Masuk“ดะ...เดี๋ยว เดี๋ยวค่ะ นั่นคนรู้จักของฉันเอง!”
โชคดีที่ทักท้วงทันทำให้เท้าใหญ่ชะงักก่อนแตะสัมผัสร่างที่นอนหอบหายใจ ใบหน้าเหยเกอยู่บนพื้นไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
“แน่ใจนะครับ?”
“ค่ะ เมื่อกี้นี้ฉันตกใจเลยคิดว่าโจร ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้เข้าใจผิด”
“ยัยตัวแสบ อะ โอ๊ยย”
เสียงครวญครางทำให้ทั้งจัสมินและพนักงานได้สติ กุลีกุจอเข้าไปช่วยประคองคนเจ็บขึ้นจากพื้น กระทั่งอีกฝ่ายยืนได้มั่นคงแล้วชายในชุดสีกากีจึงถอยออกมาก้มโค้ง
“ผมต้องขอโทษด้วยครับที่ทำให้ต้องเจ็บตัว”
“ช่างเถอะ”
ดวงตาแดงก่ำฝืนปรือขึ้นมองแล้วโบกมือเป็นเชิงว่าไม่ถือสา แม้ลึก ๆ จะขุ่นเคืองไม่น้อยที่ถูกเหวี่ยงจนตัวกระเด็น แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าเพราะอีกฝ่ายปฏิบัติตามหน้าที่
มิหนำซ้ำยัยตัวต้นเหตุยังเอาร้องตะโกนขอให้ช่วยไม่หยุดหย่อน จะเข้าใจผิดก็ไม่แปลก
ว่าแล้วก็รีบหันไปฉวยข้อมือคนตัวเล็กพลางดึงเข้าหาตัวด้วยกลัวว่าเธอจะหนีหายก่อนทันได้เจรจาธุระ
“ส่วนเธอ มานี่!”
จัสมินคลี่ยิ้มจืดเจื่อน ส่งสายตาบอกพนักงานว่าไม่เป็นไรจริง ๆ จากนั้นจึงยอมสืบเท้าไปตามแต่แรงชายหนุ่มจะนำพา
กระทั่งเห็นเขาเดินชนนู่นนี่สะเปะสะปะจึงเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายจับจูงก่อนที่ใครบางคนจะล้มหัวฟาด ได้เลือดมาเป็นของฝากเพิ่มอีกหนึ่งรายการ
“จะไปไหนคะ?”
“โรงพยาบาล”
“อ้อ”
นั่นสินะ เธอก็ตกใจจนลืมไปเลยว่าทำเขาเจ็บ
เหล่มองคนน้ำตาไหลอาบหน้าแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ และผลที่ได้รับคือแรงกระชาก เล่นเอาเธอเซถลา เสี้ยวหน้ากระแทกเข้ากับแผงอกอุ่น ๆ นั่นอีกหนอย่างไม่ทันระวัง
“นะ..นี่!”
จัสมินแว้ดลั่น อยากจะฟาดเอาคืน แต่เพียงแค่ใบหน้าคมคายโน้มลงต่ำเธอก็ผงะ หัวใจเต้นแรงโครมคราม
“จะมาดึงฉันทำไม”
“ยังจะกล้าขำอีก”
บดินทร์เอ็ดเสียงเข้ม ถึงตอนนี้ดวงตาจะพร่าเบลอเต็มไปด้วยม่านน้ำตา แต่ก็ใช่ว่าหูเขาจะอื้ออึ้งจนแยกไม่ออกว่าเสียงหัวเราะใส ๆ นั้นเจือด้วยความเย้ยเยาะเพียงใด
“มา รับ ผิด ชอบ สิ่ง ที่ เธอ ทำ เดี๋ยว นี้!”
ชายหนุ่มเค้นเสียงทีละคำ เน้นย้ำด้วยสีหน้าถมึงทึง ต่างจากอีกคนที่ตาโต สีหน้าเลิ่กลั่ก เพราะมันดันเป็นจังหวะนรกที่มีกลุ่มคนเดินผ่าน
“โว้ว ๆ เบาเสียงหน่อย แล้วช่วยอย่ามาใช้คำพูดชวนให้เข้าใจผิดว่าฉันเป็นพวกชอบฟันแล้วทิ้งสิ ฉันเสียหายนะ”
“แต่ตอนนี้ฉันเป็นผู้เสียหาย!”
