Mag-log inเวลา 16.50 น.
ณ โรงพยาบาล
หมอมาจีบถอนหายใจยาวพลางถอดเสื้อกาวน์แขนยาวออก ร่างบางหมุนคอไล่ความเมื่อยล้าหลังจากออกตรวจผู้ป่วยตลอดทั้งบ่าย แต่ยังไม่ทันจะได้เก็บของลงกระเป๋า เสียงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังขึ้น
'ปวดหลังจังเลยครับหมอ ยาแก้ปวดที่โรงพยาบาลจะดีเท่าข้าวเย็นวันนี้ไหมครับ'
ข้อความพร้อมสติกเกอร์หมีทำหน้าอ้อนถูกส่งมาจากแชทที่ชื่อ 'ภูผา (วิศวะ)' ซึ่งเธอจำใจต้องแลกไว้เมื่อเช้า หมอสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องฉุกเฉินไป
"ไปไหนครับ ลงเวรแล้วไม่ใช่หรอ" ร่างสูงที่ยืนพิงผนังกำแพงหน้าห้องฉุกเฉินเอ่ยทักหลังเห็นร่างบางหอบของพะรุงพะรังเดินไปทางที่ไม่ใช่ลานจอดรถ
"อ้าวภูผา มาได้ไงคะ" หมอมาจีบชะงักก่อนจะหันกลับมาเอ่ยถามร่างสูงด้วยสีหน้าสงสัย
"ก็ผมบอกแล้วว่าจะมารับไปกินข้าว ไม่ได้อ่านแชทผม แบบนี้ผมน้อยใจนะครับ" ภูผาส่งสายตาน้อยใจพร้อมก้าวเดินไปใกล้ร่างบางกว่าเดิม
"คนไข้เต็มไปหมด ไม่มีเวลาหรอกค่ะ" หมอหมาจีบตอบเสียงเรียบพลางหลบตาร่างสูง
"สักนาทีก็ให้ผมไม่ได้หรอครับ" ภูผาตัดพ้อด้วยเสียงอ่อนก่อนจะยกยื่นแก้วชาเขียวไปต่อหน้าร่างบาง หมอมาจีบเหลือบมองแก้วชาเขียวก่อนจะเงยหน้ามองร่างสูงที่ตอนนี้ทำหน้าเป็นหมาหงอยอยู่
"ขอโทษ" ร่างบางเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะรับแก้วชาเขียวมาถือพร้อมยกขึ้นดื่ม
"อะไรนะครับ" ร่างสูงชะงักชั่วครู่ก่อนอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
"ขอโทษ แต่วันนี้ไปกินข้าวด้วยไม่ได้จริงๆ" หมอมาจีบมองหน้าภูผาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเพราะความรู้สึกผิด
"ไหนบอกลงเวรสี่โมงไงครับ นี่ห้าโมงแล้วนะครับ" ภูผาเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
"ขึ้นแทนเพื่อนค่ะ" หมอก้มหน้ามองพื้นแบบทำตัวไม่ถูก
"แล้วข้าวปลาไม่ต้องกินมั้งครับ" น้ำเสียงไม่สบอารมณ์และท่าทางกอดอกแบบไม่พอใจของภูผาทำเอาหมอขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเงยหน้ามาสบสายตาของภูผาแบบจริงจัง
"ถ้าไม่เข้าใจก็กลับไปเถอะค่ะ อย่าเสียเวลา" หมอมาจีบเอ่ยจบก็รีบหันหลังแล้วเดินเข้าลิฟต์ไปทันที ภูผาที่รู้สึกตัวว่าทำตัวไม่น่ารักกำลังจะก้าวขาตามไปเคลียร์แต่กับไม่ทันเพราะประตูลิฟต์เจ้ากรรมดันปิดใส่หน้าเขาซะก่อน
เวลา 19.25 น.
