LOGINนางคือบุปผา ให้ความรู้สึกเย็นตา เปรียบดั่งดาราแห่งรัตติกาลมืดดำ ประดุจจันทร์ฉายในคืนค่ำนภาหม่น คนผู้หนึ่งชั่วชีวิตมิเคยขาดแคลน กลับรู้สึกแร้นแค้นเพียงใกล้ชิดนาง
View Moreนางคือบุปผา ให้ความรู้สึกเย็นตา
เปรียบดั่งดาราแห่งรัตติกาลมืดดำ
ประดุจจันทร์ฉายในคืนค่ำนภาหม่น
คนผู้หนึ่งชั่วชีวิตมิเคยขาดแคลน
กลับรู้สึกแร้นแค้นเพียงใกล้ชิดนาง
คำนำนักเขียน
สวัสดีนักอ่านที่รักทุกท่าน พบกับนิยายเซตอีกแล้ว นิยายเรื่องสองบุปผานี้เป็นแนวรักโรแมนติกเหมือนเดิม เป็นเรื่องราวของพี่น้องฝาแฝดที่ต้องเติบโตในที่แตกต่าง
เพราะปัญหาเกิดจากผู้ให้กำเนิด เด็กหญิงฝาแฝดจึงต้องแยกจาก คนพี่อยู่เมืองหลวงใช้ชีวิตในกรอบอันเคร่งครัด คนน้องท่องยุทธจักรใช้ชีวิตอิสระเสรี
เล่มนี้เป็นเรื่องราวของบุปผาคนพี่ สตรีผู้เปรียบเหมือนดอกราตรี[1] ให้ความรู้สึกเย็นตาสบายใจ ผู้ที่ได้สัมผัสและอยู่ใกล้ ไม่ว่ารุ่มร้อนปานใดล้วนสงบลงไม่ยาก
เรื่องของนางเริ่มจากเลือกอยู่เมืองหลวงด้วยเหตุผลไร้เดียงสา ชอบแบกรับทุกความรับผิดชอบไว้กับตัวเอง คาดหวังเพียงใช้ชีวิตเรียบง่าย เติบโตขึ้นอย่างงดงาม แต่งงานกับบุรุษที่หมั้นหมาย คลอดลูกชายหญิงน่ารักสดใส และอยู่ร่วมกับอนุภรรยาของสามีอย่างปรองดองตลอดไป
แนะนำตัวละคร
หงเฮยหลง
ประมุขพรรคหมื่นราตรี เจ้าแห่งหุบเขาเฮยซาน ฉายาปีศาจมังกรดำ ผู้แย่งชิงเจ้าสาวผู้อื่นมาเป็นของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ สุดท้ายกลับหลงหัวปักหัวปำถอนตัวไม่ขึ้น
เพราะเจ้าแห่งหมื่นราตรี มีบุปผาราตรีเพียงผู้เดียว
หลินเล่อเจิน
นางคือสตรีอาภัพ บุรุษที่ได้หมั้นหมายไม่มีใครจริงใจสักคน หนทางแต่งงานกับสามีที่ดีช่างมืดมน นางคงต้องทำใจ...
หลินซิงเยียน
น้องสาวฝาแฝดของหลินเล่อเจิน รักพี่สาวมากที่สุด ทำทุกอย่างเพื่อพี่สาวคนสำคัญเท่านั้น
หงเยว่
น้องสาวของหงเฮยหลง นางคือผู้จุดฉนวนแห่งแค้น
โจวเฟิง
เพราะหัวใจของเขารักผู้หญิงได้เพียงหนึ่ง มิอาจแบ่งใจรักนางใดถึงสองคนในเวลาเดียวกัน...
