Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-07 19:43:48

ช่วงบ่ายของวันนั้นหม่อมสร้อยฟ้ากับหม่อมราชวงศ์พลวัชรก็ไปตรวจตราความเรียบร้อยยังตลาด ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะหยิบแว่นกันแดดสีดำใส่ไปเพื่ออำพรางใบหน้าตนเองจากสายตาของชาวบ้านร้านตลาดที่อาจจะจำเขาได้ ซึ่งในระหว่างการเดินสำรวจ พลวัชรได้แต่เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงและพยายามเดินไม่สบตากับใคร หากทว่ายิ่งเขาทำท่าทางมีพิรุธเช่นนั้น ก็ยิ่งกลับกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย โดยเฉพาะอาภรณ์หรูหราที่เขาสวมใส่อยู่มันแตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วๆ ไปมากโข...

‘จะมองอะไรกันนักหนา ฮึ!’

ชายหนุ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจและทำหน้าหงิกเป็นมะเหงกแบบไม่สบอารมณ์

ภาพของหม่อมสร้อยฟ้ากับหม่อมราชวงศ์พลวัชรที่เดินภายในตลาด เป็นจุดดึงดูดสายตาของคนแถวนั้นเป็นอย่างมาก พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายแหล่ก็ต่างพากันเข้าไปทำความเคารพและพูดคุยทักทายเป็นกันเอง โดยไม่ลืมที่จะหยิบยื่นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ด้วยไมตรีจิตอันดีซึ่งเป็นสิ่งของที่พวกเขาได้นำมาขายในตลาด เช่น หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผลหมากรากไม้ให้กับคนทั้งคู่แบบไม่คิดสักสตางค์แดงเดียว จนหม่อมสร้อยฟ้าอดที่จะยิ้มไม่ได้ในความมีน้ำใจของทุกคน แต่มีอยู่หนึ่งคนที่ทำหน้าตึงบอกบุญไม่รับคือ ‘พลวัชร’ นั่นเอง

ชายหนุ่มหัวเสียและทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินถือของที่พะรุงพะรังเต็มมือตามผู้เป็นมารดาไปเรื่อยๆ กระทั่งมาถึงยังท้ายตลาดก็ต้องหูผึ่งเมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนของใครคนหนึ่งที่ดังขึ้นอยู่เนืองๆ

“ผักบุ้งจ้า! ผักบุ้งงง! ผักบุ้งสดๆ ใหม่ๆ จ้าาา!”

เสียงเจื้อยแจ้วใสๆ ของดอกแก้วร้องเรียกเพื่อให้คนที่กำลังเดินชมตลาดร้านรวงแห่งนี้แวะเวียนมาจับจ่ายซื้อผักของเธอบ้าง ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาอย่างไม่ขาดสาย บ้างก็แวะมาเลือก บ้างก็แวะมาชมและมาซื้อ หญิงสาวคุ้นเคยกับบรรยากาศเหล่านี้เป็นอย่างดีเพราะเธอมาที่นี่เกือบทุกวัน

พลวัชรจำเสียงนั้นได้ดี เนื่องจากมันคือเสียงของยัยตัวแสบซึ่งเคยทำให้เขาอับอายขายหน้า ณ สถานที่แห่งนี้อย่างไม่มีวันลืมเลือนมาแล้ว มือหนาค่อยๆ ถอดแว่นกันแดดสีดำออกและเพ่งเรดาร์มองไปยังคนตรงหน้า นัยน์ตาคู่คมเริ่มจะดุกร้าวขึ้นทุกๆ วินาที

“ยัยโจรกระจอกนี่เอง!”

