로그인อารามความตกใจร่างกายจึงหมุนตัวหันหลังให้ผู้มาใหม่ทันที
ก็ไหนในอินสตาร์ลงรูปว่ากำลังจะขึ้นเครื่องไปต่างจังหวัด แล้วทำไมตอนนี้พี่เขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ หรือจะเป็นเพราะ ...
“ยัยอ้าย! แกชวนพี่เขตต์มาด้วยเหรอ?”
“เปล๊า ฉันแค่เอารูปเราลงสตอรี่เองนะ ทำไมอะ พี่เขามาเหรอ?”
“นู้นไง”
จัสมินบุ้ยใบ้บอกให้เพื่อนมองข้ามไหล่เธอไปด้านหลัง เรียกรอยยิ้มกรุ้มกริ่มให้ผุดขึ้นบนใบหน้าทะเล้นขี้เล่นของพรลภัส
“อุ๊ยตายแล๊ว แบบนี้น้องอ้ายต้องหาน้ำมันมาไว้รอสาดใส่กองไฟไหมอ่ะคะพี่มินขา?”
“ก็เอาสิ แล้วเดี๋ยวพอไฟมันลุกหนัก ๆ นะ ฉันก็จะจับแกโยนลงไปฌาปนกิจเลยไงนังอุ้ยอ้าย!”
จัสมินแยกเขี้ยวใส่ ทว่านอกจากอีกคนจะไม่เกรงกลัว ยังเอาแต่หัวเราะคิกคักราวกับชอบใจเสียเต็มประดาที่ได้เห็นเธอเสียอาการ มือเรียวจึงฟาดเข้าที่ต้นแขนเพื่อนเป็นการเอาคืนก่อนคว้ากระเป๋าใบเล็กมาคล้องบ่า
“เดี๋ยว ๆ จะหนีไปไหนล่ะจ๊ะ?”
“ฉันจะไปห้องน้ำ!”
“รีบไปรีบมานะ”
“เออ!”
กระแทกเสียงตอบพร้อมถลึงตาดุส่งท้าย จากนั้นจัสมินก็ก้าวฉับ ๆ หนีออกมาโดยไม่สนใจฟังคำแซวที่เพื่อนตะโกนล้อเลียนไล่หลัง
สองขาเรียวสับถี่ยิบ กระทั่งเอี้ยวหลังไปแล้วพบว่าพ้นขอบเขตสายตาอีกฝ่ายแน่นอนจึงค่อย ๆ ผ่อนความเร็วลงแล้วเลี้ยวเข้าไปหลบด้านในห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด
ปึก
ประตูเหวี่ยงตัวปิดตามแรงอารมณ์จนเกิดเสียงดัง ก่อนที่ร่างบางจะถลันเข้ามาเกาะเคาน์เตอร์ พรูลมหายใจพลางยกมือขึ้นตบหน้าอกที่กำลังกระเพื่อมรุนแรง
“รีแล็กซ์”
จัสมินพรูลมหายใจยาว ๆ ความรู้สึกมากมายตีรวนในช่องอก งุนงง สับสนและไม่เข้าใจ
ด้วยปกติแล้วเธอตั้งค่าให้เพื่อนสนิทเท่านั้นที่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวในสตอรี่ได้ และแน่นอนว่าพี่เขตแดนถูกปลดออกจากลิสนั้นไปตั้งแต่วันที่เธอค้นพบความจริงบางอย่าง
อีกทั้งเธอยังทันจะได้ยกโทรศัพท์ขึ้นมาอัปโหลดรูปหรือเช็กอินใด ๆ ความเคลื่อนไหวล่าสุดบนหน้าบัญชีจึงเป็นรูปโต๊ะอาหารซึ่งเห็นมือเธอเพียงเสี้ยว พร้อมแคปชัน
‘Big day? No! It’s the bad day!’
ซึ่งมีเพื่อนสนิทเป็นคนพิชิตคอมเมนท์แรกว่า
AuiAy : อุ้ย ๆ เหมือนจะมีคนใกล้ขายออก!
“บังเอิญแหละ มันคงเป็นเรื่องบังเอิญ”
เสียงหวานพึมพำซ้ำไปซ้ำมาราวกับต้องการสะกดจิตให้ตัวเองเชื่อแบบนั้น แต่เพียงแค่ภาพข้อความล่าสุดที่อีกฝ่าย DM มาหาเมื่อคืนผุดขึ้นในความทรงจำ เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวูบหนึ่งมันแอบคิดเข้าข้างตัวเอง
เขาอาจจะตั้งใจมาที่นี่เพราะเธอ
‘พี่กลับมาไทยแล้วนะ’
‘วันศุกร์นี้ว่างไหมครับ?’