เมื่อดอกไม้ผลิบานในใจ ความรักสุกงอมเต็มที่ ก่อเกิดสายใยในสัมพันธ์จนแนบแน่น
ชายหญิงคู่หนึ่งจึงถึงคราวได้แต่งงานกันเสียที คำมั่นสัญญารักเดียวใจเดียวที่เจ้าบ่าวกล่าวไว้ในคืนมงคลนำพาความสุขล้นให้แก่คนเป็นเจ้าสาวอย่างท่วมท้นล้นหัวใจ ชีวิตหลังแต่งงานราบรื่นไร้ที่ติ สามีภรรยารักใคร่ปรองดอง ครองคู่หวานชื่นเนิ่นนาน กระทั่งมีลูกด้วยกันถึงสองคน ความรักของพวกเขาเปี่ยมล้นด้วยความสุขและสงบ
ทว่าน่าเสียดายที่สุดท้ายความสุขสงบนั้นต้องจบลง เนื่องจากฝ่ายสามีจำต้องเดินทางไปทำงานแดนไกล
และเมื่อชายผู้หนึ่งแม้รักมากมายแต่ต้องห่างหายจากภรรยาและลูกๆ ที่น่ารักนานนับปี กลับอดทนข่มกลั้นกับความยั่วยวนของความงามสดใสจากหญิงต่างแดนไม่ไหว
เขาลักลอบสานสัมพันธ์กับโฉมสะคราญอย่างลับๆ จนแอบมีลูกชายด้วยกันอยู่นอกเรือนก่อนตัดสินใจพากันมายอมรับความผิดกับภรรยาร่วมผูกผมในวันนี้
แต่การจะบอกว่ายอมรับผิดกับภรรยาอาจไม่ถูกนัก เพราะหากจะบอกว่ารู้สึกผิดกับอนุนอกเรือนจึงพาอีกฝ่ายมาหยามภรรยาถึงในจวนย่อมถูกต้องมากกว่า
คนเป็นภรรยาคิดเช่นนั้น
เนื่องจากตลอดเวลาที่สนทนาปัญหาหลังเรือน ฝ่ายภรรยาสังเกตเห็นสายตาสามีที่บ่งบอกว่าเห็นอกเป็นใจและละอายใจนั้น ล้วนตกอยู่บนเรือนร่างอันบอบบางยวนตาชวนทะนุถนอมของอนุคนงาม แต่ยามมองมาที่ภรรยาคนนี้กลับมีแต่สายตาแห่งความผิดหวัง
“รั่วหลาน เจ้าร้ายกาจนัก ไฉนต้องทำร้ายเจียซิน” สามีถามขณะตระกองกอดอนุนอกเรือน
กัวรั่วหลาน ยืนมองหน้าสามีด้วยหัวใจร้าวราน เขาไม่ใช่หลินหานเจ๋อคนเดิมของนางอีกต่อไป
คิดพลางแค่นเสียงเยียบเย็น “หากข้าร้ายกาจจริง คงสังหารอนุของท่านไปแล้ว ไหนเลยจะเมตตาเพียงตบหน้าแค่ไม่กี่ฉาด รีดเค้นเลือดชั่วไร้ยางอายออกมาแค่ไม่กี่หยด”
หลินหานเจ๋อประคองร่างอ้อนแอ้นของถานเจียซิน ที่กำลังสั่นเทาเพราะขลาดเขลาจนหวาดหวั่นไปหมดด้วยสองแขนของตนที่อบอุ่น ท่วงท่าพร้อมปกป้องตลอดเวลา
“หากเจ้าโกรธก็ควรมาลงที่ข้า จะตีจะต่อว่าล้วนทำต่อข้าได้ทั้งสิ้น เจียซินไม่ควรต้องมารองรับโทสะนี้ของเจ้า”
ถานเจียซินเงยหน้ามองหลินหานเจ๋ออย่างซาบซึ้งใจ “ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ทุกสิ่งเป็นข้าผิดเอง พวกท่านอย่าผิดใจกันเพราะข้าไปมากกว่านี้ ข้ายินดีกลับออกไป” นางกล่าวเสียงหวานราวนกขมิ้นบินมาสะกิดอย่างนุ่มนวลเพื่อเปิดทางให้คนได้พบแสงสว่างยามกำลังประสบพบปัญหาปิดกั้นเสมือนหุบเขาอันรกทึบมืดดำไร้ซึ่งทางออก
ชายหนุ่มหันมอง ดุเสียงทุ้มนุ่ม “ไม่เป็นไรได้อย่างไร เลือดออกขนาดนี้” นิ้วแกร่งไล้เกลี่ยแก้มนวลที่มีรอยเล็บจนเลือดซึมเบาๆ เช็ดมุมปากที่มีโลหิตสายหนึ่งให้อย่างใส่ใจ “เจ้าอุตส่าห์เสียสละตัวเองเพื่อข้า คลอดบุตรชายให้ข้า”
