เข้าสู่ระบบเมื่อเชฟมิชลินต้องมาอยู่ในร่างแม่ใจร้ายที่ใครก็หยามหน้า ในยุค 80 ที่ขัดสน เธอจะใช้ฝีมือระดับพระเจ้า พลิกบ้านซอมซ่อให้กลายเป็นอาณาจักรหมื่นล้าน !!
ดูเพิ่มเติมท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมในยามค่ำคืนของหมู่บ้านชนบทอันห่างไกล แสงจันทร์ริบหรี่สาดส่องผ่านรอยแตกของหลังคามุงจากลงมายังร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้กระดานแข็ง ๆ
“อึก...”
‘หลินชิง’ เชฟสาวระดับมิชลินสตาร์ผู้โด่งดังในศตวรรษที่ 21 พยายามลืมตาขึ้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วศีรษะราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบ กลิ่นสาบดิน กลิ่นอับชื้น และกลิ่นเหม็นไหม้จาง ๆ โชยเข้าจมูกจนเธอต้องเบ้หน้า นี่ไม่ใช่ห้องนอนคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองหลวงที่เธอคุ้นเคยแน่นอน!
เธอยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก มือเรียวบางที่เคยหยิบจับมีดเชฟราคาหลักแสนบัดนี้กลับผอมแห้งจนเห็นกระดูก ผิวพรรณหยาบกร้านและมีคราบไคลสีดำติดอยู่ตามซอกเล็บ หลินชิงมองไปรอบ ๆ ห้องที่มืดสลัว ผนังทำจากดินเหนียวผสมฟางข้าว มีตู้ไม้เก่าพัง ๆ วางอยู่มุมห้องและบนโต๊ะไม้เตี้ยมีขวดเหล้าเปล่าล้มระเนระนาด
“นี่มันที่ไหนกัน ฉันควรจะอยู่ในห้องครัวเตรียมเมนูใหม่สิ”
ทันใดนั้น ความทรงจำชุดหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอก็พุ่งเข้าสู่สมองราวกับกระแสน้ำหลาก ภาพของหญิงสาวชื่อ ‘หลินชิง’ นิสัยขี้เกียจสันหลังยาว เอาแต่ใจ และร้ายกาจกับลูก ๆ ปรากฏขึ้น ร่างเดิมนี้แต่งงานกับ ‘หงซวน’ ทหารหนุ่มผู้ซื่อสัตย์เพียงเพราะต้องการหนีจากความลำบากในบ้านเดิม แต่เมื่อสามีต้องไปทำงานทางไกลเพื่อส่งเงินกลับมา เธอกลับเอาเงินเหล่านั้นไปซื้อเหล้า ซื้อแป้งผัดหน้า และแอบคบชู้กับชายจอมกะล่อนชื่อ ‘จ้าวคุน’
“บ้าไปแล้ว! นี่ฉันหลุดมาอยู่ในร่างของนางมารร้ายในยุค 80 งั้นเหรอ?” เชฟสาวสบถในใจอย่างไม่อยากเชื่อ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะหน้าต่างไม้ดังขึ้นเบา ๆ พร้อมเสียงกระซิบที่ฟังดูน่ารังเกียจ
“อาชิง อาชิงจ๊ะ ตื่นหรือยัง ฉันมารับแล้วนะ เตรียมเงินที่ผัวเธอส่งมาเสร็จหรือยัง รีบออกมาเถอะ เราจะหนีไปใช้ชีวิตเสวยสุขในเมืองด้วยกันคืนนี้ไง”
หลินชิงขมวดคิ้วมุ่น
จ้าวคุน!
ชายชู้หน้าไม่อายที่ปอกลอกร่างเดิมจนหมดตัว และกำลังจะพาเธอหนีไปและทิ้งลูก ๆ ไว้เบื้องหลัง ความโกรธขึ้งสายหนึ่งแล่นขึ้นมาจุกที่อก ไม่ใช่เพราะความรักที่มีต่อชายคนนั้น แต่เป็นความสมเพชในความโง่เขลาของร่างเดิม และความโกรธที่เห็นคนชั่วกำลังจะทำลายครอบครัวหนึ่ง
เธอหันไปมองทางมุมห้องที่มืดมิดที่สุด และหัวใจของเธอก็ต้องกระตุกวูบ
ที่นั่นมีร่างเล็ก ๆ สองร่างนั่งขดตัวเบียดกันแน่น ‘เสี่ยวเฟิง’ เด็กชายวัยแปดขวบที่ผอมจนเห็นซี่โครง กำลังใช้แขนเล็ก ๆ ของเขาโอบกอด ‘เสี่ยวเหยา’ น้องสาววัยห้าขวบไว้ในอ้อมอก มือของเสี่ยวเฟิงสั่นเทา แต่กลับถือเศษไม้ผุ ๆ ที่ปลายแหลมเล็กน้อยไว้แน่น แววตาที่เขามองมายังหลินชิงไม่ใช่แววตาของเด็กที่มองแม่ แต่มันคือแววตาของสัตว์ตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวนักล่าและพร้อมจะสู้จนตัวตาย
“มะ... แม่ จะไปแล้วใช่ไหม?” เสี่ยวเหยาสะอื้นเบา ๆ เสียงของเธอแหบแห้งเหมือนคนไม่ได้กินน้ำมานาน
“อย่าเอาข้าวสารถุงสุดท้ายไปเลยนะ... หนูหิว...”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงกลางใจของหลินชิง ในชาติก่อนเธอเป็นเด็กกำพร้าที่ต้องสู้ชีวิตมาเพียงลำพัง เธอรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งและความหิวโหยดีกว่าใคร
“รออยู่ที่นี่ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” หลินชิงเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปจนเสี่ยวเฟิงชะงัก
เธอลุกขึ้นเดินไปที่มุมครัว คว้าเอาไม้พายซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งที่วางทิ้งไว้ข้างเตาถ่านที่มอดดับ แล้วเดินตรงไปที่หน้าต่าง
จ้าวคุนที่อยู่ข้างนอกยังคงพล่ามต่อไป
“เร็วเข้าสิอาชิง ถ้าไอ้ทหารนั่นกลับมาเราจะซวยนะ เอาเงินมาให้ฉันถือไว้ก่อนดี...”
ปัง!
หลินชิงผลักหน้าต่างออกไปอย่างแรงจนมันกระแทกหน้าจ้าวคุนอย่างจัง ชายหนุ่มร้องโอ๊ยพลางเอามือกุมจมูกที่เลือดกำเดาเริ่มไหลซึม
“อาชิง! ทำบ้าอะไรของแกเนี่ย!”
“แกน่ะสิทำบ้าอะไร!” หลินชิงตะโกนกลับ เสียงของเธอทรงพลังเหมือนตอนที่สั่งการในครัวมิชลิน
“หน้าอย่างกับปลาบู่ช้ำเลือด ผิวพรรณเหมือนคางคกตากแห้ง ยังกล้ามาเสนอหน้าชวนฉันหนีไปตกระกำลำบากอีกเหรอ เงินหยวนแม้แต่แดงเดียวฉันก็ไม่ให้แก และถ้าแกยังไม่ไสหัวไปจากที่นี่ภายในสามวินาที ฉันจะเอาไม้พายอันนี้ฟาดกบาลแกให้แยกเลย คอยดู!”