จัสมินทำหน้ามุ่ย แต่จะให้เถียงเธอก็พูดไม่ออก เพราะรอบนี้พลั้งมือทำให้เขาเจ็บตัวถึงสองครั้งสองครา
สุดท้ายจึงตัดสินใจเปิดประตูรถให้ชายหนุ่มก้าวขึ้นไปนั่งก่อนจะหันไปเปิดขวดน้ำที่เพิ่งจิบไปได้ไม่กี่ส่วนมายื่นให้
“ขอโทษค่ะ อะ มาล้างหน้าก่อน ตาแดงหมดแล้ว”
ก็แล้วมันเป็นเพราะใครล่ะ!
ความไม่พอใจฉายชัด กระนั้นชายหนุ่มก็รับมันไปเทราดรดบนใบหน้างอ ๆ โดยมีเธอคอยให้ความช่วยเหลือ ส่งทิชชูและน้ำขวดที่สองให้เมื่อเขาปรายตามามองเป็นเชิงขอเพิ่ม
ผ่านไปร่วมสิบนาทีความเจ็บแสบจึงทุเลาลงจนสามารถเปิดตาได้เต็มที่ ดวงตาคมกริบยังหลงเหลือความแดงก่ำอยู่พอสมควรก็เหลือบขึ้นมาจดจ้องคาดโทษ
ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายเองก็คล้ายจะเดาออกว่าเขากำลังคิดอะไร
“นี่...ไม่ต้องมาด่ากันในใจเลยนะ จะมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนะคะ มีอย่างที่ไหนย่องมาข้างหลังเงียบ ๆ นี่ถ้าในมือเป็นปืน นายได้ซี้แหงแก๋ตายไปนานแล้ว”
“เหอะ!”
“อะ ๆ เอาเป็นว่าผิดกันคนละครึ่งแล้วกัน”
ถึงเมื่อกี้เธอจะพลั้งมือกดสเปรย์ให้เขาไปจนเกือบหมดกระป๋องก็เถอะ ว่าแล้วก็เอี้ยวตัวไปหยิบน้ำมาให้เพิ่มเผื่อมันจะช่วยชะล้างความรู้สึกผิดในใจเธอไปด้วยบ้าง
กระทั่งหมดขวดจึงย้ายตัวเองไปประจำที่หลังพวงมาลัยเพื่อทำหน้าที่สารถี พาเขาไปส่งที่โรงพยาบาลตามคำขอในตอนแรก เสียงเพลงถูกเปิดขึ้นทำลายความเงียบและลดความอึดอัดระหว่างกัน
“แล้วนี่นายตามฉันมาทำไม?”
หรือเขาจะตามมาด่าเรื่องที่เธอแอบเหยียบเท้าเขาในห้องอาหาร ก็ว่าทำแบบเนียน ๆ แล้วนะ คนมีความผิดติดตัวเริ่มเลิ่กลั่ก
“เธอ”
“คะ?”
“ไม่มีแฟน?”
จะถามทำไมเนี้ย คงไม่ใช่ว่าสเปรย์พริกไทยสื่อรัก อยู่ดี ๆ ก็เกิดพิศวาสเพราะเธอช่วยหยิบน้ำให้เขาล้างหน้าล้างตาหรอกนะ!
“ก็เป็นซะแบบนี้”คล้ายจะตำหนิ หากแต่ดวงตาสีนิลกลับเปี่ยมด้วยความรักใคร่เอ็นดู เพราะถึงแม้คนของเขาจะซุกซนและเอาแต่ใจไปบ้าง ทว่าส่วนหนึ่งก็มาจากเขาด้วยที่พอเธออยากได้อะไรถึงจะมีทักท้วงแต่สุดท้ายปลายทางเขาก็ยินดีจะตามใจเธออยู่ดี ขอเพียงได้เห็นว่ามันทำให้เธอมีความสุข มีรอยยิ้มสดใส มีเสียงหัวเราะอย่างที่กำลังมีอยู่ในตอนนี้“มินจะเล่น จะกอดจะฟัด จะหอบหิ้วมันไปไหนด้วยพี่ไม่ว่า แต่พี่ขออย่างเดียว อย่าพามันขึ้นมาบนเตียงอีกนะ เพราะที่ตรงนี้มันควรเป็นของพี่แค่คนเดียว”“ค่า มินไม่พาขึ้นมาแล้ว มินรู้ว่าแฟนของมินขี้หวง”“ก็ต้องหวงสิ นี่เมียพี่ทั้งคนนะ”คนถูกเรียกว่าเมียก้มงุด หน้าแดงก่ำ จนถึงบัดนี้หัวใจเธอหวิวไหวในทุกครั้งที่ได้ยินคำคำนี้ ไม่ชินเสียทีแต่หากถามว่าเธอปฏิเสธตำแหน่งที่เขามอบให้ไหม ก็ไม่ เธอยินดีและเต็มใจน้อมรับมาก ๆเฉกเช่นตอนที่เธอรับแหวนวงนี้มา ...ดวงตาคู่สวยหลุบลงมองพันธนาการบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนแวบหนึ่ง ก่อนจะสอดเรียวนิ้วเข้าประสานกับมือข้างที่มีแหวนซึ่งเธอเพิ่งซื้อมาสวมให้เขาเองกับมือประดับอยู่ เงยขึ้นมาส่งยิ้มหวานละมุนให้คนของใจ“มินดีใจนะคะที่วันนี้มินมีพี่ดินอยู่ข้าง ๆ ขอบค
