LOGINดังนั้นเมื่อเสี่ยวเตี้ยนสู้ในกระบวนที่ห้าจนถึงเจ็ดกำลังพลันถดถอย หลินซิงเยียนใช้กระบี่บุปผาทะลวงเข้าปัดดาบภูผาหมอกจนกระเด็นจ่อเข้าที่ลำคออีกฝ่ายได้ ถือเป็นการยุติการต่อสู้
หลินซิงเยียนจึงสามารถผ่านด่านประลองได้ง่ายดายและเข้ามาถึงด่านสุดท้ายในที่สุด เพราะเคยเข้าประลองแล้วหลายครั้ง กระทั่งหลับตายังทำได้ดี เพียงครึ่งชั่วยามก็สามารถขึ้นมาจึงถึงชั้นที่เก้าของหอคอยได้
หลินซิงเยียนมั่นใจเช่นนี้เพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าโจวเฟิงเคยใช้วิธีชี้แนะผ่านการเดินหมากหลายครั้งมาก แน่นอนว่าเป้าหมายเชื่อมสัมพันธ์คงเป็นสำนักวิหคบุปผาของมารดากระมัง เช่นนี้ นางย่อมไม่ทำให้ผู้ใดต้องผิดหวัง
บนหอคอยสูงตระหง่านเหนือสุดของปราการ ตำแหน่งประธานพิธี
บุรุษหนุ่มผู้หล่อเหลาชุดขาวคล้ายเทพเซียนจำแลงยืนเพียงลำพังอย่างโดดเด่นอยู่ตรงนี้ เขามองสตรีผู้ชนะนิ่งๆ ซ่อนยิ้มในหน้า แววตาสุขุมคล้ายมีแววไหวระริกยากระงับยามทอดมองผู้ที่กำลังเดินขึ้นมาหาเขา
สตรีผู้ชนะคือหลินซิงเยียน
นางเดินอย่างผ่าเผยขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดที่หอคอย หยุดยืนตรงหน้าโจวเฟิงพร้อมรอยยิ้มสดใส หัวเราะร่ากล่าว
“ข้ามาทวงสัญญาเจ้าค่ะ ไหนพิณกู่เจิงของข้าเล่า?”
โจวเฟิงส่ายหน้ายิ้มขัน ยากนักที่จะมีใครได้เห็นยิ้มนี้ แต่หลินซิงเยียนไม่เคยรู้อยู่ดี นางมองเพียงพิณที่ถูกมือใหญ่ยื่นส่งมาให้ตรงหน้า
เป็นกู่เจิงที่งดงามยิ่ง คล้ายมีมนต์ขลังฝังแน่นในนั้น นี่คือหนึ่งในพิณโบราณ ในตำนานบอกว่าเส้นสายเต็มไปด้วยพลังปราณดูดกลืนวิญญาณ สามารถจัดการศัตรูได้สิบทิศ ท่านปรมาจารย์เซียนจวินซ่างผู้ล่วงลับเคยใช้ฆ่าคนชั่วมานับไม่ถ้วนด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำแต่เยือกเย็นจากการดีดแค่ไม่กี่ครั้ง
โอว! ช่างล้ำค่า...
หลินซิงเยียนรับมาถือไว้อย่างตื่นเต้นหาใดเปรียบ
รอยยิ้มลุ่มลึกประดับบนใบหน้างามสง่าของโจวเฟิง เขามองนางตรงหน้านิ่งๆ ชื่นชมจากใจ
“สำนักวิหคบุปผาไม่ทำให้สำนักข้าต้องผิดหวังจริงๆ ต่อไปเมื่อสองสำนักเชื่อมสัมพันธ์กันย่อมนำพาความยิ่งใหญ่ไร้ผู้ใดต่อกร นับเป็นที่หวั่นเกรงของใต้หล้าแล้ว”
“แน่นอน” หลินซิงเยียนแย้มยิ้มมั่นใจ “เอาล่ะ สหายผู้พี่ ต่อไปท่านจะตามใจข้าทุกอย่างถูกหรือไม่?”
