Share

– บทที่ 7 –

Author: LycDin
last update Huling Na-update: 2025-11-28 14:33:30

– บทที่ 7 –

เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บ

ของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น

“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง

“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน

“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยครั้ง และยังส่งสมุนไพรมาให้อีกมากมาย

“เช่นนั้นก็ไปเถิด”

นางย่อกายทำความเคารพผู้เป็นบิดา ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถม้าที่รออยู่หน้าประตู องค์รัชทายาทให้ไป่ซีฮันเป็นคนมารับนางไปส่งที่วังด้วยตนเอง เพราะเขาไม่ไว้วางใจให้นางเดินทางเพียงคนเดียว

“เชิญคุณหนูรองหง” ซีฮันประคองหญิงสาวขึ้นไปบน

รถม้าและเตรียมตัวที่จะไปขึ้นม้าของตนเอง แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อหญิงสาวที่อยู่บนรถเอ่ยขึ้น

“แม่ทัพไป่ เราจะคุยกันหน่อยได้หรือไม่”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็จำใจต้องขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันเดียวกับนาง เขาเดาได้เลยว่านางคงจะพูดถึงเรื่องวันนั้น

“มี่มี่ ออกไปข้างนอก ข้ามีเรื่องที่ต้องพูดคุยกับแม่ทัพไป่” นางหันไปสั่งมี่มี่ที่นั่งอยู่ในรถม้า นางมีเรื่องสำคัญที่ต้องพูดคุยกับเขา ไม่สะดวกที่จะให้ผู้ใดได้ยิน

“ออกรถ” เมื่อมี่มี่ออกไปแล้ว นางก็สั่งให้คนขับรถม้าออกรถ

“เหตุการณ์นี้ท่านว่ามันคุ้น ๆ หรือไม่” รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้น ถึงเวลาที่จะต้องมาคุยเรื่องบุญคุณความแค้นนี่แล้ว

“คุณหนูหงรองต้องการสิ่งใด” เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายามนี้นางก็มีกะจิตกะใจรีดไถจากเขา มิใช่ว่าต้องห่วงชีวิตของตนเองหรือ

“ขอเพียงท่านช่วยเหลือข้าหนึ่งครั้ง บุญคุณนี้ก็ถือว่าหายกัน” นางไม่ได้คิดที่จะเอาเปรียบเขา นางช่วยเขาหนึ่งครั้ง เขาก็ควรที่จะช่วยเหลือนางสักครั้ง

“ไม่คิดเลยว่าคุณหนูรองหงจะเป็นคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ วันนั้นข้าทำงานให้องค์รัชทายาท เหตุใดไม่ไปร้องขอกับพระองค์เล่า” เรื่องนี้คงผิดพลาดที่เขาเอง วันนั้นเขาไม่น่าเลือกที่จะไปขึ้นรถม้าของนางเลย มิเช่นนั้นเขาคงไม่ต้องมาปวดหัวเช่นนี้

“แล้วยามที่ข้าจะเอ่ยปากกับองค์รัชทายาท ท่านยื่นมือมาขวางข้าด้วยเหตุใด” องค์รัชทายาทนั้นนางสามารถร้องขอได้ทุกเมื่อ แต่นางก็อยากมีคนคอยทำเรื่องที่นางไม่สะดวกจะบอกองค์รัชทายาท

“เรื่องนั้น...” หากเขาให้นางเล่าตามที่นางพูดไปก่อนหน้า เขาจะไม่เดือดร้อนเอาหรือ

“วันที่ท่านฟาดมือลงที่คอของข้า ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าจะมีวันนี้” หากวันนั้นเขายอมตกลงกับนางดี ๆ เขาคงไม่ต้องคิดหาทางให้เขายอมร่วมมือเช่นนี้ และที่สำคัญ นางคงไม่ต้องเจ็บตัวเช่นนั้น

