分享

บทที่ 7

last update publish date: 2026-07-23 06:42:09

ผ่านไปครึ่งชั่วยามรถม้าจอดอีกครั้ง ครั้งนี้มีสตรีวัยกลางคนและบุตรสาวขึ้นรถม้ามา ฉีเฟิงเยี่ยนลงไปขี่ม้าแทน เขารอบคอบมากที่หาสาวใช้มาเพื่อปรนนิบัตินาง ด้วยบางเรื่องเขาก็ไม่อาจช่วยนางได้ เช่น...การปลดทุกข์

ท่านป้าหลี่กับหลี่จูผู้เป็นบุตรสาวถูกว่าจ้างให้ช่วยดูแลเสวียนเหยาจนกว่าจะถึงเมืองหลวง ทั้งสองดูแลหญิงสาวดีมากจนแทบจะเรียกได้ว่ายุงไม่กล้าไต่ไรไม่กล้าตอม ถึงอย่างนั้นช่วงเวลาดื่มยาชายหนุ่มก็ยังเข้ามาดูแลด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้ผู้ใดเป็นผู้ป้อนยาเสวียนเหยาเด็ดขาด

สามวันถัดมาในช่วงสายในที่สุดขบวนรถม้าก็ผ่านเข้าสู่ประตูเมืองหลวง ระหว่างกำลังจะกลับไปยังจวนแม่ทัพฉีองครักษ์ผู้หนึ่งกลับมาถ่ายทอดรับสั่งให้ฉีเฟิงเยี่ยนไปเข้าเฝ้า

ทว่า... “ข้าต้องไปส่งคนกลับเรือนก่อน ทูลองค์ชายเก้าว่าข้าจะไปเข้าเฝ้าทันทีที่ส่งนางถึงเรือน”

เขา...ถึงกับขัดรับสั่งองค์ชายเพื่อส่งนางเข้าจวน?! องค์ชายเก้า? อา...นางตกลงไปในกับดักของฉีเฟิงเยี่ยนตั้งแต่แรกสินะ

จวนแม่ทัพฉียิ่งใหญ่โอ่อ่าผู้คนก้มศีรษะค้อมกายเมื่อชายหนุ่มเดินผ่าน เสวียนเหยาถูกห่อด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำ ใบหน้าถูกปิดเอาไว้กว่าครึ่งขณะลอบมองบ่าวไพร่ในจวน เสียงกระซิบดังแว่วให้ได้ยินถึงการมาของนาง ทุกคนล้วนสงสัยว่านางเป็นใคร เหตุใดฉีเฟิงเยี่ยนจึงพากลับจวนมาด้วยตัวเอง

“ข้าให้คนตามหมอมาแล้ว ท่านพักผ่อนดีๆ อย่าออกไปข้างนอก ข้ารับรองว่าจะไม่มีใครเข้ามารบกวนท่านที่นี่”

นางไม่ตอบเพียงหลับตานอนนิ่งๆ จากนั้นฟังเสียงฝีเท้าของเขาเดินออกไปพร้อมกำชับสาวใช้ว่าไม่ให้ใครเข้ามารบกวน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังถึงกับให้คนสนิทเฝ้าอยู่ด้านนอก ไม่อนุญาตให้ผู้ใดนอกจากท่านหมอเข้ามาในห้อง

ทุกอย่างเงียบงันลงแล้วเสวียนเหยาจึงลืมตาขึ้น นางนอนมาตลอดทางจนไม่รู้สึกง่วง ดังนั้นจึงค่อยๆ ขยับลุกแล้วนั่งพิงหัวเตียง อกด้านขวายังเจ็บอยู่แต่ก็นับว่าอาการของนางดีขึ้นมากแล้ว

ห้องกว้างขวางมีฉากกั้นลายพยัคฆ์คำรามวางที่หน้าเตียง กลิ่นกำยานและกลิ่นชาหอมอ่อนๆ บ่งบอกว่านี่เป็นห้องของบุรุษ