‘พี่อยากเจอ’
คราแรกที่เห็นข้อความนั้น หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ทว่าพอคิดถึงเรื่องที่อีกฝ่ายเคยกระทำ ซ้ำยังหายหน้าไปนานนับเดือนหลังเธอตัดสินใจขอจบความสัมพันธ์ เธอจึงเลือกที่จะปิดมันทิ้งโดยไม่ตอบอะไรกลับไป
“จะมาอยากเจอกันทำไม ในเมื่อสุดท้ายพี่ก็ไม่ได้รู้สึกกับมินอย่างนั้นจริง ๆ”
เสียงแค่นหัวเราะเย้ยหยันดังก้องไปทั่วห้องน้าหากแต่ดวงตาสีน้ำผึ้งกลับสะท้อนความเจ็บปวดออกมาอย่างย้อนแย้งเมื่อตระหนักได้ว่าวูบหนึ่งเธอดันอ่อนต่อโลกจนเผลอไปหวั่นไหวกับสิ่งที่เขากระทำ สิ่งที่เขาพูดอย่างง่ายดาย
เหอะ น่าสมเพชชะมัด!
มือเรียวฉวยเอาลิปสติกสีแดงสดออกมาจากกระเป๋า บรรจงทาเคลือบทับลิปสติกสีพีชที่เติมไว้ก่อนลงจากรถยนต์ราวกับต้องการกลบฝังความอ่อนแอไว้ภายใต้สีสันฉูดฉาด
แววตาสั่นระริกเหม่อมองภาพเงาสะท้อนบนกระจกเงาแล้วสั่งให้ตัวเองเหยียดยิ้ม
“ตอนนี้แกเป็นนิวจัสมินแล้วนะ อย่าไปสน อย่าไปแคร์ เขาก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป”
ถึงอีกมุมเขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่เธอชื่นชอบจนถึงขั้นเป็นฝ่ายบากหน้า เดินเข้าไปขอเบอร์ก่อนก็เถอะ!
“แต่แล้วไง บนโลกนี้มีคนอีกตั้งกี่สิบกี่ล้านคน ถ้าหาดีไม่ได้ก็แค่ไม่ต้องมีมัน”
จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ กลบฝังทุกความรู้สึกที่สะสมมาตลอดค่อนวัน รวมทั้งที่เพิ่งเกิดเมื่อนาทีก่อนไว้ภายใต้ลุคของสาวมั่นที่เพียรพยายามสร้างขึ้นแล้วจัสมินก็ก้าวเท้าออกจากที่หลบภัย
แต่เพียงแค่เงยหน้าขึ้นหลังผลักบานประตูให้เปิดออกสองเท้าก็หยุดชะงัก หัวใจที่เพิ่งกล่อมให้สงบพลันเต้นแรงระรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“พะ..พี่เขตต์”
“ก็เป็นซะแบบนี้”คล้ายจะตำหนิ หากแต่ดวงตาสีนิลกลับเปี่ยมด้วยความรักใคร่เอ็นดู เพราะถึงแม้คนของเขาจะซุกซนและเอาแต่ใจไปบ้าง ทว่าส่วนหนึ่งก็มาจากเขาด้วยที่พอเธออยากได้อะไรถึงจะมีทักท้วงแต่สุดท้ายปลายทางเขาก็ยินดีจะตามใจเธออยู่ดี ขอเพียงได้เห็นว่ามันทำให้เธอมีความสุข มีรอยยิ้มสดใส มีเสียงหัวเราะอย่างที่กำลังมีอยู่ในตอนนี้“มินจะเล่น จะกอดจะฟัด จะหอบหิ้วมันไปไหนด้วยพี่ไม่ว่า แต่พี่ขออย่างเดียว อย่าพามันขึ้นมาบนเตียงอีกนะ เพราะที่ตรงนี้มันควรเป็นของพี่แค่คนเดียว”“ค่า มินไม่พาขึ้นมาแล้ว มินรู้ว่าแฟนของมินขี้หวง”“ก็ต้องหวงสิ นี่เมียพี่ทั้งคนนะ”คนถูกเรียกว่าเมียก้มงุด หน้าแดงก่ำ จนถึงบัดนี้หัวใจเธอหวิวไหวในทุกครั้งที่ได้ยินคำคำนี้ ไม่ชินเสียทีแต่หากถามว่าเธอปฏิเสธตำแหน่งที่เขามอบให้ไหม ก็ไม่ เธอยินดีและเต็มใจน้อมรับมาก ๆเฉกเช่นตอนที่เธอรับแหวนวงนี้มา ...ดวงตาคู่สวยหลุบลงมองพันธนาการบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนแวบหนึ่ง ก่อนจะสอดเรียวนิ้วเข้าประสานกับมือข้างที่มีแหวนซึ่งเธอเพิ่งซื้อมาสวมให้เขาเองกับมือประดับอยู่ เงยขึ้นมาส่งยิ้มหวานละมุนให้คนของใจ“มินดีใจนะคะที่วันนี้มินมีพี่ดินอยู่ข้าง ๆ ขอบค
@หลายวันถัดมา“อื้ออ”เสียงครางเบา ๆ ดังลอยออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่กำลังนอนตะแคง คิ้วหนาคมเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแน่นขณะขยับตัวด้วยความอึดอัด ในหัวก็พานคิดสงสัยทำไมวันนี้เมียของเขาถึงได้ตัวหนักกว่าเก่านัก แถมยังนอนเบียด กินที่จนอีกนิดจะทำเขาตกเตียงอีกด้วย“อื้อ มินครับ กระเถิบไปหน่อยครับพี่จะตก” คนที่ปกติมักตื่นช่วงบ่ายงึมงำบอกทั้งที่สองตายังปิดสนิท“คะ? เมื่อกี้พี่ดินว่าอะไรนะคะ?”เสียงหวานขานรับหากแต่ทำให้คนฟังยิ่งขมวดคิ้วหนัก เพราะฟังดูแล้วคล้ายว่าเสียงมันมาจากที่ไกล ๆ ครุ่นคิดครู่หนึ่งชายหนุ่มก็ทนสงสัยไม่ไหว ยอมปรือตาขึ้นมามองใบหน้ายิ้ม ๆ ของหญิงสาวเป็นสิ่งแรกที่มองเห็น ซึ่งมันจะไม่ทำให้เขาประหลาดใจเลยหากไม่ใช่เป็นเพราะตอนนี้เธอกำลังนั่งทาครีมอยู่หน้ากระจก ห่างจากจุดที่เขานอนอยู่เป็นเมตรซึ่ง! ถ้าเมียของเขานั่งอยู่นู้น แล้วไอ้ที่หนัก ๆ ทับแขนเขาอยู่มันคืออะไรวะ?บดินทร์หันขวับ และทันทีที่เห็นบางส่วนของต้นเหตุโผล่พ้นผ้าห่มขึ้นมา แขนและขาก็ทำงานกันอย่างพร้อมเพรียง ผลักเจ้าก้อนขนที่มีน้ำหนักกว่าสี่สิบกิโลกรัมออกให้พ้นตัวราวกับต้องของร้อน“แม่ง! เอาอีกแล้วนะ!”ทั้งแรงผลักและเสียงตวา
“นะครับ~”น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานที่สงวนไว้ใช้กับหญิงสาวเพียงคนเดียวถูกงัดเอาออกมาใช้เพียงเท่านี้ท่าทางขัดขืนในคราแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นขวยเขิน หัวใจดวงน้อยหลอมละลาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอแพ้คุณชายบดินทร์ในร่างนี้และเขาก็ดันรู้ข้อนี้ดีเสียด้วย บ้าจริง!“พี่ดินขี้โกง”“เรียกว่าพี่รู้ใจเธอจะดีกว่า”ใบหน้าแดงซ่านผินหนี ไม่เถียงเพราะที่เขาพูดมานั้นไม่เกินจริง เดิมเธอเคยคิดว่าอุปสรรคของความรักครั้งนี้อาจเป็นที่อุปนิสัยซึ่งต้องปรับจูนเข้าหากันพอสมควรแต่กลับกลายเป็นว่าหลังจากผ่านการทะเลาะและปรับความเข้าใจกัน รองจากบิดาก็เป็นเขาที่รู้ใจเธอกว่าใครโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... เรื่องบนเตียง“อา~”เสียงหวานครวญครางออกมาอย่างสุดกลั้นเมื่อกายแกร่งโน้มลงมาทาบทับ พรมจูบสลับขบเม้มไปตามหัวไหล่และแผ่นหลัง มือหนึ่งสอดมาบีบเคล้นเต้าอวบ อีกมือเอื้อมลงไปมอบความเสียวซ่านให้จุดอ่อนไหวอึดใจจัสมินก็ซวนเซเสียหลัก ทิ้งศีรษะลงนอนตะแคงบนหมอนใบโต เว้นเพียงสะโพกอวบที่แอ่นขึ้น ส่ายร่อนอย่างเชื้อเชิญไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ย ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจในความต้องการของกันแล้วกันบดินทร์แย้มยิ้มมุมปาก ค่อย ๆ ดันตัวตนเข้าจนสุด หลับตาซึ
“ทักทายกันหน่อยสิครับ”บดินทร์ครางบอกเสียงพร่าพลางดึงมือเรียวที่ละล้าละลังอยู่กลางอากาศให้ขยับเข้ามากอบกุมลูกชายสุดที่รัก“ฮืมม”บังเกิดเสียงคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อมีเด็กทำตัวว่านอนสอนง่าย แม้จะมีสะดุ้งบ้างในตอนแตะสัมผัสกระนั้นเธอก็ไม่สะบัดมือออกซ้ำเมื่อเขาเริ่มขยับข้อมือนำทาง อีกคนก็แสนหัวไว ไม่นานจังหวะเนิบนาบนุ่มนวลจึงค่อย ๆ ทวีความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ของคนทั้งคู่“ฮืม แบบนั้นแหละ ใช่แล้ว ดีครับ ทำดีมาก คนเก่งของพี่”ยิ่งได้ยินคำชม ได้ยินเสียงครวญครางของคนตัวโตจัสมินก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิม เร่งความเร็วของข้อมือให้มากขึ้น“อาส์ มะ..มิน ช้า ๆ ก่อน เดี๋ยวพี่ไม่ไหว”บดินทร์ปรามเสียงแหบแห้ง ทว่าอีกคนกลับกระหยิ่มใจที่เธอสามารถทำให้เขาเครียดเกร็งจนกายสั่นสะท้านได้เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้ว! ทฤษฎียังสอบได้เกรดสี่ เพราะงั้นแกห้ามมาตกม้าตายเอาตอนปฏิบัติจริง!เร่งทบทวนความรู้ที่เพิ่งลอบศึกษาผ่านภาพเคลื่อนไหวซึ่งได้เพื่อนสนิทอย่างพรลภัสชี้เป้าเมื่อหลายวันก่อนในหัว แล้วสูดลมหายใจเรียกความกล้าหาญให้ตัวเอง ก่อนจัสมินจะทำใจกล้า ประทับจูบเข้าที่ส่วนปลายอันแสนฉ่ำเยิ้มเฮือก!จูบเบา ๆ แต่กลับส่งผลใ
“ฮื่อ พะ..พี่ดิน~”“มินชอบให้พี่เลีย หรือชอบให้พี่ดูดครับ”บดินทร์ช้อนสายตาขึ้นสบประสาน ครางถามทั้งที่ยอดจุกยังคาคับปาก ทำเอาจัสมินถึงกับอายม้วน ทุบหัวไหล่เขาแรง ๆก็รู้หรอกว่าเป็นคนพูดตรง แต่บางเรื่องมันก็ไม่ต้องตรงมากก็ได้ไหม ถึงจะกินกันมาหลายครั้งแต่เธอก็ยังเขินเป็นนะเว้ย!ท่าทางมองค้อนปะหลับประเหลือกหากแต่ดวงหน้าแดงก่ำฟ้องถึงความเขินอายช่างน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาบดินทร์มากมายและนึกมันเขี้ยวจนอดใจไม่ไหว แกล้งดูดแรง ๆ สลับขบเม้มจนคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือก ก่อนจะปลอบประโลมด้วยการตวัดปลายลิ้น เลียไล้ยอดจุกอย่างอ่อนโยนเท่านี้เขาก็ได้คำตอบที่ต้องการ“หึหึ มินชอบให้พี่ดูดนี่เอง”ใครบอก จะดูดจะเลียถ้าเป็นเขาทำ เธอก็ชอบหมดต่างหาก!คนใจเกเรที่ตอนนี้ใจแตกอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยตะโกนตอบในใจ ก่อนเลือกตัดบทสนทนาหยาบโลนด้วยการกดใบหน้าคมให้จมเข้าไปในทรวงอก ดึงทึ้งกลุ่มผมสีเข้มแรง ๆ กดหวังเอาคืนแต่กลายเป็นว่าตัวเธอเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบปากร้อนทวีความรุนแรงในการดูดดุนขึ้น พร้อมส่งอีกมือลงไปบดคลึง ทักทายจุดอ่อนไหวที่กลางกายสาว“อื้ออ พี่ดิน~””“ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงพี่ไหมครับ?”“คะ..ค
“พี่ดิน! ช้า ๆ หน่อยสิคะ มินก้าวขาตามไม่ทัน”คนขาสั้นกว่าประท้วงปนหัวเราะ ห้องนอนหรือก็อยู่แค่นี้ไม่ใช่เหรอ ไม่รู้จะรีบไปไหนเธอส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะระบายยิ้มกว้างเมื่ออีกคนยอมลดความเร็วในการสับขาลงกึ่งหนึ่งจนทำให้จากการลากขึ้นบันได กลายมาเป็นเดินเคียงข้างกันไอ้ต้าวน่ารัก~แต่แล้วอึดใจต่อมาจัสมินก็อยากจะขอคำชมคืน ทันทีที่สองเท้าก้าวขึ้นมาเหยียบพื้นของชั้นสองได้ คนใจร้อนก็หันมารวบตัวเธอขึ้นอุ้มแนบอก“พี่ดิน!~”“เวลามีน้อย ต้องใช้สอยอย่างประหยัด”จัสมินหัวเราะร่ากับข้ออ้างของคนหื่น จริงอยู่ว่าวันนี้เรามีนัดทานข้าวเย็นที่บ้านของเธอ ก่อนที่เขาจะต้องรีบกลับไปเคลียร์งานที่คลับเพื่อเตรียมตัวบินไปต่างประเทศพร้อมกับเธอและบิดาแต่นี่มันเพิ่งบ่ายสอง เพราะงั้นเวลามันมีน้อยตรงไหน เธอไม่เข้าใจ!ปึก!ประตูห้องนอนถูกเปิดด้วยความช่วยเหลือของจัสมิน ก่อนที่มันจะถูกดันให้ปิดลงด้วยฝีเท้าของชายเจ้าของห้องดวงตาคู่สวยเบิกโต ลุกวาวด้วยความตื่นเต้นทันทีที่เห็นการตกแต่งภายใน เพราะแม้พวกเธอจะไปมาหาสู่และใช้เวลาร่วมกันนับเดือน ทว่านี่กลับเป็นครั้งแรกที่เธอมีโอกาสมาเยือนห้องนอนของเขาที่บ้านหลังนี้ซึ่งมันช่างแตก
จัสมินส่ายหน้าหวือ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร บิดาก็โพล่งแทรกตัดหน้าขึ้นมาเสียก่อน“ลำบากดินต่างหากที่ต้องได้ม้าดีดกะโหลกไปดูแล”“ป๊า! นี่มินยังเป็นลูกสาวของป๊าอยู่หรือเปล่า?” ทำไมถึงทำเหมือนไม่หวงกันเลยเนี้ย!“ใช่ไงลูกสาว ป๊าก็ไม่ได้บอกนี่ว่ามินเป็นลูกชายกันล่ะ?”ไกรวิชญ์กระเซ้าหน้าตาย ครั้นพอเห็นลู
จัสมินพรูลมหายใจแรง อยากจะวีนเหวี่ยงระบายความรู้สึกมากมายที่สุมอยู่ในอก แต่เพราะเวลามีอยู่อย่างจำกัดเธอจึงกัดฟันข่มความเจ็บที่กำลังรุมเร้าคว้ารองเท้าที่ให้บทเรียนราคาแพงพอ ๆ กับราคาค่าตัวของมันแล้วก้าวกะเผลกออกจากห้องพัก ทั้ง ๆ ที่บนร่างกายมีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสวมทับบราไร้สายและซับในตัวสั้นที่
“ช่วงนี้กูคงไม่ได้เข้าบริษัทนะ ฝากด้วย”“มึงก็ไม่เคยเข้าอยู่แล้วไหมวะ?”วอลเลอร์ทำหน้าเหนื่อยหน่าย หยิบแฟ้มเอกสารมาส่งต่อให้อลัน ลูกน้องคนสนิทดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลหลุบมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่งเสียงครืดคราด มุมปากยกตัวสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยในตอนเห็นรายชื่อของเจ้าของข้อความที่เพิ่งถูกส่งมา“กูกลับละ”“เอ
กว่าเพลงตอกย้ำซ้ำที่แผลเดิมจะจบลงหางตาสวยเฉี่ยวก็เปียกชื้น ได้หยาดน้ำตามาเป็นรางวัลปลอบใจคนอดทนใบหน้าสะสวยก้มงุด ๆ แสร้งทำเป็นจิบเครื่องดื่มในมือ แต่มีหรือที่คนอย่างพรลภัสจะไม่สังเกตเห็นความผิดปกตินี้ถึงที่ผ่านมาคนตรงหน้าจะพยายามทำตัวเข้มแข็งเหมือนไม่เป็นอะไร ทว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้ตัวเลยว่าแววตาหม่น







