LOGINร่างหนาผลักฉันลงกลางพื้นห้อง เขาถอดเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มกายตัวเองทิ้ง จากนั้นก็ลงมาคร่อมร่างฉันไว้อารมณ์โรคจิตของฮอลล์กำลังพลุ่งพล่าน และไม่มีใครสามารถดับความโรคจิตของเขาได้ ฉันปล่อยให้เขาฉีกกระชากชุดนักศึกษาออกจากเรือนร่าง ปล่อยให้เขาขบกัดตามหน้าอกนูน หน้าท้องแบนราบ รวมถึงขาอ่อน
ทุกอย่างที่อยู่ใต้ร่มผ้าเขาจะทำรอยแสดงความเป็นเจ้าของ
เหมือนหมาหวงของต้องฉี่ทับที่!
ทุกครั้งที่มีปากเสียง ต่อให้เขามีอารมณ์โกรธมากเท่าไหร่เขาก็ไม่เคยทำรอยให้คนอื่นได้เห็น เพราะเรื่องนี้คืออีกเรื่องที่เราตกลงกันไว้
ฉันนอนแผ่หลาหลับตาปล่อยให้เขาปู้ยี่ปู้ยำ เขาอยากจะทำอะไรก็ปล่อยให้เขาทำ
หนำใจเมื่อไหร่เขาก็พอเอง...
“เฮ้อ...” ฮอลล์ลุกออกจากตัวฉันในเวลาต่อมา แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วจุดบุหรี่ดูดอย่างใจเย็น
หลังจากที่เขาทารุณร่างกายของฉันจนเสร็จสม!
ภายในห้องรับแขกเงียบสนิท ฉันนอนเปลือยกายแผ่หราหมดอาลัยตายอยาก มีเพียงน้ำตาที่มันอัดอั้นภายในจิตใจเท่านั้นที่หลั่งรินไหล ไม่มีแม้เสียงสะอื้นมันแค่ไหลออกมาเงียบๆ
ประมาณ20นาทีต่อมา ฮอลล์เดินออกไปจากห้องรับแขกแล้วกลับมาพร้อมชุดคลุมตัวใหญ่ เขาเอาเสื้อคลุมมาคลุมตัวฉันไว้แล้วอุ้มฉันเดินออกจากห้องรับแขก พาฉันขึ้นมาชั้นบนที่เป็นห้องนอนของเรา
ฮอลล์เดินหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วออกมาพร้อมกับกะละมังและผ้าขนหนู แล้วเขาก็เดินตรงมาที่ฉัน
“ต่อไปจะใจเย็นมากกว่านี้” มือหนาเกลี่ยปอยผมที่บดบังใบหน้าแล้วเขาก็ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดทั่วใบหน้าของฉัน จากนั้นก็เริ่มเช็ดตามเรือนร่างทุกซอกทุกมุมทุกจุดซ่อนเร้น
เมื่อเช็ดตัวเสร็จเขาก็เดินไปหยิบชุดนอนมาสวมใส่ให้ฉัน ชุดนอนที่เป็นเสื้อยืดตัวใหญ่สวมใส่แบบสบายๆของเขานั่นแหละ
ฉันน่ะทำเหมือนคนไร้ความรู้สึก เป็นเหมือนตุ๊กตายางให้เขานั่งจัดแจงอยากจะทำอะไรก็ปล่อยเขาไป
หลังจากที่ใส่เสื้อให้ฉันแล้วเขาก็เอาแซมบัคมาทาที่ใบหน้าและลำคอของฉัน แต่รอยกัดรอยช้ำที่เขาทำไว้เขาไม่ได้ทา
บางทีฉันก็คิดนะว่าแซมบัคไม่ได้ช่วยอะไร แต่ฉันก็ไม่อยากจะพูดกับเขาไง
“ตบคืนไหม” ฮอลล์จับมือของฉันไปทาบที่แก้มสาก ฉันชักมือกลับแล้วพลิกตัวนอนตะแคงไปอีกทางหนึ่ง
“อย่าเงียบดิจิว ฮอลล์รู้ว่าที่ทำลงไปมันแรง... ขอโทษ” เขานอนลงข้างกายฉันแล้วกอดฉันไว้
คำขอโทษที่ฉันฟังจนเบื่อหน่าย มันไม่ได้มีความหมายอะไรด้วยซ้ำ ถ้าคนกระทำไม่คิดสำนึกผิดชอบชั่วดี
“สัญญาว่าต่อไปจะไม่เอาใครเข้าบ้าน” เขายังคงพล่ามเมื่อฉันไม่ปริปากพูด
“จิวอย่ารักใครนะ” และนี่คือคำขอหรือคำสั่งหรือคำขู่ก็ไม่รู้ เขามักจะพูดเป็นประจำเวลาที่เราทะเลาะกันจบ
“จิวเกลียดฮอลล์ได้ แต่อย่ารักชายอื่นก็พอ เพราะฮอลล์ไม่เอาไอ้คนที่จิวรักไว้แน่” เขากอดฉันไว้และบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังดูจริงจัง
ซึ่งฉันรู้ว่าคนบ้าๆแบบเขาน่ะทำจริง...