@หลายวันถัดมา“อื้ออ”เสียงครางเบา ๆ ดังลอยออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่กำลังนอนตะแคง คิ้วหนาคมเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแน่นขณะขยับตัวด้วยความอึดอัด ในหัวก็พานคิดสงสัยทำไมวันนี้เมียของเขาถึงได้ตัวหนักกว่าเก่านัก แถมยังนอนเบียด กินที่จนอีกนิดจะทำเขาตกเตียงอีกด้วย“อื้อ มินครับ กระเถิบไปหน่อยครับพี่จะตก” คนที่ปกติมักตื่นช่วงบ่ายงึมงำบอกทั้งที่สองตายังปิดสนิท“คะ? เมื่อกี้พี่ดินว่าอะไรนะคะ?”เสียงหวานขานรับหากแต่ทำให้คนฟังยิ่งขมวดคิ้วหนัก เพราะฟังดูแล้วคล้ายว่าเสียงมันมาจากที่ไกล ๆ ครุ่นคิดครู่หนึ่งชายหนุ่มก็ทนสงสัยไม่ไหว ยอมปรือตาขึ้นมามองใบหน้ายิ้ม ๆ ของหญิงสาวเป็นสิ่งแรกที่มองเห็น ซึ่งมันจะไม่ทำให้เขาประหลาดใจเลยหากไม่ใช่เป็นเพราะตอนนี้เธอกำลังนั่งทาครีมอยู่หน้ากระจก ห่างจากจุดที่เขานอนอยู่เป็นเมตรซึ่ง! ถ้าเมียของเขานั่งอยู่นู้น แล้วไอ้ที่หนัก ๆ ทับแขนเขาอยู่มันคืออะไรวะ?บดินทร์หันขวับ และทันทีที่เห็นบางส่วนของต้นเหตุโผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมา แขนและขาก็ทำงานกันอย่างพร้อมเพรียง ผลักเจ้าก้อนขนที่มีน้ำหนักกว่าสี่สิบกิโลกรัมออกให้พ้นตัวราวกับต้องของร้อน“แม่ง! เอาอีกแล้วนะ!”ทั้งแรงผลักและเสียงตวา
“นะครับ~”น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานที่สงวนไว้ใช้กับหญิงสาวเพียงคนเดียวถูกงัดเอาออกมาใช้เพียงเท่านี้ท่าทางขัดขืนในคราแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นขวยเขิน หัวใจดวงน้อยหลอมละลาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอแพ้คุณชายบดินทร์ในร่างนี้และเขาก็ดันรู้ข้อนี้ดีเสียด้วย บ้าจริง!“พี่ดินขี้โกง”“เรียกว่าพี่รู้ใจเธอจะดีกว่า”ใบหน้าแดงซ่านผินหนี ไม่เถียงเพราะที่เขาพูดมานั้นไม่เกินจริง เดิมเธอเคยคิดว่าอุปสรรคของความรักครั้งนี้อาจเป็นที่อุปนิสัยซึ่งต้องปรับจูนเข้าหากันพอสมควรแต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากผ่านการทะเลาะและปรับความเข้าใจกัน รองจากบิดาก็เป็นเขาที่รู้ใจเธอกว่าใครโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... เรื่องบนเตียง“อา~”เสียงหวานครวญครางออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อกายแกร่งโน้มลงมาทาบทับ พรมจูบสลับขบเม้มไปตามหัวไหล่และแผ่นหลัง มือหนึ่งสอดมาบีบเคล้นเต้าอวบ อีกมือเอื้อมลงไปมอบความเสียวซ่านให้จุดอ่อนไหวอึดใจจัสมินก็ซวนเซเสียหลัก ทิ้งศีรษะลงนอนตะแคงบนหมอนใบโต เว้นเพียงสะโพกอวบที่แอ่นขึ้น ส่ายร่อนอย่างเชื้อเชิญไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจในความต้องการของกันแล้วกันบดินทร์แย้มยิ้มมุมปาก ค่อย ๆ ดันตัวตนเข้าจนสุด หลับตาซึ
