ログインคงไม่ใช่ว่าสเปรย์พริกไทยสื่อรัก อยู่ดี ๆ ก็เกิดพิศวาสเพราะเธอช่วยหยิบน้ำให้เขาล้างหน้าล้างตาหรอกนะ!
จัสมินทำหน้าหวาดผวา แต่พอเหลือบไปเห็นเขาทำสีหน้าจริงจังคล้ายว่าต้องการคำตอบจริง ๆ เธอก็เกิดลังเลระคนสงสัย
“ถามทำไมคะ?”
“มี หรือ ไม่มี?”
“ไม่มีค่ะ”
“หึหึ มิน่า”
เสียงแค่นหัวเราะในลำคอทำเอาคนขับฉุนกึก หันไปมองค้อนอย่างลืมตัว
“ทำเสียงแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ? แล้วมิน่งมิน่าอะไร”
“เปล่า”
บดินทร์ไหวไหล่ ทำหน้าราวกับว่าไม่ได้คิดอะไร ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มหยัน เข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงได้โดนผู้ใหญ่จับมัดใส่พานแล้วเอามาให้เขาดูตัวถึงที่ แถมมารดายังแสดงทีท่าส่งเสริมออกหน้าออกตา
“แล้วเธออยากมี?”
เท่านี้จัสมินก็แยกเขี้ยวกว้างขึ้น นี่คงคิดว่าเธออยากได้อยากโดนถึงขนาดเสนอหน้ามาดูตัวกับเขาสินะไอ้คนปากเสีย!
หน็อย เห็นแบบนี้หัวใจเธอก็ไม่เคยต้องขาดแคลนผู้ชายนะยะ!
“จะอยากมี หรือไม่อยากมี ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวกับนายตรงไหน”
ตวัดสายตามองเคืองให้เป็นของแถมแล้วเร่งความเร็วขึ้นหวังย่นระยะเวลาอยู่กับชายหนุ่มให้ได้มากที่สุด
“ไม่เกี่ยว?”
เหอะ! พูดมาได้นะยัยตัวซวย!
ถ้าไม่เกี่ยวแล้วเขาจะโดนลากจากเตียงมานั่งหัวโด่อยู่นี่ตั้งแต่หัววันแบบนี้เหรอวะ แม่ง เสียเวลาชีวิตไม่พอ ยังต้องมาเจ็บตัวอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งเซ็ง
“นี่ ฉันไม่สนว่าแม่จะชอบเธอแค่ไหน แต่หวังว่ามันจะไม่มีครั้งหน้าอีก”
“แล้วคิดว่าฉันอยากมีครั้งหน้าเหรอคะ คุณชายบดินทร์คะ กรุณาฟังฉันให้ดี ๆ ดูปากฉันให้ชัด ๆ ด้วยนะคะ"
"..."
"ฉัน ก็ ไม่ ได้ อยาก มา ที่ นี่ เหมือน กัน!"
“งั้นก็ดี”
“ค่ะ! วางใจเถอะค่ะ วันนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกันแน่!”
จัสมินกระแทกเสียง เน้นย้ำในทุกคำพูด เพราะการมาดูตัวครั้งนี้เธอเองก็ไม่เต็มใจเลยสักนิด
และถึงเธอจะโสดมานานหลายปี แต่ก็ใช่ว่าเธอจะอดอยากปากแห้งถึงขั้นหน้ามืด คว้าอะไรได้ก็เอาเข้าปากแบบไม่คิดหรอกนะ
+
+
ทันทีที่พาชายหนุ่มมาส่ง ณ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้สำเร็จ มือเรียวก็ยัดนามบัตรที่เลขาของบิดาเพิ่งทำให้เมื่อเช้าสด ๆ ร้อน ๆ ใส่ในมือคนเจ็บพร้อมแสดงความรับผิดชอบตามที่เขาต้องการ
“ฉันจะจ่ายค่าหมอค่ายาให้ทุกบาททุกสตางค์ แต่ตอนนี้ฉันมีธุระด่วนที่ต้องไปทำ เพราะฉะนั้นรบกวนโทรมาแจ้งตามเบอร์บนหน้าบัตรนะคะ ขอบคุณค่ะ”
ริมฝีปากบางเคลือบด้วยลิปกลอสสีแดงระเรื่อระบายยิ้ม โค้งตัวแทนการเอ่ยลาจากนั้นก็หมุนตัวก้าวฉับ ๆ ออกมาจากแผนกฉุกเฉินมาอย่างว่องไวโดยไม่รอให้เขาทันตอบรับหรือปฏิเสธ
ในเมื่อเขาไม่อยากเห็นหน้าเธอ เธอก็จะไม่อยู่ เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากเห็นหน้าเขานาน ๆ เช่นกัน เพราะงั้นลาล่ะค่ะ ลาขาดด้วย!