“มึงหนาวหรือแฟชั่นวะจิว” ดีม่อนร้องถามเมื่อเห็นการแต่งตัวที่มันแหวกผิดมนุษย์มนา ความจริงนักศึกษาหลายคนที่ฉันเดินผ่านอาจจะสงสัยหรือคิดว่าฉันบ้าไปแล้วด้วยซ้ำ
อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่อิจิวพันผ้าพันคอหนาเตอะ!
“แล้วหน้ามึง?” ดีม่อนถามต่อโดยไม่รีรอคำตอบแรกของฉัน
“วัยรุ่นมีเรื่องกัน กูเดินผ่านเลยโดนลูกหลง” ฉันพูดปดแก้ต่างบิดเบือนจากความจริงที่เป็น อย่างที่บอกนั่นแหละว่าเพื่อนฉันไม่ค่อยยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของกัน
“มึงจะบอกว่ามึงโง่” ป้างเลิกคิ้วเอ่ยถาม โดยที่คนลงมือนั่งมองฉันนิ่งๆพร้อมแสยะยิ้มมุมปาก
ฉันรู้ว่าเขากำลังขำกับการแถที่โคตรห่วยแตกของฉัน
“ประมาณนั้น แล้วแต่จะคิด” ฉันไหวไหล่ทำทีไม่ใส่ใจ
“อะ” ยูโรโยนถุงหูหิ้วของร้านสะดวกซื้อ24ชั่วโมงที่บรรจุอะไรสักอย่างมาตรงหน้าฉัน
“หืม?” ฉันทำหน้าสงสัยพร้อมกับหันมองหน้ายูโร
“ไอ้น้องนาวฝากอาหารเช้าไว้ให้ มันบอกโทรหาแล้วมึงไม่รับ” ยูโรเฉลยคำตอบและมันทำให้คนข้างกายของยูโรสีหน้าแปรเปลี่ยนในทันที
“อ้อ สงสัยปิดเสียง” ฉันบอกพร้อมกับนั่งแกะของในถุงมาดู มันคือแซนวิชปูอัดยี่ห้อหนึ่งที่มีขายในร้านสะดวกซื้อ และนมจืดไขมันต่ำ ซึ่งฉันชอบทาน2อย่างนี้ทุกเช้าก่อนมาเรียน
เรื่องอาหารเช้าฉันเล่าให้น้องนาวฟังไปงั้นๆ ฉันไม่ได้คิดว่าน้องมันจะจดจำ!
น้องมันจะรู้ไหมว่าเรื่องที่จำ กำลังทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย
และเมื่อฉันหยิบของออกมาวางตรงหน้า ไอ้คนบ้าอำนาจก็นั่งกดโทรศัพท์มือถือยิกๆพร้อมกับใบหน้าที่เคร่งขรึม
ติ๊ง!
(ฮอลล์: ถึงกับให้เบอร์เลยเหรอจิว มากไปนะ)
ติ๊ง!
(ฮอลล์: แล้วเรื่องของโปรดคือ?)
ติ๊ง!
(ฮอลล์: สงสัยมันไม่อยากตายดี)
และนี่คือคำขู่ที่เขาพยายามเก็บอารมณ์ไม่อาละวาดต่อหน้าเพื่อนฝูง
(จิว: อย่ายุ่งกับน้องนาว)
(จิว: จิวไม่ได้คิดอะไรกับน้อง)
(ฮอลล์: ปกป้องมัน?)
(จิว: ขอร้องอย่าเถื่อนไปทั่ว แค่มั่วไม่เลือกก็เกินจะทน)
“ม่อน! ฝากกินทีนะพอดีกูกินมาละ” ฉันยื่นขนมและนมให้ดีม่อนหลังจากที่โต้วาทีกับสามีบ้าๆที่พร้อมจะฆ่าทุกคนที่ทำดีกับฉัน
“ลาภปาก” ดีม่อนฉีกยิ้มแล้วไหวไหล่จากนั้นเธอก็หยิบขนมและนมไปทานอย่างเอร็ดอร่อย
ซึ่งการที่ฉันไม่กินของที่ชายอื่นฝากมาให้ มันไม่ได้แปลว่าเขาจะอารมณ์คงที่หรือดีขึ้น ทุกอย่างจะดีได้ก็ต่อเมื่อเขามั่นใจว่าใครคนนั้นเลิกคิดไม่ซื่อกับฉัน!
