Home / รักโบราณ / เสน่าอี้จีฝึกหัด / ตอนที่6กลายเป็นคนผิด

Share

ตอนที่6กลายเป็นคนผิด

last update publish date: 2026-03-16 17:48:20

เฟิ่งหลิวแสร้งทำท่าทีนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านทั้งที่รู้ดีว่าอยู่ในห้องสองต่อสองถึงตะโกนไปพวกข้างนอกก็คนของเขาจะเข้ามาช่วยไหม

จากที่ดูหมิงซื่อทรงอำนาจไม่น้อยเป็นถึงฮ่องเต้ ตวาดทีเดียวรับรองพวกนั้นกลัวหัวหด

ล้มตัวลงนอนตะแคงไม่หันไปมองคนที่นอนบนแท่นบรรทม

เสียงหายใจดังสม่ำเสมอแสดงว่าอีกคนหลับไปแล้ว

นอนคิดถึงพรุ่งนี้ จะทำอย่างไรดี ครอบครัวของเฟิ่งหลิวได้เงินมากมายนั่นหรือยังหนอ แล้วจะหนีไปอย่างไรตอนนี้อยู่แห่งใดกัน เฮ้อนอนเอาแรงดีกว่า เพื่อพรุ่งนี้สมองจะได้ปลอดโปร่งหาทางเอาตัวรอดได้อย่างมีสติ สติเท่านั้นที่จะช่วยได้

...เช้าสดใส...

เสียงทหารเซ็งแซ่เหมือนกำลังจะไปรบ ต่างช่วยกันเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทาง เฟิ่งหลิวงัวเงียตื่นจากที่นอนสายแล้วนี่ ต้องไปทำงานลุกพรวดพลาด ปัดกวาดเช็ดถูหอคณิกา เหมือนในทุกเช้าที่ต้องทำงานหนักพวกนี้ แต่พอหันไปอีกทาง

ต้องยกมือปิดตา เมื่ออีกคนยืนโป๊ให้เสี่ยวหานขันทีข้างกาย แต่งองค์ให้อยู่ ยืนกางมือเกือบเปลือยอยู่ตรงนั้นแบบไม่สะทกสะท้านใดใด

"ว้าย"เผลอร้องด้วยความตกใจหน้าแก้มแดงถึงใบหู

 “ไร้มารยาท "เสียงเกือบจะกลายเป็นตวาด

ทำไมต้องดุด้วย เฟิ่งหลิวเสียอีกต้องมาเจออะไรแบบนี้ทั้งๆ ที่ยังเป็นสาวเป็นแส้

“เห็นที่คงต้องทิ้งไว้เสียที่นี่พากลับวังหลวงไม่ได้แน่” ส่ายหน้าไปมา

“ใครอยากไป ข้าแค่มาขัดตาทัพอย่างที่ท่านว่าเป็นตาย หาสนใจไม่”

อยากจะบอกว่าครอบครัวมีเงินใช้สอยสบายแล้ว จะเป็นตายร้ายดีหาสนใจไม่ หมิงซื่อสะบัดเสื้อออกจากตัวอกแน่นด้วยมัดกล้าม คว้าข้อมืออย่างวางอำนาจ แววตาดุดันเสี่ยวหานคุกเข่าพรึบพรับ

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครเจ้ามาทำเรื่องวุ่นวายแล้วจะตายง่ายๆ อย่างนี้ได้หรือ จนกว่าจะถึงวังหลวง ต้องอยู่ไม่สู้ตายอย่างนี้”

อะไรของเขาใจคอจะพาเฟิ่งหลิวกลับวังหลวงของแคว้นใต้จริงๆ หรือไหนว่าจะตัดสินโทษ ไหนว่าจะไต่สวน

“ไหนว่าจะไต่สวน” เสี่ยวหาน ขยิบตาให้เฟิ่งหลิวเหมือนจะบอกว่าอย่ายั่วโมโหอีก

“จนกว่า จะพบองค์หญิง เจ้าจึงจะถูกม้าแยกร่าง ระหว่างนี้ห้ามใครแพร่งพรายเรื่ององค์หญิงหายตัวไป” กลัวเสียหน้าไม่กล้าบอกใครว่าหญิงที่หมายปองหนีไป

“ส่วนเจ้ามานี่” ดึงร่างบางเข้าปะทะกับอกกว้างเปลือยเปล่า

“ปล่อยนะ คนอะไรเผด็จการสิ้นดี” เฟิ่งหลิวเชิดหน้าสูงขึ้น ความทะนงตนไม่รู้มาจากไหนในตอนนี้

"อย่าได้คิดว่าจะได้อยู่อย่างสบาย"

พูดด้วยน้ำเสียงวางอำนาจเต็มที่

ผลักเฟิ่งหลิวลงไปกองกับพื้น เฟิ่งหลิวกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้น แต่กลับทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยข้อเท้าพลิก

"โอ้ย"คลำที่เท้าใบหน้าเหยเก

"เจ้านี่เหมาะ อยู่ในหอนางโลมอย่างยิ่ง ร้อยเล่ห์มารยา"น้ำเสียงยังคงดูถูกดูแคลน

เฟิ่งหลิวสมัครใจเข้าไปอยู่ในหอนางโลม แลกเงินเพียงน้อยนิดเพราะทนเห็นครอบครัวอดอยากไม่ได้แต่เข้ามายังไม่ทันทำงานแรกสำเร็จลุล่วง ก็ต้องมาเจออะไรแบบนี้สวรรค์หนอสวรรค์

เสี่ยวหานรีบมาพยุงด้วยเห็นว่าเฟิ่งหลิวทำสีหน้าเหยเก แสดงความเจ็บปวด

"เสี่ยวหานท่านแม่ทัพกลับมาหรือยัง" ทำเป็นไม่สนใจเปลี่ยนเรื่องพูด ไม่สนใจว่าเฟิ่งหลิวเจ็บอยู่

"ทูลฝ่าบาท จนกระทั่งป่านนี้ ท่านแม่ทัพยังไม่กลับมา"

หมิงซื่อถอนใจ องค์หญิงสิบสี่คนนี้ท่าทียโสทว่าใบหน้างดงามเกินคำบรรยาย เมื่อเขาส่งราชสานส์มาขอเชื่อมสัมพันธ์ ต้องการให้นางไปเป็นฮองเฮากลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย อีกทั้งยังตรึงกำลังตามแนวชายแดนเกณฑ์ไพร่พลกลับเข้าในเขตแดนห้ามทำการค้าขายแลกเปลี่ยน 

ทำไมรังเกียจเขานัก ทั้งๆ ที่เขาเองก็ได้รับการขนานนามว่ารูปโฉมงดงามและเก่งกาจในการทำศึกอีกทั้งยังไม่ได้แต่งตั้งฮองเฮา

ในครั้งแรกที่เห็นภาพวาดที่ถูกส่งมา หมิงซื่อครุ่นคิดตลอดเวลาว่าจะทำเช่นไรให้ได้องค์หญิงสิบสี่อิงเผยมาครอบครอง

...หลงรูป..นางเข้าแล้ว

หลานซานเข้ามาอีกคน

"ส่งม้าเร็วตามท่านแม่ทัพให้ยุติการค้นหาองค์หญิง"เสี่ยวหานขมวดคิ้ว

"ฝ่าบาท สิ่งที่ทำไปทั้งหมดจะเสียเปล่า ทั้งยกทัพมาตีแคว้นเหนือทั้งสูญเสียกำลังพลไปมากมาย"

หลานซานยกมือเขกหัวเสี่ยวหานดังโป้ก

"ฝ่าบาทเสี่ยวหาน พูดมากอย่าทรงถือสา"เสี่ยวหานเกาหัวแกรกๆ

"จริงอย่างเสี่ยวหานพูดมา ข้าแพ้แล้วแพ้ให้กับหญิงงามเพียงคนเดียว"น้ำเสียงเศร้าสร้อย แว๊บหนึ่งเฟิ่งหลิวกลับรู้สึกว่าโลกทั้งโลกกำลังจะแหลกสลาย