“ข้าต้องขอโทษคุณหนูรองด้วยที่ลงมือไปในวันนั้น” ตอนนั้นเขาไม่คิดว่านางจะเก่งถึงขั้นจำหน้าของเขาได้ เขาจึงลงมือโดยที่ไม่ได้คิดอะไร เขาไม่อยากมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาในชีวิตอีก เพราะเขารู้ว่านิสัยของนางเป็นเช่นไร และที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าไม่ควรไปยุ่งกับนาง

“ข้าไม่ขอรับคำขอโทษ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “หากท่านอยากให้ผู้มีพระคุณของท่านหายโกรธก็ต้องทำตามคำขอของข้าอีกข้อหนึ่ง”

ดวงตาคมได้แต่หันไปมองใบหน้าของคนเจ้าเล่ห์อย่างปลง ๆ นางเก่งยิ่งนักเรื่องหาผลประโยชน์จากผู้อื่น แล้วเขาจะสามารถปฏิเสธได้หรือ ในเมื่อนางยกคำว่าผู้มีพระคุณมาขนาดนี้

“ได้ สองข้อที่ข้าจะทำตามคำขอของเจ้า”

“ดี คุยกันง่าย ๆ เช่นนี้ก็ดี” รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง ทำให้คนที่เห็นรู้สึกหมั่นไส้ยิ่งนัก

“ท่านจะลงไปขี่ม้าหรือนั่งบนรถม้ากับข้าต่อข้าก็มิได้ว่าอันใดนะ” หญิงสาวเอ่ยไล่กลาย ๆ ในเมื่อพูดคุยธุระกันเสร็จแล้ว เขาก็ควรลงไปจากรถม้าได้แล้ว

“เช่นนั้นข้าขอนั่งอยู่ในรถม้าต่อ” เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็คิดจะไล่เขาไปไกล ๆ เลยหรือ แต่เขาจะนั่งตรงนี้แหละ ไม่ออก

ไปอย่างแน่นอน

“ตามใจท่านเถิด” หญิงสาวฝืนยิ้มออกมา บุรุษผู้นี้ช่าง

น่าตายจริง ๆ หากมีคนเห็นว่าเขาอยู่กับนางเพียงลำพังบนรถม้า จะไม่มีคนเอาไปนินทาหรือ แต่ก็ไม่เป็นอันใด ชื่อเสียงนี้ข้าก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่ชื่อเสียงของเขาเล่า จะไม่เสื่อมเสียไปกับนางหรือ

รถม้าเคลื่อนตัวไปอีกสักพักก็จอดลงที่ประตูใหญ่ รถม้าสามารถมาถึงได้แค่เพียงประตูวังชั้นนอกเท่านั้น ที่เหลือจึงต้องเดินเข้าไป

“แม่นางหง เชิญขึ้นเกี้ยวเถิด ฮองเฮาประทานอนุญาตให้แม่นางสามารถนั่งเกี้ยวเข้าไปด้านในได้” ขันทีน้อยที่ทำหน้าที่มารับเอ่ยบอกหญิงสาวที่เพิ่งลงจากรถม้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

“ขอบคุณกงกงน้อยที่มาต้อนรับ” นางส่งยิ้มไปให้ขันทีน้อย

“แม่ทัพไป่” ขันทีน้อยทีเพิ่งเห็นอีกคนลงมาจากรถม้า

ก็รีบทำความเคารพทันที ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“นี่พวกท่านนั่งรถม้าคันเดียวกันหรือ”

เขาไม่เคยเห็นแม่ทัพผู้นี้ยุ่งเกี่ยวกับสตรีไหนเลย จนบิดากลุ้มใจว่าจะไม่แต่งภรรยาเข้าบ้าน ซึ่งก็ไม่ต่างกับองค์รัชทายาทที่ตอนนี้ก็ยังไม่แต่พระชายา

“เราไปกันเถิด ฮองเฮาคงรอนานแล้ว” นางเอ่ยขัดจังหวะของทั้งสอง มิให้พูดเรื่องของนางต่อจึงยกฮองเฮามาเป็นข้ออ้าง

