LOGINหากความฝันคือสถานที่เดียวที่เขาและนางได้พบกัน แล้วในความจริงเล่า ทั้งสองคือใครสำหรับกันและกัน เมื่อความรักที่เริ่มต้นจากความลึกลับ นำไปสู่ความจริงที่ทำให้โลกแห่งความฝันอันแสนหวานพังทลาย เขาและนางจะทำอย่างไร หากเส้นทางรักนี้มีอดีตและศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน คำเตือน : นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักจีนโบราณแนวเพ้อฝัน เนื้อหาเต็มไปด้วยความรุนแรงบนเตียง กรุณาอ่านตัวอย่างให้แตกฉานก่อนการตัดสินใจ
View Moreเทศกาลโคมไฟเวียนมาบรรจบ เมืองหลวงยามค่ำคืนสว่างไสวด้วยแสงสีตระการตาดุจดั่งความฝัน ซูฉีเดินใจลอยตามแรงรบเร้าของสหายสนิท นางหาได้ปรารถนาเรื่องรักใคร่ไม่ หากแต่ตั้งใจมาขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มารดาบังเกิดเกล้ามีสุขภาพแข็งแรง
"โยนสิซูฉี หากผ้าผืนนี้เกาะติดบนกิ่งไม้ ความรักของเจ้าจะเป็นจริงดั่งคำอธิษฐาน" ชุนเถาเพื่อนสาวของนางเอ่ยพลางยัดเยียดแถบผ้าสีแดงลงในมือ
ซูฉีเงยหน้ามองต้นไม้เสี่ยงทายที่แผ่กิ่งก้านสาขาราวกับใยแมงมุม นางมิใช่คนงมงาย จึงเหวี่ยงผ้าผืนนั้นขึ้นไปแบบส่งเดช
ทว่าลมราตรีพัดกรรโชกหอบเอาผ้าแดงลอยละลิ่วสูงขึ้นไป จนไปเกาะนิ่งสนิทอยู่บนยอดสูงสุดที่แม้แต่นกกาหรือกิ่งไม้ใดก็ไม่อาจเอื้อม
"ดูนั่นสิ ชาตินี้ข้าคงไร้คู่ครองเป็นแน่ ไม่มีบุรุษหน้าไหนจะกล้าปีนไปถึงยอดไม้นั่นหรอก" ซูฉีหัวเราะร่า เย้ยหยันโชคชะตาที่เล่นตลกกับนางอย่างไม่นำพา
ทว่าในมุมมืดของอารามหลวงที่ห่างออกไป บุรุษผู้หนึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ตลอด นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววประหลาดใจแกมเอ็นดู เขาหยิบแถบผ้าแดงในมือขึ้นมา ผ้าที่เขาไม่ได้หมายใจจะเสี่ยงทายแต่แรก ก่อนจะรวบรวมลมปราณสะบัดข้อมือเพียงแผ่วเบา ผ้าผืนนั้นพุ่งทะยานแหวกอากาศไปพันทับแถบผ้าของซูฉีอย่างแม่นยำดุจการปักเข็ม
เสียงหัวเราะของซูฉีขาดห้วงดั่งสายพิณที่ขาดสะบั้น นางเบิกตากว้างเมื่อเห็นผืนผ้าของตนถูกทับซ้อนด้วยแถบผ้าอีกผืน นางหันขวับหมายจะคว้าตัวเจ้าของผ้า ทว่าท่ามความมืดมิดนั้นกลับว่างเปล่าไร้ร่องรอย เหลือเพียงความเงียบงันที่กระตุกรั้งหัวใจนางให้สั่นไหวอย่างประหลาด
นับแต่นั้นมา โลกของซูฉีก็พังทลายและก่อร่างใหม่
ในยามนิทรา ภาพฝันของนางกลับพร่าเลือนไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศที่ร้อนแรงดุจเปลวเพลิง อ้อมกอดที่แข็งแกร่งดั่งขุนเขาและทุกสัมผัสที่หนักแน่น ราวกับว่าสายใยสีแดงที่ผูกพันบนยอดไม้นั้น ได้กักขังดวงวิญญาณนางไว้กับชายลึกลับผู้ที่นางไม่เคยเห็นหน้า แต่กลับโหยหาจนเลือดเนื้อในกายร้อนรุ่มจนยากจะถอนตัว
..............