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ แผ่วลงตามระยะทางที่ห่างออกไป บดินทร์ยืนมองเธออยู่นานหลายวินาทีทีเดียวกว่าจะดึงสายตาจากร่างอรชรนั้นได้ อาจเพราะกำลังฉงนระคนประหลาดใจกับสิ่งที่เธอกระทำล่ะมั้ง
กระทั่งหญิงสาวหายลับออกไปจากขอบเขตสายตาเขาจึงหลุบตาลงมาอ่านข้อมูลบนหน้านามบัตร วินาทีที่สายตาสะดุดเข้ากับตัวอักษรที่ปรากฏเขาก็นิ่งชะงัก
‘เกวลิน กีรติรุ่งเรือง’
หืม? นามสกุลนี่ ทำไมรู้สึกเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ...
“คุณบดินทร์ สหเดชา รบกวนเชิญด้านนี้ค่ะ”
ยังไม่ทันเค้นหาความทรงจำ พยาบาลสาวก็เดินเข้ามาเรียกให้เขาเข้าไปลงทะเบียนผู้ป่วยนอก
ความสงสัยผลักให้เขาเลือกหย่อนนามบัตรใบนั้นลงในกระเป๋ากางเกงแทนที่จะเป็นถังขยะอย่างที่คิดในคราแรก ก่อนสาวเท้าตามไปยังหน้าเคาน์เตอร์
ถึงตอนนี้อาการเจ็บแสบจะทุเลาลงจนแทบไม่หลงเหลือ กระนั้นเขาก็ตัดสินใจเข้ารับการตรวจเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่เกิดปัญหาใด ๆ ตามหลัง
โชคดีที่ในจังหวะเจ้าหล่อนอัดสเปรย์พริกไทยใส่หน้า เขาสามารถหลับตาได้ทันทำให้ละอองนรกนั่นสัมผัสกับดวงตาของเขาในปริมาณเล็กน้อย ความเสียหายจึงไม่มากเท่าไร แต่อาจต้องเผชิญกับอาการระคายเคืองแบบนี้ไปอีกสักสองสามวัน
รอไม่นานบดินทร์ก็ได้บิลค่าใช้จ่ายมาอยู่ในมือ แน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะส่งยอดค่าเสียหายจำนวนสี่หลักและหน้านามบัตรไปให้เชน ลูกน้องคนสนิทช่วยสานต่อ
เพราะหากเขาเป็นคนกระทำคงไม่พ้นมีเรื่องต้องเข้าไปเกี่ยวพันกัน และนั่นคงเข้าทางมารดา
เท้าใหญ่ก้าวขึ้นรถหลังเสร็จสิ้นธุระทุกอย่าง เสียงครืดคราดดึงให้เขาหยิบเจ้าเครื่องสีดำขึ้นมาปลดล็อก อึดใจข้อความมากมายก็ปรากฏขึ้นมายาวเหยียด
ไร้สาระจริง
บดินทร์ส่งเสียงเหอะเบา ๆ ในลำคอ เลือกจะมองข้ามข้อความของใครบางคนที่กำลังคลั่งเมียจนน่ารำคาญก่อนจรดปลายนิ้ว พิมพ์ข้อความส่งไปสั้น ๆ
‘หนึ่งทุ่มตรง’
จากนั้นจึงค่อยเงยหน้าขึ้นสบสายตาลูกน้องที่นั่งรอรับคำสั่งอยู่หลังพวงมาลัยผ่านทางกระจกมองหลัง
“กลับคลับ”
“ครับนาย”
