แชร์

– บทที่ 7 –

ผู้เขียน: LycDin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-11-28 14:33:30

– บทที่ 7 –

เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บ

ของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น

“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง

“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน

“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยครั้ง และยังส่งสมุนไพรมาให้อีกมากมาย

“เช่นนั้นก็ไปเถิด”

นางย่อกายทำความเคารพผู้เป็นบิดา ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถม้าที่รออยู่หน้าประตู องค์รัชทายาทให้ไป่ซีฮันเป็นคนมารับนางไปส่งที่วังด้วยตนเอง เพราะเขาไม่ไว้วางใจให้นางเดินทางเพียงคนเดียว

“เชิญคุณหนูรองหง” ซีฮันประคองหญิงสาวขึ้นไปบน

รถม้าและเตรียมตัวที่จะไปขึ้นม้าของตนเอง แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อหญิงสาวที่อยู่บนรถเอ่ยขึ้น

“แม่ทัพไป่ เราจะคุยกันหน่อยได้หรือไม่”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็จำใจต้องขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันเดียวกับนาง เขาเดาได้เลยว่านางคงจะพูดถึงเรื่องวันนั้น

“มี่มี่ ออกไปข้างนอก ข้ามีเรื่องที่ต้องพูดคุยกับแม่ทัพไป่” นางหันไปสั่งมี่มี่ที่นั่งอยู่ในรถม้า นางมีเรื่องสำคัญที่ต้องพูดคุยกับเขา ไม่สะดวกที่จะให้ผู้ใดได้ยิน

“ออกรถ” เมื่อมี่มี่ออกไปแล้ว นางก็สั่งให้คนขับรถม้าออกรถ

“เหตุการณ์นี้ท่านว่ามันคุ้น ๆ หรือไม่” รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้น ถึงเวลาที่จะต้องมาคุยเรื่องบุญคุณความแค้นนี่แล้ว

“คุณหนูหงรองต้องการสิ่งใด” เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายามนี้นางก็มีกะจิตกะใจรีดไถจากเขา มิใช่ว่าต้องห่วงชีวิตของตนเองหรือ

“ขอเพียงท่านช่วยเหลือข้าหนึ่งครั้ง บุญคุณนี้ก็ถือว่าหายกัน” นางไม่ได้คิดที่จะเอาเปรียบเขา นางช่วยเขาหนึ่งครั้ง เขาก็ควรที่จะช่วยเหลือนางสักครั้ง

“ไม่คิดเลยว่าคุณหนูรองหงจะเป็นคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ วันนั้นข้าทำงานให้องค์รัชทายาท เหตุใดไม่ไปร้องขอกับพระองค์เล่า” เรื่องนี้คงผิดพลาดที่เขาเอง วันนั้นเขาไม่น่าเลือกที่จะไปขึ้นรถม้าของนางเลย มิเช่นนั้นเขาคงไม่ต้องมาปวดหัวเช่นนี้

“แล้วยามที่ข้าจะเอ่ยปากกับองค์รัชทายาท ท่านยื่นมือมาขวางข้าด้วยเหตุใด” องค์รัชทายาทนั้นนางสามารถร้องขอได้ทุกเมื่อ แต่นางก็อยากมีคนคอยทำเรื่องที่นางไม่สะดวกจะบอกองค์รัชทายาท

“เรื่องนั้น...” หากเขาให้นางเล่าตามที่นางพูดไปก่อนหน้า เขาจะไม่เดือดร้อนเอาหรือ

“วันที่ท่านฟาดมือลงที่คอของข้า ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าจะมีวันนี้” หากวันนั้นเขายอมตกลงกับนางดี ๆ เขาคงไม่ต้องคิดหาทางให้เขายอมร่วมมือเช่นนี้ และที่สำคัญ นางคงไม่ต้องเจ็บตัวเช่นนั้น

“ข้าต้องขอโทษคุณหนูรองด้วยที่ลงมือไปในวันนั้น” ตอนนั้นเขาไม่คิดว่านางจะเก่งถึงขั้นจำหน้าของเขาได้ เขาจึงลงมือโดยที่ไม่ได้คิดอะไร เขาไม่อยากมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาในชีวิตอีก เพราะเขารู้ว่านิสัยของนางเป็นเช่นไร และที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าไม่ควรไปยุ่งกับนาง

