LOGINในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องความเป็นความตายอย่างถ่องแท้ แต่เรื่องราวของดวงดาวผู้พิทักษ์ก็ได้ปลูกฝังความรัก ความทรงจำ และความอบอุ่นไว้ในหัวใจดวงน้อยของทั้งสามคน...และสายใยของครอบครัวก็จะยังคงส่องสว่างนำทางพวกเขาต่อไป...ตราบนานเท่านาน... กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปอีกครั้ง จาก
หลายปีผ่านไปหลังจากนั้น...กาลเวลาได้ถักทอเรื่องราวบทใหม่ให้กับทุกคนในครอบครัวใหญ่ กิจการ "บ้านหลี่" เติบโตและมั่นคงอย่างถึงที่สุด หม่าหลี่หยวนได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักบริหารหนุ่มผู้เก่งกาจ ส่วนหลี่เมี่ยวและโจวยี่เหิงก็ได้สร้างชื่อเสียงในแวดวงวิชาการและวงการแพทย์ของตนเองจนเป็นที่ยอมรับในร
สองปีถัดมา หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวทั้งตระกูลหลี่ ตระกูลเซี่ย และตระกูลหม่า ต่างก็เร่งรัดและส่งเสริมให้หม่าหลี่หยวนรีบแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที ในที่สุดวันนี้ที่ทุกคนในครอบครัวรอคอยก็มาถึง งานวิวาห์ระหว่างหม่าหลี่หยวน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้สืบทอดกิจการของสองตระกูล และ หลินเยว่ พนักงาน
หลายปีแห่งการเติบโตและการทำงานอย่างหนักในเส้นทางของตนเองได้ผ่านพ้นไป...โจวยี่เหิงในตอนนี้ไม่ได้เป็นเพียงแพทย์ประจำบ้านอีกต่อไปแล้ว แต่เขาได้กลายเป็นศัลยแพทย์สมองหนุ่มผู้มีชื่อเสียง และเป็นอาจารย์พิเศษที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจียวทงเซี่ยงไฮ้ บุคลิก
ข่าวด่วนในเช้าวันหนึ่งของเมืองปักกิ่ง ข่าวนี้ได้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วแวดวงวิชาการและเทคโนโลยี...ได้มีคนพบศพนักศึกษาสาวอัจฉริยะในอพาร์ตเมนต์ของเธอเอง ร่างของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด มีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกมีดแทงที่กลางหน้าอกอย่างเหี้ยมโหด จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่
คำกระซิบที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานอยู่ในหัวใจของหลี่เมี่ยวทำให้เธอตัวแข็งทื่อยิ่งกว่าเดิม ใบหน้างามแดงก่ำจนลามเลียไปถึงใบหู เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกล้าที่เต็มไปด้วยความรัก ความจริงจัง และการรอคอยอย่างเปี่ยมล้นคู่นั้น...น้ำตาแห่งความตื้นตันใจค่อย ๆ เอ่อคลอขึ้นมาอย่างสุดจะกลั้น เธอไม่ได้
"น่าจะได้ครับ ผมจะลองขันให้มันแน่นขึ้นแล้วก็ทำความสะอาดหน้าสัมผัสตรงนี้ดูอีกที" หลี่หานตอบอย่างมั่นใจเขาเลือกประแจเบอร์ที่เหมาะสมจากกล่องเครื่องมือของหยางเทียนอีกครั้ง แล้วเริ่มลงมือขันน็อตที่ขั้วโซลินอยด์นั้นให้แน่นขึ้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงใช้เศษผ้าสะอาดที่พกติดตัวมาในกล่องเครื่องมือของตัวเอง
"พ่อหนุ่มเองก็แซ่หลี่อย่างนั้นหรือ" คำถามของชายสูงวัยกว่าทำให้หลี่หานค่อนข้างสงสัย กระนั้นเจ้าตัวก็ตอบรับแต่โดยดี"ครับ ผมหลี่หานครับ""หลี่หาน..." หยางเทียนพึมพำเสียงเบา ถึงอย่างนั้นก็ทำให้บรรยากาศดูแปลกไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะรีบเปลี่ยนเรื่องกลับไปยังปัญหารถยนต์"เอ่อ...สหายหลี่ คิดว่าพอจะซ่อมได้ไหม
คนทั้งคู่ยังคงใช้เวลาทำงานกันไปอีกพักใหญ่ แต่ละคนจดจ่ออยู่กับเครื่องใช้ไฟฟ้าในมือของตนเอง เสียงไขควงกระทบโลหะ เสียงเช็ดถู และเสียงลมหายใจเบา ๆ คือสิ่งที่ประกอบกันเป็นบรรยากาศบนระเบียงชั้นสองของห้องพักแห่งนี้หลี่หานหลังจากประเมินสภาพของพัดลมและวิทยุที่กู้ยวี่กำลังพยายามทำความสะอาดอยู่ เขาก็นำรายการช
(อย่างน้อย ถ้าเราพอจะซ่อมของเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ได้บ้าง ก็อาจจะขายได้หลายชิ้น ดีกว่ารอซ่อมแต่ทีวีอย่างเดียว) หลี่หานคิดในใจเขารู้สึกดีที่กู้ยวี่แสดงความสนใจและอยากมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ความมุ่งมั่นของชายหนุ่มคนนี้อาจจะเป็นกำลังสำคัญให้เขาได้ในอนาคต"คุณอาครับ" กู้ยวี่เอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปค







