Mag-log in– บทที่ 8 –
หงลี่ฮวามาอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อของฮองเฮาหลายวันแล้ว
ร่างกายของนางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องที่ทำให้นางต้องปวดหัว ท่านพี่หนิงเฉิงเพิ่งส่งข่าวมาบอกนางว่าสกุลเซี่ยเพิ่งส่งของหมั้นไปที่สกุลหง และผู้ที่ได้รับของหมั้นนั้นก็คือนางสกุลเซี่ยต้องการให้บุตรชายแต่งงานกับนางเพื่อเพิ่มอำนาจให้บุตรชายของตน เพราะนางนั้นสนิทสนมกับองค์รัชทายาท
ในภายภาคหน้าอาจจะช่วยเหลือพวกเขาได้“ที่ท่านเอ่ยมานั้นคือเรื่องจริงหรือ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก นี่นางต้องแต่กับบุรุษผู้นั้นจริง ๆ หรือ แล้วเว่ยลู่เหลียนที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเซี่ยหลงจื่อเล่า
“จริงแท้ ตอนนี้ก็ทำการแลกสมุดวันเกิดกันแล้วด้วย”
หนิงเฉิงมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เรื่องนี้เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของนาง เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะใช้ความร้ายกาจที่มีให้เป็นประโยชน์ และยกเลิกการหมั้นหมายนี้ได้ในที่สุด
“ข้าไม่อยู่จวนเพียงไม่กี่วันก็มีคนสร้างเรื่องให้ข้าแล้วหรือ” นางได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เห็นทีคงจะต้องรีบกลับจวนเสียแล้ว
“พี่น้องของเจ้าคงเตรียมมือต้อนรับเจ้ากลับจวนแล้ว” เขาเชื่อว่าคนพวกนั้นคงไม่ยอมให้นางได้แต่งงานออกไปอย่างง่าย ๆ แน่นอน คงมีแผนการมากมายรอนางอยู่ที่จวน
“ข้าอยากให้คนเหล่านั้นลงมือเร็ว ๆ ยิ่งนัก จะได้จัดการไปทีเดียว” ยิ่งพวกมันลงมือเร็วเท่าใด นางก็จะได้จัดการพวกมันเร็วเท่านั้น
“หากกลับไปจวนแล้วเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ข้าไม่สามารถไปช่วยได้ตลอดเวลา แต่ข้าจะลอบส่งองครักษ์ลับเข้าไปในเรือนเจ้าอีก” เขาไม่สามารถวางใจได้ คงต้องวานให้ไป่ซีฮันช่วยดูแลนางอีกทาง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” รอยยิ้มจริงใจถูกส่งออกไป หากไม่มีท่านพี่หนิงเฉิงและฮองเฮา ก็ไม่รู้ว่าชีวิตของนางจะเป็นเช่นไร คงตายตกไปนานแล้ว
ข่าวการหมั้นหมายระหว่างเซี่ยหลงจื่อและหงลี่ฮวาถูกพูดถึงกันเป็นอย่างมาก เพราะทุกคนรู้ดีว่าตอนนี้เซี่ยหลงจื่อและเว่ยลู่เหลียนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา ทำให้หลายคนต่างก็จับตามองการหมั้นหมายในครั้งนี้
ทางด้านสกุลหงก็มีหลายคนที่เดือดเนื้อร้อนใจ เพราะว่าตนเองมิได้เป็นคนที่ถูกเลือกในครั้งนี้
“ท่านแม่ เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ” หงจินเยว่ถามผู้เป็นมารดาอย่างไม่ยอม ควรเป็นนางสิที่ต้องได้หมั้นหมายในครั้งนี้ หาใช่สตรีผู้นั้นไม่
“ใจเย็น ๆ เรายังมีเวลาอีกมากที่จะจัดการเรื่องนี้” ตอนนี้การหมั้นหมายได้กำหนดแล้ว ทางเดียวที่จะยกเลิกการหมั้นได้ก็คือกำจัดลี่ฮวา หรืออีกอย่างก็คือทำให้นางชื่อเสียงเสื่อมเสียจนไม่มีตระกูลใดกล้ารับเข้าไปเป็นฮูหยิน