บทที่ 1 ชายในฝัน
ท่ามกลางม่านหมอกสีจางที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกเหมยและมวลบุปผาแห่งวสันต์ฤดูที่ผลิบาน เตียงไม้หนานมู่หลังใหญ่ถูกกั้นด้วยม่านโปร่งสีชาด ดูราวกับวิมานที่ซ่อนเร้นจากโลกภายนอก
ซูฉีนอนหอบหายใจถี่กระชั้น ผิวขาวผ่องดุจหยกเนื้อดีของนางตัดกับสีสันฉูดฉาดของอาภรณ์ที่หลุดลุ่ยไปกองอยู่ปลายเตียง
ร่างบางอิงแอบอยู่กับแผงอกแกร่งกำยำของบุรุษผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนบนสวรรค์ชั้นฟ้า ทว่าแววตากลับเร่าร้อนด้วยไฟปรารถนาที่พร้อมจะแผดเผานางให้มอดไหม้
"ท่านเป็นใคร... ท่านชื่ออะไรกันแน่?"
ซูฉีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระเส่า แขนเรียวโอบรัดรอบต้นคอของเขาไว้แน่น
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้เหนือกว่า ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบกลับสัมผัสผิวพรรณเนียนละเอียดของนางได้อย่างอ่อนโยนและหิวกระหาย ปากหยักพรมจูบไปทั่วซอกคอระหง ลากไล้ลงมายังเนินอกอวบอิ่ม ก่อนจะกระซิบข้างใบหูนางด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน... เราสองคนจะได้เจอกันในไม่ช้า"
เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อน แต่ดูเหมือนตัวเขาที่เองอดใจรอไม่ไหว ชายหนุ่มทั้งจูบบดขยี้ริมฝีปากอิ่ม ทั้งบีบขยำทรวงอกอวบอัดจนเนื้อนวลปลิ้นทะลักง่ามนิ้ว แก่นกายแข็งขืนร้อนผ่าวถูไถอยู่บนเนินสามเหลี่ยมของนาง
บรรยากาศรอบด้านร้อนระอุจนลมหายใจของทั้งคู่ก็เริ่มร้อนขึ้น เขาสอดลิ้นเข้าไปในปากของนาง ตวัดพัวพันลิ้นเล็กอย่างหยอกเย้า
“อ๊ะ...” ซูฉีห่อไหล่ด้วยความสยิว เมื่อชายหนุ่มก้มหน้าลงครอบครองยอดอกสีหวาน ดูดเลียและขบเม้มเบา ๆ ความรู้สึกวาบหวิวซู่ซ่าแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ความฝันนี้ช่างสมจริงเสียจนซูฉีสั่นสะท้านไปถึงทรวง ความละอายที่เคยมีมลายสิ้นเหลือเพียงความปรารถนาร้อนแรง
"ว้าย!"เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ร่วงหล่นลงสู่แอ่งน้ำลึก ชุดผ้าไหมชั้นดีที่รุ่ยร่ายชุ่มไปด้วยน้ำหนักมหาศาลดึงรั้งให้นางจมดิ่งลงไปใต้ผิวน้ำที่เย็นจัดซูฉีสำลักน้ำจนหน้าเขียวหน้าเหลือง แขนขาของนางพันกันวุ่นวายอยู่ในเนื้อผ้าที่พองตัวประหนึ่งโซ่ตรวนท่ามกลางม่านน้ำที่กระจายตัว ร่างกายเปลือยเปล่ากำยำของเสิ่นมู่เฟิงที่แอบอยู่หลังโขดหินฟากตรงข้ามพุ่งทะยานออกมาดุจมังกร