ชั้นตำราวางเรียงรายห่างออกไปด้านซ้ายมือ มีโต๊ะเขียนหนังสือที่มีชั้นแขวนพู่กันเล็กๆ

ด้านขวามีที่นั่งวางด้วยเบาะหนานุ่ม ห้องนอนกว้างๆ แต่กลับเต็มไปด้วยข้าวของที่สามารถหยิบจับในทันที เห็นชัดว่าฉีเฟิงเยี่ยนเป็นคนที่ค่อนข้างเรียบง่ายไม่ชอบความซับซ้อน

ตอนหญิงสาวลุกขึ้นจากนั้นก้าวเดินไปยังชั้นตำรา นางสะดุดตาเพราะภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนัง ...ภาพเหมือนที่คล้ายถูกวาดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว กระดาษเซวียนจื่ออย่างดีเริ่มมีรอยยับ รอยขาด สีเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ภาพเหมือนของนางที่กำลังดีดพิณอยู่ในสวนดอกเหมย

มีคนผู้หนึ่งที่รู้จักนางดีจนถึงขั้นสามารถวาดภาพนางออกมาได้เหมือนขนาดนี้ ทั้งยังเป็นผู้ที่นางเคยไว้ใจมากที่สุด สตรีที่นางเคยนับถือเป็นพี่น้อง ...ผู้ถือครองพัดวารี หนิงเหอ

ฉีเฟิงเยี่ยนมีภาพวาดของนางในมือ? เช่นนั้นจะตามหานางก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเหตุใดจึงต้องใช้เล่ห์กลโดยแอบอ้างว่าองค์ชายเก้าตามหาผู้ครอบครองหยกอันอวี่

หรือ...เขาเพียงอยากล่อนางมาติดกับ ไม่ได้อยากให้นางถูกผู้อื่นจับตัวกลับมา?

ด้านนอกมีเสียงคล้ายคนกำลังทะเลาะกัน เสียงฝีเท้าวุ่นวายและเสียงตะโกนด่าทอ เสวียนเหยาก้าวไปด้านขวาของห้องซึ่งมีเบาะหนานุ่มจากนั้นนั่งลงรินชาขึ้นจิบ จากที่ได้ยินฉีเฟิงเยี่ยนกำชับก่อนไป นางก็มั่นใจว่าคนในจวนคงสงสัยเช่นกันกับบ่าวไพร่ในจวนว่านางเป็นใคร

ความวุ่นวายลดลงเมื่อเสียงทุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้น ไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก บุรุษที่เดินนำเข้ามาชะงักเล็กน้อยที่เห็นว่าหญิงสาวไม่ได้อยู่บนเตียง

“แม่นางเสวียน ข้ามีนามว่าไป๋เสวี่ยเป็นคนสนิทของคุณชายสิบสอง ข้าพาท่านหมอมาด้วย”

หญิงสาววางชาลงแล้วพยักหน้า “เข้ามาสิ”

“ท่านหมอเชิญ”

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • เสวียนเหยา   บทที่ 15

    เสวียนเหยากำลังจะเดินพ้นประตูวังหลวง รถม้าคันหนึ่งก็วิ่งมาจอด ผู้มาก็คือฉีฮูหยินและฉีซวงซวงบุตรสาว ทั้งสองลงจากรถม้าและชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นนาง“นึกไม่ถึงว่าจะพบเจ้าที่นี่” ฉีฮูหยินกล่าวทั้งยังเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว ฉีซวงซวงมองนางตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าจากนั้นแค่นยิ้ม“สตรีบ้านป่าไม่รู้กาลเทศะ แต่งกายราวกับผู้ไม่ได้รับการอบรมเข้าวังหลวง โชคดีจริงๆ ที่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเจ้าเคยอาศัยจวนตระกูลฉีช่วงหนึ่ง หาไม่ตระกูลฉีคงขายหน้าแย่”เสวียนเหยาหันไปมองอีกฝ่ายโดยไม่ได้กล่าวอะไร และนั่นทำให้ฉีซวงซวงอึดอัดทนไม่ไหว “เจ้ามองอะไร”“มองไก่ป่าที่คิดว่าตัวเองคือหงส์” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า “แพรพรรณฉูดฉาด เครื่องประดับสักแต่ประโคมความหรูหรา ไร้รสนิยมสิ้นดี แม้แต่สีสันจัดจ้านไม่เข้ากันสักนิดยังกล้าสวมใส่ ไม่เรียกไก่ป่าหรือยังมีสิ่งอื่นให้เรียก”“เจ้า!”รถม้าอีกคันวิ่งเข้ามาจอดเช่นกันเป็นรถม้าหรูหรามีป้ายตำหนักหนิงหวงแขวนเอาไว้ ทว่าผู้ที่ก้าวลงมากลับเป็นสตรีในชุดสีเขียวอ่อนน่ามอง เครื่องหยกน้อยชิ้นทว่าดูหรูหรา กิริยาที่ก้าวลงมาจากรถม้าอ่อนช้อยทว่าคล่องแคล่วน่ามอง“