“ข้าไม่ขอรับคำขอโทษ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “หากท่านอยากให้ผู้มีพระคุณของท่านหายโกรธก็ต้องทำตามคำขอของข้าอีกข้อหนึ่ง”

ดวงตาคมได้แต่หันไปมองใบหน้าของคนเจ้าเล่ห์อย่างปลง ๆ นางเก่งยิ่งนักเรื่องหาผลประโยชน์จากผู้อื่น แล้วเขาจะสามารถปฏิเสธได้หรือ ในเมื่อนางยกคำว่าผู้มีพระคุณมาขนาดนี้

“ได้ สองข้อที่ข้าจะทำตามคำขอของเจ้า”

“ดี คุยกันง่าย ๆ เช่นนี้ก็ดี” รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง ทำให้คนที่เห็นรู้สึกหมั่นไส้ยิ่งนัก

“ท่านจะลงไปขี่ม้าหรือนั่งบนรถม้ากับข้าต่อข้าก็มิได้ว่าอันใดนะ” หญิงสาวเอ่ยไล่กลาย ๆ ในเมื่อพูดคุยธุระกันเสร็จแล้ว เขาก็ควรลงไปจากรถม้าได้แล้ว

“เช่นนั้นข้าขอนั่งอยู่ในรถม้าต่อ” เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็คิดจะไล่เขาไปไกล ๆ เลยหรือ แต่เขาจะนั่งตรงนี้แหละ ไม่ออก

ไปอย่างแน่นอน

“ตามใจท่านเถิด” หญิงสาวฝืนยิ้มออกมา บุรุษผู้นี้ช่าง

น่าตายจริง ๆ หากมีคนเห็นว่าเขาอยู่กับนางเพียงลำพังบนรถม้า จะไม่มีคนเอาไปนินทาหรือ แต่ก็ไม่เป็นอันใด ชื่อเสียงนี้ข้าก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่ชื่อเสียงของเขาเล่า จะไม่เสื่อมเสียไปกับนางหรือ

รถม้าเคลื่อนตัวไปอีกสักพักก็จอดลงที่ประตูใหญ่ รถม้าสามารถมาถึงได้แค่เพียงประตูวังชั้นนอกเท่านั้น ที่เหลือจึงต้องเดินเข้าไป

“แม่นางหง เชิญขึ้นเกี้ยวเถิด ฮองเฮาประทานอนุญาตให้แม่นางสามารถนั่งเกี้ยวเข้าไปด้านในได้” ขันทีน้อยที่ทำหน้าที่มารับเอ่ยบอกหญิงสาวที่เพิ่งลงจากรถม้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“ขอบคุณกงกงน้อยที่มาต้อนรับ” นางส่งยิ้มไปให้ขันทีน้อย

“แม่ทัพไป่” ขันทีน้อยทีเพิ่งเห็นอีกคนลงมาจากรถม้า

ก็รีบทำความเคารพทันที ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“นี่พวกท่านนั่งรถม้าคันเดียวกันหรือ”

เขาไม่เคยเห็นแม่ทัพผู้นี้ยุ่งเกี่ยวกับสตรีไหนเลย จนบิดากลุ้มใจว่าจะไม่แต่งภรรยาเข้าบ้าน ซึ่งก็ไม่ต่างกับองค์รัชทายาทที่ตอนนี้ก็ยังไม่แต่พระชายา

“เราไปกันเถิด ฮองเฮาคงรอนานแล้ว” นางเอ่ยขัดจังหวะของทั้งสอง มิให้พูดเรื่องของนางต่อจึงยกฮองเฮามาเป็นข้ออ้าง

“ขอรับ” ขันทีน้อยจึงต้องรีบพาหงลี่ฮวาเข้าไปพบฮองเฮาที่ตำหนักเทียนซื่อ และไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่ทั้งสองเดินทางมาด้วยกันอีก

“แม่นางหง อีกไม่นานก็จะถึงตำหนักเทียนซื่อแล้ว” ขณะที่กำลังเดินใกล้จะถึงที่หมาย ขันทีน้อยจึงได้เอ่ยบอกสตรีที่อยู่ในเกี้ยว

“ขันทีน้อย ท่านรู้จักกับแม่ทัพไป่ด้วยหรือ” นางเอ่ยถามคนที่เดินอยู่ด้านนอก ดูท่าคนผู้นี้น่าจะรู้เรื่องอะไรมากกว่านาง

“แม่ทัพไป่เป็นสหายสนิทกับองค์รัชทายาท จึงมาเล่นที่ตำหนักอยู่บ่อยครั้ง” เขาตอบไปตามความจริง ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ก็เห็นหน้าแม่ทัพไป่แล้ว มีแม่นางหลายคนทอดสะพานให้เขา แต่เขาก็ไม่ชายตาแลเลยแม้แต่น้อย

“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” นางไม่เคยรู้เลยว่าทั้งสองสนิทสนมถึงขั้นมาเล่นที่ตำหนักเทียนซื่อ ท่านพี่หนิงเฉิงก็ไม่เห็นจะเคยบอกนาง

“แล้วองค์รัชทายาทอยู่หรือไม่” นางไม่รู้ว่าเขาจัดการเรื่องของนางยังไง แต่นางคาดว่าเขาน่าจะให้คนไปสืบเรื่องนี้แล้ว

“รอคุณหนูอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อกับฮองเฮาแล้วขอรับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะอีกเดี๋ยวคงได้คุยเรื่องนี้อีกยาว

“แม่นางหง ถึงแล้วขอรับ” เขาเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำหน้านางเข้าไปด้านในตำหนัก เพราะผู้สูงศักดิ์ทั้งสองคงรอนานแล้ว

เมื่อมาถึง ลี่ฮวาก็ยอบกายทักทายทั้งสอง “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรองค์รัชทายาท”

“ลุกขึ้นมานั่งข้าง ๆ ข้า มาคุยกันดี ๆ เถิด” นางได้ข่าวเรื่องที่นางถูกพิษแล้ว นางแทบจะเป็นลมลงไปตอนนั้นเสียให้ได้ แล้วเช่นนี้นางจะวางใจให้กลับไปอยู่จวนสกุลหงได้อย่างไร

“ขอบพระทัยเพคะ” นางลุกขึ้นไปนั่งลงข้าง ๆ ฮองเฮาตามคำของพระนาง

“เจ้าจะให้น้าขาดใจตายไปจริง ๆ ใช่หรือไม่” นางแทบจะร้องไห้ออกมาให้ได้ นางเสียพี่สาวไปแล้วหนึ่งคน นางจะไม่ยอมเสียหลานสาวผู้นี้ไปอีกอย่างแน่นอน

“ข้าจะระวังตัวให้มากกว่านี้” นางตอบออกมาได้เพียงเท่านั้น เพราะทุกวันนี้นางก็ระวังตัวมากพอแล้ว แต่เห็นทีว่าคงยังไม่มากพอนางจึงโดนวางยาพิษเช่นนี้

“เจ้ายังคิดที่จะกลับไปที่นั่นอีกหรือ” นางไม่อยากจะให้ลี่ฮวากลับไปจวนสกุลหงอีก นางไม่อยากจะให้หลานสาวต้องเผชิญอันตรายอีกแล้ว

“คนที่ทำร้ายข้ายังจับตัวไม่ได้ และข้าไม่มีทางที่จะปล่อยให้มันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแน่นอน” คนที่ทำร้ายนางจะต้องได้รับกรรมที่พวกมันกล้าลงมือกับนาง ไหนจะเรื่องการตายของมารดานางอีก นางจะไม่ยอมให้มันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

“นี่เจ้าคิดจะสืบหาความจริงหรือ” ดูก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ คนลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้คงไม่ใช่การทะเลาะกันของเด็ก ๆ อย่างแน่นอน “เรื่องที่เจ้าตกน้ำก็ยังหาตัวคนผิดมิได้ แล้วมาเรื่องวางยาพิษอีก น้าไม่ไว้ใจที่จะให้เจ้ากลับไปที่นั่นอีกแล้ว”