“ท่านแม่ต้องช่วยข้านะเจ้าเจ้าคะ ข้าไม่มีทางยอมให้นางได้แต่งกับท่านพี่หลงจื่ออย่างแน่นอน” คนที่จะได้แต่งกับเขามีเพียงนางคนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์
“ได้ แม่จะไม่ยอมให้เจ้าต้องทุกข์ทนเด็ดขาด” บุตรสาวของนางจะต้องเป็นหนึ่งเท่านั้น นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งวาสนาของบุตรสาวนางอย่างแน่นอน
“เจ้าค่ะท่านแม่” นางเข้าไปกอดมารดา พร้อมกับแสดง
สีหน้าร้ายกาจออกมา นางจะต้องหาทางกำจัดนางลี่ฮวาให้ได้หานฟางเซียนลูบหัวของบุตรสาวอย่างรักใคร่ หงลี่ฮวาจะไม่มีทางได้แต่งออกไปอย่างแน่นอน มันจะต้องตายอยู่ที่จวนแห่งนี้
ตอนนี้แผนการของนางกำลังจะเริ่ม อีกไม่นานทุกอย่างก็ต้องตกมาเป็นของนาง
หงลี่ฮวารักษาตัวจนพิษในร่างกายหายไปจนหมดและเตรียมตัวที่จะกลับไปที่จวนสกุลหงเพื่อกลับไปทำตามแผนของตนเอง เรื่องนี้ต้องมีนางเป็นเหยื่อล่อ คนบงการจึงจะลงมืออีกครั้ง
“เจ้าระวังตัวให้ดี พี่จะให้ซีฮันไปส่งเจ้าที่จวน หากจะติดต่อกับพี่ก็ติดต่อผ่านเขา” ช่วงนี้เขาต้องช่วยราชกิจท่านพ่อ อาจไม่มีเวลามากพอที่จะคอยดูแลนาง คงได้แต่พึ่งพาสหายที่ไว้ใจได้คอยดูแลแทน
“เจ้าค่ะ” นางรู้ดีว่าช่วงนี้ท่านพี่หนิงเฉิงไม่ค่อยว่าง มีงานราชกิจมากมายที่เขาจะต้องทำ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ของนางคงจะปลีกตัวมายาก
“หากมีอันใดไม่ชอบมาพากลก็ขอความช่วยเหลือจากองครักษ์ทันที เขาจะติดต่อซีฮันโดยตรง” เขาแจ้งรายละเอียดให้นางรู้
“เจ้าค่ะ”
“อย่าลืม รักษาตัวให้ดี หากเจ้าเป็นอันใดไปข้าก็ไม่รู้ว่าข้าจะทำอันใดได้บ้าง” หากเกิดอันใดขึ้นกับนาง เขาว่าสกุลหงคงไม่อาจมีอยู่อีกต่อไปอย่างแน่นอน
“ข้าจะระวังตัว” การกลับจวนในวันนี้นางก็หวั่นใจไม่น้อย ยิ่งมีเรื่องการหมั้นหมายเข้ามา คนเหล่านั้นต้องไม่ปล่อยนางไปอย่างแน่นอน
“ดี ไปเถิด ซีฮันคงรอเจ้าที่หน้าประตูวังแล้ว” เขาเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปลูบศีรษะของผู้ที่เปรียบเสมือนน้องสาวอย่างรักใคร่ และเอ่ยย้ำอีกครั้ง “ระวังตัวให้มาก”
“เจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน” นางย่อกายทำความเคารพคนตรงหน้า ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว
“คุณหนูรองหง” ไป่ซีฮันที่เห็นหญิงสาวที่เขารออยู่เดินออกมาก็เอ่ยทักทาย “เชิญขึ้นรถม้าเถิด เดี๋ยวข้าจะไปส่งท่านที่จวน”
หญิงสาวพยักหน้าทักทายเขาไปหนึ่งที่ ยกยิ้มส่งไปให้เขา แต่ก็ได้รับเพียงใบหน้านิ่งเฉยตอบกลับมา ทำให้นางรู้สึกหมั่นไส้ใบหน้าเฉยชานั่นของเขายิ่งนัก จึงได้แต่คิดหาวิธีกลั่นแกล้งเขา
นางเดินไปหยุดอยู่ข้างกายของเขา และหันไปมองเสี้ยวหน้าที่ยังคงเรียบนิ่ง
“แม่ทัพไป่อยากจะขึ้นไปนั่งบนรถม้ากับข้าอีกหรือไม่” เสียงหวานปนยียวนถูกเปล่งออกมาจากปากน้อย ๆ สายตาหวานซึ้งถูกมองไปที่ชายหนุ่ม
มี่มี่ที่เห็นนายสาวทำทีท่าเช่นนั้นก็แทบจะร้องไห้ออกมา เหตุใดคุณหนูถึงกล้าเอ่ยเช่นนั้นออกมา
