Masukร่างหนาผลักฉันลงกลางพื้นห้อง เขาถอดเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มกายตัวเองทิ้ง จากนั้นก็ลงมาคร่อมร่างฉันไว้อารมณ์โรคจิตของฮอลล์กำลังพลุ่งพล่าน และไม่มีใครสามารถดับความโรคจิตของเขาได้ ฉันปล่อยให้เขาฉีกกระชากชุดนักศึกษาออกจากเรือนร่าง ปล่อยให้เขาขบกัดตามหน้าอกนูน หน้าท้องแบนราบ รวมถึงขาอ่อน
ทุกอย่างที่อยู่ใต้ร่มผ้าเขาจะทำรอยแสดงความเป็นเจ้าของ
เหมือนหมาหวงของต้องฉี่ทับที่!
ทุกครั้งที่มีปากเสียง ต่อให้เขามีอารมณ์โกรธมากเท่าไหร่เขาก็ไม่เคยทำรอยให้คนอื่นได้เห็น เพราะเรื่องนี้คืออีกเรื่องที่เราตกลงกันไว้
ฉันนอนแผ่หลาหลับตาปล่อยให้เขาปู้ยี่ปู้ยำ เขาอยากจะทำอะไรก็ปล่อยให้เขาทำ
หนำใจเมื่อไหร่เขาก็พอเอง...
“เฮ้อ...” ฮอลล์ลุกออกจากตัวฉันในเวลาต่อมา แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาเดินไปนั่งที่โซฟาแล้วจุดบุหรี่ดูดอย่างใจเย็น
หลังจากที่เขาทารุณร่างกายของฉันจนเสร็จสม!
ภายในห้องรับแขกเงียบสนิท ฉันนอนเปลือยกายแผ่หราหมดอาลัยตายอยาก มีเพียงน้ำตาที่มันอัดอั้นภายในจิตใจเท่านั้นที่หลั่งรินไหล ไม่มีแม้เสียงสะอื้นมันแค่ไหลออกมาเงียบๆ
ประมาณ20นาทีต่อมา ฮอลล์เดินออกไปจากห้องรับแขกแล้วกลับมาพร้อมชุดคลุมตัวใหญ่ เขาเอาเสื้อคลุมมาคลุมตัวฉันไว้แล้วอุ้มฉันเดินออกจากห้องรับแขก พาฉันขึ้นมาชั้นบนที่เป็นห้องนอนของเรา
ฮอลล์เดินหายเข้าไปในห้องน้ำแล้วออกมาพร้อมกับกะละมังและผ้าขนหนู แล้วเขาก็เดินตรงมาที่ฉัน
“ต่อไปจะใจเย็นมากกว่านี้” มือหนาเกลี่ยปอยผมที่บดบังใบหน้าแล้วเขาก็ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดทั่วใบหน้าของฉัน จากนั้นก็เริ่มเช็ดตามเรือนร่างทุกซอกทุกมุมทุกจุดซ่อนเร้น
เมื่อเช็ดตัวเสร็จเขาก็เดินไปหยิบชุดนอนมาสวมใส่ให้ฉัน ชุดนอนที่เป็นเสื้อยืดตัวใหญ่สวมใส่แบบสบายๆของเขานั่นแหละ
ฉันน่ะทำเหมือนคนไร้ความรู้สึก เป็นเหมือนตุ๊กตายางให้เขานั่งจัดแจงอยากจะทำอะไรก็ปล่อยเขาไป
หลังจากที่ใส่เสื้อให้ฉันแล้วเขาก็เอาแซมบัคมาทาที่ใบหน้าและลำคอของฉัน แต่รอยกัดรอยช้ำที่เขาทำไว้เขาไม่ได้ทา
บางทีฉันก็คิดนะว่าแซมบัคไม่ได้ช่วยอะไร แต่ฉันก็ไม่อยากจะพูดกับเขาไง
“ตบคืนไหม” ฮอลล์จับมือของฉันไปทาบที่แก้มสาก ฉันชักมือกลับแล้วพลิกตัวนอนตะแคงไปอีกทางหนึ่ง
“อย่าเงียบดิจิว ฮอลล์รู้ว่าที่ทำลงไปมันแรง... ขอโทษ” เขานอนลงข้างกายฉันแล้วกอดฉันไว้
คำขอโทษที่ฉันฟังจนเบื่อหน่าย มันไม่ได้มีความหมายอะไรด้วยซ้ำ ถ้าคนกระทำไม่คิดสำนึกผิดชอบชั่วดี
“สัญญาว่าต่อไปจะไม่เอาใครเข้าบ้าน” เขายังคงพล่ามเมื่อฉันไม่ปริปากพูด
“จิวอย่ารักใครนะ” และนี่คือคำขอหรือคำสั่งหรือคำขู่ก็ไม่รู้ เขามักจะพูดเป็นประจำเวลาที่เราทะเลาะกันจบ
“จิวเกลียดฮอลล์ได้ แต่อย่ารักชายอื่นก็พอ เพราะฮอลล์ไม่เอาไอ้คนที่จิวรักไว้แน่” เขากอดฉันไว้และบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังดูจริงจัง
ซึ่งฉันรู้ว่าคนบ้าๆแบบเขาน่ะทำจริง...