“ก็เป็นซะแบบนี้”คล้ายจะตำหนิ หากแต่ดวงตาสีนิลกลับเปี่ยมด้วยความรักใคร่เอ็นดู เพราะถึงแม้คนของเขาจะซุกซนและเอาแต่ใจไปบ้าง ทว่าส่วนหนึ่งก็มาจากเขาด้วยที่พอเธออยากได้อะไรถึงจะมีทักท้วงแต่สุดท้ายปลายทางเขาก็ยินดีจะตามใจเธออยู่ดี ขอเพียงได้เห็นว่ามันทำให้เธอมีความสุข มีรอยยิ้มสดใส มีเสียงหัวเราะอย่างที่กำลังมีอยู่ในตอนนี้“มินจะเล่น จะกอดจะฟัด จะหอบหิ้วมันไปไหนด้วยพี่ไม่ว่า แต่พี่ขออย่างเดียว อย่าพามันขึ้นมาบนเตียงอีกนะ เพราะที่ตรงนี้มันควรเป็นของพี่แค่คนเดียว”“ค่า มินไม่พาขึ้นมาแล้ว มินรู้ว่าแฟนของมินขี้หวง”“ก็ต้องหวงสิ นี่เมียพี่ทั้งคนนะ”คนถูกเรียกว่าเมียก้มงุด หน้าแดงก่ำ จนถึงบัดนี้หัวใจเธอหวิวไหวในทุกครั้งที่ได้ยินคำคำนี้ ไม่ชินเสียทีแต่หากถามว่าเธอปฏิเสธตำแหน่งที่เขามอบให้ไหม ก็ไม่ เธอยินดีและเต็มใจน้อมรับมาก ๆเฉกเช่นตอนที่เธอรับแหวนวงนี้มา ...ดวงตาคู่สวยหลุบลงมองพันธนาการบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนแวบหนึ่ง ก่อนจะสอดเรียวนิ้วเข้าประสานกับมือข้างที่มีแหวนซึ่งเธอเพิ่งซื้อมาสวมให้เขาเองกับมือประดับอยู่ เงยขึ้นมาส่งยิ้มหวานละมุนให้คนของใจ“มินดีใจนะคะที่วันนี้มินมีพี่ดินอยู่ข้าง ๆ ขอบค
@หลายวันถัดมา“อื้ออ”เสียงครางเบา ๆ ดังลอยออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่กำลังนอนตะแคง คิ้วหนาคมเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแน่นขณะขยับตัวด้วยความอึดอัด ในหัวก็พานคิดสงสัยทำไมวันนี้เมียของเขาถึงได้ตัวหนักกว่าเก่านัก แถมยังนอนเบียด กินที่จนอีกนิดจะทำเขาตกเตียงอีกด้วย“อื้อ มินครับ กระเถิบไปหน่อยครับพี่จะตก” คนที่ปกติมักตื่นช่วงบ่ายงึมงำบอกทั้งที่สองตายังปิดสนิท“คะ? เมื่อกี้พี่ดินว่าอะไรนะคะ?”เสียงหวานขานรับหากแต่ทำให้คนฟังยิ่งขมวดคิ้วหนัก เพราะฟังดูแล้วคล้ายว่าเสียงมันมาจากที่ไกล ๆ ครุ่นคิดครู่หนึ่งชายหนุ่มก็ทนสงสัยไม่ไหว ยอมปรือตาขึ้นมามองใบหน้ายิ้ม ๆ ของหญิงสาวเป็นสิ่งแรกที่มองเห็น ซึ่งมันจะไม่ทำให้เขาประหลาดใจเลยหากไม่ใช่เป็นเพราะตอนนี้เธอกำลังนั่งทาครีมอยู่หน้ากระจก ห่างจากจุดที่เขานอนอยู่เป็นเมตรซึ่ง! ถ้าเมียของเขานั่งอยู่นู้น แล้วไอ้ที่หนัก ๆ ทับแขนเขาอยู่มันคืออะไรวะ?บดินทร์หันขวับ และทันทีที่เห็นบางส่วนของต้นเหตุโผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมา แขนและขาก็ทำงานกันอย่างพร้อมเพรียง ผลักเจ้าก้อนขนที่มีน้ำหนักกว่าสี่สิบกิโลกรัมออกให้พ้นตัวราวกับต้องของร้อน“แม่ง! เอาอีกแล้วนะ!”ทั้งแรงผลักและเสียงตวา