“ทักทายกันหน่อยสิครับ”บดินทร์ครางบอกเสียงพร่าพลางดึงมือเรียวที่ละล้าละลังอยู่กลางอากาศให้ขยับเข้ามากอบกุมลูกชายสุดที่รัก“ฮืมม”บังเกิดเสียงคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อมีเด็กทำตัวว่านอนสอนง่าย แม้จะมีสะดุ้งบ้างในตอนแตะสัมผัสกระนั้นเธอก็ไม่สะบัดมือออกซ้ำเมื่อเขาเริ่มขยับข้อมือนำทาง อีกคนก็แสนหัวไว ไม่นานจังหวะเนิบนาบนุ่มนวลจึงค่อย ๆ ทวีความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ของคนทั้งคู่“ฮืม แบบนั้นแหละ ใช่แล้ว ดีครับ ทำดีมาก คนเก่งของพี่”ยิ่งได้ยินคำชม ได้ยินเสียงครวญครางของคนตัวโตจัสมินก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิม เร่งความเร็วของข้อมือให้มากขึ้น“อาส์ มะ..มิน ช้า ๆ ก่อน เดี๋ยวพี่ไม่ไหว”บดินทร์ปรามเสียงแหบแห้ง ทว่าอีกคนกลับกระหยิ่มใจที่เธอสามารถทำให้เขาเครียดเกร็งจนกายสั่นสะท้านได้เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้ว! ทฤษฎียังสอบได้เกรดสี่ เพราะงั้นแกห้ามมาตกม้าตายเอาตอนปฏิบัติจริง!เร่งทบทวนความรู้ที่เพิ่งลอบศึกษาผ่านภาพเคลื่อนไหวซึ่งได้เพื่อนสนิทอย่างพรลภัสชี้เป้าเมื่อหลายวันก่อนในหัว แล้วสูดลมหายใจเรียกความกล้าหาญให้ตัวเอง ก่อนจัสมินจะทำใจกล้า ประทับจูบเข้าที่ส่วนปลายอันแสนฉ่ำเยิ้มเฮือก!จูบเบา ๆ แต่กลับส่งผลใ
“ฮื่อ พะ..พี่ดิน~”“มินชอบให้พี่เลีย หรือชอบให้พี่ดูดครับ”บดินทร์ช้อนสายตาขึ้นสบประสาน ครางถามทั้งที่ยอดจุกยังคาคับปาก ทำเอาจัสมินถึงกับอายม้วน ทุบหัวไหล่เขาแรง ๆก็รู้หรอกว่าเป็นคนพูดตรง แต่บางเรื่องมันก็ไม่ต้องตรงมากก็ได้ไหม ถึงจะกินกันมาหลายครั้งแต่เธอก็ยังเขินเป็นนะเว้ย!ท่าทางมองค้อนปะหลับประเหลือกหากแต่ดวงหน้าแดงก่ำฟ้องถึงความเขินอายช่างน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาบดินทร์มากมายและนึกมันเขี้ยวจนอดใจไม่ไหว แกล้งดูดแรง ๆ สลับขบเม้มจนคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือก ก่อนจะปลอบประโลมด้วยการตวัดปลายลิ้น เลียไล้ยอดจุกอย่างอ่อนโยนเท่านี้เขาก็ได้คำตอบที่ต้องการ“หึหึ มินชอบให้พี่ดูดนี่เอง”ใครบอก จะดูดจะเลียถ้าเป็นเขาทำ เธอก็ชอบหมดต่างหาก!คนใจเกเรที่ตอนนี้ใจแตกอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยตะโกนตอบในใจ ก่อนเลือกตัดบทสนทนาหยาบโลนด้วยการกดใบหน้าคมให้จมเข้าไปในทรวงอก ดึงทึ้งกลุ่มผมสีเข้มแรง ๆ กดหวังเอาคืนแต่กลายเป็นว่าตัวเธอเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบปากร้อนทวีความรุนแรงในการดูดดุนขึ้น พร้อมส่งอีกมือลงไปบดคลึง ทักทายจุดอ่อนไหวที่กลางกายสาว“อื้ออ พี่ดิน~””“ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงพี่ไหมครับ?”“คะ..ค