“มึงหนาวหรือแฟชั่นวะจิว” ดีม่อนร้องถามเมื่อเห็นการแต่งตัวที่มันแหวกผิดมนุษย์มนา ความจริงนักศึกษาหลายคนที่ฉันเดินผ่านอาจจะสงสัยหรือคิดว่าฉันบ้าไปแล้วด้วยซ้ำ
อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่อิจิวพันผ้าพันคอหนาเตอะ!
“แล้วหน้ามึง?” ดีม่อนถามต่อโดยไม่รีรอคำตอบแรกของฉัน
“วัยรุ่นมีเรื่องกัน กูเดินผ่านเลยโดนลูกหลง” ฉันพูดปดแก้ต่างบิดเบือนจากความจริงที่เป็น อย่างที่บอกนั่นแหละว่าเพื่อนฉันไม่ค่อยยุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของกัน
“มึงจะบอกว่ามึงโง่” ป้างเลิกคิ้วเอ่ยถาม โดยที่คนลงมือนั่งมองฉันนิ่งๆพร้อมแสยะยิ้มมุมปาก
ฉันรู้ว่าเขากำลังขำกับการแถที่โคตรห่วยแตกของฉัน
“ประมาณนั้น แล้วแต่จะคิด” ฉันไหวไหล่ทำทีไม่ใส่ใจ
“อะ” ยูโรโยนถุงหูหิ้วของร้านสะดวกซื้อ24ชั่วโมงที่บรรจุอะไรสักอย่างมาตรงหน้าฉัน
“หืม?” ฉันทำหน้าสงสัยพร้อมกับหันมองหน้ายูโร
“ไอ้น้องนาวฝากอาหารเช้าไว้ให้ มันบอกโทรหาแล้วมึงไม่รับ” ยูโรเฉลยคำตอบและมันทำให้คนข้างกายของยูโรสีหน้าแปรเปลี่ยนในทันที
“อ้อ สงสัยปิดเสียง” ฉันบอกพร้อมกับนั่งแกะของในถุงมาดู มันคือแซนวิชปูอัดยี่ห้อหนึ่งที่มีขายในร้านสะดวกซื้อ และนมจืดไขมันต่ำ ซึ่งฉันชอบทาน2อย่างนี้ทุกเช้าก่อนมาเรียน
เรื่องอาหารเช้าฉันเล่าให้น้องนาวฟังไปงั้นๆ ฉันไม่ได้คิดว่าน้องมันจะจดจำ!
น้องมันจะรู้ไหมว่าเรื่องที่จำ กำลังทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตราย
และเมื่อฉันหยิบของออกมาวางตรงหน้า ไอ้คนบ้าอำนาจก็นั่งกดโทรศัพท์มือถือยิกๆพร้อมกับใบหน้าที่เคร่งขรึม
ติ๊ง!
(ฮอลล์: ถึงกับให้เบอร์เลยเหรอจิว มากไปนะ)
ติ๊ง!
(ฮอลล์: แล้วเรื่องของโปรดคือ?)
ติ๊ง!
(ฮอลล์: สงสัยมันไม่อยากตายดี)
และนี่คือคำขู่ที่เขาพยายามเก็บอารมณ์ไม่อาละวาดต่อหน้าเพื่อนฝูง
(จิว: อย่ายุ่งกับน้องนาว)
(จิว: จิวไม่ได้คิดอะไรกับน้อง)
(ฮอลล์: ปกป้องมัน?)