  • เสวียนเหยา   บทที่ 14

    “จริงคือเท็จ เท็จคือจริง ข้าต้องการให้ผู้คนเข้าใจว่าเขาไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง”“เริ่มต้นขึ้นแล้วหรือ”“ใช่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว”การแก่งแย่งเริ่มต้นขึ้นแล้ว องค์ชายกำลังห้ำหั่นเพื่อบัลลังก์มังกร เห็นท่าทางเหนื่อยล้าของฮ่องเต้ นางเองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเห็นใจ แม้เป็นบิดาก็ไม่อาจควบคุมความกระหายในอำนาจของโอรส อำนาจก็เหมือนของน้ำหวานที่ทั้งดึงดูดและยั่วเย้า ขอเพียงมีโอกาสผู้ใดเล่าจะไม่อยากลิ้มลอง“มีผู้ใดล่วงรู้เรื่องในห้องนี้อีก”“องค์ชายเก้า”นางเงียบไปนานมากคล้ายกำลังครุ่นคิดใคร่ครวญอย่างละเอียด “ข้าขอเตือน ไม่ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างที่ท่านหวังหรือไม่ สิ่งที่เขาติดค้างท่านก็จะจบลงที่การแก่งแย่งครั้งนี้”“แต่เฟิงเยี่ยนกับองค์ชายเก้าเป็นสหายที่ดีต่อกันเสมอมา การจะพาเฟิงเยี่ยนไปจากที่นี่...”นางแค่นหัวเราะ “ไม่ใช่ท่านเพียงคนเดียวที่เขาติดค้าง ในเมื่อข้อแลกเปลี่ยนของท่านจะจบลงตรงที่องค์ชายเก้าขึ้นครองบัลลังก์ เช่นนั้นไม่ว่าเรื่องนี้จะจบลงโดยดีหรือไม่ ข้าจะพาเขาไปจากซย่าเทียน”นางพูดจบก็เดินออกมาจากห้องนั้น ทว่าระหว่างออกมาจากตำหนักหลงคุน องค์ชายเก้าหลงเส้าเทียนก็ยืนรอนางอยู่แล้ว บุรุษหล่อเหลา

