Masukชายหนุ่มนักศึกษาปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีการเกษตรกำลังทำงานวิจัยเพื่อที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทว่าจู่ ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุฟ้าผ่าลงมาในขณะที่เขากำลังนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานวิจัยอย่างเคร่งเครียด ชายหนุ่มหมดสติไปอย่างกะทันฟื้นขึ้นมาอีกทีก็มาอยู่ในร่างของเด็กชายวัยสิบขวบที่ขี้โรค ครอบครัวของเด็กชายเป็นชาวนายากจนและเพิ่งถูกยึดที่ดินทำกินไป ไม่ใช่เพียงครอบครัวนี้เท่านั้นทว่าทั้งเมืองโดนขูดรีดจากเจ้าเมืองหน้าเลือดผู้ไม่น่าให้อภัย ชายหนุ่มในร่างของเด็กชายวัยสิบขวบจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้ เขาจะเอาความรู้ที่เรียนมาและระบบที่ติดตัวมาใช้ฟื้นฟูเมืองนี้ให้จงได้
Lihat lebih banyakบทที่ 50 ลาตัวแรกของหมู่บ้าน วันหยุดเวียนกลับมาถึงอีกครั้ง หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในสำนักศึกษามาได้หลายวันหลินเสี่ยวเฉินก็ได้รับอนุญาตให้ออกจากสถานศึกษาเพื่อกลับบ้านได้หนึ่งวันเหมือนเช่นเคย ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเด็กชายก็ตื่นขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี นอกจากจะได้กลับไปหาครอบครัวแล้ววันนี้เขายังตั้งใจจะเอาของชิ้นใหญ่กลับไปด้วยเมื่อคืนก่อนหลินเสี่ยวเฉินแอบเปิดหน้าจอระบบดูคะแนนความสุขของตนเองอีกครั้ง หลังจากช่วยเหลือชาวบ้าน ช่วยเกาเว่ยจัดการเรื่องเพลี้ยแป้ง รวมทั้งสร้างความสุขให้เพื่อนนักเรียนคะแนนของเขาก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย ตอนนี้มีคะแนนสะมอยู่ทั้งหมดสองหมื่นกว่าคะแนนแล้วและในที่สุดเขาก็ตัดสินใจแลกลาออกมาหนึ่งตัว ถึงราคาจะสูงถึงสองพันคะแนนความสุขแต่หลินเสี่ยวเฉินคิดว่าคุ้มค่าอย่างมาก เพราะในยุคนี้ลาไม่ใช่สัตว์ธรรมดา สำหรับครอบครัวยากจนแล้วการมีลาเท่ากับมีแรงงานเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ทั้งช่วยไถนา ลากของ ขนน้ำ นวดข้าว หรือแม้แต่ใช้เดินทางก็ยังได้ ยิ่งใ
บทที่ 49 ทำสัญญาพร้อมมาดูพื้นที่ เกาเว่ยส่งหลินเสี่ยวเฉินที่สำนักศึกษาแล้วก็ไม่ได้กลับหมู่บ้านของตัวเอง เขาเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านวัดเหลียนหนิวเพื่อพบกับหลินอวี้หรานพี่สาวของเด็กชายตามที่คุยกันเอาไว้ ระหว่างทางเขายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในตัวเด็กชายอย่างหลินเสี่ยวเฉิน เด็กอายุเพียงเท่านั้นแต่กลับมีความรู้เรื่องไร่นา เรื่องค้าขาย ทั้งยังอ่านหนังสือคำนวณเก่งยิ่งกว่าพ่อค้าหลายคนที่เขาเคยพบเสียอีก ตอนแรกเกาเว่ยยังคิดว่าหลินเสี่ยวเฉินอาจจะพูดเกินจริงไปบ้าง แต่พอได้เห็นเด็กชายจัดการเรื่องเพลี้ยแป้งจนแปลงผักทั้งหมู่บ้านเริ่มกลับมามีหวังอีกครั้งเขาก็ไม่กล้าดูแคลนอีกต่อไป เด็กอัจฉริยะเช่นนี้หาได้ยากจริง ๆเมื่อเข้ามาถึงหมู่บ้านวัดเหลียนหนิวก็พบว่าหมู่บ้านแห่งนี้ดูคึกคักกว่าหมู่บ้านยากจนทั่วไปไม่น้อย ถึงแม้บ้านเรือนจะยังเก่าและโทรมอยู่บ้าง แต่ตามลานบ้านกลับมีผักปลูกเรียงกันเป็นแถว หลายบ้านตากผัก บางบ้านกำลังขนผักขึ้นรถเข็นเพื่อเอาไปขาย“หมู่บ้านกั
บทที่ 48 ตัวแทนกระจายสินค้าทันใดนั้นหน้าจอโปร่งใสก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเด็กชาย ภายในมีตัวอักษรเรียงรายเป็นระเบียบพร้อมรายการสิ่งของใหม่ที่สามารถแลกได้เพิ่มขึ้นอีกห้ารายการอาหารไก่อาหารปลาเมล็ดพันธุ์ข้าวจ้าวชุดอุปกรณ์การเกษตรครบครันลาดวงตาของหลินเสี่ยวเฉินเบิกกว้างทันที โดยเฉพาะตอนเห็นคำว่า “ชุดอุปกรณ์การเกษตรครบครัน” เขารีบเปิดรายละเอียดดูอย่างรวดเร็ว ภายในชุดประกอบไปด้วยจอบ เสียม เคียว พลั่ว และคราดครบชุด ทั้งยังเป็นเครื่องมือคุณภาพดีแข็งแรงกว่าของที่ชาวบ้านใช้อยู่ตอนนี้หลายเท่าเด็กชายสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความตื่นเต้น ถ้ามีของพวกนี้เขาสามารถเปิดร้านขายอุปกรณ์การเกษตรเล็ก ๆ ในตัวเมืองได้เลย ตอนนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังใช้เครื่องมือเก่า ๆ ที่หักง่าย บางบ้านถึงขั้นใช้จอบอันเดียวกันมาหลายสิบปี หากเขานำอุปกรณ์พวกนี้ออกมาขายจะต้องมีคนสนใจแน่นอนและสิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นยิ่งกว่านั้นก็คือ ‘ลา’ สัตว์ใช้งานที่ส
บทที่ 47 เพลี้ยแป้งพ่อค้าผักจากต่างอำเภอคนนี้ชื่อว่าเกาเว่ย ระหว่างเดินทางเขากับหลินเสี่ยวเฉินนั่งอยู่บนเกวียนไม้เก่า ๆ ที่โยกคลอนไปตามถนนดินขรุขระ รอบด้านเต็มไปด้วยทุ่งแห้งแล้งและภูเขาเตี้ยสลับกันไปเป็นระยะ อากาศยามเช้าหนาวเย็นจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เกาเว่ยห่มเสื้อคลุมหนา ๆ แล้วหันมามองเด็กชายข้างกายด้วยสายตาสนใจ เขายังไม่อยากเชื่อว่าเด็กอายุเพียงเท่านี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเรื่องผักให้กับสถานศึกษาได้ ทั้งยังดูฉลาดเกินวัยจนบางครั้งเขารู้สึกเหมือนกำลังคุยกับผู้ใหญ่คนหนึ่งมากกว่าเด็ก“ที่บ้านเจ้าทำอะไรกันบ้างหรือ” เกาเว่ยเปิดบทสนทนาขึ้น“ทำนาขอรับ เดิมทีปลูกข้าวเกาเหลียงเป็นหลัก แต่ปีนี้พวกเราแก้ปัญหาเรื่องน้ำได้บ้างแล้วก็เลยคิดจะเปลี่ยนมาปลูกข้าวขาวแทน” หลินเสี่ยวเฉินตอบอย่างไม่ปิดบังเกาเว่ยถึงกับอ้าปากค้างรีบหันมามองเด็กชายทันที “ปลูกข้าวขาว? ในที่ดินแถบนี้น่ะหรือ”“ใช่ขอรับ” เด็กชายตอบพร้อมกับยิ้มกว้าง“เป็นไปไม่ได้ ดิน





