INICIAR SESIÓN"สองสามวันนี้ราคาทุเรียนเริ่มเพิ่มขึ้น มาคราวหน้าราคาคงดีกว่านี้"
"ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ยิ่งดีเลยค่ะ นี่ก็ยังอีกหลายสวนเลยที่เซ็นสัญญาวางมัดจำไว้แล้วยังไม่ได้เข้าไปตัด" "โชคดีที่ปีนี้ราคาทุเรียนสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว ไม่อย่างนั้นชาวสวนบางรายคงได้ร้องโอดโอยกันบ้าง" "จริงค่ะ อย่าว่าแต่ชาวสวนร้องโอดโอย คนซื้ออย่างตรีก็ไม่เหลือ" "ฮ่า ๆ "เสียงหัวเราะดังขึ้นภายในห้องทำงานของลูกสาวเจ้าของล้งที่ราตรีมักจะนำทุเรียนมาขายเป็นประจำทุกปี ทั้งให้ราคาดีและไม่มีการคดโกงตาชั่งสร้างความไว้ใจทำให้ทั้งสองกลายมาเป็นผู้ค้าขายกันอย่างยาวนานตั้งแต่ตอนที่พ่อของเธอเริ่มขายทุเรียนใหม่ ๆ ก๊อก ก๊อก ก๊อก "ของคุณราตรีเสร็จแล้วนะคะ"เลขาคนสนิทถือบิลชั่งน้ำหนักมาให้กับผู้เป็นเจ้านาย ซึ่งด้านหลังก็มีร่างสูงใหญ่ของไม้เดินตามเข้ามา "ตรงกันครับพี่ราตรี"บิลจดน้ำหนักจากไม้ยื่นมาให้กับพี่ราตรี ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของไม้กับเลขาคนสนิทจะเดินออกไป "ถึงเวลาแห่งความตื่นเต้นแล้วล่ะค่ะคุณราตรี" "ค่ะ" ครืด ครืด ครืด เสียงเครื่องนับเงินดังขึ้นติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวมองธนบัตรสีเทาหลายร้อยใบที่ค่อย ๆ ถูกลำเลียงใส่ในกระเป๋าใบใหญ่หลังจากผ่านการถูกนับและมัดเข้าหากันเต็มจำนวนเป็นที่เรียบร้อย "นี่จ้ะ น้ำพักน้ำแรงของผู้หญิงที่ขยัน"กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมที่มีเงินสดบรรจุอยู่ในนั้นถูกวางลงบนโต๊ะทำงานจากลูกสาวเจ้าของล้ง "ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ"ราตรียิ้มออกมาก่อนดึงกระเป๋าใส่เงินมาไว้ข้างเธอ "บางส่วนพี่โอนเข้าบัญชีให้แล้วนะ น่าเสียดายที่ช่วงนี้จำกัดการโอน ตรีเลยต้องแบกเจ้าพวกนั้นกลับบ้านแทน" "ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ทั้งคนงานและคนที่ตรีไปรับซื้อทุเรียนบางคนเขาก็อยากจะได้เงินสดกัน เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้โอนเงินทางธนาคารก็ไม่สามารถไว้ใจได้" "มันก็ใช่ เดี๋ยวนี้ทำอะไรกับทางธนาคารก็ยุ่งยากไปกันหมด"ราตรีพยักหน้าเห็นด้วย "ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ตรีขอตัวกลับก่อนนะคะ" "จ้า เดินทางปลอดภัยนะ" "ค่ะ" ราตรีเดินถือกระเป๋าใบสีดำออกมา ดวงตาของเธอมองลูกน้องที่ยืนรออยู่ข้างรถอย่างมีความหวังด้วยความปลื้มปริ่มในหัวใจก่อนที่เธอจะชูกระเป๋าที่อยู่ในมือให้เหล่าคนงานได้ดู "เย่"รอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเหล่าคนงานทำให้ผู้เป็นนายจ้างหายเหนื่อยไปด้วย รอยยิ้มและเสียงพูดคุยดังขึ้นมาตลอดทั้งเส้นทาง "นี่คือค่าแรงของทุกคนสำหรับเดือนนี้ ตรีบวกโบนัสเพิ่มไปให้แล้วนะ อยู่ในซองเดียวกันทั้งหมดเลย" "ขอบคุณมากครับ" "มาเลยจ้ะ คนแรก ไม้" "ครับ" ราตรียิ้มแย้มให้กับคนงานที่เดินเรียงแถวเข้ามารับเงินเดือนจากเธอโดยมีร่างของสองชายหญิงวัยกลางคนคอยยืนมองดูความสำเร็จของลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความภาคภูมิใจอยู่ไม่ไกล ตึก ตึก ตึก