“ขอรับ” ขันทีน้อยจึงต้องรีบพาหงลี่ฮวาเข้าไปพบฮองเฮาที่ตำหนักเทียนซื่อ และไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่ทั้งสองเดินทางมาด้วยกันอีก

“แม่นางหง อีกไม่นานก็จะถึงตำหนักเทียนซื่อแล้ว” ขณะที่กำลังเดินใกล้จะถึงที่หมาย ขันทีน้อยจึงได้เอ่ยบอกสตรีที่อยู่ในเกี้ยว

“ขันทีน้อย ท่านรู้จักกับแม่ทัพไป่ด้วยหรือ” นางเอ่ยถามคนที่เดินอยู่ด้านนอก ดูท่าคนผู้นี้น่าจะรู้เรื่องอะไรมากกว่านาง

“แม่ทัพไป่เป็นสหายสนิทกับองค์รัชทายาท จึงมาเล่นที่ตำหนักอยู่บ่อยครั้ง” เขาตอบไปตามความจริง ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ก็เห็นหน้าแม่ทัพไป่แล้ว มีแม่นางหลายคนทอดสะพานให้เขา แต่เขาก็ไม่ชายตาแลเลยแม้แต่น้อย

“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” นางไม่เคยรู้เลยว่าทั้งสองสนิทสนมถึงขั้นมาเล่นที่ตำหนักเทียนซื่อ ท่านพี่หนิงเฉิงก็ไม่เห็นจะเคยบอกนาง

“แล้วองค์รัชทายาทอยู่หรือไม่” นางไม่รู้ว่าเขาจัดการเรื่องของนางยังไง แต่นางคาดว่าเขาน่าจะให้คนไปสืบเรื่องนี้แล้ว

“รอคุณหนูอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อกับฮองเฮาแล้วขอรับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะอีกเดี๋ยวคงได้คุยเรื่องนี้อีกยาว

“แม่นางหง ถึงแล้วขอรับ” เขาเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำหน้านางเข้าไปด้านในตำหนัก เพราะผู้สูงศักดิ์ทั้งสองคงรอนานแล้ว

เมื่อมาถึง ลี่ฮวาก็ยอบกายทักทายทั้งสอง “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรองค์รัชทายาท”

“ลุกขึ้นมานั่งข้าง ๆ ข้า มาคุยกันดี ๆ เถิด” นางได้ข่าวเรื่องที่นางถูกพิษแล้ว นางแทบจะเป็นลมลงไปตอนนั้นเสียให้ได้ แล้วเช่นนี้นางจะวางใจให้กลับไปอยู่จวนสกุลหงได้อย่างไร

“ขอบพระทัยเพคะ” นางลุกขึ้นไปนั่งลงข้าง ๆ ฮองเฮาตามคำของพระนาง

“เจ้าจะให้น้าขาดใจตายไปจริง ๆ ใช่หรือไม่” นางแทบจะร้องไห้ออกมาให้ได้ นางเสียพี่สาวไปแล้วหนึ่งคน นางจะไม่ยอมเสียหลานสาวผู้นี้ไปอีกอย่างแน่นอน

“ข้าจะระวังตัวให้มากกว่านี้” นางตอบออกมาได้เพียงเท่านั้น เพราะทุกวันนี้นางก็ระวังตัวมากพอแล้ว แต่เห็นทีว่าคงยังไม่มากพอนางจึงโดนวางยาพิษเช่นนี้

“เจ้ายังคิดที่จะกลับไปที่นั่นอีกหรือ” นางไม่อยากจะให้ลี่ฮวากลับไปจวนสกุลหงอีก นางไม่อยากจะให้หลานสาวต้องเผชิญอันตรายอีกแล้ว

“คนที่ทำร้ายข้ายังจับตัวไม่ได้ และข้าไม่มีทางที่จะปล่อยให้มันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแน่นอน” คนที่ทำร้ายนางจะต้องได้รับกรรมที่พวกมันกล้าลงมือกับนาง ไหนจะเรื่องการตายของมารดานางอีก นางจะไม่ยอมให้มันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

