LOGINกาลก่อน เขามักจะได้ลิ้มลองหญิงงามจนอิ่มหนำทุกค่ำคืน แต่ยามนี้เขามิใคร่อยากจะทำเช่นนั้น แค่คิดว่ายามร่วมรักกับสตรีอื่นแล้วมีใบหน้าของนางมารตนหนึ่งลอยมา ตามด้วยกรงเล็บเข้าจิกหน้าเขา แหวกอกเขา จังหวะที่กำลังเสพสมก็พลันหยุดลงจนอารมณ์หดหาย มิใช่ว่ากลัวตาย แต่ไม่รู้ว่าทำไม นางมารตนนั้นช่างน่ากลัวนัก! หากนางโกรธเขาขึ้นมาจริงๆ เขาต้องบ้าตายเป็นแน่!
View Moreเจอกันอีกแล้วกับนิยายแนวจีนโบราณ(ยุคสมัยสมมติ) กับเรื่องนางร้ายพ่ายรัก(ดวงใจแม่ทัพ) ที่มีความรักโรแมนติกแบบเต็มขั้น ไม่มี-ดราม่าหนักหน่วง ไม่มีปมซ้อนทับกันยุ่งเหยิง
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แยกออกมาจาก ‘จอมใจจอมมาร’ นะคะ เป็นคู่ที่ถูกเรียกร้องกันอย่างมากมาย นั่นก็คือ แม่ทัพหนุ่มรูปงามจอมวายร้ายกับนางมารที่ร้ายกาจเหนือผู้ใด นั่นก็คือหยวนจงกับฟางหลันนั่นเอง
โดยเรื่องราวของพวกเขาเป็นเรื่องที่ดำเนินต่อจากเรื่องจอมใจจอมมาร หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือนายของตนให้รักใคร่จนได้แต่งงานแล้วอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุข พวกเขาจึงต้องการทำตามหัวใจของตนเองบ้างหลังจากนั้น
มาดูกันว่าความรักของพวกเขาจะเป็นเช่นไร รับรองได้ว่า อ่านไปยิ้มไป อ่านไปฟินไปเหมือนเดิม ตามแบบฉบับของหลี่หงเจ้าเดิมค่ะ
สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านจอมใจจอมมารอย่าได้กังวลว่าจะงุนงง เพราะว่าเนื้อเรื่องนี้แยกออกมาเป็นเอกเทศน์ มิได้ซ้อนทับกันแต่อย่างใด เพียงแค่เท้าความเล็กน้อยก็เท่านั้นในบทนำ
ขอให้นักอ่านทุกท่าน อ่านด้วยความสุขกายสบายใจ คลายเครียดจากปัญหาทุกสิ่งอย่างที่รบกวนจิตใจนะคะ
ขอขอบพระคุณจากใจ
หลี่หง/โล่รัก/LiHongLoveShield
https://www.f******k.com/LiHongLoveShield/
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง
ไม่เน้นความรุนแรงหรือการแก้แค้น
ไม่เกี่ยวข้องกับผู้คน สถานที่ หรือยุคประวัติศาสตร์ชาติสมัยใดทั้งนั้น
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ขอให้ทุกท่านมีความสุข
แนะนำตัวละคร
แนะนำตัวละคร
หยวนจง แม่ทัพหนุ่มรูปงาม แห่งราชสำนักต้าโจว นิสัยเจ้าชู้เจ้าสำราญ เคยได้สมรสพระราชทานกับองค์หญิงสูงศักดิ์ และได้เมียบ่าวอีกสองนางในเรือนตน ยังไม่นับสตรีอีกหลายคนที่เคยผ่านมา ทว่าต่อมา ภรรยาพระราชทานของเขา กลับคบชู้อย่างน่าอาย ทำให้เขาในสายตาของผู้อื่น เป็นชายชาตินักรบที่มีชีวิตบัดซบอัปยศอดสูเป็นที่สุด