หลังจากที่เหล่าคนงานต่างพากันแยกย้ายกันกลับบ้านไป ร่างสวยของราตรีก็เดินขึ้นมายังบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ในกลางสวนผลไม้ผสมกับสวนยางพาราของเธอที่พ่อแม่เป็นคนสร้างขึ้นมาให้เธอได้รับช่วงต่อไปดูแล "ยังไม่นอนกันอีกเหรอคะ"ราตรีมองเห็นพ่อกับแม่ที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา ตรงหน้ามีจอทีวีขนาดใหญ่เปิดอยู่ ทั้งสองหันมามองร่างของลูกสาวที่นับวันร่างกายแทบจะกลายเป็นร่างของผู้ชายเข้าไปทุกที "ทุกคนกลับไปกันหมดแล้วเหรอลูก" "ค่ะ กลับไปกันหมดแล้ว ว่าแต่พ่อกับแม่ล่ะคะทำไมยังไม่เข้านอนกันอีก นี่มันก็จะสี่ทุ่มแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องรีบตื่นขึ้นไปเปิดร้านอีก" "จะรีบนอนไปไหนล่ะ พรุ่งนี้นอนตื่นสายสักนิดก็คงไม่เป็นอะไร ส่วนเรื่องของพ่อกันแม่แกไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" "ที่บอกให้นอนตื่นสายนี่บอกตัวเองหรือว่าบอกใคร"สายตาของราตรีเหลือบหันไปมองใบหน้าคมเข้มตามแบบคนใต้ของบิดาที่กำลังนั่งมองหน้าจอที่วีแต่เอ่ยปากพูดกับเธอ "ใครอยากนอนตื่นสายก็นอนไป ไม่มีใครว่าอะไรสักหน่อย ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดไม่ใช่หรือไง" "ใครบอกว่าหนูจะหยุด ก่อนกลับมาถึงบ้านแวะซื้อน้ำมันมาละว่าจะตัดหญ้าที่มันขึ้นรกในสวนยางสักหน่อย" "พอเลย ทั้งขึ้นไปตัดทุเรียนบนต้น ทั้งกรีดยาง แล้วยังจะตัดหญ้าอีกเงินก็มีจ้างเขาทำบ้างก็ได้"สายใจพูดกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแอบแฝงด้วยความเป็นห่วง "เงินที่ไหน หนูไม่มี" "ก็เงินที่ได้จากการขายทุเรียนวันนี้ไง เอาไปจ้างคนอื่นมาสิ"ราตรีหันไปมองหน้าของบิดาที่พูดออกมา แม้ว่าวาจาที่ท่านพูดออกมาจะฟังดูห้วยไม่อ่อนหวาน แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงที่มีให้ "ใครบอกว่าเงินพวกนั้นคือเงินหนูล่ะ"ราตรียิ้มออกมา เธอนำเงินที่เหลืออยู่มาวางลงตรงหน้าของบิดากับมารดา "เงินส่วนนี่หนูจะเก็บไว้ไปจ่ายเจ้าของสวนทุเรียนรายอื่น ส่วนเงินก้อนนี้คือกำไรที่ได้จากการขายทุเรียนในรอบนี้หนูให้พ่อกับแม่คนละครึ่ง"ลูกสาวเพียงคนเดียววางเงินก้อนใหญ่สองก้อนลงตรงหน้าของบิดาและมารดา ท่านทั้งสองนั่งนิ่งไม่พูดอะไรแต่นัยน์ดวงตาของทั้งสองกลับแดงก่ำ "พ่อกับแม่เหนื่อยมามากแล้ว ให้หนูได้ทำงานหาเงินมาดูแลพ่อกับแม่บ้าง" "แล้วลูกไม่เก็บเงินนี้ไว้หรือไง"สายใจถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หนูมีเก็บไว้บ้างแล้ว พ่อกับแม่เก็บเงินนี้ไว้เถอะ" "พ่อไม่เอาหรอก ที่ลูกให้เมื่อปีที่แล้วพ่อก็ยังใช้ไม่หมด ถ้าอยากจะให้ก็ให้แม่เอาเก็บไว้"ผู้เป็นพ่อนำเงินไปวางตรงหน้าของผู้เป็นภรรยา "เธอเก็บเงินนี่เอาไว้ ถ้าหากมีอะไรจำเป็นก็ค่อยว่ากัน" "ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นแม่จะเก็บเงินพวกนี้เอาไว้เองนะ ถ้าลูกมีปัญหาเรื่องอะไรก็มาเอาเงินพวกนี้ที่แม่ได้เลย" "..." "เพราะถึงยังไงแม่ก็เก็บเงินพวกนี้ไว้ให้ลูกทั้งหมดนั่นแหละ"ราตรียิ้มออกมาก่อนเธอจะโผเข้ากอดบิดาและมารดาพร้อมกัน "หนูรักพ่อกับแม่นะคะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง" "พ่อกับแม่ก็รักหนู