เขาแหวกว่ายผ่านกระแสน้ำเพียงอึดใจก็เข้าถึงตัวนาง มือแกร่งกระชากเอวบางของซูฉีเข้าหาตัวแน่น ก่อนจะพาพุ่งขึ้นเหนือน้ำด้วยพละกำลังมหาศาลซูฉีหอบหายใจอย่างหนัก น้ำที่ชุ่มโชกทำให้อาภรณ์ของนางแนบสนิทไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นทรวดทรงโค้งเว้าชัดเจน"เจ้า... บาดเจ็บหรือไม่ ?"เสิ่นมู่เฟิงเค้นเสียงลอดไรฟัน กรามของเขาขบเข้าหากันแน่น ความร้อนรุ่มที่เขาพยายามมาแช่น้ำดับทิ้งกลับปะทุขึ้นมาใหม่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม เมื่อร่างนุ่มนิ่มของนางถูกกดแนบชิดกับอกเขา"ท่าน..." สมองของซูฉีว่างเปล่าไร้ซึ่งคำพูด สายตาของเสิ่นมู่เฟิงมองมายังนางไม่ได้มีความตื่นตระหนกเหมือนผู้ที่เพิ่งจะช่วยชีวิตคนอื่น ทว
ใบหน้าของซูฉีแดงซ่านจนถึงใบหู นางรีบก้มหน้าหลบสายตาคมกริบคู่นั้น เดินตัวลีบแทรกผ่านเขาไปราวกับหนูเจอราชสีห์ส่วนเสิ่นมู่เฟิงที่ยืนนิ่งดั่งรูปสลัก ภายในกายกลับร้อนรุ่มราวกับถูกไฟกองใหญ่เผาผลาญ เพียงแค่ซูฉีเดินผ่านหน้าไป กึ่งกลางกายของเขาก็แข็งขืนขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม เสิ่นมู่เฟิงจำต้องเร่งฝีเท้าหลบเลี่ยงนางไปในทางอื่นโดยไว เพื่อซ่อนเร้นความอัปยศที่คอยแต่จะโผล่พ้นร่มผ้าออกมา"บัดซบ... ช่างหื่นไม่รู้กาลเทศะเสียจริง"ชายหนุ่มสบถเสียงต่ำ พยายามบังคับร่างที่สั่นเทาด้วยแรงกำหนัดให้ก้าวเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามเขาจำต้องหาวิธีดับไฟราคะที่กำลังจะแผดเผาตัวตนจนมอดไหม้ เสิ่นมู่เฟิงตัดใจหันหลังเดินตรงดิ่งไปยังลำธารด้านหลังเรือนสกุลเสิ่น ที่นั่นมีแอ่งน้ำตกที่ไหลเย็นตลอดทั้งปี เขาถอดอาภรณ์ออกจากร่างอย่างเร่งรีบแล้วกระโจนลงไปในกระแสน้ำ หวังจะใช้ความเย็นสดชื่นขจัดความปรารถนาร้อนแรงที่เขามีต่อนางให้สลายหายไปการเผชิญหน้ากับเสิ่นมู่เฟิงเพียงครู่สั้น ๆ ทำให้ซูฉีหัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทีแรกนางตั้งใจจะไปหลบภัยอยู่ในห้องนอนรับรองแขก ทว่าก็กลัวจะเผลอหลับและฝันถึงเขาอ