“นะครับ~”น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานที่สงวนไว้ใช้กับหญิงสาวเพียงคนเดียวถูกงัดเอาออกมาใช้เพียงเท่านี้ท่าทางขัดขืนในคราแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นขวยเขิน หัวใจดวงน้อยหลอมละลาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอแพ้คุณชายบดินทร์ในร่างนี้และเขาก็ดันรู้ข้อนี้ดีเสียด้วย บ้าจริง!“พี่ดินขี้โกง”“เรียกว่าพี่รู้ใจเธอจะดีกว่า”ใบหน้าแดงซ่านผินหนี ไม่เถียงเพราะที่เขาพูดมานั้นไม่เกินจริง เดิมเธอเคยคิดว่าอุปสรรคของความรักครั้งนี้อาจเป็นที่อุปนิสัยซึ่งต้องปรับจูนเข้าหากันพอสมควรแต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากผ่านการทะเลาะและปรับความเข้าใจกัน รองจากบิดาก็เป็นเขาที่รู้ใจเธอกว่าใครโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... เรื่องบนเตียง“อา~”เสียงหวานครวญครางออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อกายแกร่งโน้มลงมาทาบทับ พรมจูบสลับขบเม้มไปตามหัวไหล่และแผ่นหลัง มือหนึ่งสอดมาบีบเคล้นเต้าอวบ อีกมือเอื้อมลงไปมอบความเสียวซ่านให้จุดอ่อนไหวอึดใจจัสมินก็ซวนเซเสียหลัก ทิ้งศีรษะลงนอนตะแคงบนหมอนใบโต เว้นเพียงสะโพกอวบที่แอ่นขึ้น ส่ายร่อนอย่างเชื้อเชิญไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจในความต้องการของกันแล้วกันบดินทร์แย้มยิ้มมุมปาก ค่อย ๆ ดันตัวตนเข้าจนสุด หลับตาซึ
“ทักทายกันหน่อยสิครับ”บดินทร์ครางบอกเสียงพร่าพลางดึงมือเรียวที่ละล้าละลังอยู่กลางอากาศให้ขยับเข้ามากอบกุมลูกชายสุดที่รัก“ฮืมม”บังเกิดเสียงคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อมีเด็กทำตัวว่านอนสอนง่าย แม้จะมีสะดุ้งบ้างในตอนแตะสัมผัสกระนั้นเธอก็ไม่สะบัดมือออกซ้ำเมื่อเขาเริ่มขยับข้อมือนำทาง อีกคนก็แสนหัวไว ไม่นานจังหวะเนิบนาบนุ่มนวลจึงค่อย ๆ ทวีความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ของคนทั้งคู่“ฮืม แบบนั้นแหละ ใช่แล้ว ดีครับ ทำดีมาก คนเก่งของพี่”ยิ่งได้ยินคำชม ได้ยินเสียงครวญครางของคนตัวโตจัสมินก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิม เร่งความเร็วของข้อมือให้มากขึ้น“อาส์ มะ..มิน ช้า ๆ ก่อน เดี๋ยวพี่ไม่ไหว”บดินทร์ปรามเสียงแหบแห้ง ทว่าอีกคนกลับกระหยิ่มใจที่เธอสามารถทำให้เขาเครียดเกร็งจนกายสั่นสะท้านได้เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้ว! ทฤษฎียังสอบได้เกรดสี่ เพราะงั้นแกห้ามมาตกม้าตายเอาตอนปฏิบัติจริง!