วางปืนลง!” วิรัญญาตะคอกลั่น พลางเหน

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 75

    หม่อมราชวงศ์หนุ่มชวนเรไรออกไปจากที่กำบังหลังฝนหยุดตกแล้ว จากนั้นเขาก็หาฟืนและใบไม้แห้งที่มีหลงเหลืออยู่ตามซอกหินต่างๆ มาจัดการก่อไฟ“หนาวมากไหมครับ”“ก็นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มบางๆ“มาผิงไฟกันครับ คุณเรไรจะได้ไม่หนาว”เรไรพยักหน้าหงึกๆ พลางขยับเข้าไปใกล้กับกองไฟ ส่วนพันธวุธนั้นถอดเสื้อของตัวเอง

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 74

    ที่กระท่อมร้างแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางป่า หม่อมสร้อยฟ้ากับดอกแก้วถูกจับมัดมือมัดเท้าแล้วมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่าๆ อีกที ทั้งสองถูกกลุ่มคนร้ายที่ดักอยู่กลางทางพามาที่นี่โดยใช้กระสอบคลุมหน้าเอาไว้ จึงทำให้ทั้งหม่อมสร้อยฟ้าและดอกแก้วไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน“ที่นี่ที่ไหน? แล้วพวกคุณเป็นใคร? ม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 71

    “เรื่องอะไรมาว่าแก้วแบบนั้นคะ แก้วโตแล้วนะ”“โตแต่ตัวน่ะสิ ชอบคิดอะไรวุ่นวายไม่เข้าเรื่อง ฉันจะบอกอะไรให้นะเด็กดื้อ ความรักน่ะมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมหรือชนชั้นวรรณะหรอก แต่มันขึ้นอยู่กับคนสองคนต่างหาก” หม่อมราชวงศ์หนุ่มพูดเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังสอนเด็ก ก่อนจะวกเข้าเรื่องเดิมที่ตนเองอยากรู้นัก

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 69

    “คุณชายใกล้จะกลับพระนครหรือยังคะ” หญิงสาวเอ่ยถามขณะทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามพื้นหญ้า ซึ่งรายล้อมด้วยต้นดอกแก้วหลายต้นที่กำลังออกดอกขาวสะพรั่งงามตายิ่งนัก“ทำไมครับแก้ว เบื่อผมแล้วหรือ?”ศีรษะเล็กๆ ได้รูปรีบส่ายดิกไปมาทันที “เปล่านะคะ แก้วไม่กล้าคิดแบบนั้นหรอกค่ะ เพียงแต่แก้วเกรงว่าพระนครจะเงียบเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status