“พี่ดิน! ช้า ๆ หน่อยสิคะ มินก้าวขาตามไม่ทัน”คนขาสั้นกว่าประท้วงปนหัวเราะ ห้องนอนหรือก็อยู่แค่นี้ไม่ใช่เหรอ ไม่รู้จะรีบไปไหนเธอส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะระบายยิ้มกว้างเมื่ออีกคนยอมลดความเร็วในการสับขาลงกึ่งหนึ่งจนทำให้จากการลากขึ้นบันได กลายมาเป็นเดินเคียงข้างกันไอ้ต้าวน่ารัก~แต่แล้วอึดใจต่อมาจัสมินก็อยากจะขอคำชมคืน ทันทีที่สองเท้าก้าวขึ้นมาเหยียบพื้นของชั้นสองได้ คนใจร้อนก็หันมารวบตัวเธอขึ้นอุ้มแนบอก“พี่ดิน!~”“เวลามีน้อย ต้องใช้สอยอย่างประหยัด”จัสมินหัวเราะร่ากับข้ออ้างของคนหื่น จริงอยู่ว่าวันนี้เรามีนัดทานข้าวเย็นที่บ้านของเธอ ก่อนที่เขาจะต้องรีบกลับไปเคลียร์งานที่คลับเพื่อเตรียมตัวบินไปต่างประเทศพร้อมกับเธอและบิดาแต่นี่มันเพิ่งบ่ายสอง เพราะงั้นเวลามันมีน้อยตรงไหน เธอไม่เข้าใจ!ปึก!ประตูห้องนอนถูกเปิดด้วยความช่วยเหลือของจัสมิน ก่อนที่มันจะถูกดันให้ปิดลงด้วยฝีเท้าของชายเจ้าของห้องดวงตาคู่สวยเบิกโต ลุกวาวด้วยความตื่นเต้นทันทีที่เห็นการตกแต่งภายใน เพราะแม้พวกเธอจะไปมาหาสู่และใช้เวลาร่วมกันนับเดือน ทว่านี่กลับเป็นครั้งแรกที่เธอมีโอกาสมาเยือนห้องนอนของเขาที่บ้านหลังนี้ซึ่งมันช่างแตก
จัสมินส่ายหน้าหวือ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร บิดาก็โพล่งแทรกตัดหน้าขึ้นมาเสียก่อน“ลำบากดินต่างหากที่ต้องได้ม้าดีดกะโหลกไปดูแล”“ป๊า! นี่มินยังเป็นลูกสาวของป๊าอยู่หรือเปล่า?” ทำไมถึงทำเหมือนไม่หวงกันเลยเนี้ย!“ใช่ไงลูกสาว ป๊าก็ไม่ได้บอกนี่ว่ามินเป็นลูกชายกันล่ะ?”ไกรวิชญ์กระเซ้าหน้าตาย ครั้นพอเห็นลู
จัสมินพรูลมหายใจแรง อยากจะวีนเหวี่ยงระบายความรู้สึกมากมายที่สุมอยู่ในอก แต่เพราะเวลามีอยู่อย่างจำกัดเธอจึงกัดฟันข่มความเจ็บที่กำลังรุมเร้าคว้ารองเท้าที่ให้บทเรียนราคาแพงพอ ๆ กับราคาค่าตัวของมันแล้วก้าวกะเผลกออกจากห้องพัก ทั้ง ๆ ที่บนร่างกายมีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสวมทับบราไร้สายและซับในตัวสั้นที่
“ช่วงนี้กูคงไม่ได้เข้าบริษัทนะ ฝากด้วย”“มึงก็ไม่เคยเข้าอยู่แล้วไหมวะ?”วอลเลอร์ทำหน้าเหนื่อยหน่าย หยิบแฟ้มเอกสารมาส่งต่อให้อลัน ลูกน้องคนสนิทดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลหลุบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่งเสียงครืดคราด มุมปากยกตัวสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยในตอนเห็นรายชื่อของเจ้าของข้อความที่เพิ่งถูกส่งมา“กูกลับละ”“เอ
กว่าเพลงตอกย้ำซ้ำที่แผลเดิมจะจบลงหางตาสวยเฉี่ยวก็เปียกชื้น ได้หยาดน้ำตามาเป็นรางวัลปลอบใจคนอดทนใบหน้าสะสวยก้มงุด ๆ แสร้งทำเป็นจิบเครื่องดื่มในมือ แต่มีหรือที่คนอย่างพรลภัสจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ถึงที่ผ่านมาคนตรงหน้าจะพยายามทำตัวเข้มแข็งเหมือนไม่เป็นอะไร ทว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้ตัวเลยว่าแววตาหม่น