เร่งทบทวนความรู้ที่เพิ่งลอบศึกษาผ่านภาพเคลื่อนไหวซึ่งได้เพื่อนสนิทอย่างพรลภัสชี้เป้าเมื่อหลายวันก่อนในหัว แล้วสูดลมหายใจเรียกความกล้าหาญให้ตัวเอง ก่อนจัสมินจะทำใจกล้า ประทับจูบเข้าที่ส่วนปลายอันแสนฉ่ำเยิ้มเฮือก!จูบเบา ๆ แต่กลับส่งผลใ
“ฮื่อ พะ..พี่ดิน~”“มินชอบให้พี่เลีย หรือชอบให้พี่ดูดครับ”บดินทร์ช้อนสายตาขึ้นสบประสาน ครางถามทั้งที่ยอดจุกยังคาคับปาก ทำเอาจัสมินถึงกับอายม้วน ทุบหัวไหล่เขาแรง ๆก็รู้หรอกว่าเป็นคนพูดตรง แต่บางเรื่องมันก็ไม่ต้องตรงมากก็ได้ไหม ถึงจะกินกันมาหลายครั้งแต่เธอก็ยังเขินเป็นนะเว้ย!ท่าทางมองค้อนปะหลับประเหลือกหากแต่ดวงหน้าแดงก่ำฟ้องถึงความเขินอายช่างน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาบดินทร์มากมายและนึกมันเขี้ยวจนอดใจไม่ไหว แกล้งดูดแรง ๆ สลับขบเม้มจนคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือก ก่อนจะปลอบประโลมด้วยการตวัดปลายลิ้น เลียไล้ยอดจุกอย่างอ่อนโยนเท่านี้เขาก็ได้คำตอบที่ต้องการ“หึหึ มินชอบให้พี่ดูดนี่เอง”ใครบอก จะดูดจะเลียถ้าเป็นเขาทำ เธอก็ชอบหมดต่างหาก!คนใจเกเรที่ตอนนี้ใจแตกอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยตะโกนตอบในใจ ก่อนเลือกตัดบทสนทนาหยาบโลนด้วยการกดใบหน้าคมให้จมเข้าไปในทรวงอก ดึงทึ้งกลุ่มผมสีเข้มแรง ๆ กดหวังเอาคืนแต่กลายเป็นว่าตัวเธอเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบปากร้อนทวีความรุนแรงในการดูดดุนขึ้น พร้อมส่งอีกมือลงไปบดคลึง ทักทายจุดอ่อนไหวที่กลางกายสาว“อื้ออ พี่ดิน~””“ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงพี่ไหมครับ?”“คะ..ค
“พี่ดิน! ช้า ๆ หน่อยสิคะ มินก้าวขาตามไม่ทัน”คนขาสั้นกว่าประท้วงปนหัวเราะ ห้องนอนหรือก็อยู่แค่นี้ไม่ใช่เหรอ ไม่รู้จะรีบไปไหนเธอส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะระบายยิ้มกว้างเมื่ออีกคนยอมลดความเร็วในการสับขาลงกึ่งหนึ่งจนทำให้จากการลากขึ้นบันได กลายมาเป็นเดินเคียงข้างกันไอ้ต้าวน่ารัก~แต่แล้วอึดใจต่อมาจัสมินก็อยากจะขอคำชมคืน ทันทีที่สองเท้าก้าวขึ้นมาเหยียบพื้นของชั้นสองได้ คนใจร้อนก็หันมารวบตัวเธอขึ้นอุ้มแนบอก“พี่ดิน!