“ย่อมใช่”
ต่อไปเจ้าคือภรรยา จะไม่ตามใจได้อย่างไร?
โจวเฟิงคิดในใจอย่างอารมณ์ดี ซ่อนไมตรีลึกล้ำไว้เพื่อเปิดเผยอย่างสง่างามในวันหน้า
หลินซิงเยียนเองก็ยิ้มแย้มอารมณ์ดีขั้นสุด นางเดินเข้าหาโจวเฟิง เงยหน้าสบตา ไร้ซึ่งความนัยใดอยู่ในแววตา ยิ่งไม่เคยรู้ว่าใครคิดอย่างไร เพียงกล่าวคำอย่างฉะฉานว่า “ข้ารักท่านเหมือนพี่ชายแท้ๆ ดังนั้น สิ่งที่ข้าจะขอคือต่อไปนี้ฝากดูแลพี่สาวเพียงคนเดียวของข้าให้ดี ท่านมีคุณสมบัติมากพอที่ข้าจะขอมอบพี่สาวอันเป็นที่รักให้อยู่ด้วยชั่วชีวิต”
หญิงสาววางพิณลงแล้วประสานหมัดโค้งคารวะอย่างให้ความเคารพจากหัวใจ กล่าวจบก็อุ้มพิณขึ้นแนบอก โบกมือลา และจากไปอย่างร่าเริง
ทิ้งไว้เพียงบุรุษหนุ่มผู้อึ้งงัน กลายเป็นบื้อใบ้พริบตา
เบื้องล่างเสียงโห่ร้องยังคงดำเนินอยู่ พวกเขาแซ่ซ้องยินดีกับการเชื่อมสัมพันธ์กับสำนักพยัคฆ์เมฆากับวิหคบุปผา
การเกี่ยวดองเป็นเรื่องของสองสำนัก แน่นอนว่าเจ้าบ่าวคือโจวเฟิง ส่วนเจ้าสาวคงเป็นหลินซิงเยียนสินะ ด้วยความเข้าใจเช่นนี้ รอบทิศจึงมีเสียงแสดงความยินดีระหว่างพวกเขา
บนหอคอย เมื่อครู่มีเพียงแค่สองคนหนึ่งคือโจวเฟิงและสองคือหลินซิงเยียนเท่านั้น ยังไม่มีใครรู้เรื่องที่คุยกัน
ชายหนุ่มแหงนหน้ามองฟ้าสองมือไพล่หลัง ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นหยกสลักเช่นนั้นเนิ่นนาน
หัวใจของข้ารักผู้หญิงได้เพียงหนึ่งมิอาจแบ่งใจรักนางใดถึงสองคนในเวลาเดียวกัน...
ข่าวเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสำนักพยัคฆ์เมฆากับวิหคบุปผาเป็นที่รู้กันไม่กี่สำนักแต่กลับลือลั่นไปทั่วหล้า
สำนักน้อยใหญ่ในยุทธภพต่างให้ความชื่นชมยินดี ยกเว้นแต่สตรีนางหนึ่ง
เพล้ง!
ข้าวของและอัญมณีเครื่องประดับที่อยู่บนโต๊ะหยกล้วนถูกกวาดลงพื้นจนสิ้นด้วยเพลิงโทสะของสตรีชุดแดง
“หัวใจรักได้เพียงหนึ่งมิอาจแบ่งใจรักถึงสองคนรึ?” น้ำตานองหน้าหญิงสาว “ทั้งๆ ที่พูดแบบนั้นกับข้า แต่ตอนนี้คืออันใด? เพราะนังซิงเยียนใช่หรือไม่? ข้าไม่ยอม! ไม่ยอม!”