“ซูเอ๋อร์คนดี พี่ขออีกรอบนะ”เสิ่นมู่เฟิงไม่คิดที่จะถอนตัวออก เขาจับนางพลิกคว่ำโก่งโค้งในท่าที่สามารถลูบคลำสองเต้าอวบอัดของนางได้อย่างถนัดถนี่ตับ ! ตับ ! ตับ !...“อ๊ะ... อร๊า !” ซูฉีหวีดร้องเสียงแหลม ร่างอ้อนแอ้นสั่นเทิ้มไปทั้งตัว มือบางเอื้อมลงไปปิดป้องเนินเนื้อสามเหลี่ยมที่ถูกเขากระแทกกระทั้นจนบวมแดง ร้อนวูบวาบ“ไม่เอาแล้ว... ท่านหื่นเกินไปแล้ว... อ๊ะ ! อย่า... อ๊า... !”เสิ่นมู่เฟิงดึงมือบางออกไปให้พ้นทาง เขาจับแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างของนางไว้มั่น กระชากร่างอ้อนแอ้นเข้ารับแรงปะทะจากด้านหลังเสียงเปียกแฉะลามกระคนกับเสียงเนื้อหวดเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว ท่อนเอ็นยักษ์มุดทะลวงเข้าออกในรูร่องรัดรึงด้วยอารมณ์กลัดมันเขาห่มสะโพกบดขยี้นวลเนื้ออวบอูมของนางอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน เมื่อเลือดกำหนัดไหลมาคัดคั่งอยู่ที่ปลายลึงค์“ซี๊ดดด... อ่าห์...!” ชายหนุ่มแผดเสียงคำรามดังลั่นพร้อมกับกระแทกตัวเข้าลึกเป็นครั้งสุดท้าย ส่วนหัวบานใหญ่กระตุกหงึกหงักในกายสาวแล้วฉีดพ่นน้ำเชื้อขุ่นคลั่กออกมาจำนวนมหาศาลกลางดึกคืนนั้นเสิ่นมู่เฟิงสะดุ้งตื่นขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของยามวิกาล กลิ่นอายหอมหวานจากกายสาวในควา
ทว่าตลอดเวลาหนึ่งปีที่เขาอดทนรอนางคือความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุด ซูฉีกลับกลายเป็นคนรักของเสิ่นมู่หราน น้องชายผู้ไม่เอาไหนของเขาไปเสียได้ค่ำคืนนี้ ความรู้สึกสุขสมท่วมท้นในห้วงฝันเสมือนจริงยิ่งกว่าความเป็นจริง เสิ่นมู่เฟิงกักขังร่างนุ่มนิ่มของซูฉีไว้ในอ้อมกอด สัมผัสถึงไออุ่นหอมหวานจากผิวกายที่สั่นสะท้านภายใต้การรุกรานของเขานางเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นมู่เฟิง แววตาของนางมิได้ไร้เดียงสาอีกต่อไป ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาที่ปิดบังไม่มิด"ในที่สุด... ข้าก็รู้แล้วว่าท่านชื่อ เสิ่นมู่เฟิง" เสียงกระซิบของนางแผ่วเบา ทว่ากรีดลึกถึงก้นบึ้งหัวใจคนฟังเสิ่นมู่เฟิงแค่นยิ้มมาดร้าย เขารุกไล่ร่างบางไปจนแผ่นหลังแนบชิดกับแผ่นหินในลำธารที่เย็นเยียบ"ซูฉี... เจ้ากับมู่หรานไม่เหมาะสมกันแม้แต่น้อย น้องชายข้าอ่อนหัดเกินไป แต่ผู้หญิงร้ายกาจที่เปี่ยมล้นด้วยเล่ห์เหลี่ยมอย่างเจ้า... มีเพียงข้าเท่านั้นที่กำราบได้"สิ้นคำพูดกร้าวร้าว เขาก็โถมตัวทาบทับนางไว้ จูบบดขยี้ริมฝีปากอิ่มด้วยแรงหึงหวงและความรู้สึกโหยหาที่อัดอั้นมานับปี ลิ้นร้อนดุดันของเขารุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานฉ่ำภายในโพรงปากนางอย่างเอาแต่ใจ ราวกับจะตีตราประท

