ณ หอพักห้อง 220 (ห้องพาที)
เสียงถอนหายใจลากยาวรอบที่ร้อยดังกระแทกความเงียบในห้องพักทรงสี่เหลี่ยมสไตล์โมเดิร์น จนต้นกล้าที่กำลังกดจอยเกมอย่างเมามันส์ถึงกับต้องถอดหูฟังออกแล้วหันไปมองหน้าพาทีด้วยสายตาเอือมระอา ร่างสูงของภูผานั่งกอดอกอยู่บนโซฟาปลายเตียง หน้าตาบูดบึ้งเหมือนหมาโดนเจ้าของทิ้ง นัยน์ตาคมจ้องโทรศัพท์ในมือที่จอดำสนิทสลับกับถอนหายใจออกมาเป็นระยะ ขายาวขยับถีบขาโต๊ะไม้ญี่ปุ่นเบาๆ เหมือนคนหาที่ระบายอารมณ์ตึงเครียดที่แน่นอยู่ในอก
"อาการมันเป็นยังไง คาร์บอนไดออกไซด์เต็มห้องแล้วมั้ง" พาทีเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ วางจอยเกมลงบนโต๊ะแบบหมดอารมณ์จะเล่นต่อ
"เห็นนั่งจ้องโทรศัพท์ด้วยหน้าหมาหงอยๆมาสักพักละ เป็นบ้าไรมึง" ต้นกล้าหันมาพูดเสริมทัพพาที
"กูไม่ได้เป็นไร"ภูผาตอบเสียงห้วนก่อนจะยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงไปหมด
"อาการแบบนี้ หรือว่า.." พาทีหันมองหน้าเพื่อนตัวดีก่อนจะยกยิ้มมุมปากแบบรู้ทัน
"กวนประสาทพี่หมอไม่สำเร็จอ่อ" ต้นกล้าเอ่ยด้วยความใสซื่อจนพาทีต้องยกมือมาตบหัวเบาๆ
"กูไม่เข้าใจเลยว่ะ กูแค่อุตส่าห์ไปรอรับพาไปกินข้าว ชาเขียวก็ซื้อไปให้ แต่เขากลับปฏิเสธกูเพราะต้องขึ้นเวรแทนเพื่อน แล้วข้าวปลาไม่ยอมกิน มันใช่เรื่องไหมวะ? พอกูพูดด้วยความเป็นห่วง เขากลับมาหาว่ากูไม่เข้าใจซะงั้น!" ภูผาโพล่งออกมาอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่ พาทีกับต้นกล้าหันมามองหน้ากัน ทั้งคู่ถอนหายใจออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แต่คราวนี้เป็นสายตาที่มองเพื่อนด้วยความสมน้ำหน้าปนความเหนื่อยใจ
"มึงไม่รู้จริงดิว่าตัวเองจีบใครอยู่ มึงเป็นเสือไม่ใช่หรอ เสือก่อนจะล่าเหยื่อต้องรู้และเข้าใจเหยื่อก่อนไม่ใช่หรอวะ" ต้นกล้าว่าพลางกอดอกมองหน้าเพื่อนอย่างจริงจัง
"ไม่น่าเชื่อ ไอต้นมีสาระ" พาทีว่าพลางทำหน้าแบบไม่เชื่อหูตัวเองจนต้นกล้าเอื้อมมือมาหยิกที่หน้าท้องของพาที
"ทำไมกูจะไม่เข้าใจวะ กูแค่เป็นห่วงปะ" ภูผาเอ่ยจบก็ทิ้งหลังพิงโซฟาอย่างแรง
"มึงไปใส่อารมณ์ใส่เขาใช่มั้ยล่ะ? กูบอกให้นะไอ้ผา คนเป็นหมอเขาเหนื่อยเคสจะตายห่าอยู่แล้ว เดินลงเวรมาแทนที่จะได้พัก แต่ต้องเจอเด็กเอาแต่ใจไปยืนงอแงใส่ เป็นกูกูก็ตัดบทหนีขึ้นลิฟต์เหมือนกัน!" พาทีเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงเข้มก่อนจะหันกลับไปเล่นเกมต่อ
"กูไม่ได้งอแง! กูแค่..." ภูผาชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ภาพใบหน้าเรียบตึงแต่แฝงความเหนื่อยล้าของหมอสาวตอนสบตาเขาหลั่งไหลเข้ามาในหัว รอยยิ้มหวานที่เคยมีสลายหายไปเพราะความปากไวและไม่รู้จักกาลเทศะของเขาเอง
"ถ้ามึงอยากได้หมอมาเป็นแฟน มึงต้องเข้าใจชีวิตหมอ ไม่ใช่ไปบังคับให้เขามาเข้าใจชีวิตมึง" พาทีเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะสวมหูฟังหนีจากความวุ่นวายที่ไม่เป็นเรื่องของเพื่อนตัวดี