(จิว: ขอร้องอย่าเถื่อนไปทั่ว แค่มั่วไม่เลือกก็เกินจะทน)
“ม่อน! ฝากกินทีนะพอดีกูกินมาละ” ฉันยื่นขนมและนมให้ดีม่อนหลังจากที่โต้วาทีกับสามีบ้าๆที่พร้อมจะฆ่าทุกคนที่ทำดีกับฉัน
“ลาภปาก” ดีม่อนฉีกยิ้มแล้วไหวไหล่จากนั้นเธอก็หยิบขนมและนมไปทานอย่างเอร็ดอร่อย
ซึ่งการที่ฉันไม่กินของที่ชายอื่นฝากมาให้ มันไม่ได้แปลว่าเขาจะอารมณ์คงที่หรือดีขึ้น ทุกอย่างจะดีได้ก็ต่อเมื่อเขามั่นใจว่าใครคนนั้นเลิกคิดไม่ซื่อกับฉัน!
“พี่รักเธอไลลา” หลังจากถอนจูบออกเขาก็บอกคำนี้ เขาทำฉันยิ้มแก้มแทบปริ ต่อมน้ำตาเริ่มทำงาน ฉันตื้นตันใจไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึง วันที่เขาบอกว่าเขารักฉัน วันที่เขาบอกเราจะมีกัน ในเมื่อเขาชัดเจน ฉันก็จะพยายามไม่แคร์สังคม จะสนแค่คนในครอบครัว“หนูก็รักพี่ รักพี่มานานมากแล้ว แต่เพราะคาริสาบอกว่าพี่รักเธอ หนูก็เลยจำใจต้องหลีกทาง... จากนี้หนูสัญญาว่าหนูจะทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด” ฉันให้คำมั่น“ทุกวันนี้เธอก็เป็นแม่ที่ดี แค่ไลลาเป็นตัวเองก็ดีที่สุดแล้ว” เขาสวมกอดฉันแนบแน่นหลังจากที่พูดจบจากนี้จะมีแต่ความสุข ฉันมั่นใจเช่นนั้นและหวังว่าจะเป็นดังที่ฉันมั่นใจ...หนึ่งปีต่อมา...“ในที่สุดคุณก็มีความสุขแบบสุดๆสักทีนะคะ จิวดีใจด้วยน้า” น้องจิวเธอเอ่ย ขณะที่นั่งมองน้องวอร์มกับน้องเคลิ้มเล่นกันที่สนามหญ้า“ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ที่ผ่านมาฉันคิดมาตลอดว่าพี่คงคาเขารักคาริสา”“นี่ก็เหมือนบทเรียนหนึ่งบทเรียนเลยใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ การหันหน้าพูดกันดีกว่าการฟังคำพูดจากใครอีกคน ถึงแม้ว่าใครคนนั้นจะเป็นคนที่เราไว้ใจ ให้ย้ำคิดอยู่เสมอว่า... เรื่องของเรากับเขา จะให้ใครอีกคนมาเป็นสื่อกลางไม่ได้”“คุณป๊าเป็นคุณพ่อ
สองเดือนต่อมา...“ขอบคุณนะ” พี่คงคาพูด“อะไรคะ” ฉันหันหน้าไปถาม“ขอบคุณที่เลี้ยงลูกของพี่ได้ดีขนาดนี้” เขานั่งยิ้มอยู่ที่เก้าอี้ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่“ลูกของหนู หนูก็ต้องเลี้ยงให้ดีสิคะ”“ลูกของเรา” เขาทำหน้าขรึม“ค่ะ” ฉันตัดจบ ขี้เกียจเถียงกับคนมีอำนาจคับฟ้า เถียงไปฉันก็ไม่มีทางชนะ แล้วคือตอนนี้ลูกชายของฉันหายเป็นปกติวันนั้นน้องวอร์มตื่นมาก็มีอาการงุนงงกับผู้ชายที่นั่งเฝ้าเขา นั่นก็คือพี่คงคา ก็พี่เขาเล่นนั่งเฝ้าลูกไม่ห่าง นั่งเชยชมลูกทั้งคืน