ชายหนุ่มพึมพำเสียงเข้ม พลางร้อนในอกราวกับถูกกระตุ้นด้วยฟืนไฟ ขณะนึกอยากจะฉีกกระชากร่างน้อยๆ นั่นให้ออกเป็นชิ้นๆ เสมือนราชสีห์ล่าเหยื่อ! แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เขาก็ต้องทอดถอนหายใจออกมาอย่างจนแต้ม เพราะถ้าตัดสินใจบุ่มบ่ามเข้าไปทำอะไรยัยผู้หญิงชั้นไพร่เวลานี้ มีหวังโดนผู้เป็นมารดาและพวกพ่อค้าแม่ค้าทั้งตลาดได้ประณามเขาอีกเป็นชาติแน่ๆ

แต่แล้วพายุอารมณ์ก็สงบลงเมื่อความคิดบางอย่างสว่างวาบขึ้นมาในสมอง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของหม่อมราชวงศ์หนุ่ม

“นึกเหรอว่าฉันจะปล่อยให้เธออยู่เป็นสุขง่ายๆ แบบนี้ หึหึ”

ว่าแล้วพลวัชรก็เร่งฝีเท้าเดินองอาจไปหา จงใจใช้ร่างสูงใหญ่ของตนชนโครมเข้ากับร่างแน่งน้อยทันที ยังผลให้หญิงสาวถึงกับเซถลาไปด้านหลังจนเกือบจะหงายล้ม

ชายหนุ่มยักไหล่พรืด พลางส่งรอยยิ้มเย้ยหยันเป็นเชิงยวนยั่ว

“ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

‘ใบหน้ากวนประสาทของเขามันช่างน่าเอาตะหลิวเขวี้ยงใส่ยิ่งนัก!’

ดอกแก้วเม้มปากคิดในใจอย่างฉุนเฉียว มือน้อยๆ กำเข้าหากันจนเห็นเส้นเลือดหากเจ้าตัวแทบไม่รู้สึกเจ็บ

ท่าทีนั้นทำให้ป้านวลต้องรีบเข้าไปไกล่เกลี่ยเพื่อหย่าศึก ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ปะทะกันจนบานปลายไปมากกว่านี้ คงไม่ดีแน่หากหลานสาวมีปากมีเสียงกับคุณชายพลวัชรต่อหน้าหม่อมสร้อยฟ้า ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นคนใจดีแค่ไหน แต่ยังไงก็คงต้องเข้าข้างลูกชายไว้ก่อนอยู่ดี

“นังแก้ว!” ผู้เป็นป้าหันไปเอ็ดหลานสาวเสียงขรม “เอ็งหลบไปอยู่ข้างหลังโน่นไป๊!”

“โถ่...ป้าน่ะ” หญิงสาวจำต้องทำตามคำสั่งคนเป็นป้า แต่ก็ยังไม่วายสาดสายตาจองเวรมาทางพลวัชรอีกครั้ง

ขณะนั้นเองหม่อมสร้อยฟ้าก็เดินมาถึงแผงผักของสองป้าหลาน ป้านวลยกมือขึ้นไหว้และแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่เกิดเหตุการณ์แย่ๆ ต่อหน้าประมุขแห่งวังแสงจันทร์

“สวัสดีเจ้าค่ะหม่อม”

“เป็นไงบ้างป้านวล วันนี้ขายดีหรือเปล่า” หม่อมสร้อยฟ้าถามไถ่และยิ้มละไมให้อย่างอาทร

“ก็เรื่อยๆ เจ้าค่ะ”

“วันนี้มีผักบุ้งอย่างเดียวรึ?”

“มีขนมเทียนด้วยนะเจ้าคะ” ป้านวลรีบหันไปหยิบเอาถุงขนมเทียนส่งให้ “อิฉันให้ท่านเจ้าค่ะ”

หม่อมสร้อยฟ้ารีบโบกไม้โบกมือทันที “ไม่เอาหรอกจ้ะป้านวล เก็บไว้ขายเถอะ”

“รับไปเถอะเจ้าค่ะ อิฉันอยากให้ท่านจริงๆ” ป้านวลคะยั้นคะยอ

“ถ้างั้นก็ขอบใจมากนะจ๊ะ” หญิงสูงศักดิ์ยื่นมือไปรับเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

หม่อมสร้อยฟ้าส่งถุงขนมเทียนไปให้พลวัชรถือไว้ ซึ่งเขาก็รับมาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก พลางคิดในใจเชิงไม่เห็นด้วยกับผู้เป็นมารดาที่รับของแบบนั้นจากสองป้าหลาน ด้วยระแวงว่าอาจจะมีเชื้อโรคสกปรกเจือปนเหมือนหน้ามอมแมมของยัยเด็กนรกนั่น