"สรุปมันเป็นแผนหรือว่ามึงชอบเขาจริงๆวะ" ต้นกล้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัยเพราะตอนนี้เริ่มรู้ตัวว่าเจ้าตัวตามความคิดเพื่อนไม่ทัน ภูผาไม่ได้ตอบแต่ดันถอนหายใจใส่ทำเอาต้นกล้าหน้างอหันไปเล่นเกมกับพาทีต่อ
นัยน์ตาคมของภูผาฉายแววรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดในตอนแรกเปลี่ยนเป็นความเครียดลอยตัวขึ้นมาแทนที่ มือหนายกขึ้นกุมขมับตัวเองเหมือนกำลังใช้ความคิดว่าจะง้อคนพี่ด้วยวิธีไหนดี
เวลา 19.30 น.ณ หน้าแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลเดิมท้องฟ้ายามเย็นย้อมไปด้วยแสงสีส้มอมชมพู บรรยากาศหน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลยังคงพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและรถราที่วิ่งขวักไขว่เหมือนเช่นเคย จุดจอดรถตรงมุมคุ้นเคยจุดที่ในอดีตเคยมีเรื่องราวระทึกขวัญและสายตาดูแคลนจากใครบางคน วันนี้กลับกลายเป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่นและรอยยิ้มที่ทุกคนในโรงพยาบาลเริ่มคุ้นชินตา ร่างสูงโปร่งของ ภูผา ในชุดเสื้อช็อปสีแดงเข้มตัวเก่งที่ตอนนี้พับแขนขึ้นอย่างทะมัดทะแมงยืนพิงอยู่ข้างรถจักรยานยนต์ PCX คันเดิมใบหน้าคมคายดวงตาคมกวาดมองไปที่ประตูทางออกด้วยใจจดจ่อ และไม่นานเกินรอร่างบางในชุดสครับสีฟ้าอ่อนของ หมอมาจีบ ก็ก้าวเดินออกมาจากประตูพร้อมกับถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้าจากการเคลียร์เคสหนักหน่วงมาตลอดทั้งวัน แต่ทันทีที่สายตาคู่สวยกวาดมาเห็นเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่มายืนรอรับเธอกลับบ้านเหมือนในทุกๆวัน ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตารอยยิ้มหวานระบายขึ้นบนใบหน้าทันที ภูผาเห็นคนพี่เดินออกมาก็รีบผละจากตัวรถเดินตรงเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มลึกมือหนาเอื้อมไปรับกระเป๋าและสัมภาระจากมือของหมอมาจีบมาถือให้อย่างเบามือแ
สองวันถัดมาณ ห้องนั่งเล่นภายในบ้านพักครอบครัวหมอมาจีบหลังจากเหตุการณ์ที่สารวัตรกรณ์ถูกจอมไล่ตะเพิดออกไปอย่างไม่เป็นท่า บรรยากาศภายในบ้านก็มีความเงียบงวดและอึดอัดปกคลุมอยู่เล็กน้อยคุณพ่อและคุณแม่นั่งจิบชาอยู่ที่ห้องรับแขก โดยมีคุณพ่อที่ยังคงมีสีหน้าครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อวันก่อน ส่วนคุณแม่ก็นั่งถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงท่าทางดุดันของสารวัตรหนุ่มที่แสดงออกมาตอนจนมุม ในจังหวะนั้นเอง จอม ในชุดไปรเวทสบายๆก็เดินถือแท็บเล็ตเครื่องโปรดเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสบายๆก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามผู้เป็นพ่อและแม่"จอมรู้นะว่าป๊ากับม๊าโกรธที่จอมทำแบบนั้น" จอมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงจริงจังจนผิดวิสัยเด็กกวนประสาท"ที่จอมยอมพูดตรงๆไปเมื่อวันก่อนไม่ใช่เพราะแค่อยากปกป้องพี่จีบอย่างเดียวนะแต่เพราะป๊ากับม๊ากำลังโดนไอ้สารวัตรหน้าจืดนั่นหลอกใช้ให้เป็นเครื่องมืออยู่!""แกหมายความว่ายังไงไอ้จอม พูดให้มันเคลียร์ๆ ซิ" คุณพ่อขมวดคิ้วเล็กน้อยปรายตามองลูกชายคนเล็ก จอมไม่รอช้ารีบเปิดหน้าจอแท็บเล็ตโชว์ภาพและข้อมูลต่างๆให้พ่อกับแม่ดูทันที"นี่ไงครับ! ข้อมูลจริงจากเพื่อนสนิทจอมที่อยู่คณะวิศวะและประกาศผลจ