พอลูกถามฉันก็ต้องบอกว่านี่คือพ่อของเขา จะไม่บอกลูกแบบนั้นคนเป็นพ่อก็จ้องฉันตาขวาง‘ถ้าลูกตื่นต้องบอกว่าพี่คือพ่อทันที’นี่คือคำขู่ที่เขาขู่ฉันเอาไว้ก่อนที่ลูกจะตื่นยังดีที่ฉันบอกลูกอยู่เสมอว่าพ่อของเขาทำงานหนักจึงไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถ้าบอกว่าพ่อของเขาตายแล้ว คงวุ่นกว่านี้ซึ่งพอลูกฉันรู้ว่านั่นคือพ่อของเขา เขาก็ฉีกยิ้มกว้างให้คนเป็นพ่อในทันที การยิ้มของน้องวอร์มทำให้พี่คงคาน้ำตาเอ่อคลอ“แล้วเรื่องของเราจะเอายังไง พี่รอมา2เดือนแล้วนะ ถ้าหนูยังลีลาพี่จะรวบรัดนะบอกไว้ก่อน” พี่คงคากระซิบที่ข้างหูของฉัน เพราะฉันมัวแต่เหม่อถึงไม่รู้ว่าเขาลุกจากเก้าอี้มา
“ที่พูดว่ารู้ว่าหนูชอบอะไร พี่หมายถึงอะไร” ฉันถามนิ่งๆ“อาหาร อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ ทุกอย่างเวลาที่เธอไปพักที่บ้านพี่ พี่จัดเตรียมทุกอย่างแบบที่คาริสาเคยบอกในสิ่งที่ผู้หญิงที่ชื่อ ‘ไลลา’ ชื่นชอบ แต่พี่ไม่เห็นเธอจะดีใจอะไรเลย เธอทำเหมือนเกลียดพี่ด้วยซ้ำ”“หนูไม่ได้ชื่นชอบอาหารเครื่องใช้ที่พี่จัดให้เลย มันไม่ใช่แบบที่หนูชอบ แบบที่พี่ทำคือสิ่งที่คาริสาชอบทั้งหมด” ฉันพูดไปตามความจริง“ถามจริง” เขาจี้ถามพร้อมกับทำหน้าไม่เชื่อที่ฉันพูด“จะโกหกทำไมคะ แล้วหนูจะไปดูลูกของหนูได้หรือยัง” ฉันชักสีหน้า“ลูกของเรา ต่อไปเธอต้องใช้คำนี้” เขาย้อนความ“พี่ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ หนูเลี้ยงของหนูมาได้ตั้งนาน”“เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยนะไลลา ให้เรื่องลูกเคลียร์ก่อนเถอะ พี่กับเธอมีเรื่องต้องคุยกันยาว” เขาจับปลายคางของฉันเชยขึ้น“หนูไม่มีอะไรจะคุยค่ะ” เราสบตากัน“แต่พี่อยากคุย และเธอไม่ควรขัดพี่”“ค่ะ พี่มันมาเฟียจะทำอะไรก็ได้” ฉันประชด“แล้วอยากเป็นภรรยามาเฟียไหมล่ะ” เขายกยิ้มมุมปาก“หนูจะไปดูลูกค่ะ” ฉันบอกและเปิดประตูรถเตรียมลง“อย่าคิดว่าจะหนีพ้นนะไลลา” เขาว่าตามหลังและเปิดประตูลงจากร
“มันเกิดขึ้นช่วงที่คาริสาจากไปได้ไม่นาน วันนั้นพี่เมาคิดว่าหนูเป็นคาริสา เราก็เลยมีอะไรกัน พอเสร็จพี่ก็หลับ ส่วนหนูกลับระยองทันที จากนั้น3เดือนหนูมีอาการผิดปกติ ก็เลยไปตรวจ หมอบอกหนูท้อง หนูจึงตัดสินใจไปอยู่เมืองนอก เพราะไม่อยากให้พ่อรู้ว่าหนูท้องกับสามีน้องสาว หนูไม่อยากให้พ่อเสียใจ” ฉันเล่าความจริง เล่าเพราะกลัวเขาจะกีดกันลูกกับฉัน อำนาจเขาคับฟ้า