ดอกแก้วซึ่งแอบหรี่ตาชำเลืองมองกิริยาของหม่อมราชวงศ์พลวัชรอยู่ตลอดเวลา รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาครามครันกับการแสดงท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ หากก็ยังซ่อนอารมณ์เอาไว้ภายใต้ดวงตาที่เรียบนิ่ง

“แล้วผักบุ้งเหลือกี่กำจ๊ะ” หม่อมสร้อยฟ้าถามป้านวลต่อ

“เหลือสิบกว่ากำเจ้าค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันเหมาหมดนี่เลยก็แล้วกัน”

“หม่อมแม่!” พลวัชรรีบแทรกเสียงค่อนข้างห้วนขึ้นอย่างเหลืออดกับความใจดีของผู้เป็นมารดา

นางจึงหันไปถามลูกชายด้วยความแปลกใจที่อยู่ๆ ก็โพล่งเสียงออกมาแบบนั้น

“มีอะไรหรือชายวัชร”

“หม่อมแม่จะต้องเสียสตางค์ซื้อทำไมกันล่ะครับ ก็ในเมื่อผักบุ้งพวกนั้นเก็บมาจากท้ายวังของเรา” เสียงทุ้มฟึดฟัดอย่างอารมณ์เสีย ดวงตาวาวโรจน์ดั่งไฟ

“แต่หนูแก้วเป็นคนเก็บมามันก็ต้องเป็นของเขาสิลูก...”

“เหอะ! ขโมยเก็บน่ะเหรอครับ”

ชายหนุ่มเหยียดปากแล้วปรายหางตาแบบหมิ่นๆ ในเชิงดูถูกไปยังคู่อริ

“แก้วต้องกราบขอโทษหม่อมท่านด้วยนะเจ้าคะ” ดอกแก้วยกมือขึ้นไหว้หม่อมสร้อยฟ้าก่อนจะหันใบหน้าแฉล้มที่ขะมุกขะมอมเชิดขึ้นอย่างทะนงตนไปทางพลวัชร “ดิฉันยอมรับค่ะว่าเก็บผักบุ้งมาจากท้ายวังของคุณชาย แต่ดิฉันก็ได้รับอนุญาตจากหม่อมท่านแล้ว และคงไม่คิดว่าคุณชายจะใจแคบถึงขนาดต้องสั่งห้ามดิฉันเข้าไปเก็บอีกหรอกนะคะ”

ประโยคกระแนะกระแหนนั้นทำเอาพลวัชรหันขวับมาจ้องมองพวกขี้ขโมยแบบเอาเรื่อง เพราะรู้สึกไม่พอใจที่ยัยนั่นทำตัวรุ่มร่ามเอาชื่อมารดาของเขามาอวดอ้าง แถมยังเชิดหน้าตั้งคอตรงวางท่าราวกับเป็นคุณนายอีกด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 82 จบบริบูรณ์