ซีฮันที่ได้ยินประโยคนั้นของหญิงสาวก็ได้แต่หันไปมองนางด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาหวานซึ้งนั้นที่มองมาและหันกลับไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หัวใจของเขาสั่นไหวน้อย ๆ นี่เกิดอันใดขึ้นกับเขากัน
“เห็นทีจะมิได้ ในเมื่อท่านมีคู่หมั้นอยู่แล้ว” เขายกข้ออ้างนี้ขึ้นมาเตือนสตินาง พร้อมกับเตือนสติของตนด้วย
ข่าวเรื่องการหมั้นหมายของนางดังไปทั่วเมื่อหลวง ทุกคนต่างก็พากันพูดถึงเรื่องนี้
หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มก็แข็งค้างไป และเปลี่ยนเป็นใบหน้าบึ้งตึงในที่สุด ยิ่งพูดเรื่องนี้ก็ยิ่งโมโห บิดาผู้นั้นของนางไม่คิดที่จะสอบความสมัครใจของนางเลยหรือว่าต้องการจะแต่งงานกับคนผู้นั้นหรือไม่
“ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ไปส่งข้ากลับจวนเถิด” น้ำเสียงของนางแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน แล้วเดินขึ้นไปนั่งบนรถม้าอย่างไม่สนใจเขาอีก
บุรุษผู้นี้ช่างน่าตายยิ่งนัก
หงลี่ฮวาเงยหน้ามองประตูจวนสกุลหงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย จะว่าอยากกลับมาก็อยากกลับมา จะว่าอยากหนีไปไกล ๆ ก็อยากหนี แต่นางไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ คนที่คิดทำร้ายนางยังจับตัวไม่ได้ นางไม่มีทางที่จะปล่อยไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน รอดูเถิดว่าหลังจากนี้นางสามารถทำอันใดได้บ้าง
“ขอบคุณแม่ทัพไป่ที่มาส่ง” นางหันไปขอบคุณเขา แม้จะรู้สึกเคืองกับประโยคก่อนหน้าของเขา แต่ยังไงเขาก็เดินทางมาส่งนางถึงจวน
“คุณหนูรองหงเข้าไปในจวนเถิด ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว” เรื่ององครักษ์ของนาง เขาได้ส่งเข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้แล้วตามคำสั่งขององค์รัชทายาท
“ขอบคุณท่าน” นางเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินเข้าไปในจวนด้วยฝีเท้าที่มั่นคง นางจะต้องไปพูดเรื่องหมั้นหมายกับผู้เป็นบิดาเสียหน่อย
“มี่มี่ เจ้ากลับไปที่เรือน ข้าจะไปพบท่านพ่อที่ห้องทำงานเสียหน่อย” นางหันไปเอ่ยกับสาวใช้หลังจากเดินเข้ามาในจวนได้สักพัก
“ให้บ่าวไปกับคุณหนูด้วยนะเจ้าคะ” นางรู้สึกเป็นห่วงคุณหนู กลัวว่าจะทำเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น ตอนนี้ยิ่งไม่ปลอดภัย หากคนเหล่านั้นเล่นงานคุณหนูของนางในยามนี้จะไม่แย่หรือ
“ไม่ต้องห่วง ไปพูดคุยกับท่านพ่อครู่เดียว” นางเพียงแค่อยากไปถามให้แน่ใจเรื่องการหมั้นหมาย นางจะได้มั่นใจว่าควรทำอย่างไรต่อ
“เจ้าค่ะ” มี่มี่ต้องกลับไปที่เรือนอย่างจำใจ แม้จะอยากตามไปมากแค่ไหนก็ตาม
“คารวะท่านพ่อ” นางเดินเข้าไปในห้องและย่อกายทักทายด้วยท่าทางที่งดงาม
“มีอันใดถึงได้มาหาข้าถึงที่นี่” ผู้เป็นบิดาเอ่ยถามออกมาอย่างไร้เยื่อใย
“เรื่องการหมั้นหมาย จริงหรือเจ้าคะ” นางไม่ได้สนใจท่าทีเมินเฉยของบิดาเท่าใด เพราะนางก็มิได้คาดหวังอันใดจากเขาอยู่แล้ว คนเช่นนี้เห็นเรื่องอำนาจสำคัญที่สุด เรื่องอื่นนั้นไม่ต้องพูดถึง
“ใช่ เจ้าก็เตรียมตัวให้ดี เรื่องอื่น ๆ เดี๋ยวแม่รองของเจ้าจัดการให้ เจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกัน” เขาไม่สนใจว่าบุตรสาวจะรู้สึกอย่างไร ขอเพียงแค่เขาได้ในสิ่งที่ต้องการก็พอ
“เจ้าค่ะ” นางก้มหน้ารับคำด้วยท่าทีเฉยเมยไม่ต่างจากที่บิดาแสดงออกมา คอยดูเถิดว่าหลังจากนี้นางจะทำอันใดได้บ้าง ในเมื่อนางไม่เห็นด้วยกับการหมั้นหมายครั้งนี้ นางก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดจูงจมูกอย่างเด็ดขาด
“หากไม่มีอันใดก็ออกไปเถิด”
“เจ้าค่ะ” พูดจบก็เดินออกไป ไม่ได้สนใจคนที่นั่งอยู่ในห้องอีก อยากได้อำนาจมาหรือ เดี๋ยวนางจะจัดให้อย่างสาสมเลย คอยดูเถิดว่านางทำอันใดได้บ้าง
หงจินเยว่ที่ได้ข่าวว่าหงลี่ฮวากลับมาที่จวนก็มาดักรอระหว่างทางกลับเรือน นางไม่มีทางยอมให้สตรีผู้นั้นลอยหน้า
ลอยตาเช่นนี้อย่างแน่นอน แค่เว่ยลู่เหลียนก็จัดการยากมากพอแล้ว นางได้แต่หวังว่าหากได้ฐานะคู่หมั้นของเขามาก็จะสามารถวางใจได้ แต่หงลี่ฮวาดันได้ตำแหน่งคู่หมั้นไปแล้ว แล้วเช่นนี้นางจะทำเช่นไรได้ลี่ฮวาที่เห็นน้องสาวยืนรออยู่ก็รู้ได้ทันทีว่านางจะเอ่ยอะไร สตรีผู้นี้วุ่นวายอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องของเซี่ยหลงจื่อ วันนี้นางก็คงมาเพราะเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
นางไม่ใส่ใจ เลือกที่จะเดินเลี่ยงไปทางอื่น แต่ก็ถูกอีกฝ่ายดักเอาไว้มิให้เดินผ่าน แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหาเรื่อง
“จะรีบไปไหน ไม่คุยกันหน่อยหรือ”
– บทที่ 12 –ในคืนวันเดียวกัน ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายจากการเดินทาง คุณหนูตระกูลต่าง ๆ ที่มีชื่อเข้าร่วมเทศกาลล่าสัตว์ต่างก็พากันเตรียมตัวกันอย่างดี เพื่อที่จะได้โดดเด่นที่สุดในงานนี้หงลี่ฮวาและจูซินหยานเลือกที่จะมาแต่งตัวด้วยกันที่กระโจมของลี่ฮวา เพราะอยู่ใกล้สถานที่จัดงานมากกว่า จะได้ไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป“ฮวาเอ๋อร์ เจ้างดงามมาก” ซินหยานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมหญิงสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ด้วยกัน นางไม่เคยพบเห็นผู้ใดในเมืองหลวงที่งดงามกว่าสหายผู้นี้ของนางเลยสักคน แม้แต่เว่ยลู่เหลียน หญิงงามอันดับหนึ่งก็ยังสู้สตรีผู้นี้ไม่ได้“ข้าก็งามเช่นนี้อยู่ทุกวัน เหตุใดเพิ่งมาชมเอาวันนี้เล่า” หญิงสาวอีกคนเอ่ยอย่างถือดี เพราะมองดูแล้วในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้ใดที่มีความงามสู้นางได้เลยสักคน“ฮ่า ๆ ตรงไปตรงมายิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา” เสียงหัวเราะของซินหยานดังไปทั่วกระโจมเพราะถูกใจคำพูดของสหาย สตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ช่างถูกใจนางยิ่งนัก ยิ่งอยู่กับลี่ฮวาก็ยิ่งทำให้นางมีความสุข“เอาล่ะ รีบแต่งตัวเถิด นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว” เอาแต่พูดคุยกันเช่น