“นี่เจ้าคิดจะสืบหาความจริงหรือ” ดูก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ คนลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้คงไม่ใช่การทะเลาะกันของเด็ก ๆ อย่างแน่นอน “เรื่องที่เจ้าตกน้ำก็ยังหาตัวคนผิดมิได้ แล้วมาเรื่องวางยาพิษอีก น้าไม่ไว้ใจที่จะให้เจ้ากลับไปที่นั่นอีกแล้ว”

“ท่านน้าวางใจ ท่านพี่หนิงเฉิงมององครักษ์ให้ข้าแล้ว จะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก” นางมั่นใจว่าคนของท่านพี่หนิงเฉิงสามารถรักษาชีวิตของนางเอาไว้ได้ เขาไม่มีทางปล่อยให้นางได้รับอันตรายอย่างแน่นอน

“ท่านแม่วางใจ จากนี้จะไม่มีผู้ใดทำอะไรนางได้อีก” ชายหนุ่มที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นเพื่อให้ผู้เป็นมารดามั่นใจ ตอนนี้คนของเขากำลังสืบเรื่องยาพิษนี้อยู่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำงานกันอย่างระมัดระวังจึงตามสืบได้ง่าย หรืออีกอย่างก็คือยานี้ถูกซื้อเอาไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะมาลงมือ

“เจ้าจะทำเช่นนี้จริง ๆ ใช่หรือไม่” นี่นางต้องปล่อยให้หลานสาวเพียงคนเดียวของนางไปเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ใช่หรือไม่ “แล้วเรื่องวางยา รู้หรือยังว่าพวกเขาใช้วิธีใด”

“ยังเจ้าค่ะ เรื่องนี้ยังมิได้ตามสืบ” เมื่อรู้ว่าตนเองถูกวางยาพิษก็รีบออกมา ยังมิได้ตามสืบอันใดสักเรื่อง

“เช่นนั้นข้าจะเขียนจดหมายไปบอกตาของเจ้า คนข้างกายของท่านแม่พอมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง อาจจะช่วยเหลือเจ้าได้” เรื่องนี้จะปล่อยผ่านมิได้ อย่างไรท่านพ่อก็สมควรที่จะรู้เรื่องนี้ จะได้คอยช่วยระวังอีกทาง หากรู้ตัวคนลงมือ เรื่องนี้จะมิใช่เรื่องยากเลย แต่ผู้บงการเรื่องนี้อยู่ในความมืด ยากที่จะจัดการนัก

“ขอบคุณท่านน้าเจ้าค่ะ” นางรู้มาว่าท่านตาไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ท่านแม่เลือกที่จะแต่งงานกับท่านพ่อ คงเพราะรู้ดีว่านิสัยของคนผู้นี้เป็นอย่างไร และมันก็คงจะเป็นดังที่ท่านตาคาดเดาเอาไว้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 12 –

    – บทที่ 12 –ในคืนวันเดียวกัน ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายจากการเดินทาง คุณหนูตระกูลต่าง ๆ ที่มีชื่อเข้าร่วมเทศกาลล่าสัตว์ต่างก็พากันเตรียมตัวกันอย่างดี เพื่อที่จะได้โดดเด่นที่สุดในงานนี้หงลี่ฮวาและจูซินหยานเลือกที่จะมาแต่งตัวด้วยกันที่กระโจมของลี่ฮวา เพราะอยู่ใกล้สถานที่จัดงานมากกว่า จะได้ไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป“ฮวาเอ๋อร์ เจ้างดงามมาก” ซินหยานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมหญิงสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ด้วยกัน นางไม่เคยพบเห็นผู้ใดในเมืองหลวงที่งดงามกว่าสหายผู้นี้ของนางเลยสักคน แม้แต่เว่ยลู่เหลียน หญิงงามอันดับหนึ่งก็ยังสู้สตรีผู้นี้ไม่ได้“ข้าก็งามเช่นนี้อยู่ทุกวัน เหตุใดเพิ่งมาชมเอาวันนี้เล่า” หญิงสาวอีกคนเอ่ยอย่างถือดี เพราะมองดูแล้วในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้ใดที่มีความงามสู้นางได้เลยสักคน“ฮ่า ๆ ตรงไปตรงมายิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา” เสียงหัวเราะของซินหยานดังไปทั่วกระโจมเพราะถูกใจคำพูดของสหาย สตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ช่างถูกใจนางยิ่งนัก ยิ่งอยู่กับลี่ฮวาก็ยิ่งทำให้นางมีความสุข“เอาล่ะ รีบแต่งตัวเถิด นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว” เอาแต่พูดคุยกันเช่น