    “คุณชายถามตรงๆ แบบนี้ จะให้เรไรตอบว่าอย่างไรดีล่ะคะ” เรไรพูดเขินๆ“ผมมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะครับพี่ชายวัชร ผมกับคุณเรไรมีเรื่องจะมาปรึกษาหม่อมป้า”“เรื่องอะไรเหรอชายรุจ” พลวัชรเอ่ยถาม แต่ดูจากสีหน้ายิ้มแย้มของหม่อมราชวงศ์หนุ่มผู้น้องก็พอจะเดาอะไรต่อมิอะไรออก“ผมกับคุณเรไรตกลงว่าจะแต่งงานกันน่ะครับ” พันธวุธเป็นฝ่ายบอก เพราะเรไรนั้นเอาแต่ยิ้มอายๆ บิดตัวไปมาจนม้วนอยู่คนเดียว“จริงหรือคะพี่เรไร!” ดอกแก้วอุทานขึ้น แล้วรีบขยับเข้าไปจับมือของพี่สาวเอาไว้มั่น“จริงจ้ะแก้ว” เรไรตอบยิ้มๆ“แก้วดีใจด้วยนะคะ”“พี่เองก็ดีใจกับแก้วด้วยที่กำลังจะมีหลานตัวน้อยให้พี่” เรไรคลี่ยิ้มสดใสก่อนจะหันไปทางพลวัชรและพันธวุธ “คุณชายทั้งสองคุยกันไปก่อนนะคะ เรไรขอตัวไปคุยกับแก้วตามประสาผู้หญิงสักครู่”“เชิญตามสบายเลยครับ” พลวัชรเอ่ยปากอนุญาต จากนั้นเรไรจึงจูงมือดอกแก้วไปทางสวนดอกไม้ของวังแสงจันทร์ ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยต้นดอกแก้วที่พลวัชรสั่งให้ปลูกเพิ่มเติมจนพิศไปทางไหนก็เห็นแต่ใบสีเขียวขจีและดอกสีขาวนวลตายิ่งนัก“คุณชายคงจะรักแก้วมากนะถึงได้ปลูกต้นดอกแก้วไว้ทั่ววังแบบนี้” เรไรหันมาคุยกับน้องสาวตัวเองหลั

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 81

    “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กน้อยลิงทโมนจะสวยได้ถึงขนาดนี้”“แน่ะ” ดอกแก้วอมยิ้มจนแก้มเต็มย้วย “แก้วไม่ได้เป็นลิงทโมนสักหน่อย”“ตอนนั้นน่ะใช่เลยล่ะ ลิงทโมนแสนดื้อชัดๆ แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว แถมยังสวยอีกต่างหาก และที่สำคัญเป็นเมียฉันด้วย”คำพูดดังกล่าวทำเอาคนเป็นเจ้าสาวช้อนตามองอย่างอายๆ“ผ่านไปไม่เท่าไหร่เองนะคะ”“มันเหมือนผ่านมานานมากเลย อาจจะเป็นเพราะเธออยู่ในหัวใจของฉันตั้งแต่ตอนนั้นเลยกระมัง ฉันจึงรู้สึกว่าเราเป็นของกันและกันมานานแล้ว”“คุณชายพูดแบบลิเกกับเขาก็เป็นด้วย” หญิงสาวเอ่ยปากล้อเลียนเจ้าบ่าวของตัวเอง“ใครว่าล่ะ ฉันพูดจริงต่างหาก” น้ำเสียงของพลวัชรเต็มไปด้วยความนุ่มนวล ก่อนจะใช้สายตาตัวเองตอกตรึงคนร่างเล็กเอาไว้ “แก้วจ๊ะ...”“คะ...”“ฉันรักเธอนะ” หม่อมราชวงศ์หนุ่มเอ่ยเสียงอ่อนโยนพาฝัน “แล้วเธอล่ะรักฉันหรือเปล่า”“แก้วก็รักคุณชายค่ะ”คราวนี้ดอกแก้วบอกอย่างไม่อาย เพราะไม่มีอุปสรรคหรือข้อห้ามใดๆ ที่เธอจะต้องปิดกั้นความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไปแล้ว“ถ้าอย่างนั้นเป็นของฉันนะแก้ว...”“คุณชายบ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้...” ใบหน้าสวยหวานแดงแปร๊ดขึ้นทันที“บ้าตรงไหนกัน” พลวัชรยั่วเย้าด้วยรอ

