LOGINเวลา 21.15 น.
ณ หน้าอาคารผู้ป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาล
ร่างสูงในชุดลำลองยืนมองเข้าไปข้างในผ่านประตูกระจกใส มือหนาหิ้วถุงโจ๊กร้อนๆ กับแก้วน้ำเต้าหู้หอมฉุยเอาไว้แน่น ภูผาสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกความมั่นใจ คราวนี้เขาไม่ได้ก้าวเข้าไปด้วยท่าทางยียวนเหมือนเมื่อเย็น แต่กลับเดินเข้าไปหาพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีนอบน้อมที่สุดในชีวิต
"ขอโทษนะครับ หมอมาจีบยังอยู่ไหมครับ" ร่างสูงเอ่ยถามพยาบาลสาวที่นั่งยุ่งๆอยู่หน้าเคาท์เตอร์จุดคัดกรอง
"อยู่ค่ะ ถึงเที่ยงคืนนี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ" พยาบาลสาวเงยหน้ามาเอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร
"เปล่าครับ ผมแค่อยากเอาของกินมาฝากให้พี่หมอครับ" ภูผาตอบยิ้มๆพลางวางถุงของกินลงบนเคาน์เตอร์เบาๆ พร้อมกับกระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็กที่เขาตั้งใจเขียนข้อความขยุกขยิกด้วยลายมือตัวเอง
'ขอโทษนะครับที่เมื่อเย็นทำตัวไม่น่ารัก... กินข้าวด้วยนะครับ ไม่ต้องรีบตอบแชทก็ได้ แค่อยากให้กินรองท้อง - ภูผา'
"ฝากให้หมอมาจีบด้วยนะครับพี่ ขอบคุณมากครับ" ภูผายกมือไหว้พี่พยาบาลก่อนจะหันหลังเดินกลับออกมาทันที โดยไม่คิดจะอยู่รบกวนเวลาทำงานของคนพี่อีก
ณ แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน
เสียงสัญญาณชีพจากมอนิเตอร์และบรรยากาศอันชุลมุนของห้องฉุกเฉินเริ่มเบาบางลงเมื่อเข้าสู่ช่วงดึก หมอมาจีบถอดถุงมือยางทิ้งลงถังขยะติดเชื้อก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ใบหน้าสวยหวานแฝงความอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด หลังจากวิ่งตรวจเคสฉุกเฉินติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยยังไม่มีอะไรตกถึงท้องแม้แต่คำเดียว
ร่างบางก้าวขาออกจากห้องตรวจด้วยจังหวะที่โรยแรง หมายจะเดินไปหาน้ำดื่มดับกระหายที่เคาน์เตอร์พยาบาล แต่ยังไม่ทันจะเดินไปถึง พี่พยาบาลประจำเคาน์เตอร์ก็ส่งยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัยมาให้ พร้อมกับชูถุงกระดาษที่ส่งกลิ่นหอมของโจ๊กร้อนๆ และแก้วน้ำเต้าหู้ขึ้นระดับสายตา
"เคสซาแล้วใช่ไหมจ๊ะหมอจีบ นี่แน่ะ มีของดีมาส่งถึงที่เลยนะ" พี่พยาบาลเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี หมอมาจีบขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยขณะเดินเข้าไปใกล้
"ของใครคะพี่ปิ่น" หมอมาจีบเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ก็เด็กหนุ่มวิศวะ มีช็อป มีเกียร์ แต่น่าจะยังไม่มีเมีย เพราะจีบอยู่ เขาเอามาฝากให้ค่ะ" พี่พยาบาลยื่นถุงของกินให้พลางทำหน้าตาแซวๆ
"ว่าก็ว่านะหมอ น่าเอ็นดูมากเลยค่ะ ตอนเดินเข้ามานี่ทำหน้าเหมือนหมาหงอยโดนเจ้าของทิ้ง แล้วกำชับนักกำชับหนาว่าห้ามรบกวนเวลาหมอเด็ดขาด แค่ฝากโจ๊กร้อนๆ ไว้ให้หมอกินรองท้องตอนดึกก็พอค่ะ" คำบอกเล่าของพี่พยาบาลทำให้หัวใจดวงน้อยของหมอสาวกระตุกวูบ ภาพเด็กหนุ่มตัวสูงที่ย่อตัวงอแงใส่เธอเมื่อเย็นลอยซ้อนทับขึ้นมาในหัว