เขาทำได้ทุกอย่าง“ทำไมเธอไม่บอกพี่” เขาเอ่ยถาม แต่ไม่ได้มองหน้าฉันหรอก เหมือนตอนนี้เขากำลังเก็บอารมณ์ความโมโห“หนูไม่กล้า... พี่จะให้หนูเดินไปบอกพี่ว่าหนูท้องลูกของพี่ ถามจริงเถอะ ในตอนนั้นพี่จะเชื่อหนูเหรอ พี่ฟูมฟายจะเป็นจะตายตอนที่คาริสาจากไป ถ้าหนูบอกพี่ หนูก็คงถูกมองว่าแย่งสามีน้องสาว”“เธอประเมินพี่ต่ำเกินไปไลลา เธอไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับพี่เลย” เขาพูดเสียงเรียบ“หนูไม่รู้หรอกว่าพี่เป็นยังไง แต่ที่หนูรู้คือพี่เป็นหมัน คาริสาบอกหนูว่าพี่ไปทำหมันเพื่อเธอ แล้วคืนนั้นที่เรามีอะไรกัน หนูก็คิดว่าพี่เป็นหมัน หนูก็เลยไม่ได้ป้องกัน”“ถ้าพี่เป็นหมัน เด็กที่นอนอยู่ในห้องผ่าตัดตอนนี้จะเกิดมาได้ยังไง เธอไม่น่าโง่ในเรื่องนี้นะไลลา” เขาหันมาต่อว่าฉัน
(ร้องไห้ทำไมไลลา ใครทำอะไร) ในที่สุดเขาก็ยอมพูดกับฉัน“พี่อย่าเพิ่งถามอะไรเลยนะ ตอนนี้หนูขอร้องช่วยมาหาหนูที่โรงพยาบาล×××ที พี่ต้องมาให้ทันภายใน30นาทีนะ ไม่งั้นหนูตายแน่ๆ พี่คงคาหนูขอร้อง...” ฉันรีบพูดความต้องการของตัวเอง จากนั้นก็ร้องไห้สะอื้น(... รอพี่อยู่นั่น)“อย่าดื่มนะคะ หนูต้องการเลือดพี่” ฉันพูดแทรกเข้าไปในสาย พี่คงคาเงียบและกดวางสายไปจากนั้นฉันก็รอ รอและหวังว่าเขาจะมาทัน เขามีเครื่องบินส่วนตัว เขาสามารถมาทันเวลาที่ฉันกำหนดถ้าเข้าจะมาฉันยังเดินวนเวีนยอยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น“ทำไมเป็นแบบนี้เกิดอะไรขึ้น” เสียงนี้เป็นเสียงของพี่คงคา ฉันจึงรีบหันไปมอง และวิ่งเข้าไปสวมกอดเขา ฉันรู้สึกโล่งขึ้นมาหนึ่งเปราะที่อย่างน้อยลูกของฉันก็จะมีเลือด“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่มา หนูไม่รู้จะขอบคุณพี่ยังไงดี แต่ตอนนี้ช่วยเข้าไปบริจาคเลือดก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไม่ทัน” ฉันคว้าที่มือของเขา“ถ้าเธอไม่บอกไม่อธิบายว่าให้พี่ช่วยใคร พี่ไม่ช่วยหรอกนะ” พี่คงคารั้งมือกลับ“เขาคือคนที่หนูรัก เขาคือทั้งชีวิตของหนู ถ้าเขาไม่รอดหนูคงอยู่ต่อไม่ได้ พี่ช่วยหนูได้ไหม ถ้าไม่สงสารหนูก็ถือซะว่าทำบุญ” ฉันมองลึ