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 80

    “ป้าเต็มใจและยินดีที่จะรับหนูแก้วเป็นลูกสะใภ้จ้ะ” หม่อมสร้อยฟ้าเอ่ยขึ้นบ้าง“เพราะฉะนั้นห้ามหนีไปไหน ยังไงวันนี้เธอก็ต้องแต่งงานกับฉัน”พลวัชรพูดเป็นเชิงข่มขู่ แต่น้ำเสียงและแววตาที่มองมายังเจ้าสาวนั้นเต็มไปด้วยความนุ่มนวลลึกซึ้ง จนพวงแก้มของดอกแก้วแดงซ่านราวกับลูกตะขบที่สุกงอมเต็มที่“คนเจ้าเล่ห์...” หญิงสาวพึมพำเบาๆ “...คุณชายหลอกแก้ว”“ถ้าไม่ทำแบบนี้มีหรือคนแสนดื้ออย่างเธอจะยอมง่ายๆ” มือใหญ่หนาเอื้อมมาจับมือเรียวบางของดอกแก้วเข้าไปกระชับไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกอีกครั้ง “แต่งงานกับฉันนะดอกแก้ว ฉันรักเธอนะ”ดอกแก้วมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าตอนนี้เธอกำลังนั่งเคียงข้างคนที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอดในฐานะเจ้าสาว และที่สำคัญเขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่า ‘เขารักเธอ’ หญิงสาวบอกตัวเองว่า ตอนนี้คงจะไม่สามารถปฏิเสธหรือหนีพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเธอคงจะตอบอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก...“แต่งก็แต่งสิคะ แก้วไม่ได้ห้ามคุณชายเสียหน่อย”เสียงเฮดังขึ้นเมื่อดอกแก้วพูดประโยคดังกล่าวจบ จากนั้นพิธีการในตอนเช้าก็เริ่มขึ้นอย่างชื่นมื่นจนกระทั่งจบลงด้วยพิธีเรียกขวัญและผูกข้อม

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 79

    อีกสองวันต่อมาพลวัชรก็ได้รับอนุญาตจากหมอให้กลับไปพักฟื้นต่อที่วังได้ คนงานและบ่าวไพร่ในวังแสงจันทร์ทั้งหลายต่างยิ้มแย้มอย่างดีใจที่เห็นคุณชายของพวกเขามีอาการดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนจึงช่วยกันตระเตรียมงานมงคลซึ่งจะมีขึ้นในเร็ววันนี้ด้วยความขยันขันแข็ง และในขณะเดียวกันกำหนดวันลาพักร้อนของพันธวุธก็ใกล้จะหมดลง เขาจึงไปที่คุ้มเดือนดาราเพื่อลาดอกแก้วและเรไรก่อนจะเดินทางกลับพระนคร“ผมมาลากลับน่ะครับแก้ว...คุณเรไร...”“แล้วจะมาอีกเมื่อไหร่คะคุณชายรุจ” ดอกแก้วเอ่ยถามพันธวุธจึงได้แต่ทำหน้าเศร้าๆ เหมือนเด็กน้อยขาดความรัก“คงจะมาตอนงานแต่งพี่ชายวัชรกับคุณเรไรน่ะครับ กลับไปคราวนี้คงคิดถึงที่นี่น่าดู”“เอาไว้เจอกันใหม่นะคะคุณชายรุจ...” สองสาวเอ่ยลาหม่อมราชวงศ์หนุ่ม“แน่นอนครับ ผมต้องกลับมาที่นี่อยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นผมขอตัวลากลับพระนครเลยนะครับ”หลังจากเอ่ยลาสองสาวแสนสวยแห่งคุ้มเดือนดาราเสร็จ พันธวุธก็เดินไปที่รถเก๋งคันหรูของตัวเองโดยมีเรไรเดินไปส่ง ทั้งสองยืนคุยกันต่อครู่หนึ่งก่อนที่พันธวุธจะขึ้นรถและขับออกจากคุ้มเดือนดารามุ่งหน้าสู่พระนคร“คุณชายรุจกลับไปแล้วหรือคะพี่เรไร” ดอกแก้วเอ่ยถามหลังจากที่เห็น