"แล้วน้องพูดอะไรอีกไหมคะ" หมอมาจีบถามเสียงเบา พยายามซ่อนรอยยิ้มและอาการเคอะเขินเอาไว้ใต้สีหน้าเรียบตึง
"ไม่พูดอะไรต่อเลยจ้ะ วางเสร็จไหว้อย่างสวยแล้วก็รีบเดินออกไปเลย เหมือนกลัวหมอมาเห็นมั้ง" พี่พยาบาลยิ้มล้อเลียนก่อนจะชี้ไปที่กระดาษโน้ตแผ่นเล็กสีเหลืองที่ติดอยู่ข้างถุง
"พี่ก็แซวไปเรื่อย" ร่างบางเอ่ยแก้เขินก่อนจะรับถุงมาถือไว้ นิ้วเรียวยาวหยิบแผ่นโพสต์อิทขึ้นมาอ่านก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ ลายมือไก่เขี่ยที่แฝงความตั้งใจและความรู้สึกผิดอย่างจริงใจทำเอาหมอมาจีบหลุดยิ้มออกมา ความล้าและอารมณ์ขุ่นมัวจากการทำงานมาทั้งวันคล้ายจะสลายหายไปในพริบตา นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองข้อความในกระดาษแผ่นเล็กอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ ลอกกระดาษแผ่นนั้นเก็บใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์ไว้อย่างระมัดระวัง
เวลา 00.45 น.
ณ บ้านของหมอมาจีบ
เสียงประตูหน้าบ้านเปิดออกเบาๆ พร้อมกับร่างบางของหมอมาจีบที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางอิดโรย หลังจากผ่านเวรดึกอันยาวนานมาทั้งคืน เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น สูดหายใจเข้าลึกด้วยความเหนื่อยล้า มือเรียวยังคงกำกระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็กในกระเป๋าเสื้อกาวน์เอาไว้แน่น รอยยิ้มบางๆ ที่ยังไม่ทันสลายไปจากใบหน้าพลันชะงักลง เมื่อไฟในห้องนั่งเล่นถูกเปิดสว่างขึ้นอย่างกะทันหัน
"กลับดึกจังนะพี่" เสียงเข้มของจอมดังขึ้นจากมุมห้อง ร่างสูงของน้องชายเดินก้าวเข้ามาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นัยน์ตาฉายแววเป็นห่วงผสมความหงุดหงิดที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิด จอมมองสำรวจพี่สาวตัวเล็กก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ
"เวรมันตึงน่ะ แล้วแกยังไม่นอนอีกเหรอ" หมอมาจีบเอ่ยถามเสียงเรียบ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
"ก็รอพี่นั่นแหละ" จอมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเข้าเรื่องทันทีโดยไม่เสียเวลา
"พี่จีบ จอมเตือนจริงๆ นะ อย่าไปยุ่งกับไอ้ภูผาเด็ดขาด" หมอมาจีบชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยมองหน้าน้องชายด้วยความสงสัย
"ทำไมอยู่ๆก็มาพูดเรื่องนี้"
"เมื่อกลางวันจอมไปเจอมันมาที่คณะวิศวะ" จอมกำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงรอยยิ้มกวนประสาทและสายตาท้าทายของภูผา
"ไอ้ภูผามันไม่ใช่คนดี มันเป็นเสือผู้หญิงระดับตัวพ่อ ทั้งมอรู้กันหมด พี่แพทเค้ายังเตือนมาเลยว่าเมื่อคืนมันพาพี่ไปไหนต่อไหนตอนเมา แล้ววันนี้ไปเค้นถามมัน มันยังทำหน้ากวนประสาทใส่จอมอยู่เลย!"