– บทที่ 11 –“คู่ควรแล้วอย่างไร ไม่คู่ควรแล้วอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วสกุลเซี่ยก็ยังเลือกข้าไปเป็นคู่หมั้นของบุตรชายเขาอยู่ดี และเรื่องการหมั้นหมายของสองตระกูลก็กำหนดเอาไว้นานแล้ว เหตุใดสหายที่แสนดีของเจ้ายังเข้ามาวุ่นวายกับเขาอีกเล่า สรุปแล้วเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะผู้ใดกันแน่”มุมปากของหงลี่ฮวายกขึ้นน้อย ๆ เรื่องสัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลก็หาได้เป็นความลับไม่ ทุกคนในเมืองต่างก็รับรู้เรื่องนี้กันดี ว่าอย่างไรภรรยาเอกของเซี่ยหลงจื่อก็ต้องมาจากสกุลหง เป็นลู่เหลียนที่ไม่รู้หรือนางไม่สนใจเรื่องนี้กันแน่“เจ้า!!” เล่อฉีกำลังจะเอ่ยต่อ แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะสหายห้ามปรามเอาไว้ก่อน“ฉีเอ๋อร์ เราไปกันเถิด” นางอยากจะออกไปจากตรงนี้เสียที ไม่อยากจะรับฟังเรื่องอันใดอีก เพียงเท่านี้นางก็เสียใจมากพอแล้วใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของสตรีอันดับหนึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็เกิดความสงสาร ตอนนี้นางราวกับตุ๊กตาเคลือบที่สามารถแตกสลายได้ตลอดเวลาก่อนที่เว่ยลู่เหลียนจะเดินจากไป หงลี่ฮวาก็ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูเว่ย หวังว่าท่านจะเก็บคำขอของข้าไปพิจารณาด้วย”ลู่เหลียนเดินจากไปด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร ต่างจากใน
– บทที่ 10 –หงลี่ฮวายกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะบอกเรื่องที่ตนเองรู้แก่น้องชายผู้นี้ “คนของข้าเห็นบ่าวรับใช้ผู้นั้นของเจ้าลอบพบกับคนของฮูหยินรอง เจ้าจะเชื่อหรือไม่อันนี้ก็แล้วแต่เจ้า”นางไม่หวังให้เขามาเชื่อนาง นางเพียงแค่ต้องการแสดงความจริงใจของนางก็เท่านั้น“ท่านต้องการอันใดกันแน่ถึงได้บอกเรื่องนี้แก่ข้า” เขาไม่เชื่อว่านางมาบอกเพียงเพราะต้องการช่วยเขาอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีไมตรีต่อกัน นางไม่มีทางยื่นมือมาช่วยเหลือเขาเฉย ๆ อย่างแน่นอนนางปรายตามองน้องชายครู่หนึ่งก็เห็นแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่ง จึงคิดว่าเขาคงรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว “เจ้ารู้แล้ว? เหตุใดจึงยังเก็บไว้ข้างกายเช่นนี้”“ข้าไม่รู้ เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอันใด” เขาตอบไปตามจริง“อ้อ จากนี้เจ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ไม่เลว ๆ คนผู้นี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ฉลาดเฉลียวไม่น้อย หากได้ร่วมมือกับเขาคงจะไม่สร้างความลำบากให้นางมากนัก“ขอรับ”“เรามาคุยธุระสำคัญกันดีหรือไม่” ในที่สุดนางก็เอ่ยเรื่องสำคัญที่มาดักรอน้องชายผู้นี้“เชิญพี่รองเอ่ยมาเถิด” เขาว่าแล้วว่านางต้องมีเรื่องสำคัญที่ต้องการพูดคุยกับเขาอย่าง