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 78

    เช้าวันรุ่งขึ้นเรไรชวนดอกแก้วมาเยี่ยมคุณชายพลวัชรแต่เช้า โดยที่เรไรขับรถมาเอง เมื่อมาถึงโรงพยาบาลคนเป็นพี่ก็เอ่ยขอตัวไปเข้าห้องน้ำและบอกให้ดอกแก้วล่วงหน้าไปก่อน หญิงสาวจึงมายืนเก้ๆ กังๆ ตรงหน้าห้องที่พลวัชรพักฟื้นอยู่เพียงลำพัง ครั้นจะผลักประตูเข้าไปก็ไม่กล้า เลยตัดสินใจยืนรอเรไรอยู่ที่หน้าห้อง ขณะนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาจากข้างใน คนที่เปิดออกมาคือจ้อน เมื่อจ้อนเจอหญิงสาวจึงเอ่ยทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้จะยังดูสะลึมสะลือเพราะเพิ่งจะตื่นนอนใหม่ๆ อยู่บ้างก็ตาม“อ้าว...คุณแก้วมาเยี่ยมคุณชายหรือครับ”“พี่จ้อนบอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้เรียกแก้วเฉยๆ” ดอกแก้วมองค้อนๆ ทำให้จ้อนฉีกยิ้มแฉ่งและยกมือขึ้นเกาหัวแบบเขินๆ“ให้พี่เรียกแบบนี้เถอะนะครับ สบายใจกว่ากันตั้งเยอะ ว่าแต่จะเข้าไปเยี่ยมคุณชายเลยไหมครับ”“แก้วว่าจะรอพี่เรไรก่อนน่ะจ้ะ”“เข้าเลยครับคุณแก้ว คุณชายยังไม่ตื่นหรอก ไปนั่งรอข้างในดีกว่า พี่จะได้ฝากคุณแก้วให้ดูคุณชายแทนครู่หนึ่ง พอดีพี่จะไปเข้าห้องน้ำนะครับ รู้สึกปวดท้อง” จ้อนพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ขณะเอามือกุมไว้ที่ท้องและก้นของตัวเอง“อย่างนั้นก็ได้จ้ะ พี่จ้อนไปห้องน้ำเถอะ แก้

  • เสน่หาดอกแก้ว (แนวตบจูบดราม่า)   บทที่ 77

    “อย่าทำอะไรฉันนะไอ้บ้า!”“อย่านะ!”ทั้งดอกแก้วและหม่อมสร้อยฟ้าต่างก็ร้องระงม แต่ไอ้เชิดกลับไม่ฟัง มันยังคงตั้งหน้าตั้งตาแก้มัดเชือกต่อไป ในขณะที่วิรัญญาและมะขามต่างยืนกอดอกมองด้วยความพอใจทันทีที่ดอกแก้วเป็นอิสระ ไอ้เชิดก็ขยับเข้าไปจะช้อนอุ้มเอาร่างอรชร หากทว่าดอกแก้วอาศัยความว่องไวและวิชาป้องกันตัวที่มีอยู่บ้าง แย่งเอาปืนที่เหน็บอยู่ในขอบกางเกงของไอ้เชิดมาไว้ในมือได้ เธอเล็งปลายกระบอกปืนไปที่โจรชั่ว ดวงตาจ้องมองเขม็ง“ถ้าแกเข้ามาฉันยิงแกแน่” ดอกแก้วขู่เสียงแข็ง“ไม่เอาน่าคนสวย” ไอ้เชิดยังยิ้มกว้างและไม่มีทีท่าว่าจะกลัวดอกแก้วแต่อย่างใด มันทำท่าจะย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวจึงยิงปืนขึ้นด้านบนหนึ่งนัดปัง!เสียงปืนและท่าทางที่เอาจริงของดอกแก้วทำให้ไอ้เชิดและลูกน้องของมันรีบถอยร่นไป“ปล่อยหม่อมท่านเดี๋ยวนี้” ดอกแก้วหันไปทางวิรัญญา แต่สาวสวยโสภายังคงยิ้มเยือนก่อนจะล้วงเอาปืนออกจากกระเป๋าถือแล้วจ่อไปที่ขมับของหม่อมสร้อยฟ้า“เธอนั่นแหละที่ต้องวางปืน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าหม่อมสร้อยฟ้าเดี๋ยวนี้”คำขู่ของวิรัญญาทำให้ดอกแก้วมีท่าทีละล้าละลังขึ้นมาทันที“ฉันบอกให้วางปืนลง!” วิรัญญาตะคอกลั่น พลางเหน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status