"ภูผาไม่ได้ทำอะไรพี่เลยนะจอม" หมอมาจีบเอ่ยขัดเสียงอ่อน
"เมื่อคืนพี่เมา เค้าก็แค่ขับรถมารอส่งที่โรงพยาบาล แล้วก็นอนคอยในรถเป็นเพื่อนทั้งคืน แค่นั้นเลย"
"นั่นเป็นแผนมันพี่!" จอมลุกขึ้นยืนพลางส่งเสียงดุด้วยความร้อนใจ
"พวกวิศวะแม่งมีแผนอะไรกันอยู่แน่ๆ จอมได้ยินพวกเพื่อนมันพูดถึงเรื่องแผนอะไรสักอย่าง ไอ้ภูผามันเข้าหาพี่เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่ๆ พี่อย่าไปหลงกลรอยยิ้มอ้อนๆ ของมันดิ!" คำว่า 'แผนการ' จากปากน้องชายทำให้หมอมาจีบขมวดคิ้วเบาๆ นึกย้อนไปถึงท่าทางหยอกเย้าและคำพูดแปลกๆ ของเด็กหนุ่มวิศวะคนนั้น แต่ภาพถุงโจ๊กร้อนๆ กับข้อความลายมือขยุกขยิกที่ง้อเธออย่างจริงใจเมื่อครู่ ก็ทำให้หัวใจเธอลังเลขึ้นมาอย่างประหลาด
"พี่โตแล้วนะจอม พี่ดูออกว่าใครเข้าหาพี่แบบไหน" ร่างบางตอบกลับเสียงนุ่ม พยายามให้อารมณ์ของน้องชายเย็นลง
"ดูออกเหรอ แล้วพี่รู้ปะว่ามันพูดอะไรกับจอมเมื่อกลางวัน" จอมจ้องหน้าพี่สาวด้วยสายตาจริงจังแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
"มันบอกว่าถ้าจะให้มันถอย มีแค่พี่คนเดียวที่จะบอกมันได้ มันกำลังดึงพี่เข้าไปในเกมของมันนะพี่จีบ จอมเป็นห่วงพี่นะเว้ย ไม่อยากเห็นพี่ต้องมานั่งเสียใจเพราะเด็กวิศวะหล่อแต่เปลือกแบบมัน" บรรยากาศในห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบ หมอมาจีบสบตาน้องชายที่มองเธอด้วยความห่วงใยจากใจจริง ความหงุดหงิดที่จอมเข้ามาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวสลายหายไป เหลือเพียงความครุ่นคิดหนักอึ้งในหัว
"โอเคก็ได้ พี่ฟังแก" หมอมาจีบถอนหายใจเบาๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนพลางลูบหัวน้องชายเบาๆ
"พี่จะระวังตัว โอเคไหม ไปนอนได้แล้ว แกก็เหนื่อยมาทั้งวันเหมือนกัน" จอมมองหน้าพี่สาวอย่างไม่ค่อยเชื่อมั่นนัก แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยอมรับฟังก็พยักหน้ารับคำ ร่างบางมองตามหลังน้องชายที่เดินกลับเข้าห้องนอนไป ก่อนจะค่อยๆ คลี่กระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็กสีเหลืองในกระเป๋าออกมาดูอีกครั้ง ข้อความขอโทษและถุงโจ๊กร้อนๆ นั้นกับคำเตือนเรื่อง 'แผนการ' ของน้องชายกำลังตีกันวุ่นวายอยู่ในหัวใจของหมอสาวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เวลา 18.15 น.