จ้าวคุนตะลึงงัน เขาไม่เคยเห็นหลินชิงในโหมดนี้มาก่อน ปกติเธอจะหัวอ่อนและหลงเสน่ห์คำหวานของเขาเสมอ
จากนั้นเธอก็เริ่มต้นตั้งเตาถ่านที่กลางลานว่าง กลิ่นหอมของซอสเห็ดป่าที่เคี่ยวสด ๆ เริ่มโชยฟุ้งไปทั่วตลาดกลางมณฑลมันคือกลิ่นที่คนในยุค 80 ไม่เคยได้สัมผัส กลิ่นหอมนวล ลุ่มลึก และมีเสน่ห์ดึงดูดใจจนผู้คนที่กำลังเดินจับจ่ายใช้สอยเริ่มหยุดชะงัก หลินชิงใช้ทักษะการทำอาหารขั้นสูง เธอไม่ได้แค่ผัดธรรมดา แต่เธอทำโชว์ทั้งการสะบัดกระทะไฟลุกและการแกะสลักผักอย่างรวดเร็ว“มาลองชิมดูได้ค่ะทุกคน! ไม่ต้องซื้อวันนี้ เพราะของทั้งหมดนี้เราจัดเตรียมไว้ให้ผู้มีเกียรติที่จองล่วงหน้าเท่านั้น!” หลินชิงตะโกนบอกฝูงชนที่เริ่มรุมล้อมกลยุทธ์ ‘ความอดอยากทำให้คนต้องการ’ (Scarcity Marketing) ของหลินชิงได้ผลชะงัด เมื่อผู้คนได้ชิมรสชาติที่เหนือระดับ ความต้องการครอบครองก็พุ่งสูงขึ้นทันที“ฉันอยากได้! ฉันให้โหลละหกหยวนเลย ขายให้ฉันที!” หญิงมีฐานะคนหนึ่งตะโกนขึ้น“ฉันด้วย! ฉันจะเอาไปทำเลี้ยงงานวันเกิดสามีสิบโหล!”ในขณะที่ฝูงชนกำลังคลุ้มคลั่งกับรสชาติอาหาร นายห้างเฉินที่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ ถึงกับหน้าซีด เขามองเห็นเม็ดเงินมหาศาลที่กำลังหลุดลอยไป และที่สำคัญคือบรรดาเจ้าของร้านอาหารรายใหญ่ที่ปกติจะซื้อของผ่านสมาคม กลับเริ่มเดินเข้า
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศรอบบ้านตระกูลหงเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง อาซิ่ง พนักงานคนแรกของร้าน ‘ครัวรสสวรรค์’ เริ่มต้นงานอย่างขยันแข็งขัน เขาจัดตารางบัญชีในสมุดเล่มใหม่อย่างเป็นระเบียบตามที่หลินชิงไหว้วาน ในขณะที่หงซวนกำลังช่วยหลินชิงคัดเลือกโหลซอสเห็ดป่าชุดใหม่ที่เตรียมจะส่งเข้าไปขายในเมืองใหญ่ ซึ่งเป็นตลาดที่กว้างกว่าตัวอำเภอเดิม“วันนี้ผมจะขอยืมรถบรรทุกทหารจากค่ายที่คุ้นเคยกันเพื่อขนส่งของนะหลินชิง” หงซวนเอ่ยพลางยกลังไม้ขึ้นรถ“การขนส่งจำนวนมากแบบนี้ จักรยานคันเดิมคงรับไม่ไหว”หลินชิงพยักหน้าพลางตรวจเช็กความเรียบร้อยของบรรจุภัณฑ์“ดีเลยค่ะ วันนี้เราไม่ได้ไปแค่ส่งของที่ภัตตาคารรุ่งเรืองนะคะ แต่ฉันต้องการขยายไปที่ตลาดกลางมณฑล ที่นั่นคือศูนย์รวมวัตถุดิบที่ใหญ่ที่สุด ถ้าเราเปิดตัวที่นั่นได้ ชื่อเสียงของครัวรสสวรรค์จะไปไกลกว่าที่คิดค่ะ”เมื่อเดินทางไปถึงตลาดกลางมณฑล ความวุ่นวายและเสียงตะโกนด่าทอของการค้าขายดังระงม หลินชิงเดินนำหงซวนและอาซิ่งเข้าไปยังโซนเครื่องปรุงรสชั้นดี แต่เธอกลับพบกับกำแพงขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ‘กลุ่มพ่อค้าคนกลางสมาคมการค้าบูรพา’กลุ่มคนเหล่านี้คือผู้ควบคุมราคาและผูกขา
“ในสมุดนั่น คุณจดอะไรไว้หรือคะ?”ชายหนุ่มชะงักพลางเงยหน้ามองหลินชิงด้วยความระแวง“บันทึกการคำนวณต้นทุนและการขนส่งครับ ผมเคยเป็นพนักงานบัญชีในโรงงานรัฐบาล แต่เพราะถูกใส่ร้ายเรื่องการทุจริตจนต้องติดคุก ตอนนี้ไม่มีใครยอมรับผมทำงานเลย”หงซวนเดินเข้ามาคุมเชิงข้างหลัง แววตาทหารของเขามองออกทันทีว่าชายคนนี้ไม่ได้โกหก“ชื่ออะไรล่ะเรา?”“อาซิ่ง ครับท่าน”หลินชิงรับสมุดมาเปิดดู เธอต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นการคำนวณที่ซับซ้อนและแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องคิดเลขในยุคนั้นเสียอีก นี่คือเพชรในตมที่เธอต้องการ การจะทำธุรกิจขนาดใหญ่ เธอต้องมีคนช่วยดูแลเรื่องตัวเลขและการจัดการที่หลังบ้าน“อาซิ่ง ฉันกำลังเปิดกิจการทำซอสอาหารแปรรูป และฉันต้องการคนมาช่วยดูแลบัญชีและคลังสินค้า ฉันไม่สนใจอดีตของคุณ ฉันสนใจแค่ว่าคุณจะซื่อสัตย์กับฉันและทำงานให้เต็มที่ได้ไหม?”อาซิ่งตะลึงจนพูดไม่ออก“คะ... คุณจะจ้างคนอย่างผมจริง ๆ หรือครับ?”“ฉันจะให้โอกาสคุณพิสูจน์ตัวเอง สัปดาห์แรกคือช่วงทดลองงาน ฉันมีที่พักและอาหารให้ ถ้าคุณทำได้ดี ฉันจะมีเงินเดือนประจำให้ในฐานะพนักงานคนแรกของครัวรสสวรรค์”หงซวนมองดูคนหัวการค้าด้วยความทึ่งอีกครั้ง เธอ
แสงทองของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านยอดไม้ที่ยังคงมีหยดน้ำค้างพราวเกาะอยู่จากฝนที่เพิ่งหยุดตกเมื่อคืน บรรยากาศในบ้านตระกูลหงวันนี้ดูแจ่มใสเป็นพิเศษ หงซวนตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมานานปี แผลเป็นในใจจากสนามรบดูเหมือนจะถูกปลอบประโลมด้วยน้ำขิงอุ่น ๆ และความอาทรของภรรยาเมื่อคืนที่ผ่านมา เขามองดูมือหนาของตัวเองที่ยังคงรู้สึกถึงสัมผัสอันอ่อนนุ่มจากมือของหลินชิงที่กุมกันไว้จนถึงรุ่งสาง ชายหนุ่มลอบยิ้มพลางมองร่างบางที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมตะกร้าสินค้าในห้องโถง “วันนี้เราจะเข้าเมืองกันแต่เช้าเลยหรือหลินชิง?” หงซวนเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปช่วยยกโหลซอสเห็ดป่าที่หนักอึ้ง หลินชิงหันมายิ้มสดใส แววตาของเธอมั่นคงและเปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์กว้างไกล “ใช่ค่ะ การขายของหลังรถจักรยานแบบนี้มันเป็นแค่จุดเริ่มต้น ถ้าเราอยากจะเลี้ยงลูกให้ดี มีบ้านที่แข็งแรง และมีอนาคตที่มั่นคง เราต้องทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมายและเป็นระบบค่ะ วันนี้ฉันจะไปที่ทำการเขตเพื่อขอจดทะเบียนการค้า” หงซวนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ การจดทะเบียนการค้าสำหรับชาวบ้านธรรมดาในยุค 80 เป็นเรื่องที่ดูไกลตัวมาก “คุณคิดการณ์ไ