ราตรี" แสงสว่างวาบที่แสดงอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเตียงนอนสีขาวขนาดห้าฟุตดึงดูดความสนใจของราตรีทันทีที่เธอก้าวขาออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จ ร่างสวยที่อยู่ในชุดนอนซึ่งเป็นเพียงเสื้อกล้ามสีขาวเข้ากับกางเกงผ้าลื่นสีเดียวกันค่อย ๆ เดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความที่มีใครบางคนส่งมา รูปเด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มนอนยิ้มแป้นอยู่ในผ้าห่อตัวสีขาวที่นอนอยู่ข้างกายของผู้เป็นแม่บนเตียงคนไข้ของโรงพยาบาลชื่อดัง 'มังกรตัวน้อยลืมตาดูดโลกแล้วนะครับน้าราตรี'ข้อความที่แนบต่อท้ายมาเรียกรอยยิ้มให้เกิดขึ้นบนใบหน้าของราตรี ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนจ้องมองใบหน้าลูกชายที่พึ่งจะคลอดได้ไม่กี่ชั่วโมงของมินตรา ก่อนที่หญิงสาวจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า 'ขอต้อนรับสู่โลกอันแสนสดใสนี้นะครับ ไว้น้าราตรีทำงานเสร็จแล้วจะรีบขึ้นไปหา'ภูผากับราตรีถึงกับต้องหันมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ก่อนทั้งสองจะหันมองไปยังร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของบิดาชายหนุ่มทำให้ทั้งสองต้องขมวดคิ้วเข้าหา"ไม่ต้องมามองหน้าพ่อแบบนั้น นั่งกันก่อนสิ พ่อก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับลูกทั้งสองคนเหมือนกัน"เดิมทีภูผาคิดว่าจะพาราตรีมาบอกเรื่องที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสให้พ่อกับแม่ของเขาได้รับรู้แล้วก็กลับไป ชายหนุ่มหันไปมองหน้าของราตรีอย่างชั่งใจ แต่เมื่อเห็นเธอพยักหน้าให้เขาก็จำยอมพาเธอไปนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ที่ว่างฝั่งตรงข้ามกับบิดามารดา"พ่อมีเรื่องอะไรจะคุยกับเราสองคนอย่างนั้นเหรอ"ศิลาหันไปมองหน้าผู้เป็นภรรยาพลางถอนหายใจออกมา คนเป็นพ่อเองก็รู้สึกอัดอั้นกับความรู้สึกที่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจมาตลอดเวลาหลายปีไม่ต่างกัน"พ่ออยากขอโทษแกกับหนูราตรีเกี่ยวกับเรื่องที่พ่อทำไว้เมื่อหลายปีก่อน"คุณศิลาเงยหน้ามองราตรีด้วยแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกผิด"พ่อขอโทษนะหนูราตรีที่ตอนนั้นพ่อไปพูดกดดันหนูทำให้หนูต้องจำใจทิ้งลูกชายของพ่อไป""...""ตอนนั้นพ่อคิดน้อย คิดว่าการที่แกเป็นลูกของพ่อก็ควรจะต้องได้รับในสิ่งที่ดี ๆ อนาคตที่ดี มีคู่ชีวิตที่ดี"ศิ
ดวงตากลมโตของราตรีก้มมองใบทะเบียนสมรสที่เธอถืออยู่ในมือทั้งของตัวเธอและของสามีหมาด ๆ ที่กำลังนั่งอยู่ประจำตำแหน่งคนขับ ริมฝีปากของภูผายิ้มกว้าง ความรู้สึกดีใจส่งผ่านแววตา ราตรีซ้อนทับใบทะเบียนก่อนจะวางลงบนหน้าขา เธอหันหน้าไปมองชายหนุ่มซึ่งกำลังนั่งขับรถอย่างอารมณ์ดี"ไม่เมื่อยปากบ้างหรือไงคะ ยิ้มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"ราตรีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวสามีหมาด ๆ ของเธอ เพราะตั้งแต่ที่ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่เมื่อวานนั้น ภูผาก็เอาแต่ยิ้มไม่หุบ ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้นเขายังขอเบอร์โทรติดต่อพ่อแม่ของเธอไปอีก ทีแรกเธอคิดว่าจะรอให้บอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเขาก่อน แต่ภูผาก็ไม่ยอม หลังจากที่เขาได้เบอร์โทรพ่อแม่ของเธอไปเขาก็ไม่รอช้ารีบต่อสายหาพ่อแม่ของเธอทันทีเพื่อบอกเรื่องที่น่ายินดีนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ทีแรกเธอก็คิดว่าพ่อกับแม่ของเธอจะดุเรื่องที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษา แต่ทว่าเมื่อท่านทั้งสองรู้ว่าเธอกับภูผาจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยากันแล้ว สิ่งที่พ่อของราตรีเอ่ยขึ้นมาประโยคแรกนั่นก็คือ'เรื่องสินสอด ผาไม่ต้องเป็นห่วงนะ พ่อกับแม่ไม่ยอมให้ลูกเขยของพ่อต้องน้อยหน้าแน่ จะจัดงานแต่งวันไหนเดี๋ยวพ่อก
ราตรียิ้มออกมาเมื่อเรือของสิงหาซึ่งมีลูกน้องของชายหนุ่มเป็นคนขับเข้ามาจอดเทียบท่า เธอหันหน้าไปมองภูผาซึ่งกำลังสิ่งยิ้มมองมาที่เธอ เขารีบลุกขึ้นยืนเมื่อเรือจอดทรงตัวอยู่กับที่ ท่อนแขนแข็งแกร่งไม่ว่าจะผ่านการอุ้มร่างของเธอมากี่ทีราตรีก็รับประกันได้ว่าชายหนุ่มจะไม่มีทางปล่อยให้เธอตกลงไปชายหนุ่มอุ้มร่างของเธอเดินขึ้นบันได โดยมีบอดี้การ์ดของสิงหาเดินหิ้วกระเป๋าสัมภาระเดินตามขึ้นมาก่อนจะมีเสียงเรียกชื่อของราตรีขึ้นมาพร้อมกับร่างสวยของใครบางคนที่เปิดประตูรถเดินลงมาหาเธอ"ราตรี""มิน"ภูผารีบวางร่างของราตรีก่อนเธอจะรีบเดินปรี่เข้าหาไปมินตราที่กำลังเดินส่งยิ้มมาด้วยความดีใจสายตาของสิงหาและภูผามองร่างของหญิงสาวยืนกอดกันด้วยความคิดถึง ทั้งสองยืนสบตากันโดยไม่พูดอะไร แค่เพียงได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสองที่ได้ไปปรับความเข้าใจกันบนเกาะส่วนตัว เพียงเท่านี้สิงหาและมินตราก็รู้ได้ทันทีถึงความสัมพันธ์ที่ดีงามของทั้งคู่ที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง"เป็นยังไงบ้าง เดินทางเหนื่อยไหม""ไม่ต้องมาพูดเลย เพราะใครกันล่ะ ตอนนั้นฉันตกใจแทบแย่""แฮ่ ก็คนมันอยากให้เธอได้ปรับความเข้าใจกันนี่ ขอโทษนะที่ทำอะไรแบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตลอดหนึ่งอาทิตย์เต็มที่ภูผาและราตรีได้ใช้ชีวิตอยู่บนเกาะส่วนตัวของสิงหา นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อทั้งสองได้กลับมาเริ่มความสัมพันธ์รักครั้งใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้ตลอดเวลาห้าปีที่ทั้งคู่ไม่ได้เจอกัน แต่เวลาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะลบเลือนความรักออกจากหัวใจของทั้งสองคนได้คลื่น ซ่าร่างสวยในชุดว่ายน้ำสีดำดูเซ็กซี่เดินเลียบชายหาด ฟังเสียงคลื่นซัดเข้าหาชายฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า สายลมเย็นหอบพัดผ่านเอากลิ่นอายของความเค็มจากน้ำทะเลพัดเข้าหาปะทะผิวกาย สายตาของราตรีจ้องมองดวงตะวันที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสีนวลทองที่อยู่ตรงหน้าตัดกับผิวน้ำทะเลสีครามมันช่างดูสวยงามทำให้เธอหลุดเผยรอยยิ้มออกมา ร่างสูงใหญ่ของภูผาที่พึ่งตื่นจากนอน ตอนนี้บนร่างกายของเขาสวมแค่เพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวแผ่นอกเปลือยเดินตรงดิ่งมาหาหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองวิวทะเลตรงหน้า พร้อมอ้าแขนทั้งสองข้างที่กอดรัดร่างสวยในชุดว่ายน้ำมาจากทางด้านหลัง คำถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นนั้นมันกลับทำให้หัวใจของราตรีกระเพื่อมไหวขึ้นมาพรึ่บ"ตื่นก่อนแล้วทำไมไม่ปลุกผาล่ะ""ตรีเห็นว่าผากำลังนอนหลับส