“หยุดอันใดเล่า เร็วเข้าเถอะ นอนลง อ้าขาด้วย เดี๋ยวลูกๆ วิ่งกลับมา จะทำไม่ทันเอานะ ข้าอยากได้ลูกเพิ่ม”หลินเล่อเจินรู้สึกผิดอย่างยิ่ง ก่อนนี้นางตามใจเขาเกินไปจริงๆ ถึงขั้นเป็นฝ่ายเล่นท่าหงส์เริงร่าบนหน้าขา สามีตัวดีถึงได้ติดอกติดใจ กระทั่งไม่คิดรักหยกถนอมบุปผา ทั้งยังไม่เคยออมแรงถนอมเนื้อเนียนบอบบางสักราตรี หญิงสาวตีไหล่หนาที่เริ่มลดระดับลงต่ำพร้อมจมูกโด่งสันและริมฝีปากอันร้อนแรงดังเพียะอย่างหมั่นไส้เป็นที่สุด“ท่านพี่ คลอดลูกคนแล้วคนเล่าข้าอาจตายได้นะ!”วาจานี้ได้ผล การเชยชมเนื้อเนียนนุ่มหอมหยุดลง หงเฮยหลงเงยหน้าจากเนินอกชูชันทันใดแน่นอนว่าอาจเป็นไปได้ คลอดลูกแฝดอันตรายกว่าคลอดลูกทีละคน ภรรยาของเขาอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงตายจริงๆจากนั้น ชายหนุ่มก็รีบม้วนตัวภรรยาเข้าผ้าห่มมิดชิด ส่วนตัวเขาสวมเสื้อผ้าทะยานกายออกไปหาหมอเทวดาอย่างไม่คิดชีวิตไม่นานก็กลับมา...พร้อมยาลูกกลอนสองขวด“เล่อเจิน เจ้าตายไม่ได้เด็ดขาด” เขากล่าวเสียงเข้ม มิอาจสูญเสียหญิงเดียวอันเป็นที่รักยิ่งได้หลินเล่อเจินกะพริบตามอง “ยาอะไร คงมิใช่ยาห้ามความปรารถนาหรอกนะเจ้าคะ ไม่ได้นะ ท่านกินยานี้ไม่ได้ ข้าอุตส่าห์กินยาบำร
ชายหนุ่มวาดแขนออกด้านหน้าแผ่วเบา เพียงเท่านี้ สตรีที่คล้ายหลับไหลพลันขยับชิดใกล้แล้วซุกซบเข้าหาไออุ่นที่คุ้นเคย นางแนบแก้มกับแผงอกแข็งแรงหามุมสบายที่สุดพริ้มตาหลับไม่ขยับไปทางอื่นอีกหงเฮยหลงก้มหน้าจุมพิตหน้าผากนวลเนียนเบาๆ อ้อมแขนของเขาแม้เคยเป็นสถานที่อันตราย ทว่าตอนนี้และตลอดไปมันจะเป็นอาณาเขตปลอดภัยชั่วชีวิตของนาง“เหนื่อยมากเลยหรือ?” เขาถามพลางเกลี่ยแก้มนุ่ม รู้ดีว่าภรรยาเพียงหลับตามิได้หลับลึกขนาดนั้น“อือ...” หลินเล่อเจินพำพึมอย่างอ่อนล้า กว่าจะเอาเจ้าจอมซนทั้งสี่เข้านอนได้ไม่ง่ายนะท่านพี่ยามนี้หญิงสาวคลอดลูกครรภ์ที่สองแล้ว มีลูกสี่คน แฝดชายและแฝดหญิง ทุกคืนจึงค่อนข้างวุ่นวายมากทีเดียวนางกล่าวอีกว่า “หากท่านอยากทำรอดึกอีกหน่อยค่อยสะกิดข้าแล้วกัน”หางตาหงเฮยหลงกระตุก “เจ้าอยากหลับก็หลับสิ เห็นข้าหื่นกระหายปานใด”หลินเล่อเจินพูดงึมงำทั้งที่ยังหลับตา “ว่าไม่ได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้ปรนนิบัติท่านนานแล้ว ปีกว่ากระมัง รู้สึกผิดนัก” เขาไม่ซื้อคณิกาไม่รับสาวใช้ห้องข้างด้วย นางให้ละอายใจยิ่ง นางพูดยิ้มๆ “ท่านพี่ชอบร่วมรักเกินไปพอไม่ได้ทำ คงเก็บกดมากเป็นแน่ ระวังป่วยนะ”หงเฮยหลงให้รู้สึกเ