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 11 –  

    – บทที่ 11 –“คู่ควรแล้วอย่างไร ไม่คู่ควรแล้วอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วสกุลเซี่ยก็ยังเลือกข้าไปเป็นคู่หมั้นของบุตรชายเขาอยู่ดี และเรื่องการหมั้นหมายของสองตระกูลก็กำหนดเอาไว้นานแล้ว เหตุใดสหายที่แสนดีของเจ้ายังเข้ามาวุ่นวายกับเขาอีกเล่า สรุปแล้วเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะผู้ใดกันแน่”มุมปากของหงลี่ฮวายกขึ้นน้อย ๆ เรื่องสัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลก็หาได้เป็นความลับไม่ ทุกคนในเมืองต่างก็รับรู้เรื่องนี้กันดี ว่าอย่างไรภรรยาเอกของเซี่ยหลงจื่อก็ต้องมาจากสกุลหง เป็นลู่เหลียนที่ไม่รู้หรือนางไม่สนใจเรื่องนี้กันแน่“เจ้า!!” เล่อฉีกำลังจะเอ่ยต่อ แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะสหายห้ามปรามเอาไว้ก่อน“ฉีเอ๋อร์ เราไปกันเถิด” นางอยากจะออกไปจากตรงนี้เสียที ไม่อยากจะรับฟังเรื่องอันใดอีก เพียงเท่านี้นางก็เสียใจมากพอแล้วใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของสตรีอันดับหนึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็เกิดความสงสาร ตอนนี้นางราวกับตุ๊กตาเคลือบที่สามารถแตกสลายได้ตลอดเวลาก่อนที่เว่ยลู่เหลียนจะเดินจากไป หงลี่ฮวาก็ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูเว่ย หวังว่าท่านจะเก็บคำขอของข้าไปพิจารณาด้วย”ลู่เหลียนเดินจากไปด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร ต่างจากใน

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 10 –

    – บทที่ 10 –หงลี่ฮวายกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะบอกเรื่องที่ตนเองรู้แก่น้องชายผู้นี้ “คนของข้าเห็นบ่าวรับใช้ผู้นั้นของเจ้าลอบพบกับคนของฮูหยินรอง เจ้าจะเชื่อหรือไม่อันนี้ก็แล้วแต่เจ้า”นางไม่หวังให้เขามาเชื่อนาง นางเพียงแค่ต้องการแสดงความจริงใจของนางก็เท่านั้น“ท่านต้องการอันใดกันแน่ถึงได้บอกเรื่องนี้แก่ข้า” เขาไม่เชื่อว่านางมาบอกเพียงเพราะต้องการช่วยเขาอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีไมตรีต่อกัน นางไม่มีทางยื่นมือมาช่วยเหลือเขาเฉย ๆ อย่างแน่นอนนางปรายตามองน้องชายครู่หนึ่งก็เห็นแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่ง จึงคิดว่าเขาคงรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว “เจ้ารู้แล้ว? เหตุใดจึงยังเก็บไว้ข้างกายเช่นนี้”“ข้าไม่รู้ เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอันใด” เขาตอบไปตามจริง“อ้อ จากนี้เจ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ไม่เลว ๆ คนผู้นี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ฉลาดเฉลียวไม่น้อย หากได้ร่วมมือกับเขาคงจะไม่สร้างความลำบากให้นางมากนัก“ขอรับ”“เรามาคุยธุระสำคัญกันดีหรือไม่” ในที่สุดนางก็เอ่ยเรื่องสำคัญที่มาดักรอน้องชายผู้นี้“เชิญพี่รองเอ่ยมาเถิด” เขาว่าแล้วว่านางต้องมีเรื่องสำคัญที่ต้องการพูดคุยกับเขาอย่าง

