LOGINนางคือบุปผา ให้ความรู้สึกเย็นตา เปรียบดั่งดาราแห่งรัตติกาลมืดดำ ประดุจจันทร์ฉายในคืนค่ำนภาหม่น คนผู้หนึ่งชั่วชีวิตมิเคยขาดแคลน กลับรู้สึกแร้นแค้นเพียงใกล้ชิดนาง
View More“หยุดอันใดเล่า เร็วเข้าเถอะ นอนลง อ้าขาด้วย เดี๋ยวลูกๆ วิ่งกลับมา จะทำไม่ทันเอานะ ข้าอยากได้ลูกเพิ่ม”หลินเล่อเจินรู้สึกผิดอย่างยิ่ง ก่อนนี้นางตามใจเขาเกินไปจริงๆ ถึงขั้นเป็นฝ่ายเล่นท่าหงส์เริงร่าบนหน้าขา สามีตัวดีถึงได้ติดอกติดใจ กระทั่งไม่คิดรักหยกถนอมบุปผา ทั้งยังไม่เคยออมแรงถนอมเนื้อเนียนบอบบางสักราตรี หญิงสาวตีไหล่หนาที่เริ่มลดระดับลงต่ำพร้อมจมูกโด่งสันและริมฝีปากอันร้อนแรงดังเพียะอย่างหมั่นไส้เป็นที่สุด“ท่านพี่ คลอดลูกคนแล้วคนเล่าข้าอาจตายได้นะ!”วาจานี้ได้ผล การเชยชมเนื้อเนียนนุ่มหอมหยุดลง หงเฮยหลงเงยหน้าจากเนินอกชูชันทันใดแน่นอนว่าอาจเป็นไปได้ คลอดลูกแฝดอันตรายกว่าคลอดลูกทีละคน ภรรยาของเขาอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงตายจริงๆจากนั้น ชายหนุ่มก็รีบม้วนตัวภรรยาเข้าผ้าห่มมิดชิด ส่วนตัวเขาสวมเสื้อผ้าทะยานกายออกไปหาหมอเทวดาอย่างไม่คิดชีวิตไม่นานก็กลับมา...พร้อมยาลูกกลอนสองขวด“เล่อเจิน เจ้าตายไม่ได้เด็ดขาด” เขากล่าวเสียงเข้ม มิอาจสูญเสียหญิงเดียวอันเป็นที่รักยิ่งได้หลินเล่อเจินกะพริบตามอง “ยาอะไร คงมิใช่ยาห้ามความปรารถนาหรอกนะเจ้าคะ ไม่ได้นะ ท่านกินยานี้ไม่ได้ ข้าอุตส่าห์กินยาบำร
ชายหนุ่มวาดแขนออกด้านหน้าแผ่วเบา เพียงเท่านี้ สตรีที่คล้ายหลับไหลพลันขยับชิดใกล้แล้วซุกซบเข้าหาไออุ่นที่คุ้นเคย นางแนบแก้มกับแผงอกแข็งแรงหามุมสบายที่สุดพริ้มตาหลับไม่ขยับไปทางอื่นอีกหงเฮยหลงก้มหน้าจุมพิตหน้าผากนวลเนียนเบาๆ อ้อมแขนของเขาแม้เคยเป็นสถานที่อันตราย ทว่าตอนนี้และตลอดไปมันจะเป็นอาณาเขตปลอดภัยชั่วชีวิตของนาง“เหนื่อยมากเลยหรือ?” เขาถามพลางเกลี่ยแก้มนุ่ม รู้ดีว่าภรรยาเพียงหลับตามิได้หลับลึกขนาดนั้น“อือ...” หลินเล่อเจินพำพึมอย่างอ่อนล้า กว่าจะเอาเจ้าจอมซนทั้งสี่เข้านอนได้ไม่ง่ายนะท่านพี่ยามนี้หญิงสาวคลอดลูกครรภ์ที่สองแล้ว มีลูกสี่คน แฝดชายและแฝดหญิง ทุกคืนจึงค่อนข้างวุ่นวายมากทีเดียวนางกล่าวอีกว่า “หากท่านอยากทำรอดึกอีกหน่อยค่อยสะกิดข้าแล้วกัน”หางตาหงเฮยหลงกระตุก “เจ้าอยากหลับก็หลับสิ เห็นข้าหื่นกระหายปานใด”หลินเล่อเจินพูดงึมงำทั้งที่ยังหลับตา “ว่าไม่ได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้ปรนนิบัติท่านนานแล้ว ปีกว่ากระมัง รู้สึกผิดนัก” เขาไม่ซื้อคณิกาไม่รับสาวใช้ห้องข้างด้วย นางให้ละอายใจยิ่ง นางพูดยิ้มๆ “ท่านพี่ชอบร่วมรักเกินไปพอไม่ได้ทำ คงเก็บกดมากเป็นแน่ ระวังป่วยนะ”หงเฮยหลงให้รู้สึกเ
กระนั้นฮ่องเต้กลับรักโอรสและธิดามาก เว่ยฮองเฮาจึงใช้บุตรชายหญิงเป็นเครื่องมือเสมอมาแต่การเรียกร้องความรักจากบุรุษไร้ใจมิใช่เรื่องง่าย เว่ยฮองเฮาจึงเปลี่ยนความรักเป็นความชิงชังลงมือทำลายล้างทุกสิ่งรอบตัวมิเคยยั้งมือไว้ไมตรีนางถึงขั้นจับบุตรทั้งสองของตนขังไว้ในห้องชั้นใน เพื่อให้ฮ่องเต้เสด็จมาหา ยามนั้นหงเฮยหลงกับหงเยว่ยังเป็นเพียงเด็กน้อยไม่ประสา จึงร้องไห้หวาดกลัวแทบขาดใจ ฮ่องเต้ต้องรีบมาหาเพื่อปลอบประโลมจิตใจทุกคราไปหลายครั้งที่ฮ่องเต้รู้สึกเกลียดฮองเฮาเข้ากระดูกดำ แต่ทำอันใดไม่ได้มากไปกว่าคอยเจรจาอย่างสันติเพื่อปกป้องบุตรชายหญิงอย่างมีสติ แต่สุดท้ายความอดทนของคนย่อมหมดลง ฮ่องเต้คิดจัดการกับเว่ยฮองเฮาขั้นเด็ดขาดทว่ามิคาด กลับเป็นเว่ยฮองเฮาที่ลอบลงมือก่อน ฮ่องเต้เสียท่าให้ฮองเฮาจนกลายเป็นคนป่วยลุกไม่ขึ้น จากนั้นยังขู่บังคับให้หงเฮยหลงยึดบังลังก์จากพระบิดา ปรารถนาให้เด็กชายผู้หนึ่งเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดตัวน้อยแน่นอนว่าเขาไม่ยินยอมให้พระมารดาทำเช่นนั้น การหนีและการไล่ล่าจึงเกิดขึ้นหงเฮยหลงได้รับการช่วยเหลือจากอาจารย์แซ่หง และเก็บซ่อนตัวตนจนสำเร็จวิชาสุดยอดจากหุบเขาหมื่นพิ
นอกจากหวงแหนภรรยาอันเป็นที่รัก หงเฮยหลงยังหวงแหนลูกๆ ด้วยเรื่องอันใดเขาจะปล่อยให้ไปไกลตาตามลำพังชายหนุ่มปรึกษาท่านหมอก่อนเดินทางแล้วว่าสามารถพาภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ในระยะนี้ไปด้วยได้ดังนั้น รถม้าบุนวมนุ่มอุ่นจึงถูกจัดเตรียมอย่างดี โดยมีสารถีคือซิ่วเย่ ส่วนผู้คุ้มกันย่อมเป็นเขาเองหงเฮยหลงขี่ม้าคอยติดตามอยู่ด้านข้างรถม้าฝั่งที่หลินเล่อเจินนั่งอยู่“ลูกๆ เล่า ข้าไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วเลย”“กินอิ่มก็เลยนอนหลับกันหมดแล้วเจ้าค่ะ”หลินเล่อเจินเปิดผ้าม่านรถม้ายื่นใบหน้าออกมา มองทิวทัศน์รอบด้านอย่างอารมณ์ดี“ท่านพี่ ตรงนั้นมีน้ำตก”หงเฮยหลงเลิกคิ้ว “อยากลงมาเดินเล่นหรือไม่?”