เหตุการณ์ ณ หน้าแผนกฉุกเฉิน กรุงเทพฯท่ามกลางสายตาของบุคลากรในโรงพยาบาลสารวัตรกรณ์ยังคงยืนขวางทางหมอมาจีบด้วยรอยยิ้มมั่นใจในความเหนือกว่า โดยไม่รู้เลยว่าปลายสายที่เพิ่งวางไปเมื่อครู่ได้รายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้เด็กวิศวะที่อยู่ไกลฟังแล้ว"ตกลงว่ายังไงครับจีบไปทานข้าวกับพี่เถอะครับผู้ใหญ่ท่านก็รออยู่" กรณ์เอื้อมมือทำทีจะแตะแขนเรียวอีกครั้ง แต่หมอมาจีบเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ใบหน้าสวยเชิดขึ้นเล็กน้อยแววตาฉายแววรำคาญอย่างไม่ปิดบัง"ขอโทษนะคะสารวัตรพอดีวันนี้ฉันไม่สะดวกจริงๆ และคุณพ่อคุณแม่ของดิฉันก็โทรตามให้รีบกลับบ้านด่วนพอดีเลยค่ะ ท่านบอกว่าทำกับข้าวรอไว้แล้วด้วย" หมอมาจีบยกโทรศัพท์ขึ้นมาทำเป็นกดหน้าจออย่างแนบเนียน"ถ้าสารวัตรยังมีธุระเรื่องคดีอะไรอีกรบกวนทำเรื่องผ่านระบบราชการนะคะฉันขอตัวกลับบ้านก่อนค่ะ" พูดจบทิ้งช่วงไม่ให้สารวัตรได้ทันอ้าปากแย้งหมอมาจีบก็หมุนตัวก้าวฉับๆไปขึ้นรถเก๋งส่วนตัวแล้วขับออกไปทันที ทิ้งให้สารวัตรกรณ์ยืนหน้าเสียขบกรามแน่นด้วยความขัดใจที่แผนการวันนี้ล่มไม่เป็นท่าเมื่อขับรถออกมาพ้นสายตาหมอมาจีบก็รีบกดโทรศัพท์หาหนุ่มรุ่นน้องที่เธอกลัวว่าป่านนี้คงร้อนรนจนนั่ง
เวลา 10.30 น.ณ โรงเรียนบ้านห้วยผักกาดแสงแดดจัดจ้าในยามสายสาดส่องลงมากระทบกับพื้นดินแห้งแล้งทว่าบรรยากาศภายในโรงเรียนแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความมีชีวิตชีวา กลุ่มนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 3 นำโดย ภูผา ต้นกล้า และพาที พร้อมกับเพื่อนๆ ในชมรมค่ายอาสา กำลังช่วยกันระดมทุน ลงแรง ทั้งโบกปูน ทาสีอาคารเรียนไม้เก่าๆที่ทรุดโทรมและสร้างสนามเด็กเล่นให้กับน้องๆ ร่างสูงของภูผาในชุดเสื้อยืดเซอร์ๆกางเกงยลุยสวนที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีน้ำเงินและฝุ่นปูนหนาเตอะ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ไรผมเปียกชื้นแนบติดหน้าผากแต่เจ้าตัวกลับไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิดมือหนากำลังสาละวนกับการขันน็อตเครื่องเล่นสนามให้อย่างแน่นหนาด้วยความตั้งใจ"เฮ้ยไอ้ผา! พักก่อนเหอะมึง หน้ามืดเป็นลมแดดไปเดี๋ยวพี่หมอตามมาเอาเรื่องพวกกูข้อหาไม่ดูแลเพื่อนอีกอะ" ต้นกล้าที่แบกกระป๋องสีเดินผ่านมาแซะเข้าให้พร้อมกับโยนขวดน้ำเย็นให้เพื่อนรัก"กูไม่ได้เป็นอะไรง่ายๆเว้ย อีกนิดเดียวสนามเด็กเล่นของน้องๆก็เสร็จแล้ว" ภูผารับขวดน้ำมาเปิดดื่มอย่างกระหายก่อนจะหัวเราะร่า"ทำเป็นพูดดี ตั้งแต่มาค่ายนี่มึงก้มหน้าก้มตาทำงานเป