แต่ใครไหนเลยจักรู้ว่า นั่นล่ะ! คือเครื่องมือชั้นดีของเขา ที่ใช้เรียกร้องความใส่ใจจากนางมารตนหนึ่ง
ฟางหลัน สมุนสำนักหมื่นโลกันต์ อดีตเจ้าสำนักหมื่นดารา ฉายาจิ้งจอกพันปี สตรีรูปโฉมงดงามโดดเด่น เป็นนางมารร้ายในสายตาของหยวนจง มีดีในเรื่องการทำอาหาร และดูแลเอาใจใส่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตนาง
หยวนจงคือหนึ่งในนั้นที่นางใส่ใจ
บทนำ
บทนำ
ณ ริมลำธารของหมู่บ้านเร้นลับ ซึ่งมีซากศพมากมายลอยเอื่อยเฉื่อยเต็มไปหมด
แม่ทัพหนุ่มรูปงามนามว่า หยวนจง ตกหน้าผามาด้วยเหตุใดมิอาจทราบ เขาสิ้นสติอยู่ในน้ำเนิ่นนาน ยามหลับตาอยู่สัมผัสได้เพียงน่านน้ำเย็นเยียบ เนื้อตัวปวดร้าวไปหมด ไม่มีแรงแม้แต่ขยับแขนขา จึงได้แต่ปล่อยร่างหนาให้ลอยตามน้ำมา
ในห้วงนิทรา เขารับรู้ได้ว่า รอบกายเขา มีสิ่งเหม็นเน่าเต็มไปหมด คล้ายกับศพคนตาย เขาต้องทนกลิ่นเหม็นที่แสนจะสะอิดสะเอียดอย่างเดียวดาย ลอยตามน้ำมาเรื่อยเฉื่อย
ทว่า จู่ๆ เขาก็รับรู้ได้ถึงใครบางคนที่จับดึงเขาขึ้นมาจากน้ำสกปรก มือที่ฉุดรั้งนั้นนุ่มมาก หอมมากเช่นกัน
เขาชอบความนุ่มนิ่มและกลิ่นหอมนี้อย่างมิอาจห้ามใจ และรับรู้ได้ไม่ยากเย็น ว่าเป็นสตรีอย่างแน่นอน
เมื่อถูกฉุดดึงขึ้นมาจากน้ำได้แล้ว มือนุ่มนี้ก็จับชีพจรเขา อุดปากเขา บีบจมูกเขา ทุบอกเขาอีกหลายที จนเขาหายใจไม่ออก หัวใจเกือบหยุดเต้น ทำให้เขานึกสงสัยว่า นางกำลังช่วยชีวิตหรือกำลังจะปลิดชีวิตเขากันแน่
หากแต่ความคิดนี้พลันตกไป เมื่อนางประกบปากเข้ามา แล้วพ่นลมใส่ปากเขา แบ่งปันลมหายใจของนางให้เขา
นั่นจึงทำให้เขาแน่ใจได้ว่า นางกำลังช่วยชีวิตเขา
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบกับโฉมสะคราญนางหนึ่ง นางงดงามมาก ดวงตาเรียวยาวแลดูร้ายกาจ แต่งกายด้วยชุดสีสันฉูดฉาดประหนึ่งเลือดอาบ นางกำลังช่วยชีวิตเขาด้วยลมหายใจของนาง ผ่านกลีบปากร้อนชื้นของนาง
ริมฝีปากนุ่มละมุน ผิวเนื้อหอมกรุ่น สัมผัสตราตรึงยั่วยวนใจ กลิ่นหอมนี้ติดอยู่ที่ปลายจมูกและปากเขา
เขาจึงตอบแทนนางด้วยจุมพิตร้อนแรง
“เจ้าคนชั่วช้า เจ้ากล้าจุมพิตข้ารึ?”
นางชี้หน้าเขาแล้วเช็ดปากตนอย่างแรง จนกลีบปากนางแดงก่ำ น่ากดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียจริง
“เป็นเจ้าที่จูบข้าก่อน” เขาเอ่ยเสียงเย็นแฝงความเจ้าเล่ห์
นางเบิกตาโตคำรามลั่น “ใครจูบเจ้ากัน!?”