~”“เวลามีน้อย ต้องใช้สอยอย่างประหยัด”จัสมินหัวเราะร่ากับข้ออ้างของคนหื่น จริงอยู่ว่าวันนี้เรามีนัดทานข้าวเย็นที่บ้านของเธอ ก่อนที่เขาจะต้องรีบกลับไปเคลียร์งานที่คลับเพื่อเตรียมตัวบินไปต่างประเทศพร้อมกับเธอและบิดาแต่นี่มันเพิ่งบ่ายสอง เพราะงั้นเวลามันมีน้อยตรงไหน เธอไม่เข้าใจ!ปึก!ประตูห้องนอนถูกเปิดด้วยความช่วยเหลือของจัสมิน ก่อนที่มันจะถูกดันให้ปิดลงด้วยฝีเท้าของชายเจ้าของห้องดวงตาคู่สวยเบิกโต ลุกวาวด้วยความตื่นเต้นทันทีที่เห็นการตกแต่งภายใน เพราะแม้พวกเธอจะไปมาหาสู่และใช้เวลาร่วมกันนับเดือน ทว่านี่กลับเป็นครั้งแรกที่เธอมีโอกาสมาเยือนห้องนอนของเขาที่บ้านหลังนี้ซึ่งมันช่างแตก
เนื่องจากยังเป็นช่วงหัวค่ำการแสดงของที่คลับจึงเป็นดนตรีสด ขับร้องแนวอคูสติกส์ร่างบางโยกไปตามจังหวะเพลง มือเหวี่ยงแก้วทรงสูงที่ด้านในบรรจุของเหลวสีสวยในมือไปด้วยเบา ๆ ขณะที่สายตาทอดมองไปทางเวทีเบื้องหน้า ปล่อยกายปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามบทเพลงการยังให้ความหวัง บรรเทาความผิดหวัง มันก็ดีแค่ชั่วคราว~ไม
“ฉันไม่อยากหนีแล้ว ฉันเหนื่อย ...”“เฮ้ออ มานี่มา ไอ้ต้าวมินน้อยของน้องอุ้ยอ้าย”จัสมินคลี่ยิ้มแล้วเอนกายเข้าหาอ้อมกอดของเพื่อนอย่างไม่อิดออด“ฉันไม่เป็นไรน่า เรื่องแค่นี้เอง”“นี่ ตอนนี้แกอยู่กับใคร อยู่กับอุ้ยอ้าย! เพื่อนรัก เพื่อนตาย แถมยังเป็นเพื่อนที่สวยที่สุดของแกเลยนะเว้ย! อ่อนแอบ้างก็ได้นะ
“พะ..พี่เขตต์”“พี่กะแล้วว่ามินต้องอยู่ที่นี่”รอยยิ้มที่ถูกส่งมากระตุ้นให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วแรง และยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในตอนที่เจ้าของรอยยิ้มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสามารถได้กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ผสมปนเปไปกับกลิ่นหอมเย็นของลูกอมรสมิ้นที่เธอและเขาชื่นชอบ“เอ่อ มินขอ...”ทว่ายังไม่ทันเอ่ยตัดบทเพื่อ
อารามความตกใจร่างกายจึงหมุนตัวหันหลังให้ผู้มาใหม่ทันทีก็ไหนในอินสตาร์ลงรูปว่ากำลังจะขึ้นเครื่องไปต่างจังหวัด แล้วทำไมตอนนี้พี่เขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ หรือจะเป็นเพราะ ...“ยัยอ้าย! แกชวนพี่เขตต์มาด้วยเหรอ?”“เปล๊า ฉันแค่เอารูปเราลงสตอรี่เองนะ ทำไมอะ พี่เขามาเหรอ?”“นู้นไง”จัสมินบุ้ยใบ้บอกให้เพื่อนมอ