กระนั้นฮ่องเต้กลับรักโอรสและธิดามาก เว่ยฮองเฮาจึงใช้บุตรชายหญิงเป็นเครื่องมือเสมอมาแต่การเรียกร้องความรักจากบุรุษไร้ใจมิใช่เรื่องง่าย เว่ยฮองเฮาจึงเปลี่ยนความรักเป็นความชิงชังลงมือทำลายล้างทุกสิ่งรอบตัวมิเคยยั้งมือไว้ไมตรีนางถึงขั้นจับบุตรทั้งสองของตนขังไว้ในห้องชั้นใน เพื่อให้ฮ่องเต้เสด็จมาหา ยามนั้นหงเฮยหลงกับหงเยว่ยังเป็นเพียงเด็กน้อยไม่ประสา จึงร้องไห้หวาดกลัวแทบขาดใจ ฮ่องเต้ต้องรีบมาหาเพื่อปลอบประโลมจิตใจทุกคราไปหลายครั้งที่ฮ่องเต้รู้สึกเกลียดฮองเฮาเข้ากระดูกดำ แต่ทำอันใดไม่ได้มากไปกว่าคอยเจรจาอย่างสันติเพื่อปกป้องบุตรชายหญิงอย่างมีสติ แต่สุดท้ายความอดทนของคนย่อมหมดลง ฮ่องเต้คิดจัดการกับเว่ยฮองเฮาขั้นเด็ดขาดทว่ามิคาด กลับเป็นเว่ยฮองเฮาที่ลอบลงมือก่อน ฮ่องเต้เสียท่าให้ฮองเฮาจนกลายเป็นคนป่วยลุกไม่ขึ้น จากนั้นยังขู่บังคับให้หงเฮยหลงยึดบังลังก์จากพระบิดา ปรารถนาให้เด็กชายผู้หนึ่งเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดตัวน้อยแน่นอนว่าเขาไม่ยินยอมให้พระมารดาทำเช่นนั้น การหนีและการไล่ล่าจึงเกิดขึ้นหงเฮยหลงได้รับการช่วยเหลือจากอาจารย์แซ่หง และเก็บซ่อนตัวตนจนสำเร็จวิชาสุดยอดจากหุบเขาหมื่นพิ
นอกจากหวงแหนภรรยาอันเป็นที่รัก หงเฮยหลงยังหวงแหนลูกๆ ด้วยเรื่องอันใดเขาจะปล่อยให้ไปไกลตาตามลำพังชายหนุ่มปรึกษาท่านหมอก่อนเดินทางแล้วว่าสามารถพาภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ในระยะนี้ไปด้วยได้ดังนั้น รถม้าบุนวมนุ่มอุ่นจึงถูกจัดเตรียมอย่างดี โดยมีสารถีคือซิ่วเย่ ส่วนผู้คุ้มกันย่อมเป็นเขาเองหงเฮยหลงขี่ม้าคอยติดตามอยู่ด้านข้างรถม้าฝั่งที่หลินเล่อเจินนั่งอยู่“ลูกๆ เล่า ข้าไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วเลย”“กินอิ่มก็เลยนอนหลับกันหมดแล้วเจ้าค่ะ”หลินเล่อเจินเปิดผ้าม่านรถม้ายื่นใบหน้าออกมา มองทิวทัศน์รอบด้านอย่างอารมณ์ดี“ท่านพี่ ตรงนั้นมีน้ำตก”หงเฮยหลงเลิกคิ้ว “อยากลงมาเดินเล่นหรือไม่?”“อืม...”