“ข้าเองก็ไม่รู้ ข้ายังไม่รู้จัก” เขาตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ใบหน้าเรียบเฉย ถามกลับยียวน “เจ้ามีนามว่าอะไร?”
“เจ้า!” นางถึงกับพูดไม่ออก ชี้หน้าเขาด้วยนิ้วสั่นเทา เม้มปากแน่น ท่าทางคงโมโหมาก!
เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยคำเรียบเรื่อยอย่างสุภาพอ่อนโยน “เอาเป็นว่า ข้าขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเหลือ” เขายื่นมือให้นางได้จับอย่างใจดี “มาเถิด ข้าย่อมตอบแทน” จบคำเพียงคลี่ยิ้มอบอุ่นส่งให้
ยิ้มนี้ชนะใจสตรีมานักต่อนัก การจะตอบแทนกันคงไม่พ้นเรื่องบนเตียงที่สุขสมทั้งสองฝ่าย นับว่าเขาใจกว้างยิ่งกว่าแม่น้ำสี่ทิศไหลมารวมตัวกัน
ทว่าเขากลับคิดผิดไป เมื่อโฉมสะคราญตรงหน้า มิได้ง่ายดายเช่นนั้น
นางจับมือเขาอย่างมีจริต ช้อนตาหวานฉ่ำมองมา จนเขาตายใจเดินเข้าหา ทันใดนั้น เข่าน้อยๆ ของนางก็กระแทกเข้ามาที่แท่งหยกของเขาอย่างแรง
“อ่า...” เขาถึงกับครางเสียงต่ำ หากมีคันฉ่องส่องหน้าตนคงเห็นว่ามันเขี้ยวคล้ำจนน่าเกลียด
“บุรุษที่ชอบโปรยเสน่ห์ให้สตรีไปทั่วอย่างท่าน ดูเถิดว่ามารดาจะจัดการท่านอย่างไร” นางตะโกนก้อง จบคำก็กระโดดเข้าหาเขาอีกครา แล้วกระชากเสื้อของเขาออกจนหลุดไป เผยแผงอกหนาแน่นเปล่าเปลือย ก่อนจะเข้าประชิดร่างเขา แล้วข่วนเล็บเป็นเส้นเป็นสาย ตามด้วยกัดลำคอแกร่งของเขาเต็มแรง ฝากร่องรอยวาบหวามเอาไว้ชัดเจน
นอกจากจะไม่หลงคารม ยังรู้เท่าทันเขาเป็นอย่างมาก…
“บังอาจนัก!” เขาคำรามเสียงกดต่ำ เอื้อมฝ่ามือขึ้นมาดันหน้าผากมนของนางเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางได้เข้าใกล้เขา
ท่าทางนั้นแสดงออกถึงความรังเกียจ
สตรีนางนี้ คือนางมารโดยแท้
น่าชังนัก!
เรื่องนี้ทำให้ฟางหลันปวดใจนัก เงินเก็บที่มีก็ยังไม่มากเท่าไหร่ หากต้องเริ่มต้นใหม่ในการทำกิจการ ก็เห็นหนทางร่ำรวยยังอีกยาวนาน แล้วอย่างนี้เมื่อใดจะได้แต่งงานเข้าจวนแม่ทัพอย่างสมเกียรติเล่า“ไม่เป็นไรเลย...เจ้ากำลังคิดมากเกินไป” หยวนจงยังคงเอ่ยปลอบฟางหลันอย่างรักใคร่ หาได้ใส่ใจเรื่องฐานะของนางไม่หญิงสาวโผซบอ้อมอกอันอบอุ่นแล้วร้องไห้โฮ แลดูน่าสงสารยิ่งนัก จนชายหนุ่มต้องลูบหลังลูบไหล่ปลอบใจกันเนิ่นนาน“เรียนท่านเขย รองแม่ทัพเผิงมาถึงแล้วขอรับ” เสียงของอาหวู่ดังขึ้นอยู่หน้าห้องพักของซากโรงเตี๊ยม“อืม...ข้ารู้แล้ว”หยวนจงขานรับอาหวู่ ก่อนจะจับประคองไหล่บางแล้วกล่าวเสียงนุ่ม“ข้าต้องไปเข้าประชุมที่ท้องพระโรงก่อน เพื่อรายงานผลการศึกต่อหน้าพระพักตร์ ไม่นานเท่านั้น แล้วข้าจะกลับมา”จบคำก็ก้มหน้าจุมพิตฟางหลัน ใช้ริมฝีปากร้อนชื้นเช็ดคราบน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยนหญิงสาวเงยหน้ามองอย่างเหม่อลอย หยุดร้องไห้ทันทีหยวนจงนึกเอ็นดูฟางหลันยิ่งนัก ใบหน้าเรียวเล็กที่มีน้ำตาพาให้ใจเขาสั่นไม่เบา พวงแก้มนวลที่บัดนี้แดงก่ำทำใจเขาให้รู้สึกยากจะแยกจากไปที่ใดได้ทั้งนั้นถึงแม้จะแยกไปแค่เข้าประชุมก็ตาม!เรียวนิ้วอ
“ไม่เป็นไร มีข้าอยู่ทั้งคน เดี๋ยวข้าซื้อให้ใหม่ เอาสองร้อยห้องไปเลยดีไหม?”ฟางหลันพยักหน้าหงึกหงักตอบรับไม่มีปฏิเสธ พลางก้มหน้าซุกแผงอกหนาให้มากยิ่งขึ้น จังหวะนั้นจึงได้เห็นคราบเลือดเปรอะเปื้อนร่างแกร่ง นางจึงถามอย่างใสซื่อปนเสียงสะอื้นไห้“นี่เลือดผู้อื่นใช่หรือไม่?”ชายหนุ่มพลันหรี่ตาตอบกลับเสียงหนักว่า “เลือดข้าเอง!”“ท่านถูกแทงรึ?”หน้าผากของหยวนจงเริ่มมีเหงื่อซึม ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มผุดพรายหยาดเหงื่อแลดูเปี่ยมเสน่ห์ยิ่งนัก เขาถามเสียงเครียด“ไม่รอให้ข้าตายเสียก่อนเล่า!”“...”ภายในห้องพักของฟางหลันที่มีสภาพมิได้ย่ำแย่มากนัก เนื่องจากอยู่ด้านในที่ลึกเข้าไปของโรงเตี๊ยม จึงมิได้รับผลกระทบจากเหตุก่อกบฏสักเท่าไหร่เรือนร่างสูงใหญ่ ถูกจับถอดผ้าจนเปลือยเปล่าเพื่อนอนรอขั้นตอนในการทำแผลอยู่บนเตียงนุ่ม“เจ้าจะอาบน้ำอีกนานหรือไม่?” เสียงทุ้มต่ำของหยวนจงเอ่ยถามไปทางสตรีร่างระหงที่กำลังนั่งอาบน้ำอยู่ในถังไม้“จะเสร็จแล้ว” ฟางหลันกล่าวตอบพลางถูกเนื้อตัวด้วยท่าทางยั่วยวนโดยไม่ตั้งใจหยวนจงข่มความเจ็บที่บาดแผลได้ หากแต่ไม่อาจข่มอาการแข็งตัวที่กำลังสร้างความปวดหนึบตรงกลางลำตัวได้แต่อย่างใด เนื่อง
เมื่อสามีปลอดภัยดีแล้ว ต่อไปก็คือหน้าที่ของภรรยาฟางหลันเกิดมาเพื่อดูแลใส่ใจทุกคนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตน้อยๆ ของนาง เหล่าทหารฝ่ายศัตรูที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอกลุ่มแปลกประหลาดจากชาวยุทธ์มาร่วมฟาดฟันเช่นนี้ แต่กระนั้นก็หาได้กลัวเกรงไม่ มีแต่นึกแปลกใจว่าเหตุใดพวกนอกรีตถึงสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวของขั้วอำนาจราชสำนัก พวกมันจึงพากันถอยร่นไปตั้งหลัก เตรียมพร้อมตั้งรูปขบวนจอมทัพเพื่อต่อสู้รอบใหม่กับศัตรูที่คาดไม่ถึงหญิงสาวแสยะยิ้มเย็นเยียบ ใบหน้างดงามโดดเด่นบัดนี้มีเพียงความเย็นชา ท่าทางน่าเกรงขามเหนือสตรีใดเมื่ออยู่ภายใต้เสื้อผ้ารัดรูปสีเข้ม ผิวนางยิ่งดูขาวเนียนน่าหลงใหล ดวงตาเรียวสวยที่มักจะทอประกายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเผยเพียงความเฉลียวฉลาดเฉียบคมนางหรี่ตามองเหล่าศัตรูเพียงครู่ ก่อนจะยกมือเรียวเล็กขึ้นมาทำท่าทางส่งสัญญาณบางอย่าง เพื่อบ่งบอกให้เหล่าสมุนพุ่งตัวบุกประจัญบาน หาได้ต้องการให้อีกฝ่ายตั้งรูปขบวนจนสำเร็จไม่ เสียงเกือกม้าของฟางหลันวิ่งกระทบพื้นดังลั่นยามพุ่งตัวดังคันศรออกจากแหล่ง พร้อมด้วยเสียงห้าวห้วนโห่ร้องอย่างฮึกเหิมของสมุนตัวใหญ่ บุกทะยานเข้าใส่เหล่าทหารฝ่ายศัตรูอย่างบ้า
ชั่วจังหวะนั้นพลันมีลูกธนูพุ่งเข้าใส่จากรอบทิศทาง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เดิมที่สว่างจ้าไร้หมู่เมฆจึงมืดครึ้มทันตาด้วยพายุห่าธนูดำทะมึนแม่ทัพหนุ่มรีบชักกระบี่ออกจากฝักปัดลูกธนูทุกดอกออกไปให้พ้นตัวอย่างรวดเร็ว ทว่าจังหวะนั้นเอง ศัตรูฝีมือเก่งกล้าพลันพุ่งเข้ามาจากทิศหนึ่ง พร้อมดาบคมกริบในมือ มันผู้นั้นส่งพลังลมปราณเข้าสู่ปลายดาบของมันให้พุ่งแหวกอากาศเข้าหาหยวนจงจากทางด้านหลัง เผิงหย่งกังที่กำลังสลัดศัตรูอยู่ไกลๆ รีบกระโจนตัวเข้ามาช่วยเหลือ ทว่ากลับช้าไปหยวนจงที่กำลังติดพันกับศัตรูเบื้องหน้าและห่าธนูเบื้องบนจึงเกิดช่องโหว่อย่างไม่น่าให้อภัยปลายดาบคมกริบจ้วงแทงเข้ามาที่เอวสอบจากทางด้านหลังของหยวนจงทันทีหย่งกังเบิกตาโพลงอย่างตระหนกอุทานเสียงดังลั่น“ท่านแม่ทัพ!!!”ปลายดาบเย็นเยียบที่จ้วงแทงทะลุเกราะหนักเข้ามาตรงเอว สร้างความเจ็บปวดแสบสันจนขึ้นตาหยวนจงขบกรามแน่นระงับความเจ็บ นัยน์ตาคู่คมสีดำขลับแดงก่ำ บนใบหน้าหล่อเหลามีเส้นเลือดข้างขมับที่บวมเป่ง ฝ่ามือหนากระชับกระบี่เอาไว้แน่น แล้วพลิกข้อมือเหวี่ยงสะบัดเหล่าศัตรูเบื้องหน้าให้กระเด็นออกไป ดาบที่เอวก็ถูกถอนออกไปเช่นกัน ทำให้เลือดสีแดงฉานสา