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 9 –  

    – บทที่ 9 –หงลี่ฮวาหยุดมองน้องสาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง สตรีผู้นี้ช่างไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์เสียจริง นางน่าจะรู้ความมากกว่านี้ หากรอให้มารดาของนางจัดการก็คงไม่ต้องมาทำเรื่องไร้ปัญญาเช่นนี้ดี!! ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ไม่ดี ระบายอารมณ์ใส่นางก็คงจะดีไม่น้อย“ทำไม เจ้าจะทำอันใดข้า” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ ทำเอาหญิงสาวตรงหน้ารู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว“เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่ที่บังคับให้สกุลเซี่ยมาทำการหมั้นหมายกับเจ้า!!” ตอนนี้นางคิดออกเพียงอย่างเดียว หาไม่แล้วสกุลเซี่ยที่เฉยเมยต่อเรื่องนี้มาตลอด จะเอ่ยปากเรื่องการหมั้นหมายได้อย่างไร“เจ้าว่าข้ามีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ” สตรีผู้นี้ช่างโง่จริง ๆ คิดออกมาได้อย่างไรว่าเป็นนางที่ไปบังคับสกุลเซี่ยให้มาทำการหมั้นหมาย“ไม่เช่นนั้นเขาจะมาขอเจ้าหมั้นหมายหรือ” นางปักใจไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของลี่ฮวา หรือไม่นางก็ให้องค์รัชทายาทไปบังคับสกุลเซี่ยอย่างแน่นอน“หากข้ามีอำนาจขนาดนั้น แล้วเหตุใดจึงไม่กลัวในอำนาจของข้าเลยเล่า” นางขยับเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย อย่างต้องการข่มขวัญ“จะ...เจ้ามันสตรีแพศยา แพศยาเหมือนกับแม้

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 8 –

    – บทที่ 8 –หงลี่ฮวามาอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อของฮองเฮาหลายวันแล้ว ร่างกายของนางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องที่ทำให้นางต้องปวดหัว ท่านพี่หนิงเฉิงเพิ่งส่งข่าวมาบอกนางว่าสกุลเซี่ยเพิ่งส่งของหมั้นไปที่สกุลหง และผู้ที่ได้รับของหมั้นนั้นก็คือนางสกุลเซี่ยต้องการให้บุตรชายแต่งงานกับนางเพื่อเพิ่มอำนาจให้บุตรชายของตน เพราะนางนั้นสนิทสนมกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าอาจจะช่วยเหลือพวกเขาได้“ที่ท่านเอ่ยมานั้นคือเรื่องจริงหรือ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก นี่นางต้องแต่กับบุรุษผู้นั้นจริง ๆ หรือ แล้วเว่ยลู่เหลียนที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเซี่ยหลงจื่อเล่า“จริงแท้ ตอนนี้ก็ทำการแลกสมุดวันเกิดกันแล้วด้วย”หนิงเฉิงมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เรื่องนี้เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของนาง เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะใช้ความร้ายกาจที่มีให้เป็นประโยชน์ และยกเลิกการหมั้นหมายนี้ได้ในที่สุด“ข้าไม่อยู่จวนเพียงไม่กี่วันก็มีคนสร้างเรื่องให้ข้าแล้วหรือ” นางได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เห็นทีคงจะต้องรีบกลับจวนเสียแล้ว“พี่น้องของเจ้าคงเตรียมมือต้อนรับเจ้าก

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 7 –

    – บทที่ 7 –เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status