[1] ดอกราตรี หรือ หอมดึก บานและส่งกลิ่นในตอนกลางคืน กลิ่นหอมแรง
“หยุดอันใดเล่า เร็วเข้าเถอะ นอนลง อ้าขาด้วย เดี๋ยวลูกๆ วิ่งกลับมา จะทำไม่ทันเอานะ ข้าอยากได้ลูกเพิ่ม”หลินเล่อเจินรู้สึกผิดอย่างยิ่ง ก่อนนี้นางตามใจเขาเกินไปจริงๆ ถึงขั้นเป็นฝ่ายเล่นท่าหงส์เริงร่าบนหน้าขา สามีตัวดีถึงได้ติดอกติดใจ กระทั่งไม่คิดรักหยกถนอมบุปผา ทั้งยังไม่เคยออมแรงถนอมเนื้อเนียนบอบบางสักราตรี หญิงสาวตีไหล่หนาที่เริ่มลดระดับลงต่ำพร้อมจมูกโด่งสันและริมฝีปากอันร้อนแรงดังเพียะอย่างหมั่นไส้เป็นที่สุด“ท่านพี่ คลอดลูกคนแล้วคนเล่าข้าอาจตายได้นะ!”วาจานี้ได้ผล การเชยชมเนื้อเนียนนุ่มหอมหยุดลง หงเฮยหลงเงยหน้าจากเนินอกชูชันทันใดแน่นอนว่าอาจเป็นไปได้ คลอดลูกแฝดอันตรายกว่าคลอดลูกทีละคน ภรรยาของเขาอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงตายจริงๆจากนั้น ชายหนุ่มก็รีบม้วนตัวภรรยาเข้าผ้าห่มมิดชิด ส่วนตัวเขาสวมเสื้อผ้าทะยานกายออกไปหาหมอเทวดาอย่างไม่คิดชีวิตไม่นานก็กลับมา...พร้อมยาลูกกลอนสองขวด“เล่อเจิน เจ้าตายไม่ได้เด็ดขาด” เขากล่าวเสียงเข้ม มิอาจสูญเสียหญิงเดียวอันเป็นที่รักยิ่งได้หลินเล่อเจินกะพริบตามอง “ยาอะไร คงมิใช่ยาห้ามความปรารถนาหรอกนะเจ้าคะ ไม่ได้นะ ท่านกินยานี้ไม่ได้ ข้าอุตส่าห์กินยาบำ
ชายหนุ่มวาดแขนออกด้านหน้าแผ่วเบา เพียงเท่านี้ สตรีที่คล้ายหลับไหลพลันขยับชิดใกล้แล้วซุกซบเข้าหาไออุ่นที่คุ้นเคย นางแนบแก้มกับแผงอกแข็งแรงหามุมสบายที่สุดพริ้มตาหลับไม่ขยับไปทางอื่นอีกหงเฮยหลงก้มหน้าจุมพิตหน้าผากนวลเนียนเบาๆ อ้อมแขนของเขาแม้เคยเป็นสถานที่อันตราย ทว่าตอนนี้และตลอดไปมันจะเป็นอาณาเขตปลอดภัยชั่วชีวิตของนาง“เหนื่อยมากเลยหรือ?” เขาถามพลางเกลี่ยแก้มนุ่ม รู้ดีว่าภรรยาเพียงหลับตามิได้หลับลึกขนาดนั้น“อือ...” หลินเล่อเจินพำพึมอย่างอ่อนล้า กว่าจะเอาเจ้าจอมซนทั้งสี่เข้านอนได้ไม่ง่ายนะท่านพี่ยามนี้หญิงสาวคลอดลูกครรภ์ที่สองแล้ว มีลูกสี่คน แฝดชายและแฝดหญิง ทุกคืนจึงค่อนข้างวุ่นวายมากทีเดียวนางกล่าวอีกว่า “หากท่านอยากทำรอดึกอีกหน่อยค่อยสะกิดข้าแล้วกัน”หางตาหงเฮยหลงกระตุก “เจ้าอยากหลับก็หลับสิ เห็นข้าหื่นกระหายปานใด”หลินเล่อเจินพูดงึมงำทั้งที่ยังหลับตา “ว่าไม่ได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้ปรนนิบัติท่านนานแล้ว ปีกว่ากระมัง รู้สึกผิดนัก” เขาไม่ซื้อคณิกาไม่รับสาวใช้ห้องข้างด้วย นางให้ละอายใจยิ่ง นางพูดยิ้มๆ “ท่านพี่ชอบร่วมรักเกินไปพอไม่ได้ทำ คงเก็บกดมากเป็นแน่ ระวังป่วยนะ”หงเฮยหลงให้รู้สึกเ
กระนั้นฮ่องเต้กลับรักโอรสและธิดามาก เว่ยฮองเฮาจึงใช้บุตรชายหญิงเป็นเครื่องมือเสมอมาแต่การเรียกร้องความรักจากบุรุษไร้ใจมิใช่เรื่องง่าย เว่ยฮองเฮาจึงเปลี่ยนความรักเป็นความชิงชังลงมือทำลายล้างทุกสิ่งรอบตัวมิเคยยั้งมือไว้ไมตรีนางถึงขั้นจับบุตรทั้งสองของตนขังไว้ในห้องชั้นใน เพื่อให้ฮ่องเต้เสด็จมาหา ยามนั้นหงเฮยหลงกับหงเยว่ยังเป็นเพียงเด็กน้อยไม่ประสา จึงร้องไห้หวาดกลัวแทบขาดใจ ฮ่องเต้ต้องรีบมาหาเพื่อปลอบประโลมจิตใจทุกคราไปหลายครั้งที่ฮ่องเต้รู้สึกเกลียดฮองเฮาเข้ากระดูกดำ แต่ทำอันใดไม่ได้มากไปกว่าคอยเจรจาอย่างสันติเพื่อปกป้องบุตรชายหญิงอย่างมีสติ แต่สุดท้ายความอดทนของคนย่อมหมดลง ฮ่องเต้คิดจัดการกับเว่ยฮองเฮาขั้นเด็ดขาดทว่ามิคาด กลับเป็นเว่ยฮองเฮาที่ลอบลงมือก่อน ฮ่องเต้เสียท่าให้ฮองเฮาจนกลายเป็นคนป่วยลุกไม่ขึ้น จากนั้นยังขู่บังคับให้หงเฮยหลงยึดบังลังก์จากพระบิดา ปรารถนาให้เด็กชายผู้หนึ่งเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิดตัวน้อยแน่นอนว่าเขาไม่ยินยอมให้พระมารดาทำเช่นนั้น การหนีและการไล่ล่าจึงเกิดขึ้นหงเฮยหลงได้รับการช่วยเหลือจากอาจารย์แซ่หง และเก็บซ่อนตัวตนจนสำเร็จวิชาสุดยอดจากหุบเขาหมื่นพิ
นอกจากหวงแหนภรรยาอันเป็นที่รัก หงเฮยหลงยังหวงแหนลูกๆ ด้วยเรื่องอันใดเขาจะปล่อยให้ไปไกลตาตามลำพังชายหนุ่มปรึกษาท่านหมอก่อนเดินทางแล้วว่าสามารถพาภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ในระยะนี้ไปด้วยได้ดังนั้น รถม้าบุนวมนุ่มอุ่นจึงถูกจัดเตรียมอย่างดี โดยมีสารถีคือซิ่วเย่ ส่วนผู้คุ้มกันย่อมเป็นเขาเองหงเฮยหลงขี่ม้าคอยติดตามอยู่ด้านข้างรถม้าฝั่งที่หลินเล่อเจินนั่งอยู่“ลูกๆ เล่า ข้าไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วเลย”“กินอิ่มก็เลยนอนหลับกันหมดแล้วเจ้าค่ะ”หลินเล่อเจินเปิดผ้าม่านรถม้ายื่นใบหน้าออกมา มองทิวทัศน์รอบด้านอย่างอารมณ์ดี“ท่านพี่ ตรงนั้นมีน้ำตก”หงเฮยหลงเลิกคิ้ว “อยากลงมาเดินเล่นหรือไม่?”“อืม...”ชายหนุ่มจึงลงจากหลังม้าตรงเข้ามารอรับภรรยา เขาประคองหลินเล่อเจินพลางสั่งซิ่วเย่“เฝ้าคุณชายน้อยทั้งสองให้ดี หากพวกเขาตื่นขึ้นมาก็พาไปหาข้ากับนายหญิงที่น้ำตก”“เจ้าค่ะท่านเจ้าสำนัก”สกุณาขับขานก้องกังวานทั่วพนาผสานเสียงธาราที่ตกกระทบซอกหิน ช่างไพเราะเสนาะโสตอย่างยิ่งหลินเล่อเจินนั่งพักตรงโขดหินริมน้ำตกเย็นใส นางพกขนมถั่วแดงมาด้วยจึงนำออกมาให้สามีลองชิม“อร่อยหรือไม่?”หงเฮยหลงกัดคำหนึ่ง “เจ้าทำเป็นด้ว