ชายหนุ่มจึงลงจากหลังม้าตรงเข้ามารอรับภรรยา เขาประคองหลินเล่อเจินพลางสั่งซิ่วเย่“เฝ้าคุณชายน้อยทั้งสองให้ดี หากพวกเขาตื่นขึ้นมาก็พาไปหาข้ากับนายหญิงที่น้ำตก”“เจ้าค่ะท่านเจ้าสำนัก”สกุณาขับขานก้องกังวานทั่วพนาผสานเสียงธาราที่ตกกระทบซอกหิน ช่างไพเราะเสนาะโสตอย่างยิ่งหลินเล่อเจินนั่งพักตรงโขดหินริมน้ำตกเย็นใส นางพกขนมถั่วแดงมาด้วยจึงนำออกมาให้สามีลองชิม“อร่อยหรือไม่?”หงเฮยหลงกัดคำหนึ่ง “เจ้าทำเป็นด้ว
ปีศาจราตรีหายวูบไป เหลือเพียงเด็กๆ ที่หลับตาปี๋ ถึงอย่างไรพวกเขายังอายุน้อยเกินไปที่จะเห็นภาพเหล่านี้ รออีกสักสี่ปีค่อยฝึกฝน คนเป็นบิดามิอาจยัดเยียดเร็วเกินไป หงเฮยหลงดึงลูกๆ มากอดไว้แนบอกอุ่นปลอบใจครู่ใหญ่ในขณะที่หลินเล่อเจินขมวดคิ้วมองเงียบงัน ไม่นานพลันนึกออก นางหันมาเรียกน้องสาวเสียงเบา “ซิงเยียน”หลินซิงเยียนจึงพาร่างสะบักสะบอมของตนลุกขึ้นเดินมาหาพี่สาว ได้ยินอีกฝ่ายกล่าวอย่างเป็นกังวลว่า “พี่เคยเห็นวิชาฝ่ามือสลายร่างแบบนี้ตอนโจวเฟิงฆ่าอี้เอ๋อร์”“จริงหรือพี่ใหญ่” หลินซิงเยียนให้รู้สึกแปลกใจ เพราะเห็นได้ชัดว่านี่คือวิชามาร โจวเฟิงฝึกวิชานี้เพื่อ?หลินเล่อเจินรีบเอ่ยเตือน “โจวเฟิงชอบเจ้าพอเข้าใจ แต่เขาจะทำเรื่องชั่วช้ากับเจ้าไม่ได้ ห้ามไว้ใจเขาอีกเชียว เจ้าต้องบอกคู่หมั้นด้วยนะว่าอย่าให้เข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว เจ้าต้องห่วงน้องเขยให้มาก ห้ามซุกซนเกินไป”หลินซิงเยียนพยักหน้าเชื่อฟัง ครั้นนึกถึงคู่หมั้นผู้นั้น นางพลันส่ายหน้าพรืด ปฏิเสธอย่างบ้าคลั่งใครห่วงเขากันล่ะ!เห็นอาการน้องสาวเป็นเช่นนั้น หลินเล่อเจินจึงถาม “อย่าหาว่าพี่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเลยนะ เจ้ากับองค์ชายสี
หงเฮยหลงเป็นเช่นนี้ ต่อหน้าผู้อื่นเขาไร้ความปราณี ไม่คิดพูดจาด้วยดีมีเมตตาอันใด มีเพียงอยู่กับภรรยาเท่านั้นถึงจะมีบุคลิกอีกด้านชายหนุ่มพยักหน้าให้น้องภรรยา สั่งเสียงเย็นเยียบ “ลงไป หากไม่ชนะห้ามขึ้นมา”ซิงเยียนมีหรือจะกล้าอยู่นาน นางรีบกระโดดลงไปในหลุมนั้นทันทีหงเฮยหลงมองผู้คนในหลุมลึกนั้นอย่างเงียบงัน เพียงฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นยื่นไปเบื้องหน้า กลิ่นอายมรณะพลันพวยพุ่งออกมาพร้อมกลุ่มควันสีดำจากฝ่ามือนั้นพริบตานั้น กลุ่มควันดำพลันเปลี่ยนเป็นมังกรดำหลายร้อยตัว ลอยฉวัดเฉวียนเหนือหลุมลึก ก่อนร่อนลงต่ำ แล้วกลายร่างเป็นมนุษย์นักรบเงาที่ตัวโตสูงใหญ่และกำยำแม้ไร้ใบหน้าไม่มีจมูกเพราะเป็นเพียงเงาดำแต่กลับมีดวงตาสีแดงฉานที่จ้องเขม็งหมายสังหาร ทั่วตัวมีเกราะหนักลักษณะคล้ายห่มเกล็ดมังกร มือสองข้างถือดาบใหญ่ เงามังกรดำนับร้อยเหล่านั้นตั้งกระบวนท่าพร้อมฆ่าทุกตน สมุนมารทุกคนเบิกตากว้าง ซิงเยียนก็เช่นกัน เสี้ยวเวลานั้นการฟาดฟันพลันถือกำเนิดเสียงต่อสู้ดังสนั่นเลื่อนลั่นไปทั้งหุบเขาเฮยซาน ท่ามกลางเสียงต่อสู้เดือดพล่าน หงเฮยหลงยืนตระหง่าน ทั่วร่างแผ่ซ่านด้วยม่านหมอกสีดำเสมือนไอมารที่อำมหิ
แม้คิดเช่นนั้น ทว่าหลินเล่อเจินกลับซุกซบตักอุ่น แนบแก้มกับท่อนขาแกร่งอย่างออดอ้อน นางชอบอยู่กับเขา“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เพียงคำนี้ไม่มีคำใดที่หวานล้ำชวนฟังไปมากกว่านี้ ทว่าหงเฮยหลงกลับรู้สึกร้อนผ่าว ใบหูแดงก่ำ เขาเบือนหน้าหันเหสายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทางหยิ่งทะนง พลางสั่งเสียงเข้ม “หลับซะ เจ้ากำล
“เจ้าควรแต่งงานมีภรรยาสักคน ข้าจะได้ไม่ต้องลำบากข้าเป็นตัวแทนเจรจา เหนื่อยใจยิ่ง” เจิ้งจื่อเฉิงบ่นอุบ เขาเป็นถึงรัชทายาทแต่กลับต้องทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อเสียได้หงเฮยหลงเอือมระอาองค์หญิงสิบสามที่มาติดพัน จึงออกปากอย่างไม่ใส่ใจ“ข้าจะให้คนคัดเลือกสตรีมาเป็นภรรยาสักคน จะได้ประกาศชัดเจนว่าข้างกายไม่มีที
เสียงเพล้งๆ ดังต่อเนื่อง พื้นห้องเต็มไปด้วยสิ่งของแตกเกลื่อนกระจัดกระจายหงเยว่ยกมือปิดหน้าร้องไห้ฟูมฟาย ในห้วงภวังค์มีเพียงภาพของชายในดวงใจบุรุษชุดขาว เจ้าสำนักพยัคฆ์เมฆา นางหลงรักเขา เฝ้าเอาใจนานนับปี จนมีราตรีน้ำผึ้งด้วยกัน จุมพิตอ้อยอิ่งแสนหวานในคืนนั้นยังติดตรึงมิเสื่อมคลาย ทว่ากับคล้ายเพียงฝ
ข่าวการคัดเลือกภรรยาเจ้าสำนักพยัคฆ์เมฆาประกาศไปยังสำนักของยุทธภพไม่กี่แห่ง ทว่าบรรดาสตรีกลับเสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกชนิดมืดฟ้ามัวดิน วันงานประชันมาถึง หญิงสาวมากมายล้วนเข้ามาอย่างสามัคคีพร้อมพรั่งพวกนางถึงขั้นลงแรงมาประชันฝีมือด้วยตนเองโจวเฟิงปรากฎกายอยู่บนแท่นสูงตำแหน่งประธาน มองภาพนั้นด้วยกิร