"ฝ่าบาทอย่าทรงกังวลองค์หญิงสิบสี่ ต้องมีสักวันที่เห็นความจริงใจของฝ่าบาท"หันมาที่เฟิ่งหลิว เฟิ่งหลิวขยับตัวหนีรู้ได้ทันทีภัยกำลังจะมาถึงตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่42ต่อไปนี้

    “ตราบนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าหมิงซื่อจะไม่มีทางปล่อยมือจากเจ้า”มืออบอุ่นกุมมือของเฟิ่งหลิวไว้แน่น อ้อมกอดแข็งแรงประคองร่างบางแนบชิดราวกับกลัวว่านางจะเลือนหายไปอีกครั้ง“ข้ารักเจ้าเฟิ่งหลิว”ดวงหน้าใสยิ้มกว้าง ซุกหน้าลงบนอกกว้างอย่างอ่อนโยน“ขอเวลาข้าสะสางเรื่องวุ่นวายให้ผ่านพ้นอีกไม่นาน”“ทุกอย่างล้วนเป็นสวรรค์กำหนด”หมิงซื่อยกมือขึ้นลูบแก้มนุ่มเบาๆ“มีเพียงข้าเท่านั้นที่กำหนดเฟิ่งหลิว เจ้าและข้าที่กำหนดทุกอย่างด้วยตัวเอง หากจะเป็นสวรรค์จริงๆ ข้าก็พร้อมฟันฝ่าเพื่อให้ได้เคียงข้างเจ้า”ใจสองดวงบัดนี้คล้ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว...วังหลวงหมิงซื่อกระโดดลงจากหลังม้า ก่อนจะส่งมือให้เฟิ่งหลิวที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหน้า ร่างบางถูกอุ้มลงมาอย่างทะนุถนอม อ้อมแขนของฮ่องเต้ยังคงโอบรอบเอวบางไว้ไม่ห่างอวิ้นกุ้ยเหลือบตามอง ก่อนประสานมือคารวะ“ฝ่าบาท ลู่ตั๋วและลู่กังหลบหนีไปได้ ส่วนทัพแคว้นเหนือบางส่วนหลบหนี บางส่วนถูกควบคุมตัวเรียบร้อยแล้ว รอเพียงบัญชาของฝ่าบาทว่าจะจัดการเช่นไร”ยังไม่ทันที่หมิงซื่อจะเอ่ยตอบ อิงเผยก็รีบวิ่งเข้ามา ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยความยินดี“ฝ่าบาท...”หมิงซื่อปรายตามองนิ่ง“อ

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่41ได้โปรด

    เฟิ่งหลิว ปาดหยาดน้ำตาอาดูรทิ้งไปใบหน้าซีดขาวสะท้อนความเจ็บปวดที่ยากจะกลบเกลื่อน หมิงซื่อกอดร่างของหยิ่วเย่วแนบอกแน่นราวไม่ยอมปล่อย แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันกลับมาแล้วลู่กัง ดึงตัวลู่ตั๋ว ออกจากตรงนั้นทันทีเช่นกันเมื่อรู้ว่าหยิ่วเย่ว หมดลมหายใจแล้ว อวิ้นกุ้ยสะอึกหมายจะตามไปหมิงซื่อโบกมือห้าม“ปล่อยพวกเขาไป”เฟิ่งหลิว ยืนนิ่งน้ำตายังไหลอาบแก้ม สงสารหยิ่วเย่วจับใจ"ปล่อยพวกเขาไปนะ"เสียงนั้นต่ำและนิ่ง แต่แฝงความเหนื่อยล้าหมิงซื่อลุกขึ้นทันที ก่อนจะคว้าข้อมือบางของเฟิ่งหลิวแน่น"ฝ่าบาทปล่อยเฟิ่งหลิวเดี๋ยวนี้"แต่คำพูดนั้นไร้ผล ร่างบางถูกดึงขึ้นหลังม้าในพริบตาม้าพุ่งทะยานออกไปจากตรงนั้นทันทีสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นหลิว ใบเขียวอ่อนลู่ลมไหวงดงามราวภาพวาด แต่บรรยากาศกลับเงียบงัน ม้าที่ควบมาด้วยความเร็วสูงกลับถูกกระตุกบังเหียนให้เหยาะย่างไม่มีคำพูดใดใดหลุดออกมาจากปากคนทั้งสอง มีแต่เพียงความคิดเท่านั้นที่แล่นวนอยู่ในหัวเฟิ่งหลิวก้มหน้า นางคิดว่าหมิงซื่อคงเสียใจไม่น้อยกับการจากไปของหยิ่วเย่ว ความเงียบของเขาทำให้นางยิ่งสงสาร แต่หมิงซื่อกลับคิดอีกแบบเขาคิดว่านางกำลังเสียใจที่ถูกเขาชิงตัวก