  • เสวียนเหยา   บทที่ 13

    ใบหน้าแก่ชรายิ้มให้นางบางๆ ท่าทางอ่อนแอของอีกฝ่ายทำให้นางนึกถึงคำพูดของฉีเฟิงเยี่ยน บัลลังก์กำลังจะเปลี่ยนมือแล้วในอีกไม่ช้า“แม่นางเสวียนในที่สุด”อีกฝ่ายยกมือขึ้นกวักมือเรียกนางให้เข้าไปใกล้ เสวียนเหยาเดินเข้าไปอีกห้าก้าวหยุดตรงหน้าเก้าอี้มังกร สีหน้าราบเรียบไม่ได้คุกเข่า ไม่ได้แสดงการคำนับ ตรงกันข้ามกลับยืดหลังตรงด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง“ข้าไม่ประหลาดใจสักนิดที่ท่านแสดงท่าทีเช่นนี้กับ...ฮ่องเต้ซย่าเทียน”เสวียนเหยาแค่นหัวเราะ “แล้วท่านยังคาดหวังสิ่งใดกับผู้ที่ถูกทรยศหักหลัง” มันเริ่มต้นมาจากอดีตฮ่องเต้แคว้นซย่าเทียน ปีนั้นฮ่องเต้ปรารถนาในสามของวิเศษ แผ่นดินวุ่นวายแตกแยก ของวิเศษและผู้ครอบครองหลบเร้น นางพลัดหลงกับกระบี่หวงหลงและพัดวารี ทำให้สองคนนั้นสนิทสนมจนก่อเกิดเป็นความใกล้ชิด...“ข้าไม่อาจปฏิเสธว่าบรรพบุรุษของข้าทำผิดต่อสามผู้ครอบครองของวิเศษ ทว่าก็ไม่อาจแบกรับความผิดที่ตัวข้ากำลังพยายามแก้ไข”เสวียนเหยามองอีกฝ่ายนิ่ง“ข้ารอ...รอว่าเมื่อไหร่เขาจะหาท่านพบ ในที่สุดก็มีโอกาสได้พบท่านก่อนตาย ในที่สุดก็ได้พบผู้ครอบครองของวิเศษครบทั้งสามคน ได้มีโอกาสคุกเข่ายอมรับผิด...” เขาลงจากเก้าอี้มัง

  • เสวียนเหยา   บทที่ 12

    มันนานมากแล้วจริงๆ นานจนนางจดจำความรู้สึกโกรธขึ้งตอนที่เลือกจากมาแทบไม่ได้แล้ว มันเลือนรางจนวันหนึ่งนางกลับเพิ่งตระหนักว่าหัวใจของนาง...ไม่หลงเหลือความรู้สึกลึกซึ้งในวันนั้นอีกกลางดึกคืนนั้นเสวียนเหยาเดินออกมาเพราะชอบความเงียบ หน้าเรือนหลักของบ้านแบบซานเหอย่วน[1]มีโต๊ะเก้าอี้เอาไว้นั่งชมจันทร์ หญิงสาวเดินไปนั่งตรงนั้น เงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ซึ่งกำลังส่องสว่าง แม้รอบกายเงียบงันแต่นางกลับรับรู้ถึงองครักษ์ที่กำลังคุ้มกันโดยรอบ“พรุ่งนี้ข้าต้องไปแล้ว” ฉีเฟิงเยี่ยนกล่าว“นอกด่าน?” นางถาม“ผู้อื่นคิดว่าเป็นเช่นนั้น”นางเงียบไม่ได้ถามต่อ“เป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านจะอยู่ที่นี่...สักพัก อย่างน้อยก็จนกว่าร่างกายของท่านจะหายดี หรือหากเป็นไปได้จนกว่าข้าจะกลับมา”“เจ้าทำเพียงเพื่อชดเชยความรู้สึกผิดในใจของบิดามารดาเจ้าหรือ” อยู่ๆ นางก็ถามเขาเช่นนั้น นึกอย่างไรก็มองเห็นเพียงสาเหตุนี้หลังจากนางหลบเร้นออกมามารดาของเขา...หนิงเหอ อีกฝ่ายก็หลบเร้นออกมาจากแดนเซียน ข่าวว่าบิดาของชายหนุ่มออกตามหาจนท้อใจ กระทั่งในที่สุดก็ตัดสินใจละทิ้งแดนเซียนเช่นกัน“ท่านจะคิดเช่นนั้นก็ย่อมได้”เสวียนเหยาถอนหายใจออกมาเสียงเ