– บทที่ 9 –หงลี่ฮวาหยุดมองน้องสาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง สตรีผู้นี้ช่างไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์เสียจริง นางน่าจะรู้ความมากกว่านี้ หากรอให้มารดาของนางจัดการก็คงไม่ต้องมาทำเรื่องไร้ปัญญาเช่นนี้ดี!! ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ไม่ดี ระบายอารมณ์ใส่นางก็คงจะดีไม่น้อย“ทำไม เจ้าจะทำอันใดข้า” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ ทำเอาหญิงสาวตรงหน้ารู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว“เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่ที่บังคับให้สกุลเซี่ยมาทำการหมั้นหมายกับเจ้า!!” ตอนนี้นางคิดออกเพียงอย่างเดียว หาไม่แล้วสกุลเซี่ยที่เฉยเมยต่อเรื่องนี้มาตลอด จะเอ่ยปากเรื่องการหมั้นหมายได้อย่างไร“เจ้าว่าข้ามีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ” สตรีผู้นี้ช่างโง่จริง ๆ คิดออกมาได้อย่างไรว่าเป็นนางที่ไปบังคับสกุลเซี่ยให้มาทำการหมั้นหมาย“ไม่เช่นนั้นเขาจะมาขอเจ้าหมั้นหมายหรือ” นางปักใจไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของลี่ฮวา หรือไม่นางก็ให้องค์รัชทายาทไปบังคับสกุลเซี่ยอย่างแน่นอน“หากข้ามีอำนาจขนาดนั้น แล้วเหตุใดจึงไม่กลัวในอำนาจของข้าเลยเล่า” นางขยับเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย อย่างต้องการข่มขวัญ“จะ...เจ้ามันสตรีแพศยา แพศยาเหมือนกับแม้
– บทที่ 8 –หงลี่ฮวามาอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อของฮองเฮาหลายวันแล้ว ร่างกายของนางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องที่ทำให้นางต้องปวดหัว ท่านพี่หนิงเฉิงเพิ่งส่งข่าวมาบอกนางว่าสกุลเซี่ยเพิ่งส่งของหมั้นไปที่สกุลหง และผู้ที่ได้รับของหมั้นนั้นก็คือนางสกุลเซี่ยต้องการให้บุตรชายแต่งงานกับนางเพื่อเพิ่มอำนาจให้บุตรชายของตน เพราะนางนั้นสนิทสนมกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าอาจจะช่วยเหลือพวกเขาได้“ที่ท่านเอ่ยมานั้นคือเรื่องจริงหรือ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก นี่นางต้องแต่กับบุรุษผู้นั้นจริง ๆ หรือ แล้วเว่ยลู่เหลียนที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเซี่ยหลงจื่อเล่า“จริงแท้ ตอนนี้ก็ทำการแลกสมุดวันเกิดกันแล้วด้วย”หนิงเฉิงมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เรื่องนี้เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของนาง เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะใช้ความร้ายกาจที่มีให้เป็นประโยชน์ และยกเลิกการหมั้นหมายนี้ได้ในที่สุด“ข้าไม่อยู่จวนเพียงไม่กี่วันก็มีคนสร้างเรื่องให้ข้าแล้วหรือ” นางได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เห็นทีคงจะต้องรีบกลับจวนเสียแล้ว“พี่น้องของเจ้าคงเตรียมมือต้อนรับเจ้าก
– บทที่ 7 –เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยค







