Masukความเงียบงันที่น่าอึดอัดโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งโถงต้อนรับของสถาบันเรือนหงส์ ภายหลังจากที่หลักฐานอั
ความเงียบงันที่หนักอึ้งและเย็นเยียบประดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณโถงต้อนรับอันหรูหราของสถาบันเรือนหงส์ ภายหลังจากที่แฟ้มเอกสารปกหนังสีแดงเลือดหมูถูกเปิดกางออก เผยให้เห็นใบเสร็จรับเงินการชำระภาษีที่มีตราประทับสีแดงสดจากกรมสรรพากรแห่งมหานครปักกิ่งอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบที่สุด บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของกลุ่มข้าราชการกังฉิน บัดนี้ถูกพลิกกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่รัฐต่างหน้าเสียและพูดไม่ออกเมื่อเผชิญหน้ากับหลักฐานที่รัดกุมจนดิ้นไม่หลุด ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความหยิ่งยโสและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของหัวหน้ากองจ้าวและผู้อำนวยการหลิว บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือดประดุจกระดาษฟางที่ถูกทิ้งตากแดดจนซีดจาง ริมฝีปากที่เคยพ่นคำกล่าวหาอันร้ายกาจสั่นระริกและขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห้อเลือด พวกเขายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ นัยน์ตาเบิกกว้างจ้องมองตัวเลขการเสียภาษีจำนวนมหาศาลและรอยประทับตราของรัฐบาลที่ยืนยันถึงความโปร่งใสอย่างเป็นทางการหยาดเหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นตามไรผมและหน้าผากที่มันเยิ้มของผู้อำนวยการหลิว มันไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าและหยดลงบน
บรรยากาศภายในโถงต้อนรับอันหรูหราของสถาบันเรือนหงส์กลับมาตึงเครียดและหนักอึ้งอีกครั้ง ภายหลังจากที่การบุกเข้าตรวจสอบโรงงานผลิตอาหารเสริมและธัญพืชอัดแท่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปของกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ แสงสว่างจากโคมระย้าคริสตัลที่สาดส่องลงมากระทบพื้นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวสลับดำ ดูเหมือนจะยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงใบหน้าที่ซีดเผือดและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของหัวหน้ากองจ้าวและผู้อำนวยการหลิว ข้าราชการกังฉินทั้งสองเพิ่งจะถูกความจริงอันขาวสะอาดกระแทกหน้าจนหงายหลัง พวกเขาไม่อาจหาข้ออ้างเรื่องความสกปรกหรือการปนเปื้อนของสินค้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการปิดสถาบันแห่งนี้ได้ตามที่ได้รับสินบนก้อนโตมาจากคุณหนูใหญ่ตระกูลฟาง ทว่าสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดและความโลภที่บังตา ทำให้หัวหน้าชุดปฏิบัติการอย่างหัวหน้ากองจ้าวไม่ยอมลดละความพยายาม เขาไม่อาจกลับไปมือเปล่าและยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าสตรีหม้ายผู้นี้ได้เมื่อเอาผิดเรื่องความสะอาดไม่ได้ หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนแผน หันมาเล่นงานเรื่องการเงินแทน นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และตื่นตระหนกของหัวหน้ากองจ้าวกลอกกลิ้งไปมาอย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตามอ
ความเงียบงันที่น่าอึดอัดโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งโถงต้อนรับของสถาบันเรือนหงส์ ภายหลังจากที่หลักฐานอันแน่นหนาและสมุดบัญชีที่โปร่งใสถูกกางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะกระจก ใบหน้าของข้าราชการกังฉินทั้งสองซีดเผือดสลับกับแดงก่ำด้วยความอับอายและไร้หนทางสู้ ทว่าสัญชาตญาณของการดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดและกอบกู้หน้าตาที่แตกยับเยิน ทำให้หัวหน้ากองจ้าวยังคงพยายามเค้นสมองหาข้ออ้างอันเลื่อนลอยมาเพื่อต่อกรกับสตรีผู้เย่อหยิ่งเบื้องหน้า เขากัดริมฝีปากจนห้อเลือด นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์กลอกกลิ้งไปมา ก่อนจะแค่นเสียงแข็งกร้าวออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่กำลังกัดกินจิตใจ"กระดาษพวกนี้มันก็แค่สิ่งที่พวกเธอเขียนขึ้นมาตบตาเจ้าหน้าที่เท่านั้นแหละ ใครจะไปรู้ว่าเบื้องหลังกำแพงโรงงานที่พวกเธออ้างว่าผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพ แท้จริงแล้วอาจจะกำลังแอบผสมยาพิษหรือของโสโครกให้คนกินอยู่ก็ได้ ฉันไม่เชื่อกระดาษพวกนี้หรอก จนกว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง"คำกล่าวหาที่ไร้ซึ่งหลักการและเต็มไปด้วยอคตินั้น ไม่ได้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้างดงามของหมิงหลินเชี่ยนจางหายไปเลยแม้แต่น้อยนิด อดีตราชินีคอร์ตหญ้าผู้ซึ่งเคยก้าวข้ามความตายและการ
ความเงียบสงบอันหรูหราที่เคยปกคลุมสถาบันเรือนหงส์ประดุจวิหารศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นด้วยน้ำมือของผู้บุกรุกในเครื่องแบบ การบุกตรวจค้นอย่างอุกอาจสร้างความแตกตื่นให้กับบรรดาคุณนายและลูกค้าที่กำลังใช้บริการอยู่ภายในสถาบันอย่างรุนแรง เสียงฝีเท้าหนักทึบของรองเท้าหนังหุ้มข้อที่กระแทกลงบนพื้นไม้ขัดเงาและพื้นหินอ่อน ดังกึกก้องสอดประสานกับเสียงตะคอกสั่งการของเจ้าหน้าที่รัฐ ทำลายท่วงทำนองของดนตรีบรรเลงที่เคยเปิดคลอเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้ดับสูญไปในพริบตา สตรีในแวดวงสังคมชั้นสูงที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการยืดเส้นยืดสายบนเบาะรองนั่งเนื้อนุ่ม ต่างพากันสะดุ้งสุดตัวและหยุดชะงักการเคลื่อนไหว บางคนที่กำลังวิ่งเหยาะๆ อยู่บนลู่วิ่งถึงกับเสียหลักล้มพับลงไปกองกับพื้นด้วยความตื่นตระหนกบรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยและหยาดเหงื่อแห่งความพยายาม ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของความหวาดกลัวและบรรยากาศอันแสนอึดอัด ลูกค้าหลายคนที่สวมใส่ชุดกีฬาเข้ารูปสีขาวสะอาดตา พากันถอยกรูไปรวมตัวกันอยู่ที่มุมห้อง พวกหล่อนเบียดเสียดกันแน่นประดุจฝูงแกะที่กำลังเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าหิวโซ นัยน์ตาของ
บรรยากาศภายในโถงต้อนรับของสถาบันเรือนหงส์ซึ่งเคยอบอวลไปด้วยความหรูหราและกลิ่นหอมของน้ำมันสกัดจากดอกไม้ บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งความคุกคามและความโกลาหลที่ถูกนำพาเข้ามาโดยกลุ่มชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบข้าราชการ ข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกจัดวางอย่างประณีตถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจาย แฟ้มประวัติลูกค้าตกลงไปกองเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นกระเบื้องหินอ่อนสีขาวสลับดำ พนักงานต้อนรับและผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการต่างพากันถอยกรูไปยืนเบียดเสียดกันอยู่ที่มุมห้องด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและร่างกายที่สั่นเทา พวกเขาเป็นเพียงประชาชนคนธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่บุกรุกเข้ามาประดุจฝูงโจร ความหวาดกลัวจึงเข้าเกาะกุมจิตใจจนแทบสิ้นสติทว่าท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงตวาดสั่งการที่ดังระงมไปทั่วบริเวณนั้น หมิงหลินเชี่ยน อดีตราชินีคอร์ตหญ้าระดับโลกผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ กลับแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หล่อนเดินแหวกวงล้อมของเจ้าหน้าที่ออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามและนิ่งสงบ แผ่นหลังที่บอบบางทว่าอัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของนักกีฬาเหยียดตรงตระหง่าน ท
บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลฟางอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาลในยามราตรี ช่างมืดมิดและหนาวเหน็บประดุจสุสานที่ถูกทอดทิ้ง ลมหนาวในช่วงต้นฤดูหนาวของมหานครปักกิ่งพัดกระโชกแรง ปะทะกับบานหน้าต่างไม้แกะสลักจนเกิดเสียงดังหวีดหวิวชวนให้ขนลุกซู่ ฟางซินจวี๋ อดีตคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่เคยเยื้องย่างด้วยความจองหอง กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องทำงานส่วนตัวของบิดา หล่อนถูกกักขังอยู่ในความหวาดผวาจากคำขู่ของเหอผู่จั้ง มัจจุราชแห่งเมืองหลวงผู้ล่วงรู้ความลับอันดำมืดและเรื่องคาวโลกีย์ของหล่อน การจะใช้กำลังคนส่งอันธพาลไปทุบตีหรือลอบทำร้ายหมิงหลินเชี่ยนโดยตรงเหมือนในอดีต เป็นหนทางที่ถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะหล่อนรู้ดีว่าหากมีรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียวเกิดขึ้นกับศัตรูหัวใจ เหอผู่จั้งจะพุ่งเป้ามาที่หล่อนและทำลายล้างตระกูลฟางให้ย่อยยับลงในชั่วพริบตา หล่อนไม่สามารถเสี่ยงนำเกียรติยศและชีวิตของตนเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายได้อีกต่อไป ทว่าความริษยาที่แผดเผาอยู่ในกมลสันดานก็ไม่ยอมให้หล่อนนั่งดูความสำเร็จของศัตรูได้อย่างสงบสุข เมื่อใช้กำลังไม่ได้ ฟางซินจวี๋จึงหันมาใช้อำนาจเงินและเส้นสายในแวดวงราชการที่ครอบครัวของเ
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวอย่างต่อเนื่องราวกับพายุที่โหมกระหน่ำเข้าใส่กระท่อมผุพัง บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกจากภายนอก ฝุ่นละอองสีเทาหม่นที่เกาะกุมอยู่ตามขอบวงกบและขื่อเพดานร่วงหล่นลงมาสู่พื้นกระดานเบื้องล่างอย่างเงียบงัน เสียงตะโกนเรียกชื่อที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและอำนาจบา
ความเงียบสงบภายในห้องเช่าซอมซ่อยามบ่ายคล้อยเปรียบเสมือนเกราะกำบังชั้นดีที่โอบอุ้มจิตวิญญาณดวงใหม่เอาไว้ หลินกำลังหลับตาพริ้ม ปล่อยให้จินตนาการและปณิธานอันแรงกล้าชักนำความรู้สึกของเธอให้ล่องลอยกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่บนคอร์ตเทนนิสที่เธอเคยครอบครอง เธอกำลังทบทวนเป้าหมายในชีวิต วางแผนการฟื้นฟูร่างกายที่อ
ความเงียบงันภายในห้องเช่าซอมซ่อขนาดเท่าแมวดิ้นตาย ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่หนักหน่วงของสตรีร่างอวบอ้วนที่ยืนอยู่กลางห้องเท่านั้นที่ทำลายความเงียบสงัดนั้นลงได้ หลินยืนหลับตาพริ้ม สองมือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกจมลงไปในฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเนื้อล้น ภายในห้วงลึกของจิตใจ
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน"เสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากซึ่งแห้งผากและแตกระแหงของหมิงหลินเชี่ยนนั้น ไม่ได้ดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ทว่ามันกลับอัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจอันมหาศาลและเย็นเยียบจนสามารถแช่แข็งทุกสิ่งรอบกาย ประโยคสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้ ดังกังวานก้องสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทของกู้ฟ่านจง ราวกับมีค้อน