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่40ความเจ็บปวดของใครกัน2

    อิงเผยเดินนวยนาดจากไป หยิ่วเย่วลุกขึ้นเขย่าลูกกรงประตูไปมาเป็นห่วงทั้งลู่ตั๋วลู่กัง เฟิ่งหลิวและพรรคพวกที่ไม่อาจไหวตัวทันอาจ ต้องมาสังเวยชีวิตเพราะทัพของแคว้นเหนือที่มาสมทบหรืออาจจะต้องตายเพราะเงื้อมมือของหมิงซื่อในยามที่เขาโกรธหยิ่วเย่วรู้ดีว่าไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งเขาได้ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า ทัพของหมิงซื่อกำลังพลนับหมื่นยืนม้าคอยอยู่ที่หน้าวังหลวง หมิงซื่อควบม้ามายืนตรงหน้าถัดมาเป็นอวิ้นกุ้ยหมิงซื่อชูดาบขึ้นสุดแขน“เดินทัพ ชิงตัวองค์หญิงเฟิ่งหลิว”เสียงโห่ร้องอื้ออึง เสียงฝีเท้าม้ากระโจนไปสู่ที่หมายข้างในนั้นเสี่ยวหาน เปิดกรงขังให้หยิ่วเย่วตามบัญชาของหมิงซื่อ“พระสนม ท่านไปเสียฝ่าบาทไม่อยากทำร้ายท่าน หากฝ่าบาทกลับมาเกรงว่าจะเห็นท่านอยู่แล้วจะอดใจไม่ลงโทษท่านไม่ได้ ก่อนไปจึงบอกให้ปล่อยท่านไปเสีย”หยิ่วเย่วน้ำตารื้นขอบตา เสี่ยวหานส่งบังเหียนม้าให้“เสี่ยวหาน เจ้าดีกับข้าไม่น้อย ข้าชาตินี้เป็นคนของฝ่าบาทชาติหน้าก็ยังเป็นคนของฝ่าบาท ลาก่อน”เสี่ยวหานโบกมืออำลา หยิ่วเย่วควบม้าออกจากตัววัง แต่พอพ้นจากประตูวังกลับเปลี่ยนทิศทางไปตามทางที่เคยเป็นที่ซ่องสุ่มของพวกฝ่ายซ้ายกองทหารของหมิงซื่

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่39ความเจ็บปวดของใครกัน

    ก่อนหน้านั้น “หมิงหยวนมิใช่ผู้ที่ไว้ใจได้ความสามารถโดดเด่นเกินกว่า จะอยู่ในตำแหน่งต้าหวางได้เนิ่นนาน คาดว่าไม่นานอาจคิดการใหญ่”เฉินจงเต๋อพูดขึ้นกับลู่ตั๋วในค่ำคืนหนึ่ง “ฝ่าบาทหมิงหยวนกับข้านับถือเป็นพี่น้อง เรื่องราวของเขาก็เหมือนเรื่องราวของลู่ตั๋ว ข้าพระองค์ตักเตือนเขาจะดีไหม” เฉินจงเต๋อส่ายหน้า “ไม่มีผลหากเขาตกลงใจที่จะทำมันแล้ว หมิงหยวนแม้ไม่เคยแข็งข้อแต่หลายอย่างในตัวเขาไม่เหมาะกับการเป็นผู้ตาม”ลู่ตั๋วถอนหายใจ ตระกูลลู่ถูกสังหาร รวมกันห้าสิบหกศพรวมทั้งมารดาของลู่กัง เช่นนั้นแล้วความแค้นเคืองทั้งหมดของผู้ใดกัน หากไม่ใช่ของเขาและลู่ตั๋วที่ในตอนนั้นตั้งใจอารักขาเฉินจงเต๋อแต่ต้องรีบกลับมายังตระกูลลู่แล้วพบว่า ไม่มีใครรอดชีวิตนอกจากลู่กังที่พ่อบ้านนำตัวไปปะปนอยู่กับบรรดาขอทานข้างถนน และในตอนนั้นเองที่ลู่ตั๋วรับ หยิ่วเย่วและหลานซานมาเป็นลูกบุญธรรมเลี้ยงดู เสมือนลูกเพื่อรอวันทวงคืน แล้วยังจะความรู้สึกผิดที่ไม่อาจอารักขาเฉินจงเต๋อปล่อยให้ถูกสังหารง่ายดายหมิงซื่อนอนหนุนตักไทเฮาเหมือนเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ไม่ใช่ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ไทเฮาลูบหลังเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยน“ไม่ใช่ความผิดของลูก”ห