ริมฝีปากสั่นระริกของภูผาเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา เปลือกตาทั้งสองข้างหลับพริ้มเมื่อริมฝีปากของราตรีอ้าออกกว้างครอบครองลำกายของเขาเข้าไปเกือบถึงครึ่งลำ มือเล็กของเธอขยับขึ้นลงเป็นจังหวะพร้อมกับริมฝีปาก ปลายลิ้นเล็กสัมผัสผิวหนังห่อหุ้มลำกายทำให้ชายหนุ่มถึงกับหายใจติดขัดแผล็บ แผล็บ แผล็บ"อืม"ราตรีเหลือบสายตาเงยมองพลางยกยิ้มตรงมุมปาก ปลายลิ้นของเธอวนเลียส่วนหัววนไปมาก่อนจะลากลงต่ำไปถึงลำโคน ริมฝีปากที่มีคราบน้ำลายติดอยู่ดูดเลยพวกไข่ทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนมันกดเกร็งลำกายที่ขายใหญ่อยู่ในอุ้มมืออุ่นร้อนกระตุกหงึกเป็นจังหวะ"ไอติมแท่งนี้ อร่อยจัง"ลำกายที่เต็มไปด้วยคราบน้ำลายถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของราตรีอีกครั้ง พลางขยับศีรษะขึ้นลงเป็นจังหวะดูดเลียจนโพรงแก้มทั้งสองข้างตอบเข้าหา จนชายหนุ่มต้องยื่นฝ่ามือมาจับศีรษะออกแรงใช้มือขยุมเส้นผมของราตรีที่กำลังดูเลียแก่นกายของชายหนุ่มอย่างเมามันอ๊อก อ๊อก อ๊อก"ฮ๊าส์ เมียจ๋า โอ้ว"ชายหนุ่มเปล่งเสียงครางออกมา ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้ภูผาเผลอขยับสะโพกกระแทกแก่นกายเข้าใส่ในโพรงปากของหญิงสาวอย่างลืมตัว ทำให้ส่วนหัวบานหยักกระแทกเข้าไปจนเกือบจะถึงลิ้นไก่ แต่ก
ลมหายใจหอบถี่ถูกปล่อยออกมาผ่านทางริมฝีปากของราตรี ทันทีเมื่อแก่นกายของชายหนุ่มกดแทรกเข้ามาในช่องทางรักของเธอนั้นจนสุดโคนความยาวใหญ่ มือเรียวทั้งสองข้างจับท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ เธอพยายามผ่อนคลายร่างกายของตัวเองแม้ว่าตรงจุดเชื่อมต่อมันจะยังคับแน่นมากอยู่ก็ตาม"ตอดดีเป็นบ้า กว่าผาจะเข้าไปได้หมด"ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นมาสายตามองแก่นกายของตัวเองที่แทรกเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวจนสุดความยาว เขาเอื้อมมือไปปิดก๊อกน้ำให้หยุดไหล สายตาคมมองเรือนกายเย้ายวนของหญิงสาวที่มีหยดน้ำเกาะอยู่พลางกลืนน้ำลายหอบหายใจถี่ "ไหวไหม เจ็บหรือเปล่า""อือ ไหว ไม่เจ็บแต่มันแน่นไปหมด"ราตรีตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่ว สายตาซุกซนกวาดมองร่างกายสูงใหญ่ของอีกฝ่าย บริเวณหน้าท้องมีลอนงามหกลูกเรียงรายเป็นลอนสวย ร่างกายบึกบึนของคนที่ชอบออกกำลังกายทำให้ใบหน้าของราตรีแดงซ่านขึ้นมาภูผาไล่สายตามองตามสายตาของเธอ ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มตรงมุมปากออกมา เขาปล่อยท่อนขาวางเท้าของเธอที่เกี่ยวไว้ลงยืนกับพื้น ราตรีที่รู้ดีรีบเอนแผ่นหลังส่วนด้านบนพิงกับกำแพง แอ่นท่อนล่างด้านหน้าเข้าหาชายหนุ่มที่เริ่มจะขยับเอวสอบกระแทกเข้าหาเป็นจังหวะ ฝ่า