เช้าวันถัดมาณ ถนนสายหลักใกล้รั้วมหาวิทยาลัยแสงแดดอ่อนๆยามเช้าไม่ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลายลงเลยสักนิด ภูผาในชุดนักศึกษาและเสื้อช็อปสีแดงเข้มตัวเก่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์ PCX คันโปรดมุ่งหน้าไปคณะเพื่อส่งโปรเจกต์ชิ้นสำคัญที่เขาโหมแรงกายแรงใจทำมาตลอดหลายวันด้วยความมั่นใจ ทว่าเมื่อขี่มาถึงจุดตรวจกะทันหันบริเวณทางแยกหน้ามหาวิทยาลัยสายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับกรวยยางสีส้มที่ถูกตั้งขวางถนนไว้เป็นแนวยาวโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจราจรหลายนายกำลังยืนกวดขันวินัยจราจรอยู่และหนึ่งในนั้นคือนายตำรวจหนุ่มยศสารวัตรที่ยืนกอดอกใบหน้าเรียบตึงเป็นเป้าสายตา สารวัตรกรณ์ ทันทีที่เห็นรถ PCX ของภูผาขับเข้ามาใกล้ กรณ์ก็ส่งสัญญาณมือโบกให้จอดเทียบฟุตปาธทันทีด้วยท่าทีเจ้ากี้เจ้าการ ภูผาชะลอความเร็วแล้วนำรถมาจอดสนิท ถอดหมวกกันน็อกออกด้วยใบหน้าเรียบเฉยแม้ในใจจะรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่การตั้งด่านตรวจปกติ แต่เป็นการเจาะจงเล่นงานเขาอย่างแน่นอน"สวัสดีครับสารวัตร" ภูผาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพแบบขอไปทีนัยน์ตาคมจ้องมองหน้านายตำรวจนิ่งสนิทไม่มีความเกรงกลัวหรือลนลานให้เห็นแม้แต่น้อย"รถคันนี้แต่งท่อเสียงดังเกินกฎหมายกำหนดหรือเปล่าวน
เวลา 18.00 น.ณ ห้องปฏิบัติการโปรเจกต์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์บรรยากาศภายในห้องแล็บอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องกลิ่นตะกั่วบัดกรีและเสียงเครื่องมือช่างกระทบกันดังเป็นระยะ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของนักศึกษาปี 3 ภูผาและกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างต้นกล้ากับพาทีจึงต้องปักหลักอยู่เคลียร์โปรเจกต์ชิ้นใหญ่กันจนดึกดื่นติดต่อกันหลายวัน ร่างสูงในเสื้อช็อปสีแดงเข้มที่ตอนนี้เปื้อนคราบฝุ่นและคราบเหงื่อเล็กน้อยกำลังก้มหน้าก้มตาเชื่อมวงจรไฟฟ้าอย่างตั้งอกตั้งใจใบหน้าคมคายที่เคยแต่ยิ้มแย้มแพรวพราวตอนนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดเพราะโปรเจกต์ตัวนี้คือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่เขาเคยลั่นวาจาไว้กับที่บ้านและคุณหมอว่าจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด"ไอ้ผา เบรกก่อนเหอะมึงหน้ามืดหมดแล้วเนี่ย" ต้นกล้าเงยหน้าขึ้นจากชิ้นส่วนกลไกพลางเอ่ยทักเพื่อนที่ไม่ได้ขยับตัวไปไหนมาเกือบสามชั่วโมง"อีกนิดเดี๋ยวไม่เสร็จพรุ่งนี้อาจารย์ตรวจไม่ทันแน่" ภูผาตอบเสียงแหบพร่าโดยไม่ละสายตาจากชิ้นงานในมือเลยสักนิด"โห ขยันผิดคาดนะมึงตั้งแต่มีแฟนเป็นคุณหมอนี่พลังงานล้นเหลือตลอด" พาทีแซวขำๆพลางทำท่าทางเลียนแบบเวลาภูผาคุยโทรศัพท์กับหมอมาจีบจนโดนภูผาคว้าป