“ท่านน้าวางใจ ท่านพี่หนิงเฉิงมององครักษ์ให้ข้าแล้ว จะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก” นางมั่นใจว่าคนของท่านพี่หนิงเฉิงสามารถรักษาชีวิตของนางเอาไว้ได้ เขาไม่มีทางปล่อยให้นางได้รับอันตรายอย่างแน่นอน

“ท่านแม่วางใจ จากนี้จะไม่มีผู้ใดทำอะไรนางได้อีก” ชายหนุ่มที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นเพื่อให้ผู้เป็นมารดามั่นใจ ตอนนี้คนของเขากำลังสืบเรื่องยาพิษนี้อยู่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำงานกันอย่างระมัดระวังจึงตามสืบได้ง่าย หรืออีกอย่างก็คือยานี้ถูกซื้อเอาไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะมาลงมือ

“เจ้าจะทำเช่นนี้จริง ๆ ใช่หรือไม่” นี่นางต้องปล่อยให้หลานสาวเพียงคนเดียวของนางไปเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ใช่หรือไม่ “แล้วเรื่องวางยา รู้หรือยังว่าพวกเขาใช้วิธีใด”

“ยังเจ้าค่ะ เรื่องนี้ยังมิได้ตามสืบ” เมื่อรู้ว่าตนเองถูกวางยาพิษก็รีบออกมา ยังมิได้ตามสืบอันใดสักเรื่อง

“เช่นนั้นข้าจะเขียนจดหมายไปบอกตาของเจ้า คนข้างกายของท่านแม่พอมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง อาจจะช่วยเหลือเจ้าได้” เรื่องนี้จะปล่อยผ่านมิได้ อย่างไรท่านพ่อก็สมควรที่จะรู้เรื่องนี้ จะได้คอยช่วยระวังอีกทาง หากรู้ตัวคนลงมือ เรื่องนี้จะมิใช่เรื่องยากเลย แต่ผู้บงการเรื่องนี้อยู่ในความมืด ยากที่จะจัดการนัก

“ขอบคุณท่านน้าเจ้าค่ะ” นางรู้มาว่าท่านตาไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ท่านแม่เลือกที่จะแต่งงานกับท่านพ่อ คงเพราะรู้ดีว่านิสัยของคนผู้นี้เป็นอย่างไร และมันก็คงจะเป็นดังที่ท่านตาคาดเดาเอาไว้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทพิเศษ –

    – บทพิเศษ –ในขณะที่หงลี่ฮวากำลังนั่งเล่นอยู่ภายในห้อง ก็มีเสียงขลุกขลักดังขึ้นมาจากด้านนอกหน้าต่าง นางจึงตัดสินใจเดินไปดูด้วยความสงสัย นางไม่กลัวว่าจะเป็นคนร้าย เพราะรอบ ๆ เรือนของนางตอนนี้มีคนคอยคุ้มกันอยู่ตลอดนางค่อย ๆ เปิดหน้าต่างออกดูก็พบใบหน้าที่คุ้นเคยยืนยิ้มหวานอยู่ด้านนอก“ท่านมาได้อย่างไร” แม้จะถามออกมาด้วยความสงสัย แต่นัยน์ตาของนางมีความยินดีอยู่ไม่น้อยที่เขามาหานางในวันนี้ เพราะนางไม่ได้ไปหาเขาหลายวันแล้ว เนื่องจากเตรียมตัวเรื่องงานปักปิ่นที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้“ข้าคิดถึงเจ้า” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดปัง ตอนนี้ในใจของเขาร่ำร้องอยากแต่จะพบหน้าของนาง ไม่พบกันหนึ่งวันเหมือนสามปี ดูท่าเขาจะเข้าใจคำนี้อย่างถ่องแท้แล้ว“ข้าก็คิดถึงท่าน” นางคลี่ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ “เข้ามาด้านในก่อนสิ”นางเปิดหน้าต่างให้กว้างขึ้นเพื่อให้เขาสามารถเข้ามาในห้องได้ เพราะนี่ก็มืดแล้ว หากผู้อื่นมาเห็นเข้าจะไม่ดี“ท่านมีอันใดหรือไม่ จึงได้