สองเดือนต่อมา...“ประเทศไทยร้อนมากมัม” น้องวอร์มเริ่มบ่นถึงสภาพอากาศเมืองไทยตั้งแต่วันนั้นที่พี่คงคามาหาฉันที่รีสอร์ท สองวันต่อมาฉันก็เคลียร์งานและบินไปอยู่กับลูกเลย อยู่กระทั่งน้องวอร์มปิดเทอม ฉันจึงย้ายน้องวอร์มให้มาอยู่ด้วยกันที่นี่ซึ่งลูกฉันตื่นตาตื่นใจกับเมืองไทยมาก แต่ตอนนี้เริ่มบ่นถึงสภาพอากาศ“ค่อยๆปรับนะครับ เดี๋ยวก็ชิน” ฉันก็บอกลูกไปงั้นแหละ เพราะเอาจริงๆฉันก็ไม่ชินกับความร้อนของอากาศเช่นกัน“ไออยากกินกุ้ง” ลูกชายตัวน้อยบอกขณะที่เราทั้งสองกำลังนั่งอยู่บนรถของรีสอร์ท ซึ่งฉันโทรบอกให้พนักงานมารับ“โอเคครับ งั้นเย็นนี้กินกุ้งกันนะ” ฉันลูบที่ศีรษะของลูกชายอย่างเอ็นดู“I love Mom” ใบหน้าน้อยๆฉีกยิ้มมาที่ฉัน แววตาของเด็กคนนี้ช่างใสซื่อบริสุทธิ์เหลือเกินเอี๊ยดดดด โครม!ทุกอย่างมันเกิดขึ้นด้วยความเร็วและแรง ฉันรับรู้ได้ว่ามีรถฝั่งตรงข้ามพุ่งมาชนรถที่ฉันนั่งมาอย่างจัง“คุณไลลาเป็นอะไรไหมครับ” ลุงคนขับรีบถามไถ่ ทั้งๆที่เขาก็มีเลือดไหลออกจากศีรษะ“ไม่ค่ะ ลุงละคะ เป็นยังไงบ้าง” ฉันตอบพร้อมกับยื่นคำถาม“ผมไม่เป็นไรครับ คุณหนูล่ะครับคุณไลลา” ลุงคนขับร้องทักฉันจึงหันมองลูกชายในทันที“วอ
“เจ็บมากไหม” น้ำเสียงที่ฟังดูห่วงใยและวิตกกังวล ปะปนกับความดีใจดังขึ้นข้างๆ เมื่อฉันลืมตาขึ้นและมันทำให้ฉันได้เห็นผู้ชายบ้าๆนั่งข้างเตียง จับมือฉันไปซบที่แก้มของตัวเอง พอฉันเหลือบมองที่ใบหน้าของเขา ฉันก็มองเห็นดวงตาที่แดงช้ำ ปลายจมูกของเขาก็ไม่ต่างกันนี่คงจะร้องไห้มาหนักมากแน่ๆเรื่องเวอร์วังเล่น
สุดท้ายผมก็ทำได้แค่เฝ้าฟังข่าวเมียตัวเองจนในที่สุดฟ้าก็เข้าข้าง เมื่อไอ้ภพโทรมาบอกว่าไอ้ธอนติดต่อมาให้มันดูแลจิวแทนมันหนำซ้ำมันยังบอกสถานที่ ที่ครอบครัวจิวอาศัยอยู่ และยังบอกอีกว่าอย่าให้พวกท่านย้ายออกจากที่นั่น เพราะที่นั่นคือที่ที่ดีและปลอดภัยที่สุดแล้วผมก็ได้เจอจิวในรอบหนึ่งเดือนกว่า ใบหน้าขอ
ในขณะที่ฉันกำลังจะให้ตอบผู้ชายที่ช่วยชีวิตฉัน ฉันก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่จ่อตรงหน้าฉันและเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมอง ฉันก็เห็นไอ้คนที่ชื่อหมิง กำลังเล็งปืนใส่ฉัน เขาแสยะยิ้มเหี้ยมและ...ปัง!ยังไม่ทันที่ไอ้คนที่ชื่อหมิงจะทำอะไร ร่างหนาของเขาก็ล้มลงกองกับพื้นด้วยฝีมือของ...เสี่ยธัน“อะ...ไอ้ ธัน..
“พรุ่งนี้ป้าเอามาวางไว้ในห้องเลยนะคะ แล้วเดี๋ยวเช้าจิวเก็บเอง จิวไม่ค่อยชอบดื่มแบบทีเดียวหมดแก้ว จิวพะอืดพะอมค่ะ” นี่คือข้อที่หยิบยกเข้ามาอ้างเพื่อหวังว่า ‘พรุ่งนี้ฉันจะไม่พลาด’ซึ่งวันนี้น่าจะพลาดท่าให้ไอ้ผัวบ้าเต็มๆ!“อ้อ... ได้ค่ะ น่าจะได้” ป้าแม่บ้านแกก็ตอบรับแบบขอไปทีเหมือนว่ารอให้ผ่านคืนนี้ไป