  • เสวียนเหยา   บทที่ 11

    เสวียนเหยาเดินไปถึงกลางห้องฉีฮูหยินก็ส่งเสียงขึ้น “เจ้า...เจ้ากล้า?! เด็กๆ ขวางพวกเขาไว้!” ฉีฮูหยินรู้สึกเสียหน้าจนโกรธกรุ่น นางตะโกนเรียกคนของจวนแม่ทัพ เสียงรับคำดังขึ้นคนของฉีเฟิงเยี่ยนเองก็เร่งรุดมาขวางเสวียนเหยาเดินไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะกลางห้อง นางหันไปมองฉีฮูหยินจากนั้นฟาดฝ่ามือลงไปบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด นึกไม่ถึงพลังขุมหนึ่งแล่นปราด ฝ่ามือที่นางฟาดลงกลับทำให้โต๊ะไม้หนาหนักแตกละเอียดเป็นชิ้นๆ!!!ทุกคนสะดุ้งตกใจด้วยความหวาดหวั่น ฉีเฟิงเยี่ยนเป็นคนเดียวที่สงบนิ่งที่สุด เขาถอนหายใจเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว ชายหนุ่มกำลังจะคว้ามือของนางมาดูว่าไม้นั่นทิ่มมือนางหรือไม่...เสวียนเหยาเลิกคิ้วมองเขา มือข้างที่เพิ่งฟาดโต๊ะคว้าสาบเสื้อของเขาดึงเข้าหาตัว “หมายความว่าอย่างไร? เหตุใดข้าจึงยัง...”เขาถอนหายใจออกมาเสียงเบา “เหตุใดต้องโมโหขนาดนี้ ไม่มีใครขวางท่านเอาไว้ได้อยู่แล้ว คนในจวนนี้ไม่มีใครมีฝีมือขนาดนั้น”ไม่สิ...นางไม่สมควรใช้วรยุทธ์ได้ ปราณเซียนของนางถูกทำลายไปแล้ว นางสมควรเป็นเช่นคนพิการเหมือนเขา เจ็บออดๆ แอดๆ ร่างกายอ่อนแอ ทว่าเมื่อครู่ที่นางหงุดหงิดกลับเผลอเดินพลังในกาย ฝ่ามือนั้นทรงพลังพอ

  • เสวียนเหยา   บทที่ 10

    เสวียนเหยาหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่เกรงใจผู้ใด “ข้านับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” หญิงสาวหันไปมองฉีซวงซวงจากนั้นหันไปสบตากับฉีฮูหยิน “ที่แท้สตรีสูงศักดิ์ก็ไม่แตกต่างกับสตรีทั่วไปในตลาด ทำผิดไม่ยอมรับผิดก็ว่าหนักหนาแล้ว แต่การดูถูกดูแคลนผู้อื่นทั้งต่อหน้าและลับหลังเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับสตรีที่ไร้ซึ่งการอบรม เป็นคนอื่นก็ว่าแล้วไปแต่นี่เป็นผู้ที่เติบใหญ่ภายใต้จวนเดียวกันแท้ๆ แม่ทัพฉีเป็นผู้กล้าที่ได้รับการยกย่องไปทั่วหล้า แต่เบื้องหลังกลับ...” นางถอนหายใจพร้อมส่ายหน้า “นึกไม่ถึงจริงๆ ท่ามกลางเลือดเนื้อที่บิดาสูญเสีย บุตรสาวของเขากลับเติบโตมาเป็นสตรีเช่นนี้” นางแค่นหัวเราะ “ฉีเฟิงเยี่ยนบิดามารดาผู้ให้กำเนิดของเจ้า ปล่อยให้เจ้าลำบากถึงขั้นต้องมาทนอยู่กับคนเหล่านี้เลยหรือ เจ้าไม่มีที่อื่นให้ไปแล้วหรือไร”ชายหนุ่มเพียงยืนนิ่งในขณะที่สตรีตระกูลฉีหน้าแดงด้วยความโกรธและอับอาย “แม่นางเสวียนวาจาของเจ้าไม่คิดว่าเกินไปหรอกหรือ...”เสวียนเหยามองฉีฮูหยินด้วยสายตาเย็นชา “ข้อแรก...ใช่ข้าเป็นผู้ที่มาอาศัย แต่ก็เคยได้ยินผู้คนกล่าวขานถึงธรรมเนียมปฏิบัติของชนชั้นสูงในเมืองหลวง โดยเฉพาะจวนขุนนางว่าผู้มาย่อมเป็นแขก

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status