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทส่งท้าย –

    – บทส่งท้าย –หลังจบพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน แม่สื่อก็พาเจ้าสาวไปรอที่เรือนหอส่วนเจ้าบ่าวแม้ใจอยากจะตามไปด้วย แต่ก็ถูกเหล่าสหายรั้งให้อยู่ต่อ กว่าจะกลับไปกันหมดก็เป็นเวลายามซวี (19:00 น. - 20:59 น.) ไป๋ซีฮันในชุดเจ้าบ่าวมีอาการมึนเมาเล็กน้อย แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาใส่ใจ เพราะในห้องหอยังมีเจ้าสาวกำลังรอเขาอยู่ชายหนุ่มมาหยุดยืนอยู่หน้าประตู พลางสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด วันนี้แล้วสินะที่นางและเขาจะได้เป็นของกันและกัน เพียงแค่คิดหัวใจก็เริ่มสั่นไหว เขาค่อย ๆ ผลักประตูและปิดลงอย่างช้า“รอข้านานหรือไม่” เขาเอ่ยถาม“ไม่เป็นไรหรอก ข้ารู้ว่าท่านต้องอยู่ต้อนรับแขก”ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะค่อย ๆ บรรจงถอดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก เผยให้เห็นใบหน้างดงาม ริมฝีปากของนางคลี่ยิ้มเล็กน้อย“จะยืนมองอีกนานหรือไม่ ข้าง่วงแล้วนะเจ้าคะ”“เช่นนั้นข้าจะเคี่ยวกรำเจ้าทั้งคืน เตรียมใจไว้ให

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 32 –

    – บทที่ 32 –หงลี่ฮวาย้ำถึงฐานะของหงฝูเหยา นางได้เข้าสังคมบ่อย คงลืมไปแล้วกระมังว่าตนนั้นมีฐานะอันใด สตรีเช่นนางแต่งออกไปก็เป็นได้เพียงอนุเท่านั้น คิดที่จะยกฐานะของตนเองมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นรอยยิ้มบนใบหน้านั้นแข็งค้างในทันที นางก้มหน้าลงเพื่อซ่อนแววตาเกลียดชังเอาไว้“ข้ารู้” นางพยายามเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ“สรุปแล้วที่มาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ” นางเอ่ยถามราวกับเมื่อครู่ไม่ได้เอ่ยวาจาใดที่หักหาญน้ำใจอีกฝ่าย “หรือมาเพื่อแสดงความยินดีกับข้าเฉย ๆ”“ใช่ ข้ามาเพื่อแสดงความยินดี” นางฝืนยกยิ้มออกมา พยายามซ่อนสายตาที่เคียดแค้นเอาไว้“อ้อ ขอบคุณ” นางเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ มือยังคงปักผ้าที่อยู่ในมือ“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” พูดจบก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที ไม่คิดที่จะเอ่ยอันใดต่ออีก“เรื่องที่ข้าตกน้ำ เป็นฝีมือของท่านใช่หรือไม่” นางเอ่ยไล่หลังผู้เป็นพี่สาวฝูเหยาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป แต่ก็มิได้หันกลับมา แล้วรีบเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่ส