ณ ลานม้าหินอ่อน คณะวิศวกรรมศาสตร์จอมตัดสินใจเดินตามภูผามาถึงหน้าคณะวิศวะฯ สายตาของเด็กหนุ่มสถาปัตย์มองแผ่นหลังหนาในเสื้อช็อปสีแดงเข้มที่กำลังทิ้งตัวลงนั่งบนม้าหินอ่อนเพียงลำพัง ภูผากำลังยกแก้วชาเขียวในมือขึ้นจิบ พลางกดแป้นพิมพ์โทรศัพท์อย่างตั้งอกตั้งใจ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นแวบหนึ่งเมื่อเห็นข้อความบนหน้าจอ ซึ่งไม่ต้องเดาก็รู้ว่ากำลังคุยกับใคร"กูยอมรับว่ากูตกใจ" เสียงของจอมที่ดังขึ้นข้างตัวทำเอาภูผาชะงัก ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าตามสัญชาตญาณ"กูต่างหากที่ต้องตกใจมึง โผล่มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง" ภูผาเอ่ยเสียงเบา ไม่มีท่าทางยียวนอย่างเคย"กูเห็น ตอนที่มึงปฏิเสธน้องคนนั้นในร้านกาแฟ" จอมทิ้งตัวลงนั่งบนม้าหินฝั่งตรงข้าม ขมวดคิ้วแน่นเหมือนคนที่กำลังต่อสู้กับความคิดในหัวตัวเองอย่างหนัก"แล้วยังไง" ภูผาเงยหน้ามาเอ่ยถามเสียงเข้ม"พี่มึงคิดอะไรอยู่กันแน่วะ" จอมเอ่ยถามด้วยความสงสัยในตัวคนตรงหน้าขั้นสุด"ตอนแรกก็เคยคิดว่าแค่อยากกวนประสาทมึง แต่พี่มึงทำกูหลงจนโงหัวไม่ขึ้น กูชอบเขาจริงๆ" ภูผาถอนหายใจออกมาเบาๆ นัยน์ตาคมจ้องมองจอมอย
เวลา 15.30 น.ณ แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน (ER)เสียงกระดิ่งของไรเดอร์ส่งอาหารดังขึ้นบริเวณหน้าเคาน์เตอร์พยาบาล พนักงานยื่นแก้วชาเขียวหวานน้อยเย็นเจี๊ยบพร้อมกล่องแซนด์วิชทูน่าสดใหม่ให้พี่พยาบาล ก่อนที่โน้ตโพสต์อิทสีชมพูแผ่นเล็กจะถูกส่งต่อมาถึงมือของหมอมาจีบที่เพิ่งตรวจคนไข้เคสบ่ายเสร็จ'ชาเขียวหวาน 25% เติมพลังยามบ่ายครับ ตั้งใจทำงานนะคุณหมอ - ภูผา'หมอสาวมองข้อความขยุกขยิกนั้นแล้วหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งบ่ายเหมือนจะถูกความใส่ใจของเด็กหนุ่มวิศวะค่อยๆ ชโลมหัวใจทีละนิด แต่ยังไม่ทันจะได้ยกชาเขียวขึ้นดื่ม มือหนาของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาคว้าแก้วชาเขียวไปจากมือเธอทันที"จอมบอกว่าอย่ายุ่งกับมันไง" จอมในชุดนักศึกษาสถาปัตย์ที่สะพายกระดานวาดรูปไว้ข้างหลัง เอ่ยเสียงดังลั่นพลางทำสีหน้าฟึดฟัด เขากำลังหิ้วถุงขนมที่ตั้งใจซื้อมาให้พี่สาวแต่ต้องเจอว่ามีใครบางคนตัดหน้าเสียก่อน"จอม! เบาเสียงหน่อย ที่นี่โรงพยาบาลนะ แล้วเอาแก้วพี่คืนมาเลย" หมอมาจีบขมวดคิ้วปรามน้องชายทันควัน"ไม่คืน! มันกำลังใช้แผนเปย์ซื้อใจพี่อยู่ชัดๆ" จอมชูแก้วชาเขียวขึ้นสูง ทำท่าเหมือนจะหิ้วไปทิ้งถังขยะ"จอมอย่า เอาของพี่