“อืม...”ชายหนุ่มจึงลงจากหลังม้าตรงเข้ามารอรับภรรยา เขาประคองหลินเล่อเจินพลางสั่งซิ่วเย่“เฝ้าคุณชายน้อยทั้งสองให้ดี หากพวกเขาตื่นขึ้นมาก็พาไปหาข้ากับนายหญิงที่น้ำตก”“เจ้าค่ะท่านเจ้าสำนัก”สกุณาขับขานก้องกังวานทั่วพนาผสานเสียงธาราที่ตกกระทบซอกหิน ช่างไพเราะเสนาะโสตอย่างยิ่งหลินเล่อเจินนั่งพักตรงโขดหินริมน้ำตกเย็นใส นางพกขนมถั่วแดงมาด้วยจึงนำออกมาให้สามีลองชิม“อร่อยหรือไม่?”หงเฮยหลงกัดคำหนึ่ง “เจ้าทำเป็นด้ว
แม้คิดเช่นนั้น ทว่าหลินเล่อเจินกลับซุกซบตักอุ่น แนบแก้มกับท่อนขาแกร่งอย่างออดอ้อน นางชอบอยู่กับเขา“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เพียงคำนี้ไม่มีคำใดที่หวานล้ำชวนฟังไปมากกว่านี้ ทว่าหงเฮยหลงกลับรู้สึกร้อนผ่าว ใบหูแดงก่ำ เขาเบือนหน้าหันเหสายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทางหยิ่งทะนง พลางสั่งเสียงเข้ม “หลับซะ เจ้ากำล
ครานี้เป็นโจวเฟิงที่ช่วยพูด “ท่านอย่าได้กล่าวเกินไป ข้าหาได้รังเกียจไม่ ต่อให้นางถูกคนชั้นต่ำจับไปแล้วอย่างไร เพียงแค่กังวลเรื่องกำหนดการ มิอาจล่าช้ากว่านี้ได้เท่านั้น”ช่างเป็นบุรุษเปี่ยมคุณธรรมมากน้ำใจ ทุกคนซาบซึ้ง มองโจวเฟิงเป็นที่หนึ่งแห่งฝ่ายธรรมมะผู้อาวุโสสำนักวิหคบุปผาจึงบอกแก่กัวรั่วหลาน
นอกจากนี้คนที่ได้รับสิทธิ์นั้น ยังไม่เคยเป็นสตรี ซึ่งตลอดมาพบว่ายังไม่เคยมีใครได้รับสิทธิ์นั้นเลยแม้แต่หงเยว่ผู้เป็นน้องสาวหลินเล่อเจินจึงนับเป็นคนแรกที่ได้ขึ้นไปฝ่ามือใหญ่ที่เอวคล้ายโซ่ตรวนรัดรึงเอาไว้ทั้งตัว พริบตาหญิงสาวก็ถูกกระชากให้ลอยลิ่วถึงบันไดขั้นสุดท้าย ตรงหอคอยอันเป
“เจ้าควรแต่งงานมีภรรยาสักคน ข้าจะได้ไม่ต้องลำบากข้าเป็นตัวแทนเจรจา เหนื่อยใจยิ่ง” เจิ้งจื่อเฉิงบ่นอุบ เขาเป็นถึงรัชทายาทแต่กลับต้องทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อเสียได้หงเฮยหลงเอือมระอาองค์หญิงสิบสามที่มาติดพัน จึงออกปากอย่างไม่ใส่ใจ“ข้าจะให้คนคัดเลือกสตรีมาเป็นภรรยาสักคน จะได้ประกาศชัดเจนว่าข้างกายไม่มีที