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่38บทลงเอยของใครกัน

    ลู่กังนั่งนิ่งอยู่บนระเบียงไม้ ดวงตาหม่นเศร้าทอดมองออกไปยังความมืดไกลสุดสายตา ลมกลางคืนพัดชายอาภรณ์ให้พลิ้วไหว แต่กลับไม่อาจพัดพาความหนักอึ้งในใจเขาให้เบาบางลงได้เลยแสงจันทร์ซีดจางตกกระทบใบหน้าคมสันของเขา เผยให้เห็นแววตาที่อ่อนล้า ราวกับคนที่เพิ่งสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญยิ่ง“เสี่ยวกัง”เสียงทุ้มของลู่ตั๋วดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง ลู่กังหันไปมองก่อนจะลุกขึ้นเล็กน้อย“ท่านพ่อ”ลู่ตั๋วเดินเข้ามาช้าๆ แล้วหย่อนกายนั่งลงข้างบุตรชาย ดวงตาของชายชราสงบนิ่งแต่แฝงความเข้าใจในความรู้สึกของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง“หลายสิ่งที่เราคาดหวัง มักไม่เป็นอย่างที่หวัง เลิกเศร้าโศกเสียทีเถิด คนเราแม้ได้ทุกอย่างที่ต้องการ ก็ยังต้องมีบางอย่างที่ต้องผิดหวัง”ลู่กังหัวเราะเบาๆ เป็นรอยยิ้มที่เศร้าจนเจ็บปวด“หลานซานแต่เดิมเป็นคนที่มีน้ำใจมาก ชั่วชีวิตเขาไม่เคยพบความสุขสมเลยสักครั้ง แต่ก่อนตายเขากลับเพียงเอ่ยว่าต้องการหยุดอยู่ที่ใครบางคน”เสียงของลู่กังแผ่วลงเมื่อเอ่ยถึงคนที่จากไป“ตอนนั้นลูกคิดว่าเขาเพียงพูดเล่น แต่ตอนนี้ลูกเข้าใจแล้ว...นั่นคือคำสั่งลา”ลู่ตั๋วทอดถอนใจยาว“ที่ผ่านมา หลานซานช่วยเรามามาก พ่อตั้งใจรับศพเขา