เวลา 01.15 น.ณ ห้องนอนหมอมาจีบ บรรยากาศภายในห้องนอนเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟสีส้มจากโคมไฟหัวเตียงที่สาดส่องลงมา หมอมาจีบนั่งอยู่บนเตียงนุ่ม มือเรียวยังคงถือกะดาษโพสต์อิทสีเหลืองแผ่นเล็กไว้ไม่ยอมวาง เสียงคำเตือนของน้องชายเรื่อง 'แผนการ' และ 'เสือผู้หญิง' ยังคงก้องอยู่ในหัว ร่างบางถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดเข้าไปในแอปพลิเคชันสีเขียวที่จอดำสนิทมาตลอดทั้งวัน นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความด้วยความลังเลอยู่นาน ก่อนตัดสินใจกดส่งไปในที่สุด 'ขอบคุณสำหรับโจ๊กกับน้ำเต้าหู้นะคะ ทีหลังไม่ต้องลำบากเอามาให้แล้วนะ'ขณะเดียวกัน ณ หอพักแถวมหาลัยแห่งหนึ่งภูผานอนกอดหมอนข้างขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาคมทอดมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกผิด ภาพใบหน้าเหนื่อยล้าของหมอมาจีบตอนที่ดุเขายังคงติดอยู่ในหัว โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวถูกเขาเหลือบมองดูทุกๆ สิบนาที แต่ก็ไร้ซึ่งวี่แววการติดต่อกลับติ๊ง!ภูผาสะดุ้งตัวเด้งลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันทีเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน มือเรียวยาวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก เมื่อเห็นชื่อแชท 'หมอมาจีบ' พร้อมข้อความขอบคุณสั
เวลา 21.15 น.ณ หน้าอาคารผู้ป่วยฉุกเฉิน โรงพยาบาล ร่างสูงในชุดลำลองยืนมองเข้าไปข้างในผ่านประตูกระจกใส มือหนาหิ้วถุงโจ๊กร้อนๆ กับแก้วน้ำเต้าหู้หอมฉุยเอาไว้แน่น ภูผาสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกความมั่นใจ คราวนี้เขาไม่ได้ก้าวเข้าไปด้วยท่าทางยียวนเหมือนเมื่อเย็น แต่กลับเดินเข้าไปหาพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีนอบน้อมที่สุดในชีวิต"ขอโทษนะครับ หมอมาจีบยังอยู่ไหมครับ" ร่างสูงเอ่ยถามพยาบาลสาวที่นั่งยุ่งๆอยู่หน้าเคาท์เตอร์จุดคัดกรอง"อยู่ค่ะ ถึงเที่ยงคืนนี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ" พยาบาลสาวเงยหน้ามาเอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร"เปล่าครับ ผมแค่อยากเอาของกินมาฝากให้พี่หมอครับ" ภูผาตอบยิ้มๆพลางวางถุงของกินลงบนเคาน์เตอร์เบาๆ พร้อมกับกระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็กที่เขาตั้งใจเขียนข้อความขยุกขยิกด้วยลายมือตัวเอง'ขอโทษนะครับที่เมื่อเย็นทำตัวไม่น่ารัก... กินข้าวด้วยนะครับ ไม่ต้องรีบตอบแชทก็ได้ แค่อยากให้กินรองท้อง - ภูผา'"ฝากให้หมอมาจีบด้วยนะครับพี่ ขอบคุณมากครับ" ภูผายกมือไหว้พี่พยาบาลก่อนจะหันหลังเดินกลับออกมาทันที โดยไม่คิดจะอยู่รบกวนเวลาทำงานของคนพี่อีกณ แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน เสียงสัญญาณชีพจ
เวลา 16.50 น.ณ โรงพยาบาลหมอมาจีบถอนหายใจยาวพลางถอดเสื้อกาวน์แขนยาวออก ร่างบางหมุนคอไล่ความเมื่อยล้าหลังจากออกตรวจผู้ป่วยตลอดทั้งบ่าย แต่ยังไม่ทันจะได้เก็บของลงกระเป๋า เสียงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังขึ้น'ปวดหลังจังเลยครับหมอ ยาแก้ปวดที่โรงพยาบาลจะดีเท่าข้าวเย็นวันนี้ไหมครับ'ข้อความพร้อมสติกเกอร์หมีทำหน้าอ้อนถูกส่งมาจากแชทที่ชื่อ 'ภูผา (วิศวะ)' ซึ่งเธอจำใจต้องแลกไว้เมื่อเช้า หมอสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องฉุกเฉินไป"ไปไหนครับ ลงเวรแล้วไม่ใช่หรอ" ร่างสูงที่ยืนพิงผนังกำแพงหน้าห้องฉุกเฉินเอ่ยทักหลังเห็นร่างบางหอบของพะรุงพะรังเดินไปทางที่ไม่ใช่ลานจอดรถ"อ้าวภูผา มาได้ไงคะ" หมอมาจีบชะงักก่อนจะหันกลับมาเอ่ยถามร่างสูงด้วยสีหน้าสงสัย"ก็ผมบอกแล้วว่าจะมารับไปกินข้าว ไม่ได้อ่านแชทผม แบบนี้ผมน้อยใจนะครับ" ภูผาส่งสายตาน้อยใจพร้อมก้าวเดินไปใกล้ร่างบางกว่าเดิม"คนไข้เต็มไปหมด ไม่มีเวลาหรอกค่ะ" หมอหมาจีบตอบเสียงเรียบพลางหลบตาร่างสูง"สักนาทีก็ให้ผมไม่ได้หรอครับ" ภูผาตัดพ้อด้วยเสียงอ่อนก่อนจะยกยื่นแก้วชาเขียวไปต่อหน้าร่างบาง ห
เวลา 07.35 น.ณ โรงพยาบาล แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านฟิล์มกรองแสงรถยนต์สาดส่องกระทบใบหน้าเนียน ทำให้หมอมาจีบค่อยๆปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย อาการปวดหัวตื้อๆจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืนทำให้เธอต้องยกมือนวดขมับ แต่สัมผัสของเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนาที่คลุมอยู่บนตัวทำให้หมอสาวชะงัก นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปเห็นร่างสูงคุ้นตานั่งหลับคอพับอยู่ฝั่งคนขับ ใบหน้าคมยามหลับดูไร้เดียงสาผิดกับตอนกวนประสาทอย่างสิ้นเชิงหมอมาจีบรีบยันตัวลุกขึ้นนั่งพลางกวาดสายตามองออกไปนอกกระจกรถ ภาพสถานที่ลานจอดรถที่คุ้นเคยทำเอาเธอทำอะไรไม่ถูก"นาย! ภูผาตื่น" ร่างบางเอ่ยเสียงดุพลางยื่นมือไปสะกิดแขนแกร่งเบาๆ ร่างสูงขยับตัวปรือตามองคนข้างกายอย่างงัวเงีย ก่อนยกมือมาขยี้ตาสองสามทีแล้วยกยิ้มมุมปากทันทีเมื่อเห็นหน้าหมอสาวชัดขึ้น"มอนิ่งครับหมอ ตื่นเช้าจังนะครับ" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยทักพลางบิดขี้เกียจไปมา"ทำไมมาจอดที่นี่คะ" หมอมาจีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุที่ไม่ต่างจากสีหน้า"ผมไม่รู้จักบ้านหมอหนิครับ โทรหาไอจอมก็ไม่ติด" ภูผาตอบเสียงยียวนก่อนขยับตัวเข้าใกล้ร่างบางพร้อมยักคิ้วข้างเดียวใส่"อีกอย่างถ้าพาไปห้องผม มีหวังหมอตื่น






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