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 31 –  

    – บทที่ 31 –เซียวหนิงเฉิงที่เงียบอยู่นาน เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยปากขึ้นทันที “ท่านราชครู อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย เพียงแค่โบยสั่งสอนก็พอแล้วกระมัง”น้ำเสียงของเขาไม่ช้าไม่เร็ว แต่ก็มีท่าทีนิ่งเฉยอยู่ในที ทั้งที่ในใจอยากจะด่าสองพ่อลูกจนแทบควบคุมตนเองไม่ได้“แต่ว่าบุตรสาวของกระหม่อมเสียหาย” เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอม “ชื่อเสียงของบุตรสาวของกระหม่อมเสียหาย แล้วเช่นนี้จะมีบุรุษดี ๆ มาขอแต่งงานหรือพ่ะย่ะค่ะ”บุตรสาวของเขาได้ชื่อว่าเป็นสตรีอันดับหนึ่ง แต่ต้องมาเสื่อมเสียเพราะคนบ้าตัณหาเช่นนี้ เขาจะยอมได้อย่างไร“ท่านราชครูห่วงเรื่องนี้เองหรือ” น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของฮองเฮาดังขึ้น มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ให้บุตรสาวของท่านแต่งงานกับใต้เท้าฮวน เพื่อเป็นการรักษาหน้าของท่านด้วย”ที่นางเ

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 30 –

    – บทที่ 30 –วันนี้เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อเลี้ยงฉลองให้ขุนนางในราชสำนัก ที่ต่างก็ทำงานทุ่มเทให้กับแผ่นดิน โดยงานเลี้ยงนี้จะสามารถนำครอบครัวเข้างานเลี้ยงได้บิดาของนางเลือกที่จะพาฮูหยินสามไปออกงานด้วย ซึ่งนางก็สามารถทำได้ดีไม่มีที่ติเลยแม้แต่น้อย ทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับสกุลหงนั้นก็ยังเป็นที่ขบขันอยู่ไม่น้อย จึงทำให้ตลอดทั้งงานบิดาของนางมีใบหน้าเรียบนิ่งส่วนนางนั้นก็ได้นั่งใกล้ ๆ ฮองเฮาเช่นเดิม เพราะฮองเฮาเป็นคนเชิญนางมาด้วยตนเองงานเลี้ยงดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เหล่าบุตรสาว ขุนนางต่างพากันออกมาแสดงความสามารถมากมาย เพราะงานนี้รวบรวมคนที่พร้อมออกเรือนไว้หมดแล้ว จึงเป็นเรื่องดีที่จะแสดงความสามารถ“ฮวาเอ๋อร์ เจ้าไม่คิดที่จะออกไปแสดงความสามารถบ้างหรือ” หนิงเฉิงหันถามคนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นางถูกเสด็จแม่เขาสอนมาตั้งแต่เด็ก ฝีมือย่อมไม่ธรรมดา เหตุใดจึงได้ปกปิดไว้เช่นนี้“ท่านพี่หนิงเฉิงลืมไปแล้วหรือ ข้ายังมิได้ปักปิ่น” นางตอบ ทว่

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 29 –

    – บทที่ 29 –“แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าตนเองเป็นบุตรของท่านพ่อ” หงลี่ฮวาเอ่ยออกมาในที่สุด “มารดาของเจ้าไม่แน่ว่าอาจสวมหมวกเขียวให้ท่านพ่อตั้งแต่ก่อนที่เจ้าจะเกิดมาเสียอีก”เรื่องที่นางเอ่ยออกมานี่ไม่แน่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มิเช่นนั้นผิงอานคงไม่ได้ติดตามมาอยู่ข้างกายหานฟางเซียนที่จวนนี้ได้“ไม่จริง!!” นางตะโกนออกมา “ข้าเป็นบุตรสาวท่านพ่อ ท่านแม่ บอกพวกมันไปสิเจ้าคะว่าข้าเป็นบุตรของท่านพ่อ”นางร่ำไห้ออกมาอย่างหนัก เรื่องนี้ต้องไม่เป็นความจริง นางจะเป็นบุตรของบ่าวชั้นต่ำได้อย่างไร“ท่านแม่ บอกไปสิเจ้าคะว่าข้าเป็นบุตรสาวท่านพ่อ” นางหันไปบอกมารดาอีกครั้ง ทว่ากลับมิได้มีปฏิกิริยาอันใดตอบกลับมา มีเพียงเสียงร้องไห้จากผู้เป็นมารดาเท่านั้น“ไม่ ๆ ท่านพ่อ ข้าเป็นบุตรสาวของท่าน ท่านต้องเชื่อข้านะเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่ามารดาไม่เอ่ยอันใด จึงได้หันไปเอ่ยกับบิดา ทว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status