“กลับยังไงจิว” ดีม่อนถามไถ่พร้อมกับกอดคอฉันเดินเข้าลิฟท์ของตึกเรียนที่คณะฉันมาเรียนโดยลูกน้องของฮอลล์มาส่ง และตอนนี้คงจอดรออยู่หน้ามหาวิทยาลัยตามเวลาที่ฉันบอกไว้ฉันไม่ได้ถามหรอกว่าฮอลล์ไปไหน เพราะฉันไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น ฉันเข้าเรียนตามปกติและตอนนี้เวลาก็ปาเข้าไปเกือบสามทุ่มครึ่ง มีเรียนวิชาเดียวแต่เป็นวิชาที่ต้องนั่งเรียนหลายชั่วโมง“มีคนมารับ” ฉันบอกดีม่อนพร้อมกับบอกเพื่อนอีก2คนที่เหลือด้วย“อย่าบอกว่ามึงมีแฟน” ป้างร้องถามขณะที่เราอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน“ธรรมดาของคนที่สวยแบบกูไหมมึง พอละเลิกถามเกรงใจคนที่เขาอยู่ในนี้ด้วย” ฉันกระซิบบอก จากนั้นก็ตัดบทสนทนาโดยการเอามารยาทในการใช้ลิฟต์ส่วนรวมมาอวดอ้างจากนั้นทุกอย่างก็เงียบลง กระทั่งเราทุกคนออกจากลิฟต์“จะคบใครก็ดูดีๆ กูไม่อยากเห็นมึงเสียใจ” ยูโรบอกพร้อมกับผลักศีรษะของฉันเบาๆอยากจะบอกเหลือเกินว่า ‘ไม่ทันแล้วเพื่อน ทุกวันนี้กูอยู่กับความเสียใจ’แต่ก็ทำได้แค่เงียบปากไว้...“อืมๆ รู้แล้ว กลับดีๆล่ะพวกมึง” ฉันแยกจากเพื่อน จากนั้นก็โทรหาบอดี้การ์ดที่ให้เบอร์ไว้ บอกให้เขาเข้ามารับฉันที่หน้าตึกไม่นานนักรถหรูก็แล่นมาจอดเทียบตรงหน้าฉัน ฉันเข้าไปนั
“มันเอามาให้ละ พร้อมกับผู้หญิง2คน มึงว่าไง” ไอ้ภพนั่งไขว่ห้างส่องกระจกตรวจดูใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาหล่อเหลาเอาเรื่องของมัน“เคลียร์แล้วทำไมมึงไม่บอกกูวะ”“เอ้า! ก็ชวนมาร่วมแจมแบบที่เคยทำไงมึง หรือมึงไม่เอา” ไอ้ภพเลิกคิ้วเอ่ยถามผม“กู...” ผมกระอึกกระอักที่จะตอบเพราะผมมันคนเลว เรื่องไม่ดีเคยทำมาแล้วทุกอย่าง แต่ที่ยังไม่เคยทำคงจะเป็นเรื่องดีๆ“ว่าไง อย่าเสียเวลาคิดนาน” ไอ้ภพโยนอุปกรณ์ลงตรงหน้าผมคนที่เคยชื่นชอบ ยังไงก็ต้องลองซ้ำ ยากนักที่จะอดใจไหว ไม่ว่าจะเรื่องนารีหรือสิ่งมึนเมาผมคว้าของตรงหน้าขึ้นมาแล้วจัดการนำมันเข้าสู่ร่างกายด้วยวิธีที่คุ้นเคย บางครั้งคนเราก็ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย อยากจะทำอะไรก็ทำ ทำไปเถอะถ้ามันคือความสุขของเราผมลุ่มหลงกับสิ่งมึนเมาตรงหน้า ผมแกล้งลืมคำสาบานที่เพิ่งให้ไว้กับภรรยา‘จิวไม่รู้หรอก ถึงรู้จิวก็คงจะนิ่งเฉย’ ผมคิดแค่นี้จริงๆผมอัดสารเสพติดเข้าร่างกายสักพัก ผมก็ได้ยินเสียงดีดนิ้วของไอ้ภพ จากนั้นผู้หญิงที่อยู่ในชุดนอนวาบหวิวถึงสองคนก็เดินตรงมาที่ผมและไอ้ภพที่ย้ายตัวเองมานั่งอยู่บนที่นอนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ผู้หญิงทั้งสองแบ่งแยกทำหน้าที่บำเรอผมและไอ้ภพทีละคน เ
“เดี๋ยวฮอลล์ให้คนขับรถไปส่งที่มหาลัยนะ” ผมลูบที่ศีรษะของผู้หญิงที่ผมรัก วันนี้เรามีเรียนช่วงเย็น ซึ่งวันนี้ผมไม่ว่าง ผมเลือกที่จะไปเคลียร์งานให้ป๊าแทนการไปเรียนจิวนั่งเงียบๆไม่ตอบสนองกับเรื่องราวที่ผมบอกไป เธอเป็นแบบนี้จนผมชินและชาไปแล้วแต่แปลกที่ผมยังคงรักเธอ ทั้งที่เธอพูดบอกอยู่บ่อยครั้งว่าเกลียดผมมันคือเรื่องธรรมดาที่เธอจะเกลียด เพราะผมเป็นคนทำให้เธอเกลียดผมทำธุรกิจผิดกฎหมาย ข้อนี้คือการเริ่มต้นความเกลียดชังผมดึงน้องชายคนเดียวของเธอมาพัวพันยาเสพติด จาติดยางอมแงมเพราะผมปรนเปรอไม่อั้น เพียงเพราะผมอยากข้องเกี่ยวกับเธอ แต่มันผิดตรงที่วิธีการที่ผมทำมันไม่เหมือนคนอื่น เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจาดันเล่นยาเกินขนาด จาเกือบตายถ้าหากพาไปโรงพยาบาลไม่ทันมันเป็นความผิดของผมที่ตามใจเด็กวัย19มากเกินไป ผมมีส่วนทำให้จาไม่ปกติ ผมมีส่วนทำให้จาหมดอนาคตวันนั้นจิวสั่งห้ามเด็ดขาด ห้ามผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับจา และห้ามผมทำเหมือนเคยรู้จักกับเธอ ผมยอมทำตามที่เธอบอกเพราะไม่อยากให้เธอเกลียดผมไปมากกว่านี้แต่คนอย่างผมทนทำเฉยไม่ได้นาน ผมกลัวจิวจะเป็นของคนอื่น!ผมจึงสร้างเรื่องขึ้นมาให้บริษัทของพ่อเธอโดนโกง แล้วผมก็ร
“จิวให้คำสาบานกับฮอลล์ไว้ค่ะ ชีวิตและร่างกายของจิวจะเป็นของฮอลล์ จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะหมดไป” ฉันว่าอย่างเหลืออด แต่ก็พยายามอดกลั้นระงับอารมณ์ไม่พอใจไว้ต่อให้ฉันเกลียดฮอลล์แค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันทรยศเขาด้วยการมีสัมพันธ์สวาทกับคนที่ให้เขาเคารพนับถือและให้ทุกอย่างแก่เขาเด็ดขาด“แค่คำสาบานน้องจิวจะถือสาอะไร” คุณป๊ายังคงหว่านล้อมด้วยคำพูดหวานหู“ถึงจิวจะไม่รักฮอลล์เพราะสิ่งที่ฮอลล์ทำ แต่จิวจะเป็นผู้หญิงของฮอลล์คนเดียว คุณป๊าอย่าเสียเวลามาพูดหว่านล้อมให้จิวเอนอ่อนเลยค่ะ จิวไม่คิดจะตกลงหรือเปลี่ยนใจอะไรทั้งนั้น” ฉันยื่นคำขาด และมันทำให้คุณป๊ายกยิ้มมุมปากจากนั้นท่านก็ลุกขึ้นด้วยท่าทางสุขุมมาดมั่น เดินตรงมาทางฉัน ในขณะที่ท่านเดินเข้ามาฉันไม่ได้ก้าวหนีแต่อย่างใด“หึ ป๊าดีใจนะ ที่ลูกชายคนเล็กของป๊าเลือกผู้หญิงที่เฉียบขาด ถึงแม้วิธีที่มันใช้ดึงน้องจิวมาอยู่ร่วมชีวิตจะดูเลวทรามแปลกประหลาด ถึงแม้น้องจิวจะยังไม่รักลูกชายของป๊า แต่ก็ยังดีที่ไม่คิดหักหลังลูกชายของป๊า น้องจิวรู้ไหมว่าถ้าน้องจิวตอบตกลง ป่านนี้น้องจิวคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้” คุณป๊าเดินเข้ามาแล้วยกมือหนาขึ้นมาลูบที่ศีรษะของฉัน สายตาที่คุณป๊
“นี่น่ะเหรอ หนูจีรณาที่ลูกชายคนเล็กของป๊าคลั่งไคล้นักหนา” เสียงทุ้มนุ่มนวลเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ หนุ่มใหญ่วัยสี่สิบอัพทักทายฉัน พร้อมกับสายตาที่ชวนฝัน“สวัสดีค่ะคุณป๊า” ฉันกรีดยิ้มพร้อมกับยกมือไหว้ท่านที่เป็นคนชุบเลี้ยงสามี และเป็นแบล็คอัพพร้อมกับเบื้องหลังกิจการเลวทรามหลายอย่างที่สามีของฉันต้องทำนี่คือการเจอหน้ากันครั้งแรกของฉันและคุณป๊าของฮอลล์‘เปล่าประโยชน์ ทำเลวมาตั้งนานจู่ ๆ จะค่อย ๆ กลับตัว จิวไม่อินหรอกนะ พูดมาเลยว่าต้องการอะไร’‘ป๊ามาเมืองไทย ป๊าอยากเจอจิว แล้วฮอลล์ก็รับปากป๊าไป’‘โดยที่ฮอลล์ไม่ถามความสมัครใจของจิวเลย’‘สาบานว่าจะไม่มีใคร และไม่รุนแรงยกเว้นถ้าเราไม่ทะเลาะกันจนฮอลล์เก็บอารมณ์ตัวเองไม่อยู่’‘คงรู้นะว่าสาบานแล้วคือต้องทำให้ได้’‘ครับ’และนี่ก็คือสาเหตุที่ฉันมายืนอยู่ตรงหน้าของหนุ่มใหญ่พราวเสน่ห์ที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างอยากหมายปองเพราะคุณป๊าไม่มีภรรยาเคียงข้าง!ฮอลล์เคยบอกเล่าทั้งที่ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าภรรยาที่คุณป๊ารักตายจาก เพราะโดนลอบยิงจากคู่อริ ตั้งแต่นั้นคุณป๊าก็ไม่เคยเอาใครมาแทนที่ภรรยา จะมีก็แต่ผู้หญิงที่จัดหามาบำเรอแต่ใช่ว่าคุณป๊าจะเอาสุ่มสี่สุ่มห้
“ฮื้อ อย่ากวน” ฉันปัดป่ายคนที่กำลังวุ่นวายกับร่างกาย“ไปนอนบนเตียงก่อน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ฉันจึงเดินกระฟัดกระเฟียดไปที่เตียงหลังจากที่เผลอหลับอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้องนอนขณะที่คิดถึงเรื่องของต้อมฉันทิ้งตัวลงนอนเหมือนเด็กงี่เง่าไม่พอใจที่โดนปลุกใช่!ฉันไม่พอใจจริงๆเพราะฉันกำลังฝันเห็นต้อมที่ยืนยิ้มให้ฉัน รอยยิ้มที่ฉันคิดถึง ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนภาพความทรงจำก็ยังติดอยู่ใจฉันไปตลอด...“ขอโทษนะจิว ขอโทษที่ฮอลล์เห็นแก่ตัว ขอโทษที่ฮอลล์ร้ายกับคนในครอบครัวจิว ขอโทษที่ฮอลล์ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมทำร้ายคนที่จิวให้ความสำคัญ รู้ไหมว่าฮอลล์รักจิวมากแค่ไหน รู้ไหมว่าฮอลล์เจ็บปวดเท่าไหร่ที่เห็นจิวยิ้ม จิวรู้สึกกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฮอลล์ ฮอลล์คือคนเลวคนเห็นแก่ตัวข้อนี้ฮอลล์รู้ตัวเองดี แต่ชีวิตฮอลล์ไม่มีจิวไม่ได้ อีกไม่นานฮอลล์สัญญาว่าจิวจะต้องยิ้มให้ฮอลล์เหมือนที่จิวเคยยิ้มในวันแรกที่เราเจอกัน” ประโยคพร่ำเพ้อถูกพล่ามออกจากปากเขาอย่างแผ่วเบาเขาอาจจะคิดว่าฉันหลับ เพราะกว่าเขาจะมาทิ้งตัวลงนอนข้างฉันก็นานประมาณหนึ่งชั่วโมงได้ ฉันไม่รู้หรอกว่าเขานั่งทำอะไรฉันขี้เกียจหันไปมอง อย่างที่เคยบอก ฉันเหม็นขี