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่37แย่งชิง

    “เป็นข้าที่พานางกลับมาที่นี่ ใช่ไหม”หมิงซื่อนั่งนิ่งอยู่ริมเตียง สองมือกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นชัดเจน เสียงแหบราวกับถามตัวเองมากกว่าถามผู้ใด แววตาที่เคยหนักแน่นบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสน ไทเฮามองบุตรชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบช้าๆ“ไม่ใช่ลูกหมิงซื่อ แต่เป็นสวรรค์ ที่ต้องการให้นางกลับมานางควรมาและสวรรค์แค่พานางมา”หมิงซื่อเหม่อมองออกไปไกลนอกหน้าต่าง ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ ในใจเขายุ่งเหยิงเกินกว่าจะจับต้นชนปลายได้ หากเป็นสวรรค์จริง เหตุใดสวรรค์จึงต้องเล่นตลกกับเขาเช่นนี้ ให้เขาได้พบหญิงที่รักที่สุด แล้วกลับบอกว่านางคือคนที่ควรเกลียดชังเขามากที่สุด...ตำหนักฮ่องเต้...หยิ่วเย่วยืนรออยู่หน้าตำหนักมานานเกือบสามชั่วยามแล้ว นางยืนนิ่งใต้แสงโคมที่ริบหรี่ แม้ลมกลางคืนจะหนาวเพียงใด นางก็ยังไม่ขยับไปไหนในที่สุดหมิงซื่อก็เดินกลับมาแต่ไม่ใช่หมิงซื่อที่สงบนิ่งเช่นทุกวัน หากเป็นหมิงซื่อที่เมามายจนแทบยืนไม่อยู่ เสี่ยวหานรีบประคองเขาไว้ แต่หมิงซื่อกลับสะบัดแขนออกอย่างแรง“ฝ่าบาท ระวังเพคะ”หยิ่วเย่วรีบก้าวเข้าไปช่วยพยุงอีกด้าน แต่ยังไม่ทันแตะตัว เขาก็สะบัดมือออกทันทีหมิงซื่อเดินโซเซเข้าไปในห้อง

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่11แคว้นใต้

    ...ใกล้จะถึงแคว้นใต้แล้ว …..องค์หญิงสิบสี่อิงเผยในอาภรณ์แบบชาวบ้านธรรมดา เดินอยู่บนทางทอดยาวสู่ตัวเมืองหลวง ปาดเหงื่อที่ไหลรินพร้อมกับความหิวที่เพิ่มขึ้นในยามสาย เสียงตะโกนดังลั่นมาแต่ไกล"หลบไปหลบไป ..ฝ่าบาทยกทัพกลับมาแล้ว...วววว"ชาวบ้านที่เดินอยู่พากันแหวกช่องตรงกลาง แล้วนั่งคุกเข่าก้มหน้า"ฮ่อง

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่10อ่อนแอ

    "ปล่อยข้านะ ปล่อยเดี๋ยวนี้"คนข้างหน้าจู่โจมเข้าใส่ กดร่างบางให้นอนราบกับพื้นเฟิ่งหลิวทั้งถีบทั้งกัด"ช่วยด้วย อุ๊ป.."ปากบางโดนรวบปิดจนแน่นหมดหนทางต่อสู้ดิ้นรน ส่งเสียงอู้อี้ด่าทออาภรณ์ถูกเลิกขึ้นสูงขาเรียวถูกตรึงไว้เฟิ่งหลิวยังคงดิ้น อีกคนจับไหล่อีกคนคร่อมร่างไว้ ดิ้นรนจนหมดเรี่ยวแรงกลัวจนแทบสิ้นส

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่2 อี้จี

    เสียงใสปานกระดิ่งทองตามแบบที่ถูกฝึกมาให้ดัดเสียงจีบปากจีบคอพูดให้อ่อนหวานไพเราะ“เพลงพิณของเจ้าไพเราะสะดุดหู อีกทั้งเมื่อพบหน้าข้าก็อยากจะขอเป็นแขกประจำของที่นี่เสียแล้ว นี่คือเงินสำหรับเจ้าข้ามัดจำเวลาค่ำคืนของที่นี่เพื่อให้ได้พบเจ้า” เหล่าพี่สาวต่างยิ้มดีอกดีใจ เฟิ่งหลิวทำได้ในครั้งแรกและทำได้ดี

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่ี1งานแรก

    เฟิ่งหลิวสาวน้อยรูปร่างหน้าตาต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วไปผิวเนื้อผุดผาดขาวราวหยกขาวต้องแสง ปากคอคิ้วคางดุจงานสรรค์สร้างจากปลายพู่กันของจิตรกรเอก แต่รูปร่างเล็กเหมือนหญิงชาวบ้านที่อดยากขาดแคลนอาหารดีๆ หากพินิจให้ดีเสียหน่อย เฟิ่งหลิวนับว่าโดดเด่นไม่น้อยแต่ใบหน้ากลับขะมุกขะมอมด้วยความทุกข์เข็ญ หอบห่อผ้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status